อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ตามรอยบุญพระ

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #11  
เก่า 08-06-12, 13:55
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 9,822
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,784
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 76,804 ครั้ง ใน 76,804 ข้อความ
พลังบุญ: 55229
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ขอโมทนากับหลวงพี่ชัยวัฒน์ที่ได้ “ทำเรื่องเข้าใจผิดให้เข้าใจถูก” ว่าด้วย “กเบื้องจาร”

ขอโมทนากับหลวงพี่ชัยวัฒน์ที่ได้ “ทำเรื่องเข้าใจผิดให้เข้าใจถูก” ว่าด้วย “กเบื้องจาร”
…เมื่อวานนี้ (๓ มี.ค.) ได้ไปที่บ้านซอยสายลม และแวะไปซื้อ “ธัมมวิโมกข์” ฉบับ เดือน มีนาคม ๒๕๔๖ ได้อ่านพบเรื่องสำคัญมาก จึงอดไม่ได้ที่จะนำมาเสนอให้ท่านทั้งหลายได้ทราบ นั่นก็คือเรื่องของ “กเบื้องจาร” ที่อดีตพระราชกวี (ท่านเจ้าคุณอ่ำ ธัมมทัตโต) วัดโสมนัสวรวิหาร ได้พบตามที่ต่าง ๆ และได้ทำการอ่าน และรวบรวมจัดพิมพ์เป็น หนังสือ “พุทธสาสนสุวัณณภูมิปกรณ ราชบุรีวัตถุกถา ตำนานต้นเมืองขุนไทย” ซึ่ง ในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา อาจจะมีความเข้าใจอะไรที่คลาดเคลื่อนอยู่ เมื่อได้อ่านเรื่องที่หลวงพี่ชัยวัฒน์ วัดท่าซุง นำเสนอแทรกอยู่ใน บทบันทึกเรื่อง “ตามรอยพระพุทะบาท” ในนิตยสาร ธัมมวิโมกข์ ฉบับดังกล่าว จึงขอโมทนากับท่านด้วย ที่ได้ “ทำเรื่องเข้าใจผิดให้เข้าใจถูก” ว่าด้วย “กเบื้องจาร” ดังกล่าว ซึ่งผมจะขออนุญาตท่าน คัดลอกมาไว้ข้างล่างนี้
ขอชี้แจงเรื่อง “กเบื้องจาร” ของพระราชกวี วัดโสมนัสฯ
…รวมความว่าปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองที่เล่าถึงตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาประทานเกศาธาตุและรอยพระพุทธบาท พวกนี้เขาไม่เชื่อหรอกนะ แม้แต่เรื่องในกเบื้องจารของ หลวงพ่ออ่ำ (พระราชกวี) วัดโสมนัสวิหาร ซึ่งได้จารึกถึงการตั้งถิ่นฐานเดิมของคนไทยที่เกี่ยวข้องกับประเพณีและพระพุทธศาสนา ตลอดจนถึงการคิดประดิษฐ์อักษรไทย มีพวกเราบางคนก็ยังไม่เชื่อเลย
…แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาของแต่ละบุคคลที่จะพิสูจน์กันได้ จะเชื่อหรือไม่ก็ตามที แต่ท่านก็ได้มรณภาพไป ๑๐ ปีแล้ว คงจะทิ้งให้พวกเราได้ศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ของชาติไทยกัน ซึ่งผู้เขียนมิได้มุ่งเอาเฉพาะแผ่นกเบื้องจรที่จารึกไว้เท่านั้น แต่ก็ได้ให้ความสำคัญของเรื่องราวต่าง ๆ ด้วย
…ตามที่เล่าไว้ว่า คนไทยตั้งถิ่นฐานอยู่ในดินแดนแห่งนี้มานานแล้ว รวมทั้งพระพุทธเจ้าก็ได้เสด็จมาโปรดคนไทยถึงแหลมทองนี้ ซึ่งสมัยที่ พระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ ยังอยู่ท่านก็บอกว่า ท่านเจ้าคุณพระราชกวี หรือ หลวงพ่ออ่ำ เกิดมาเพื่อทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ
…อีกทั้งยืนยันว่า หลวงพ่ออ่ำ เคยเกิดเป็น ช้างปาลิไลยกะ มาก่อน และจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้านับเป็น องค์ที่ ๑๐ ในกัปนี้ ทรงพระนามว่า พระสุมังคลสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งได้เคยนำลงในหนังสือ “ธัมมวิโมกข์” มาหลายปีแล้ว หลวงพ่อได้พูดไว้ตอนหนึ่งว่า…
“…เจ้าคุณพระราชกวี วัดโสมนัสวิหารองค์นั้นท่านรู้จริง ไปถามดูสิ (เกี่ยวกับเรื่องพระกาลมาบอกเวลาตาย) …ท่านปรารถนาพุทธภูมิ ความจริงยังไม่เคยเจอะหน้ากันเลยนะ แต่ก็มีจิตใจยอมรับนับถือซึ่งกันและกัน อาตมาก็ยอมรับนับถือท่าน ท่านก็ยอมรับนับถืออาตมา ต่างคนต่างฝากข่าวไปหากัน พบกันแค่ข่าว
…ถึงกระนั้นก็ดี แต่ว่าข่าวของท่านกับข่าวของอาตมาตรงกัน ความรู้สึกตรงกัน…ใครสงสัยอาตมาพูดว่าพระพุทธเจ้ามีจริง พระพุทธเจ้าบอกอย่างนั้น…อย่างนี้…ไปถามเจ้าคุณราชกวีได้ และไปถามคนที่เขาปฏิบัติได้…ให้ได้จริง ๆ แล้วกัน ที่เขาทำทิพจักขุญาณได้ก็ดี ทำอภิญญาได้ก็ดี อันนี้เขาตอบได้แน่นอน…”

หลักฐานอ้างอิง
…ตามหลักฐานอ้างอิงของ หลวงพ่อพระราชกวี ก็มิใช่มีเฉพาะกเบื้องจารเท่านั้น ท่านยังมี พระพุทธรูปเก่าแก่ ศิลาจารึก รูปปั้นขุนไทย ธรรมจักร กวางหมอบ และ เทวรูป อีกมากมาย เพื่อเป็นส่วนประกอบในการศึกษาเรื่องราวทั้งหลายเหล่านี้
…วัตถุโบราณที่ท่านได้รวบรวมและใช้อ้างอิงจึงมีหลายประเภท ทั้งที่ปรากฏในหนังสือต่างประเทศและในประเทศ เช่น พระพุทธรูปสมัยและปางต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นต้น ที่ขุดได้จากหลายแหล่ง และที่ยังคงอยู่ในวัดบางแห่ง เช่นที่ วัดพริบพลี ท่านใช้วัตถุโบราณและหลักฐานต่าง ๆ เหล่านี้ ตรวจสอบซึ่งกันและกัน (crossed checked) ตรวจสอบกับจารึกในกเบื้องจารและกับเอกสารต่าง ๆ เช่น พงศาวดาร “ฉบับหลวงประเสริฐ” ประชุมพงศาวดาร และหลักศิลาจารึกต่าง ๆ อีกด้วย
…ท่านเจ้าคุณหรือหลวงพ่ออ่ำได้เห็นกเบื้องจารแผ่นแรกเมื่อ เดือนพฤศจิกายน ๒๕๐๖ เป็นกเบื้องหินทรายสมัยเก่า มีภาพพุทธประวัติปางประสูติ ซึ่งพระนางสิริมหามายาเทวีประสูตพระสิทธัตถราชกุมารแล้วพระนางประทับนั่ง ณ พระแท่น ซึ่งมีกวางหมอบอยู่ที่ฐาน เป็นศิลปสมัยสุวัณณภูมิ
…ต่อมาท่านได้แผ่นที่มีแต่รอยขีดเป็นรอยสือไทยละว้า เมื่อเริ่มอ่านได้ ๕๐ กว่าแผ่น มีอยู่แผ่นหนึ่งกล่าวถึง วัดพริบพลีเมืองเพชรพริบพลี มีจารึกว่า พระนางสิริงามตัวเทวีสุวัณณภูมิ และน้องชายชื่อ ขอมทองเมือง เป็นผู้สร้างและได้สลักล้อธรรมจักรกวางหมอบไว้
…ท่านจึงให้คนนำไปที่ วัดพริบพลี จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๐๗ ได้พบกับ พระครูพิศิษฐ์ศิลปาคม ท่านเจ้าอาวาสวัดพริบพลีขณะนั้นเป็นครั้งแรก เมื่อได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกันแล้ว ท่านพระครูพิศิษฐ์ได้แสดงส่วนล้อธรรมจักรที่หัก (มีภาพประกอบ-ศรีวรุณะอิสโร) และแจ้งว่าล้อธรรมจักรและกวางหมอบที่สมบูรณ์อยู่ในพระวิหารวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
…เมื่อท่านเจ้าคุณอ่ำได้ทราบดังนั้น ท่านบอกว่าปลาบปลื้มใจมากที่ได้พบหลักฐาน คือ เรื่องที่อ่านมีหลักฐานแน่นอน เป็นการพิสูจน์ตรงตัวว่า เรื่องที่อ่านจากกเบื้องจารมีของจริงให้เห็นด้วย คือล้อธรรมจักรและกวางหมอบที่สมบูรณ์นั้น ขุดพบได้ที่วัดพริบพลี แต่ถูกนำไปเก็บไว้ในวัดมหาธาตุ เป็นสิ่งที่ ขอมทองเมือง น้องชายพระนางสิริงามตัวเทวีเป็นผู้สร้าง
…ทั้งนี้ มีลักษณะตรงกับข้อความที่ได้จารึกไว้ในกเบื้องจาร เช่น เป็นกวางตัวเมียไม่มีเขา (คงเป็นสัญลักษณ์ให้รู้ว่าผู้สร้างวัดเป็นผู้หญิง) เป็นหลักฐานที่สำคัญที่พิสูจน์ได้ด้วยตาเปล่า ไม่ต้องใช้กรรมวิธีพิศดารทางวิทยาศาสตร์ ว่าจารึกลายสือไทยใน กเบื้องจารและแผ่นหินทราย เป็นบันทึกเรื่องจริง พูดถึงของจริง สามารถดูได้ เห็นได้ จับต้องได้

__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 6 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
พรรณวดี (09-06-12), พรหมวิหาร (07-12-16), พุทธรักษา (08-06-12), เพิ่มบุญ (08-06-12), lekmungchon (01-11-16), Rich (08-06-12)
  #12  
เก่า 08-06-12, 13:57
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 9,822
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,784
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 76,804 ครั้ง ใน 76,804 ข้อความ
พลังบุญ: 55229
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ขอโมทนากับหลวงพี่ชัยวัฒน์ที่ได้ “ทำเรื่องเข้าใจผิดให้เข้าใจถูก” ว่าด้วย “กเบื้องจาร” ( 2

กเบื้องจารมี ๒ ประเภท
…กเบื้องจารที่ใช้จารึกลายสือไทยนั้น ถ้าได้เห็นของจริงแล้ว เหมือนศิลาหรือหินธรรมชาติ ประเภทหินทราย (sand stone) เนื้อแน่น น้ำหนักมาก ส่วนมากยาว ๑๐ นิ้ว กว้าง ๙ หรือ ๑๒ นิ้ว รูปสี่เหลี่ยมหนา ๒ นิ้ว กเบื้องจารมีทั้งหินทรายธรรมชาติและหินที่คนทำขึ้น
…ที่ว่าหินทรายธรรมชาติ เพราะท่านเจ้าคุณอ่ำได้บรรยายไว้ถึงแผ่นที่มีจารึกลายตัวเมือง (พยัญชนะ) และลายตัวบ้าน (สระ) ประมาณ ๑๖๐ กว่าแผ่น (คือตัวอย่างลายสือไทย จารึกไว้ ๖,๖๐๐ กว่าปีมาแล้ว) ว่าเกือบทุกแผ่นมีรอยเลื่อยทำแผ่นแสดงว่าไทยมีเลื่อยใช้มาแล้ว ๖ พันกว่าปี รุ่นนี้คงเป็นหินทรายธรรมชาติ จึงต้องใช้เลื่อยตัดทำแผ่น ถ้าเป็นการปั้นจากดินผสมยางไม้ จะปั้นเป็นแผ่นได้เลย
…ส่วนรุ่นที่ว่าเป็นหินที่คนทำขึ้นนั้น คงเป็นเพราะบางสมัยอาจต้องการใช้จำนวนมาก ทำจากหินธรรมชาติช้ามาก จึงหาวิธีทำหินจากดินผสมยางไม้ขึ้น ดังข้อความที่จารึกไว้ในแผ่นหนึ่งว่า
“ตะวัน (อธิราช) เชิญญาณจรณ (เถร) พร้อมภิกขุสงฆ์ ๒๕๐๐ มนขอมพิสสนุ (นายช่างใหญ่) ทำหินด้วยดินดาน ยางกบก ขุนเดือนหาต้นใบลานบ้านคอนช้างก้อง เขียนขึ้น ๑๐ (ค่ำ) เดือน ๕ ปี (พ.ศ.) ๓๐๐“
…คำว่า กบก เป็นต้นไม้เนื้อแข็ง ต้นใหญ่สูงคล้ายต้นยาง ที่เห็นแถวถนนสายเชียงใหม่-ลำพูน (สายเก่า) เนื้อไม้กบกแข็งกว่าไม้ยาง ท่านเจ้าคุณอ่ำได้บรรยายถึงกรรมวิธีการทำผิวแผ่นกเบื้องจารว่า
…แผ่นกเบื้องจารทุกแผ่นที่เขียนเรื่องล้วนมีลงรักประสมทอง แบบเอาทองคำเม็ดหรือทองคำผงประสมรักทาทั้งแผ่นแล้วเขียน เท่าที่สังเกตเห็นมีทองหนาบ้าง บางบ้าง ไม่มีบ้าง อาจเป็นอย่างที่เรียกกันว่า เขียนลงแผ่นทอง หรือที่เรียกว่า “สุพรรณบัฏ”
…กเบื้องจารเหล่านี้ ใช้เป็นแผ่นจารึกประวัติเรื่องราวต่าง ๆ ใช้มากันหลายพันปี ตั้งแต่ ขุนสือไทย เริ่มคิดลายสือไทยให้ใช้กัน เมื่อราว ๖,๖๐๐ กว่าปีมาแล้ว จนกระทั่ง พ.ศ. ๑๗๐๐ กว่าก็ยังมีใช้จารึกให้เราได้รู้ว่า ขุนศรีนาวนำถม อพยพครอบครัวและชาวเมืองไทยทวาลาว เพื่อหนีอิทธิพลและการเรียกค่าขวัญเมืองจาก ขุนราชพลี (ราชบุรี) เดินทางขึ้นเหนือไปตั้งเมืองใหม่ชื่อ สุโขทัย เมื่อ พ.ศ. ๑๗๒๑
…สมัยต่อมา พ่อขุนรามคำแหง จึงเป็นผู้เริ่มใช้หลักศิลาจารึก บันทึกเรื่องราวได้ทั้ง ๔ ด้าน แต่กเบื้องจารเป็นแผ่นบางใช้จารึกเฉพาะด้านแบน ๒ ด้าน การที่เคลือบผิวหน้าด้วยยางรักประสมทอง ทำให้เขียนจารึกได้ง่ายกว่าการจารึกบนหลักหิน ซึ่งคงต้องใช้เหล็กสกัด
…กเบื้องจารโบราณเหล่านี้ คงมีอยู่มากมายหลายแห่ง เพราะใช้จารึกเรื่องราวของชาวไทยดั้งเดิม ตั้งแต่ก่อนพุทธกาล ๔,๐๙๐ ปี จนถึง พ.ศ. ๑๗๒๒ คือเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๕,๘๑๒ ปี เท่าที่ท่านเจ้าคุณอ่ำรวบรวมได้ คงประมาณ ๒,๐๐๐ แผ่น จากที่ต่าง ๆ…(ช่วงนี้ขอเว้น เพราะเนื้อความยาวพอควร เพื่อไปสู่ตอนสำคัญ-ศรีวรุณะอิสโร)

…เพื่อความเข้าใจของท่านผู้อ่าน ที่จะได้ไม่สับสนกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นว่า กเบื้องจาร เป็นของจริงหรือปลอมกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ ก็คือว่า ผู้เขียนได้สอบถามเรื่องนี้กับ พระละออง ที่อยู่ตึกรับแขก
…ท่านบอกว่าเคยได้ยิน พระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ พูดที่ตึกรับแขกเมื่อประมาณกลางปี พ.ศ. ๒๕๓๕ คือก่อนมรณภาพเพียงไม่กี่เดือนว่าท่านอยากจะทำหนังสือสัก ๒ เล่ม คือ หนังสือประวัติของวัด เพื่อเล่าเรื่องสถานที่ต่าง ๆ ภายในวัด ว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร ถึงได้สร้างสถานที่เหล่านี้ไว้ภายในวัดท่าซุง
…พร้อมกันนี้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ก็ได้ปรารภออกมาว่า อยากจะจัดพิมพ์หนังสือของ ท่านเจ้าคุณพระราชกวี ด้วย แต่เดิมหนังสือมีความหนาเกินไป จึงอยากจะจัดทำเป็นตอน ๆ เพื่อความสะดวกของผู้อ่าน แล้วจะอธิบายให้ผู้อ่านเข้าใจไปด้วย ซึ่งในตอนนั้นเมื่อผู้เขียนได้ทราบเรื่อง จึงได้นำปัจจัยไปถวายท่านเพื่อเป็นค่าพิมพ์ทันที
…แต่ผลสุดท้ายท่านก็ไม่ได้ทำตามที่ตั้งใจไว้ หลังจากท่านทั้งสองมรณภาพไปแล้วในปีเดียวกัน คือปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ผู้เขียนก็ได้พยายามนำเรื่องราวลงพิมพ์ในธัมมวิโมกข์จนจบ ซึ่งต้องใช้เวลาเขียนเป็นตอน ๆ ตลอด ๖ ปีเต็ม นับว่าได้ประสานมโนปณิธานของท่านไว้ได้เป็นผลสำเร็จ
…จึงขอให้ท่านทั้งหลายได้เข้าใจตามนี้ด้วย อย่าด่วนสรุปเรื่องราวจนเกินไป จะชื่อว่าได้ทำกรรมในสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะจะไปล่วงเกินปรามาสต่อพระมหาโพธิสัตว์เจ้า ซึ่งผู้ที่ไปนิพพานในชาตินี้ไม่ควรประมาทกรรมแม้เพียงเล็กน้อย เพราะจะให้โทษมหาศาล มันจะเป็นอันตรายต่อมรรคผล ไม่คุ้มค่ากับความดีที่ทำมาตลอดกาล
…(ช่วงนี้ขออนุญาตข้ามไปครับเป็นการบรรยายเหตุการณ์วันที่ ดร.ปริญญา นุตาลัย กับคนอื่น (หมายถึงไม่ใช่ลูกศิษย์โดยตรง) นำกเบื้องจาร ไปให้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานดู-ศรีวรุณะอิสโร)…
…เป็นอันว่า เรื่องนี้ตามที่มีปรากฏอยู่ในหนังสือ ลูกศิษย์บันทึกเล่ม ๕ ฉบับพิมพ์แจกเมื่องานครบรอบมรณภาพหลวงพ่อฯ เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๔๕ หน้า ๒๓๔ เรื่อง “หลวงพ่ออ่านกระเบื้องจาร” โดยท่าน ดร.ปริญญา นุตาลัย ซึ่งมีผู้อ่านหลายท่านได้ถามมา จึงขอชี้แจงให้ทราบโดยทั่วกัน.
(คัดจาก คอลัมน์ “ตามรอยพระพุทธบาท” ในนิตยสารธรรมปฏิบัติ ธัมมวิโมกข์ ประจำเดือน มีนาคม ๒๕๔๖ จัดทำโดย คณะธัมมวิโมกข์วัดท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี)

หมายเหตุ ที่มา View Topic
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 8 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Attawat_Rx (11-06-12), พรรณวดี (09-06-12), พรหมวิหาร (07-12-16), พุทธรักษา (24-06-12), เพิ่มบุญ (08-06-12), lekmungchon (01-11-16), ohm_chiangmai (08-06-12), Rich (08-06-12)
  #13  
เก่า 07-12-16, 02:56
Apinya's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 789
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 3,194
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 8,383 ครั้ง ใน 8,383 ข้อความ
พลังบุญ: 2853
Apinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these parts
Default

E-book หนังสือ พุทธสาสนสุวัณณภูมิปกรณ

พุทธสาสนสุวัณณภูมิปกรณ
__________________
"สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลมีความดับเป็นธรรมดา"

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Apinya ในข้อความนี้
ตอบ

Tags
กเบื้องจาน, หลวงปู่อ่ำ, หนังสือไทย


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 23:08


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่