อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ตามรอยบุญพระ

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 10-06-15, 13:03
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,144
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,851
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,963 ครั้ง ใน 77,963 ข้อความ
พลังบุญ: 56711
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ตามรอยพระบาทพระถังซำจั๋ง โดยหลวงพี่ฯ

แต่ทว่าที่คล้ายกันที่สุด และอยู่ห่างไกลกัน คนละยุคคนละสมัย ที่ผู้เขียนเพิ่งได้ค้นพบนั่น ก็คือ จดหมายเหตุการณ์เดินทางของพระถังซำจั๋ง เมื่อ ๑,๓๕๗ ปีมาแล้ว สรุปใจความได้ว่า ท่านได้เดินทางจาก เมืองซีอาน มาทางทิศตะวันตก ของประเทศอินเดีย สมัยนั้นพระพุทธปฏิมากรและผ้ากาสาวพัสตร์ของพระสงฆ์สาวก ก็ได้ โบกสะบัดไปทั่วทุกแว่นแคว้น

โดยเฉพาะท่านได้มาถึง แคว้นคุจี แล้ว ได้ถึงวัดแห่งหนึ่งชื่อว่า วัดจักราม มีพระพุทธ รูปอยู่ในอารามงดงามวิจิตรประณีต ยากที่จะ เชื่อว่าเป็นฝีมือของชาวโลก ในโบสถ์จักราม ทางทิศตะวันออก มีหินหยกใหญ่ก้อนหนึ่งสีนวล ลักษณะคล้ายหอยกาบทะเล บนหินหยกมี รอยพระพุทธบาท ประทับติดอยู่ ในวันอุโบสถ (รอยพระพุทธบาท) จะเปล่งรัศมีมลังเมลือง เป็นเนืองนิตย์

ต่อจากนั้นท่านก็เดินทางผ่านอีกหลายแว่นแคว้น จนมาถึง แคว้นพัลข์ มีอารามชื่อว่า นวสังฆาราม ซึ่งอยู่ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของ กรุงราชคฤห์น้อย ในโบสถ์มีภาชนะบรรจุ น้ำ สรงของพระพุทธเจ้า มีสีสันงดงาม มีรัศมี เรืองรอง และยังมี พระเขี้ยวแก้ว ๑ องค์ สีนวล เนื้อเรียบเป็นมัน บริสุทธิ์หมดจด นอกจากนี้ ยังมี สัมมัชชนี (ไม้กวาด) แต่ครั้งพุทธกาล ด้ามประดับด้วยแก้วมณีต่างๆ

ในวันอุโบสถอันเป็นวันที่บรรพชิตและสามัญชนมาชุมนุมกัน ก็จะมีการนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้ง ๓ นี้ออกมาให้นมัสการ ของสามสิ่งนี้มัก จะปรากฏรัศมีให้เห็น ด้านเหนือของอารามมี สถูปองค์หนึ่งบรรจุพระสารีริกธาตุ องค์เจดีย์ ประดับด้วยกากเพชรและอัญมณีต่างๆ มักจะ ปรากฏรัศมีให้เห็นเนืองๆ

พระถังซำจั๋งได้บันทึกเป็นภาษาจีนแต่โบราณ ได้แปลโดย ซิว ซูหลุน ต่อไปอีกว่า ในบริเวณใกล้เคียงมีเจดีย์หลายร้อยองค์ ในวัด มีพระสงฆ์กว่า ๑๐๐ รูป จากนั้นก็เดินทางสู่ เมืองตปุสสะ และ เมืองภัลลิกะ ทั้งสองเมืองมีสถูปสูง ๓๐ ตึ๋งเศษ (๑ ตึ๋ง มาตราจีนเท่ากับ ๓.๓ เซ็นติเมตร)

ผู้อ่านคงจะจำชื่อ ท่านตปุสสะ และ ท่านภัลลิกะ ได้ว่าทั้งสองท่านนี้เป็นผู้ได้พบ พระพุทธเจ้าแล้วได้รับพระเกศาธาตุด้วย ต่อมาได้นำไปบรรจุไว้ ปัจจุบันคือ พระเจดีย์ชะเวดากอง ประเทศพม่านั่นเอง แต่ในบันทึกของพระถังซำจั๋งบอกว่า นอกจากได้รับพระเกศาแล้วยังได้รับ พระนขา คือเล็บของพระพุทธเจ้าอีกด้วย

ประการสำคัญที่เคยถามกันว่า ใครเป็น ผู้ออกแบบการสร้างพระเจดีย์เป็นคนแรกไว้ใน พระพุทธศาสนา ในบันทึกนี้ได้ตอบไว้อย่าง ชัดเจนอีกว่า เมื่อท่านตปุสสะและภัลลิกะจะกลับ คืนบ้านเมืองของตน จึงทูลถามการทำสักการ บูชาควรมีแบบแผนอย่างไร

องค์สมเด็จพระจอมไตรจึงทรงพับผ้า สังฆาฏิให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมปูลงกับพื้น ลำดับ ต่อมาทรงเปลื้องจีวรและผ้าอีกผืนหนึ่ง พับให้ เป็นอย่างเดียวกันและปูซ้อนลงไป จากนั้นก็ คว่ำบาตรลงบนจีวร และตั้งไม้ขักขระ (น่าจะ เป็นไม้เท้า) ไว้บนบาตรอีกชั้นหนึ่ง

ด้วยลำดับดังกล่าวนี้ก็ปรากฏเป็นรูปร่างของสถูปขึ้น (ปัจจุบันเรียกพระเจดีย์แบบนี้ว่า ทรงบาตรคว่ำ หรือทรงระฆังคว่ำนั่นเอง) แล้ว พ่อค้าทั้งสองก็กลับไปสร้างพระเจดีย์ ตามที่พระพุทธองค์ทรงแสดงให้ดู และนั่นก็คือพระสถูปแรกในพระพุทธศาสนา ซึ่งพระถังซำจั๋ง ท่านหมายถึง “ชะเวดากอง” นั่นเอง
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
พรรณวดี (10-07-15), พุทธรักษา (17-06-15), Rich (17-06-15)
  #2  
เก่า 10-06-15, 13:05
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,144
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,851
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,963 ครั้ง ใน 77,963 ข้อความ
พลังบุญ: 56711
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ตามรอยพระบาทพระถังซำจั๋ง โดยหลวงพี่ฯ ( 2 )

อภิญญา-ตามรอยพระบาทพระถังซำจั๋ง โดยหลวงพี่ฯ-s6-jpg
ท่านได้เดินทางต่อไปทางทิศตะวันตก ห่างจากเมืองหลวงออกไป ๗๐ ลี้เศษ มีสถูป องค์หนึ่งที่สร้างขึ้นแต่กาลสมัยพระพุทธกัสสป แล้วก็ได้เดินทางถึง แคว้นพามิยาน (ปัจจุบัน อยู่ในเขตอัฟกานิสถาน ที่เรียกกันว่า “เมืองบามิยัน” ตามที่มีข่าวเมื่อปีก่อนโน้นว่า ก่อนพวกตาลีบัน จะโดนอเมริกันถล่ม พวกเขาก็ได้ยิงปืนใหญ่ทำลายพระพุทธรูปที่แกะสลักอยู่บนหน้าผาเสียหายยับเยิน เมื่อมีนาคม ๒๕๔๔)

แต่ในสมัยที่พระถังซำจั๋งไปถึงนั้น มี ผู้คนนับถือพุทธศาสนากันเป็นจำนวนมาก หนักแน่นมั่นคงกว่าคนในเขตแคว้นใกล้เคียงกันมาก ไม่ว่าจะเป็นพระรัตนตรัยหรือเทพเจ้าอื่นๆ ต่าง ก็ได้เห็นเทพเจ้าสำแดงปาฏิหาริย์กันเสมอๆ ภายในแคว้นมีอารามหลายสิบแห่ง มีพระภิกษุหลายพันรูป (ภายหลังได้พบ “คัมภีร์พุทธ” ที่ เก่าแก่ที่สุดภายในถ้ำหลังพระพุทธรูปใหญ่นี้)


จากนั้นท่านเดินทางข้ามเทือกเขาหิมาลัย บ่ายหน้าไปทางทิศตะวันออก พบวิหารหลังหนึ่งประดิษฐาน พระเขี้ยวแก้ว และ พระทันตธาตุ ของพระปัจเจกพุทธเจ้าเมื่อต้นกัปนี้ และ ยังมี พระทันตธาตุ ของพระสุวรรณจักรพรรดิ และมี บาตรเหล็ก ของพระศาณกวาสะด้วย


วัตถุศักดิ์สิทธิ์ทั้ง ๓ สิ่งนี้ ห่อหุ้มรักษาด้วยแผ่นทองคำ นอกจากนี้ยังมีสังฆาฏิสีแดเข้มของ พระศาณกวาสะ องค์อรหันต์อีกด้วย พระเถระองค์นี้เป็นศิษย์ของ พระอานนท์ ชาติก่อนท่านได้ถวายเสื้อแด่พระภิกษุสงฆ์ ชาติต่อๆ มาอีก ๕๐๐ ชาติ เสื้อตัวนี้ก็ติดกายมาทุกภพ และขยายใหญ่ขึ้นตามสภาพการเจริญเติบโตของร่างกาย


ครั้นเมื่อพระอานนท์จัดการอุปสมบทให้พระศาณกวาสะ เสื้อตัวนี้ก็กลายเป็นผ้ากาสาวพัสตร์ ครั้นเข้าสู่พระนิพพาน ท่านก็ละจีวรตัวนี้ไว้ให้ตราบเท่าพุทธธรรมจะเสื่อมสูญไป จีวรจึงจะถึงแก่กาลสลาย เวลานี้จีวรผืนนี้เริ่มปรากฏรอยชำรุดให้เห็นบ้างแล้ว


จากนั้นก็เดินทางผ่านแคว้นต่างๆ อีก มากมายจนถึง แคว้นนครหาร มีสถูปองค์หนึ่งเป็นสถูปที่ พระเจ้าอโศกมหาราช ทรงสร้างไว้ ณ ที่นี้ เป็นสถานที่พระพุทธเจ้าได้เสวยพระชาติเป็น สุเมธดาบส ได้ทอดร่างกายของตนเป็นสะพานให้ สมเด็จพระพุทธทีปังกร เสด็จดำเนินผ่านไป แล้วได้รับพุทธทำนายว่า จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า



พระถังซำจั๋งท่านได้บันทึกตอนนี้ไว้ว่า แม้ว่าจะผ่านยุคที่โลกถูกทำลายด้วยดิน น้ำ ลม ไฟ มาแล้ว แต่ร่องรอยอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ยัง ปรากฏอยู่ มิได้เลือนหายไปแต่อย่างใด โดย เฉพาะในวันอุโบสถ จะมีดอกไม้สดโปรยปราย ลงมาจากเบื้องบนอากาศ
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
  #3  
เก่า 10-06-15, 13:11
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,144
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,851
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,963 ครั้ง ใน 77,963 ข้อความ
พลังบุญ: 56711
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ตามรอยพระบาทพระถังซำจั๋ง โดยหลวงพี่ฯ ( 3 )

พระฉาย - พระบาท - พระเกศาธาตุ

จากนั้นท่านก็เดินทางมาถึงเนินเขาศิลา มีวัดวาอารามและสถูปที่พระเจ้าอโศกสร้างไว้ แต่ไม่มีพระภิกษุพำนักอยู่เลย ด้านตะวันตก เฉียงใต้ของอารามมีธารน้ำตก และถ้ำเป็นที่ อยู่ของ พญานาคโคปาล ในกาลก่อน พระพุทธ เจ้าได้เคยเสด็จมาโปรดและประทาน พระฉาย ให้ไว้แก่พญาโคปาลนาคราช


นอกประตูถ้ำพระฉายมีศิลาสี่เหลี่ยม ๒ ก้อน ก้อนหนึ่งมี รอยพระบาท ของพระพุทธ เจ้า รอยจักร บนพระบาทยังเห็นได้ลางเลือน และมักเปล่งรัศมีอยู่เสมอ ทางด้านตะวันตก เฉียงเหนือของสถูป เป็นสถานที่พระตถาคตเจ้า ทรงพักผ่อนพระอิริยาบถ ภายในสถูปเป็นที่ประ ดิษฐาน พระเกศา และ พระนขา ของพระองค์


ใกล้เคียงกันนี้ ยังมีสถูปอีกองค์หนึ่ง เป็นที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเทศนา ทาง ด้านตะวันตกของถ้ำพระฉาย มีศิลาก้อนมหึมาก้อนหนึ่ง เป็นที่ซักฟอกจีวรของพระตถาคตเจ้า รอยผ้าจีวร ยังพอให้เห็นได้


ออกจากเมืองนั้นก็ได้มาถึง เมืองหิฑฺฑะ ในเมืองมีหอสูง บนชั้นสองมีสถูปขนาดย่อมๆ องค์หนึ่ง ภายในสถูปเป็นที่ประดิษฐาน พระอุษณีษอัฐิธาตุ ของพระพุทธเจ้า ขุมเส้นเกศา ยังแลเห็นได้ชัดเจน เป็นสีนวล ยังมีสถูปเป็นที่ประดิษฐาน พระสีสกฏาหะ (หัวกระโหลก) ของพระพุทธเจ้า ซึ่งมีลักษณะคล้ายใบบัวและ มีสีเดียวกับพระอุษณีษอัฐิธาตุ


ในหอสูงยังมีสถูปเป็นที่ประดิษฐาน พระจักษุธาตุ ของพระพุทธเจ้า ผ้าสังฆาฏิ ของพระพุทธเจ้า เป็นผ้ากรรปาสิกเสื้อละเอียด สีเหลืองอมแดง ก็ได้บรรจุไว้ในกล่องเดียวกัน เนื่องด้วยกาลเวลาผ่านไปนานวัน จึงปรากฏร่องรอยชำรุดบ้างแล้ว ส่วน ไม้ขักขระ (น่าจะ เป็นไม้เท้า) ของพระพุทธองค์ ใช้ดีบุกทำเป็น ห่วงบนยอด ตัวไม้เป็นไม้จันทน์ เก็บรักษา ไว้ใน**บมีค่า




วัตถุศักดิ์สิทธิ์ทั้ง ๕ ชิ้นนี้ มีเรื่องราว ปาฏิหาริย์มากมาย ต้องมีคนดูแลรักษา มีคน มากราบไหว้บูชาเนืองแน่นมิได้ขาด เคยมีพระ ราชาองค์หนึ่ง ทรงทราบว่าสิ่งของเหล่านี้ ล้วน เป็นอัฏฐบริขารของพระพุทธเจ้า จึงยกกำลังรี้ พลมาแย่งชิงเอาไป ทว่าเวลาผ่านไปไม่ทันได้ ๑๒ วัน ของมีค่าเหล่านี้ก็หายไป จึงส่งคนออก ติดตามหา ปรากฏว่าสิ่งของทั้งหมด ได้กลับ มาประดิษฐาน ณ สถานที่เดิม
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
พรรณวดี (10-07-15), พุทธรักษา (17-06-15), Rich (17-06-15)
  #4  
เก่า 10-06-15, 13:13
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,144
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,851
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,963 ครั้ง ใน 77,963 ข้อความ
พลังบุญ: 56711
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ตามรอยพระบาทพระถังซำจั๋ง โดยหลวงพี่ฯ ( 4 )

สมัยพระเจ้ากนิษกะราชา

จากที่นี่ออกเดินไปในหุบเขาราว ๕๐๐ ลี้ถึง แคว้นคันธาระ (อยู่ในเขตอินเดียเหนือ) เมืองหลวงชื่อ ปุรุษปะ ทางด้านตะวันตกเฉียง เหนือของเมืองหลวง มีฐานเก่าแก่ฐานหนึ่งเดิม เป็นแท่นที่ประดิษฐาน บาตร ของพระพุทธเจ้า


เมื่อพระองค์ปรินิพพานแล้ว บาตรใบนี้ ก็ตกมาอยู่แคว้นนี้ หลายร้อยปีผ่านมา ผู้คนก็ ได้ดูแลรักษาด้วยความเลื่อมใสศรัทธา ต่อมา ภายหลังได้หมุนเวียนไปสู่แคว้นอื่น เวลานี้ตก ไปอยู่ที่แคว้นปารสิก (ตำนานพระเจ้าเลียบโลก บอกว่าอยูที่ เมืองมวร (มธุ) นคร)


ส่วนปัจจุบันนี้ ผู้เขียนได้ไปพบ บาตร และ ผ้าสังฆาฏิ ของพระพุทธเจ้าที่วัดแห่งหนึ่ง ในเมืองเสากวาน ประเทศจีน โดยท่านอาจารย์ตักม้อนำมาจากประเทศอินเดีย ซึ่งรับช่วงต่อ มานับเป็นลำดับรุ่นที่ ๒๗ จาก พระอานนท์ ซึ่งเดิมเป็นของ พระมหากัสสป


นอกเมืองหลวงออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ๘ - ๙ ลี้ มีต้นโพธิ์อยู่ต้นหนึ่งสูงใหญ่ มีใบปกคลุมหนาแน่นแผ่ออกไปกว้างขวาง พระ พุทธเจ้า ๔ พระองค์ในอดีต เคยประทับอยู่ใต้ ต้นโพธิ์นี้ ปัจจุบันยังคงมีพระพุทธรูปประดิษ ฐานอยู่ ๔ องค์ ในภัทรกัปนี้ยังมีพระพุทธเจ้า อีก ๙๙๖ องค์จะเสด็จมาประทับ ณ ที่นี้เช่นกัน


สมัยพระศากยมุนีเคยประทับอยู่ใต้ต้นโพธิ์นี้ ได้ตรัสกับพระอานนท์ว่า เมื่อตถาคต ดับขันธปรินิพพานได้ ๔๐๐ ปีแล้ว จะมีพระ ราชาองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระกนิษกะราชา พระองค์จะทรงสร้างสถูปไม่ห่างไปจากที่นี่นัก อัฐิธาตุและมังสะธาตุส่วนใหญ่ของตถาคต จะ ถูกนำมาเก็บไว้ในสถูปนี้


ต่อมาพระราชาก็ได้อุบัติขึ้น แล้วทรง สร้างพระมหาสถูปและสถูปเล็กรายล้อม ๑๐๐ สถูป พระตถาคตเจ้าเคยตรัสทำนายไว้ว่า มหา สถูปองค์นี้ ภายหลังจากถูกเผาผลาญไป ๗ ครา และสร้างใหม่ขึ้นอีก ๗ คราแล้ว พระพุทธ ศาสนาก็จะสิ้นสลายลง


ชาวท้องถิ่นเล่าว่า สถูปองค์นี้ถูกเผาผลาญไปแล้ว ๓ ครั้ง และสร้างขึ้นใหม่เป็น ครั้งที่ ๓ แล้ว เมื่อพระถังซำจั๋งเดินทางมาถึง แคว้นนั้นก็พอดีกับสถูปเพิ่งถูกไฟเผาผลาญไป และขณะนั้นกำลังก่อสร้างใหม่อยู่ งานยังไม่ ทันแล้วเสร็จ
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
พรรณวดี (10-07-15), พุทธรักษา (17-06-15), Rich (17-06-15)
  #5  
เก่า 10-06-15, 13:15
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,144
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,851
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,963 ครั้ง ใน 77,963 ข้อความ
พลังบุญ: 56711
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ตามรอยพระบาทพระถังซำจั๋ง โดยหลวงพี่ฯ ( 5 )

จาก “หนังสือประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาในอินเดีย” โดย พระมหาดาวสยาม วชิรปัญโญ กล่าวว่า...

ในยุคที่พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง มากที่สุดคือในสมัย พระเจ้ากนิษกมหาราช แห่งราชวงศ์กุษาณะ พ.ศ. ๖๒๑ – ๖๔๔ พระ องค์มีเมืองหลวง ๒ แห่ง คือที่ ปุรุษปุระ ปัจจุบันคือ เปชวาร์ ของปากีสถาน และเมือง ชาลันธร หรือ จาลาลาบาด ในอัฟกานิสถาน ปัจจุบัน

ในยุคนี้ได้มีการสร้างพระอารามเกิด ขึ้นมาอย่างมากมาย รวมทั้งพระพุทธรูปยืนที่ หุบผาบามิยัน ด้วย (ห่าง จากกรุงคาบูล เมือง หลวง ๑๔๕ ไมล์ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ) และในสมัยของพระองค์ได้เป็นองค์อุปถัมภ์ การทำสังคายนาครั้งที่ ๔ ที่ชาลันธร หรือ จาลาลาบาดด้วย (บางตำราว่าที่แคว้นกัศมีระ)

พระพุทธศาสนาที่เข้ามาในอัฟกานิสถาน นักปราชญ์ส่วนมากเชื่อกันว่า เริ่มสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ราวพ.ศ. ๒๓๔ โดยพระองค์ ได้ส่งพระธรรมทูต ๙ สายออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะสายที่ ๒ โดยการนำของ พระมัชฌันติกเถระ พร้อมคณะได้เดินทางไปกัศมีระและ คันธาระ

พระมหาเถระองค์นี้ตามประวัติ ท่าน เป็นศิษย์สายตรงของพระอานนท์ และอาณา จักรคันธาระก็ไม่ไกลจากอัฟกานิสถาน และ บางครั้งอาณาจักรก็ขยายครอบไปถึงอัฟกานิส ถานด้วย พระพุทธศาสนาจึงเป็นที่รู้จักของชาว อัฟกันตั้งแต่นั้นมาวาระสุดท้าย

พระพุทธศาสนาได้เข้าถึงยุคอวสานเมื่อพระศาสดา “นบีมูหัมหมัด” สถาปนา ศาสนา อิสลามขึ้นที่ซาอุดิอารเบีย ต่อมาสาวกก็เริ่ม เผยแพร่ศาสนาโดยวิธีรุนแรง โดยตั้งกองทัพ เข้าโจมตีหลายแห่ง เช่น ยุโรป ยึดได้กรีก สเปน อิตาลี จนถึงครึ่งหนึ่งของยุโรป แต่ต่อมาก็ถูก ตีโต้กลับ

เมื่อสมรภูมิทางยุโรปหยุดชะงัก จึงเข้า โจมตีอาฟริกาเหนือ ยึดได้ลิเบีย อียิปต์ โมร็อกโค ต่อจากนั้นก็เดินทัพเข้าโจมตีเอเชียใต้ ยึดได้ เมโสโปเตเมีย (อิรัก) ยึดเปอร์เซีย (อิหร่าน) แม้นว่าชาวเปอร์เซียที่นับถือศาสนาโซโรอัส เตอร์ จะพยายามต่อสู้อย่างกล้าหาญแต่ท้ายสุด ก็พ่ายแพ้ กองทัพมุสลิมจึงยึดอาณาจักรเปอร์เซีย ได้เด็ดขาดราว พ.ศ. ๑๒๐๐

เมื่ออาณาจักรเปอร์เซียแตก อัฟกานิส ถานซึ่งอยู่ด้านบนจึงเป็นเป้าหมายต่อไป กอง ทัพมุสลิมได้เข้าโจมตีอย่างหนัก สุดท้ายอาณา จักรพุทธศาสนาในอัฟกานิสถานก็พังพินาศ วัดวาอาราม พระสงฆ์จึงถูกทำลายลงหมด แม่ ทัพมุสลิมที่เข้าโจมตีอัฟกานิสถาน มีนามว่า โกไลบาเบน ๑ ได้บังคับให้พุทธศาสนิกชนฮินดู และปาร์ซีนับถืออิสลาม

ในช่วงต้นอาจจะเป็นเพราะถูกบังคับ แต่เมื่อผ่านไปหลายรุ่น พวกเขาจึงเป็นอิสลาม ศาสนิกชนเต็มตัว แต่พุทธสถานบางแห่งยังพอหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบันอันเป็นประจักษ์พยานยืนยัน ว่าบรรพบุรุษชาวอัฟกันนับถือพุทธศาสนามาก่อน บทวิเคราะห์ของท่านก็มีเพียงแค่นี้
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
พรรณวดี (10-07-15), พุทธรักษา (17-06-15), Rich (17-06-15)
  #6  
เก่า 10-06-15, 13:17
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,144
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,851
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,963 ครั้ง ใน 77,963 ข้อความ
พลังบุญ: 56711
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ตามรอยพระบาทพระถังซำจั๋ง โดยหลวงพี่ฯ ( 6 )

อภิญญา-ตามรอยพระบาทพระถังซำจั๋ง โดยหลวงพี่ฯ-s6-jpg
แต่ที่สำคัญที่สุดและแปลกที่สุดนั่น ก็คือ มีข่าวจาก คุณคณานันท์ ทวีโภค แจ้งว่าได้พบ ภาพนี้ทางอินเตอร์เนต คือเป็นรอยเท้าขนาด ใหญ่บนก้อนหินดำ ในวิหารกาบะ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอารเบีย ตามที่อิสลามิกชนทั้ง หลาย จะต้องขวนขวายเดินทางไปกราบไหว้ ก้อนหินดำอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้

ตามที่คุณคณานันท์เล่าให้ฟังว่า ได้ดูรายการเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิกแล้ว จึงได้รู้ว่า แท่งหินดำนี้มีคนไหว้คนบูชากันมาก่อนจะตั้ง ศาสนาอิสลามนานแล้ว ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลาง ที่มีคนเคารพนับถือทั้งตะวันออกกลางมาแต่ โบราณกาล

จึงทำให้มีข้อคิดว่า ดินแดนที่พระถังซำจั๋งจาริกนั้น ได้พบกับรอยพระพุทธบาทหลายแห่ง ต่อมาก็ได้ถูกทำลายไปอย่างที่กล่าวแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่า ปูชนียสถานเหล่านี้อาจ จะมีการเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะรอยเท้าขนาด ใหญ่นี้ มีลักษณะที่แตกหักแล้วนำมาต่อกันไว้

ซึ่งก่อนที่พระถังซำจั๋งจะเดินทางเข้ามา นั้น ได้มีคณะสงฆ์จีน ๒ ชุด ที่เดินทางเข้ามา ตอนเหนือของอัฟกานิสถานคือ พระฟาเ**ยน ได้ออกจาริกแสวงบุญจากแผ่นดินจีนตั้งแต่ พ.ศ. ๙๔๒ ท่านได้เขียนรายงานไว้ในจดหมายเหตุ ของท่านว่า

“ที่แคว้นอุทยาน (ตอนเหนือของอัฟกา นิสถาน และปากีสถาน) มีสังฆาราม ๕๐๐ แห่ง พระสงฆ์เป็นฝ่ายหินยานทั้งหมด มี รอยพระ พุทธบาท อยู่แห่งหนึ่ง และสถานที่อีกแห่งที่ เชื่อกันว่า พระพุทธองค์เคยตากผ้า ไว้เป็นศิลาสูง ๔๐ ศอก และที่แคว้นปุรุษปุระมีวัดมากมาย มีวัดใหญ่แห่งหนึ่งมีพระสงฆ์ ๗๐๐ รูป พระเจ้ากนิษกะได้สร้างสถูปหลายแห่งไว้เป็นที่สักการะ นอกนั้นยังมีบาตรของพระพุทธองค์อยู่ที่นี่ด้วย”

ต่อมาในยุคสมัยที่ พระถังซำจั๋ง หรือ พระเฮี้ยนจัง เดินทางมาราว พ.ศ. ๑๑๗๒ (ค.ศ.๖๒๙) เพื่อไปศึกษาและอัญเชิญพระ ธรรมคัมภีร์ ที่ขาดแคลนในเมืองจีนเวลานั้น พระเจ้าถังไทจง พระองค์นี้ เป็นปฐมกษัตริย์จีน ที่ทรงบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างยิ่งใหญ่ที่สุด

พระถังซำจั๋งเดินทางออกจากด่านเง็กนิ่งกวน ข้ามทะเลทรายมกฮ่อเอี๋ยง ผ่านเมือง อีอู๊ (ฮามิ อยู่ในมณฑลซินเกียง) ผ่านแคว้น เกาเชียง แล้วผ่านการาชาร์ แคว้นคุจี ข้ามเทือก เขาเทียนซาน ผ่านทะเลสาปอิสสิกุล แล้วผ่าน เข้าเตอรกีสถาน ผ่านแคว้นต่างๆ มีแคว้นสมาร กันด์เป็นต้น เข้าอาฟกานิสถานสู่อินเดีย

ท่องเที่ยวศึกษาพระธรรมวินัย และกราบไหว้ พระพุทธรูป พระพุทธบาท และพระบรมธาตุเจดีย์ อยู่ในอินเดียจนถึง พ.ศ. ๑๑๘๘ (ค.ศ. ๖๔๕) จึงกลับคืนนครซีอาน ท่านเดินทางกลับ ในเส้นทางเดิม บันทึกของพระถังซำจั๋งมีชื่อว่า “ไต้ถังไซฮกกี่” แปลว่า บันทึกเรื่องประเทศตะวันตก สมัยมหาราชวงศ์ถังถือว่าเป็นหนังสือ ที่ทรงคุณค่าและดังที่สุดในสมัยนั้น

ตอนนี้ขอย้อนกลับมาตอนที่พระถังซำจั๋งเดินทางไปถึง เมืองปุษกลาวตี ซึ่งอยู่ห่าง จากอารามกนิษกะราชา ๕๐ ลี้ มีสถูปองค์หนึ่ง สูงหลายร้อยเฉียะ พระเจ้าอโศกมหาราชทรง สร้างไว้ เมื่อครั้งศากยมุนีพุทธเจ้าทรงเสวย พระชาติเป็น พระราชา ของแคว้นนี้ ๑,๐๐๐ ชาติ และได้สละพระเนตรให้เป็นทานนั้นสิ้น ๑,๐๐๐ ชาติ

ต่อจากนั้นก็เดินทางผ่านอีกหลายเมืองจนถึง แคว้นอุทยาน (แคว้นนี้อยู่ในอาณาเขต อินเดียเหนือ ใกล้แคชเมียร์) ห่างออกไปทาง ด้านตะวันออกของเมืองมังคลี มีสถูปใหญ่องค์ หนึ่ง ศักดิ์สิทธิ์มาก เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสวย พระชาติเป็น “กษานติวาทิน” คือเป็นฤาษีทีมี ขันติ สมัยนั้นพระเทวทัตเกิดเป็น กลิราชา ได้ทดสอบโดยสั่งบั่นมือและเท้าจนสิ้นพระชนม์ ณ สถานที่นี้
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
พรรณวดี (10-07-15), พุทธรักษา (17-06-15), Rich (17-06-15)
  #7  
เก่า 10-06-15, 13:18
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,144
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,851
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,963 ครั้ง ใน 77,963 ข้อความ
พลังบุญ: 56711
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ตามรอยพระบาทพระถังซำจั๋ง โดยหลวงพี่ฯ ( 7 )

จากเมืองมังคลีต่อไปอีก ผ่านภูเขาใหญ่ ถึง “ตาน้ำอะปะลาล” ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำ ศุภวัสตุ นาคที่อาศัยอยู่ที่นี่กลับชาติเกิดเป็น มนุษย์ในสมัยพระพุทธกัสสป ชื่อว่า “คัณคิ” สามารถปราบนาคร้ายอื่นๆ มิให้ทำฝนตกหนัก ชาวบ้านจึงให้เสบียงอาหารเป็นประจำ

ต่อมาบางครอบครัวหลีกเลี่ยงที่จะส่งเสบียงให้ต่อไป คัณคิตายแล้วจึงกลับไปเกิด เป็นนาคร้ายบันดาลให้แม่น้ำกลายเป็นสีขาวขุ่น สร้างความหายนะแก่พื้นดินและพืชผลในนา อย่างมหันต์ ต่อมาพระพุทธเจ้าจึงได้เสด็จโปรด จนเกิดความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา


ถัดจากตาน้ำนี้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ๓๐ ลี้เศษ ทางเหนือของฝั่งแม่น้ำ มีศิลาแบน ราบเรียบก้อนมหึมาก้อนหนึ่ง บนศิลามี รอยพระพุทธบาท ซึ่งอาจวัดขนาดได้ยาวและสั้นแตกต่างกันไป สุดแท้แต่บุญวาสนาของผู้อธิษฐาน


รอยพระบาทนี้เป็นรอยพระบาทที่พระพุทธองค์ประทับไว้เมื่อครั้งเสด็จมาปราบ พญาอะปะลาลนาคราช คน รุ่นหลังจึงสร้างคูหาบน ศิลายักษ์นี้ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้และไกลพากันมา สักการบูชาด้วยดอกไม้และของหอม ล่องไปตามลำน้ำ ๓๐ ลี้เศษ มาถึงศิลาที่พระตถาคตเจ้า ซักฟอกจีวร รอยเส้นของจีวรยังเห็นได้ชัด เจน ประหนึ่งจำหลักไว้


(สถานที่สองแห่งนี้ หลวงจีนฟาเ**ยน ก็ได้มานมัสการแล้วเช่นกัน ซึ่งสถานที่เหล่านี้ มีคล้ายกับบ้านเรา คือที่ วัดพระพุทธบาทตากผ้า อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ตามที่ผู้เขียนเคยเล่าไว้แล้ว)


จากนั้นพระถังซำจั๋งก็เดินทางไปถึง หิฑฺฑคีรี ขุน เขาสูงลิบคดเคี้ยวเลี้ยวลด มีดอก ไม้นานาพันธุ์ บางครั้งจะมีเสียงคนคุยกัน บาง ครั้งเป็นเสียงดนตรีแผ่วแว่วมา แท่นหินสี่เหลี่ยม คล้ายเตียงนอน เหมือนมีคนมาสร้างไว้ ตั้ง เรียงรายกันเป็นระยะๆ เต็มหุบเขา ที่นี่เคยเป็น ที่พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็น ดาบส สละชีพ เพื่อขอฟังพระธรรมกถาอีกครึ่งบทให้จบ


หลังจากนั้นก็ไปถึงอารามชื่อ มหาวนา ซึ่งเป็นที่พระพุทธเจ้าได้เสวยพระชาติเป็น สวรทัตตะราชา ทรง สละราชสมบัติแล้ว พบคนยากจนผู้หนึ่งมาขอทาน แต่ไม่มีอะไรจะให้ จึงให้ มัดพระองค์ไปถวายพระราชาฝ่ายอริศัตรู เพื่อ รับเงินสินบน ถือว่าเป็นทานที่พระองค์มอบให้


จากอารามมหาวนาไปลงจากภูเขาเดิน ต่อไปอีกถึง อารามมยูขะ ในอารามมีศิลาสี่ เหลี่ยมก้อนมหึมาอยู่ใกล้ๆ สถูปเป็น รอยพระบาท ของพระพุทธองค์ประทับอยู่ จำเดิมเมื่อพระบาทของพระตถาคตเจ้าเหยียบลงบนศิลา ปรากฏเปลวรัศมีพวยพุ่งส่องสว่างรุ่งโรจน์ทั่วพิภพไพศาล พระองค์ทรงแสดงเทศนานิทานชาดกแก่มนุษย์และเทวดา


ภายในฐานสถูปนี้มีศิลาก้อนหนึ่ง สีนวล เป็นมันลื่น สีไม่เปลี่ยนแปลง ที่นี่เป็นที่ที่พระพุทธองค์เมื่อครั้งเสวยพระชาติเป็นโพธิสัตว์ ทรงใช้พระอัฐิธาตุของพระองค์เอง จารึกพระคัมภีร์ในขณะที่ทรงสดับพระสัทธรรม


ทางด้านตะวันตกของอารามมยูขะ มี สถูปซึ่งพระเจ้าอโศกทรงสร้างไว้ เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็น สิวิกราชา ทรงเฉือนพระมังสา (เนื้อ) ของพระองค์เป็นค่าไถ่นก พิราบจากปากเหยี่ยว เพื่อมุ่งหวังในพุทธผล จากสถูปนี้ไปอีกก็มีสถูปเมื่อครั้งเสวยพระชาติ เป็น ท้าวสักกเทวราช แล้วแปลงร่างลงมาเป็นงูเหลือม อุทิศเนื้อให้ผู้คนกินเพื่อหายจากโรค ระบาดและทุพภิกขภัยทั้งหลายในเวลานั้น


จำเนียรกาลเมื่อครั้งเสวยพระชาติเป็น ราชาแห่งมยุรชาติ (เกิดเป็น พญานกยูงทอง) ได้มาถึงที่นี่พร้อมเหล่ามยุราทั้งปวง ด้วยความที่ ทั้งร้อนและกระหายน้ำ จึงใช้จงอยปากเจาะหิน ผาให้น้ำไหลออกมา ปัจจุบันที่ตรงนี้กลายเป็น สระน้ำ จะดื่มหรือใช้อาบก็รักษาโรคได้ จนบัดนี้ยังมี “รอยตีนนกยูง” ประทับอยู่บนศิลานั้น ดังนี้แล...

ที่มา เวบตามรอยพระบาท
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
พรรณวดี (10-07-15), พุทธรักษา (17-06-15), Rich (17-06-15)
ตอบ

Tags
วัดท่าซุง, หลวงพี่ชัยวัฒน์, เวบตามรอยพระบาท


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 18:47


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่