อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ทริปทัวร์บุญพุทธบูชาฯ

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 30-08-09, 17:05
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,098
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,841
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,797 ครั้ง ใน 77,797 ข้อความ
พลังบุญ: 56499
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ทริปบรรจุพระบรมธาตุและยกฉัตรพระธาตุผาอาบเมืองเทิง

ขอเชิญร่วมถวายปัจจัยอธิษฐานเนรมิตสร้างพระพุทธรูป,บูรณพระธาตุผาอาบฯ ร่วมทำบุญทุกอย่างกับหลวงพ่อฯ ร่วมสร้างวัดพระธาตุผาอาบ และวัดพระธาตุจอมจ้อ อ.เทิง จ.เชียงราย ถวายเป็นพุทธบูชาฯ และร่วมโมทนาบุญทั้งหมดในพระพุทธศาสนาฯ
พระนิพนธ์ โกวิโท โทร.081-2527798 , 053-7940636
ชือบัญชี บูรณพระธาตุผาอาบ ธ.ทหารไทย สาขาอำเภอเทิง
เลขบัญชี 379-2-73744-1
ปล.คณะเราได้ร่วมบูรณพระบรมธาตุจอมจ้อ ไปเมื่อหลายปีที่แล้ว ตอนนี้ท่านมีดำริจะบูรณพระธาตุผาอาบที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันต่อครับ ก็ดีครับเราได้จะได้ต่อบุญกุศลไปนิพพานพอดี
พระธาตุผาอาบนี้ตามตำนานพระเจ้าเลียบโลกได้ประดิษฐานพระเกศาธาตุ,ผ้าอาบน้ำพระและแท่นแก้วฯสรงน้ำพระพุทธเจ้าครับ
รูปขนาดเล็ก
อภิญญา-ทริปบรรจุพระบรมธาตุและยกฉัตรพระธาตุผาอาบเมืองเทิง-19052009519-jpg  

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 22 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (30-08-09), พรรณวดี (03-09-09), พรหมโชติ (29-12-09), พุทธรักษา (30-08-09), มณีนพรัตน์ (18-03-10), ศิษย์โมคคัลลานะ (30-08-09), สุธัมมา (04-09-09), ปาริฉัตรมณี (30-08-09), ปาร์ค (07-11-09), นาคน้อย (21-01-10), นิมมานรดี (30-08-09), เดชะบุญ (04-09-09), cheye (29-09-09), FaRuXue (30-09-09), Gorn (17-11-09), leklek (12-09-09), Nuts (22-01-10), Peach (08-11-09), Rich (16-08-10), rossukon (20-02-12), suwaphat (18-09-09), wit108 (27-09-09)
  #2  
เก่า 30-08-09, 17:11
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,098
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,841
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,797 ครั้ง ใน 77,797 ข้อความ
พลังบุญ: 56499
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile พระธาตุจอมจ้อ พระธาตุภูคำ และพระธาตุผาอาบ

ตำนานพระธาตุจอมจ้อ
นโม ตสฺสตฺถุฯ อหํ วันทามิ ธาตุเกสาธาตุ ฆานธาตุ อิมัสฺมิง ทักขิณะปัพปะตั๋ง อหัง วันทามิ สิระสาฯ ที่นี้จักกล่าวตำนานมหาธาตุเจ้าอันตั้งอยู่ในเมืองเทิง ที่นี้ก่อนแล ผู้มีปัญญาเปิงรู้เทอะ ภควา อันว่าพระพุทธเจ้า เสฏโฐ ตนประะเสริฐ เทวมนุสฺสานัง แก่คนและเทวดาทั้งหลาย ปางเมื่อพระยังสถิตสำราญอยู่ที่ เชตวนาราม เมืองสาวัตถี พระก็ได้ตรัสญาณสัพพพัญญูล่วงได้ 25 พรรษา ในกาลgเวลาหนึ่ง ใกล้รุ่งแจ้ง พระพุทธเจ้าจึงตรัสอยู่ในคันธ กุฏีว่า บัดนี้ อายุตถาคตเจ้าได้ 60 ปี เข้ามานี้แล้ว ครั้นอายุ 80 ปี ก็จักเข้าสู่นิพพานไป ควรที่ตถาคตจักอธิษฐานธาตุตถาคตนี้ย่อยออกเป็น 3 ประการ เพื่อประโยชน์แก่คนและเทวดาได้แจกไปไหว้นบบูชาเสมอแทนตนพุทธองค์ตถาคตเมื่อยังทรมานอยู่นี้เถิด เหตุว่าพุทธธาตุตถาคตเจ้านี้น้อยนัก สัตว์ทั้งหลายจึงยังไม่ได้ทันกราบไหว้บูชามากนัก อันว่าในอดีตพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ที่ล่วงไปแต่ก่อนได้อธิฐานธาตุแห่งตนให้ย่อยแล้วไปฐปันนาไว้ในที่ใด ควรตถาคตเจ้าจักไปทำนาย ฐปันนาไว้ในที่นั้นตามพุทธประเพณีเถิด เมื่อนั้นพระพุทธเจ้าตนประกอบไปด้วยมหากรุณา ครั้นว่าวันออกพรรษาแล้ว เมื่อเดือนเกี๋ยงแรมค่ำหนึ่ง พระองค์ก็เสด็จออกจากวัดเชตวนาราม เมืองสาวัตถี มีพระมหาอนันตเถรและพระโสณะเถระ พระอุตตระเถร พระรัตตะเถร รวมเป็นอรหัตาเจ้า 4 องค์ เป็นบริวาร มีพระยาอินทร์กางฉัตรคำ กับพระยาอโศกราช เมืองกุฉินารา ถือเกือบกับไม้เท้าเดินตามหลัง พระพุทธเจ้ามาถึงเมืองโยนกล้านนาผ่านบ้านน้อยเมืองใหญ่ทั้งหลายตราบต่อเท้ามาถึงเมืองพะเยา พระพุทธเจ้าก็หยุดยั้งพยากรณ์บ้านเมืองอันจักเป็นที่ตั้งศาสนาในภายหน้า แล้วพระพุทธเจ้าก็เสด็จเลียบขึ้นมาตามน้ำแม่อิงจนมาถึงฐานะที่หนึ่ง อันมีเบื้องหล่ายน้ำอิง ทางทิศตะวันตก อโหสิ ก็มีแล ทฺสนัง กาลคาบนั้นพระพุทธเจ้าก็มองเห็น ปัพพตัง ยังดอยลูกหนึ่ง ภควา อันว่าพระพุทธเจ้า รุยฺห ก็ขึ้นไปสู่ยังดอยลูกนั้น แล้วไปยั้งพักอยู่ใต้ร่มไม้อโศกต้นหนึ่ง อันมีอยู่ในดอยนั้น พระพุทธเจ้าก็หันพระพักตรไปเบื้องตะวันออกสู่น้ำอิงก็มีแล ตโต ในกาละลำดับนั้น ยังมีพญานาคราช ตนหนึ่งได้อยู่รักษาในน้ำอิงที่นั้น ก็รู้ด้วยฤทธิ์แห่งตนว่าพระพุทธเจ้าได้เสด็จมาถึง พญานาคจึงละเพศอันเป็นนาคเสียถือเอาเพศเป็นมาณพชายหนุ่มผู้หนึ่งนุ่งผ้าขาวทิพย์ เข้าไปไหว้พระพุทธเจ้ายังเหนือดอยที่นั้นแล้วถามว่า ภันเต ข้าแต่พระพุทธเจ้าได้มาถึงในที่นี้แล้วจักไปสู่ที่ใดหรือ พระพุทธเจ้าจึงตรัสบอกว่า ดูรา มหานาค อหัง อันว่าเราตถาคตก็จักเดินไปเพื่อโปรดบรรดาสัตว์ทั้งหลายตามฐานะแห่งวาสนาปารมีแห่งเขาอันมีใกล้ไกลแล พญานาคตนนั้นได้ฟังแล้วจึงได้นำเอาช่อคำ 3 ผืน ช่อเงิน 3 ผืน ช่อแก้ว 3 ผืน ล้วนเป็นทิพย์มาปูชาแด่พระพุทธเจ้าแล้วลงไปสู่นาคพิภพเอาน้ำทิพย์ขึ้นมาถวายแด่พระพุทธเจ้าได้ฉัน ฝ่ายพระมหาอนันทะเถระเจ้า จึงไหว้พระพุทธเจ้าว่า ภันเต ภควา ข้าแด่พระพุทธเจ้าฐานะที่นี้ก็เป็นที่อันวิเศษ ควรตั้งศาสนาแท้แล เหตุว่ามีพญานาคออกมาถวายน้ำกับช่อทิพย์ปูชา พระพุทธคุณ พระพุทธเจ้าฟังแล้วจึงเอาหัตถ์เบื้องขวาลูบหัวได้เกศามาเส้นหนึ่งมอบให้แก่พระอานนท์ท่านรับเอาแล้วมอบให้พระอุตตระ พระอุตตระก็มอบให้แก่พระยาอินทร์ พระยาอินทร์ก็มอบให้แก่พระยาอโศก พระยาอโศกก็มอบให้พญานาค พญานาคก็เนรมิตรขระอูบคำไหญ่ได้ 7 ก่ำรับเอาแล้วพระพุทธเจ้าจึงตรัสกับพระอานนท์ว่า ดูราอานันทะ จงนำเอาธาตุตถาคตเจ้าบรรจุไว้กลางดอยที่นี้เทอะ พระยา อินทร์ได้รับฟังคำพระพุทธเจ้าแล้วจึงไว้ภาระกับพญานาคว่า ท่านจงกระทำอุโมงค์ไว้ท่ามกลางดอยนี้ให้ลึกพอ 70 วา ไว้เป็นที่บรรจุแก่พระเกศาธาตุเจ้าแล ครั้นพญานาคได้กระทำอุโมงค์นั้นแล้วด้วยฤทธิ์แห่งตน พระยาอินทร์ซ้ำมาเนรมิตเป็นปราสาทคำหลังหนึ่ง มีฐานธรณียาว 4 วา สูง 8 วา ไว้เหนือสะเภาคำลำหนึ่งแล้วเนรมิตแท่นแก้วตั้งไว้ท่ามกลางปราสาทเป็นที่ตั้งไว้ซึ่งเกสาธาตุพระพุทธเจ้า ช่อตุงทิพย์ 9 ผืน อันพญานาคเอามาปูจาพระพุทธเจ้านั้นก็ลวดเอาใส่ไว้ปูชาแวดล้อมพระธาตุเจ้า พระยาอินทร์ก็สร้างยนตร์ฟันไว้ 12 แห่ง เพื่อรักษายังพระธาตุเจ้าแล้วก็สร้างกองหินถมเอาไว้ไม่ให้เป็นสาธารณ์พระพุทธเจ้าเห็นดังนั้นจึงสั่งบรรดาพระอรหันตากับพญาอินทร์ว่า ครั้นตถาคตเจ้านิพพานไปแล้ว จงนำเอาพระธาตุจอมดังจมูกแห่งตถาคตเจ้ามาใส่ไว้รวมกับเกศาธาตุตถาคตเส้นนี้เทอะ ดูรา อานนท์เอย เมื่อตถาคตมาถึงฐานะที่นี้แล้ว ก็มีพญานาคขึ้นมาไหว้แล้วว่าเตถาคตมาถึงที่นี้แล้ว จักไปที่ใดแลชา ต่อไปภายภาคหน้าฐานะที่นี้จักกลายเป็นเมืองอันหนึ่ง ชื่อว่าเมืองเทิง เหตุว่าตถาคตเจ้าได้มาหยุดมาถึงที่สุดที่เหนือกับน้ำแม่แล้วยั้งพักอยู่แล เมื่อใดท้าวตนมีบุญชื่อว่าพญาศรีจอมธรรมราชมาเกิดแล้ว ท้าวจักมาสร้างเมืองพะเยา ฐานะที่นี้จักนับเข้าเป็นอาณารัฐแห่งท่าน แล้วท่านจะให้คนมาตั้งอยู่ในเมืองเทิงที่นี้ ฝ่ายว่าพระธาตุตถาคตเจ้าอันมีเทวบุตรตนหนึ่งชื่อ นรเทโว เฝ้ารักษา จักออกมาปรากฏเป็นดั่งช่อทิพย์ขึ้นอยู่เหนือจอมดอยแห่งนี้ ดังนั้นคนทั้งหลายเห็นแล้วเลยร้องว่าดอยจอมจ้อก็มีแล ยามนั้นพญานาคอันรักษาอยู่ในน้ำแม่อิงที่นี้ เห็นช่อทิพย์ออกมา มันจักเนรมิตเอาเพศเป็นดั่งมาณพ นุ่งผ้าขาวใส่เสื้อขาวแล้วไปยืนอยู่ในโรงพญาเจ้าเมืองตนชื่อศรีจอมธรรมราชในยามกลางคืน เพื่อจักบอกฐานะที่ตั้งธาตุเจ้าแห่งตถาคตเจ้าให้ท้าวตนนั้นได้รู้แล้ว ก็กลับคืนสู่เมืองนาคพิภพแห่งตนดั่งเก่าแล เมี่อพระยาศรีจอมธรรมราชได้รู้ดังนั้นแล้ว ท้าวพระยาก็จักยกไพร่พลโยธาทั้งหลายขึ้นมาสร้างเจดีย์หลังหนึ่ง มีฐานธรณี ยาว 3 วา 3 ศอก สูง 6 วา ครอบไว้เหนือปากอุโมงค์ที่บรรจุ พระเกศาธาตุเจ้าอันพระยาอินทร์ได้บรรจุไว้นั้น กับสร้างวิหารไว้สารูปตถาคตอยู่หน้าเจดีย์นั้น ยามนั้นธาตุตถาคตดวงนี้จักก้านกุ่งรุ่งเรืองลือชาปรากฏมากนักแล พระพุทธเจ้าทำนายว่าดังนี้แล้ว ก็พาเอาอรหันตาเจ้าลงจากดอยยามนั้นแล ฝ่ายพระยาอินทร์จึงสั่งเทวบุตรตนหนึ่งชื่อว่านรเทโวเทวบุตรว่าท่านจงอยู่รักษาพระธาตุเจ้าดวงนี้อย่าให้ห่างสูญเสีย ในเขตจอมดอยนับเข้าเป็นเขตแคว้นพระธาตุเจ้า มีหนทางทิศตะวันออก 100 วา หนทางทิศตะวันตก 100 วา ทางทิศใต้ 100 วา ทางทิศเหนือ 100 วา ครั้นว่ามีสัตว์ตัวใหญ่ ตัวน้อยเข้ามาอยู่อาศัยแล้ว จงอย่าให้มีอันตรายด้วยประการทั้งปวงด้วยเถิด ดังนั้นบุคคลผู้ใดกระทำฝืนคำพระยาอินทร์แล้วล่วงล้ำเข้าไปเบียดเบียน ฆ่า ตี ฝูงสัตว์อันอยู่ในเขตแคว้นร่มเงาพระธาตุเจ้า นรเทโวเทวบุตรตนนั้นจักกระทำให้เป็นเหตุร้อนไหม้แก่บ้านเมือง ให้วินาศฉิบหายรากเลือด เจ็บหัว เมื่อยไข้ ไม่มีความสุขสำราญสักเวลาแล ฝ่ายบุคคลผู้ใด จักขึ้นไปจำศีลกินทานก็ดี ไปริสร้างแปลงก็ดี ให้ปูชาเทวบุตรตนนั้นกับพญานาคเสียก่อน เครื่องปูชาเทวบุตรตนนั้น มีข้าวสูนน้ำอ้อย 8 ก้อน ข้าวสูนน้ำผึ้ง 8 ก้อน ดอกไม้แดง 8 ดอก เหลือง 8 ดอก เทียน 8 คู่ จักหาอันตรายภัยทั้งมวลไม่มีแล เครื่องปูชาพญานาคตัวนั้น มีช่อเหลือง 19 ช่อ ข้าวหวาน 19 ก้อน กล้วย อ้อย อย่างละ 19 อัน เทียน 19 คู่ ให้ปูชาไว้ตรงหน้า ที่โรงช้างทอง เหตุว่าช้างทองนั้นเป็นพญานาคเนรมิตแทนตัวไว้แล ดังคำบาลีว่า นาโค เป็นช้างก็ได้แล บูชานรเทโวเทวบุตรกับพญานาคแล้วจะสวัสดีนักแล ภควา ฝ่ายว่าพระพุทธเจ้าครั้นลงจากดอยจอมจ้อที่นั้นแล้ว พระพุทธเจ้าก็ไปบิณฑบาตในบ้านใกล้ตีนดอยที่หนึ่งได้มาแล้ว พระพุทะเจ้าก็เสด็จไปสู่อุตรทิศหนเหนือ ขึ้นไปสู่จอมดอยที่หนึ่งสูงนัก ไปกระทำภัตตกิจฉันข้าวแล้ว พระพุทธเจ้าจึงตรัสกับพระมหาอานันทะว่า ดูรา อานันทะ ที่ตถาคตได้ลงไปเอาข้าวบิณฑบาตมาฉันนี้ ในภายหน้าจักกลายเป็นเมืองอันหนึ่ง ชื่อว่าเวียงตานข้าวชะแล ส่วนดอยลูกนี้ อันตถาตตเจ้าได้ขึ้นมาสูงนักเพื่อกระทำภัตตกิจฉันข้าวก็ย้อนเหตุว่า ในอดีตชาติเมื่อตถาคตเจ้ายังเป็นพระโพธิสัตว์ก็มีชาติหนึ่งได้เกิดเป็นพญาปู๋คำอยู่ใต้ท้องดอยแห่งนี้ พญานาคตัวที่ลุกมาจากน้ำแม่อิงเอาน้ำขึ้นมาถวายแก่ตถาคตเจ้าแต่เช้านี้ มันก็เคยกระทำรูลึกเป็นปล่องหื้อตถาคตได้อยุ่สุขสำราญมาแต่อดีต ฐานะที่นี้จึงใช้ชื่อว่าภูปู๋คำก็มีแล ภายหลังจึงกลายเป็นภูคำดังนี้แล ที่นั้นมหาอานันทะเถรเจ้าขอเอาเกศาธาตุกับพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็เอาพระหัตถ์ข้างขวาลูบ อุตตมังคศีรษะได้พระเกศาธาตุเส้นหนึ่งออกยื่นให้แก่พระมหาอานันทะ มหาอานันทะรับเอาแล้วก็ยื่นให้แก่พญาอินทร์ พญาอินทร์ก็เอากระบอกไม้รวกรับเอามาแล้วก็เอามาบรรจุไว้ในรูเปลวที่นั้นอันลึก 70 วาก็มีแล พญาอินทร์ได้เนรมิตปราสาทคำหลังหนึ่งสูงได้ 7 วา 3 ศอก มีอาสนะคำตั้งอยู่ท่ามกลางแล้วเนรมิตขระอูบใหญ่พอ 20 ก๋ำใส่พระธาตุเจ้าตั้งไว้เหนืออาสนะคำแล้วจึงก่อล้อมปราสาทคำด้วยดินและอิฐ เอาแผ่นหินหนาได้ 1 ศอก ปิดซ้ำ แล้วถมเปลวนั้นหื้อดี สร้างยนตร์ฟันไว้รักษาพระธาตุเจ้าในอุโมงค์นั้น 12 แห่ง พระพุทธเจ้าเห็นดังนั้นจึงสั่งพระอานันทะเจ้าว่า แม้นตถาคตเจ้าได้นิพพานไปแล้วจงนำเอาธาตุส้นพระบาทเบื้องขวาแห่งตถาคตเจ้ามารวมไว้กับเกศาธาตุเส้นนี้ด้วย ภายหลังฐานะที่นี้ก็หากจักเป็นบ้านเมืองอันศาสนาของตถาคตเจ้ามาตั้งอยู่ เมื่อใดพระธาตุตถาคตอันตั้งอยู่ในจอมจ้อปรากฏรุ่งเรืองขึ้นมาแล้วธาตุเจ้าในดอยภูคำก็จักปรากฏรุ่งเรืองออกมาคู่กันแล้วบ้านเมืองก็จักเป็นสุขชุ่มเย็นด้วย น้ำฟ้าสายฝน ฝูงคน บรรดาสัตว์ทั้งหลายก็จักมีความสุขสำราญสัมฤทธิ์ด้วยสมบัติข้าวของเงินคำมากนัก ดูราอานันทะเอ๋ย อันว่าเกศาธาตุกับธาตุกระดูกส้นพระบาทตถาคตเจ้าอันอยู่ในดอยภูคำนี้วิเศษนักผู้ใดมีบุญสมภารแก่กล้าจึงจักขึ้นมาริรางสร้างแปลงได้ ครั้นว่าสร้างแปลงขึ้นมาแล้วบ้านเมืองก็จักฤชาปรากฏก้านกุ่งรุ่งเรืองยิ่งนักแล หากผู้ใดอาจสามารถสร้างแปลงพระธาตุตถาคตเจ้าในดอยจอมช่อ ดอยภูคำสองดวงนี้ขึ้นมาปรากฏเป็นสักขีแก่โลกแล้ว บุญสมภารแห่งมันก็เหมือนกับเป็นลูกตถาคตเจ้าแท้แล พระธาตุเจ้าสองดวงนี้พระยาอินทร์เจ้าฟ้าหากหมายให้ นรเทโวเทวบุตรรักษาไว้ซึ่งพระธาตุดอยจอมช่อ สุวรรณปัพพโตเทวบุตรรักษาไว้ซึ่งพระธาตุภูคำและอิงคนาคราชอันอยู่ในน้ำแม่อิงย่อมเทียวไปไหว้สาปูชาพระธาตุเจ้าสองดวงนี้มิได้ขาด เขาทั้งสามตนนี้ย่อมอยู่เฝ้าพระธาตุเจ้าทั้งสองดวงนี้จนครบ 5000วัสสาก็มีแล พระพุทธเจ้าเมื่อได้กถาพยากรณ์ดังนี้แล้วพระพุทธเจ้าก็พาหมู่อรหันตากับพญาอโศกราชลงจากดอยภูเขาเดินเลียบไปตามกระแสน้ำอิงเบื้องทักขิณหนใต้ ถึงท่าน้ำแห่งหนึ่งมีน้ำใสเย็นยิ่งนัก พระพุทธเจ้าจึงขึ้นไปยืนอยู่บนผาก้อนหนึ่งแล้วถ่ายผ้าอาบเพื่อปรารถนาจะสรงน้ำในที่นั้นเมื่อพระพุทธเจ้าสรงน้ำเป็นที่สำราญแล้วก็ขึ้นมาเปลี่ยนผ้าอาบส่งให้พระอานันทะเถระเจ้ารับเอาไปแล้ว ผ้าอาบผืนนั้นก็กลับกลายเป็นผ้าคำไปทั้งผืน ผาก้อนที่พระพุทธเจ้ายืนถ่ายผ้าอาบก็กลับกลายเป็นแก้วขาวใสงามบริสุทธิ์ยิงนัก พระอานันทะเถระเจ้าเห็นอัศจรรย์จึงกราบทูลขอไว้รอยพระบาท พระพุทธเจ้าจึงกล่าวว่า ดูรา อานันทะ เอ๋ย ฐานะที่นี้เป็นที่อันประเสริฐที่หนึ่ง เหตุว่ามีท่าน้ำใสเย็นแล ตถาคตเจ้าได้มาหยุดอาบน้ำที่นี้ แม้พระพุทธเจ้าในอดีตที่ล่วงลับไปแล้วทั้งสามพระองค์ก็ได้มาหยุดอาบน้ำที่ท่านี้เหมือนกัน และพระพุทธเมตไตยเจ้าอันจักมาโปรดโลกภายหน้าก็จักมาหยุดอาบน้ำที่ท่านี้ด้วย แต่ว่าก้อนหินที่ท่านี้มีขนาดน้อยนัก ไม่พอที่ตถาคตเจ้าจะไว้พระบาทพอจะไว้แต่เกศาธาตุเท่านั้น อานันทะจงเอาเกศาธาตุกับผ้าอาบของตถาตคเจ้าบรรจุรวมไว้กับผาก้อนที่ตถาคตยืนถ่ายผ้าอาบที่นี้ ภายหน้าฐานะที่นี้จักชื่อว่า พระธาตุผาอาบ บุคคลผู้ใดได้มาไหว้สาปูชาพระธาตุเจ้าที่นี้ แล้วจักพ้นจากความร้อนใจร้อนกายทั้งมวลและน้ำที่ท่าอันตถาคตเจ้าได้ลงอาบแล้ว บุคคลผู้ใดเอามาอาบรดล้างตัวย่อมเป็นมงคลสวัสดี ดับทุกข์โศกโรคภัยบาปเคราะห์ทั้งหลายอันมีอยู่กับตัวให้เสื่อมหายไป เหตุว่าเป็นน้ำท่าที่พระพุทธเจ้าลงอาบดูราอานันทะ เอ๋ย อันว่าบ้านเมืองเทิงที่นี้ ครั้นว่าตั้งขึ้นมาแล้วยามปีใดแห้งแล้งขาดน้ำฟ้าสายฝนชาวเมืองเป็นทุกข์ลำบากเดือดร้อนไม่ได้ทำนาทำไร่ ก็ให้แต่งเครื่องปูชาไปสู่พระบรมธาตุเจ้าจอมจ้อ ภูคำ ทั้งสอง ทำการปูชาแก่พระธาตุเจ้าแล้ว บอกกล่าวแก่พญาอินทร์พร้อมด้วยนรเทโวเทวบุตร สุวรรณปัพพโตเทวบุตร อิงคนาคราช แม่พระธรณี แล้วทำสระสี่มุม ไว้หน้าข่วงธาตุทั้งสอง เอาไม้น้ำนองทำรูปปลาช่อนคู่หนึ่ง เอาไม้อี่ลุมทำรูปปลาช่อนอีกคู่หนึ่งรวมเป็น 4 ตัว แล้วเอาไม้เดื่อเกลี้ยงทำรูปนาคหนึ่งตัว เอาใส่ลงในสระน้ำหน้าข่วงธาตุนั้นแล้วตั้งแท่นแก้วบัลลังก์ไว้กลางสระ อาราธนาเอารูปตถาคตเจ้ามาตั้งไว้บนแท่นแก้ว นิมนต์พระสงฆ์ ตนที่มีศีลบริสุทธิ์ มาสวดรัตนสูตรกับสัมพันธกถาทั้ง 7 ให้ถูกครุลหุตาลพดับแล้ว เอาสุคันโธทกน้ำหอมอันตักเอาน้ำแต่ท่าอาบใส่ส้มป่อยคันธะจวงจันทร์รดสรงสารูปพระพุทธเจ้าให้น้ำตกลงใส่ปลาช่อนและนาคในสระ ตั้งสัจจะอธิฐานขอน้ำสายฝน ด้วยพิธีกรรมปูชาอันนี้เมฆฟ้าห่าฝนจักตั้งขึ้นแล้วตกลงมาให้บ้านเมืองได้ชุ่มเย็นมีน้ำท่าเต็มฝั่งพอได้ทำไร่ทำนาทุกประการ พระธาตุเจ้าจอมจ้อ ภูคำ ผาอาบ ทั้งสามดวงนี้ เป็นที่พึ่งแก่บ้านเมืองเทิงที่นี้ เหมือนดั่งองค์ตถาคตเจ้ายังทรมาณโปรดสัตว์อยู่ทุกประการ เมื่อใดชาวบ้านชาวเมืองเทิงที่นี้พากันประมาทในองค์พระธาตุเจ้าทิ้งให้เศร้าหมอง ห่างเสียไปไม่ได้ปฏิบัติปูชาให้รุ่งเรืองเมื่อนั้นจะเกิดอุบาทว์กังวลอันตรายวินาศฉิบหายแก่บ้านเมืองได้ เสื่อมสูญลบหายกลายเป็นป่าดงเห็นทันตา เพราะบาปกรรมที่ละทิ้งพระธรรมพระธาตุ พระศาสนา อันตถาคตเจ้าตั้งขึ้นไว้เป็นร่มเงาที่พึ่งดับทุกข์แก้โลก ดังนี้แล พระพุทธเจ้ามีกถาพยากรณ์ดังนี้แล้ว พระพุทธเจ้าจึงยกพระหัตถ์ขวาลูบอุตตมังคศีรษะได้เกสาธาตุ 1 เส้น เอามาให้แก่พระอานันทะเถระเจ้า ท่านรับเอามาแล้ว จึงอธิฐานเอาหินก้อนหนึ่งแต่ริมท่าน้ำเพื่อเป็นที่สถิตแก่เกสาธาตุ เมื่อนั้นพระเกศาธาตุก็สำแดงปาฏิหารย์เสด็จเข้าไปอยู่ในหินก้อนนั้น พระอานันทะจึงเอาผ้าอาบคำของพระพุทธเจ้ามารองรับ แล้วเอาวางเหนือผ้าอาบแก้ว แล้วพระยาอินทร์ก็เอาขึ้นตั้งไว้บนแท่นคำ เนรมิตเป็นเจดีย์หลังหนึ่งครอบพระธาตุเจ้าไว้ที่นั้น พญาอิงคนาคราชอันมีอยู่ในน้ำแม่อิงก็ขึ้นมาปูชา มันย่อมมาดูแลรักษาอยู่ตราบหมด 5000 พระวัสสา ก็มีแล ฝ่ายพระพุทธเจ้าก็พาเอาอรหันตาเจ้าทั้งหลายกับพระยาอโศราช จาริกไปพยากรณ์โปรดสัตว์ทางเมืองแพร่ เมืองน่านสืบไป ตำนานพระบรมธาตุเจ้าจอมจอมจ้อ ภูคำ ผาอาบ อันมีในเมืองเทิงก็บังคมสมเร็จเสร็จ. (คัดลอกมาจากตำนานพงศาวดารประวัติศาสตร์เทิง หน้า 7 – 11 )คำบางคำอาจผิดพลาดไปบางเนื่องจากคัดลอกมาจากภาษาพื้นเมืองจึงขออภัยไว้นะที่นี้ด้วยครับ.
ปล.คัดลอกมาจากเวบพลังจิต โพสของwaratisa 20/08/52
รูปขนาดเล็ก
อภิญญา-ทริปบรรจุพระบรมธาตุและยกฉัตรพระธาตุผาอาบเมืองเทิง-20052009539-jpg  

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย อภิญญา : 30-08-09 เมื่อ 17:23 เหตุผล: เพิ่มรายละเอียด

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 23 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (30-08-09), พรรณวดี (03-09-09), พรหมโชติ (29-12-09), พุทธรักษา (02-10-09), มณีนพรัตน์ (03-11-10), ศิษย์โมคคัลลานะ (30-08-09), สุธัมมา (04-09-09), ปาริฉัตรมณี (30-08-09), ปาร์ค (07-11-09), นาคน้อย (21-01-10), นำธรรม (16-09-09), นิมมานรดี (30-08-09), เดชะบุญ (04-09-09), cheye (29-09-09), FaRuXue (30-09-09), Gorn (17-11-09), leklek (12-09-09), Nuts (23-01-10), Peach (08-11-09), Rich (16-08-10), rossukon (20-02-12), suwaphat (18-09-09), wit108 (27-09-09)
  #3  
เก่า 28-09-09, 19:18
wit108
Guest
 
ข้อความ: n/a
Thumbs up

แจ้งให้ทราบ
ยอดเงินทำบุญบูรณะพระธาตุผาอาบ,วิหาร,พระพุทธรูป
ณ.วันที่ 23 กันยายน 2552
รวม ทั้งสิ้น 205,407 บาท
จ่ายค่าช่างก่อสร้าง
งวดแรกวันที่ 24 กันยายน 2552 จำนวน 100,000 บาท
เข้าบัญชีนายล้วง ไชยชมพล
ที่ ธ.ก.ส.สาขาปล้อง
ยอดคงเหลือปัจจุบัน 105,407 บาท
ทุกท่านยังสามารถร่วมเป็นเจ้าภาพในบุญใหญ่ในครั้งนี้ได้
ตามเลขบัญชีที่แจ้งให้ทราบครับ
ขออนุโมทนากับทุกท่าน..

( ภาพถ่ายการดำเนินงาน ณ.วันที่ 28 กันยายน 2552 ครับ )
รูปขนาดเล็ก
อภิญญา-ทริปบรรจุพระบรมธาตุและยกฉัตรพระธาตุผาอาบเมืองเทิง-28092009868-jpg   อภิญญา-ทริปบรรจุพระบรมธาตุและยกฉัตรพระธาตุผาอาบเมืองเทิง-28092009869-jpg   อภิญญา-ทริปบรรจุพระบรมธาตุและยกฉัตรพระธาตุผาอาบเมืองเทิง-28092009872-jpg  

อภิญญา-ทริปบรรจุพระบรมธาตุและยกฉัตรพระธาตุผาอาบเมืองเทิง-28092009874-jpg   อภิญญา-ทริปบรรจุพระบรมธาตุและยกฉัตรพระธาตุผาอาบเมืองเทิง-28092009877-jpg  

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 22 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ ในข้อความนี้
Apinya (28-09-09), พรรณวดี (29-09-09), พรหมโชติ (29-12-09), พุทธรักษา (02-10-09), มณีนพรัตน์ (18-03-10), ศิษย์โมคคัลลานะ (28-09-09), สุธัมมา (23-10-09), อภิญญา (28-09-09), ปาริฉัตรมณี (29-09-09), ปาร์ค (07-11-09), นาคน้อย (21-01-10), นิมมานรดี (29-09-09), เดชะบุญ (01-10-09), cheye (29-09-09), FaRuXue (30-09-09), Gorn (17-11-09), leklek (06-10-09), Nuts (23-01-10), Peach (08-11-09), Rich (16-08-10), rossukon (20-02-12), suwaphat (01-10-09)
  #4  
เก่า 28-09-09, 19:26
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,098
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,841
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,797 ครั้ง ใน 77,797 ข้อความ
พลังบุญ: 56499
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ขอร่วมโมทนาบุญทุกอย่าง ถวายเป็นพุทธบูชาฯ

ตั้งใจว่าจะเดินทางไปร่วมงานบรรจุพระบรมธาตุด้วย เมื่อการบูรณเสร็จ รบกวนช่วยแจ้งหมายกำหนดการให้ด้วยนะครับ จักเป็นพระคุณยิ่ง

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 22 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (28-09-09), พรรณวดี (29-09-09), พรหมโชติ (29-12-09), พุทธรักษา (02-10-09), มณีนพรัตน์ (18-03-10), ศิษย์โมคคัลลานะ (28-09-09), สุธัมมา (23-10-09), ปาริฉัตรมณี (29-09-09), ปาร์ค (07-11-09), นาคน้อย (21-01-10), นิมมานรดี (29-09-09), เดชะบุญ (01-10-09), cheye (29-09-09), FaRuXue (30-09-09), Gorn (17-11-09), leklek (06-10-09), Nuts (23-01-10), Peach (08-11-09), Rich (16-08-10), rossukon (20-02-12), suwaphat (01-10-09), wit108 (28-09-09)
  #5  
เก่า 28-09-09, 19:29
wit108
Guest
 
ข้อความ: n/a
Default

อานิสงค์การปฏิสังขรณ์เจดีย์

ยังมีนิทานเรื่องหนึ่ง ดังได้ยินมาในครั้งศาสนาแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระพุทธกัสสป ยังมีบุรุษผู้หนึ่งมีจิตศรัทธากระทำการปฏิสังขรณ์พระเจดีย์ชำรุดองค์หนึ่ง ความว่าบุรุษท่านนั้นเห็นพระเจดีย์หักพังทลาย จึงมีความขวนขวายก็สร้างขึ้นให้ดีเป็นที่สักการบูชา นำมาซึ่งเสาต้นหนึ่งปักลงเป็นแกนใน แล้วก่อขึ้นไปเป็นองค์เจดีย์ศรีสง่าให้เป็นที่กราบไหว้เคารพบูชาแก่เทพยดา และมนุษย์ บุรุษนั้นครั้นแตกกายทำลายเบญจขันธ์ ก็ได้ไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกามีนามว่า ท้าวเวสสุวัณ มีตะบองเป็นอาวุธ เป็นใหญ่กว่าหมู่ยักษ์ทั้งหลาย ทั้งยังมีตะบองใหญ่เป็นอาวุธสุดวิเศษ ก็ด้วยกุศลบารมีที่ได้สร้างเสาเป็นหลักฐานค้ำเจดีย์ให้มั่นคง ตะบองนี้มีอานุภาพมากจะขว้างไปที่ใดแม้เป็นเขาหินใหญ่ก็จะแหลกสลายกลายเป็น จุณฝุ่นละเอียด ฉะนั้นท่านผู้นับถือพระพุทธศาสนาจงขวนขวายเจริญในทาน ศีล ภาวนา อย่าเกียจคร้าน ก็จะนำมาซึ่งความสุข ความเจริญ เดช บารมีแก่กล้าโดยทั่วหน้ากันด้วยประการฉะนี้..
อานิสงส์การบูชา เรียบเรียงมาจาก คัมภีร์มงคลทีปนี รจนาโดยพระสิริมังคลาจารย์ สำนวนแปลของ พระครูศิริปัญญามุนี (อ่อน) จัดพิมพ์โดย วัดเกตุมดีศรีวราราม จ.สมุทรสาคร*

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 23 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ ในข้อความนี้
Apinya (28-09-09), พรรณวดี (29-09-09), พรหมโชติ (29-12-09), พุทธรักษา (02-10-09), มณีนพรัตน์ (03-11-10), ศิษย์โมคคัลลานะ (28-09-09), สุธัมมา (23-10-09), อภิญญา (28-09-09), ปาริฉัตรมณี (29-09-09), ปาร์ค (07-11-09), นาคน้อย (21-01-10), นิมมานรดี (29-09-09), เดชะบุญ (01-10-09), cheye (29-09-09), FaRuXue (30-09-09), Gorn (17-11-09), LEK (12-07-10), leklek (06-10-09), Nuts (23-01-10), Peach (08-11-09), Rich (16-08-10), rossukon (20-02-12), suwaphat (01-10-09)
  #6  
เก่า 28-09-09, 19:30
wit108
Guest
 
ข้อความ: n/a
Thumbs up

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธสสะ
ก่อนอื่นจะขอตั้ง ปัญหาขึ้นสักน้อยหนึ่ง คือ ได้ยินโดยไม่ต้องมีหู รู้เห็นโดยไม่ต้องมีตา รับรู้โดยไม่มีวิญญาณ แสดงปาฏิหาริย์ได้โดยไม่มีมือ มีตีน ได้แก่อะไร
ผลานิสงส์บูชาพระบรมธาตุ
พระบรมสารีริกธาตุ เป็นสิ่งที่สำคัญ ศักดิ์สิทธิ์เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า ที่ใดมีพระบรมสารีริกธาตุ ที่นั้นก็เหมือนกับป่าไม้ สระน้ำ ลำธารซึ่งเป็นชีวิตของสัตว์ป่าทั้งหลาย ป่าไม้ สระน้ำ ลำธารย่อมให้ความสุขกายสุขใจแก่ฝูงเนื้อ ฝูงนกเป็นต้นแน่แท้ พระบรมสารีริกธาตุ หาใช่ว่าจะให้ความสุขกายสุขใจแก่ประชากรในชาติปัจจุบันนี้เท่านั้นแต่ให้มาก เกินเหลือจนไม่อาจจะกล่าวได้ เวทมนต์คาถา ทรัพย์สินเงินทอง ยศศักดิ์ผู้คนต่างๆ ไม่อาจจะป้องกันอบายภูมิได้ แต่พระบรมสารีริกธาตุให้คนไม่ต้องไปอบายภูมิให้คนไปเกิดสวรรค์ให้คนได้ สำเร็จสมบัติทั้ง 3 นี่คือการให้ที่เกินกว่าใดๆทั้งสิ้น แม้ในชาติปัจจุบัน พระบรมธาตุก็ให้ผลเห็นทันตาได้ เช่นธิดานครพาราณสีมีบาปติดตามตัวมาได้ไปบูชาพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระ สัมมาสัมพุทธเจ้ากัสปะแล้ว แล้วก็หมดบาปทันที เรื่องมีอยู่ว่าธิดาเศรษฐีแม้รูปงามเวลาแต่งงานเข้าบ้านเจ้าบ่าวก็มีกลิ่น ตัวเหม็นออกมาเต็มบ้าน ทำอย่างไรก็ไม่หาย เจ้าบ่าวจึงไม่เอา ไม่ยอมแต่งงานด้วยเป็นอย่างนี้ถึง 7 ครั้ง 7 คน หลังจากครั้งที่ 7 ได้ไปบูชาพระบรมสารีริกธาตุ นำเอาดอกอุบล 8 ดอก กับอิฐ 1 ก้อน พร้อมด้วยน้ำไปสรงไปบูชาหลังจากบูชาแล้วกลิ่นเหม็นจึงได้หายไป กลับมีกลิ่นจันท์หอมออกจากกายและมีกลิ่นอุบลหอมจากปาก และได้แต่งงานกับคู่บารมีฯ
พระอุมมาเถระ
ใน 94 กัปล่วงมาแล้ว พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะสัมพุทธะ ครั้งนั้นเป็นชายบ้านนอก วันหนึ่งไปเห็นพระเจดีย์แล้วเลื่อมใสใคร่จะทำการบูชา จึงเก็บเอาดอกผักตบที่เกิดตามน้ำได้ประมาณ 1 กำมือ แล้วเข้าไปบูชาด้วยบุญเท่านี้ เขาตายแล้วไปบังเกิดสวรรค์เทวโลก เขาเวียนเกิดอยู่แต่ในสุคติภพเท่านั้นอบายภพ หรืออบายภูมิไม่ไปเกิดเลย สิ้นกาลนาน 94 กัป พระพุทธเจ้าโคดมของเราปัจจุบันจึงลงมาบังเกิดในตระกูลดีได้ออกบวชแล้วสำเร็จ เป็นพระอรหันต์ทรงคุณเลิศมีผิวพรรณผ่องน่าเลื่อมใสยิ่งนักฯ
อเนกวัณเทพบุตร
เวลาอันล่วงไปแล้ว 3 หมื่นกัป สมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสุเมธะ วันหนึ่งระหว่างที่เขาบรรพชาอยู่เห็นองค์พระเจดีย์ อันห่อด้วยข่ายทองคำ ก็เกิดความเลื่อมใส จึงน้อมตนเข้าไปกราบไหว้ด้วยบุญอันเลื่อมใสกราบไหว้ครั้งเดียวใน 3 หมื่นกัป ไม่ไปเกิดอบายภูมิเลย ปัจจุบันเสวยสุขอยู่ในดาวดึงส์เทวโลก บันเทิงสุขอยู่ในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส อันเป็นทิพย์ เลิศด้วยยศและบริวาร เทพยดาไตรทิพย์ทุกชั้นพากันหลั่งไหลมาชื่นชมนอมน้อมกราบไหว้ท่านมิได้ขาด รัศมีของท่านไพโรจน์รุ่งเรืองยิ่งกว่าท้าวสักกะเทวราช องอาจดังท้าวสุนิมเทวราชอนาคตจะเป็นพระอรหันต์ผู้ประเสริฐองค์หนึ่งฯ
ได้โดยไม่ต้องลงทุน
ผู้ที่เกิดมาเป็นคนในโลกนี้ในแผ่นดินอันมีพระบรมสารีริกธาตุ ทันได้นอมจิตเจริญพุทธคุณกราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุ แม้ครั้งเดียวก็นับว่าเป็นลาภอันใหญ่หลวงได้ทำเหตุให้เป็นผลแก่ตนในอนาคต เหลือเกินกว่าจะพรรณนาได้ เว้นอบายเป็นทางสวรรค์และนิพพาน การบูชาแม้อยู่บ้านเราไม่ได้บวชอยู่ครองเรือนก็ทำได้ มีผลมากทั้งนั้น การบูชาแม้ไม่มีเครื่องบูชาใดๆ เพียงยกมือพนมไหว้หรือก้มกราบก็ชื่อว่าเป็นผู้บูชาดีแล้ว หากจะเพิ่มคำกล่าวบูชาขึ้นก็ได้ คำกล่าวบูชานั้นมีหลายอย่างและหลายแบบแต่ณ.ที่นี้เอาแบบย่อๆง่ายๆยกมือพนม ตั้งจิตให้ดีแล้วว่า.

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธสส (3 จบ)
อิติปิโสภควา ฯลฯ ภควาติพระธาตุพุทธองค์ ดำรงโปรดปาน ใกล้ไกลทุกสถาน ขอน้อมบูชา (3 จบ)
จะว่าแบบอาศรมไผ่มรกตหรือแบบอื่นๆก็ได้

(คัดลอกจากเทศน์โดยพระคุณเจ้าหลวงพ่อดาบส สุมโน อาศรมไผ่มรกต จ.เชียงราย)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย wit108 : 28-09-09 เมื่อ 19:58

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 22 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ ในข้อความนี้
Apinya (28-09-09), พรรณวดี (29-09-09), พรหมโชติ (29-12-09), พุทธรักษา (02-10-09), มณีนพรัตน์ (03-11-10), ศิษย์โมคคัลลานะ (28-09-09), อภิญญา (28-09-09), ปาริฉัตรมณี (29-09-09), ปาร์ค (07-11-09), นาคน้อย (21-01-10), นิมมานรดี (29-09-09), เดชะบุญ (01-10-09), cheye (29-09-09), FaRuXue (30-09-09), Gorn (17-11-09), LEK (12-07-10), leklek (06-10-09), Nuts (23-01-10), Peach (08-11-09), Rich (16-08-10), rossukon (20-02-12), suwaphat (01-10-09)
  #7  
เก่า 28-09-09, 19:31
wit108
Guest
 
ข้อความ: n/a
Default

อานิสงค์การสร้างเจดีย์
บัดนี้จักว่าด้วยอานิ สงค์การสร้างพระเจดีย์ ครั้งเมื่ออดีตกาลผ่านมาแล้ว ๙๔ กัป มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระสิทธัตถะทรงประกาศพระศาสนาจนตลอดพระชนมายุจึงได้เสด็จดับขันธ์เข้าสู่พระ ปรินิพพาน ชาวเมืองทั้งหลายก็พากันก่อพระเจดีย์เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระ พุทธองค์ ยังมีบุรุษผู้หนึ่งมีจิตศรัทธาได้น้อมนำมาซึ่งปูนก้อนหนึ่งใส่ลงในระหว่าง อิฐที่ก่อนั้น อันมาณพนี้ทำบุญเพียงแค่นั้นครั้นทำลายเบญจขันธ์สิ้นชีพ ด้วยอำนาจแห่งกุศลนั้น ท่านได้เสวยสมบัติอยู่ในมนุษย์และเทพยดาตลอดกาลนานสิ้น ๙๔ กัป มิได้ไปบังเกิดในอบายภูมิทั้ง ๔ ครั้นมาถึงศาสนาแห่งพระพุทธเจ้าของเรานี้ ก็ได้บังเกิดในตระกูลที่เลื่อมใสในพระศาสนา ครั้นอายุเจริญวัยขึ้นมาก็ได้ออกบวชในพระพุทธศาสนา ขวนขวายเจริญวิปัสสนาก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ ตัดกิเลสเป็นสมุทเฉทประหารชำระสันดานให้บริสุทธิ์หลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง ท่านจึงได้เปล่งอุทานว่า “บุคคลใดมีจิตเลื่อมใส ได้กระทำการสักการบูชาสิ่งอันควรบูชา มีองค์สมเด็จพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้น พร้อมทั้งปฏิบัติธรรมตามคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระทศพล ย่อมมีอานิสงส์จะนับประมาณมิได้ ส่งผลให้พ้นจากทุกข์ทั้งปวง” โดยนัยที่วิสัชนามานี้แล...

(คัดลอกมาจากหนังสือพุทธมงคลอานิสงส์ เรียบเรียงโดย พระชุมพล พลปญฺโญ หน้า ๒๖๕)

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 22 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ ในข้อความนี้
Apinya (28-09-09), พรรณวดี (29-09-09), พรหมโชติ (29-12-09), พุทธรักษา (02-10-09), มณีนพรัตน์ (03-11-10), ศิษย์โมคคัลลานะ (28-09-09), อภิญญา (28-09-09), ปาริฉัตรมณี (29-09-09), ปาร์ค (17-11-09), นาคน้อย (21-01-10), นิมมานรดี (29-09-09), เดชะบุญ (01-10-09), cheye (29-09-09), FaRuXue (30-09-09), Gorn (17-11-09), LEK (12-07-10), leklek (06-10-09), Nuts (23-01-10), Peach (08-11-09), Rich (16-08-10), rossukon (20-02-12), suwaphat (01-10-09)
  #8  
เก่า 28-09-09, 19:32
wit108
Guest
 
ข้อความ: n/a
Default

1.พระสา รีริกธาตุ ผู้โลกนาถ พระศาสดา
เลิศล้ำ เป็นเนื้อนา โปรดโลกา สืบแทนองค์
พระธาตุ สิ่งวิเศษ ก็เพราะเหตุ พระพุทธองค์
อธิฐาน ให้ดำรง สืบแทนองค์ห้าพัน-วัสสา
พรหมเทพ ยักษ์คนธรรพ์ ทั้งสุบรรณ และนาคา
และคน ทุกถ้วนหน้า ทำบูชา บุญจักมี
บูชา สิ่งวิเศษ ผลวิเศษ นั้นมากมี
ให้เกิด แต่ที่ดี วิเศษศรี แดนสวรรค์
อบายไม่ไปเกิด วนเวียนเกิด แต่สวรรค์
บุญนี้ เอกอนันต์ ส่งถึงชั้น สุดโลกาฯ
2.ผู้ใด น้อมบูชา ทำบูชา พระธาตุเจดีย์
เป็นลาภ ประเสริฐศรี จะถึงดี เลิศล้ำหลาย
ผลบุญ ไม่อาจนับ หลายกัลป์กัปเวียนเกิดตาย
เกิดแต่ ที่สบาย ภูมิอบาย ไม่พบพาน
และย่อมถึงวิมุติ์ ที่เลิศสุด พระนิพพาน
เป็นที่ ไม่วายปาณ คือสุขสานต์ นิรันดร
ชายหนึ่ง อดีตกาล ออกจากบ้านเต่วไต่จร
ไปที่ ศรีนคร แห่งนคร เวภารา
ชายนั้นเห็นปวงชน ดูหลานล้น อยู่ไปมา
ใช่ซื้อ ใช่ขายค้า พากันมา ไหว้เจดีย์
ชายนั้น นึกได้ว่า พระศาสดา ชินศรี
นานนับ จะเกิดมี ทั้งเรานี้ ควรบูชา
จึงเก็บดอกไม้น้ำ งามเขียวขำ เกิดตามนา
มุ่งน้อม พร้อมนำมา ทำบูชา พระธาตุเจดีย์
อันชาย ในชาตินั้น สิ้นชีวัน ไปเกิดดี
นับกัป ได้เก้าสี่ เกิดที่ดี ตลอดมา
กาลนี้ ปัจจุบัน ชายผู้นั้น จุติมา
บังเกิด ที่เลิศหล้า ชื่อ อุมมา นิมิตหมาย
ได้บวช บรรลุผล ล่วงข้ามพ้น วนเวียนตาย
พ้นทุกข์วนเวียนว่าย พ้นเกิดตาย เลิศนักแลฯ

(บทสวดพระคุณเจ้าหลวงพ่อดาบส สุมโน อาศรมไผ่มรกต จ.เชียงราย)

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 21 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ ในข้อความนี้
Apinya (28-09-09), พรรณวดี (29-09-09), พรหมโชติ (29-12-09), พุทธรักษา (02-10-09), มณีนพรัตน์ (03-11-10), ศิษย์โมคคัลลานะ (28-09-09), อภิญญา (28-09-09), ปาริฉัตรมณี (29-09-09), ปาร์ค (18-11-09), นาคน้อย (21-01-10), นิมมานรดี (29-09-09), เดชะบุญ (01-10-09), cheye (29-09-09), FaRuXue (30-09-09), Gorn (17-11-09), leklek (06-10-09), Nuts (23-01-10), Peach (08-11-09), Rich (16-08-10), rossukon (20-02-12), suwaphat (01-10-09)
  #9  
เก่า 28-09-09, 19:32
wit108
Guest
 
ข้อความ: n/a
Default

ตำนานพระธาตุผาอาบ
พระพุทธเจ้าเมื่อได้กถาพยากรณ์ดังนี้แล้วพระพุทธเจ้าก็พาหมู่อรหันตากับพญา อโศก ราชลงจากดอยภูเขาเดินเลียบไปตามกระแสน้ำอิงเบื้องทักขิณหนใต้ ถึงท่าน้ำแห่งหนึ่งมีน้ำใสเย็นยิ่งนัก พระพุทธเจ้าจึงขึ้นไปยืนอยู่บนผาก้อนหนึ่งแล้วถ่ายผ้าอาบเพื่อปรารถนาจะสรง น้ำในที่นั้นเมื่อพระพุทธเจ้าสรงน้ำเป็นที่สำราญแล้วก็ขึ้นมาเปลี่ยนผ้าอาบ ส่งให้พระอานันทะเถระเจ้ารับเอาไปแล้ว ผ้าอาบผืนนั้นก็กลับกลายเป็นผ้าคำไปทั้งผืน ผาก้อนที่พระพุทธเจ้ายืนถ่ายผ้าอาบก็กลับกลายเป็นแก้วขาวใสงามบริสุทธิ์ยิง นัก พระอานันทะเถระเจ้าเห็นอัศจรรย์จึงกราบทูลขอไว้รอยพระบาท พระพุทธเจ้าจึงกล่าวว่า ดูรา อานันทะ เอ๋ย ฐานะที่นี้เป็นที่อันประเสริฐที่หนึ่ง เหตุว่ามีท่าน้ำใสเย็นแล ตถาคตเจ้าได้มาหยุดอาบน้ำที่นี้ แม้พระพุทธเจ้าในอดีตที่ล่วงลับไปแล้วทั้งสามพระองค์ก็ได้มาหยุดอาบน้ำที่ ท่านี้เหมือนกัน และพระพุทธเมตไตยเจ้าอันจักมาโปรดโลกภายหน้าก็จักมาหยุดอาบน้ำที่ท่านี้ด้วย แต่ว่าก้อนหินที่ท่านี้มีขนาดน้อยนัก ไม่พอที่ตถาคตเจ้าจะไว้พระบาทพอจะไว้แต่เกศาธาตุเท่านั้น อานันทะจงเอาเกศาธาตุกับผ้าอาบของตถาตคเจ้าบรรจุรวมไว้กับผาก้อนที่ตถาคตยืน ถ่ายผ้าอาบที่นี้ ภายหน้าฐานะที่นี้จักชื่อว่าพระธาตุผาอาบ บุคคลผู้ใดได้มาไหว้สาปูชาพระธาตุเจ้าที่นี้ แล้วจักพ้นจากความร้อนใจร้อนกายทั้งมวลและน้ำที่ท่าอันตถาคตเจ้าได้ลงอาบ แล้ว บุคคลผู้ใดเอามาอาบรดล้างตัวย่อมเป็นมงคลสวัสดี ดับทุกข์โศกโรคภัยบาปเคราะห์ทั้งหลายอันมีอยู่กับตัวให้เสื่อมหายไป เหตุว่าเป็นน้ำท่าที่พระพุทธเจ้าลงอาบ พระ ธาตุเจ้าจอมจ้อ ภูคำ ผาอาบ ทั้งสามดวงนี้ เป็นที่พึ่งแก่บ้านเมืองเทิงที่นี้ เหมือนดั่งองค์ตถาคตเจ้ายังทรมาณโปรดสัตว์อยู่ทุกประการ เมื่อใดชาวบ้านชาวเมืองเทิงที่นี้พากันประมาทในองค์พระธาตุเจ้าทิ้งให้เศร้า หมอง ห่างเสียไปไม่ได้ปฏิบัติปูชาให้รุ่งเรืองเมื่อนั้นจะเกิดอุบาทว์กังวล อันตรายวินาศฉิบหายแก่บ้านเมืองได้ เสื่อมสูญลบหายกลายเป็นป่าดงเห็นทันตา เพราะบาปกรรมที่ละทิ้งพระธรรมพระธาตุ พระศาสนา อันตถาคตเจ้าตั้งขึ้นไว้เป็นร่มเงาที่พึ่งดับทุกข์แก้โลก ดังนี้แล พระพุทธเจ้ามีกถาพยากรณ์ดังนี้แล้ว พระพุทธเจ้าจึงยกพระหัตถ์ขวาลูบอุตตมังคศีรษะได้เกสาธาตุ 1 เส้น เอามาให้แก่พระอานันทะเถระเจ้า ท่านรับเอามาแล้ว จึงอธิฐานเอาหินก้อนหนึ่งแต่ริมท่าน้ำเพื่อเป็นที่สถิตแก่เกสาธาตุ เมื่อนั้นพระเกศาธาตุก็สำแดงปาฏิหารย์เสด็จเข้าไปอยู่ในหินก้อนนั้น พระอานันทะจึงเอาผ้าอาบคำของพระพุทธเจ้ามารองรับ แล้วเอาวางเหนือผ้าอาบแก้ว แล้วพระยาอินทร์ก็เอาขึ้นตั้งไว้บนแท่นคำ เนรมิตเป็นเจดีย์หลังหนึ่งครอบพระธาตุเจ้าไว้ที่นั้น พญาอิงคนาคราชอันมีอยู่ในน้ำแม่อิงก็ขึ้นมาปูชา มันย่อมมาดูแลรักษาอยู่ตราบหมด 5000 พระวัสสา ก็มีแล
(คัดลอกมาจากตำนานพงศาวดารประวัติศาสตร์เทิง หน้า 7 – 11 )คำบางคำอาจผิดพลาดไปบางเนื่องจากคัดลอกมาจากภาษาพื้นเมืองจึงขออภัยไว้นะที่นี้ด้วยครับ.>

ตำนานพระธาตุผาอาบท่านสามารถหาอ่านได้ที่หนังสือ "ตามรอยพระพุทธบาท" ฉบับรวมเล่ม ๑ โดย พระชัยวัฒน์ อชิโต หน้า 426-427

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 21 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ ในข้อความนี้
Apinya (28-09-09), พรรณวดี (29-09-09), พรหมโชติ (29-12-09), พุทธรักษา (02-10-09), มณีนพรัตน์ (03-11-10), ศิษย์โมคคัลลานะ (28-09-09), อภิญญา (28-09-09), ปาริฉัตรมณี (29-09-09), นาคน้อย (21-01-10), นิมมานรดี (29-09-09), เดชะบุญ (01-10-09), cheye (29-09-09), FaRuXue (30-09-09), Gorn (17-11-09), LEK (12-07-10), leklek (06-10-09), Nuts (23-01-10), Peach (08-11-09), Rich (16-08-10), rossukon (20-02-12), suwaphat (01-10-09)
  #10  
เก่า 28-09-09, 19:33
wit108
Guest
 
ข้อความ: n/a
Default

บุคคลที่สมควรแก่การนำกระดูกไปบรรจุเจดีย์
อนึ่ง พระพุทธเจ้าได้ตรัสบอกถึงบุคคลที่สมควรแก่การนำกระดูกไปบรรจุเจดีย์ คือเมื่อว่าบุคคลเช่นนี้ตายแล้วสมควรก่อเจดีย์บรรจุอัฐิของท่านไว้ที่ทาง 4 แพร่ง ให้มนุษย์และเทวดาได้กราบไหว้ บุคคลเช่นนั้นมี ๕ ประเภทคือ
๑.พระ สัมมาสัมพุทธเจ้า ๒.พระปัจเจกพุทธเจ้า ๓.พระอรหันต์ ๔.พระอนาคามี ๕.พระเจ้าจักรพรรดิผู้ทรงปกครองอาณาประชาราษฏร์โดยธรรม เพราะเหตุว่าบุคคลใดได้มีโอกาสบูชาพระธาตุเจดีย์อันดับ ๑- ๔ ย่อมได้รับอานิสงส์คือได้มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ และนิพพานสมบัติ ส่วนการบูชาธาตุเจดีย์อันดับ ๕ นั้น ย่อมเป็นไปเพื่อมนุษย์สมบัติและสวรรค์สมบัติเท่านั้นเพราะว่าพระเจ้าจักรพร รดิ์ท่านยังไม่เข้าสู่โลกุตตรภูมิ.
(คัดลอกมาจากหนังสือพุทธมงคลอานิสงส์ เรียบเรียงโดย พระชุมพล พลปญฺ
โญ หน้า ๒๖๔)

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 21 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ ในข้อความนี้
Apinya (28-09-09), พรรณวดี (29-09-09), พรหมโชติ (29-12-09), พุทธรักษา (02-10-09), มณีนพรัตน์ (03-11-10), ศิษย์โมคคัลลานะ (28-09-09), อภิญญา (28-09-09), ปาริฉัตรมณี (29-09-09), นาคน้อย (21-01-10), นิมมานรดี (29-09-09), เดชะบุญ (01-10-09), cheye (29-09-09), FaRuXue (30-09-09), Gorn (17-11-09), LEK (12-07-10), leklek (06-10-09), Nuts (23-01-10), Peach (08-11-09), Rich (16-08-10), rossukon (20-02-12), suwaphat (01-10-09)
ตอบ

Tags
พระธาตุผาอาบ, พระนิพพาน, วัดสมบัติพระจักรพรรดิ์, อภิญญาใหญ่, ตามรอยพระบาท


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 15:29


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่