อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ตามรอยบุญพระ

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #21  
เก่า 31-08-12, 13:35
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,202
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,857
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 78,025 ครั้ง ใน 78,025 ข้อความ
พลังบุญ: 56831
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ขอร่วมมหาโมทนาบุญทุกอย่าง ถวายเป็นพุทธบูชาฯ

เมื่อครั้งพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ พระพุทธเจ้าและพระสาวกองค์สำคัญ โดยเฉพาะพระสารีบุตร ได้คำนึงว่าเมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว หากไม่มีการรวบรวมประมวลคำสอนของพระองค์ไว้ พระพุทธศาสนาก็จะสูญสิ้น ดังนั้น แม้พระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ก็ได้การริเริ่ม เป็นการนำทางไว้ให้เป็นตัวอย่างแก่คนรุ่นหลังว่า ให้มีการรวบรวมคำสอนของพระองค์ เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระพุทธศาสนา
และเมื่อพระพุทธเจ้าของเราเสด็จปรินิพพานไปแล้ว พระมหากัสสปเถระได้ทราบข่าวปรินิพพานของพระพุทธเจ้า เมื่อพระองค์ปรินิพพานแล้วได้ 7 วัน ขณะที่ท่านกำลังเดินทางอยู่ ณ เมืองปาวาลพร้อมด้วยหมู่ศิษย์จำนวนมาก เมื่อได้ทราบข่าวนั้น เหล่าศิษย์ของพระมหากัสสปะซึ่งยังเป็นปุถุชนอยู่ ได้ร้องไห้คร่ำครวญกัน ณ ที่นั้น จึงมีพระภิกษุบวชเมื่อแก่องค์หนึ่ง ชื่อว่าสุภัททะ ได้กล่าวขึ้นว่า "หยุดเถิด หยุดเถิด ท่านอย่าร่ำไรไปเลย พระสมณะ นั้นพ้น (ปรินิพพาน) แล้ว เราจะทำอะไรก็ได้ตามพอใจ ไม่ต้อง เกรงบัญชาใคร" พระมหากัสสปะได้ฟังเช่นนั้น คิดจะทำนิคคหกรรม (ทำโทษ) แต่เห็นว่ายังมิควรก่อน และดำริขึ้นว่าพระพุทธเจ้าปรินิพพานเพียง 7 วัน ก็มีผู้คิดที่จะทำให้เกิดความแปรปรวน หรือประพฤติปฏิบัติให้วิปริตไปจากพระธรรมวินัยเช่นนี้ จึงควรจะทำการสังคายนาและจะชักชวนพระเถระผู้เป็นพระอรหันต์ทั้งหลาย ซึ่งล้วนทันเห็นพระพุทธเจ้า ได้ฟังคำสอนของพระองค์มาโดยตรง เป็นผู้รู้คำสอนของพระพุทธเจ้า และได้อยู่ในหมู่สาวกที่เคยสนทนาตรวจสอบกันอยู่เสมอ รู้ว่าสิ่งใดที่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ให้มาประชุมกัน เพื่อช่วยกันแสดง ถ่ายทอด รวบรวม ประมวลคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า แล้วตกลงวางมติไว้ เพื่อให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองตั้งมั่นตราบห้าพันพระวัสสา
การทำสังคายนาพระธรรมวินัยครั้งที่ 1 จึงได้จัดขึ้นที่ถ้ำสัตบรรณคูหา เมืองราชคฤห์ ตามคำปรารภของพระมหากัสสปะเถระ โดยมีพระเจ้าอชาตศัตรูเป็นองค์อุปถัมภ์ ใช้เวลาในการสังคายนารวบรวมพระธรรมวินัยอยู่ 7 เดือนจึงแล้วเสร็จ โดยในครั้งนั้น พระมหากัสสปะเถระเป็นประธานทำสังคายนา พระอานนท์เป็นองค์วิสัชชนาแสดงพระธรรมวินัยในหมวดสุตตันตปิฎกและอภิธรรมปิฎก พระอุบาลี เป็นองค์วิสัชชนาพระวินัยปิฎก ซึ่งแนวการวางระเบียบพระธรรมวินัยในครั้งนั้นจัดเป็นรูปแบบที่เรียกว่า พระไตรปิฎก และยังคงมีการรักษาสิ่งที่ได้จัดรวบรวมในครั้งปฐมสังคายนาอยู่ในพระไตรปิฎกฉบับเถรวาทโดยไม่มีการปรับแก้มาจนปัจจุบัน
หมายเหตุ ที่มา การสังคายนาพระธรรมวินัยในศาสนาพุทธ - วิกิพีเดีย
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 5 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
  #22  
เก่า 04-09-12, 15:58
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,202
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,857
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 78,025 ครั้ง ใน 78,025 ข้อความ
พลังบุญ: 56831
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ขอร่วมมหาโมทนาบุญทุกอย่าง ถวายเป็นพุทธบูชาฯ

ในตำนานพระอุรังคธาตุ
ได้เล่าเรื่องพระมหากัสสปะ นำท้าวพระยาทั้ง ๕ สร้างพระธาตุพนม เพื่อประดิษฐานพระอุรังคธาตุ ตามพุทธประสงค์ ถวายเป็นพุทธบูชาฯ ในพุทธศักราชที่ ๘ คือหลังจากที่พระพุทธเจ้าของเราทรงเสด็จปรินิพพานไปแล้ว 8 ปี เมื่อท่านได้สร้างพระธาตุพนมเสร็จแล้ว ได้ทำการฉลองฯ และจากนั้น
"เมื่อพระมหากัสสปะกลับไปแล้ว ก็ได้เลือกสามเณรมา ๓ รูป ชื่อว่า พุทธรักขิตะ ธรรมรักขิตะ และสังฆรักขิตะ ให้อยู่ดูแลองค์พระธาตุพนม สามเณรทั้ง ๓ องค์นี้ ต่อมาภายหลังเมื่ออายุครบบวชเป็นภิกษุแล้วก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์"
และต่อจากนั้น เมื่อท้าวพระยาทั้ง ๕ กลับชาติมาเกิด พระอรหันต์ทั้ง ๓ ที่เป็นศิษย์ของพระมหากัสสปะ คือพระพุทธรักขิต พระธรรมรักขิต และพระสังฆรักขิต ซึ่งบรรพชามาตั้งแต่สามเณร ได้มาแต่เมืองราชคฤห์ ท่านได้นำท้าวพระยาทั้ง ๕ ที่ได้กลับชาติมาเกิด มาบวชเป็นสามเณร จากนั้นก็ให้ศึกษาเล่าเรียนฝึกฝนพระกรรมฐาน จนได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ทั้ง ๕ องค์ โดยลำดับ สมกับความปรารถนาที่ได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ในชาติก่อน ตอนที่เป็นท้าวพระยาทั้ง ๕ โน้น และหลังจากนั้นพระอรหันต์ทั้ง ๕ จึงได้ร่วมกันกับท้าวพระยาทั้ง ๓ ทำการบูรณพระธาตุพนมอีกครั้ง ใน พ.ศ.๕๐๐
หมายเหตุ จากบันทึกในตำนานพระอุรังคธาตุนี้ จะเห็นว่าพระมหากัสสปะทรงมอบให้พระพุทธรักขิตะ พระธรรมรักขิตะ และพระสังฆรักขิตะ อยู่ดูแลรักษาพระธาตุพนมฯ และท่านอยู่กันมาตั้งแต่ก่อน พ.ศ.๘ จวบจนท้าวพระยาทั้ง ๕ กลับชาติมาเกิด บรรพชาเป็นสามเณร จนท้าวพระยาทั้ง ๕ ท่านได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ และบูรณพระธาตุพนมใน พ.ศ.๕๐๐ ถ้านับอายุของพระพุทธรักขิตะ พระธรรมรักขิตะ และพระสังฆรักขิตะ จะเห็นได้ว่าไม่น่าจะน้อยกว่า ๔๐๐+ ปีแน่ๆครับ และคณะได้บันทึกให้พระคณะอุปฐากพระธาตุพนมชุดนี้ เป็นคณะพระครูโลกอุดรชุดแรกที่ได้รับการบันทึกไว้ ด้วยบันทึกที่เก่าแก่ที่สุดด้วยครับ
ปล.อ่านมาหลายรอบ ในรอบหลายสิบๆปี เพิ่งมาพบบันทึกที่มาแต่เดิมเรื่องพระครูโลกอุดรครับ สาธุ ด้วยบุญพระท่านเมตตาสงเคราะห์
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 4 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
ตอบ

Tags
พระครูเทพโลกอุดร, พระนิพพาน, อภิญญา, ตามรอยพระบาท


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 17:43


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่