อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > คลังบุญ

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 15-05-15, 21:49
Member
 
วันที่สมัคร: Apr 2015
ข้อความ: 43
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 38
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 99 ครั้ง ใน 99 ข้อความ
พลังบุญ: 148
Prince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished road
Default เรื่องเล่าจากพระโพธิสัตว์ที่บุญน้อยที่สุด

เรื่อง วิธีปราบปีศาจ

ณ พระราชวังแห่งหนึ่ง
ปีศาจตนหนึ่งบุกเข้ามาในวัง ทหารเห็นดังนั้นก็ตะโกน
ขับไล่ ทันทีที่ปีศาจโดนด่า ตัวมันก็ใหญ่ขึ้นและมันก็
ตรงไปนั่งบนบัลลังก์ของพระราชา ทหารก็เอาอาวุธไล่
ฟันไล่แทง และด่าด้วยคำหยาบคาย
ทุกครั้งที่ปีศาจโดนด่าหรือโดนทำร้าย ตัวมันจะใหญ่ขึ้นๆ
ร่างกายเริ่มน่าเกลียด และส่งกลิ่นเหม็นเน่า โชยหนักขึ้น
เรื่อยๆ แต่ทหารก็ไม่สามารถขับไล่มันได้
จนเมื่อ พระราชากลับมาก็พบว่า ปีศาจได้ใหญ่โตจนคับ
ท้องพระโรง และหน้าตาก็น่าเกลียดสุดๆ ส่งกลิ่นเหม็นเน่า
ไปทั่ว ทันทีที่พระราชาเห็นดังนั้น ก็พูดขึ้นว่า
“โอ ท่าน มาเยี่ยมข้าพเจ้า เหรอ ทำไมไม่บอกล่วงหน้า”
“ทหารหาน้ำ หาอาหารมาเลี้ยงท่านเร็ว”
ทุกคำพูดดีๆ ที่พระราชาพูด ทำให้ขนาดของปีศาจเล็กลงๆ
ทหารเห็นท่าทีของพระราชา จึงเริ่มเข้าใจต่างพากันวางอาวุธ
และหันมาพูดเพราะๆ กับเจ้าปีศาจ
"ท่านต้องการกินอะไร ไก่ย่าง ส้มตำ ข้าวเหนียวมั้ย"
ว่าแล้ว อาหารมากมายก็ถูกลำเลียงมาให้ปีศาจกิน
แล้วเจ้าปีศาจก็ตัวเล็กลงๆ
“ท่านเมื่อยมั้ย”
ว่าแล้วทหารก็พากันมานวดให้ ปีศาจก็เล็กลงๆ
จนตัวเท่ากับคนธรรมดา และเมื่อ พระราชาได้พูด
คำหวานและเอาใจครั้งสุดท้าย เจ้าปีศาจ ก็ หายวับไปกับตา...
............................................................................
ในชีวิตเราหลายครั้ง เราเจอปีศาจในที่ทำงาน
ที่รร.หรือที่บ้าน แล้วเราได้ จัดการกับปีศาจด้วยวิธีใด?
เราทำให้ปีศาจตัวใหญ่ขึ้น และน่าเกลียดมากขึ้น ด้วย
คำพูดแย่ๆ และด้วยท่าที ที่ไม่ดีหรือไม่
แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่า วิธีปราบปีศาจ ก็ด้วย คำพูดที่ดีๆ
เต็มไปด้วยความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ
การเอาอกเอาใจ ในครอบครัว เมื่อ ปีศาจกลับเข้าบ้าน
(เขาไปเจอเรืองแย่ๆมาก็ได้ใครจะรู้)
แต่เรากลับทำให้ปีศาจตัวใหญ่และน่าเกลียดขึ้น
ด้วยคำพูดว่า
...ไปไหนมา ทำไมกลับมาป่านนี้ ...
ต่อไป เราจะเปลี่ยนเป็นพูดว่า
เป็นไงบ้าง เหนื่อยมั้ย กินอะไรมาหรือยัง
แล้วเราก็จะพบว่า
ปีศาจ ก็จะเล็กลงๆ และจะหายวับไป
เหลือแต่ สามี ภรรยาพ่อ แม่ พี่ น้อง
หรือ เจ้านายที่น่ารัก ของ เรา.........

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 5 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Prince Sharp ในข้อความนี้
พุทธรักษา (25-05-15), อภิญญา (25-05-15), เพิ่มบุญ (30-08-15), Nakamura (24-05-15), Rich (19-05-15)
  #2  
เก่า 16-05-15, 10:18
Member
 
วันที่สมัคร: Apr 2015
ข้อความ: 43
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 38
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 99 ครั้ง ใน 99 ข้อความ
พลังบุญ: 148
Prince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished road
Default เรื่อง อริยทรัพย์ Cr.พระโพธิสัตว์ที่บุญน้อยที่สุด

เมื่อพระพุทธองค์ประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันพระวิหาร
มีชายคนหนึ่งไปฟังพระธรรมเทศนามิได้ขาด ชายคน
นี้ชื่อ สุปปพุทธ์ แม้จะมีชื่อเข้าทีแต่ไม่อาจจะหลีกจาก
โรคอันน่ารังเกียจได้คือว่าเป็นโรคเรื้อน การที่อุปปพุทธ์
เป็นโรคเรื้อนนี้ ก็เพราะแต่ชาติก่อนได้บ้วนน้ำลายใส่
พระพุทธเจ้าองค์ที่ตรัสรู้มาก่อนนี้ เมื่อสุปปพุทธ์ตาย
แล้วเกิดใหม่ เลยกรรมบันดาลให้เป็นโรคเรื้อน
สุปปพุทธ์หมั่นไปฟังธรรมมิได้ขาด แต่ว่าต้องนั่งห่าง
ไกลจากคนอื่นเพราะใครๆก็รังเกียจ วันหนึ่งสุปปพุทธ์
ใคร่จะเข้าไปให้ไกล้พระพุทธองค์ จึงรออยู่ที่บ้าน คะเน
ว่า คนทั้งหลายกลับกันสิ้นแล้ว จึงออกจากบ้าน ขณะ
ที่เดินมาตามทาง ก็พบคนประหลาดเข้าคนหนึ่ง ชาย
คนนั้นพูดกับสุปปพุทธ์ว่า
สุปปพุทธ์ เจ้าเป็นมนุษย์ขัดสน ยากไร้ เราจะให้ทรัพย์
อันไม่มีที่สิ้นแก่เจ้า แต่เจ้าจงประกาศว่า
พระพุทธไม่ใช่พระพุทธ พระสงฆ์ไม่ใช่พระสงฆ์
พระธรรมไม่ใช่พระธรรม เราไม่ยอมรับนับถือ
ท่านเป็นใคร สุปปพุทธ์ถาม
เราคือพระอินทร์
ไม่เชื่อ ถึงเป็นพระอินทร์ก็เป็นพระอินทร์อัธพาล
ท่านว่าเราเป็นคนเข็ญใจ ยากจน ท่านไม่รู้หรือว่า
ตั้งแต่เราได้ฟังพระธรรมเทศนา เราก็ร่ำรวยเสียยิ่ง
กว่าท่าน
รวยอะไร เราไม่เห็นท่านมีอะไรเลย
เรารวยอริยทรัพย์
เป็นอย่างไรอริยทรัพย์ พระอินทร์ถาม
เอ้า ท่านฟังสิ อริยทรัพย์คือ ความศรัทธา ศีล หิริ
โอตตัปปะ พาหุสัจจะ จาคะ ปัญญา รวมเจ็ดอย่าง
ทั้งเจ็ดอย่างนี้มีแก่ผู้ใด จะเป็นชายหรือหญิงก็ตาม
บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า บุคคลผู้นั้นไม่ขัดสน เป็น
คนไม่ยากจน
ดังนี้เป็นวาทะของพระพุทธเจ้า อริยะทรัพย์คือทรัพย์
อันเจริญ มีคุณวิเศษยิ่งกว่าทรัพย์อันเป็นวัตถุ
พระอินทร์ได้ฟังก็หลีกไป...

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 5 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Prince Sharp ในข้อความนี้
พุทธรักษา (25-05-15), อภิญญา (25-05-15), เพิ่มบุญ (30-08-15), Nakamura (24-05-15), Rich (19-05-15)
  #3  
เก่า 19-05-15, 08:27
Member
 
วันที่สมัคร: Apr 2015
ข้อความ: 43
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 38
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 99 ครั้ง ใน 99 ข้อความ
พลังบุญ: 148
Prince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished road
Default เรื่อง กรรมทันตา Cr.พระโพธิสัตว์ที่บุญน้อยที่สุด

เมื่อพระพุทธองค์ประทับ ณ.พระวิหารเชตวัน
ภิกษุรูปหนึ่งออกบิณฑบาตที่หมู่บ้านป่าแห่งหนึ่ง
เช้าวันนั้นพบนายพราน มีหมา 4-5 ตัวห้อมล้อมมา
นายพรานกำลังออกไปล่าสัตว์ ครั้นเห็นพระภิกษุ
รูปนั้นเข้าก็ชักไม่พอใจ นึกในใจว่า โชคไม่ดีแต่เช้า
มาพบคนจัญไร วันนี้คงไม่ได้อะไรเป็นแน่แท้
แล้วก็ตรงตามที่นายพรานวิตก วันทั้งวันล่าสัตว์
ไม่ได้สักตัวเดียว
ระหว่างกลับบ้านกำลังนึกโมโหฉุนเฉียว นึกโทษ
ภิกษุรูปนั้น ก็พบภิกษุรูปเมื่อเช้าเข้าอีก เลยยิ่งโกรธ
หนัก แล้วร้องตะโกนว่า
"คนพรรค์นี้อย่าอยู่เลย ให้หมากัดเสียให้ตาย"
ภิกษุเห็นท่าไม่ดีก็ร้องห้าม ประเดี๋ยวก่อนนี่เรื่อง
อะไรกัน
แต่ช้าไปเสียแล้ว พรานยุหมาให้รุมกัดท่านเสียแล้ว
ท่านเห็นจวนตัวก็วิ่งขึ้นต้นไม้ หมาของนายพรานก็
วิ่งตามติด ตะกุยตะกายพร้อมเห่ากรรโชก นายพราน
ดูเหมือนจะยิ่งโกรธ เดินไปใต้ต้นไม้เอาหอกแทงเท้า
ภิกษุรูปนั้น ท่านต้องหลบไปหลบมา ปากก็ร้องบอกว่า
หยุดก่อนๆ อุบาสก แต่พรานไม่ฟังเสียง คนโกรธ
หน้ามืดก็เป็นดังนี้
ภิกษุหลบหลีกเป็นพัลวัล จนในที่สุด จีวรหลุดลงมา
ครอบหัวตาพรานพอดี
หมาเห็นจีวร นึกว่าภิกษุตกลงมาก็เลยรุมกันกัด
กัดนายตัวเองจนตาพรานขาดใจตายอยู่ตรงนั้น
ครั้นพวกหมาเห็นคนที่มันกัดนอนนิ่งเลือดอาบ
และไม่เห็นนายของมัน พอภิกษุหักกิ่งไม้เงื้อง่า
ไล่มัน มันก็พากันหนีไป
ท่านลงจากต้นไม้ ปลงอนิจจังร่างอันไร้วิญญาณของ
นายพรานนึกว่าตนเองไม่พ้นบาปที่เป็นต้นเหตุให้
นายพรานตาย จึงรีบมาเฝ้าพระพุทธองค์ กราบทูล
เรื่องให้ทรงทราบ
พระพุทธองค์ตรัสว่า
"อย่าวิตกเลย ศีลของเธอไม่ด่างพร้อย
นายพรานประทุษร้ายต่อเธอ เขาจึงได้
รับผลกรรมของเขาเอง "
และตรัสเป็นพระคาถาสอนบรรดาพุทธสาวก แปลได้ว่า
"ผู้ใดประทุษร้ายต่อผู้บริสุทธิ์ ผู้ไม่ได้คิดประทุษร้ายตน
บาปนั้นย่อมกลับถึงผู้นั้นเอง เหมือนฝุ่นอันเขาซัดทวนลม
ย่อมจะถูกลมพัดกลับเข้าหาหน้าเข้าตาของเขาเอง

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 5 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Prince Sharp ในข้อความนี้
พุทธรักษา (25-05-15), อภิญญา (25-05-15), เพิ่มบุญ (30-08-15), Nakamura (24-05-15), Rich (19-05-15)
  #4  
เก่า 25-05-15, 09:08
Member
 
วันที่สมัคร: Apr 2015
ข้อความ: 43
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 38
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 99 ครั้ง ใน 99 ข้อความ
พลังบุญ: 148
Prince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished road
Default เรื่อง เวลาเป็นสิ่งล้ำค่า Cr.พระโพธิสัตว์ที่บุญน้อยที่สุด

เวลาเป็นสิ่งล้ำค่า -
*** นักขัตตชาดก ***
" ว่าด้วยโทษของการถือฤกษ์ยาม "
.....ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภเรื่องประโยชน์ของฤกษ์ เรื่องมีอยู่ว่า
.....วันหนึ่ง มีชาวบ้านนอกคนหนึ่ง ไปขอสาวในเมืองสาวัตถีให้ลูกชายของตน พร้อมกำหนดนัดวันแต่งงานไว้แล้ว ครั้นถึงวันแต่งานได้ไปสอบถามฤกษ์กับนักบวชอาชีวกว่าดีหรือไม่ นักบวชอาชีวกโกรธที่เขาไม่ได้มาปรึกษาก่อนในคราวแรกจึงพูดว่า " วันนี้ฤกษ์ไม่ดี ท่านอย่ากระทำการมงคลใดๆ ขืนทำลงไปจะเกิดความพินาศ " พวกเขาพากันเชื่ออาชีวกจึงไม่ได้ไปรับตัวเจ้าสาวในวันนั้น
.....ฝ่ายชาวเมืองสาวัตถีได้จัดเตรียมงานมงคลไว้พร้อมเพรียงแล้ว แต่ไม่เห็นพวกเจ้าบ่าวมารับเจ้าสาวสักที จึงตกลงกันว่า " พวกนั้น กำหนดนัดวันนี้แล้วกลับไม่เห็นมา งานของพวกเราก็ใกล้จะเสร็จแล้ว พวกเราจะยกลูกสาวให้คนอื่นไปเสีย " จึงได้จัดงานแต่งงานด้วยมงคลที่ได้เตรียมไว้แล้วนั้น
.....ในวันรุ่งขึ้นพวกบ้านนอกที่ขอไว้ก็มาถึง ทันทีที่เห็นหน้ากันพวกชาวเมืองก็พากันด่าพวกบ้านนอกว่า " พวกท่านสมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นคนบ้านนอก ขาดความเป็นผู้ดี กำหนดนัดวันไว้แล้ว กลับไม่มาตามนัด เชิญกลับไปตามทางที่มานั้นแหละ พวกเรายกเจ้าสาวให้คนอื่นไปแล้วละ "
.....พวกชาวบ้านนอกจึงทะเลาะกับชาวเมืองด้วยเหตุอันนี้ เรื่องที่อาชีวกทำลายงานมงคลของผู้คนเป็นที่ทราบกันไปทั่ว แม้กระทั่งภิกษุในวัด
.....ในเย็นของวันหนึ่ง พวกภิกษุประชุมกันในธรรมสภาถามเรื่องประโยชน์ของฤกษ์แก่พระพุทธเจ้า พระพุทธองค์จึงตรัสเป็นพระคาถาว่า
" ประโยชน์ได้ล่วงเลยคนโง่เขลาที่มัวรอคอยฤกษ์ยามอยู่
ประโยชน์นั่นแหละเป็นฤกษ์ของประโยชน์ ดวงดาวทั้งหลายจักทำอะไรได้ "

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 4 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Prince Sharp ในข้อความนี้
พุทธรักษา (25-05-15), อภิญญา (25-05-15), เพิ่มบุญ (30-08-15), Rich (03-06-15)
  #5  
เก่า 25-05-15, 09:23
Member
 
วันที่สมัคร: Apr 2015
ข้อความ: 43
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 38
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 99 ครั้ง ใน 99 ข้อความ
พลังบุญ: 148
Prince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished road
Default อานิสงส์ของศีล Cr. พระโพธิสัตว์ที่บุญน้อยที่สุด

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภอุบาสกผู้มีศรัทธาคนหนึ่งที่สามารถเดินข้ามแม่น้ำอจิรวดีไปฟังธรรมได้ด้วยอำนาจคุณของศีล ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมัยพระพุทธเจ้านามว่า กัสสปะ ในวันหนึ่งมีอุบาสกคนหนึ่งซึ่งเป็นพระโสดาบัน ได้โดยสารเรือไปค้าขายต่างเมืองกับช่างตัดผมคนหนึ่ง ก่อนออกเดินทาง ภรรยาของช่างตัดผมได้ฝากให้อุบาสกช่วยดูแลสามีของตนพร้อมกับสั่งว่า
"ท่านเจ้าค่ะ ขอท่านได้ช่วยดูแลสามีดิฉันด้วยนะคะ สุขทุกข์ของสามี ดิฉันขอมอบให้เป็นภาระของท่านก็แล้วกัน"

เรือออกเดินทางไปได้ ๗ วัน ก็เจอพายุกระหน่ำจนเรืออับปางลงกับทะเลราวกับเรือไทนานิคล่ม ชายทั้ง ๒ ได้เกาะแผ่นกระดานแผ่นหนึ่งลอยคอจนมาถึงเกาะแห่งหนึ่ง ด้วยความหิวนายช่างตัดผมได้ฆ่านกปิ้งกินและชวนอุบาสกกินด้วยกัน แต่อุบาสกไม่กินเพราะคิดว่า "สถานการณ์เช่นนี้ มีแต่พระรัตนตรัยเท่านั้นจะเป็นที่พึ่งเราได้" จึงนั่งระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยอยู่

ขณะนั้นพญานาคผู้บนเกาะนั้นได้เนรมิตร่างเป็นเรือลำใหญ่ มีเทวดาประจำทะเลเป็นต้นเรือ บรรทุกทรัพย์สินเงินทองเต็มลำ มีเสากระโดงทำด้วยแก้วมณีสีอินทนิล ใบเรือทำด้วยทองเชือกทำด้วยเงิน แล่นมาที่เกาะนั้น พร้อมประกาศว่า

"มีใครจะไปด้วยไหม"
อุบาสกร้องตอบว่า "ข้าพเจ้าจะไปด้วย"
นายต้นเรือพูดว่า "ถ้าเช่นนั้น ท่านขึ้นมาเถอะครับ"

อุบาสกจึงชวนนายช่างตัดผมขึ้นเรือไปด้วยกัน แต่นายต้นเรือร้องห้ามไว้ว่า "ขึ้นมาได้เฉพาะท่านคนเดียวเท่านั้น อีกคนหนึ่งขึ้นไม่ได้"
อุบาสกถามว่า "ทำไมละท่าน"
นายต้นเรือตอบว่า "เพราะคนนั้นไม่มีศีลจึงรับไปด้วยไม่ได้ เรือลำนี้รับเฉพาะคนมีศีลเท่านั้น"
อุบาสกพูดว่า "เอาเถอะ ถ้าเช่นนั้น ข้าพเจ้าขอแบ่งให้ส่วนบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้รักษาศีลให้แก่เขาก็แล้วกัน"
นายช่างตัดผมก็รับคำอนุโมทนาในบุญกุศลว่า "ข้าพเจ้าขออนุโมทนา"

เทวดาจึงนำชายทั้ง ๒ ขึ้นเรือแล้วนำไปส่งจนถึงฝั่งพร้อมทั้งมอบทรัพย์สมบัติให้อีกด้วย แล้วกล่าวให้โอวาทเป็นคาถาว่า
"ดูเถิด นี่แหละผลของศรัทธา ศีล และจาคะ พญานาคแปลงตนเป็นเรือนำอุบาสกผู้มีศรัทธาไป บุคคลพึงคบหาสัตบุรุษเท่านั้น พึงทำความสนิทสนมกับสัตบุรุษ เพราะการอยู่ร่วมกับสัตบุรุษนายช่างตัดผมจึงถึงความสวัสดี"
เมื่อกล่าวจบก็พาพญานาคกลับวิมานของตนไป

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ผู้ที่มีศีล ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 4 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Prince Sharp ในข้อความนี้
พุทธรักษา (25-05-15), อภิญญา (25-05-15), เพิ่มบุญ (30-08-15), Rich (03-06-15)
  #6  
เก่า 25-05-15, 15:47
Member
 
วันที่สมัคร: Apr 2015
ข้อความ: 43
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 38
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 99 ครั้ง ใน 99 ข้อความ
พลังบุญ: 148
Prince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished road
Default เรื่อง วัยรุ่นวุ่นรัก Cr.พระโพธิสัตว์ที่บุญน้อยที่สุด

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภลูกสาวเศรษฐีชาวเมืองสาวัตถีคนหนึ่งที่หอบผ้าหนีตามชายค่อมไป ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นเศรษฐี มีลูกสาวกำลังเป็นวัยรุ่นอยู่คนหนึ่ง นางเห็นเครื่องสักการะที่เขาจัดทำให้โคอุสภราช(หัวหน้าโค)ในบ้านของตนแล้วถามพี่เลี้ยงว่า
"พี่..โคตัวนี้เป็นอะไร เขาถึงประดับถึงเพียงนี้ "
พี่เลี้ยงตอบว่า " นายหญิง..เขาเรียกโคอุสภราชจ้า"
นางคิดว่า "โคที่ได้รับยกย่องว่าเป็นใหญ่ จะมีโหนกที่หลัง ถ้าเช่นนั้นชายผู้เป็นใหญ่ ก็คงจะมีโหนกขึ้นกลางหลังเช่นกัน"
วันหนึ่งเมื่อเห็นชายหลังค่อมคนหนึ่งระหว่างทางจึงเข้าใจว่า "ชายคนนี้เป็นบุรุษอุสภราช เราควรจะเป็นภรรยาของเขา" จึงใช้พี่เลี้ยงไปบอกเขาให้ไปรออยู่ปากทางลูกสาวเศรษฐีจะไปด้วย นางได้ห่อสิ่งของมีค่าหนีตามชายค่อมนั้นไป

เศรษฐีพอทราบว่าลูกสาวหนีตามชายค่อมไป ก็ออกติดตามเพื่อนำกลับมาบ้าน ฝ่ายลูกสาวเศรษฐีกับชายค่อมเดินทางกันทั้งคืนไม่ได้พักผ่อน ชายค่อมถูกความหนาวเหน็บตลอดคืนรุ่งแจ้งโรคเก่าได้กำเริบขึ้น เดินต่อไปไม่ได้ จึงแวะลงข้างทางนอนขดตัวอยู่ เศรษฐีและคณะตามมาทันเห็นลูกสาวนั่งอยู่ข้างๆชายค่อมนั้น จึงเข้าไปสนทนาด้วยและพูดว่า
" ลูกรัก เรื่องนี้เจ้าคิดคนเดียวไม่ได้นะ ชายค่อมผู้โง่เขลานี้จะนำทางเป็นที่พึ่งของเจ้าไม่ได้แน่ ลูกรัก เจ้าไม่สมควรจะไปกับชายค่อมผู้นี้ดอกนะ"
ลูกสาวตอบเป็นคาถาว่า
" ลูกเข้าใจว่าชายค่อมเป็นคนองอาจ จึงได้รักใคร่เขา
เขานอนตัวคดอยู่อย่างนี้ ดุจคันพิณที่สายขาด "
เศรษฐีได้นำลูกสาวกลับคืนบ้านของตน และให้แต่งงานกับลูกชายเศรษฐีชาวเมืองในเวลาต่อมา



นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ... วัยรุ่นปัจจุบันมักจะทำตามใจตนเอง ควรถือนิทานเรื่องนี้เป็นตัวอย่าง
ลูกที่ดีควรยึดถือคำพูดของพ่อแม่เป็นเกณฑ์....

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 4 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Prince Sharp ในข้อความนี้
พุทธรักษา (25-05-15), อภิญญา (28-06-19), เพิ่มบุญ (30-08-15), Rich (03-06-15)
  #7  
เก่า 26-05-15, 10:16
Member
 
วันที่สมัคร: Apr 2015
ข้อความ: 43
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 38
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 99 ครั้ง ใน 99 ข้อความ
พลังบุญ: 148
Prince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished road
Default เรื่อง อภัยโทษ Cr.พระโพธิสัตว์ที่บุญน้อยที่สุด

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภพระเจ้าโกศล ผู้เข้าเผ้าด้วยความลำบากใจที่มีอำมาตย์และหญิงเป็นที่รักคบชู้กัน ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นอำมาตย์ทำหน้าที่สอนธรรมแก่พระเจ้าพรหมทัต ในเมืองพาราณสี ในสมัยนั้น มีอำมาตย์คนหนึ่งแอบเป็นชู้กับหญิงคนรักของพระราชา พระองค์เองก็ทรงทราบอยู่บ้าง แต่ก็ไม่อาจตัดสินพระทัยที่จะทำอย่างใดอย่างหนึ่งได้ เพราะอำมาตย์เป็นผู้มีอุปการะคุณมาก และหญิงนั้นก็เป็นที่รักยิ่งของพระองค์

วันหนึ่งพระองค์ด้วยความโทรมนัสเป็นอย่างยิ่งจึงรับสั่งให้อำมาตย์โพธิสัตว์มาเข้าเฝ้า แล้วตรัสถามปัญหาเป็นคาถาว่า
"สระโบกขรณีมีน้ำเย็นใสสะอาด รสอร่อย เกิดอยู่ที่เชิงเขาหิมพานต์ น่ารื่นรมย์ สุนัขจิ้งจอกรู้อยู่ว่าสระนั้นราชสีห์รักษาอยู่ก็ยังลงไปดื่มกิน"

พระโพธิสัตว์ทราบเรื่องนั้นอยู่แล้ว จึงกราบทูลเป็นคาถาเช่นกันว่า
"ข้าแต่มหาราช ถ้าสัตว์มีเท้าทั้งหลายพากันดื่มน้ำในมหานที แม่น้ำจะไม่ชื่อว่าเป็นแม่น้ำเพราะเหตุนั้นก็หาไม่ หากว่าคน ๒ คนนั้นเป็นที่รักของพระองค์ พระองค์ก็ทรงอภัยโทษเสียเถิด"
พระราชาทรงคลายความโทรมนัสลงไปได้บ้าง และตั้งอยู่ในโอวาทของพระโพธิสัตว์ จึงเรียกบุคคลทั้งสองเข้าเฝ้าและยกโทษให้แก่คนทั้งสอง พร้อมตรัสสอนว่า
"นับตั้งแต่นี้ไปเจ้าทั้งสองอย่าได้กระทำกรรมชัวนี้อีก"

คนทั้งสองรับคำและก็เป็นคนดีมีศีลธรรมมาตั้งแต่วันนั้นตราบเท่าชีวิต...

...............นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า .................

คนที่ไม่มีความชั่วโดยชาติกำเนิด
ควรได้รับอภัยโทษให้กลับตัวกลับใจ
และอาจทำประโยชน์ให้ได้มากมาย

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Prince Sharp ในข้อความนี้
อภิญญา (28-06-19), เพิ่มบุญ (30-08-15), Rich (03-06-15)
  #8  
เก่า 26-05-15, 10:57
Member
 
วันที่สมัคร: Apr 2015
ข้อความ: 43
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 38
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 99 ครั้ง ใน 99 ข้อความ
พลังบุญ: 148
Prince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished road
Default เรื่อง ชื่อนั้นสำคัญไฉน Cr.พระโพธิสัตว์ที่บุญน้อยที่สุด

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภพระภิกษุผู้หวังความสำเร็จโดยชื่อรูปหนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า...

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ อยู่ในเมืองตักกสิลา มีลูกศิษย์คนหนึ่งชื่อว่า ปาปกะ (นายบาป) เขาคิดว่าชื่อของเขาไม่เป็นมงคล จึงเข้าไปหาอาจารย์ และขอให้อาจารย์ตั้งชื่อให้ใหม่ อาจารย์จึงบอกให้ไปเที่ยวแสวงหาชื่อที่ตนเองชอบใจมาแล้วจะทำพิธีเปลี่ยนชื่อให้
เขาได้ออกเดินทางไปแสวงหาชื่อใหม่ จนถึงเมืองหนึ่ง เดินผ่านขบวนญาติหามศพไปป่าช้า จึงถามถึงชื่อคนตาย พวกญาติจึงบอกชื่อว่า ชีวกะ(นายบุญรอด) เขาถามว่า " ชื่อชีวกะก็ตายหรือ ? " พวกญาติจึงกล่าวว่า " จะชื่ออะไร ๆ ก็ตายทั้งนั้น ชื่อเป็นเพียงบัญญัติสำหรับเรียกกันเท่านั้น "

พอเดินเข้าไปในเมือง พบเห็นพวกนายทุนกำลังจับนางทาสีเฆี่ยนด้วยเชือกอยู่ จึงถามความนั้นทราบว่านางไม่ยอมให้ดอกเบี้ยจึงถูกลงโทษแทน ถามถึงชื่อนางทาสีนั้น ทราบว่าชื่อนางธนปาลี (นางรวย) จึงถามว่า " ชื่อรวย ยังไม่มีเงินดอกเบี้ยหรือ ? " พวกนายทุนจึงตอบว่า " จะชื่อรวยหรือจน เป็นคนยากจนได้ทั้งนั้น ชื่อเป็นเพียงบัญญัติเรียกกันเท่านั้น " เขาเริ่มรู้สึกเฉยๆ ในเรื่องชื่อยิ่งขึ้น

เขาได้เดินทางออกจากเมืองไป ในระหว่างทางพบคนหลงทางคนหนึ่ง จึงถามชื่อ ทราบว่าชื่อ ปันถกะ(นายชำนาญทาง) จึงถามว่า " ขนาดชื่อชำนาญทางยังหลงทางอยู่หรือ ? " คนหลงทางจึงตอบว่า " จะชื่อชำนาญทางหรือไม่ชำนาญทาง ก็มีโอกาสหลงทางได้เท่ากัน เพราะชื่อเป็นบัญญัติสำหรับเรียกกันเท่านั้น "

เขาจึงวางเฉยในเรื่องชื่อ เดินทางกลับไปพบอาจารย์ แล้วเล่าเรื่องที่ตนพบเห็นมาให้ฟัง และขอให้ชื่อนายบาปเช่นเดิม อาจารย์จึงกล่าวคาถานี้ว่า
" เพระเห็นคนชื่อเป็นได้ตายไป หญิงชื่อรวยกลับตกยาก
และคนชื่อว่านักเดินทางแต่กลับหลงทางอยู่ในป่า นายปาปกะจึงได้กลับมา "

...................นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า......................

ชื่อนั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญ

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Prince Sharp ในข้อความนี้
อภิญญา (28-06-19), เพิ่มบุญ (30-08-15), Rich (03-06-15)
  #9  
เก่า 02-06-15, 11:42
Member
 
วันที่สมัคร: Apr 2015
ข้อความ: 43
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 38
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 99 ครั้ง ใน 99 ข้อความ
พลังบุญ: 148
Prince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished road
Default การขอ Cr.พระโพธิสัตว์ที่บุญน้อยที่สุด

ในสมัยหนึ่งพระพุทธเจ้าประทับอยู่อัคคาฬวเจดีย์ เมืองอาฬวี ทรงปรารภกุฏิการสิกขาบทที่พวกภิกษุชาวเมืองอาฬวีพากันสร้างกุฏีเที่ยวขอชาวบ้าน จนชาวบ้านเกิดความเดือดร้อนขึ้นจึงตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลายโบราณบัณฑิต แม้พระราชาจะปวารณาไว้แล้วก็ไม่มีขอในท่ามกลางมหาชน เพราะกลัวหิริโอตตับปปะร้าวฉานออกปากขอในที่ลับเท่านั้น " แล้วได้นำอดีตนิทานมาสาธก ว่า...

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลพราหมณ์ ตระกูลหนึ่งได้บวชเป็นดาบสอยู่ในป่าแห่งหนึ่ง วันหนึ่งได้ไปที่เมืองอุตตรปัญจาลครของพระเจ้าปัญจาลราช อาศัยอยู่ในสวนหลวง พระราชาทรงเลื่อมใสจึงนิมนต์ให้อยู่ในเมืองนั้นโดยสร้างศาลาให้อยู่ที่สวนหลวง

เมื่ออย่างเข้าฤดูฝน ดาบสประสงค์จะกลับป่าบำเพ็ญเพียรในการเดินทางต้องมีร่มกันฝนและรองเท้าคู่หนึ่งจึงคิดจะทูลขอกับพระราชา วันนั้นพอพระราชาเสด็จประพาสสวนหลวงพร้อมด้วยเหล่าอำมาตย์ ก็คิดเกรงในว่า "ผู้ถูกขอ เมื่อให้สิ่งของย่อมเป็นเหมือนคนร้องไห้ ผู้ขอถ้าเขาบอกว่าไม่มีก็เหมอนคนร้องไห้เช่นกัน ดังนั้น มหาชนไม่ควรเห็นเรากับพระราชาร้องไห้ เราจะทูลขอในที่ลับ" ดาบสจึงทูลพระราชาว่า "มหาบพิตร อาตมามีเรื่องจะทูลเป็นความลับ" พระราชาจึงรับสั่งให้ทหารถอยออกไป ห่างไกลแล้วประทับคอยรับฟังอยู่ ฝ่ายดาบสกลับคิดอีกว่า "ถ้าเราทูลขอไป พระราชาไม่ประทาน ไมตรีของเราทั่งสองก็จบสิ้นเพราะฉะนั้นเราทูลขอในวันอื่นดีกว่า" จึงทูลว่า "มหาบพิตร ขอเชิญเสด็จเถิด พรุ่งนี้อาตมาจึงจะทูล" แม้ในวันอื่น ๆ ก็เป็นไปในลักษณะนี้จนเวลาผ่านไปถึง ๑๒ ปี

วันหนึ่งพระราชาทรงดำริว่า "พระคุณเจ้าบอกว่ามีความลับจะสนทนากลับไม่กล้าท่านต้องการอะไรหนอ วันนี้เราต้องรู้ให้ได้" จึงเสด็จไปที่สวนหลวงและตรัสถามดาบสว่าต้องการอะไรดาบสทูลว่า "พระองค์จักประทานหรือ " พระราชาตรัสว่า "พระคุณเจ้าต้องการอะไรบอกมาเถิดจักถวาย"
ดาบสจึงทูลว่า "มหาบพิตร อาตมาต้องการร่มและรองเท่าคู่หนึ่งใช้ในเวลาเดินทาง"
พระราชา "พระคุณเจ้า มีเท่านี้เองหรือที่ท่านไม่อาจขอได้ตั้ง ๑๒ ปี"
ดาบส "เจริญพร" พระราชา "เพราะอะไรจึงเป็นเหตุให้พระคุณเจ้าไม่กล้าเอ่ยปากขอ"
ดาบสจึงทูลว่า "มหาบพิตร ผู้ขอย่อมได้ ๒ อย่าง คือได้หรือไม่ได้เท่านั้น ผู้ถูกขอเมื่อให้สิ่งของเป็นเหมือนคนร้องไห้ผู้ขอเมื่อเขาบอกว่าไม่มี ก็เป็นเช่นคนร้องไห้ ดังนั้น มหาชนอย่าได้เห็นอาตมาและพระองค์ร้อง ไห้เลยอาตมาจึงหวังเฉพาะที่ลับเท่านั้น

พระราชาทรงเลื่อมใสยิ่งขึ้น เมื่อจะถวายสักการะมากจึงตรัสเป็นคาถาว่า
"ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ข้าพเจ้าขอถวายวัวแดงหนึ่งพันตัว พร้อมด้วยโคจ่าฝูงแก่ท่าน เพราะอารยชนได้ฟังคาถาอันประกอบด้วยธรรมของท่านแล้ว จะไม่พึงให้แก่อารยชนได้อย่างไร"
ดาบสทูลห้ามว่า "มหาบพิตร อาตมาไม่ต้องการวัตถุกามซึ่งเป็นภาระที่ต้องรับผิดชอบ ขอพระองค์ประทานเพียงร่มและรองเท้าเท่านั้นเถิด" ให้โอวาทแก่พระราชาแล้วก็ไปยังป่าบำเพ็ญเพียรตราบเท่าชีวิต

.........................................................นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ........................................ ...:

อย่าเป็นคนชอบขอ เพราะผู้ถูกขอย่อมเป็นทุกข์ใจ ผู้ขอเมื่อไม่ได้ก็เป็นทุกข์เช่นเดียวกัน

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Prince Sharp ในข้อความนี้
อภิญญา (28-06-19), เพิ่มบุญ (30-08-15), Rich (03-06-15)
  #10  
เก่า 02-06-15, 11:46
Member
 
วันที่สมัคร: Apr 2015
ข้อความ: 43
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 38
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 99 ครั้ง ใน 99 ข้อความ
พลังบุญ: 148
Prince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished roadPrince Sharp is on a distinguished road
Default นกคุ่มโพธิสัตว์ Cr.พระโพธิสัตว์ที่บุญน้อยที่สุด

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า เมื่อคราวเสด็จเที่ยวจาริกไปในมคธชนบททั้งหลาย ทรงปรารภการดับไฟป่า

เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่ง พระพุทธองค์พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ ได้ไปบิณฑบาตในหมู่บ้านชาวมคธแห่งหนึ่ง ฉันเสร็จแล้วเสด็จไปตามทาง วันนั้น เกิดไฟป่ารอบด้าน พวกภิกษุปุถุชนต่างกลัวตายจึงพากันจะดับไฟ ถูกพวกภิกษุห้ามไว้และให้อยู่ในอาการที่สงบ ไฟป่าไหม้มารอบด้าน พอใกล้เข้ามาหาพื้นที่พระพุทธองค์และหมู่สงฆ์อยู่ก็ดับไปเอง สร้างความแปลกประหลาดใจแก่ภิกษุทั้งหลาย เพื่อคลายความสงสัยของพวกภิกษุ พระพุทธองค์จึงได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีนกคุ่มผัวเมียคู่หนึ่งกำลังมีลูกน้อยตัวหนึ่ง ทุกวันนกคุ่มผัวเมียจะออกจากรังไปหาอาหารมาป้อนลูกนกอยู่เป็นประจำ

วันหนึ่ง เกิดไฟไหม้ป่ารอบข้าง นกต่างๆ รวมทั้งนกคุ่มสองผัวเมีย ได้บินออกจากรังไป เพราะกลัวตาย ปล่อยให้นกคุ่มลูกน้อยนอนผจญภัยอยู่ตามลำพัง นกคุ่มน้อยเมื่อเห็นไฟไหม้ใกล้เข้ามา จึงรำลึกถึงคุณแห่งศีลว่า
" คุณแห่งศีลมีอยู่ในโลก ความสัจ ความสะอาด และความเอ็นดู มีอยู่ในโลก
ด้วยความสัจนั้น ข้าพเจ้าจักทำสัจกิริยาอันยอดเยี่ยม ข้าพเจ้าพิจารณากำลังแห่งธรรม
ระลึกถึงพระชินเจ้าทั้งหลายในปางก่อน อาศัยกำลังสัจจะ ขอทำสัจจกิริยา "
แล้วกล่าวเป็นคาถาว่า
" ปีกของเรา มีอยู่ แต่ก็บินไม่ได้ เท้าทั้งสองของเรา มีอยู่แต่ก็เดินไม่ได้
มารดาและบิดาของเรา ออกไปหาอาหาร นี่ไฟป่า ท่านจงถอยกลับไปเสีย "
ด้วยอำนาจแห่งการทำสัจกิริยาของลูกนกคุ่มไฟป่าได้ดับลงไปหมดสิ้น


................................นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ...............................

คุณของศีลทำให้รอดพ้นภัยวิบัติได้

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Prince Sharp ในข้อความนี้
อภิญญา (28-06-19), เพิ่มบุญ (30-08-15), Rich (03-06-15)
ตอบ

Tags
พระโพธิสัตว์


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 22:20


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่