อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ตามรอยบุญพระ

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #21  
เก่า 31-08-09, 12:46
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,180
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,855
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 78,006 ครั้ง ใน 78,006 ข้อความ
พลังบุญ: 56790
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ประกาศเรื่องตามรอยพระบาท (31/08/52)

Name:  kingayuthaya22[1].jpg
Views: 1968
Size:  16.1 KB
ทางคณะฯได้ศึกษาประวัติและการตามรอยพระบาทในสมัยพระเจ้าทรงธรรม แห่งราชวงศ์สุโขทัยพบว่าในรัชสมัยของท่านได้มีพระราชโองการให้หัวเมืองต่างๆในพระราชอาณาจักร ตามหารอยพระบาทสุวรรณบรรพตซึ่งในครั้งนั้น และนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ที่มีการสำรวจรอยพระบาทครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยพร้อมกัน และมีการพบรอยพระบาทเป็นจำนวนมากจนได้จัดทำเป็นลายแทงขึ้นมา ซึ่งลายแทงรอยพระบาทในสถานที่ต่างๆที่ได้พบและได้จัดทำขึ้นในครั้งนี้ นับเป็นเอกสารการตามรอยพระบาทในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกด้วยครับ ขอร่วมถวายพระนามเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่าน บันทึกไว้ในประวัติการตามรอยพระบาทว่าพระองค์ทรงเป็น "พระบิดาแห่งการตามรอยพระบาทไทย"
พร้อมกันนี้ในมหามงคลสมัย ทางคณะฯขอร่วมเฉลิมพระเกียรติถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ที่ท่านทรงทศพิราชธรรม และทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรม
ทรงอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา อันเป็นเหตุให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในรัชสมัยของท่านนี้ในการตามรอยพระบาท ได้สำรวจพบพระบรมธาตุ,รอยพระพุทธบาทและของสำคัญอื่นๆของพระฯ มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของพระศาสนาและของโลกครับ สมเป็น"พระภัทรมหาราช" พวกเราคณะพระธาตุแก้วมณีโชติ ขออาราธนาบารมีพระทุกพระองค์ขอน้อมถวายบุญกุศลทั้งหมดที่ได้บำเพ็ญมาถวายพระองค์ท่าน พระภัทรโพธิสัตว์มหาราชเจ้า ขอให้พระองค์ทรงพระเกษมสำราญมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน ได้สำเร็จเป็นพระโปรดโลกตามพระราชประสงค์จงทุกประการเทอญฯ
และทางคณะก็ขอกราบร่วมโมทนาบุญทุกอย่างกับหลวงพ่อและหลวงพี่ ที่ได้ช่วยกันจรรโลงพระพุทธศาสนาให้เจริญยั่งยืนตลอดกาลนาน และได้ออกติดตามรอยพระบาทรักษาสมบัติของพระและที่หลวงพ่อให้ไว้ ทำให้ได้พบพระบรมธาตุและรอยพระบาทฯเป็นจำวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์พระศาสนาและในโลก พร้อมทั้งทำให้เหล่าพุทธศาสนิกชนได้เกิดการตื่นตัวในการศึกษาและรักษาสมบัติของพระและของพระศาสนาให้สืบต่อไปและเกิดประโยชน์อื่นตามมาอีกมากมายจนยากที่จะบรรยายได้ กอปรกับหลวงพี่เป็นพระสงฆ์รูปเดียวที่ได้เดินทางไปถึง,ไปพบที่ร้างหายไปและพบที่ใหม่ๆของพระบรมธาตุ,รอยพระบาทมากที่สุดในโลกในยุคปัจจุบันนี้เลยครับ ทางคณะฯจึงขอให้วันที่ 29 พฤษภาคมของทุกปี อันเป็นวันคล้ายวันเกิดหลวงพี่ เป็นวันทำบุญนึกถึงการประกาศและประดิษฐานพระศาสนาของพระและตามรอยพระบาทของหลวงพี่เป็นวันตามรอยพระบาทสากลครับ
หมายเหตุ ที่เราค้นพบข้อมูล บันทึกแรกที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลกในการตามรอยพระบาท ก็คือบันทึกที่มหาเสลอาราม ในศรีลังกา อันเป็นที่มาของตำนานพระเจ้าเลียบโลกครับ บันทึกที่ 2 ก็คือตำนานพระอุรังคธาตุ ของพระธาตุพนมครับ (ไทย - ลาว) บันทึกที่ 3 หนังสือบันทึกการเดินทางของพระถังซำจั๋ง (จีน) บันทึกที่ 4 ก็คือหนังตามรอยพระบาทของหลวงพี่ชัยวัฒน์ ในยุคปัจจุบันนี้ครับ (ไทย)

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 20 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (31-08-09), พรรณวดี (01-09-09), พุทธรักษา (31-08-09), ก้อนดิน (29-03-12), มณีนพรัตน์ (02-04-10), มณีโชติ (28-07-10), สุธัมมา (24-11-09), ปาริฉัตรมณี (31-08-09), นาคน้อย (31-08-09), นิมมานรดี (31-08-09), เดชะบุญ (04-09-09), FaRuXue (23-05-10), Gorn (31-08-09), leklek (20-09-09), meesuk (08-03-10), Nuts (04-03-10), rathanakit (21-06-10), Rich (14-01-10), rossukon (13-06-10), suwaphat (05-10-09)
  #22  
เก่า 02-09-09, 19:50
Gorn
Guest
 
ข้อความ: n/a
Default พระท่านเมตตา

อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-2004_1025image0176-jpg อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-2004_1025image0177-jpg
มีครั้งหนึ่งได้มีโอกาสตามรอยพระบาทแถวอีสาน ได้เจอพระพุทธบาทคู่หนึ่ง ซึ่ง พระท่านได้เหยียบไว้ ใกล้ ๆ กัน รอยหนึ่งเหยียบไว้บนลานหิน(ภาพซ้าย) อีกรอยหนึ่งเหยียบไว้บนก้อนหิน(ภาพขวา) ซึ่งสามารถยกกลับบ้านได้ ในครานั้นหัวหน้าคณะท่านก็ได้อธิบายว่า "พระท่านรู้ว่าเราจะมา ท่านเหยียบไว้ รอสงเคราะห์พวกเราโดยเฉพาะ" ฟังแล้วปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง (ในที่นี้ไม่รู้ว่าจะนำตำนานบทไหนมากล่าวอ้างอิง คงนึกถึงแต่พระมหากรุณธิคุณอันประมาณมิได้เท่านั้น)
ปล.รอยพระบาทที่คณะเราพบระหว่างเดินทางไปทริปอุบล-โขงเจียม ในขณะที่เดินทางมุ่งขึ้นไปทางเหนือแถว อ.นาจะหลวย เมื่อหลายปีที่ผ่านมาแล้วเป็นการพบโดยบังเอิญ ในบริเวณดังกล่าวมีรอยพระบาทหลายรอยแต่ไม่ค่อยชัด พวกเราพากันสำรวจ บวงสรวงบูชาพระและรอยพระบาทที่พบ ท่านเล่าว่ารอยพระบาทที่เราพบนี้เป็นรอยพระบาทที่พระท่านสงเคราะห์คณะเราโดยเฉพาะโดยทรงมาประทับไว้รอก่อน พวกเราทุกคนพากันดีใจมากไม่สงสัยในพุทธบารมี ตั้งใจอธิษฐานกันอย่างเต็มกำลัง

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 20 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ ในข้อความนี้
Apinya (03-09-09), พรรณวดี (02-09-09), พุทธรักษา (12-09-09), ก้อนดิน (29-03-12), มณีนพรัตน์ (02-04-10), มณีโชติ (28-07-10), สุธัมมา (24-11-09), อภิญญา (02-09-09), ปาริฉัตรมณี (21-09-09), นาคน้อย (12-09-09), นิมมานรดี (04-09-09), เดชะบุญ (04-09-09), FaRuXue (23-05-10), leklek (20-09-09), meesuk (08-03-10), Nuts (04-03-10), rathanakit (21-06-10), Rich (14-01-10), rossukon (13-06-10), suwaphat (05-10-09)
  #23  
เก่า 12-09-09, 11:48
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,180
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,855
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 78,006 ครั้ง ใน 78,006 ข้อความ
พลังบุญ: 56790
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ตามรอยหลวงพี่ 10.4 ( 1 )

อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-a455474%5B1%5D-jpg
10.วัดพระพุทธฉาย อ.เมือง จ.สระบุรี คณะตามรอยพระบาทของท่านได้จัดงานสมโภชรอยพระบาทที่ได้ค้นพบครบ 1 ปี ในการจัดงานมีการแต่งกายย้อนยุคสมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม สำหรับสถานที่นี้นอกจากจะมีพระพุทธฉายเป็นสำคัญแล้ว ยังได้พบรอยพระบาทเมื่อครั้งบูรณมณฑปครอบรอยพระบาท ในเดือนสิงหาคม 2537 ซึ่งก็ไปตรงกับคำพูของคนโบราณว่า"พระบาทซ้าย พระฉายขวาพอดีครับ
ประวัติพระพุทธฉาย ในขณะที่พระศาสดาทรงประทับที่บุพพาราม ในกรุงสาวัตถีนั้น มีพราหมณ์ท่านหนึ่งได้อกบวชคือพระปิณโฑล พระศาสดาทรงได้มอบให้พระโมคคัลลาน์เป็นผู้ฝึกสอน แล้วพระมหาเถระก็พาพระปิณโฑล ไปสู่สถานอันวิเวกต่างๆหลายแห่ง แต่พระปิณโฑลก็หาได้สำเร็จฌาณและมรรคผลตามที่ประสงค์ไม่ อยู่มาวันหนึ่งพระโมคคัลลาน์จึงได้พิจารณาชะรอยว่าอุปนิสัยของเธอนั้น จะนิยมชอบปัจจันตชนบทจึงได้พาพระปิณโฑลนั้นสู่สุวรรณภูมิประเทศ โดยเหาะมาถึงภูเขาฆาฏกะ พระปิณโฑลบำเพ็ญเพียรไม่นานก็สำเร็จเป็นพระอรหันต์ พระโมคคัลลาน์จึงได้กราบทูลพระพุทธเจ้าให้ทรงเสด็จโปรดนายพรานฆาฏกะ พระองค์เสด็จโดยลำพังและมาขอพักที่บ้านนายพรานฆาฏกะ แต่นายพรานไม่ให้และบอกว่าวันก่อนก็มี 2 คนเหมือนท่านมาขอพักทำเอานอนไม่หลับ ถ้าท่านประสงค์จะพักก็ไปพักที่เชิงเขาก็แล้วกัน พระองค์ประสงค์จะให้นายพรายละพยศจึงบรรดาลให้ฝนตกหนักติดกัน 3 วัน น้ำได้พัดพาข้าวของชาบ้านมายังเชิงเขาที่พระองค์ประทับ ทุกคนต่างแปลกใจเมื่อเห็นเงื้อมผายื่นออกมา คล้ายพังพานพญานาคแผ่กันฝน แต่ก็ยังคิดชั่วร้ายคิดว่าพระองค์ทำให้เกิดความวิปริตผิดเพียน จึงพากันขับไล่ออกจากหมู่บ้านไป แต่พระองค์ก็ขอต่อรองอยู่ต่ออีก 1 ราตรี ในราตรีนั้นพระองค์ก็อธิษฐานให้หมู่เทพยุดาทั้งหลายได้มาเข้าเฝ้า ยังบริเวณภูเขาฆาฏกะให้มีแสงสว่างไสวไปทั่ว ในคืนนั้นพรานและชาวบ้านทั้งหลายก็มีความหวาดกลัวนึกว่ามีไฟป่าต่างก็เตรียมของที่จะหลบหนี ครั้นรุ่งสว่างจึงพากันเข้าเฝ้าพระองค์ทูลถามเรื่องที่เกิดขึ้น พระองค์ก็ทรงเล่าให้ฟังถึงเรื่องเหล่าเทพยุดาพากันมาเข้าเฝ้าทำให้เกิดแสงสว่างไปทั่วภูเขา
นายพรานและชาวบ้านได้ยินดังนั้นก็พากันสรรเสริญในความยิ่งใหญ่ของพระผู้มีพระภาคเจ้า พากันทูลถามถึงเรื่องราวความเป็นมาของพระองค์ ทรงตรัสตอบและแสดงเรื่องโทษการปาณาติบาติฯ
"สัพเพ ตะสันติ ทัณฑัสสะ สัพเพสัง ชีวิตัง ปิยัง อัตตานัง อุปะมัง กัตวา นะ หะเนยยัง นะฆาฏะเย" "สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงย่อมสะดุ้งกลัว ต่ออาชญา ชีวิตย่อมเป็นที่รักของสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้น บุคคลทำตนให้เป็นอุปาดังนี้แล้ว ไม่ควรเบียดเบียนและไม่ควรฆ่า" นายพรานได้ทูลขออุปสมบท ท่านบวชและบำเพ็ญเพียรไม่นานก็บรรลุอรหัตผล และได้เปล่งอุทานวาจาดังนี้
แต่ก่อนนี้เราเข้าใจผิดมานาน ได้กระทำการฆ่าสัตว์เสียเป็นอันมาก บัดนี้เรารู้พระสัทธรรมแล้ว เราไม่กระทำเช่นนั้นอีกต่อไป เราได้หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวงแล้ว เราอยู่เป็นสุขสบายดีหนอ" กล่าวดังนี้แล้ว จึงได้เสวยวิมุตติสุขในสมาบัติ 3 วัน ก่อนพระพุทธเจ้าเสด็จกลับทรงแสดงพระฉายไว้ เมื่อพระองค์เสด็จถึงวิหารบุพพารามแล้ว ได้ทรงสดับว่าพระภิกษุทั้งหลายพากันสนทนาเรื่องพระฆาฏกะว่า ได้เคยกระทำบาปหยาบช้ายากที่จะหนี่บาปพ้นได้ พระบรมศาสดาจึงได้ประทานพุทธฎีกาว่า "ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย พระฆาฏกะแม้จะได้ทำบาปกรรมเพราะความเขลาในตอนต้น แต่ภายหลังได้ทำกุศลจนได้เป็นพระอรหันต์ จัดได้ว่าเป็นผู้พ้นจากความเกิดแก่เจ็บตายแล้ว" แล้วทรงตรัสเป็นพุทธภาษิตว่า บุคคลใดทำกรรมเป็นบาปไว้ แล้วละเสียได้ด้วยกุศล บุคคลนั้นย่อมยังโลกนี้ ให้สว่างดุจพระจันทร์ ที่แย้มออกจากกลีบเมฆ ยังโลกให้สว่างฉะนั้น"
อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-srb-prachai6%5B1%5D-gif

ข้อสัณนิฐาน ภูเขาอันเป็นที่ประดิษฐานพระฉายนี้ มีลักษณะเป็นด้านบนภูเขาเป็นรูปช้างหมอบ และภูเขาด้านหน้าอันเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ในกัปล์นี้เสด็จมาประดิษฐานพระศาสนา คือนอกจากจะมีพระฉายพระเจ้า 4 พระองค์ อันมีอยู่แห่งเดียวในโลกในที่ค้นพบในขณะนี้ ยังเป็นสถานที่บรรทมของพระพุทธเจ้าอันล่วงมาแล้วถึง 4 พระองค์ นอกจากรอยพระบาทที่พบแล้วนี้ ยังได้พบรอยพระบาทอีกหลายรอยด้านนอกมณฑป พร้อมทั้งรอยพระนั่ง และรอยอื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันภูเขาอันเป็นที่ประดิษฐานแห่งพระฉายเจ้านี้ กำลังเปลี่ยนรูปเป็นรูปพระนอน สถานที่แห่งนี้ถือว่าเป็นการอธิษฐานตามรอยพระบาทเป็นครั้งที่สอง และถือเป็นครั้งแรกในการมีส่วนร่วมในการพบรอยพระบาทใหม่ใต้พระบาทเหล็ก และได้บูรณมณฑปให้เสร็จสมบูรณ์ตามคำอธิษฐานและถือเป็นวิหารหลังแรกในคำอธิฐานนั้น
หมายเหตุ นับเป็นการตามรอยพระบาทอย่างเป็นทางการของหลวงพี่ในครั้งที่ 4 วัดพระพุทธฉายเป็นลำดับวัดที่ 10 ในครั้นั้นท่านได้ทอดผ้าป่า ถวายพระพุทธรูป 5 องค์คือ พระปางเปิดโลก พระพุทธชินราช พระเชียงแสน สุโขทัย อู่ทอง และได้ถวายปัจจัยเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 222,406 บาท คณะเราได้ร่วมถวายปัจจัยกับหลวงพี่ได้ร่วมทำบุญทุกอย่าง ถวายเป็นพุทธบูชาฯกับหลวงพี่เป็นที่เรียบร้อยได้บุญกันทุกท่านครบถ้วนทุกประการนะครับ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย อภิญญา : 13-09-09 เมื่อ 11:59 เหตุผล: เพิ่มรายละเอียด

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 19 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (12-09-09), พรรณวดี (12-09-09), พุทธรักษา (12-09-09), ก้อนดิน (29-03-12), มณีนพรัตน์ (02-04-10), มณีโชติ (28-07-10), ปาริฉัตรมณี (21-09-09), นาคน้อย (12-09-09), นิมมานรดี (12-09-09), เดชะบุญ (15-09-09), FaRuXue (23-05-10), Gorn (14-10-09), leklek (20-09-09), meesuk (08-03-10), Nuts (04-03-10), rathanakit (21-06-10), Rich (14-01-10), rossukon (13-06-10), suwaphat (05-10-09)
  #24  
เก่า 20-09-09, 18:45
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,180
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,855
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 78,006 ครั้ง ใน 78,006 ข้อความ
พลังบุญ: 56790
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ตามรอยหลวงพี่ 10.4 ( 2 )

อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-__5_576%5B1%5D-jpg
11.วัดพระบาทสระบุรี ในสมัยพระพุทธเจ้าของเรายังทรงพระชนม์ชีพอยู่ ได้เสด็จมาทางอากาศพร้อมพระอรหันต์ 499 รูป และทรงเทศน์โปรดสัจจพันธฤาษีจนได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ จากนั้นทรงเสด็จไปยังแคว้นสุนาปรันตะหรือเมืองพริบพรีพร้อมพระอรหันต์ 500 รูป ตามคำอาราธนาของพระปุณณ เพื่อโปรดชาวเมืองฯ หลังจากทรงเสด็จกลับทรงส่งพระสัจจพันธฤาษี พระสัจจพันธฤาษีทรงทูลขอรอยพระบาท จึงได้ทรงประทานไว้ให้ (น่าจะประมาณพุทธพรรษาที่ 22 ครับ)
ตามคำให้การของชาวกรุงเก่า รอยพระบาทนี้มีการพบมาแต่ก่อนกรุงศรีอยุธยา สมัยพระเจ้าอู่ทองได้โปรดให้สร้างพระอารามขึ้น ต่อมาได้ร้างไปจนถึงสมัยพระเจ้าทรงธรรม จึงได้มีการรื้อฟื้นทำนุบำรุงให้เจริญรุ่งเรืองจนปัจจุบันนี้ครับ
ข้อสันณิฐาน จากการสำรวจคณะเราพบรอยพระบาทบนภูเขาอีกเป็นจำนวนมาก และในบริเวณใกล้เคียงก็มีรอยพระบาทอยู่หลายรอยครับ สถานที่นี่นับเป็นปฐมเหตุแห่งการตามรอยพระบาทของคณะเราครับ ตามหนังสือหลวงพ่อธุดงค์นอกจากจะมีรอยพระบาทแล้ว ยังมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุไว้ใต้รอยพระบาทจำลอง 3 องค์ครับ
หมายเหตุ หลวงพี่และคณะได้ทำการบวงสรวงตัดไม้ข่มนาม และได้ถวายปัจจัยบูรณมณฑปครอบรอยพระบาทที่กำลังอยู่ระหว่างการซ่อมแซมพอดี ซึ่งทุกที่ๆหลวงพี่ไปก็มีการบูรณพอดีเหมือนกันครับ รวมยอดเงินบริจาคครั้งนี้เป็นเงิน 110,510 บาท ซึ่งพวกเราก็ได้ร่วมถวายทำบุญทุกอย่างกับหลวงพี่ไปเรียบร้อยแล้วครับ ในตอนเสร็จพิธีบวงสรวงมีรูปพระศพหลวงพ่อฯนอนลอยอยู่บนท้องฟ้า และมีลำแสงพุ่งกระจายสวยงามมากครับ

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 18 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (09-11-09), พรรณวดี (10-11-09), พุทธรักษา (21-09-09), ก้อนดิน (29-03-12), มณีนพรัตน์ (02-04-10), มณีโชติ (28-07-10), ปาริฉัตรมณี (21-09-09), ปาร์ค (25-11-09), นิมมานรดี (21-09-09), เดชะบุญ (23-09-09), FaRuXue (23-05-10), Gorn (14-10-09), leklek (20-09-09), meesuk (08-03-10), rathanakit (21-06-10), Rich (14-01-10), rossukon (13-06-10), suwaphat (05-10-09)
  #25  
เก่า 09-11-09, 13:13
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,180
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,855
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 78,006 ครั้ง ใน 78,006 ข้อความ
พลังบุญ: 56790
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ตามรอยหลวงพี่ 10.5

อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-picture%255c58255220254%5B1%5D-jpg
งานครบรอบปีที่ 3 วันมรณภาพหลวงพ่อฯ (28 - 29ตค.38)
ได้เคยอ่านหนังสือหลวงพ่อท่านเคยเล่าให้ฟังว่า "ท่านขอพระองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ว่า เมื่อตายให้ร่างกายนี้กลายเป็นแก้ว" ให้เก็บรักษาไว้
บันทึกพิเศษ (บันทึกของหลวงพ่อฯ) ถ้าเธอยังไม่ละพุทธภูมิ จะได้เป็นพระพุทธเจ้ามีนามว่า "พระพุทธอริยมุนี" ต่อจากพระศรีอาริย์ไปเป็นองค์ที่ 20 แต่สงสัยว่าจะคลายตัวเสียตั้งแต่พระสมณโคดม ถ้าคลายตัวตอนนั้น ก็จะเป็นกำลังใหญ่ของลูกหลาน ให้เข้าถึงธรรมได้อย่างแน่นแฟ้น คือ"พระโสดาบัน" เป็นต้น ทั่วกันทุกคน เพราะผลที่ตนบรรลุ
ผลสุดท้ายการลาพุทธภูมิก็เกิดขึ้นจริงๆ ตามที่ท่านบันทึกไว้เมื่อ วันที่ 6 สิงหาคม 2506 ว่าองค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าได้มาแจ้งว่า เจ้าเจริญธรรมให้แจ้ง ถึงไม่รัก..ในฐานะที่ควรรัก ไม่เกลียด..ไม่โกรธ..ในฐานะที่ควรโกรธ ไม่ขัดเคือง..ในฐานะที่ขัดเคือง อย่างนี้ชื่อว่า..ได้อริยผลบริบูรณ์แล้ว เจ้าเป็น"พระขีนาสพ" ตั้งแต่เวลา ๔ นาฬิกา..วันนี้ ซึ่งตรงกับกลางเดือน ๙ พอดี...
ในวันเดียวกันนี้เวลา 20.00 น. สมเด็จพระพุทธกัสสปทรงสอนพระกรรมฐานและให้องค์ภาวนาว่า
"สิตมหานิพพานัง" ว่ารวมญาณเห็นแจ่มแจ้งหมดทุกญาณ เป็นคำภาวนาสุดท้าย ก่อนเจริญภาวนาให้เจริญวิปัสสนาของสมเด็จพระสมณโคดมก่อน "โลกนี้ไม่มีอะไรเที่ยง" เมื่อแจ่มใสแล้วให้ภาวนา "สิตมหานิพพานัง" จะแจ่มแจ้งทุกอย่าง ถ้าประสงค์จะใช้ญาณให้ภาวนาเลย เราจะตายอยู่กับอรหัตมรรค เราตายอยู่กับความดี เราตายอยู่กับนิพพาน เราจะตายกับความดี เราจะตายไม่ทำความชั่ว
"สิตมหานิพพานัง" (เราสำเร็จวันนี้)คืนนี้ได้จบกิจแล้ว ควรเจริญเพื่อความสุขต่อไป
คำอธิษฐาฯ นโมฯ 3 จบ ขอขมาคุณพระรัตนตรัย นโมฯ 3 จบ ขอน้อมถวายฐานแก้วและผ้าห่มทองคำฯ ประดิษฐานพระศพหลวงพ่อฯ ถวายเป็นฯพุทธบูชาฯ และร่วมโมทนาบุญทั้งหมดในพระพุทธศาสนาฯ
หมายเหตุ เป็นฐานแก้ว(โลงแก้ว) ที่อลังการที่สุดแล้วที่พวกเราได้มีโอกาสสร้างถวายพระ ปีนั้นน้ำท่วมหนักที่สุดที่วัดท่าซุง พวกเราเดินทางไปกัน 3 ท่าน มีพระเพชร(เพื่อนท่านเอี้ยงสมัยเรียน)ด้วยครับ คุยกันเรื่องธรรมต่างๆไปบนรถพอท่านเรียนจบก็บวชเลยตอนนี้ยังก็ยังบวชอยู่ครับ
ปล.ปีนี้ท่านเอี้ยงเป็นฮีโร่มากช่วยอุ้มคุณยายที่พิการให้เข้าไปในวิหารแก้ว 100 เมตรได้ ตอนนี้เลยรู้ชัดๆเลยว่าทำไมหลวงพ่อท่านสร้างทางเดินไว้สูงๆรอบวัด และบุญทุกอย่างทั้งหมดที่ได้ทำถวายเป็นพุทธบูชาฯ ก็ได้ทำให้ทุกท่านเรียบร้อยแล้วนะครับ

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 16 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (09-11-09), พรรณวดี (10-11-09), พุทธรักษา (09-11-09), ก้อนดิน (29-03-12), มณีนพรัตน์ (02-04-10), มณีโชติ (28-07-10), สุธัมมา (24-11-09), ปาริฉัตรมณี (11-11-09), นิมมานรดี (11-11-09), เดชะบุญ (28-11-09), FaRuXue (23-05-10), Gorn (29-12-09), meesuk (08-03-10), Rich (14-01-10), rossukon (13-06-10), suwaphat (30-01-10)
  #26  
เก่า 09-11-09, 14:38
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,180
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,855
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 78,006 ครั้ง ใน 78,006 ข้อความ
พลังบุญ: 56790
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile งานตามรอยพระบาทของหลวงพี่ชัยวัฒน์ วัดท่าซุง

อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-04242221%5B1%5D-jpg

เรื่องการฝึกมโนยิทธิในแบบตามรอยพระบาท
จากผลงานของท่านที่ได้ค้นคว้าสำรวจและตามรอยพระบาทมาในหลายสิบปีนี้ นอกจากจะได้พบพระบรมธาตุและรอยพระบาทฯเป็นจำนวนมากแล้ว ยังทำให้เกิดการตื่นตัวในการอนุรักษ์และตามรอยพระบาทกันอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศฯ ฉนั้นการตามรอยพระบาทของหลวงพี่นี้ก่อให้เกิดคุณประโยชน์หลายประการมากมายเหลือเกินครับ ส่วนใครที่คิดว่าไปกราบไหว้หินฯหรืออะไรก็แล้วแต่ ก็ต้องปล่อยให้คิดไปแค่นั้น เนื่องจากมีกำลังใจแค่นั้น เพราะการที่ท่านไปทุกครั้งท่านไปหาพระกันครับ ไปกราบไปไหว้พระกันครับ และก็เห็นกันมาหลายแล้วว่าท่านเข้าถึงพระกันจริงๆจังๆ การเดินทางไปทุกครั้งก็รักษาจริยาของพระของหลวงพ่อที่สอนไว้โดยตลอดครับ คณะเราจึงได้สรุปกันว่า การตามรอยพระบาท นอกจากจะเป็นการไปธุดงค์แล้ว ก็ยังเป็นการฝึกมโนยิทธิสัญจร หรือมโนยิทธิภาคสนามด้วยนะครับ เพราะตลอดการเดินทางก็ฝึกก็ใช้กันตามปกติ
ธรรมที่พระท่านสอนหลวงพ่อท่านสอนฝึกกันให้ดีก็ทำได้ทุกที่ ทุกสภาวะ ทุกลมหายใจครับ พูดแบบนี้คิดแบบนี้ก็ตั้งใจกันว่าจะตามรอยพระบาทพระ จนเดินเข้านิพพานตามพระตามหลวงพ่อท่านไปหมดทั้งคณะแค่นี้แหละครับ เพราะอันนี้เป็นวัตถุประสงค์สูงสุดของการตามรอยพระบาทของพวกเราครับ

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 17 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (24-11-09), พรรณวดี (10-11-09), พุทธรักษา (10-11-09), ก้อนดิน (29-03-12), มณีนพรัตน์ (02-04-10), มณีโชติ (28-07-10), สุธัมมา (24-11-09), ปาริฉัตรมณี (11-11-09), ปาร์ค (25-11-09), นิมมานรดี (11-11-09), เดชะบุญ (28-11-09), FaRuXue (23-05-10), Gorn (29-12-09), meesuk (08-03-10), Rich (14-01-10), rossukon (13-06-10), suwaphat (30-01-10)
  #27  
เก่า 24-11-09, 13:05
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,180
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,855
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 78,006 ครั้ง ใน 78,006 ข้อความ
พลังบุญ: 56790
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile คำอธิษฐานปิดท้ายฯ ในงานทำบุญวันมรณภาพครบรอบปีที่ 3

อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-dsc00140%5B1%5D-jpg
ทุกคนก็ต่างมุ่งมั่นที่จะแสดงความกตัญญูต่อองค์หลวงพ่อ ด้วยความรักและความเคารพอย่างสูงสุด เพื่อเป็นการสนองและบูชาพระคุณงามความดีของท่าน หลังจากท่านมรณภาพไปแล้ว นอกจากปฏิบัติตามที่ท่านสอน รักษาสมบัติของพระและปฏิปทาที่ท่านมอบให้ไว้ "โลงแก้ว" และ "ผ้าห่มทองคำ" อันสูงค่างามสง่านี้ จะได้เก็บรักษาพระศพของหลวงพ่อ ให้ท่านได้ทอดร่างนอนอย่างสงบสุขตลอดไป จนกว่าวัดนี้จะเสื่อมสลาย เมื่อใกล้อายุพระพุทธศาสนาจะครบห้าพันปี เป็นการฝากร่างนี้ไว้เป็นอนุสรณ์แห่งแผ่นดิน ซึ่งเป็นชาติสุดท้ายของการเกิด
สาธุ ขออำนาจผลแห่งความดีของลูกหลานหลวงพ่อที่ได้กระทำแล้ว เพื่อบูชาพระคุณของพ่อผู้ประเสริฐ จงบังเกิดแสงธรรมแห่งปัญญาแก่ลูกชายหญิงทั้งหลาย ผู้ปรารถนาความพ้นทุกข์ ผู้หวังทอดร่างนอนสงบสุขอยู่ในโลกเพียงชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย เฉกเช่นเดียวกับพระอริยเจ้าทั้งหลายในปางก่อน ให้ได้รับผลโดยฉับพลันนั้นเทอญฯ

อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-111%252520078_retouch%5B1%5D-jpg
คำอธิษฐาน
นโมฯ 3 จบ ขอขมาคุณพระรัตนตรัย
นโมฯ 3 จบ ขอบารมีพระทุกพระองค์และบุญทั้งหมดที่ได้บำเพ็ญมา อธิษฐานอาราธนาอัญเชิญพระบรมธาตุ,รอยพระบาท,พระศรีมหาโพธิ์,พระพุทธรูป,พระธาตุ,พระศพและของอื่นๆที่สำคัญของพระทั้งหมด มาประดิษฐานให้มีความปลอดภัยจากอันตรายต่างๆในทุกๆกาล และโดยเฉพาะในกาลที่จะสิ้นพระศาสนาฯ ให้เหล่ามนุษย์และเทวดาได้กราบไหว้บูชาฯ ณ วิหารคุณพระรัตนตรัยแก้วมณีโชติ (เขาซ่อนแก้ว) ถวายเป็นพุทธบูชาฯ และร่วมโมทนาบุญทั้งหมดในพระพุทธศาสนาฯ เพื่อประโยชน์และเพื่อความเจริญรุ่งเรืองแห่งพระพุทธศาสนาตลอดกาลนานเทอญฯ ขอคุณพระทุกพระองค์ได้โปรดสงเคราะห์ให้เป็นไปดั่งคำอธิษฐานนี้จงทุกประการเทอญฯ

หมายเหตุ คณะเราได้อธิษฐานประดิษฐานพระธาตุไว้ในหลายสถานที่ที่วัดท่าซุงนี้มากที่สุดครับ มากกว่าทุกแห่งในโลก และเมื่อกาลพระศาสนาเสื่อมลงในคณะเราได้อธิษฐานรักษาพระศพหลวงพ่อและสมบัติของพระที่สำคัญทั้งหมดไว้ฯ โดยจะอธิษฐานสร้างพระศพจำลองแทนไว้ ส่วนสถานที่อื่นก็เช่นเดียวกันครับ พระบรมธาตุ,รอยพระบาท,พระศรีมหาโพธิ์,พระธาตุ,พระศพของหลวงพ่อ,พระรูปอื่นๆ,พระพุทธรูปฯลฯทั้งหมดนี้ จะนำไปเก็บรักษาให้มนุษย์และเทพยุดาได้กราบไหว้บูชาจนสิ้นอายุพระศาสนา ณ พระวิหารคุณพระรัตนตรัยแก้วมณีโชติเขาซ่อนแก้วครับ หลังจากนั้นก็ให้เป็นไปตามพระสงค์ของพระท่านครับ
ปล.ตอนนี้ก็พากันสะสมบุญไว้ให้มาก จะได้มีกำลังทำตามที่ได้อธิษฐานกันไว้ครับ ชาติสุดท้ายแล้ว เอาคำอธิษฐานมาลงให้แล้วอธิษฐานกันเลยครับ เดี๋ยวจะไม่ทันเพื่อน คำอธิษฐานช่วงท้ายๆนึกถึงตอนอธิษฐานกลับมาซ่อมพระก่อนเสียชีวิตที่อยุธยาเมื่อชาติก่อนๆเลยครับ บุญอธิฐานแบบนี้คงต้องมีการสั่งสมมาเหมือนกันเน๊อะ

อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-111-078_retouch-jpg

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 16 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (24-11-09), พรรณวดี (24-11-09), พุทธรักษา (24-11-09), ก้อนดิน (29-03-12), มณีนพรัตน์ (02-04-10), มณีโชติ (28-07-10), สุธัมมา (24-11-09), ปาริฉัตรมณี (29-01-10), ปาร์ค (25-11-09), นิมมานรดี (19-01-10), เดชะบุญ (28-11-09), FaRuXue (23-05-10), Gorn (29-12-09), Rich (14-01-10), rossukon (13-06-10), suwaphat (30-01-10)
  #28  
เก่า 14-01-10, 10:38
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,180
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,855
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 78,006 ครั้ง ใน 78,006 ข้อความ
พลังบุญ: 56790
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ตามรอยหลวงพี่ 11 ( 1 - 2 )

อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-ssl15948%5B1%5D-jpg
งานรวมภาควัดพระแท่นดงรัง วันอังคารที่ 30 เมษายน 2539 (ตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 6 เนื่องในปีนี้มีเดือนแปดสองครั้ง)
หมายเหตุ วันขึ้น 15 ค่ำ กลางเดือน 6 วันศุกร์ เป็นวันประสูติ วันพุทธ เป็นวันตรัสรู้ และวันอังคาร เป็นวันปรินิพพาน ดังนั้นในการจัดงานครั้งนี้ถือว่าตรงกับวันปรินิพพานพอดีครับ และนับเป็นวันมหาสมัยด้วยนะครับ
เรื่อง พระแท่นดงรัง หลวงพี่ท่านเล่าให้ฟัง เมื่อครั้งที่หลวงพ่อฯท่านยังมีชีวิตอยู่ได้เล่าให้ฟังว่า "ตามประวัติที่กล่าวว่า พระมหากัสสปะท่านมาจากปาวาลเจดีย์นั้น ท่านมาจากดงพญาไฟ (ปัจจุบันเรียกดงพญาเย็น แล้วมาถวายบังคงพระบรมศพที่พระแท่นดงรังนี่เอง"
งานจำลองเหตุการณ์วันปรินิพพาน
นางมัลลิกาถวายเครื่องประดับมหาลัดดาประสาธน์ที่สำเร็จด้วยแก้วเจ็ดประการ คลุมพระบรมศพพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถวายเป็นพุทธบูชาฯ (ในสมัยนั้นมีเพียง 3 ชุด คือของนางวิสาขา ของนางมัลลิกา และของเศรษฐีธิดา ภรรยาท่านเทวทานิยะสาระ) แล้วอธิษฐานว่า "เมื่อข้าพเจ้ายังท่องเที่ยวอยู่ในวัฏสังสารอยู่ตราบใด ขอจงอย่าให้ร่างกายของข้าพเจ้าปราศจากเครื่องประดับอยู่ตราบนั้นเถิด"
มหาพิธีบวงสรวง
ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขออาราธนาบารมีองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทุกๆพระองค์ อันมีสมเด็จองค์ปฐมทรงเป็นประธาน พระพุทธกกุสันโธ พระพุทธโกนาคม พระพุทธกัสสป และสมเด็จองค์ปัจจุบันเป็นที่สุด พระปัจเจกพุทเจ้าทุกๆพระองค์ และพระธรรม
พระริยสงฆ์ทั้งหลาย ผู้เป็นพระอัครสาวกและพระอรหันตสาวกของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ที่ผ่านไปแล้วในอดีตตั้งแต่ต้นพุทธวงศ์ จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้อันมีพระสารีบุตร พระโมคัลลาน์ พระมหากัสสป พระอนุรุทธ และพระอานนท์เป็นต้น
ครูบาอาจารย์ทั้งหลายสืบๆกันมา อันมีหลวงปู่ปานและหลวงพ่อพระราชพรหมยานเป็นที่สุด ภาคเหนือท่านมีครูบาเจ้าศรีวิชัย ภาคอีสานมีหลวงปู่มั่น ภาคกลางมีหลวงปู่โต ภาคใต้มีหลวงปู่ทวดเป็นที่สุด
พระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลายอันมีพระศรีอริยเมตไตรยเป็นต้น ตลอดจนถึงพรหมโลกซึ่งมีท่านสหัมบดีพรหมเป็นประธาน ท่านท้าวผกาพรหม ท่านท้าวมหาชมภูเป็นที่สุด สวรรค์ทุกชั้นฟ้าอันมีหมู่เทพยดาเหล่านางฟ้าทั้งหลาย ทั้งหมื่นโลกธาตุทั้วแสนโกฏิจักรวาล ผู้มีหน้าที่รักษาทรัพยากรของชาติ รักษานภากาศ รักษามหาสมุทร จนกระทั่งสุดพื้นปฐพี
คือที่เป็นอากาศเทวดาก็ดี เป็นรุกขเทวดาก็ดี เป็นภุมิเทวดาก็ดี จะเป็นประเทศอื่นก็ดี ประเทศไทยก็ดี ที่ยังเป็นเขตแดนพระพุทธศาสนา คือผู้ที่รักษาอาณาเขตนี้ และที่รอยพระพุทธบาททุกแห่ง กับทั้งที่พระบรมธาตุทุกสถาน
พระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง และเจ้าพ่อหลักเมืองทั่วทั้งเมืองไทย โดยมีท่านปู่ท่านย่า และท่านแม่ทรงเป็นประธาน ทั้งคณะท่านพระยายมราชผู้เป็นสักขีพยาน โดยมีคณะท้าวจตุโลกบาลเป็นที่สุด
ขอได้โปรดเสด็จมา ณ สถานที่นี้ ต่อหน้าพระแท่นธรณีเพื่อเป็นสักขีพยาน ปวงข้าพระพุทธเจ้า จะขอตั้งสัตยาธิษฐานหวังประสานผลบุญราศรีที่ได้บำเพ็ญมาร่วมกัน นับวันตั้งแต่อดีตชาติมาจนถึงโอกาสนี้ ซึ่งมีการบูชาสักการะและบูรณพระบรมธาตุ กับทั้งรอยพระพุทธบาทบรม ได้ถวายบังคมก้มเศียรเกล้าเวียนมาบรรจบครบทั้งสี่ทิศ
ด้วยการมอบกายถวายชีวิต จนถึงกิจงานรวมภาคครั้งนี้ ขออานิสงส์บุญทั้งหมดที่มีจงทวีมารวมตัวกัน ให้เต็มครบถ้วนทั้งสามสิบทัศจัดอยู่ในปรมัตถบารมี ธรรมใดที่องค์สมเด็จพระบรมครูได้ตรัสรู้แจ้งแห่งธรรมแล้ว ขอให้ลูกแก้วทั้งหลายจงได้เห็นธรรมนั้นทุกประการ หากยังไม่เข้านิพพานเพียงใด ขอคำว่า"ไม่มี"ทั้งหมด จงอย่าได้มาบังเกิดปรากฏ เมื่อสังขารหมดสิ้นไปอารมณ์ใจอย่าได้มืดมัว ขอให้แสงสีรัศมีกายจงส่องกระจายไปทั่ว และทิพยวิมานจงเฉิดฉายงามสดใส
ถ้าโลกจะประสพสงครามใหญ่ซึ่งอาจจะมีต่อไปในกาลข้างหน้า ตามที่พระศาสดาทรงทำนายว่า ยักษ์ร้ายนอกพระพุทธศาสนาอาจจุรบราฆ่าฟันกัน ด้วยอาวุธอันทันสมัย หากเป็นจริงตามนั้นไซร้ ขอโปรดได้อภิบาลชาวไทยผู้ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมทั้งหลาย ให้พ้นจากภัยพิบัติเหล่านั้น
ครั้นจะย่างก้าวไปในสารทิศใด ขอเทพไท้เทวาแต่ละทิศจงมีจิตคิดเมตตา จงจำหมู่ข้าพเจ้าไว้ ขอทั้งศาสตราและสรรพอาวุธทั้งอุบัติเหตุอาเพศภัย ทั้งคุณไสยยาพิษผู้คิดเป็นศัตรูหมู่พาลจงอย่าได้ทำอันตรายทั้งหมด หากมีผู้คิดคดทรยศต่อสถาบันชาติ พระศาสนา และพระมหากษัตริย์โปรดขจัดให้สิ้นไป อย่าให้ทำการสิ่งใดสำเร็จ จงได้สูญหายมลายไปด้วยภัยของตนเอง
ขอให้พ้นจากทุพภิขภัยคือความอดอยากยากจน และพ้นจากภัยธรรมชาติทั้งปวง คือฟ้าผ่า ลมแรง ไฟไหม้ น้ำท่วมใหญ่ และแผ่นดินไหวเป็นต้น สรรพทุกข์ สรรพโศก สรรพโรค สรรพภัย สรรพเคราะห์เสนียดจัญไรจงพินาศหมดสิ้นไปด้วยชัยมงคลทั้งหลาย
เมื่อกาลเวลาที่มาถึงไซร้ขอให้มีผู้บริหารบ้านเมืองที่ทรงธรรม คนดีเข้ามารักษาประเทศชาติ เพื่อให้ประชาราษฎร์มั่งคั่งเกษมศรี ให้มีความอยู่ดีกินดี พืชสวนไร่ในนาอย่าได้เสียหาย ค้าขายก็ขอให้ได้กำไรดี
อีกทั้งแร่ธาตุทองคำ และน้ำมันทั้งหลายอันเป็นทรัพยากรของชาติ ขอจงได้ปรากฏโดยเร็วพลัน เพื่อประโยชน์แก่ชาวไทยจนถึงเข้ายุคชาวศรีวิไล แล้วมีความรุ่งเรืองไปในอาณาประเทศ เพื่อจะสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา อันจะแผ่ไปในภายภาคหน้า ตามพุทธพยากรณ์ไว้ว่า หลังกึ่งพุทธกาลแล้วพระศาสนาจะรุ่งเรืองอีกวาระหนึ่ง
บัดนี้ใกล้จะครบยี่สิบปีตามที่หลวงพ่อบอกไว้ว่า จะเข้าถึงยุคอภิญญาใหญ่ หากมีบุญวาสนาบารมีขอให้มีผู้ปฏิบัติได้ เพื่อช่วยกันประกาศพระศาสนาเป็นการขจัดภัยจากอลัชชี คือผู้ที่เป็นมิจฉาทิฏฐิทั้งหลาย
สาธุ ด้วยคำอาจแห่งสัจจะอธิษฐานนี้ขอพระบารมีทุกท่านได้โปรดประทานพร ให้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของพระองค์ อันนับเนื่องอยู่ในศากยวงศ์ ถ้าหากคงไม่เกินวิสัยขอให้เป็นไปตามนั้น และให้สามารถปฏิบัติตนจนได้ผลทั้งสุขวิปัสสโก เตวิชโฃ ฉฬภิโญ และปฏิสัมภิทัปปัตโต โดยฉับพลันนั้นเทอญฯ
(และในวันนี้จะมีพิธีบวงสรวงเป็นกรณีพิเศษ เพื่อทำการสืบชะตาชีวิตอีกด้วย จึงให้ทุกคนตั้งจิตอธิษฐานขอให้ท่านช่วยกำจัดปัดเป่า เคราะห์กรรมทั้งหลายให้สูญสิ้นไป)

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 16 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (13-05-10), Attawat_Rx (09-05-10), พรรณวดี (14-01-10), พุทธรักษา (13-05-10), ก้อนดิน (29-03-12), มณีนพรัตน์ (02-04-10), มณีโชติ (28-07-10), ปาริฉัตรมณี (29-01-10), นิมมานรดี (19-01-10), เดชะบุญ (18-01-10), FaRuXue (23-05-10), leklek (14-01-10), meesuk (14-01-10), Rich (14-01-10), rossukon (13-06-10), suwaphat (30-01-10)
  #29  
เก่า 12-05-10, 21:34
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,180
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,855
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 78,006 ครั้ง ใน 78,006 ข้อความ
พลังบุญ: 56790
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ตามรอยหลวงพี่ 11 ( 3 - 4 )

อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-%25c0%D2%BE%25%D8%B7%25b8%25bb%25c3%25d0%25c7%D1%B5%25d4%252078%5B1%5D-jpg
วันมหาสันนิบาต
งานพิธีจำลองวันเหตุการณ์ถวายพระเพลิง
"พระอานนท์จึงได้ชี้แจงตามพุทธประสงค์ ที่ทรงประทานแก่ตนก่อนปรินิพพานว่า พวกท่านพึงปฏิบัติในพุทธสรีระของพระตถาคต ให้เหมือนปฏิบัติในพระศพของ พระเจ้าจักรพรรดิ์ ด้วยการห่อพระศพด้วยผ้าใหม่แล้วซับด้วยสำลี แล้วห่อด้วยผ้าใหม่เป็นชั้นๆ ไปถึง 500 ชั้น แล้วเชิญสู่รางทองคำอันเต็มไปด้วยน้ำมันหอม แล้วครอบด้วยรางทองคำอีกอันหนึ่ง ทำเชิงตะกอนด้วยไม้หอมทั้งสิ้น แล้วจึงถวายพระเพลิง ครั้นถวายพระเพลิงแล้ว ให้นำพระอัฏฐิธาตุไปก่อพระเจดีย์ไว้ที่ทางใหญ่ ๔ แพร่ง เพื่อให้เป็นที่กราบไหว้สักการะบูชาแก่ประชาชนทั้งหลาย ซึ่งชนหมู่ใดจะยกพวงมาลัยและของหอมขึ้นสักการะบูชา หรือจะยังจิตให้เลื่อมใสในพระเจดีย์นั้น ก็จะเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่บุคคลเหล่านั้นตลอดกาลนาน"
อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-268_1187913387-jpg_197%5B1%5D-jpg
มัลลปาโมกข์อัญเชิญพระเพลิงขึ้นจุดบนเชิงตะกอน แต่ไฟก็หาจุดติดไม่ จึงได้ถามพระอนุรุทธ ท่านกล่าวว่า เทพยุดาประสงค์จะให้รอพระมหากัสสปะ ตราบใดพระมหากัสสปะยังไม่ได้ถวายบังคมพระบาทของพระศาสดา เชิงตะกอนของพระจอมไตรบรมศาสดาจักยังไม่ไหม้ตราบนั้น
เมื่อพระมหากัสสปะมาถึงแล้วได้กระทำประทักษิณาวัตรพระบรมศพ ๓ รอบแล้วอธิษฐานว่า ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เจริญ ขอให้พระบาททั้งคู่ขององค์สมเด็จพระบรมครู ผู้ทรงพระเมตตาประทานการอุปสมบทให้แก่ข้าพระพุทธเจ้าผู้มีนาว่า กัสสป อีกทั้งองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้ายังทรงพระมหากรุณาโปรดประทานจีวรของพระองค์ เพื่อให้ข้าพระพุทธเจ้าไว้ใช้เป็นการส่วนตัว ขอพระบาททั้งคู่ขององค์สมเด็จพระบรมครู จงเสด็จออกมาจาก**บทอง เพื่อรับการอภิวาทแห่งข้าพระพุทธเจ้า กัสสป ซึ่งตั้งใจมาน้อมถวายคาราวะ ณ กาลบัดนี้เถิด พระพุทธเจ้ข้า แล้วพระมหากัสสปะก็ยกมือขึ้นประคองรองรับพระยุคลบาทของสมเด็จพระบรมศาสดาที่ได้ปรากฏออกมาเป็นที่อัศจรรย์ พระเถระจึงยกพระบาทคู่นั้นขึ้นชูเทิดไว้บนศรีษะของตน พร้อมกับอธิษฐานว่า ข้าพระพุทธเจ้ามิได้อยู่เฝ้าปฏิบัติพระองค์ เพราะหวังไว้ซึ่งคงพระธุดงควัตร ทั้งที่พระองค์ทรงกรุณาตักเตือนว่า เธอแก่แล้ว จงอยู่ในสำนักของตถคตเถิด แต่ข้าพระองค์ก็มิได้อนุวัตรตามพุทธประสงค์ คงได้ประมาทพลาดพลั้งลงถึงดังนี้ ขอองค์สมเด็จพระมหามุนี ได้โปรดอดโทษให้แก่ข้าพระพุทธเจ้าด้วยเถิด พระพุทธเจ้าข้า
ขณะนั้นเตโชธาตุก็บันดาลติดพระจิตกาธานขึ้นเอง ด้วยอานุภาพของเหล่าเทพยดาทั้งหลาย เปลวเพลิงได้ลุกพวยพุ่งเผาผลาญพระพุทธสรีระ พร้อมทั้งคู่ผ้า ๕๐๐ ชั้น กับ**บทองและเชิงตะกอนจนหมดสิ้นไป แต่ยังมีบางส่วนของพุทธสรีระที่ยังไม่ไหม้ไฟคือ ผิว หนัง เนื้อ เอ็น ไขข้อ หาได้ไหม้เป็นเถ้าถ่านหรือเขม่าไปไม่ ยังปรากฏเป็นสรีระอยู่ เหมือนกับเนยใสหรือน้ำมันที่ไฟไหม้ ย่อมไม่มีปรากฏเป็นเถ้าหรือเขม่าฉะนั้น แต่ในผ้าทั้ง ๕๐๐ คู่นั้น ไฟได้ไหม้เพียง ๒ ผืน คือผืนในสุดและผืนนอกเท่านั้น ส่วนที่เหลือไฟไหม้พุทธสรีระให้แหลกละเอียดไป แต่ที่ไม่แหลกละเอียดไปนั้นมีอยู่ ๗ พระธาตุ คือ พระเขี้ยวแก้วทั้ง ๔ พระรากขวัญทั้ง ๒ และพระอุณหิส ส่วนพระบรมสารีริกธาตุทั้งหลายก็ได้แตกกระจัดกระจายไป มีลักษณะเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาด ส่วนขนาดที่ใหญ่นั้นมีขนาดเท่าเมล็ดข้าวสารหัก และเมล็ดถั่วเขียวที่ผ่าครึ่งเท่านั้น
ครั้นเสร็จการถวายพระเพลิงแล้ว ท่ออุทกธารแห่งน้ำทิพย์ก็ตกลงมาจากนภากาศ ได้ดับเพลิงที่ลุกไหม้ให้ดับลง เป็นสายโตเท่าแขนก็มี เท่าต้นตาลก็มี บ้างก็พลุ่งขึ้นจากต้นรังที่ตั้งอยู่รอบบริเวณนั้น คือน้ำได้พุ่งออกระหว่างลำต้นและค่าคบแห่งต้นรังนั้น บ้างก็มีท่อน้ำพุ่งขึ้นจากดินโดยรอบนั้น มีสายประมาณเท่างอนไถ มีสีเหมือนกับสร้อยแก้วผลึก ส่วนเปลวเพลิงที่พวยพุ่งขึ้นจากระหว่างกิ่งและค่าคบ และใบแห่งต้นรังที่ตั้งล้อมเชิงตะกอนอยู่นั้น ย่อมไม่ไหม้ใบรังหรือกิ่งรังและดอกรังแม้แต่อย่างใด มดดำมดแดงแมลงมุมและสัตว์ต่างๆย่อมเที่ยวไปมาได้ระหว่างเปลวไฟ โดยไม่มีอันตรายแม้แต่อย่างใด
อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-1120554909%5B1%5D-jpg
แท้จริงแล้ว โดยปกติพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าที่ทรงมีพระชนมายุยืนยาว จะไม่แตกทำลายคงอยู่เป็นแท่ง แต่พระบรมศาสดาทรงดำริว่า ตถาคตจะมีชนมายุน้อยประกาศพระศาสนาอยู่ไม่นานก็จะปรินิพพาน พระศาสนาจะไม่แผ่ไพศาลไปนานาประเทศ เหตุดังนี้จงทรงอธิษฐานว่า เมื่อตถาคตปรินิพพานเสร็จการถวายพระเพลิงแล้ว ขอพระธาตุทั้งหลายจงแตกกระจายออกเป็น ๓ สัณฐาน คือ ขนาดเล็ก กลาง และโต มหาชนจะได้เชิญไปสักการะบูชาในนานาประเทศที่อยู่ของตน จะเป็นทางให้เข้าถึงกุศล อันอำนวยผลให้เกิดในสุคติภพต่อไป
หมายเหตุ พระเมตตาพระกรุณาของพระประมาณไม่ได้จริงๆครับ เพลานี้พระบรมธาตุได้แพร่กระจายให้สาธุชนได้กราบไหว้บูชาไปยังนานาประเทศตามพุทธประสงค์แล้ว และพวกเราก็จะรักษาสมบัติของพระที่ทรงประทานให้ไว้นี้จนกว่าชีวิตจะหาไม่ หากหาไม่แล้วกระดูกของพวกเราก็จะทำหน้าที่ต่อไปตราบพระศาสนาของพระองค์สุดท้ายและดวงจิตสุดท้ายเข้าสู่นิพพานครับ
ปล.ได้สดับว่าพระท่านทรงอธิษฐานให้พระบรมธาตุแตกออก เพื่อประโชน์แก่หมู่ชนทั้งหลายฟังแล้วอยากจะร้องไห้ไม่ทรงห่วงพระองค์เองเลย ทรงทำตามปณิธานที่ตั้งใจไว้โปรดโลกอย่างไม่มีคำอธิบายใดจะอธิบายได้เลยครับ

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 11 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (13-05-10), พรรณวดี (12-05-10), พุทธรักษา (13-05-10), ก้อนดิน (29-03-12), มณีโชติ (28-07-10), ปาริฉัตรมณี (12-05-10), นิมมานรดี (17-05-10), เดชะบุญ (06-07-10), FaRuXue (23-05-10), Rich (13-05-10), rossukon (13-06-10)
  #30  
เก่า 21-05-10, 12:14
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,180
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,855
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 78,006 ครั้ง ใน 78,006 ข้อความ
พลังบุญ: 56790
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ตามรอยหลวงพี่ 11 ( 5 )

อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-relics07%5B1%5D-jpgName:  p10-5[1].jpg
Views: 1004
Size:  11.6 KBอภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-relics07%5B1%5D-jpg
Name:  relics04[1].jpg
Views: 952
Size:  13.7 KBอภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-1221569545_tour%5B1%5D-jpgอภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-19770008%5B2%5D-jpg
อภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-lotus-008%5B1%5D-jpgอภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-lotus-008%5B1%5D-jpgอภิญญา-ตามรอยหลวงพี่ฯ-lotus-008%5B1%5D-jpg
หลังจากถวายพระเพลิงแล้ว มัลลกษัตริย์ได้เก็บพระบรมธาตุไว้ใน**บทองน้อย แล้วทำการอัญเชิญเข้าพระนคร ครั้งถึงแล้วจึงอัญเชิญพระบรมธาตุขึ้นสู่บัลลังก์แก้วเจ็ดประการ พร้อมกั้นด้วยเศวตฉัตรฯ มีการเฉลิมฉลองสมโภชบูชาเป็นอันมาก มีการจัดจาตุรงคเสนาเฝ้าป้องกันรักษาพระบรมธาตุฯ
หลังจากนั้นกษัตริย์ทั้งเจ็ดเมืองได้ส่งฑูตพร้อมกองทัพ เพื่อมาขอแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ แต่มัลลกษัตริย์ไม่ให้ จึงได้ส่งกองทัพมาล้อมเมือง ท่านโทณพราหมณ์อันเป็นอาจารย์ใหญ่ของบรรดากษัตริย์ทั้งหลายได้ออกไประงับเหตุ โดยกล่าวเตือนสติว่า "อัมหากัง พุทโธ พระพุทธเจ้าของเรา แม้พระองค์ยังไม่บรรลุพุทธภูมิ ในคราวที่ทรงบำเพ็ญบารมีทั้งหลาย ไม่ทรงกระทำความโกรธในคนอื่นๆได้ กระทำแต่ขันติ คืออดทนอย่างเดียว สมัยเสวยพระชาติเป็น ขันติวาทิดาบส สมัยเป็น พญาช้างฉัททันต์ สมัยเป็นพญานาค ชื่อ ภูริทัตตะ และในชาดกอื่นๆเป็นอันมาก ครั้นถึงบัดนี้ พระพุทธเจ้าของเราได้บรรลุลักษณะความเป็นผู้คงที่ ในอารมณ์ที่ชอบใจและไม่ชอบใจแล้ว ก็ยังคงทรงสั่งสอนเรื่อง ขันติ อยู่นั่นเอง การที่พวกเราจะมาประหัตประหารกันด้วยเหตุนี้ไม่ดีเลย ดูก่อนท่านผู้เจริญทั้งหลาย ท่านทั้งหมดจงเป็นผู้อดกลั้น สามัคคีพร้อมเพรียงกัน พวกเรายินดีพร้อมใจกันแบ่งพระบรมสารีริกธาตุออกเป็น ๘ ส่วน ขอให้พระเจดีย์จงแพร่หลายไปยังทุกทิศเถิด เพราะเหล่าชนที่เลื่อมใสแล้วในพระองค์ผู้มีจักษุญาณ ยังมีอยู่อีกมาก"
เมื่อกษัตริย์เหล่านั้นยินยอมแล้ว โทณพราหมณ์จึงให้เปิดพระ**บทองน้อย กษัตริย์ทั้งปวงเห็นพระบรมสารีริกธาตุทั้งหลาย อันทรงพรรณพิลาสงามโอภาสด้วยรัศมี ที่ประดิษฐานอยู่ในพระ**บทอง ได้เตือนพระทัยให้กษัตริย์ทั้งหลายได้ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระทศพล จึงได้พร้อมกันอภิวาทคร่ำครวญอยู่ฯ ขณะนั้นโทณพราหมณ์ได้นำพระเขี้ยวแก้วเบื้องขวา ซ่อนไว้ในมวยผม ครั้นสำเร็จตามความประสงค์ของตนแล้ว จึงตักตวงพระบรมสารีริกธาตุด้วยทะนานทองเป็น ๘ ส่วน ได้พระนครละ 2 ทะนานเท่ากัน รวมพระบรมธาตุเป็น ๑๖ ทะนานด้วยกัน ครั้นแบ่งพระบรมสารีริกธาตุเสร็จแล้ว จึงได้อัญเชิญถวายแด่พระกษัตริย์ทั้งหลาย ในขณะนั้นพระอินทร์ได้นำพระเขี้ยวแก้วในมวยผมของโทณพราหมณ์ไปประดิษฐานยังพระจุฬามณี ในดาวดึงส์ เทวโลก ฝ่านโทณพราหมณ์เมื่อค้นหาพระเขี้ยวแก้วไม่พบ ก็เสียใจไม่กล้าสอบถามใครกลัวทุกท่านจะรู้ความจริง จึงได้แต่ขอทะนานทองที่ตวงพระบรมธาตุฯไว้เป็นที่บูชาแก่ตน
บรรดากษัตริย์ทั้งหลายเมื่อได้รับส่วนแบ่งพระบรมสารีริกธาตุแล้ว ก็ได้จัดขบวนอัญเชิญอย่างมโหฬารกลับสู่นครของตน จึงปรากฏว่ามีพระเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุ อยู่ทั่วไปคือ
1.พระเจ้าอชาตศรัตรู อัญเชิญไปบรรจุไว้ในพระบรมธาตุเจดีย์เมืองราชคฤห์
2.พระเจ้าลิจฉวี อัญเชิญไปบรรจุไว้ในพระบรมธาตุเจดีย์เมืองไพสาลี
3.พระเจ้าศากยราช อัญเชิญไปบรรจุไว้ในพระบรมธาตุเจดีย์เมืองกบิลพัสด์ ในสมัยรัชกาลที่ 5 อังกฤษได้ขุดพบพระบรมธาตุ อันมีจารึกว่า เป็นพระบรมธาตุในส่วนของศากยวงศ์ จึงได้นำส่วนหนึ่งมาถวาย และทรงนำไปบรรจุไว้บนพระเจดีย์ภูเขาทอง
4.พระเจ้าถูลียราช อัญเชิญไปบรรจุไว้ในพระบรมธาตุเจดีย์เมืองอัลลกัปปนคร
5.พระเจ้าโกลิยราย อัญเชิญไปบรรจุไว้ในพระบรมธาตุเจดีย์เมืองรามคาม
6.พระเจ้ามัลลราช อัญเชิญไปบรรจุไว้ในพระบรมธาตุเจดีย์เมืองปาวา
7.มหาพราหมณ์ อัญเชิญไปบรรจุไว้ในพระบรมธาตุเจดีย์เมืองเวฏฐะทีปกะนคร
8.มัลลกษัตริย์ อัญเชิญไปบรรจุไว้ในพระบรมธาตุเจดีย์เมืองกุสินารา
9.ทะนานทอง อัญเชิญไปบรรจุไว้ในพระบรมธาตุเจดีย์เมืองกุสินารา พระตุมพเจดีย์(เจดีย์ทะนานทอง)
10.พระเจ้าโมริยราช ทรงเสด็จมาไม่ทันแบ่งพระบรมธาตุฯ ได้แต่พระอังคาร จึงได้อัญเชิญไปบรรจุไว้ในพระบรมธาตุเจดีย์เมืองปิปผลิวัน
หมายเหตุ พระบรมธาตุส่วนสำคัญที่ไม่แตกย่อย
1.พระเขี้ยวแก้วเบื้องบนขวา ประดิษฐานอยู่ในจุฬามณีเจดียสถาน ณ ดาวดึงเทวโลก (สวรรค์ชั้นดาวดึงส์)
2.พระเขี้ยวแก้วเบื้องต่ำขวา เดิมประดิษฐานอยู่ ณ เมืองกาลิงคราฐ แต่บัดนี้ได้ไปสถิต อยู่ในประเทศลังกา
3.พระเขี้ยวแก้วเบื้องบนซ้าย ประดิษฐานอยู่ ณ เมืองคันธารราษฎรประเทศลังกา
4.พระเขี้ยวแก้วเบื้องต่ำซ้าย ไปประดิษฐานอยู่ในนาคพิภพ (เมืองพญานาค)
1.พระรากขวัญเบื้องขวา ไปประดิษฐานไว้ในพระเจดีย์ถูปาราม ประเทศลังกา
2.พระรากขวัญเบื้องซ้าย ขึ้นไปประดิษฐานอยู่ในทุสสเจดีย์ พรหมโลก
พระอุณหิส หรือ พระนลาฏธาตุ 1 หนังสือมหาวงศ์และชินกาลมณีปกรณ์กล่าวไว้ว่าประดิษฐานอยู่ที่องค์พระเจดีย์ยอดเขาโสณฑิยะระหว่างแม่น้ำเสรุกับกับแม่น้ำวรภะบนฝั่งขวา ของแม่น้ำมหาวาลุกคงคาในประเทศศรีลังกาแต่พระสังคีกิกาจาย์ได้ประมวลไว้ว่าพระอุณหิสได้ขึ้นไปประดิษฐานอยู่ในทุสสเจดีย์บนพรหมโลก
หมายเหตุ พระบรมสารีริกธาตุอันเป็นพระบรมธาตุส่วนใหญ่ที่ปรากฏอยู่หลังจากถวายพระเพลิง มีลักษณะเหมือนเม็ดข้าวสารีจึงได้ชื่อเพราะเหตุนั้น และพระบรมธาตุฯก็ได้แพร่หลายให้หมู่ชนทั้งหลายได้กราบไหว้บูชา เพื่อประโยชน์แก่หมู่ชนทั้งหลายในนานาประเทศตามพุทธประสงค์ทุกประการจวบจนปัจจุบันนี้ จากข้อมูลทั้งหมดนี้อาจชี้ให้เห็นได้ว่า กษัตริย์ทั้งเจ็ดพระนครไม่ได้มาร่วมพิธีถวายพระเพลิง เนื่องจากอาจจะทราบข่าวช้าและระยะทางไกลจึงมาไม่ทัน และทุกพระองค์ทรงรู้ว่ามัลลกษัตริย์จะไม่แบ่งพระบรมธาตุฯจึงได้ยกทัพมาพร้อมฑูตที่ส่งมาขอแบ่งพระบรมธาตุฯ และก็เป็นไปตามพุทธประสงค์ของพระพุทธเจ้าของเรา ที่ต้องการเสด็จมาปริพพานในเมืองกุสินารา เพื่อให้มีการแบ่งพระบรมธาตุฯหลังจากทรงเสด็จปรินิพพานและถวายพระเพลิงแล้ว และพระพุทธเจ้าของเราท่านทรงประทานพระบรมธาตุไว้ให้เหล่ามนุษย์ได้กราบไหว้โดยเฉพาะ ซึ่งเมื่อหมู่ชนไม่สามารถรักษาพระบรมธาตุได้พรหมเทวดานาคฯจึงได้มานำไปประดิษฐานยังที่อยู่ของตน เช่นพระเขี้ยวแก้วเบื้องขวาบน ที่พระอินทร์นำไปจากโทณพราหมณ์ ซึ่งท่านถือว่าเป็นบุคคลครอบครองไม่ใช่หมู่ชนจึงได้นำไป พระเขี้ยวแก้วเบื้องล่างซ้าย เมื่อพระบรมธาตุเจดีย์ที่ประดิษฐานได้พังจมน้ำลง พญานาคได้นำไปประดิษฐานยังนาคพิภพ และเช่นเดียวกันกับพระรากขวัญเบื้องซ้าย ที่พระพรหมนำไปประดิษฐานยังพรหมโลกฯ และจะสังเกตได้อีกเรื่องก็คือในการแบ่งพระบรมธาตุพระนครละ 2 ทะนานนั้น เมืองที่ประดิษฐานพระบรมธาตุสารีริกธาตุ ไม่ตรงกับเมืองที่ประดิษฐานพระบรมธาตุส่วนที่ไม่แตกย่อยเลย ทำให้ไม่ทราบว่ากษัตริย์พระองค์ไหนหรือเมืองไหนได้พระบรมธาตุส่วนที่ไม่แตกย่อยไปบ้างในการแบ่งพระบรมธาตุในครั้งนั้นฯ

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 13 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (21-05-10), พรรณวดี (21-05-10), พุทธรักษา (22-05-10), ก้อนดิน (29-03-12), มณีโชติ (28-07-10), ศิษย์โมคคัลลานะ (21-05-10), ปาริฉัตรมณี (21-05-10), นิมมานรดี (11-06-10), เดชะบุญ (06-07-10), FaRuXue (23-05-10), rathanakit (21-06-10), Rich (21-05-10), rossukon (13-06-10)
ตอบ

Tags
บุญญฤทธิ์, พระนิพพาน, อภิญญา, อภิญญาธรรม, อภิญญาทาน, ตามรอยพระบาท


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 22:50


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่