อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ตามรอยบุญพระ

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #11  
เก่า 03-07-09, 09:58
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,131
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,848
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,950 ครั้ง ใน 77,950 ข้อความ
พลังบุญ: 56685
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ตามรอยพระบาท 9

พระบาทเสด็จ พระบาทที่เราพบเห็นและได้กราบไว้บูชาอยู่นั้น ท่านเสด็จไปมาได้นะครับ เหมือนพระบรมธาตุ,พระธาตุฯ บางที่แต่ก่อนมีรอยชัดมาก แล้วค่อยๆจางลง บางที่ไม่เคยมีรอยเลย แล้วค่อยๆมีรอยจนชัดมองเห็นเป็นรอยพระบาทได้ครับ อาจจะเกิดจากสาเหตุหลายประการครับ ในที่นี้จะขอพูดถึงการที่พระบาทได้เสด็จมาครับ พระบาทเสด็จมาชุดแรกๆที่เราได้พบก็คือพระบาทดิน ปัจจุบันก็พบหลายแห่งเหมือนกันนะครับ แต่เวลานานๆไปก็จะค่อยๆจางหายไป เรื่องนี้หาคำอธิบายยาก เป็นปัจจัตตัง ผู้ที่มีความเชื่อมั่นเลื่อมใสศรัทธาในคุณพระรัตนตรัย ก็มีสิทธิ์ที่จะได้พบปรากฏการณ์นี้ได้ครับ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ที่บุญวาสนาบารมีที่ได้สั่งสมมาด้วยนะครับ อย่างเช่นท่านที่มีพระบรมธาตุหรือพระธาตุไว้กราบไหว้บูชา ๑ก็มีความเกี่ยวเนื่องกับท่าน ๒ได้เคยถวายพระไตรปิฏก(ธรรมทาน) ๓เป็นผู้มีบุญบารมีสั่งสมมา ๔ได้อธิษฐานไว้ ๕พระสงเคราะห์ ฯลฯ ก็มีลักษณะคล้ายๆกันครับ

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 20 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (03-07-09), พรรณวดี (23-07-09), พุทธรักษา (03-07-09), ก้อนดิน (29-03-12), มณีนพรัตน์ (07-04-10), มณีโชติ (28-07-10), สุธัมมา (09-07-09), ปาริฉัตรมณี (03-07-09), นาคน้อย (31-08-09), นิมมานรดี (20-07-09), เพิ่มบุญ (09-05-14), เกียงจูแหย (21-07-11), เดชะบุญ (10-07-09), Eang (24-07-09), Gorn (24-08-09), rathanakit (21-06-10), Rich (14-01-10), rossukon (13-06-10), suwaphat (02-08-09), taynaruk (24-11-09)
  #12  
เก่า 10-07-09, 19:09
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,131
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,848
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,950 ครั้ง ใน 77,950 ข้อความ
พลังบุญ: 56685
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ตามรอยพระบาท 10


พระพุทธรูปปางประทับรอยพระบาท (แบบโบราณ) ประดิษฐานที่วิหารคตรอบองค์พระปฐมเจดีย์
อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-111-001-jpg รอยพระบาทที่ได้มาโดยบังเอิญ จากรัฐอลาสก้า สหรัฐอเมริกา
อธิษฐานบูชากันตามอัธยาศัยเลยนะครับ

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 21 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (25-07-09), พรรณวดี (23-07-09), พุทธรักษา (23-07-09), ก้อนดิน (29-03-12), มณีนพรัตน์ (07-04-10), มณีโชติ (28-07-10), สุธัมมา (24-11-09), ปาริฉัตรมณี (11-07-09), นาคน้อย (31-08-09), นิมมานรดี (20-07-09), เพิ่มบุญ (09-05-14), เกียงจูแหย (21-07-11), เดชะบุญ (12-07-09), Eang (24-07-09), Gorn (24-08-09), rathanakit (21-06-10), Rich (14-01-10), rossukon (13-06-10), Sati (23-07-09), suwaphat (02-08-09), taynaruk (24-11-09)
  #13  
เก่า 22-07-09, 17:02
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,131
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,848
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,950 ครั้ง ใน 77,950 ข้อความ
พลังบุญ: 56685
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ตามรอยพระบาท 10.1


1.วัดพระพุทธบาทสี่รอย อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เวรภารบรรพต ชื่อภูเขานี้ก็คงบ่งบอกถึงพุทธกิจที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์จักเสด็จมาตามพุทธประเพณีของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนได้ดีนะครับ ในตำนานพระอุรังคธาตุ พระพุทธเจ้าได้ตรัสกับเจ้าพระยาสุวรรณภิงคาร ความว่า"รอยพระพุทธบาทอันพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ได้ประดิษฐานซ้อนกันไว้บนภูเขาสูงนั้น เพื่อหมายเมืองในชมพูทวีปว่าเป็นมงคลตั้งแต่ปฐมกัป ด้วยเหตุว่าพระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่ได้ประทานไว้ในที่อื่น นอกจากชมพูทวีปเท่านั้น ดูก่อน พระราชบพิตรพระราชสมภาร รอยพระบาท ณ ชมพูทวีปนั้น อันมีในโยนกนครเชียงใหม่ ดอยลูกนี้มีชื่อว่าดอยผารังรุ้ง เป็นรูปสำเภางามยิ่งนักพระพุทธเจ้าทั้ง ๓ พระองค์ เสด็จไปฉันข้าวที่นั้น แล้วเหยียบซ้อนรอยยุดกัน โดยลำดับที่ก้อนหินเป็นรูปเรือสำเภานั้นทั้ง ๓ พระองค์ ตถาคตไปบิณฑบาตในเมืองแพร่ อันเป็นโบราณประเพณีบิณฑบาตแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลายมาแต่ก่อน ชาวแพร่ทั้งหลายเอาข้าวและปลาเวียนไฟ(ปลาตะเพียนหางแดง)มาใส่บาตร พระตถาคตรับเอาข้าวบิณฑบาตแล้วขึ้นไป ดอยสุเทพ ดอยไชย แล้วจึงขึ้นไปยังผารังรุ้ง เห็นปลาบ่า ปลาเวียนไฟ มีอยู่ในรอยพระบาทของพระพุทธเจ้าทั้ง ๓พระองค์ ตถาคตก็ไม่ฉันปลาอันชาวแพร่ใส่บาตรมานั้น จึงได้อธิษฐานให้ปลานั้นมีชีวิตขึ้นทุกตัวไว้ในที่นั้น ปลาทั้งหลายเหล่านั้น ยังเป็นรอยไม้**บปิ้ง(ไม้ตับย่างปลา) อยู่ทุกตัวจนตลอดสิ้นภัทรกัป คนทั้งหลายที่อยู่ในเมืองนั้น เห็นปลาเหล่านั้นก็รู้ว่าเป็นสิ่งไม่ควรทำ มีความเคารพยำเกรงไม่บริโภคปลาชื่อนั้น แม้ว่าจะได้มาด้วยเหตุใดๆ ก็ปล่อยเสียจนหมดสิ้น ตถาคตฉันข้าวแล้ว ยังมีพญานาคตัวหนึ่ง อยู่รักษาในที่นั้น ได้นำเอาน้ำมาให้ฉันแล้ว ขอเอายังรอยพระบาทไว้เพื่อเป็นที่สักการะบูชา ตถาคตจึงยำ(เหยียบ)ซ้อนรอยพระบาทลงไว้โดยลำดับ ขนาดรอยพระบาทของพระกกุสันโธ 3 วา(12 ศอก) กว้าง 1 วา(4 ศอก) รอยพระบาทพระโกนาคม ยาว 9 ศอก รอยพระบาทพระกัสสป ยาว 7 ศอก รอยของตถาคตยาว 1 วา กว้าง 2 ศอก สั้นกว่าทุกพระองค์ และพระศรีอาริยเมตไตรย ที่จักมาภายหน้านั้น จักได้เหยียบทับลงไป ณ ที่นั้นแล
อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-dscf3518%5B1%5D-jpg
ข้อสันณิฐาณ จะสังเกตุเห็นรอยพระบาทจะประทับชิดมาทางด้านซ้ายของพระบาทแต่ละรอยก่อน อันเป็นเหตุที่มาของชื่อ อ.แม่ริม? และเรื่องปลานั้นก็แสดงว่าพระทุกพระองค์ไม่ฉันปลาที่บิณทบาตได้ในเมืองแพร่เลย ทุกพระองค์ได้อธิษฐานให้ปลานั้นกลับมามีชีวิตทุกตัว และปล่อยลงในรอยพระบาท ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องเตือนให้คนในเมืองหนองหารระมัดระวังเรื่องปลาบางอย่างห้ามทาน อันจะเป็นสาเหตุให้เมืองล่มได้ตามเรื่องเมืองหนองหารที่ได้ฟังกันมาแล้วนั้น

การเดินทาง รอยพระบาทนี้พวกเราไปกันหลายครั้ง ครั้งแรกได้สร้างพระบรมธาตุเจดีย์พร้อมฉัตร(วันไปถึงท่านกำลังจะบรรจุพระบรมธาตุ,พระธาตุ,พระโพธิธาตุท่านครูบาศรีวิชัยฯพอดีครับ นอกจากนั้นก็ไปกันอีกหลายครั้ง โดยเฉพาะในวันเพ็ญเดือน 12 ปีหนึ่งได้หล่อพระทองคำ 7 องค์พร้อมฉัตรทองคำ(องค์ปฐม 1 องค์)ตอนเวลาเที่ยงคืน คืนนั้นฝนตกหนักมากแต่ก็สามารถหล่อพระได้แม้ว่ารถที่นำทองมาจะมาล่าช้า จากนั้นไปคราวต่อๆมาก็ได้ถวายปัจจัยทองคำดอกไม้ธูปเทียนทองสรงน้ำฯ สร้างพระสมเด็จองค์ปฐม,พระประธาน,พระพุทธรูป,พระอัครสาวก,ท้าวมหาราชทั้ง4,พระวิหาร,พระอุโบสถจตุรมุข,ถนน(อันนี้ตั้งใจทำมาก ทำกันหลายวาระ),ป้ายบอกทาง,ชำระหนี้สงฆ์,ทอดกฐิน,ทอดผ้าป่า,ค่าน้ำไฟ,สังฆทาน,ลอยกระทง,บวชพระเณร,ห้องสุขาฯ ร่วมทำบุญทุกอย่างกับหลวงพ่อฯ ร่วมสร้างวัดพระพุทธบาทสี่รอย ถวายเป็นพุทธบูชาฯ และร่วมโมทนาบุญทั้งหมดในพระพุทธศาสนาฯ
ในปีก่อนพวกเราได้พบรอยพระบาทในธารน้ำใกล้มณฑปครอบรอยพระบาทสี่รอยด้วยครับ ที่นี่คณะเราได้อธิษฐานประดิษฐานพระธาตุและถวายเครื่องสักการะพระศรีอาริย์ในคราวที่จักเสด็จมาประทับรอยพระบาทในพุทธันดรหน้า และในตอนนั้นคณะเราก็จะกลับมาพร้อมกันบนเขาพระพุทธบาทรังรุ้งนี้ เพื่อทำการอุปสมบทท่านศิลาเปรตด้วยกันครับ และร่วมฉลองพระบาท ๕ รอย พร้อมสวดมนต์บูชาพระสรงน้ำปิดทองโปรยดอกไม้ร่วมกันนะครับ ในครั้งนี้ได้อธิษฐานขอบารมีพระหากคณะเราท่านใดท่านหนึ่งเกิดตกอยู่ในทุคติภูมิก็ขอบารมีพระและบุญกุศลทั้งหมดนี้จงตักเตือนให้สามารถมาร่วมงานอุปสมบทนี้ได้กันทุกท่านครับ ขณะอธิษฐานมีลมพัดแรงมากเข้ามาในมณฑปขณะที่เราอธิษฐานปิดทองคำซ่อมรอยพระบาทสี่รอยที่ชำรุดอยู่ ทองคำฟุ้งกระจายขึ้นเป็นอัศจรรย์
ในคืนเพ็ญ 12 ที่ผ่านมาคณะเราได้ลอยกระทงหงส์แก้ว(กระทงนี้นับเป็นกระทงดอกไม้ที่อลังการที่สุดของคณะ) ถวายบูชาคุณพระทุกพระองค์และคุณงามความดีของทุกดวงจิตฯ หลายครั้งในเพลาถวายของก็จะกำหนดจิตแยกออกไปกราบพระและถวายฯ แต่ในขณะอธิษฐานถวายกระทงนี้ปรากฏว่ากระทงกลายเป็นนกหงส์แก้วบินขึ้นฟ้าไปสู่พระหัตถ์พระทุกพระองค์เองเลยครับ และขณะนั้นบนทองฟ้าใกล้ดวงจันทร์จะปรากฏภาพเมฆนกบินขึ้นฟ้าด้วยครับ อนึ่งในวันลอยกระทงนี้ได้ประกาศบุญกฐินมากที่สุดของคณะเลยครับ(กฐินพุทธบูชาปีนี้รวม 125,515 วัด) และก็มีนางนพมาศท่านแรกของคณะด้วยครับ(จากการเสี่ยงทาย)

หมายเหตุ ปัจจัยที่ฝากหลวงพี่ไปคราวแรกได้นำไปทอดกฐินครั้งแรกของวัดหลังจากร้างไปนาน ทอดในวันที่ 20 พย. 36 เพื่อบูรณมณฑปครอบรอยพระบาทที่สร้างมาแต่ครั้งครูบาศรีวิชัย พศ.2472 ) และที่นี่ก็ถือเป็นการเริ่มงานตามรอยพระบาทครั้งแรกของหลวงพี่ด้วยครับ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย อภิญญา : 25-07-09 เมื่อ 09:27 เหตุผล: เพิ่มรายละเอียด

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 19 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (25-07-09), พรรณวดี (23-07-09), พุทธรักษา (23-07-09), ก้อนดิน (29-03-12), มณีนพรัตน์ (07-04-10), มณีโชติ (28-07-10), สุธัมมา (24-11-09), ปาริฉัตรมณี (22-07-09), นาคน้อย (31-08-09), นิมมานรดี (24-07-09), เกียงจูแหย (21-07-11), เดชะบุญ (25-07-09), Eang (24-07-09), Gorn (24-08-09), rathanakit (21-06-10), Rich (14-01-10), rossukon (13-06-10), suwaphat (02-08-09), taynaruk (24-11-09)
  #14  
เก่า 23-07-09, 17:23
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,131
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,848
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,950 ครั้ง ใน 77,950 ข้อความ
พลังบุญ: 56685
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ตามรอยพระบาท 10.2

Name:  9T9CAOR30IPCA04RCNECABQKKH9CA88VN7NCAIH5SCGCA7T6JU8CAOH18NKCA9E2QCMCATFOCAICA3LK1Q6CAVQVJE9CA3YN.jpg
Views: 664
Size:  4.2 KB

2.รอยพระบาทที่ ๕ นัมมานที เกาะแก้วพิศดาร จ.ภูเก็ต เป็นรอยพระบาทที่ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก เป็นลำดับที่ ๕ หลายประเทศต่างก็อ้างถึงรอยพระบาทแห่งนี้ว่าอยู่ในประเทศของตน แต่หลักฐานจากกเบื้องจาร ทำให้เราทราบว่ารอยพระบาทนี้อยู่ในประเทศไทยนี่เองครับ รอยพระบาทลำดับที่ ๑.สุวรรณมาลิก(ลังกา) ๒.สุวรรณบรรพต(สระบุรี) ๓.สุมนกูฏ(ลังกา) ๔.โยนกปุระ(เชียงใหม่) ๕.นัมมานที(ภูเก็ต) จะเห็นได้ว่าพระพุทธเจ้าของเราทรงประดิษฐานรอยพระบาทตั้งแต่เหนือจรดใต้ของประเทศไทย(สุวรรณภูมิ)ทีเดียวครับ ในหนังสือพุทธสาสนสุวัณภูมิปกรณ์ โดยพระราชกวี(อ่ำ) ท่านอ่านกเบื้องจารได้ความว่า บุญมุนี อยู่ถ้ำฤาษี ผู้นำพุทธ สู่เกาะคนชาวน้ำ หมู่คนน้ำ เกาะแก้ว เข้ากราบไหว้ห้อมล้อม พุทธสอนมาก หมู่คนขอรอยตีนไว้ชายทเล พุทธเหยียบดินทำให้ใหญ่กว่า 3 เท่า เมื่อวันขึ้น 13 ค่ำ เดือนอ้าย พุทธพัสสา 22

อรรถกาปุณโรวาทสูตร เมื่อสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในกรุงสาวัตถี ได้ตรัสเรียกพระอานนท์มาสั่งว่า อานันทะ ดูก่อน อานนท์ พรุ่งนี้พวกเราจะเที่ยวบิณฑบาตที่หมู่บ้านพ่อค้าในแคว้นสุนาปรันตะ เธอจงให้สลากแก่ภิกษุ ๔๙๙ รูป เมื่อพระอานนท์รับพุทธบัญชาแล้ว จึงได้ประกาศแก่ภิกษุทั้งหลาย และในวันนั้นพระกุณฑธานเถระ(พระเถระท่านอธิษฐานไว้แต่ในอดีตจับสลากได้เป็นองค์แรกเสมอ) จับได้สลากเป็นองค์แรก ในตอนเช้าพระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ประทับเข้าผลสมาบัติ บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ของท้าวสักกะก็เกิดร้อนขึ้นมา พระองค์ทรงพิจารณาแล้วทราบว่า องค์สมเด็จพระบรมศาสดาจะเสด็จไป แคว้นสุนาปรันตะ ซึ่งเป็นระยะทางไกลมาก จึงรับสั่งให้วิษณุกรมมเทพบุตร เนรมิตเรือนยอด ๕๐๑ หลัง สำหรับพระผู้มีพระภาคเจ้ามี 4 มุข พระอัครสาวกมี 2 มุข และพระสาวกมี 1 มุข พระศาสดาทรงเข้าสู่เรือนยอด และพระสาวก ๔๙๙ รูป ต่างเข้าสู่เรือนยอด ๔๙๙ หลังตามลำดับ โดยมีเรือนยอดว่างอยู่หลังหนึ่ง เรือนยอดทั้ง ๕๐๐ หลังนั้นลอยไปในอากาศ ครั้นถึงภูเขาชื่อสัจจพันธ์ แล้วทรงหยุดเรือนยอดไว้ในอากาศ ทรงเทศน์โปรดท่านสัจจพันธ์ฤาษี จนสำเร็จพระอรหันต์แล้ว จึงได้เข้าสู่เรือนยอดที่ว่างหลังนั้น ตามเสด็จไปพร้อมกับพระภิกษุทั้งหลาย มายังหมู่บ้านพ่อค้าที่เป็นน้องชายพระปุณณะ ต่างก็ได้ถวายทานเป็นอันมากแด่พระภิกษุทั้งหลาย อันมีสมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นประธาน เมื่อพระศาสดาประทับในที่นั่น ๒-๓ วัน จึงได้เสด็จไปโปรดนัมทานาคราช และประทับรอยพระบาท ต่อจากนั้นก็เสด็จกลับไปภูเขาสัจจพันธ์ และประทับรอยพระบาทไว้ เสร็จก็เสด็จกลับพระเชตวันเลยที่เดียว
สัณนิฐาน จากข้อมูลที่พบในกเบื้องจารทำเราได้ทราบว่า รอยพระบาทนี้พระพุทธเจ้าของเราทรงประทับไว้ให้ใหญ่กว่าปกติ 3เท่า และทรงประทับเมื่อมีพระชนม์ 57 พรรษา ในพุทธพรรษาที่ 22 วันขึ้น 13 ค่ำ เดือนอ้าย ก่อนเสด็จปรินิพพาน 23 ปีหรือเมื่อ 2,575 ปีล่วงมาแล้ว การสำรวจคณะพบรอยพระบาท,พระหัตถ์เพิ่มหลายรอยในบริเวณใกล้เคียง ประวัติแต่เดิมที่ค้นคว้ามา สถานที่นี้มีพระอริยสงฆ์ธุดงค์มาบำเพ็ญสมณธรรมอยู่โดยตลอด และน่าจะเป็นรอยพระบาทที่ปรากฏชื่อในพระไตรปิฏกว่านัมมานทีจริงครับ อนึ่งในการจัดงานฉลองรอยพระบาทนี้ก็ควรจัดในวันขึ้น 15 ค่ำเดือนอ้ายของทุกปีก็จะดีมากครับ เนื่องจากเป็นวันประทานรอยพระบาทนี้พอดี
คณะเราไปที่นี่กันหลายครั้งเหมือนกันโดยอาศัยเรือจากหาดราไวย์ ได้ถวายดอกไม้ธูปเทียนทองคำสรงน้ำพระบาท,ปัจจัยทอด,กฐิน,ผ้าป่าร่วมสร้างพระพุทธรูปปางประทับรอยพระบาท,พระบรมธาตุ,มณฑปครอบรอยพระบาท,สังฆทาน,ค่าน้ำ-ไฟ,พาหนะ(เรือ)ฯ ร่วมทำบุญทุกอย่างกับหลวงพ่อฯ ร่วมสร้างวัดพระบาทเกาะแก้วพิศดาร จ.ภูเก็ต ถวายเป็นพุทธบูชาฯ และร่วมโมทนาบุญทั้งหมดในพระพุทธศาสนาฯ คณะเราได้อธิษฐานประดิษฐานพระธาตุที่นี่ด้วยนะครับ (ล่าง เป็นภาพมณฑปที่กำลังจะสร้างใหม่)

ทุกครั้งส่วนใหญ่ที่ไปจะเข้าไปไหว้รอยพระบาทอยู่ริมทะเลได้ยาก ครั้งหลังนี่ไปสบายคลื่นลมสงบสามารถเข้าไปกราบได้ ตอนบวงสรวงขอบารมีพระและบุญทั้งหมดที่ได้บำเพ็ญมา นำพาดอกไม้กระทงธูปเทียนทองฯและข้าวของอื่นๆของทุกท่านที่ได้ถวายบูชารอยพระบาทนัมมานทีนี้มาแต่ครั้งอดีตกาลที่มาไม่ถึง ขอบุญบารมีทั้งหมดนี้จงเป็นคลื่นเป็นลมพัดพาเครื่องบูชาทั้งหมดนั้นมาปรากฏถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระบาทนัมมานทีเจ้า ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด ขณะอธิษฐานเสร็จมีความรู้สึกคล้ายเห็นกระทงดอกไม้เครื่องบูชาต่างๆอยู่เต็มพื้นท่วมเกาะและท้องน้ำไกลสุดลูกหูลูกตาหาที่ว่างไม่ได้เลย การอธิษฐานครั้งนี้เพื่อสงเคราะห์บุญของผู้ประสงค์จักไหว้รอยพระบาทนี้ให้สมบูรณ์ตามเจตนารมย์ของผู้ถวายฯเป็นสำคัญ เนื่องจากพระบาทรอยนี้ปรากฏชื่ออยู่ในพระไตรปิฏก การลอยกระทงส่วนใหญ่ทั้งหมดที่มีมา ก็เพื่อบูชาพระบาทรอยนี้เป็นสำคัญ แต่เนื่องจากอยู่ไกลและก็มายาก อีกทั้งส่วนใหญ่ก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ได้แต่นึกถึงพระลอยกระทงไปตามสายน้ำ เครื่องบูชาทั้งหลายส่วนใหญ่จึงไม่สามารถมาถึงที่นี่ได้จริงๆ แต่ด้วยพุทธบารมีสงเคราะห์บุญของทุกท่านก็ได้เต็มๆในทุกครั้ง แต่คณะประสงค์จะให้สำเร็จทุกประการตามที่ทุกท่านได้อธิษฐานไว้จึงได้อธิษฐานขอบารมีพระสงเคราะห์อีกรอบครับ และไม่คิดว่าจะมีกระทงดอกไม้เครื่องบูชามากมายมหาศาลจะปรากฏขึ้นขนาดนี้ เป็นที่ปลื้มปิติและดีใจมาก หลังอธิษฐานเสร็จก็ปรากฏรอยธรรมจักรดอกไม้ขึ้นในรอยพระบาทเป็นอัศจรรย์ และได้ถวายปัจจัยร่วมบูรณพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐมปางประทับรอยพระบาท,,พระบรมธาตุ,ร่วมสร้างมณฑปใหม่ครอบรอยพระบาท,ร่วมซื้อเรือ,ถวายค่าพาหนะเดินทางไปเกาะแก้วแด่คณะสงฆ์ด้วยนะครับ กะกันว่ารอบหน้ามาใหม่ถ้าคนเรือโก่งค่าเรือ จะนั่งกระเบนมาไหว้รอยพระบาทเองเลย
(และในบันทึกเพิ่มเติมนี้ รอยพระบาทนี้ เป็น ๑ ใน ๕ รอยที่ได้รับการบันทึกไว้ในพระไตรปิฏก เป็นรอยพระบาทที่พุทธศาสนิกชนประสงค์จะมากราบไหว้บูชามากที่สุดครับ ทราบได้อย่างไรเหรอครับ ไม่ยาก นับจากกระทงที่ทุกท่านตั้งใจลอยบูชารอยพระบาทรอยนี้ ที่มีจำนวนมากที่สุดในโลกครับ สาธุ)

หมายเหตุ ปัจจัยที่ถวายให้หลวงพี่มา ครั้งแรกท่านนำมาทอดผ้าป่าสร้างพระสมเด็จองค์ปฐมปางประทับรอยพระบาทสูง 9 ศอกพร้อมฉัตรและแท่น รวมดอกไม้ธูปเทียนทองห่มผ้าสรงน้ำพระบาท,พระธาตุตลอดการเดินทางฯ ต่อจากนั้นก็ได้ถวายผ้าป่า ทำบุญทุกอย่างกับ(3)หลวงพ่อจำเนียร วัดถ้ำเสือ,(4)ทอดผ้าป่าที่จังหวัดตรัง,(5)บูรณวิหารน้ำน้อย(18พย.37),ร่วม(6)พิธีแห่ผ้าขึ้นธาตุและบูรณพระบรมธาตุเมืองนครฯ และการเดินทางของท่านในทริปนี้ถือว่าเป็นการตามรอยพระบาทครั้งที่ 2 อย่างเป็นทางการครับ (รวมเงินที่หลวงพี่บริจาคในทริปนี้ประมาณ 1 ล้านบาทเศษ)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย อภิญญา : 25-07-09 เมื่อ 09:30 เหตุผล: เพิ่มรายละเอียด

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 18 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (25-07-09), พรรณวดี (23-07-09), พุทธรักษา (23-07-09), ก้อนดิน (29-03-12), มณีนพรัตน์ (07-04-10), มณีโชติ (28-07-10), สุธัมมา (26-11-12), ปาริฉัตรมณี (23-07-09), นาคน้อย (31-08-09), นิมมานรดี (24-07-09), เกียงจูแหย (21-07-11), เดชะบุญ (25-07-09), Eang (24-07-09), Gorn (24-08-09), rathanakit (21-06-10), Rich (14-01-10), rossukon (13-06-10), suwaphat (05-10-09)
  #15  
เก่า 24-07-09, 19:21
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,131
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,848
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,950 ครั้ง ใน 77,950 ข้อความ
พลังบุญ: 56685
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ตามรอยพระบาท 10.3

อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-pusinghabdbata44k%5B1%5D-jpg

7.วัดพระบาทภูสิงห์ จ.ศรีษะเกษ เดิมชื่อพระบาทเขาน้ำพุ เป็นเทือกเขาที่สูงไม่มากประมาณ 50 เมตร มีเนื้อที่โดยรอบประมาณ 3 พันไร่ มียอดเขาสามยอด 1.ยอดเขาภูสิงห์ 2.ยอดเขาน้ำพุ 3.ยอดเขาตาโพก วันที่พบรอยพระบาท 31 ตค.2535 แต่เดิมในสมัยก่อนก็มีเรื่องเล่าขานถึงรอยพระบาทนี้ แต่ไม่มีใครรู้แน่ว่าอยู่ที่ไหน และท่านก็ว่าเป็นรอยของตาเบาะตาพรหม(รอยเท้าคนโบราณ)
สัณนิฐาน คณะเรามาที่นี่หลายครั้ง ครั้งหลังสุดก็ได้พบรอยพระบาทในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงด้วยครับ ส่วนที่วัดพระบาทภูสิงห์ก็พบรอยพระบาท,รอยพระนอนและรอยอื่นๆอีกมากครับ
คณะเราได้ทำพิธีบวงสรวงถวายดอกไม้ธูปเทียนทองสรงน้ำปัจจัยร่วมสร้างพระพุทธรูปใหญ่,มณฑปครอบรอยพระบาทฯ ร่วมทำบุญทุกอย่างกับหลวงพ่อฯ ร่วมสร้างวัดพระบาทภูสิงห์ ถวายเป็นพุทธบูชาฯ และร่วมโมทนาบุญทั้งหมดในพระพุทธศาสนาฯ ที่นี่คณะได้อธิษฐานประดิษฐานพระธาตุด้วยนะครับ
หมายเหตุ ปัจจัยที่เราถวายหลวงพี่ร่วมทำบุญทุกอย่าง ร่วมงานตามรอยพระบาท และทอดผ้าป่าสร้างพระพุทธรูป50นิ้ว,พระอัครสาวก,มณฑปครอบรอยพระบาท,ห้องสุขา 13 ห้องฯ การเดินทางในคราวนี้ของหลวงพี่นับเป็นการไหว้รอยพระบาทรอยที่ 3 ซึ่งท่านตั้งใจจะให้ครบทั้งสี่ภาคทั่วประเทศไทย และเป็นการตามรอยพระบาทอย่างเป็นทางการครั้งที่ 3 ของท่านด้วยครับ(เริ่มดำริเมื่อปี พศ.2536 และก็เริ่มตามรอยพระบาทในปีนั้นเลยครับ ท่านกะว่าจะให้ครบในปี พศ.2542)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย อภิญญา : 30-07-09 เมื่อ 11:26 เหตุผล: แก้ภาพเพิ่มรายละเอียด

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 17 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (25-07-09), พรรณวดี (25-07-09), พุทธรักษา (25-07-09), ก้อนดิน (29-03-12), มณีนพรัตน์ (07-04-10), มณีโชติ (28-07-10), สุธัมมา (26-11-12), ปาริฉัตรมณี (24-07-09), นาคน้อย (31-08-09), นิมมานรดี (24-07-09), เกียงจูแหย (21-07-11), เดชะบุญ (25-07-09), Gorn (24-08-09), rathanakit (21-06-10), Rich (14-01-10), rossukon (13-06-10), suwaphat (05-10-09)
  #16  
เก่า 03-08-09, 20:09
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,131
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,848
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,950 ครั้ง ใน 77,950 ข้อความ
พลังบุญ: 56685
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ตามรอยพระบาท 10.3 ( 2 )

Name:  AE1CADEF50OCA90AXXECA33SJBZCAKONVWRCA75KET7CAIQYUU3CA4LM3L0CA219F3GCAFA9N1GCAFDKGHJCAWWE8W4CA75H.jpg
Views: 846
Size:  2.5 KB

8.พระธาตุพนม องค์พระธาตุนี้เป็นที่สำคัญมาก คือนอกจากจะเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุของพระองค์ปัจจุบันแล้ว ยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุและที่ตั้งแห่งพระพุทธศาสนาของพระทุกพระองค์ในกัปล์นี้ด้วยครับ นอกจากนี้ยังมีความเกียวพันกับพระธาตุหลายองค์ในแถบนี้ด้วยครับ
พระอุรังคธาตุนิทาน เป็นตำนานที่กล่าวถึงประวัติการสร้างพระธาตุพนม และพระธาตุ,พระบาทฯ ในบริเวณแถบนี้ครับ ในสมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าของเราได้พิจารณาเห็นโบราณประเพณีแห่งพระพุทธเจ้าทั้งสามพระองค์ ที่เสด็จเข้าสู่ปรินิพพานแล้ว พระบรมธาตุของสามพระองค์ก็ได้เคยมาประดิษฐาน ณ ภูกำพร้า อันมีอยู่ใกล้เมืองศรีโครตบุรีนี้ จึงเสด็จออกจากพระเชตวันพร้อมพระอานนท์ เสด็จไปประทับรอยพระบาทไว้ที่โพนฉัน และเวินปลา จากนนั้นก็เสด็จมาพักประทับแรมที่ภูกำพร้า ตอนเช้าจึงได้เสด็จไปโปรดพระยาศรีโคตบูร และแจ้งถึงพุทธกิจแห่งพระองค์ และทรงตรัสพยากรณ์ว่า ดูก่อนอานนท์ พระยาศรีโครบูรองค์นี้ จะจุติไปเกิดในเมืองสาเกตุนคร(ร้อยเอ็ด)มีนามว่า สุริยกุมาร เมืองศรีโคตรบูรนี้จะย้ายไปตั้งที่ป่าไม้รวก มรุกขนคร จุติจากชาตินั้นแล้ว จะได้มาเกิดเป็น พระยาสุมิตธรรมวงศา ครองมรุกขนครแล้ว จะได้ปฏิสังขรณ์พระอุรังคธาตุตถาคตที่ได้ประดิษฐานไว้ที่ภูกำพร้านี้ ต่อจากนั้นพระองค์ทรงเสด็จไปประทับรอยพระบาทไว้ที่หนองหารหลวง(พระบาทสี่รอย พระธาตุเชิงชุม) แล้วได้เสด็จไปประทับที่ดอยแท่น(พระธาตุภูเพ็ก) พระมหากัสสปมาเฝ้าตามพุทธประสงค์ พระองค์ตรัสให้พระมหากัสสปะนำพระอุรังคธาตุมาประดิษฐานไว้ ณ ภูกำพร้า หลังจากที่พระองค์ทรงปรินิพพานแล้ว

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 17 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (06-08-09), พรรณวดี (04-08-09), พุทธรักษา (09-08-09), ก้อนดิน (29-03-12), มณีนพรัตน์ (07-04-10), มณีโชติ (28-07-10), สุธัมมา (26-11-12), ปาริฉัตรมณี (04-08-09), นาคน้อย (31-08-09), นิมมานรดี (03-08-09), เกียงจูแหย (21-07-11), เดชะบุญ (04-08-09), Gorn (24-08-09), rathanakit (21-06-10), Rich (14-01-10), rossukon (13-06-10), suwaphat (05-10-09)
  #17  
เก่า 03-08-09, 20:51
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,131
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,848
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,950 ครั้ง ใน 77,950 ข้อความ
พลังบุญ: 56685
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ตามรอยพระบาท 10.3 ( 2.1 )

อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-73119310fe0%5B1%5D-jpg

ในคราวถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระอุรังคธาตุ ที่ห่อหุ้มด้วยผ้ากัมพลก็เสด็จปาฏิหาริย์ลอยลงบนฝ่ามือพระมหากัสสปะ ครั้งนั้นท้าวพระยาทั้งหลายอันมี พระยาจุลณีพรหมทัต พระยาอินทปัฐนคร พระยาสุวรรณภิงคาร พระยาคำแดง และพระยานันทเสน พ.ศ.8 เมื่อพระเถระพร้อมพระอรหันต์ 500 รูป มาถึงก็ได้แนะนำท้าวพระยาทั้ง 5 ให้รู้จักกัน และเริ่มก่ออุโมงค์บบรจุพระบรมธาตุ เมื่อเสร็จแล้วจึงทำการประทักษิณาวัตร พระยาทั้ง 5 อธิษฐานขอออกบวชในพระพุทธศาสนาและให้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ในอนาคตกาลนั้นเทอญฯ เมื่อพระมหากัสสปะกลับแล้วก็ได้เลือกสามเณรสามรูป คือพุทธรักขิตะ ธรรมรักขิตะ สังฆรักขิตะ อยู่ดูแลรักษาองค์พระธาตุ ครั้นพออายุครบบวช บวชแล้วก็ได้เป็นพระอรหันต์ทั้ง 3 องค์
กาลเวลาผ่านไป 1.พระยาสุวรรณภิงคาร (หนองหารหลวง) กลับชาติมาเกิดเป็น มหารัตนกุมาร (อินทปัฐนคร) 2.พระยาคำแดง (หนองหารน้อย) กลับชาติมาเกิดเป็น จุลรัตนกุมาร (อินทปัฐนคร) เป็นน้องชายของมหารัตนกุมาร (สองท่านนี้จุติมาร่วมบิดามารดาเดียวกันอีก)
เมื่อจุลรัตนกุมาร กำเนิดขึ้นได้หนึ่งปี 3.พระยาจุลณีพรหมทัต และ4.พระยาอินทปัฐนคร จุติพร้อมกันเป็นลูกฝาแฝด มีชื่อว่า มหาสุวรรณปราสาท และจุลสุวรรณปราสาท ส่วน5.พระยานันทเสน(ศรีโคตบูร) กลับชาติมาเกิดเป็นพระโอรสนามว่า เจ้าสังขวิชชากุมาร (ประสูติได้ 7 วันพระมารดาก็เสด็จสวรรคต ส่วนพระบิดาก็คือพระยาสุริยวงศา เจ้าเมืองศรีโคตบูร ในสมัยที่พระพุทธเจ้าของเราได้เสด็จมาที่ภูกำพร้า ต่อมาท่านมาเกิดเป็นพระราชโอรสในเมืองมรุกขนคร มีชื่อว่า พระยาสุมิตวงศา และได้บูรณพระธาตุพนมเป็นครั้งแรกตามพุทธพยากรณ์)
ต่อมาพระพุทธรักขิต พระธรรมรักขิตะ พระสังฆรักขิตะ ได้นำกุมารทั้งห้าออกบวชและได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ตามที่ได้อธิษฐานไว้ตอนสร้างพระธาตุพนมครับ
ปล.ภาพจำลองอุโมงค์บรรจุพระอุรังคธาตุในสมัยแรก

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย อภิญญา : 03-08-09 เมื่อ 21:10 เหตุผล: เพิ่มรายละเอียด

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 17 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (06-08-09), พรรณวดี (04-08-09), พุทธรักษา (09-08-09), ก้อนดิน (29-03-12), มณีนพรัตน์ (07-04-10), มณีโชติ (28-07-10), สุธัมมา (26-11-12), ปาริฉัตรมณี (04-08-09), นาคน้อย (31-08-09), นิมมานรดี (03-08-09), เกียงจูแหย (21-07-11), เดชะบุญ (04-08-09), Gorn (24-08-09), rathanakit (21-06-10), Rich (14-01-10), rossukon (13-06-10), suwaphat (05-10-09)
  #18  
เก่า 04-08-09, 13:43
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,131
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,848
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,950 ครั้ง ใน 77,950 ข้อความ
พลังบุญ: 56685
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ตามรอยพระบาท 10.3 ( 2.2 )


ในการบูรณพระธาตุพนมครั้งที่ 1 พ.ศ.500 ได้มีการบรรจุพระอุรังคธาตุใหม่ โดยพระเถระทั้ง 5 รูป(ที่กล่าวมาแล้ว) และพระยาทั้ง 3 คือ 1.พระยาสุมิตธรรมวงศา 2.พระยาปุตตจุลณีพรหมทัต 3.พระยาอินทปัฐนคร
ในการนี้พระยาสุมิตธรรมวงศา ได้ตั้งความปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า และให้ได้เสวยราชสมบัติทุกพระนคร ให้ได้ทำนุบำรุงพระศาสนาจนครบ 5,000 ปี ส่วนผู้ติดตามต่างก็ตั้งความปรารถนาตำติด ตามท่านต่อไป
ข้อสันณิฐาน พระธาตุพนม ประดิษฐานอยู่ ณ ภูกำพร้า(ลักษณะเป็นเนิน) อาจเป็นไปได้ว่าหลังที่พระโพธิสัตว์ทั้ง 5 พระองค์ได้พรัดพรากจากมารดาแล้ว ได้พากันมาอยู่ที่นี่ จึงได้ชื่อว่า ภูกำพร้า
ในตอนที่พรัดพรากจากอกแม่ จึงมีนิมิตที่ท่านทรงประทานพระอุรังคธาตุ(ส่วนหน้าอก) ประดิษฐานไว้ที่ภูกำพร้านี้ครับ ความเกี่ยวกันของพระธาตุพนมกับเลข 8 พระมหากัสสปะนำพระอุรังคธาตุมา 8 องค์ สร้างเมื่อ พ.ศ.8 บรรจุในผอบ 8 ชั้น การต่อเติมในแต่ละครั้งก็ 8 ศอกหรือ 8 วา ฯ ในบรรดาองค์พระธาตุทั้งหมด พระธาตุพนมนี้มีประวัติความเกี่ยวพันกับพระธาตุ,พระบาทมากที่สุดครับ เพราะนอกจากตำนานพระอุรังคธาตุแล้วยังมีสถานที่อีกหลายแห่งทั่วสารทิศซึ่งพุทธศาสนิกชนในหลายๆเมืองต่างก็มุ่งมาร่วมสร้างพระธาตุพนมในเพลานั้น ที่ทันและไม่ทันเป็นจำนวนมาก ได้ทิ้งร่องรอยและตำนานต่างๆไว้เป็นอันมากในการเดินทางในครั้งนั้นครับ
หมายเหตุ หลวงพี่และคณะตามรอยพระบาทได้บวงสรวงบูชาพระย้อนอดีต ในวันที่ 20 พค. 2538 (แรม 8 ค่ำ) ได้ถวายปัจจัยร่วมบูรณพระธาตุพนมเป็นจำนวนเงินรวม 140,880 บาท นับเป็นครั้งแรกที่ท่านเดินทางมาในงานตามรอยพระบาท (เดินทางต่อมาจากพระบาทภูสิงห์) และถือเป็นวัดลำดับที่ 8 ในการตามรอยพระบาทของหลวงพี่อย่างเป็นทางการด้วยครับ (บันทึกเพิ่มเติม 28/08/2552 ดูวันและเดือนที่บันทึกด้วยนะครับ บังเอิญอีกเหมือนกัน)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย อภิญญา : 28-08-09 เมื่อ 10:08 เหตุผล: เพิ่มรายละเอียดวัดลำดับที่ 8 ของการตามรอยพระบาทของหลวงพี่ฯ

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 15 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (06-08-09), พรรณวดี (04-08-09), พุทธรักษา (09-08-09), ก้อนดิน (29-03-12), มณีนพรัตน์ (07-04-10), มณีโชติ (28-07-10), ปาริฉัตรมณี (04-08-09), นาคน้อย (31-08-09), นิมมานรดี (04-08-09), เดชะบุญ (04-08-09), Gorn (24-08-09), rathanakit (21-06-10), Rich (14-01-10), rossukon (13-06-10), suwaphat (05-10-09)
เก่า 26-08-09, 23:55
Gorn
ข้อความนี้ถูกลบโดย Gorn.
  #19  
เก่า 27-08-09, 00:04
Gorn
Guest
 
ข้อความ: n/a
Default วัดพระบาทธาตุเชิงชุม จ.สกลนคร

อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-dscf7316-jpg

9.วัดพระบาทธาตุเชิงชุมนี้เป็นสถานที่สำคัญอีกที่หนึ่ง ที่ทางคณะพระธาตุแก้วมณีโชติได้มาร่วมกัน ตามรอยพระ สักการะบูชา พระบาทธาตุ แลอธิฐานไว้ซึ่งพระธาตุ มีประวัติความเป็นมาดังนี้



อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-dscf7325-jpg อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-dscf7323-jpg

"ตามตำนานอุรังคนิทานนั้นกล่าวว่า เมื่อพระพุทธองค์เสด็จลงมาโปรดสัตว์ผ่านมาในดินแดนลุ่มแม่น้ำโขง ได้ทรงเด็จมาโปรดพระเจ้าสุวรรณภิงคาระ กษัตริย์ผู้ครองเมืองหนองหาน ครั้งนั้นพระศาสดาได้ประทับรอยพระบาทที่ภูเขาน้ำลอดเชิงชุม รวมไว้กับพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าในอดีตอีก 3 พระองค์ คือ พระกกุสันธะ พระโกนาคมะ และพระกัสสปะ พร้อมทั้งแสดงปาฏิหาริย์ให้มีดวงมณีรัตน์มีรัศมีพวยพุ่งออกจากพระโอษฐ์พร้อมกันสามดวง เป็นที่ศรัทธายิ่งแก่พระเจ้าสุวรรณภิงคาระ พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่อันอุดมประเสริฐที่พระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์จะได้มาประชุมรอยพระพุทธบาทไว้เพื่อเป็นที่สักการะแก่เทวดา และมนุษย์ทั้งหลายพระเจ้าสุวรรณภิงคาระได้เห็นได้ฟังดังนั้น ก็บังเกิดความปิติโสมนัสและได้ถอดมงกุฏทองคำที่พระองค์ได้องค์ได้สวมลง เพื่อบูชารอยพระพุทธบาทนั้น แล้วทรงให้สร้างเจดีย์ครอบไว้อันเป็นที่มาของพระธาตุเชิงชุมแต่นั้นมา สถานที่แห่งนี้ก็จะเป็นที่ประทับรอยพระพุทธบาทของพระศรีอริยาเมตตรัยซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าองค์สุดท้ายในภัทรกัลป์ด้วยเช่นกัน"


อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-dscf7314-jpg

ในบริเวณใกล้ ๆ กันนั้นจะมีบ่อน้ำทิพย์อัน ซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า "ภูน้ำลอด" เป็นบ่อน้ำทิพย์ที่มีพร้อมกับพระธาตุเชิงชุม เดิมมีน้ำผุดขึ้นมาเนื่องจากเป็นปลายทางของลำธารใต้ดินซึ่งไหลมาจากเทือกเขาภูพาน ผ่านศูนย์ราชการทางทิศเหนือ ผ่านใจกลางเมืองข้างวัดเหนือ แล้วมาผุดที่วัดพระธาตุเชิงชุม เรียกว่า "ภูน้ำลอด" แล้วไหลผ่านไปที่สระพังทอง (สวนสมเด็จ) ในอดีตประชาชนจะนำน้ำนี้ไปใช้ทำน้ำมนต์เพือใช้พิธีกรรมต่าง ๆ และได้มีการบูรณะไว้ให้คู่กับพระธาตุเชิงชุมสืบต่อมา

อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-dscf7322-jpg
ภายในพระวิหารวัดพระธาตุเชิงชุม ยังเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระแสน พระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะเชียงแสนอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองและศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดสกลนคร

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย อภิญญา : 28-08-09 เมื่อ 09:56 เหตุผล: เพิ่มลำดับวัด

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 16 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ ในข้อความนี้
Apinya (27-08-09), พรรณวดี (27-08-09), พุทธรักษา (27-08-09), ก้อนดิน (29-03-12), มณีนพรัตน์ (07-04-10), มณีโชติ (28-07-10), อภิญญา (27-08-09), ปาริฉัตรมณี (28-08-09), นาคน้อย (31-08-09), นิมมานรดี (27-08-09), เกียงจูแหย (21-07-11), เดชะบุญ (04-09-09), rathanakit (21-06-10), Rich (14-01-10), rossukon (13-06-10), suwaphat (05-10-09)
  #20  
เก่า 27-08-09, 21:59
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,131
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,848
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,950 ครั้ง ใน 77,950 ข้อความ
พลังบุญ: 56685
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile เรื่องพระธาตุเชิงชุม 10.3 ( 3 )

อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-dscf7316-jpg
ข้อสัณนิฐาน ตามตำนานพระอุรังคธาตุ แสดงว่าพระพุทธเจ้าของเราทรงประทับรอยพระบาทสี่รอยก่อน แล้วจึงเสด็จมาประทับที่พระธาตุเชิงชุมในคราวหลัง และเมื่อสิ้นอายุพระศาสนาพระองค์ปัจจุบัน น้ำก็จะท่วมในบริเวณนี้ทั้งหมด(หนองหารหลวง+หนองหารน้อย) ผู้คนก็จะอพยพไปอยู่ริมฝั่งน้ำ เฝ้ารอท่าพระศรีอาริย์เสด็จมาฯ จากบันทึกในตำนานพระอุรังคธาตุแสดงว่า แม้จะสิ้นพระศาสนาขององค์ปัจจุบันไปแล้ว ก็ยังมีผู้ที่เฝ้ารอพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปเสด็จมาที่นี่ตามพุทธประเพณีอีกครับ รอยพระบาทสี่รอยที่แม่ริม เป็นรอยเบื้องขวา ประทับชิดไปทางด้านซ้าย ส่วนที่พระธาตุเชิงชุม ดูจากรอยจำลอง ก็เป็นข้างขวาแต่ประทับซ้อนรอยลงไปตรงกลางครับ
หมายเหตุ ในครั้งนี้หลวงพี่ฯ ท่านได้ทอดผ้าป่า สมทบทุนสร้างศาลาที่สร้างค้างอยู่ เป็นจำนวนเงินรวม 114,480 บาท คณะเราก็ได้ร่วมถวายปัจจัยไปในการณ์นี้ด้วยครับ นอกจากนี้พวกเรายังไปร่วมทำบุญที่วัดกันหลายครั้ง โดยเฉพาะตอนบูรณองค์พระธาตุเชิงชุมที่ผ่านมา

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย อภิญญา : 27-08-09 เมื่อ 22:01 เหตุผล: เพิ่มรายละเอียด

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 16 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (27-08-09), พรรณวดี (28-08-09), พุทธรักษา (28-08-09), ก้อนดิน (29-03-12), มณีนพรัตน์ (07-04-10), มณีโชติ (28-07-10), ปาริฉัตรมณี (28-08-09), นาคน้อย (31-08-09), นิมมานรดี (27-08-09), เกียงจูแหย (21-07-11), เดชะบุญ (04-09-09), Gorn (31-08-09), rathanakit (21-06-10), Rich (14-01-10), rossukon (13-06-10), suwaphat (05-10-09)
ตอบ

Tags
บุญญฤทธิ์, พระนิพพาน, อภิญญา, อภิญญาธรรม, อภิญญาทาน, ตามรอยพระบาท


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 03:35


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่