อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ทริปทัวร์บุญพุทธบูชาฯ

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 17-04-09, 01:41
Apinya's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 797
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 3,194
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 8,402 ครั้ง ใน 8,402 ข้อความ
พลังบุญ: 2881
Apinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these parts
Default ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑



วันที่ 4 ธันวาคม 2551 20.00น. เราบวงสรวงสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย แต่ออกเดินทางช้ากว่ากำหนดเนื่องจากต้องรอทำหนังสือสวดมนต์ฉลองอายุพระศาสนากึ่งพุทธกาลเข้าสู่ยุคอภิญญาใหญ่ ซึ่งตั้งใจให้เป็นธรรมทานทันใจทำวันเดียวเสร็จเราพร้อมออกเดินทางเช้ามืดของวันที่ 5 ธันวาคม 2551 เวลา ตี 2 กว่าๆ



เวลา 05:30 น. ถึงวังน้ำเขียวถามชาวบ้านหาทางไปสำนักปฏิบัติธรรมของวัดท่าซุง สาขาที่ 9 วังน้ำเขียว พอมาถึงได้เห็นภาพที่อยู่ข้างหน้าก็พากันตื่นจากความง่วงเลยทีเดียว ที่สำคัญอากาศค่อนข้างหนาวลมก็แรง เราเดินทางเข้าไปไม่เห็นมีใครอยู่ จึงได้แวะเข้าห้องน้ำก่อน (ห้องน้ำสวยมากๆ เหมือนรีสอร์ท 5 ดาว) หลังจากนั้นก็ย้อนกลับออกมาเข้าอีกทางเพื่อไหว้พระกันครับ



พวกเราได้เดินเข้าไป เข้าไปจุดธูปเทียนและถวายดอกไม้ ปัจจัยบวงสรวงสวดมนต์บูชาและร่วมสร้างสมเด็จองค์ปฐมประดับคริสตัลพร้อมพระวิหารฯ จากนั้นก็ทำสมาธิสักพัก จึงอุทิศส่วนกุศล กราบพระ แผ่เมตตาฯ แล้วเดินไปไหว้พระยังวิหารหลังถัดไปครับ



ได้ถวายปัจจัย ธูปเทียน และดอกไม้บูชาพระแม่ธรณี โมทนาบุญที่ท่านได้ปกปักรักษาพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองตั้งมั่นฯ ที่ปลายมวยผมของพระแม่ธรณีมีน้ำไหลตลอดเวลา วิหารพระแม่ธรณีและศาลพระกาฬเรือนไทยไม้ทั้งสองหลังสร้างได้อย่างสวยงามมากครับ



ด้านข้างของศาลพระแม่และศาลพระกาฬ และมีอีกหลายศาลที่ได้ไปบูชา เช่น รัชกาลที่ 5 และพระมเหสี ฯ



ศาลเจ้าพ่อเสือ ศาลพระแม่จามเทวี ฯลฯ ก่อนจะกลับ คุณลุงยามเดินมาบอกว่า เป็นสถานที่ส่วนบุคคล ซึ่งครั้งแรกพวกเราเข้าใจผิดว่าเป็นสำนักปฏิบัติธรรมสาขาที่ 9 ของวัดท่าซุง ต้องขอโทษท่านด้วยไม่มีเจตนาล่วงเกิน มีเจตนาประสงค์จะไหว้พระทำบุญอย่างเดียว และก็ได้ร่วมทำบุญทุกอย่างกับคณะท่านไปด้วยแล้ว ถามคุณลุงยามเพิ่มเติมได้ความต่อมาว่าที่นี่คือบ้านไร่ปลายตะวัน เจ้าของเป็นคนกรุงเทพฯท่านฝันเห็นอะไรก็ให้ช่างสร้างตามที่ฝันครับ พวกเราก็เลยบังเอิญได้เข้าไปในความฝันของท่านด้วยในเช้านี้ ขอร่วมโมทนาบุญทุกอย่างด้วยคนครับ



เดินทางต่อเข้ามาอีกหน่อย ก็มาถึงสำนักวังน้ำเขียวตามที่ตั้งใจไว้ได้ครับ ที่นี่มีบุญใหญ่ๆให้ทำเยอะเลยครับ



บวงสรวงสวดมนต์บูชาคุณพระรัตนตรัย อธิษฐานเนรมิตร่วมสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม พระปัจเจกพุทธเจ้า พระชำระหนี้สงฆ์ รูปเหมือนหลวงพ่อปาน หลวงพ่อฤาษีลิงดำ พระวิหาร และซื้อที่ดิน ฯลฯ ถวายเป็นพุทธบูชา และร่วมโมทนาบุญทั้งหมดในพระพุทธศาสนาร่วมกับพระพุทธเจ้าทุกพระองค์อันมีสมเด็จองค์ปฐมเป็นต้น พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระธรรม พระอริยสงฆ์ทั้งหมดและทุกดวงจิตฯ



ตอนบวงสรวงมีลมแรงและท้องฟ้าเปิดพอดี มีโยมป้า2ท่านเดินมาหาท่านให้โมทนาบุญวันนี้ท่านนำพระบรมธาตุที่เสด็จมา มาถวายเพื่อบรรจุใจองค์พระปฐมฯ พวกเราดีใจมากที่มีบุญมาให้ทำเพิ่มโดยบังเอิญ พวกเราร่วมโมทนากับท่านได้ให้ภาพพระหัตถ์ซ้ายขวาไป2ภาพ ท่านให้ภาพพระบรมธาตุที่จะถวายมาเป็นที่ระลึกฯ บวงสรวงอธิษฐานเนรมิตร่วมสร้างพระองค์ปฐมปางอุ้มบาตรมหาลาภสูง 30 ศอก ฯ



หลังจากนั้นก็เดินทางมาที่วัดปอแดง นครราชสีมา พอดีท่านจัดงานปริวาสจึงได้ร่วมถวายปัจจัยและใส่บาตรพระในตอนเช้านี้ด้วยครับ เราพากันมาไหว้พระนอนแกะจากไม้ตะเคียนทั้งต้น ได้ถวายปัจจัยเครื่องหอมและพวงมาลัยสวดมนต์บูชาพระ และร่วมโมทนาบุญท่านนางตะเคียนที่ได้สละบ้านมาสร้างพระนอนถวายเป็นพุทธบูชาฯ
เราออกเดินทางต่อ ระหว่างทางยังพากันขำเรื่องเมื่อเช้าที่บ้านไร่ปลายตะวันไม่หาย คิดว่าสักวันคุณหมึกคงมีโอกาสสร้างบ้านงามๆแบบนี้บ้าง แต่ก็เป็นเรื่องที่ซ้ำๆกันอยู่ดีคือทุกที่ต้องสร้างและตั้งชื่อกันให้อลังการอยู่แล้ว ถ้าจะให้แปลกกว่าที่อื่นก็คือต้องตั้งชื่อให้แปลก ก็เลยลงความเห็นกันว่าควรตั้งชื่อเป็น “บ้านปลาหมึก” ฟังดูแปลกดี



หลังจากนั้นพวกเราก็เดินทางไปวัดเขาตะกรุดรัง แต่คนนำทางพาหลงไปวัดเชตะวัน(เขาน้อยพุทธกาล)ก็เลยต้องแวะทำบุญเสียเลยเพื่อไม่ให้เสียโอกาส ได้ตรงดิ่งไปในมณฑปครอบรอยพระบาทเพื่อทำพิธีบวงสรวงฯ หลังจากบวงสรวงเสร็จได้ปรากฏรอยพระบาทคู่นี้ครับบนหินใกล้ๆกับรอยประทาน พวกเราดีใจมากได้สรงน้ำรอยพระบาทกันยกใหญ่ แต่ที่น่าประหลาดใจคือในกล้องที่ถ่ายมานี้รอยพระบาทมีนิ้วครบ5นิ้ว ปรกติจะมองเห็นเพียง3นิ้ว ในวันที่โพสนี้เป็นวันที่ 12 มกราคม 2552 เมื่อคืนได้ฝันว่าไปตามรอยพระบาทกับพระฯ ที่วัดผาเต่าคำ อ.พาน จ.เชียงราย ได้พบรอยพระบาท2รอยบนหินปากทางเข้าวัดเช้านี้มาพิมพ์รายละเอียดปรากฏว่าภาพได้เปลี่ยนไปอีก



ตอนนี้เห็นเป็นรอยพระบาทแบบนิ้วเท้าทับกันอยู่2รอย เลยโทรแจ้งหลวงพี่ฯไปท่านว่าเป็นเรื่องแปลกดี จึงได้ส่งเมลล์ไปให้ท่านดู หินรอยพระบาทนี้ที่เราไปกราบไหว้มาในหลายๆที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นโดยตลอดจริงๆ นับว่าเป็นพุทธานุภาพที่ท่านทรงสงเคราะห์ให้เราได้รู้ได้เห็นในพุทธบารมีโดยแท้เลยครับ



หินรอยพระบาทอื่นๆในบริเวณวัดเชตวัน ครับ พวกเราได้ถวายสังฆทานและได้เดินทางไปยังวัดเขาตะกรุดรังต่อครับ รอยพระบาทวัดเขาตะกดรุดรังจะประดิษฐานในผอบหินครับ นับว่าแปลกมากเล่ากันว่าเทพยุดาท่านได้นำหินมาปิดไว้กันคนขึ้นไปเหยียบย่ำหรือทำลายครับ



เราบวงสรวงสวดมนต์บูชาคุณพระรัตนตรัย ปิดทองสรงน้ำรอยพระบาทฯ อุทิศส่วนกุศล กราบพระ แผ่เมตตาฯ และหลังจากบวงสรวงแล้วได้พบรอยพระหัตถ์บนหินด้านนอกใกล้กับรอยพระบาท



ได้ถวายปัจจัย,ธูปและดอกไม้บูชาพระร่วมสร้างพระใหญ่บนเขาตะกรุดรัง ถวายเป็นพุทธบูชาฯ อากาศเย็นสบายดีมากเราออกเดินทางต่อไปทานอาหารเที่ยงที่ร้านส้มตำพันล้าน และเข้าที่พักที่บ้านคุณเล็ก ม.สุระฯ 14.00 น. เริ่มบวงสรวงทำหนังสือสวดมนต์ทันใจ และรอคุณป้อมกับคณะที่กำลังนำพระมาจากบางกอกครับ
17.00 น. เราจึงได้ออกเดินทางจากโคราช มุ่งหน้าสู่บ้านไผ่ และไปยังพระบาทหินร่อง อ.โกสุมพิสัย





ถึงพระบาทหินร่องประมาณ 19.30น. เราทำพิธีบวงสรวงสวดมนต์บูชาคุณพระรัตนตรัย ทำสมาธิ ปิดทอง สรงน้ำฯ อุทิศส่วนกุศล กราบพระแผ่เมตตาฯ หลังจากทำพิธีเสร็จแล้วท้องฟ้าได้เปิดเห็นดาวบนท้องฟ้าสวยงามมากครับ ระหว่างนี้มีคุณลุงเดินที่ดูแลสถานที่อยู่มาคุยด้วย ได้สอบถามประวัติและเรื่องราวต่างๆคุณลุงให้ข้อมูลว่ามีพระมาทำลายรอยพระบาทแต่โดนชาวบ้านไล่หนีไป เราคุยกะคุณลุงให้เห็นความสำคัญของรอยพระบาทและการดูแลรักษา ได้ให้เงินไปทำกรอบล้อมรอยพระบาทใหม่ ถวายเป็นพุทธบูชาฯ คุณลุงดีใจมากที่มีคนศรัทธาและให้กำลังใจในการปกป้องสมบัติของพระฯ คุณลุงจะตั้งใจดูแลรอยพระบาทและทำที่ครอบให้อย่างดี ปีหน้าเรากะว่าจะไปกราบรอยพระบาทและแวะเยี่ยมคุณลุงด้วย ขออานิสงส์ครอบรอยพระบาท อันเป็นการปกป้องรอยพระบาท ถวายเป็นพุทธบูชาฯ จงเป็นกำแพงแก้วล้อมรอบท่านให้พ้นจากเคราะห์กรรมและอันตรายทั้งปวงตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพานเทอญฯ



รอยพระบาทที่ถูกทำลาย พวกเราได้บวงสรวงอธิษฐานซ่อมได้ถวายพลอย,หินสี,แผ่นเงินและสรงน้ำ ฯ เป็นพุทธบูชาฯขอพุทธบารมีให้รอยพระบาทกลับคืนสภาพเดิม ให้ได้เป็นที่กราบไหว้บูชาของมนุษย์เทวดาและหมู่สัตว์ทั้งหลายตราบ5000ปีตามพุทธประสงค์ ตามพุทธพยากรณ์ตลอดไปฯ
ขอบารมีแห่งพระพุทธเจ้าทุกพระองค์อันมีสมเด็จองค์ปฐมเป็นต้น พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระธรรม พระอริยสงฆ์ทั้งหมด พระโพธิสัตว์ทุกพระองค์ ตลอดจนพรหมเทพเทวาทั้งหลายที่ได้ปกปักรักษาพระศาสนาฯ จงดลบันดาลให้เป็นไปตามประสงค์จงทุกประการเทอญฯ
ออกเดินทางมาเรายังคุยกันถึงเรื่องคุณหมึกปวดไหล่ ท่านนัทเล็งญาณแล้วที่ดูเหมือนจะมีแล้วบอกว่าคงเป็นผีชัตเตอร์คุณหมึกออกจะกลัว ๆ เลยเลื่อนไปปวดต้นคอแทน แต่ผีมันก็ไม่ยอมละเว้นเค้าว่ามันก็ยังนั่งอยู่บนบ่าแต่เปลี่ยนท่าเป็นนั่งพับเพียบเข่าผีเลยมาชนต้นคอพอดี งานนี้ไม่รู้ว่าผีจองเวรหรือคนจองเวรกันแน่อ่ะครับ



ต่อจากนั้นจึงได้เดินทางมาทำบุญวันพ่อ ได้ถวายปัจจัย,ทองคำและสรงน้ำพระฯ บูชาพระพุทธรูป,พระบาท ฯและร่วมสร้างวัดถวายเป็นพุทธบูชาฯ
เราออกเดินทางต่อโดยแวะพักทานข้าวที่ อ.สมเด็จ แล้วตรงดิ่งไปยังถ้ำฟืม เพื่อพักค้างคืนและถวายพระแก้วแดงทรงเครื่องพระจักพรรดิ์ฯในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น



6 ธันวาคม 2551 ในตอนสายได้บวงสรวงหนังสือสวดมนต์ฉลองอายุพระศาสนาเข้าสู่กึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่ ได้บรรจุพระและหนังสือสวดมนต์ฯไว้ใต้ฐานพระ ถวายเรือนแก้ว ถวายฉัตร ถวายเครื่องกั้นฯ หลังจากนั้นนิมนต์พระให้ศีล ถวายพระแก้วแดงพร้อมเครื่องสูง,ปัจจัยและของบริวารฯ ร่วมทำบุญทุกอย่างฯ ร่วมสร้างวัดถ้ำฟืม อ.ภูพาน จ.สกลนครถวายเป็นพุทธบูชาฯ และร่วมโมทนาบุญทั้งหมดในพระพุทธศาสนาฯ
เราร่วมทานอาหารเป็นครั้งแรกด้วยนะครับงานนี้ ทำเอาแม่ครัวโดยเฉพาะคุณนิดเป็นปลื้มมาก เพราะไปกันทีไรไม่เคยทานให้เค้าเลย ด้วยว่าไม่อยากให้เป็นภาระกับใคร ต่อจากนั้นเราก็ตัดสินใจเดินทางออกนอกโปรแกรมไปภูลังกากันครับ 2,000 กว่าขั้น เท่านั้นเอง









เราถึงภูลังกาประมาณ 17.30น. อากาศข้างบนหนาวมาก แต่พวกเราก็มีความสุขกันทุกคนหลังจากต้องขึ้นบันไดและปีนป่ายกันอีกเล็กๆน้อยๆ



พวกเราได้รวมกันบวงสรวงประทักษิณาวัตรรอบองค์พระบรมธาตุที่สร้างครอบลังกาในสมัยแม่กาเผือกมาทำรังฯได้ระลึกถึงพระเจ้าห้าพระองค์ และพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆอันมีสมเด็จองค์ปฐมเป็นต้น ได้ถวายปัจจัย,ทองคำ,เงิน,เครื่องหอมฯบูชาพระบรมธาตุ,รอยพระบาทฯ ร่วมทำบุญทุกอย่างร่วมสร้างวัดภูลังกา ถวายเป็นพุทธบูชาฯและร่วมโมทนาบุญทั้งหมดในพระพุทธศาสนาฯ ขอบารมีพระทุกพระองค์ให้ทุกท่านสามารถปฏิบัติตนเข้าถึงได้ทั้งปฏิสัมภิทัปปัตโต ฉฬภิญโญ เตวิชโช และสุกขวิปัสสโก หากเป็นพระโพธิสัตว์ก็ขอให้มีบารมีเต็มได้เป็นกำลังใหญ่ในการค้ำจุนพระศาสนาตามคำอธิษฐานของทุกท่านจงทุกประการเทอญฯ
เราสำรวจรอยพระบาทเพิ่ม ได้พบรอยพระบาทในระหว่างนั้นพระจันทร์ได้ทรงกลดเป็นรูปจักร และพระบรมธาตุได้เรืองแสงออกมาเป็นอัศจรรย์ มีความสุขมากวันนี้ได้อธิษฐานพระธาตุและได้ประดิษฐานบนภูลังกานี้ด้วยฯ หลังจากนั้นได้ลงมาทานข้าวก่อนเดินทางกลับไปพักค้างคืนที่ถ้ำฟืม เพื่อถวายพระพุทธเจ้าสี่พระองค์ต่อไป ฯ





เราถึงถ้าฟืมเที่ยงคืนอีกตามเคย 2วันนี้หาคนอาบน้ำยากส่วนใหญ่เหมาอาบตอนเช้า ประหยัดน้ำวัดดี คืนนี้ปู่เสือและอาจารย์ท่านเดินทางไปรับรับรูปสลักพระฤาษีที่บุรีรัมย์ พวกเราได้แต่โมทนาแต่ไม่ตื่นมาส่งท่านเล่นเดินทางกันตอนตีสามอะครับ
เข้านี้ตื่นมาได้ทานอาหารตามสั่งแต่เช้าเลย โดยเฉพาะท่านนัทดูจะมีความสุขมากกว่าใคร เราถวายสังฆทานพระพุทธรูปพระเจ้าสี่พระองค์,ปัจจัยและของบริวารฯ ร่วมทำบุญทุกอย่างร่วมสร้างถ้ำฟืมถวายเป็นพุทธบูชาฯ และร่วมโมทนาบุญทั้งหมดในพระพุทธศาสนาฯ แล้วออกเดินทางต่อไปวัดพระบาทน้ำทิพย์กันต่อครับ
วันนี้ได้คุยกะคุณนิดแม่ครัวด้วย ทำเอาคุณนิดน้ำตาตก แต่ก็มีกำลังใจจากหลายๆท่านที่ไปช่วยกัน ทำให้แกมีกำลังใจขึ้นเยอะเลยครับ ขอบคุณทุกๆท่านครับ ชีวิตในโลกนี่ไม่เที่ยงเป็นทุกข์จริงๆครับ มีอะไรช่วยกันได้ก็ช่วยนะครับ แค่ทุกข์ของตัวเองก็มากพอแรงแล้ว อย่าไปเพิ่มความทุกข์ให้ใครอีกเป็นอันขาด เดี๋ยวต้องกลับมาเกิดอีก



พวกเรามาถึงวัดพระบาทน้ำทิพย์ ลงรถแล้วตรงดิ่งไปยังพระพุทธรูปที่เราเอาไปถวายเป็นองค์แรกของวัดก่อนเลย ตอนนี้ท่านมีวิหารหลังเล็กๆอยู่แล้ว พวกเราได้ถวายปัจจัย,ทองคำ,พลอยและหินสีร่วมสร้างพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐมหน้าตัก 19.9 ม.หลังจากนั้นก็เดินทางเข้าไปกราบรอยพระบาทน้ำทิพย์ในป่าต่อไป



รอยพระบาทยังคงสวยงามเป็นธรรมชาติอยู่เหมือเดิมครับ พอดีพวกเราเห็นแท่นพระว่างอยู่จึงตัดสินใจทำความสะอาด เพื่อจะนำพระพุทธรูปที่นำมาด้วยมาถวาย แต่ปรากฏวัดแล้วขนาดพระใหญ่กว่าแท่น แต่พวกเราหลายท่านก็ไม่ละความพยามยามได้นำม้าหินอ่อนมาเพื่อจะต่อแท่นออกไปเพื่อตั้งพระให้ได้อีก ได้พากันแบกพระพุทธรูปและม้าหินอ่อนเข้ามาที่พระบาทน้ำทิพย์เพื่อทำให้ความตั้งใจถวายพระฯเป็นพุทธบูชาประดิษฐานไว้ที่พระบาทน้ำทิพย์สำเร็จให้จงได้



จากที่วัดกันแล้วอย่างไรก็ไม่พอ แต่ด้วยพุทธบารมีก็พอจนเหลือถวายให้เป็นสมบัติของพระศาสนาได้ประดิษฐานให้มนุษย์เทวดาและหมู่สัตว์ทั้งหลายได้กราบไหว้บูชาคู่พระบาทน้ำทิพย์ตลอดห้าพันปีทุกประการครับฯ
ขอร่วมโมทนาบุญกับทุกๆท่านเป็นอย่างสูง ในความมั่นคงเชื่อมั่นในคุณพระรัตนตรัยขอบารมีพระทุกพระองค์และพระบาทเจ้าน้ำทิพย์จงปกป้องคุ้มครองท่านและคณะให้เจริญรุ่งเรืองทั้งทางโลกและทางธรรม ได้ช่วยกันจรรโลงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองตั้งมั่นตลอดไปด้วยเทอญฯ



เราออกเดินทางต่อไปยังวัดผาน้ำย้อย เพื่อรวมสร้างพระเจดีย์มหาชัยชนะ ถวายเป็นพุทธบูชาฯ ระหว่างเดินกลับมีแสงลอดผ่านเมฆลงมา จึงพากันเดินไปดูได้พบรอยพระบาทอยู่ริมหน้าผาหลายรอย ได้บวงสรวงอธิษฐานสวดมนต์บูชาพระ ปิดทองคำสรงน้ำอบฯ อุทิศส่วนกุศล กราบพระ แผ่เมตตาฯ



รอยพระพุทธบาทที่พบนี้น่าจะเป็นพระพุทธบาทสี่รอย เข้าใจว่าพระพุทธเจ้าพระองค์ทรงเสด็จมาทางอากาศ ลงประทับรอยพระบาทที่หน้าผาทางด้านนี้ ก่อนที่พระองค์จะเสด็จสู่ที่ผาน้ำทิพย์



รอยพระบาทที่เห็นนี้ เป็นรอยที่ท่านเหยียบทะลุแผ่นหินลงมา เป็นช่องให้น้ำไหลผ่านได้พอดี เมื่อคราวน้ำ ด้านบนเหนือรอยพระบาท เป็นแท่นที่ประทับนั่ง ซึ่งยังปรากฏเป็นรอยประทับนั่งให้เราได้กราบไหว้บูชา แต่ในรูปไม่ได้ลงภาพแท่นประพระนั่งให้ดูเนื่องจากไม่รู้ว่าใครถ่ายภาพนี้ไว้บ้าง
รอยพระบาทยังคงสภาพเดิมมีความสวยงามเป็นธรรมชาติ เป็นที่ประทับใจทุกคนมากที่ได้พบรอยพระบาทใหม่เพิ่มขึ้น ให้ได้เป็นที่กราบไหว้บูชาอาศัยพุทธบารมีติดตามรอยพระบาทของพระทุกพระองค์ไปพระนิพพานกันครับ





ทำบุญที่วัดผาน้ำย้อยเสร็จแล้ว ได้เวลาใกล้ค่ำ ปรากฏแสงสีทองบนท้องฟ้าส่องสว่างในทุกทิศทางหลังปุยเมฆ ดูแล้วสบายตา มีความสุข พาให้นึกถึงพระที่ท่านทรงสงเคราะห์เราตลอดเวลา ให้พวกเรามีกำลังใจในการทำความดีเพื่อพระนิพพานต่อไป
เราคิดกันว่าจะนำของที่นำมาถวายพระที่ยังเหลืออยู่อีกเป็นจำนวนมากไปถวายวัดไหนดี เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายในการทำบุญ ต้องเดินทางกลับบ้านไปใช้ชีวิตต่อสู้กับความเป็นจริง ที่หลายคนจำต้องทน และหลายคนไม่อยากจะทน หรือบางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทนอะไรหรือเปล่า....... ก็อาศัยบุญวาสนาบารมีที่สั่งสมมานี้เป็นกองทุนเลี้ยงชีพ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน
ก็ได้อธิษฐานว่า ถ้าพระอาทิตย์ตงลงแล้วเราพบวัดไหนเราจะถวายเป็นผ้าป่าแบบชนิดที่พระท่านไม่ทันได้ตั้งตัว เลยได้ชื่อว่า ผ้าป่ากองโจร นี่เป็นครั้งแรกเลยนะเนี้ยที่ทำกันในราชสำนัก คิดว่าด้วยอานิสงค์ นี้ขอให้เราก็ดี พ่อแม่ ญาติพี่น้อง คนที่เรารัก ตลอดจนทุกดวงจิต ให้มีความสุขโดยพลัน พ้นทุกโดยไม่ทันตั้งตัว วัดที่เราได้ถวายผ้าป่าโจรนี้คือ.........วัดศรีวิไลมงคล อ.โพนทอง ร้อยเอ็ด คร๊าบ ในกองผ้าป่าประกอบด้วย พระพุทธรูป 6 พระองค์ หนังสือหลวงพ่อฯ ภาพรอยพระหัตถ์ที่ชุมพร ข้าวของเครื่องใช้อีกมากมาย ฯลฯ ...........อนุโมทนาสาธุ............ อุทิศส่วนกุศล แผ่เมตตา
เราทุกคนมีความสุขมาก หน้าชื่นตาบาน แต่ก็หิวข้าวมากๆๆๆๆๆ พอถวายผ้าป่าเสร็จ ก็เข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตา เตรียมเดินทางต่อเพื่อหาข้าวกินกันต่อไป





ก่อนเข้าที่ทานอาหาร เรามาแวะพักและทำบุญกันที่ วัดบูรพาราม พระอารามหลวง เมืองร้อยเอ็ด (ถ้าจำชื่อไม่ผิดนะครับ) ร่วมสร้างพระยืน 101 ศอก ถวายเป็นพุทธบูชา ฯ วัดอยู่ติดกับคูเมืองเก่าด้านใน และมีศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพอยู่ด้วย ก่อนหน้าที่คณะเราจะเดินทางมาทำบุญในครั้งนี้ มีพี่ในคณะท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ถ้าผู้เขียนจำไม่ผิดน่าจะเป็นว่า ฝันไปว่าได้เดินทางไปทำบุญที่แห่งหนึ่ง ระหว่างทางได้แวะทำบุญไหว้รอยพระบาทข้างทาง ซึ่งเป็นที่ที่เคยมาแล้ว แต่ไม่พบรอยพระบาท ในฝันที่ไปครั้งนี้ พบว่ามี่ท่านเจ้าพ่อประจำที่ ท่านเป็นหัวหน้าเทวดาในถิ่นนั้น ท่านออกมาโมทนาบุญ และพาไปไหว้รอยพระบาทที่ท่านเฝ้าดูแลมานาน หลังจากนั้นในฝันท่านเล่าว่า ได้เดินทางมาคอยรถประจำทาง ในที่นั้นชาวบ้านกำลังฉายหนังกลางแปลง ก็ปรากฏว่ามีผีหัวขาดเดินเข้ามาหา แล้วขว้างหัวที่ถือมาไปที่ที่คอยรถ พี่ท่านถามผีตนนั้นว่า ทำอย่างนี้ทำไม เรามีเวรกรรมอันใดผูกกันไว้ ผีตนนั้นตอบไปว่า ไม่มีอะไร เราทำของเราอย่างนี้จนชิน ใครมาเราก็ขวางเราก็ปาอยู่อย่างนี้ ในฝันนี้เป็นเหตุทำให้รู้ว่า กรรมอันเราทั้งหลายทำแล้ว หาต้นชนปลายไม่ได้ จนผู้กระทำไม่อาจจะจำได้ก็ดี ว่าเคยทำกรรมแบบใดไว้ สักแต่ว่าทำจนชินเป็นอุปนิสัย แต่ภายในใจหาคู่กรณีไม่ได้
ณ ที่นี้ยังได้ฟังมาอีกว่า เพลานี้เราได้กระทำจิตของเราทั้งหลายให้เป็นผู้ไม่ผูกเวร เราไม่เป็นศัตรูกับใคร เราพึงทำจิตของเราให้สามารถโมทนาบุญคุณความดีกับทุกดวงจิต คือใจของเราไม่มีใครเป็นศัตรู เราเป็นผู้ไม่มีเวรกับใคร...สาธุ... อุทิศส่วนกุศล แผ่เมตตา ครับ



อ้อ...ผมลืมไป ขณะที่อยู่ที่วัดผาน้ำย้อย นั่งคุยกันว่าจะไปทำบุญถวายผ้าป่าเป็นวัดสุดท้ายที่ไหนกันดี เลยพลอยทำให้นึกขึ้นได้ว่า ที่วัดป่าประชาคม (ป่ากุง) หลวงปู่ศรี มหาวีโร ท่านจำพรรษาอยู่ ท่านได้สร้างพระมหาธาตุเจดีย์บุโรพุทโธ เลยคิดอยากจะไปทำบุญร่วมสร้าง แต่ด้วยว่าเวลาไม่อำนวย อีกทั้งไม่ทราบทาง เกรงว่าจะหลงทาง และคำมืดเสียก่อน อันจะเป็นเวลาที่ไม่สมควร เลยอธิษฐานถวายผ้าป่าโจรตามวัดดังที่เล่ามาแล้ว
เรามาพักทานข้าวต้มที่ร้านดังของร้อยเอ็ด คือ ร้านข้าวต้มคนเห็นสาขา 1 หรือเปล่า...? หลายคนคงอยากไปทำบุญที่วัดป่ากุงเช่นเดิม ก็เลยถามทางที่จะไป ปรากฏว่าอยู่บนเส้นทางที่เราจะกลับพอดี และออกจากทางที่จะกลับไม่ไกลนัก ประมาณ 5 กม. เลยได้เข้าไป บวงสรวง บูชาพระรัตนตรัย ถวายปัจจัยร่วมสร้างพระบรมธาตุ พระพุทธรูป ร่วมทำบุญทุกอย่าง ถวายเป็นพุทธบูชา ฯ อุทิศส่วนกุศล แผ่เมตตา
เป็นอันว่าการเดินทางในทริปทำบุญวันพ่อ 2551 จบลงเพียงเท่านี้ เราขอร่วมโมทนาบุญคุณความดีทั้งหมด ร่วมกับ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ อันมีสมเด็จองค์ปฐม เป็นต้น พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระธรรม และพระอริยเจ้าทั้งหมด ตลอดจนทุกดวงจิต และขอถวายบุญทั้งหมดนี้เป็น พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ขอผลานิสงค์ผลบุญทั้งหมดนี้จงเป็นปัจจัยให้ทุกท่านทุกดวงจิต ประสบแต่ความสุข สำเร็จ สมหวัง สมความปรารถนาทุกประการ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้ด้วยเทอญ ฯ
รูปขนาดเล็ก
อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image295-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image297-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image301-jpg  

อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image303-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image305-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image309-jpg  

อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image311-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image315-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image317-jpg  

อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image319-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image321-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image331-jpg  

อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image333-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image335-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image337-jpg  

อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image339-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image341-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image347-jpg  

อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image349-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image351-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image353-jpg  

อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image355-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image361-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image363-jpg  

อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image365-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image367-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image369-jpg  

อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image371-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image373-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image375-jpg  

อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image377-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image379-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image381-jpg  

อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image383-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image385-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image387-jpg  

อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image389-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image391-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image393-jpg  

อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image395-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image397-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image399-jpg  

อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image401-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image403-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image405-jpg  

อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image407-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image409-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image411-jpg  

อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image413-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image415-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image417-jpg  

อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image419-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image421-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image423-jpg  

อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image425-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image427-jpg   อภิญญา-ถ้ำฟืม — ภูลังกา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑-image429-jpg  

รูป
           

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 9 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Apinya ในข้อความนี้
พรรณวดี (11-11-11), สุธัมมา (06-08-09), อภิญญา (25-11-09), นำธรรม (24-12-09), เพิ่มบุญ (04-12-11), เดชะบุญ (21-12-10), Eang (20-04-11), Rich (10-05-11), rossukon (17-12-10)
ตอบ

Tags
พระพุทธบาท, พระนิพพาน, ภูลังกา, อภิญญาใหญ่, ถ้ำฟืม, ตามรอยพระบาท


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 18:53


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่