อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ปกิณกะธรรม

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 03-03-12, 01:18
พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 255
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 3,160
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 1,826 ครั้ง ใน 1,826 ข้อความ
พลังบุญ: 2091
octavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished road
Default พุทโธอัปปมาโณ ธัมโมอัปปมาโณ สังโฆอัปปมาโณ.

กระทู้เปิดครับ มาช่วยกันลงบันทึกได้นะครับ



ตอนที่ ๑ ว่าด้วยเรื่องพระธาตุ

ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น เล่ม ๗
รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ.สมศักดิ์ สืบสงวน

สมเด็จองค์ปฐมทรงพระเมตตา ตรัสสอนเรื่องนี้ไว้ดังนี้

๑. “อย่าสนใจที่จักไปละกิเลสให้บุคคลอื่น ให้สนใจละกิเลสของตนออกไปจากจิตให้มาก ๆ”
๒. “จงอย่ามีความประมาทในชีวิต ให้คิดเอาไว้เสมอว่าขณะจิตนี้เรากำลังจักตาย ตายเมื่อไหร่ขอไปพระนิพพานเมื่อนั้น”
๓. “จิตจงหมั่นทำงานทางธรรมอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าร่างกายจักทำอะไรอยู่ก็ตาม”
๔. “เรื่องพระธาตุรวมตัว ที่พระ...ท่านสัมผัสได้ว่า แต่ละองค์มีรัศมีป้องกันเขตพื้นที่ไป
ในระยะ ๑๐ กิโลเมตรนั้น เป็นความจริง และสมควรที่จักได้กระจัดกระจายไปตามวัด
และสถานที่ต่าง ๆ ตามที่สมควร อย่าพะวงว่าเขาทำไม่ได้ทุกอย่าง เป็นไปได้ตามที่พระ
ธาตุเหล่านั้นได้เสด็จมา ตามจุดประสงค์เพื่อรักษาเขตประเทศไทยในยามเกิดสงคราม
ใหญ่โดยเฉพาะ”
๕. “แต่อย่าคิดเชียวนะว่า ผู้มีพระธาตุบูชาจักไม่ตาย เพราะที่สุดในโลกนี้ไม่มีอะไรเหลือ
คนหรือสัตว์ วัตถุธาตุพังหมด จักมายึดว่ามีพระธาตุบูชา แล้วจักพ้นความตายไปนั้นไม่ได้ ท่าน
เพียงแต่ป้องกันอันตรายจากภัยสงคราม ชีวิตหรือทรัพย์สิน หากไม่พ้นกฎของกรรมท่านก็ช่วยได้
เท่านั้น แต่ถ้าหากจักต้องชดใช้กฎของกรรม ท่านก็ช่วยไม่ได้เหมือนกัน”

๖. “ภิกษุใด นักบวชใด ที่ไม่เชื่อในพุทธคุณ จงอย่าให้ เพราะเขาไม่เชื่อหรอกว่าเป็นพระธาตุ
พวกนี้อวดว่าตนเองมีความรู้ดี ทั้ง ๆ ที่สังโยชน์ ๑๐ ยังอยู่ครบ จะเป็นเหตุให้เขาต้องโทษ
ปรามาสพระรัตนตรัยได้โดยไม่รู้ตัว”
๗. “สำหรับฆราวาสที่เชื่อถือในพุทธคุณ ก็ให้เขาไปบูชาได้ บอกว่ามีอานุภาพป้องกันภัยสงครามเท่านั้นก็พอ”

จาก www.tangnipparn.com


สนทนากับพระเล็ก สุธมฺมปญฺโญ
เดือนพฤษภาคม ๒๕๔๖(ต่อ)
ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ
พระธาตุเขี้ยวหมา พระสารีบุตรนี่ พ่อค้าชาวพม่า เขาจะไปค้าขายที่อินเดีย เขาถามแม่ แม่จ๋าต้องการอะไรที่อินเดียบ้าง แม่ก็ตอบ เอาพระธาตุเขี้ยวแก้วพระสารีบุตรก็แล้วกันลูก ทำอย่างกับตลาดมีขาย ลูกก็ไม่กล้าบอกแม่ หวานอมขมกลืนไปค้าขาย จนกระทั่งข้าวของหมดเดินทางกลับ ตูจะหาให้แม่อย่างไร แม่เขาไม่รู้หรือว่าหายากหาเย็นขนาดไหน นั่นแหละพอดีว่ากลางทางเจอหมาตายอยู่ เห็นเข้าก็เลยทุบเอาเขี้ยวมาขัดล้างเสียอย่างดี ขาวจ๋องกลับมา ใส่ผอบมาให้แม่ แม่ก็ดีอกดีใจใช่ไหม บูชาด้วยน้ำอบ น้ำหอม จุดธูป จุดเทียน นั่งสวดมนต์ ปลื้มใจ ลูกจะอกแตกตายจะบอกก็ไม่กล้า เอาเขี้ยวหมามาให้แม่ ๆ ก็ภูมิใจ ปรากฏว่าแม่สวดมนต์ไปสวดมนต์มามีรัศมีสว่างไปทั้งกระท่อม เป็นอย่างไรของปลอมกลายเป็นของจริงไปเลย คือพอเวลาจิตของเรายึดเกาะเป็นอนุสติจริง ๆ ด้วยความเคารพจริง ๆ พระท่านสงเคราะห์ให้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องถามหรอกว่าจริงหรือปลอม ขอให้ใจยึดเท่านั้นเอง

จาก http://grathonbook.net/book/92.html

"วัตถุมงคลในโลกนี้ไม่มีทางทำได้เกินพระบรมสารีริกธาตุ"
สนทนากับพระเล็ก สุธมฺมปญฺโญ เดือนตุลาคม ๒๕๔๕ ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ
ถาม : (เรื่องแหวนจักรพรรดิ)
ตอบ : คือ ถ้าในจำนวนวัตถุมงคลของหลวงพ่อ ก็มีแหวนจักรพรรดินี่แหละที่ท่านบอกว่าพระทุกองค์ควรจะมี
ถาม : รุ่นไหนก็ได้ ?
ตอบ : ก็รุ่นที่ท่านทำนั่นแหละ จะเป็นรุ่นไหนก็ได้
ถาม : ฉันมีแหวนจักรพรรดิอยู่รุ่นหนึ่ง จับทีไรขนลุกซู่ทุกที ?
ตอบ : ยังดีครับ ผมเองเคยโดนมีดหมอหลวงพ่อช็อตกระโดดเลย มันดูดยังกับไฟเป็นพันๆ โวลท์เลย เคยถามหลวงพ่อว่า ที่หลวงพ่อพกอยู่นี่ อันไหนสำคัญที่สุด ท่านบอกว่าพระบรมสารีริกธาตุสำคัญที่สุด วัตถุมงคลในโลกนี้ไม่มีทางทำได้เกินพระบรมสารีริกธาตุ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของสมเด็จพระบรมสัมมาสัมพุทธเจ้าเอง แล้วถามว่าอย่างอื่นล่ะครับ ท่านบอกว่ามีดหมอไว้ในทางป้องกัน ส่วนแก้วจักรพรรดิ เอาไว้สงเคราะห์ในเรื่องลาภ
__________________
อฺธิฐานรอยพระบาทเจ้า ขอพื้นที่ทุกแห่งที่พระพุทธ.ประทีปแก้วได้ประทับลงแล้วจงมีแต่ความผาสุขสืบไป โดยฉับพลันทันที เทอญ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย octavian : 04-08-12 เมื่อ 12:13

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 6 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ octavian ในข้อความนี้
พรรณวดี (10-03-12), ก้อนดิน (09-03-12), มณฑาทิพย์ (11-03-12), อภิญญา (03-03-12), เกียงจูแหย (03-03-12), Rich (03-03-12)
  #2  
เก่า 03-03-12, 22:53
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

ตอนพิเศษ อำนาจพุทธานุภาพ ป้องกันภัย

๓๓
. พรปีใหม่

ปีใหม่ก็จะคืบคลานเข้ามาถึง ก็เป็นอันวาชีวิตของเราก็ล่วงเข้ามาอีก ๑ ปี ปีใหม่ที่เคลื่อนเข้ามาเราก็จะแก่เข้าไปอีก ชีวิตของเราก็จะเดินเข้าไปหาความดับ เพราะธรรมดาของชีวิตเมื่อมีความเกิดขึ้นในเบื้องต้นและก็มีความเปลี่ยนแปลงไปในท่ามกลาง และมีการตายแตกทำลายพันธุ์ไปในที่สุด นี่เป็นกฎธรรมดาของสิ่งมีชีวิตที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ศ. ๒๕๑๙ ที่จะเข้ามาถึงจัดว่าเป็น พ.ศ. ที่มีความวิกฤติที่สุดของชีวิตประเทศไทยในยุคนี้ เพราะว่าตกอยู่ในเขตที่มีความวิกฤตอย่างหนัก ความแปรปรวนเป็นไปของโลก ของชีวิตมนุษย์

อันนี้ก็ถือว่าเป็นปกติธรรมดา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า โลกมีอันจะต้องฉิบหายไปในที่สุด ไม่มีอะไรทรงตัว ทีนี้สำหรับเราเหล่าพุทธบริษัทในฐานะที่ท่านทั้งหลายเป็นพุทธมามกะ คือนับถือพระพุทธเจ้าเป็นสำคัญ พระบาลีกล่าวว่า บุคคลผู้เข้าถึงพระรัตนตรัยย่อมจะไม่สลาย คือ จะต้องไม่พินาศไปด้วยอำนาจของโลกซึ่งเต็มไปด้วยความแปรปรวน ทั้งนี้ก็เพราะว่าองค์สมเด็จพระทรงธรรม์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้ว่า สิ้นเวลา ๒,๕๐๐ ปีเศษ สมเด็จพระบรมโลกเชษฐ์ทรงมีพระพุทธฎีกาตรัสแก่พระอานนท์ว่า อานันทะ ดูก่อน อานนท์ เมื่อพระพุทธศาสนาล่วงไป ๒,๕๐๐ ปีเศษ คือ หลังจากกึ่งพุทธกาล ก่อนกึ่งพุทธกาล ๑๕ ปี คือ พ.ศ. ๒๔๘๕ เป็นต้นมา โลกจะเต็มไปด้วยความวิกฤต ไฟจะตกจากอากาศ ไฟจะลุกในอากาศ ฝนเหล็กจะตกจากอากาศ บรรดาคนจะมีความทุกข์ยากล้มตายเป็นอันมาก และองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงกล่าวต่อไปอีกว่า อานันทะ ดูก่อน อานนท์ ความวิกฤตคือความร้ายแรงของโลกก่อนกึ่งพุทธกาล ๑๕ ปี จะมีความร้ายแรงก็จริงแหล่ แต่ทว่ายังไม่ร้ายแรงเท่าหลังกึ่งพุทธกาล อันนี้องค์สมเด็จพระพิชิตมารบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ดูก่อน อานนท์ ยักษ์หินที่ถูกสาปจะลุกขึ้นอาละวาด ยักษ์นอกพุทธศาสนาจะรบราฆ่าฟันล้มตายกันฝ่ายละครึ่งจึงจะหยุดยั้ง สมณะชีพราหม์จะล้มตาย แต่ว่าประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาจะมีภัยอันนี้เหมือนกัน แต่ทว่าไม่ร้ายแรงนัก ไม่ถึงกับพินาศ นี่เป็นคำพยากรณ์ขององค์สมเด็จพระบรมโลกนาถศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้

ทีนี้คำพยากรณ์ขององค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าปรากฎเป็นความจริง คือตั้งแต่ปี ๒๔๘๕ สงครามโลกครั้งที่ ๒ ก็เกิดขึ้น เมื่อสงครามสงบแล้ว ความวิกฤติของโลกยังไม่สงบ มีการรบราฆ่าฟันเป็นปกติ ระยะนี้เป็นระยะหลังกึ่งพุทธกาล มีสมณะชีพราหมณ์ทั้งหลายล้มตายเป็นอันมาก คำพยากรณขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรงตามความเป็นจริง อีกข้อหนึ่งที่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้ากล่าวว่า ประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาจะมีภัยเหมือนกันแต่ไม่ร้ายแรงนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย ก็ถือกันว่าเป็นประเทศที่ทรงพระพุทธศาสนา

ถ้าเราจะพิจารณากันตามความเป็นจริง จะเห็นว่าประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาทั้งหมดไม่มีประเทศใดที่ทรงคำ สั่งสอนขององค์สมเด็จพระบรมสุคตบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ได้ครบถ้วนเช่น ประเทศไทย ในประเทศไทยเรามีทั้งพระสูตร พระวินัย ปรมัตถ์ คือพระอภิธรรม สำหรับประเทศอื่น เช่น ประเทศพม่า โดยมากจะไม่เคร่งครัดในเรื่องของพระวินัย โทษในเรื่องพระวินัยเขาไม่เคร่งครัดเพราะถือว่าไม่สำคัญ จะนิยมแต่ในเฉพาะด้านของปรมัตถ์ คือ อภิธรรมเท่านั้น ตามบาลีว่า พระสูตรคือประเทศไทย พระวินัยคือมอญ อภิธรรมพม่า หมายความว่าในประเทศไทยเรานิยมพระสูตร แต่ว่าเรามีพระวินัยและพระอภิธรรมครบถ้วน สำหรับวินัยมอญก็มายถึงว่าประเทศมอญเขาเคร่งครัดในพระวินัยแบบชาวมอญ สำหรับพม่านั้นยกพระสูตรทิ้งไป พระวินัยทิ้งไป เหลือพระอภิธรรม เราก็จะเห็นว่าในประเทศไทยยังคงทรงไว้ได้ทั้ง ๓ ประการ คือ พระสูตร พระวินัย และพระอภิธรรม ทั้ง ๓ ประการ เมื่อเราพิจารณาตามกระแสพระสัทธรรมเทศนาขององค์สมเด็จพระพุทธญาณท่านทรงพยากรณ์กับพระอานนท์แล้ว จะเห็นว่าประเทศไทยเราคงพระวินัย คือ เคารพองค์สมเด็จพระจอมไตรไว้ตามพระพุทธพยากรณ์ จึงถือว่าประเทศไทยอยู่ในเขตคำพยากรณ์ที่พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ คือ อาจจะต้องไม่สลายไป ในการนับถือองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาที่มีพระบาลีว่า พุทโธ อัปปมาโณ คือว่า คุณของพระพุทธเจ้าหาประมาณมิได้ การเคารพในพระธรรมว่า ธัมโม อัปปมาโณ การเคารพในพระธรรมว่าหาประมาณมิได้ หรือคุณของพระธรรมหาประมาณไม่ได้ สังโฆ อัปปมาโณ คุณของพระอริยสงฆ์หาประมาณมิได้

การเคารพในคุณพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ สามารถจะยังชีวิตและความสุขของเราให้คงอยู่ได้ปลอดภัยจากอันตราย ดูตัวอย่าง เมื่อองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงชีวิตอยู่ในขณะนั้น องค์สมเด็จพระบรมครูเสด็จประทับอยู่ที่พระเวฬุวันมหาวิหาร ในขณะนั้นปรากฎว่าพระเจ้าพิมพืสารบรมกษัตริย์ถูกพระยาชมภูบดีรุกราน เหมาะขึ้นมาในอากาศเห็นยอดปราสาท่ของพระเจ้าพิมพืสารบรมกษัตริย์มีความสวยสดงดงามยิ่งกว่า ความริษยาก็เกิดขึ้น จึงได้ลงมาจากอากาศมายืนอยู่บนยอดปราสาท ชักพระขรรค์อันประจำพระองค์ขึ้นฟันยอดปราสาท ความจริงพระขรรค์นี้ แม้แต่เหล็กท่อนใหญ่ ๆ กระทบแล้วไม่หนักนักก็จะขาดไปทันที แต่อาศัยที่พระเจ้าพิมพิสารมีความเคารพในองค์สมเด็จพระมหามุนี คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นไตรสรณาคมน์ทั้ง ๓ ประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระองค์เป็นพระโสดาบัน ด้วยอำนาจของพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ จึงป้องกัน แทนที่ยอดปราสาทจะขาด พระขรรค์ของพระยาชมภูก็บิ่นทำลายไป พระยาชมภูมีความเจ็บใจ จึงได้ยกเท้าขึ้นกระทืบยอดปราสาทก็เป็นเหตุให้เหล็กยอดปราสาททิ่มทะลุรองเท้าไปโดนเท้าบาดเจ็บ ถึงกับมีความโกรธมากจึงเหาะกลับประเทศของพระองค์ และก็ใช้ อวิตาศรไปร้อยพระกรรณ คือ ร้อยหูของพระเจ้าพิมพิสารบรมกษัตริย์ คือมีศรเป็นกรณีพิเศษ เมื่อศรเข้ามาประกาศว่า เราจะร้อยหูของพระเจ้าพิมพิสารบรมกษัตริย์ พระเจ้าพิมพิสารได้ทราบแล้ว ได้ยินแล้ว เห็นแล้ว ก็มีความกลัว จึงเสด็จไปเฝ้าองค์พระประทีปแก้วบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ในที่สุดบารมีของพระรัตนตรัยมีพระพุทธเจ้าทรงเป็นประมุขก็ระงับอันตรายนั้นเสียได้ ในที่สุดบังคับให้พระยาชมภูบดีเข้ามาเฝ้าสมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดา ได้ฟังพระธรรมเทศนามีความเลื่อมใสอุปสมบทในพระพุทธศาสนา และก็ได้สำเร็จพระอรหัตผล เป็นอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา แสดงว่าที่พระเจ้าพิมพิสารบรมกษัตริย์พระบาทท้าวเธอพ้นจากอันตรายได้เพราะอาศัยคุณพระรัตนตรัยเป็นสำคัญ ในฐานะที่พระองค์เข้าถึงความเป็นพระโสดาบัน มีความมั่นคงในคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มีศีลห้าเป็นสมุจเฉท คือ รักษาศีลห้าเป็นปกติ

ฉะนั้น วันนี้เป็นวันที่สุดของปี ๒๕๑๘ ปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เข้ามาถึง ก็เป็นปีที่เต็มไปด้วยความวิกฤตของประเทศไทย ฉะนั้น บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา จงอย่าประมาทในชีวิต จงทรงจิตของท่านให้มีควมมั่นคงในคุณพระรัตนตรัยทั้ง ๓ ประการ คือ คุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ปฏิบัติจิตให้ตรงต่อเฉพาะพระพุทธองค์ว่าที่องค์สมเด็จพระบรมโลกนาถทรงสั่งสอนไว้ เราทำอย่างไรที่ว่าทรงความดีตามที่องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมา สัมพุทธเจ้าท่านทรงกล่าวให้พวกเราทุกคนเป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ทุกสิกขาบท คือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภิกษุ และสามเณร มีความจำเป็นจะต้องทรงสิกขาบททั้งหมดให้ครบถ้วนบริบูรณ์ สำหรับฆราวาสก็มีความจำเป็นอยู่เหมือนกัน แต่ทว่าบางท่านก็สามารถรักษาสิกขาบทให้ครบถ้วนได้ เพราะความจำเป็นในชีวิต ฉะนั้น ขอให้ตั้งสัจธรรมไว้ว่า ถ้าศีลข้อใดก็ดีใน ๕ ข้อนี้ เราจะทรงไว้ได้ตลอดชีวิต จะไม่ละเมิด ให้ตั้งจิตถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ในชีวิตของเรานี่ สิกขาบทใดสิกขาบทหนึ่งหรือสองสิกขาบทก็ตามที ซึ่งไม่เกินวิสัยเราจะทรงไว้ให้ครบถ้วน ไม่ยอมให้มัวหมอง สำหรับท่านผู้ใดสามารถจะทรงสิกขาบททั้ง ๕ ประการได้ หรือ ๘ ประการได้ก็ยิ่งดี อย่างนี้ได้ชื่อว่ามีความเคารพในองค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ในการปฏิบัติ กาย วาจา ใจ และสำหรับกำลังใจนั้นมีความสำคัญ บรรดาพุทธบริษัททุกท่านทรงความดี คือ นึกถึงบารมีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้มีจิตยึดพระพุทธคุณไว้เป็นสำคัญ

การนึกถึงพระพุทธคุณทำอย่างไร ว่ากันมากไปก็ไม่ถนัด อิติปิ โส ภควา ฯ จนจบก็ไม่ไหว ฉะนั้น โบราณาจารย์จึงกำหนดไว้ว่าบุคคลใดผู้ใดมีความนึกถึงบารมีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ให้ภาวนาว่า “พุทโธ” ใช้คำว่า พุทโธ ให้เป็นปกติ ภาวนาไว้ทุกวันทุกคืนตลอดเวลา และการที่จะภาวนาไปได้ตลอดเวลา และการที่เราจะภาวนาไปได้ตลอดวันตลอดคืนก็ย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะจิตย่อมมีภาระนึกคิดอย่างโน้นคิดอย่างนี้ บางทีก็ต้องสนทนาปราศรัย ในการที่จะนึกทุกวันทุกเวลาเป็นไปไม่ได้ แล้วทำอย่างไรจึงจะไม่ขาด พระโบราณาจารย์ที่มีความฉลาดได้สั่งสอนไว้ว่า ถึงเวลาก่อนหลับให้บรรดาพุทธบริษัทกำหนดใจนนึกถึงคุณของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ จะกำหนดการเข้าออกของลมหายใจว่า พุทโธ เวลาหายใจเข้านึกว่า พุธ เวลาหายใจออกนึกว่า โธ อย่างนี้เป็นความดี หรือนึกถึงคุณความดีของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และก็เป็นการป้องกันภัยอันตราย เวลาที่ท่านทั้งหลายภาวนาว่า พุทโธ อมน้ำลายไว้ในปาก ภาวนาไว้จนขึ้นใจ ในจิตมีความสุข ค่อยกลืนน้ำลายลงไป อย่างนี้คุณพระรัตนตรัยมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น จะคุ้มครองสรรพอันตรายแก่พุทธบริษัทได้ และเวลาตื่นขึ้นมาใหม่ ๆ และก่อนหลับทุกวัน ทำแบบนี้เป็นปกติ เวลาที่ยังตื่นอยู่ ถ้าคิดขึ้นมาได้เมื่อไรก็ทำใจให้นึกถึงความดีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ภาวนาว่า พุทโธ เป็นปกติ อย่างนี้จิตของบรรดาท่านพุทธบริษัท ชื่อว่าเป็นผู้เข้าถึง พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆรัตนะได้ ทั้ง ๓ ประการ แล้วการนึกถึงความดีของสมเด็จพระพิชิตมารก็ได้ชื่อว่าเข้าถึงความดีทั้ง ๓ ประการครบถ้วน คือ พระพุทธเจ้าจะเป็นพระพุทธเจ้าได้ก็ต้องอาศัย พระธรรม เมื่อทรงธรรมแล้วพระองค์ก็บรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระพุทธเจ้า ธรรมะของพระพุทธองค์ที่เราจะพบได้ก็อาศัยบรรดาพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย ประชุมสังคายนากันร้อยกรองเอาไว้ จึงได้ตกทอดถึงพวกเรา ฉะนั้น การนึกถึงความดีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงชื่อว่าเข้าถึงความดีครบไตรสรณาคมน์ทั้ง ๓ ประการ

การนึกถึงความดีขององค์สมเด็จพระพิชิตมาร ใช้คำว่า พุทโธ เป็นปกติ ถ้าหากว่ากล่าวโดยธรรม ถ้าเรามีอารมณ์อ่อน ที่ว่ามีอารมณ์จิตเข้าไม่ถึงฌาน เวลาตายแล้วก็ไปสู่สวรรค์เทวโลก มีชั้นดาวดึงส์ เป็นต้น ดูตัวอย่าง มัฏฐกุณฑลีเทพบุตร หรือ สุปติฏฐิตเทพบุตร เป็นต้น หรือสาตะกีเทพธิดา นี่ใช้กำลังจิตมีศรัทธายังอ่อน นึกถึงความดีขององค์สมเด็จพระชินวรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าชั่วเวลาเล็กน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุปติฏฐิตเทพบุตร ทำความชั่วคือฆ่าสัตว์ตัดชีวิตมาตลอดชีวิต เมื่อเวลาจะตายไม่กี่นาที จึงได้นึกถึงความดีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้อาศัยนึกถึงความดีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในเวลานั้น จิตผ่องใส เวลาตายแทนที่จะไปรับอกุศลในอบายภูมิ กลับไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เทวโลก ต่อมาเมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ไปเทศน์โปรดพระพุทธมารดา สุปติฏฐิตเทพบุตรได้ฟังอุณหิสวิชัยสูตร จบลง ปรากฎว่าได้บรรลุพระโสดาบัน บาปทั้งหลายที่ท่านทำไว้ไม่มีโอกาสจะให้ผล

นี่การนึกถึงคุณความดีขององค์สมเด็จพระทศพลมีผลต่อบรรดาท่านพุทธบริษัท ถึงแม้ว่าเราจะทำบาปทำกรรม มากมายเพียงใดก็ตามที่อาศัยความดีขององค์สมเด็จพระชินสีห์สามารถจะบำบัดให้เราพ้นไปจากภัยพิบัติ คือ พ้นจากอบายภูมิได้ ฉะนั้น ขอบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายจงอย่าประมาทในชีวิต คิดว่านับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ปีเก่าจะหมดไป ปีใหม่จะเข้ามาถึงเราจงรักษาสัจธรรม ทรงความดีเข้าไว้ คือ จะนึกถึงความดีขององค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่หยุดยั้ง คือว่าปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นปีที่จะเต็มไปด้วยวิกฤติการณ์อย่างที่สุด โดยวิธีที่เราจะใช้ในฐานะที่เป็นมนุษย์ธรรมดาเพื่อความพ้นอันตราย ดูตัวอย่างพระเจ้าพิมพิสารบรมกษัตริย์ พระบาทท้าวเธอต้องถูกทำร้ายจากพระยาชมพูบดี แต่อาศัยที่มีความเคารพในองค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาอย่างมั่นคง ในที่สุดอันตรายก็ยุติลงด้วยอำนาจของพระพุทธเจ้า นี่ ในสมัยพระพุทธเจ้า ถ้ามาในสมัยหลัง เมื่อสมัยที่พระมหากษัตริย์มีอำนาจเป็นพิเศษ ขณะนั้น ปรากฎว่าข้าราชบริพารของพระองค์ท่านหลายท่านที่อาตมารู้จักเป็นกลุ่ม ๆ บุคคลกลุ่มใหญ่มีความเคารพองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นปกติ คือ ในยามปกติพวกเขาเหล่านั้นจะไม่คล้องพระเครื่องอยู่ในตัว เขาถือว่าจิตใจของเขาเข้าถึงพระอยู่เป็นปกติ แต่ว่าภาวนาของบุคคลพวกนี้ไม่ขาด พอตื่นขึ้นมาเช้าก็จับคำว่าพุทโธอยู่เป็นปกติ เวลายามว่าง เมื่อจิตว่างจากกิจอื่นก็ใช้คำภาวนาว่าพุทโธ เวลาที่ไม่ลืมเกรงว่าจะลืม เวลาเช้า เวลาที่จะไปไหนหรืออยู่บ้านก็ตาม เกรงว่าอันตรายจะมีต่อเขา เขาแนะนำ นี่อาตมาเคยได้รับทราบมาเอง คือ ได้รับคำแนะนำจากคนผู้นั้นจากปากเขาเอง บอกว่า เวลาที่เราเกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อร่างกายให้อมน้ำลายไว้ในปาก ภาวนาว่า พุทโธ ให้ขึ้นใจ เป็นการเสกน้ำลายแล้วกลืนลงไป ๓ ครั้ง บุคคลประเภทนี้ แม้จะปะทะข้าศึกหนัก ศัตรูหนักเพียงใดก็ตาม ก็มีการแคล้วคลาด

ถ้ามีความดีเป็นที่สุดขนาดหนัก ถ้ามีจิตทรงความดีขนาดกลาง เขาบอกว่ายิงของเขาไม่ออก ถ้าว่าทรงความดีขนาดเบา ใจยังเบาอยู่ ยังไม่เข้าถึงที่สุด ยิงไม่เข้า เขาว่าอย่างนั้น ความจริงก็เป็นไปตามนั้น เพราะเคยไปด้วยกัน เขาปลอดจากอันตรายจากสรรพาวุธทุกอย่าง ฉะนั้น ขอบรรดาท่านพุทธบริษัทจงอย่าวางใจ จงอย่าประมาทในชีวิต จงคิดว่าคุณของพระพุทธเจ้า คุณของพระธรรม คุณของพระสงฆ์ทั้ง ๓ ประการ จะสามารถทรงเราให้มีชีวิตอยู่ได้ นี่กล่าวโดยเฉพาะ ถ้าเราสิ้นอายุขัย การนำถึงความดีขององค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าก็จะทำให้เราพ้นทุกข์

ฉะนั้น นับตั้งแต่นี้ต่อไป ตั้งใจไว้ว่า จนกว่าจะสิ้นปี พ.ศ. ๒๕๑๙ ที่เต็มไปด้วยความวิกฤตทุกทิศของโลกจะเต็มไปด้วยความเร่าร้อน เราจะยึดเอาคุณความดีขององค์สมเด็จพระชินวรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเข้าไว้เป็นประจำ คือ คำภาวนาว่า พุทโธ พุทโธ เป็นปกติ ถ้าเป็นอย่างนี้ บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายจะมีความสุขในชีวิต คือ จิตของท่านจะทรงสมาธิ อำนาจบารมีของพระพุทธเจ้าจะทำจิตใจของท่านให้เยือกเย็นมีความสุข อันตรายจะเกิดขึ้นกับท่านทั้งหลายก็จะพ้นภัย และด้วยอำนาจของพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ แต่ถ้าชีวิตอายุขับที่จะสิ้นไปเมื่อไร ความดีขององค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าก็จะบันดาลให้เราพ้นอบายภูมิทั้ง ๔ ประการ คือ ไม่เกิดเป็นสัตว์นรก เป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน อย่างเลวที่สุด เราก็จะเป็นเทวดา ถ้าจิตใจมีสมาธิแรงกล้า เราจะเข้าถึงการเป็นพรหม ถ้าจิตของเราโดยนิยมไม่ยึดในขันธ์ห้า หรือว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา จิตเราเกาะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่าพระพุทธเจ้าอยู่ที่ไหน เราจะไปที่นั่น เอาใจตรงนี้ยึดองค์สมเด็จพระทรงธรรม์บรมศาสดานั่นเอง ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วพุทธบริษัททั้งหลายถ้าจะพ้นจากกิเลสจะเข้าถึงพระนิพพานได้

เอาละ บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย สำหรับปีเก่าจะสิ้นไป ปีใหม่จะเข้ามา ขออำนาจพุทธบารมีขององค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน และพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระพิชิตมารบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธ เจ้าพร้อมไปด้วยพระอริยสงฆ์ทั้งหมดที่มีความเคารพในองค์สมเด็จพระบรมสุคต ศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่สุด จงปกปักรักษาบรรดาท่านพุทธบริษัททุกที่านให้มีความมั่นในคุณพระรัตนตรัย ขอให้ปลอดภัยจากภัยอันตรายทั้งหมด ภัยใด ๆ ที่ปรากฎต่อโลกจงอย่ามีกับพุทธบริษัท ขอให้จิตใจของท่านพุทธบริษัทมีความปลอดโปร่งพ้นจากกิเลสเป็นสมุจเฉทปทาน เข้าถึงซึ่งพระนิพพานได้ในชาตินี้

เราท่านพุทธบริษัททุกท่าน กาลเวลาที่จะพูดก็เลยมาแล้ว ต่อแต่นี้ไปขอบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายจงปฏิบัติตามคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระประทีปแก้ว ยึดอานาปานสติเป็นอารมณ์ กำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก เวลาหายใจเข้ารู้อยู่ว่าหายใจเข้า เวลาหายใจออกรู้อยู่ว่าหายใจออก เวลาหายใจเข้านึกว่า พุท เวลาหายใจออกนึกว่า โธ หรือว่าท่านพุทธบริษัทท่านใดจะพิจารณาวิปัสสนาญาณ กรรมฐานบทใดไปตามควมประสงค์จนกว่าจะได้ยินสัญญาณบอกหมดเวลา

ที่มา ::: หนังสือกรรมฐาน 40 หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เกียงจูแหย : 03-03-12 เมื่อ 23:05

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 5 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
พรรณวดี (10-03-12), ก้อนดิน (09-03-12), อภิญญา (04-03-12), octavian (03-03-12), Rich (03-03-12)
  #3  
เก่า 06-03-12, 17:08
พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 255
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 3,160
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 1,826 ครั้ง ใน 1,826 ข้อความ
พลังบุญ: 2091
octavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished road
Default

ตอนที่ ๒ ว่าด้วยเรื่องพระฉัพรรณรังสี ที่ปรากฎเป็นปัจจุบัน ณ กาล

(ภาพหล่อสมเด็จองค์ปฐมทันใจ ณ ศาลาเชียงรุ้ง)

จอง (รอลงรายละเอียด)
__________________
อฺธิฐานรอยพระบาทเจ้า ขอพื้นที่ทุกแห่งที่พระพุทธ.ประทีปแก้วได้ประทับลงแล้วจงมีแต่ความผาสุขสืบไป โดยฉับพลันทันที เทอญ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย octavian : 10-03-12 เมื่อ 23:12

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ octavian ในข้อความนี้
พรรณวดี (10-03-12), ก้อนดิน (09-03-12), อภิญญา (06-03-12)
  #4  
เก่า 09-03-12, 10:55
พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 255
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 3,160
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 1,826 ครั้ง ใน 1,826 ข้อความ
พลังบุญ: 2091
octavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished road
Default

ตอนที่ ๓ ว่าด้วยเรื่องพระพุทธบาท ที่ปรากฎเป็นปัจจุบัน ณ กาล

(ภาพประกอบพระพุทธบาท ณ วัดสุโทนมงคลคีรี)

จอง ๑
__________________
อฺธิฐานรอยพระบาทเจ้า ขอพื้นที่ทุกแห่งที่พระพุทธ.ประทีปแก้วได้ประทับลงแล้วจงมีแต่ความผาสุขสืบไป โดยฉับพลันทันที เทอญ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย octavian : 11-03-12 เมื่อ 18:28

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ octavian ในข้อความนี้
  #5  
เก่า 09-03-12, 10:56
พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 255
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 3,160
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 1,826 ครั้ง ใน 1,826 ข้อความ
พลังบุญ: 2091
octavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished road
Default

ธัมโม อัปปมาโน
" ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเราตถาคต ผู้ใดเห็นเราตถาคต ผู้นั้นเห็นธรรม "
“ เราตถาคตได้ประกาศธรรมะ ให้ปวงสัตว์ทั้งหลายเข้าถึงสภาวะนิพพานตลอดมา เรามิได้สูญหาย
และมิได้สลาย หากแต่ดำรงอยู่ในโลกนี้ เพื่อประกาศสัจธรรมอยู่นิรันดร ”


หมวดย่อยที่ ๑ มโนยิทธิ และการปฏิบัติแบบฉฬภิญโญ

จอง ๒
__________________
อฺธิฐานรอยพระบาทเจ้า ขอพื้นที่ทุกแห่งที่พระพุทธ.ประทีปแก้วได้ประทับลงแล้วจงมีแต่ความผาสุขสืบไป โดยฉับพลันทันที เทอญ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย octavian : 10-03-12 เมื่อ 13:11

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ octavian ในข้อความนี้
  #6  
เก่า 09-03-12, 10:59
พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 255
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 3,160
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 1,826 ครั้ง ใน 1,826 ข้อความ
พลังบุญ: 2091
octavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished road
Default

สังโฆ อัปปมาโน
พล.ต.ท.นพ.สมศักดิ์ สืบสงวน
(๔ ต.ค. ๒๕๔๕)
จากหนังสือลูกศิษย์บันทึก เล่ม ๕
เหตุการณ์ในวันที่หลวงพ่อทิ้งขันธ์ ๕
(ผมเขียนจากประสบการณ์ ที่เห็นด้วยตา ได้ยินด้วยหู และสัมผัสด้วยมือของตนเอง แล้วจึงนำมาเขียน มิได้เขียนจากคำบอกเล่าหรือเขาว่า ซึ่งขัดต่อหลักพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า)
ผมขอเล่าแต่เฉพาะตอนสำคัญๆ หลวงพ่อทิ้งหรือละขันธ์ ๕ เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๓๕ เวลา ๑๖.๑๐ น.ผมไปเยี่ยมท่านตามปกติ แต่มิได้เข้าไปในห้องซีซียู ทั้ง ๆ ที่ผมมีสิทธิ์ที่จะเข้าไปได้ทุกเวลา เพราะอุปาทานในจิตผมมันบอกว่า ยังไม่ถึงวาระที่ท่านจะจากไป บวกกับผมพบเหตุการณ์หนัก ๆ ในขณะที่ท่านป่วยมาก ๆ มาหลายครั้ง ทั้งที่เมืองไทยและในต่างประเทศ หลวงพ่อท่านก็ไม่เป็นอะไรทุกครั้ง นี่คือความประมาท (ความเลว) ของผม
พอเวลา ๑๕.๐๐ น.เศษ ผมจึงขับรถกลับบ้าน ถึงบ้านยังไม่ทันดับเครื่องยนต์รถ ก็มีโทรศัพท์สายด่วนให้ผมรีบกลับไปโรงพยาบาลศิริราช ผมรีบขับมาประมาณ ๒๐ นาที ก็ตรงไปห้องซีซียู พบ คุณสุมิตร มหันตคุณ รออยู่ พูดว่า ลุงหมอ รีบเข้าไปพบหมอวัฒนะด่วน หมอวัฒนะสั่งให้เจ้าหน้าที่แผนกนิติเวชของโรงพยาบาลศิริราช มาฉีดยากันเน่าให้หลวงพ่อผมก็รีบเข้าไปพบท่านและพูดว่า คุณหมอไม่จำเป็นต้องฉีดยาหรอก เพราะ หลวงพ่อท่านเคยพูดกับผมว่า"ร่างกายของท่านจะไม่เน่าเปื่อย เหมือนกับหลวงพ่อสด ซึ่งนั่งตายมากว่า ๑๐ ปีแล้ว ท่านนั่งตายเฝ้าวัดของท่าน และท่านก็สามารถเลี้ยงวัดของท่านได้มาจนทุกวันนี้ แต่อาตมาไม่เอาอย่างท่าน เพราะการนั่งมันเมื่อย ขอนอนตายดีกว่า แล้วท่านก็หัวเราะชอบใจ"
ธรรมที่หลวงพ่อกล่าวนี้ หลวงพ่อมิได้พูดกับผมเท่านั้น ท่านพูดกับศิษย์คนอื่นอีกหลายคน ขอให้คุณหมอมั่นใจเถิด คุณหมอวัฒนะฟังผมพูดหนักแน่นเช่นนั้น ท่านก็เบาใจ พูดว่า ผมเชื่ออาจารย์เหตุการณ์นี้ มีหมอเป็นพยานทั้งหมด ๕ คน คือ ผม หมอวัฒนะ หมอจรูญ หมอแสงโสม และหมอชนะ ว่าขันธ์ ๕ ที่หลวงพ่ออาศัยอยู่ มิได้ฉีดยากันเน่าแต่ประการใด จากนั้นหมอวัฒนะก็เปิดผ้าคลุมร่างกายบริเวณหน้าท้องของหลวงพ่อให้ผมดู พูดว่าอาจารย์ดูผิวหนังหน้าท้องหลวงพ่อสิ (ขณะนั้นผิวหนังหน้าท้องของท่านมีจุดแดงเป็นหย่อม ๆ หลายแห่ง) ผมเห็นแล้ววิตกว่าร่างกายท่านจะเน่าเปื่อย ผมฟังแล้วก็พูดยืนยันว่า ผมขอรับรองว่าร่างกายของท่านจะไม่เน่าเปื่อยอย่างแน่นอน คุณหมอวัฒนะจึงหยุดพูด จากนั้นผมให้คุณหมอวัฒนะโทรศัพท์ต่อหน้าผม สั่งแผนกนิติเวชว่าไม่ต้องมาแล้ว นี่คือความจริงเรื่องร่างกายหลวงพ่อมิได้ฉีดยากันเน่า
ขอเล่าความสำคัญอีกจุดหนึ่ง คือ เวลาประมาณ ๑๖.๓๐ น. ผมมาอยู่ในห้องซีซียู เห็นร่างกายหลวงพ่อนอนหงาย มีผ้าคลุมจากคอลงมาถึงเท้า อยู่บนเตียงที่มีล้อเข็นไปมาได้ มีหมอ ๔ คนยืนอยู่ด้านหนึ่ง เมื่อผมเข้าไป สิ่งแรกที่ผมกระทำก็คือ คุกเข่าลงที่พื้นแล้วกราบที่เท้าของท่าน พร้อมขอขมาพระรัตนตรัย ขณะนั้นเองผมได้ยินเสียงของคุณหมอทั้ง ๔ คน พูดพร้อม ๆ กันด้วยเสียงดังฟังชัดว่า "หลวงพ่อยิ้มๆ ๆ" แต่ผมเองกลับได้ยินว่า "หลวงพ่อฟื้นๆ"จึงรีบลุกขึ้นมาพูดว่า หลวงพ่อฟื้นแล้วหรือ หมอทั้ง ๔ ท่าน ก็ชี้ให้ผมดูใบหน้าหลวงพ่อ ซึ่งท่านยิ้มอย่างมีความสุข จนมุมปากทั้งสองข้างยกสูงมาก แต่ไม่เห็นไรฟัน นี่คือการยิ้มครั้งแรกของท่านหลังจากละขันธ์ ๕
อีกเรื่องหนึ่งที่ควรเล่า พยาบาลที่เป็นหัวหน้าห้องซีซียู มาขออนุญาตผมพูดว่า “อาจารย์ หนูขออนุญาตเอาแป้งไปผัดหน้าของหลวงพ่อได้ไหม หน้าท่านดำ” ผมก็อนุญาต เมื่อพยาบาลเอาแป้งเข้าไปจะผัดหน้าหลวงพ่อ (ขณะนั้นผมและคณะหมอคุยปรึกษากันอยู่นอกห้อง คือ อยู่ในห้องโถง ซึ่งมีผู้ป่วยอื่น ๆ อยู่หลายเตียง) สักครู่ผมได้ยินเสียงร้องวี๊ดของพยาบาล เธอออกมาแล้วพูดว่า“อาจารย์คะพอหนูจะเอาแป้งไปผัดหน้าท่าน หนูเห็นหน้าท่านขาว ขาวมาก เลยไม่ได้ผัดหน้าให้ท่าน”ผมและหมอทุกคนรีบเข้าไปดูหน้าท่าน ก็ขาวจริง ๆ ตามที่พยาบาลบอก ผมเปิดผ้าคลุมร่างกายของหลวงพ่อออก เพื่อดูผิวหนังบริเวณท้องซึ่งมีจุดแดง ๆ อยู่หลายจุด พบว่าจุดแดง ๆ เหล่านั้นได้หายไปหมดแล้วซ้ำผิวยังขาวเนียนเป็นปกติ จึงเรียกให้คุณหมอวัฒนะมาดูกับตา และผมให้หมอเอามือลูบคลำผิวหนังด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ฝันไป แต่นี่เป็นของจริง คุณหมออุทานว่า “เอ๊ะมันเป็นไปได้อย่างไร ๆ”ผมถามว่า คุณหมอหายสงสัยแล้วหรือยังว่าร่างกายของท่านจะไม่เน่าเปื่อย หมอตอบว่า“ผมมั่นใจแล้วครับ”
ชั่วเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง หลวงพ่อท่านแสดงฤทธิ์ให้ลูกศิษย์เห็นกับตาถึง ๓ อย่าง คือ
๑. ยิ้มให้เห็นอย่างชัดเจน
๒. ทำใบหน้าที่ดำให้ขาวได้ในพริบตา
๓. ทำผิวหนังซึ่งไม่น่าดู หมอเห็นแล้วมีความวิตกกังวล กลับมาเป็นปกติ
ทั้งหมดนี้ คือ สังโฆอัปมาโณ ผมไม่ขออธิบาย เพราะพระธรรมในพระพุทธศาสนาเป็นปัจจัตตัง หมายความว่า ผู้รู้ธรรมพึงรู้ได้ เห็นได้ เข้าใจได้ สัมผัสได้ด้วยจิตตนเอง เฉพาะตน จะพูด จะเขียน จะอธิบายอย่างไรก็ไม่หายสงสัย หากจิตของผู้นั้นยังปฏิบัติไม่ถึงธรรมข้อนั้นหรือจุดนั้น ถึงเมื่อไหร่ความสงสัยจึงจะหมดไปได้เอง ของใครก็ของมัน กรรมใครก็กรรมมัน ทำแทนกันก็ไม่ได้ เรื่องอิทธิฤทธิ์ของหลวงพ่อมีอยู่เป็นปกติใน ๑๐๐ วันที่ผมเฝ้าและติดตามท่านตลอดมา หากอยากจะทราบก็ขอให้ติดตามเรื่องนี้ต่อไป (จาก Frameset-1 )
__________________
อฺธิฐานรอยพระบาทเจ้า ขอพื้นที่ทุกแห่งที่พระพุทธ.ประทีปแก้วได้ประทับลงแล้วจงมีแต่ความผาสุขสืบไป โดยฉับพลันทันที เทอญ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย octavian : 09-03-12 เมื่อ 11:25

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ octavian ในข้อความนี้
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 20:21


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่