กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ปกิณกะธรรม

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #11  
เก่า 24-12-09, 17:26
นำธรรม's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 328
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 1,549
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,007 ครั้ง ใน 2,007 ข้อความ
พลังบุญ: 1919
นำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished road
Default

เมื่อได้กล่าว ถึงความสำคัญ แห่งดวงแก้วมณีต่าง ๆมาแล้วนั้น ก็จะได้
กล่าวถึงพระแก้วบารมีที่สำคัญอีกหลายองค์ ดังนี้

พระแก้วดอนเต้า

มีตำนานกล่าว ณ กุกุตตนคร มีพระเถระองค์หนึ่ง เป็นศิษย์แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้จุติจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ลงมายังโลกมนุษย์ เมื่อถึงกาลเจริญวัยขึ้น ได้บรรพชาและอุปสมบทโดยตั้งอยู่ในสมณเพศจนได้ขนานนามจากผู้คนทั้งหลายว่าพระมหาเถระ

ในขณะนั้นได้มีอุบาสิกาผู้หนึ่งซึ่งมีศรัทธาในบวรพุทธศาสนา รับเป็นผู้อุปัฏฐากให้แก่พระมหาเถระเจ้า ท่านมีนาม ว่า สุชาดา ซึ่งในอดีตเป็นเทวดาผู้ประเสริฐในสรวงสวรรค์ จุติมาเพื่อคอยรับใช้พระมหาเถระแลกิจแห่งพระศาสนา

นางสุชาดา เป็นผู้มีอาชีพปลูกแตงโมขาย อยู่มาวันหนึ่งพระมหาเถระได้ดำริคิดจะสร้างพระพุทธรูปองค์หนึ่ง เพื่อประดิษฐานยังวัดที่ตนพักอาศัยอยู่ และเพื่อสืบพระศาสนาให้ยั่งยืน แต่ยังมิอาจหาวัสดุที่จะสร้างได้ ในขณะนั้นได้มีพญานาคตนหนึ่ง อาศัยอยู่ในแม่น้ำ วังคะนที (แม่น้ำวังในปัจจุบัน) ได้ทราบความว่าพระมหาเถระคิคจะสร้างพระพุทธรูป จึงเกิดศรัทธา ได้ดำลงไปยังนครบาดาล ซึ่งเป็นที่อยู่แห่งตน จากนั้นได้นำลูกแก้วมรกตขึ้นมา แล้วได้นำลูกแก้วมรกตนั้นไปใส่ไว้ในหมากเต้ง (แตงโม) ซึ่งอยู่ในไร่แตงโมของนางสุชาดา

รุ่งขึ้นนางสุชาดาได้ตรงไปยังไร่เพื่อเก็บแตงโมไปขาย ยังตลาดอย่างเช่นทุกวัน ขณะเก็บแตงโมไปขายยังตลาดอยู่นั้นพลัน นางฯ ก็มองไปเห็นแตงโมผลหนึ่ง ที่มีสีสันและลักษณะใหญ่กว่าแตงโมผลอื่น เป็นไปตามเทวะบันดาล นางสุชาดาจึงนำแตงโมลูกที่สวยงามนั้น ไปถวายพระมหาเถระ เมื่อพระมหาเถระรับแตงโมนั้นแล้ว จึงจัดการผ่าแตงโมนั้นออก ทันทีที่แตงโมถูกผ่าออก ก็มีสิ่งอัศจรรย์ อยู่ภายในเป็นลูกแก้วมรกตลูกหนึ่ง มีรัศมีงดงามยิ่งนัก

หลังจากได้ ลูกแก้วมรกต นั้นแล้วพระมหาเถระจึงคิดจะแกะสลักลูกแก้วมรกตนั้นให้เป็นพระพุทธรูป แต่พยายามแกะเท่าใดก็มิอาจเป็นผลสำเร็จ เพราะอุปกรณ์ที่นำมาแกะนั้นหาได้ระคายเคืองผิวแม้แต่น้อย สร้างความแปลกใจแก่มหาเถระเป็นอันมาก

อยู่มาวันหนึ่งขณะที่พระมหาเถระนั่งพิจารณาลูกแก้วมรกตอยู่นั้น ได้มีชายแก่คนหนึ่งตรงเข้ามาที่หน้ากุฏิ พร้อมกับเอ่ยปากถามพระมหาเถระเจ้าว่า" ท่านกำลังทำอะไร" พระมหาเถระจึงตอบว่า "กำลังหาวิธีที่จะแกะแก้วมรกตนี้ให้เป็นพระพุทธรูป" แต่หาวิธีเท่าใดก็มิอาจเป็นผลสำเร็จ
ชายแก่ผู้นั้นจึงรับอาสาที่จะแกะพระให้จากดวงแก้วมรกต โดยอ้างตนว่าพอจะมีความรู้ในการแกะพระบ้าง ซึ่งพระมหาเถระก็อนุญาติให้ทำการแกะ ด้วยความโสมนัสยิ่ง
หลังจากตกลงกันแล้วพระมหาเถระ ได้เข้าไปในกุฏิเพื่อจัดหาเครื่องมือที่ใช้ในการแกะสลักลูกแก้วนั้น
แต่เมื่อพระมหาเถระกลังออกมา ก็เกิดเหตุอัศจรรย์ เห็นเพียง พระพุทธรูปแก้วมรกตงดงามวางอยู่ แต่ไม่เห็นชายแก่ผู้นั้นแล้ว
"หรือชะรอยพระอินทร์แลเทวดาคงลงมานิมิตให้อย่างแน่นอน"
พระมหาเถระคิด พระแก้วมรกตองค์นี้มีความงดงามเป็นอย่างมาก สีสันวรรณะผ่องใส ทำให้กิตติศัพท์ความงามขององค์พระแก้วแพร่สะพัดไปในหมู่ประชาชนจนทั่วเมือง บรรดาเหล่าประชาชนต่างพากันมาสักการะบูชาเป็นอันมาก ส่วนพระมหาเถระและนางสุชาดา ก็พร้อมกันนิมนต์พระภิกษุสงฆ์ มาร่วมสมโภชองค์พระแก้วมรกตอย่างมโหฬาร และได้ขนานนามวัดที่อยู่ของตนนั้นว่า วัดพระแก้วดอนเต้า จนกระทั่งปัจจุบัน
ต่อมาในสมัยนั้นเจ้าผู้ครองนคร กุกุตตนคร ไร้ทศพิธราชธรรม เชื่อคำยุยงของเหล่ามารศาสนา ซึ่งกล่าวหาว่าพระมหาเถระและนางสุชาดาประพฤติผิดในศีลข้อกาเมฯ ร่วมกัน จึงมีราชโองการให้เพชรฆาตนำตัวของนางสุชาดา ไปประหารชีวิต โดยมิมีการสอบสวนไตร่ตรองใด ๆ ทั้งสิ้น
เมื่อนางสุชาดาถูกนำไปยังหลักประหาร ริมฝั่งแม่น้ำวังคะนที (แม่น้ำวัง) นางจึงคิดว่าพระราชาไม่มีธรรม จึงตั้งสัตยาธิฐานไปว่า ถ้าหากนางฯ ได้กระทำผิดร่วมพระมหาเถระแล้ว ก็ขอให้เลือดนี้ไหลทั่วปฐพี หากนางฯ มิได้กระทำผิดแล้วก็ขอให้เทวดาฟ้าดินโปรดรับรู้อย่าให้เลือดของข้าฯ นี้ตกต้องลงสู่พื้นแม่พระธรณีเป็นอันขาด สิ้นคำสัตยาธิฐาน เพรชฆาตก็ลงดาบฟันทันที เมื่อนั้นเลือดของนางสุชาดา ก็มิได้ตกสู่พื้นดินเลย สร้างความตระหนกตกใจให้แก่ผู้คน เหล่าเสนาข้าราชบริพารเป็นอันมาก เมื่อการณ์เป็นเช่นนั้นจึงได้นำความขึ้นกราบทูลเจ้าผู้ครองนครฯ เมื่อทรงทราบความก็เกิดความโทมนัส เป็นอย่างยิ่ง
ลุกขี้นจากพระแท่นบัลลังก์ล้มลงกระอักเลือดตาย ณ บัดนั้น
ฝ่ายพระมหาเถระ ด้วยความเสียใจจึงหนีออกจากวัดพระแก้วดอนเต้าโดยอัญเชิญ พระแก้วมรกตดอนเต้า มาประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุลำปางหลวงจนถึงปัจจุบัน

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 10 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ นำธรรม ในข้อความนี้
Apinya (28-12-09), พรรณวดี (24-12-09), พุทธรักษา (25-01-10), อภิญญา (28-12-09), ปาริฉัตรมณี (03-03-10), นิมมานรดี (26-02-10), เพิ่มบุญ (29-11-11), เดชะบุญ (26-12-09), meena (20-11-11), Rich (26-01-10)
  #12  
เก่า 24-12-09, 18:45
นำธรรม's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 328
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 1,549
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,007 ครั้ง ใน 2,007 ข้อความ
พลังบุญ: 1919
นำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished road
Default พระแก้วบารมี

พระแก้วบารมี ที่สำคัญ แห่งเมืองอุบลราชธานี

พระแก้วบุษราคัม

เป็นพระแก้วพุทธปฏมากร ปางมารวิชัยสมัยเชียงแสน แกะสลักจากแก้วบุษราคัม
ตามตำนาน เล่ามาว่า พระวรราชภักดี (พระวอ) พร้อมด้วยบุตรหลานของพระตา คือเจ้าคำผง เจ้าทิดพรหม และเจ้าก่ำ บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมืองอุบลราชธานี ได้เชิญพระแก้วบุษราคัมมาจากกรุงศรีสัตนาครหุต (เวียงจันทน์) เดิมทีพระแก้วบุษราคัมประดิษฐานอยู่ที่บ้าน ดอนมดแดง และได้อัญเชิญมาประดิษฐานอยู่วัดศรีอุบลรัตนาราม พร้อมทั้งได้อัญเชิญพระแก้วบุษราคัม เป็นองค์ประธานในพิธีอันสำคัญยิ่ง ทางพระศาสนา และถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระแก้วบารมีคู่บ้านเมือง สืบมาแต่โบราณกาล ในปัจจุบันในเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี ชาวอุบลจะร่วมใจกันอัญเชิญพระแก้วบุษราคัมแห่ไปรอบเมืองอุบลฯ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้สักการะบูชา สรงน้ำกันโดยถ้วนหน้าเป็นสิริมงคลแก่ตนเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับประวัติตำนานการสร้างโดยละเอียด ขอบารมีคุณพระรัตนตรัยอันประมาณมิได้ ขอให้ได้ทราบประวัติครบถ้วนทุกประการเทอญ
ก็จะนำมากล่าวในภายภาคหน้าต่อไป

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 10 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ นำธรรม ในข้อความนี้
Apinya (28-12-09), พรรณวดี (24-12-09), พุทธรักษา (25-01-10), อภิญญา (28-12-09), ปาริฉัตรมณี (03-03-10), นิมมานรดี (26-02-10), เพิ่มบุญ (29-11-11), เดชะบุญ (26-12-09), meena (20-11-11), Rich (26-01-10)
  #13  
เก่า 27-12-09, 17:23
นำธรรม's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 328
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 1,549
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,007 ครั้ง ใน 2,007 ข้อความ
พลังบุญ: 1919
นำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished road
Default พระแก้วบารมี

พระแก้วขาวเพรชน้ำค้าง

พระแก้วบารมีองค์นี้ เป็นพระปางสมาธิสูง 17 ซ.ม. ทำด้วยแก้วผลึกสีขาว ท่านผู้รู้ คือ หม่อมเจ้าภัทรดิส ดิศสกุล สันนิษฐานว่า ดูจากพุทธศิลป์ เป็นพระอยู่ในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น

เจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสโส อ้วน) ได้ควบคุมการก่อสร้างพระอุโบสถวัสุปัฏนาราม ตั้งแต่ พ.ศ. 2460-2473 เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ได้รวบรวมพระพุทธรูปเก่าแก่จำนวนมาก มีพระปางต่าง ๆ จากหลายที่หลายแห่ง เช่นพระพุทธรูปหินสมัยลพบุรี 3 องค์ และมีสิ่งอื่นอีกเป็นจำนวนมาก พระแก้วขาวองค์นี้ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จถือเป็นพระแก้วบารมี แห่งองค์ท่าน ท่านได้มาอย่างไร ไม่ปรากฏชัดเจน
ในช่วงปี พ.ศ. 2485 ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ท่านมาจำพรรษาที่วัดสุปัฏนาราม ท่านได้มอบพระแก้วขาวองค์นี้ ให้เป็นพระแก้วบารมีศักดิ์สิทธิ์ เป็นสมบัติของวัดสุปักนาราม เพื่อเป็นพระแก้วคู่เมืองอุบลราชธานีสืบไป

ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ได้มอบนโยบาย และวางหลักเกณท์แก่คณะสงฆ์ เช่น

การอัญเชิญพระแก้วขาวเพชรน้ำค้าง ลงมาให้ประชาชนสรงน้ำขอพรปีใหม่สากล คือ 31 ธันวาคม ถึง 2 มกราคม ของทุกปี

การอันเชิญพระแก้วบุษราคัม วัดศรีอุบลรัตนาราม ลงให้สาธุชนสรงน้ำของพรปีใหม่ของไทย คือ 13 เมษายนถึง 17 เมษายน ของทุก ๆ ปี

พระแก้วขาวเพชรน้ำค้าง เนื้อองค์พระเป็นแก้วผลึกสีขาวใน ซึ่งความใสขององค์พระประดุจน้ำค้างยามเช้าที่เปล่งแสงแวววาวในตัวเองดุจประกายเพชร จึงเรียก "พระแก้วขาวเพชรน้ำค้าง "
ฉลององค์ด้วยทองคำเป็นบางส่วน เพื่อความสวยงามและทรงคุณค่า

พระแก้วรัตนมงคลนี้ เจ้าอาวาสวัดสุปัฏนาราม ได้กล่าวว่ามีนักโบราณคดีหลายฝ่ายสันนิษฐานดูจาก พุทธศีลป์ องค์พระคาดว่า
"พระแก้วขาวเพชรน้ำค้าง" น่าจะเป็นพระรุ่นเดียวกับ "พระแก้วบุษราคัม" โดยยึดหลักตำนานการมาตั้งถิ่นฐานของชาวเมืองอุบลฯ เมื่อ 200 ปี เศษมาแล้วนั้น บรรพบุรุษผู้มาสร้างเมืองได้อัญเชิญมาเพื่อเป็นสิริมงคลในการเดินทางอันยาวไกล และเป็นขวัญกำลังใจในการสู้รบกับศัตรูผู้รุกรานจนสร้างบ้านแปลงเมืองจนเป็นหลักแหล่งทุกวันนี้

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 10 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ นำธรรม ในข้อความนี้
Apinya (28-12-09), พุทธรักษา (25-01-10), ก้อนดิน (06-01-10), อภิญญา (28-12-09), ปาริฉัตรมณี (03-03-10), นิมมานรดี (17-05-10), เพิ่มบุญ (29-11-11), เดชะบุญ (18-01-10), meena (20-11-11), Rich (26-01-10)
  #14  
เก่า 19-01-10, 20:31
นำธรรม's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 328
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 1,549
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,007 ครั้ง ใน 2,007 ข้อความ
พลังบุญ: 1919
นำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished road
Default

จากคุณแห่งพระรัตนตรัย อันเป็นแก้วมณี แห่งพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ อันประเสริฐยิ่งในโลกธาตุ ทำให้ได้รับทราบประวัติพระแก้วบุษราคัม โดยละเอียดดังนี้



พระแก้วบุษราคัม เป็นพระแก้วคู่บ้านคู่เมืองมาก่อนตั้งเมืองอุบลฯ

เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปกรรมเชียงแสน แกะสลักจากแก้วบุษราคัม หน้าตัก กว้าง 3 นิ้ว สูง 5 นิ้ว เป็นสมบัติของเจ้าปางคำ ราชวงศ์จากเมืองเชียงรู้งแสนหวีฟ้า ที่แตกหนีภัยสงครามจากพวกฮ่อ มาเวียงเชียงรุ้ง
และมาสร้างเมืองขึ้น ชื่อ นครเขื่อนขันกาบแก้วบัวบาน การมีพระแก้วบุษราคัม มีความเกี่ยวเนื่องกับพระแก้วมรกต เนื่องด้วยสมัยพระเจ้าพรหมมหาราชแห่งโยนกเชียงแสนนครเงินยาง มีพระแก้วมรกตไว้ในพระนคร เพื่อสืบทอดอายุพระศาสนา ประกอบด้วย แก้ว 3 ประการ
พุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ

เมื่อดินแดนแห่งทรัพย์แผ่นดิน มีมณีแห่งแม่พระธรณี อยู่เป็นจำนวนมาก ทั้ง แดนดิน สิบสองปันนา ล้านนา ล้านช้าง ซึ่งมีลำธารอุดมสมบูรณ์ด้วยรัตนชาติหลากหลาย จึงมีพระพุทธรูปที่สร้างจากแก้วมณี เป็นจำนวนมาก

พระแก้วบุษราคัม ก็เกิดจากการสร้างพระพุทธปฏิมาเพื่อสืบพระศาสนาให้ยั่งยืนครบถ้วน 5000 ปี จึงสร้างพระให้งดงาม ด้วยแก้วมณีอันมีค่า

พระแก้วบุษราคัมมีสีเหลืองผ่องผุดด้วยพุทธบารมี ประวัติแห่งผู้สร้างก็ลางเลือนไปกับกาลเวลา พระแก้วนี้ได้ตกทอดมาถึงพระเจ้าตาผู้เป็นลูกพระเจ้าปางคำ และ ในปีพ.ศ. 2314 นครเขื่อนขันกาบแก้วบัวบาน ได้ถูกเจ้าสิริบุญสารแห่ง เวียงจันทร์ ยกทัพมาตี พระเจ้าตาได้สู้ปกป้องบ้านเมือง และได้สิ้นพระชนชีพ ในสนามรบ พระเจ้าวอ และพระเจ้าคำฝางจึงอพยพหนีศึก มาสร้างบ้านแปลงเมืองที่ บ้าน ดอนมดแดง จ. อุบลราชธานี ซึ่งได้อัญเชิญพระแก้วบุษราคัม มาด้วย และขออยู่ในขอบขันธสีมาแห่งพระเจ้ากรุงธนบุรี โดยท่านได้สร้างวัดหลวงไว้ประดิษฐานพระแก้วบุษราคัม

จนถึงรัชสมัย แห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้สั่งข้าหลวงมากำกับดูแลตามหัวเมือง ทำให้ราชบุตรหนูคำ เจ้าเมืองสมัยนั้น เกรงว่าข้าหลวงจะแสวงหาของสำคัญของเมืองไปเป็นของสำคัญของตน

จึงนำพระแก้วฯ ออกจากวัดหลวงไปซ่อนไว้ที่บ้าน วังกางฮุง (บ้าน หนึ่งในอุบล อ. วารินชำราบ) จนกระทั่งอุปราชโท สร้างวัดศรีอุบล มีญาท่าน
เทวธัมมี ซึ่งรัชกาลที่ 4 ให้ความเคารพเป็นเจ้าอาวาส พระอุปราชโท จึงอัญเชิญพระแก้วบุษราคัม มาไว้ที่วัดศรีอุบลรัตนาราม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย นำธรรม : 04-10-10 เมื่อ 17:52

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 10 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ นำธรรม ในข้อความนี้
Apinya (20-01-10), พรรณวดี (19-01-10), พุทธรักษา (25-01-10), อภิญญา (21-01-10), ปาริฉัตรมณี (03-03-10), นิมมานรดี (17-05-10), เพิ่มบุญ (29-11-11), เดชะบุญ (21-01-10), meena (20-11-11), Rich (26-01-10)
  #15  
เก่า 19-01-10, 21:11
นำธรรม's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 328
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 1,549
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,007 ครั้ง ใน 2,007 ข้อความ
พลังบุญ: 1919
นำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished road
Default พระแก้วบารมี

พระแก้วสำคัญอีกองค์ที่ได้ค้นพบ ในยุคกึ่งพระพุทธศาสนา 2552 นี้

มีความเกี่ยวข้องกับราชวงค์เวียงเชียงรุ้งแสนหวีฟ้า สร้างจาก แก้วมณีมีค่า
นาม ลาพิชลาซูลี ได้ตกทอดมาอยู่ที่ เมืองอุบลราชธานี เป็นพระแก้วที่ในอดีตเราแลท่านทั้งหลายในคณะพระธาตุแก้วมณีโชติ ได้ร่วมสร้างเพื่อสืบพระศาสนา มีความงดงามมาก ภายภาคหน้าจะนำรูปมาให้ท่านเจริญศรัทธา

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 10 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ นำธรรม ในข้อความนี้
Apinya (20-01-10), พรรณวดี (19-01-10), พุทธรักษา (25-01-10), อภิญญา (21-01-10), ปาริฉัตรมณี (03-03-10), นิมมานรดี (17-05-10), เพิ่มบุญ (23-08-12), เดชะบุญ (21-01-10), meena (20-11-11), Rich (26-01-10)
  #16  
เก่า 19-01-10, 21:31
นำธรรม's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 328
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 1,549
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,007 ครั้ง ใน 2,007 ข้อความ
พลังบุญ: 1919
นำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished road
Default พระแก้วบารมี

พระแก้วโกเมนทร์ ที่สำคัญ ในกึ่งพุทธกาล อีกองค์หนึ่ง สร้างในยุครัตนโกสินทร์ โดยพระเถระสำคัญแห่งยุค

พระแก้วบารมี องค์นี้ พระนามว่า "พระพุทธรัตนสัมมาบุษราคัมมิ่งมงคล"

พระเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีระวงศ์ (วัดบรมนิวาส) กรุงเทพมหานคร
ตรวจราชการคณะสงฆ์ เจ้าประคุณสมเด็จได้พักจำวัด ณ. วัดสิมนาโก ต.นาโก หมู่ 7 อ. กุฉินารายณ์ จ. กาฬสินทร์ ในสมัยหลวงปู่พระครูทิศาลศิลปะยุต (กงมา ) เป็นเจ้าอาวาส ท่านได้พักอยู่ 3 วัน ได้มอบพระแก้วโกเมนทร์ ประดับพลอยบุษราคัม (ทรงเครื่อง) ขนาดหน้าตัก 21 ซม. หนัก 12 กิโลกรัม 7 ขีด ฐานพระทำด้วยงาช้าง มีพลอยบุษราคัม สีเหลืองประดับองค์พระจำนวน 145 เม็ด
มีอักษรสลักองค์พระมีความว่า
พระพุทธรัตนสัมมาบุษราคัมมิ่งมงคล เป็นพระที่ขรัวโต สร้างให้ ขรัวจาด ลูกวัด ปลายปี 2408
จากประวัติของพระที่ ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จโต พรหมรังสี สร้างนี้ คงจะต้องขอบารมี พระพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ให้ทราบโดยละเอียดในพระแก้วบารมีองค์นี้ อีกครั้งหนึ่ง

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 10 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ นำธรรม ในข้อความนี้
Apinya (20-01-10), พรรณวดี (19-01-10), พุทธรักษา (25-01-10), อภิญญา (21-01-10), ปาริฉัตรมณี (03-03-10), นิมมานรดี (17-05-10), เพิ่มบุญ (29-11-11), เดชะบุญ (21-01-10), meena (20-11-11), Rich (26-01-10)
  #17  
เก่า 26-01-10, 00:24
นำธรรม's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 328
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 1,549
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,007 ครั้ง ใน 2,007 ข้อความ
พลังบุญ: 1919
นำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished road
Default พระแก้วบารมี

เมื่อได้กล่าวถึงท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต ก็ทำให้ได้รับทราบตำนานพระแก้วมณีโชติ โดยสมเด็จโต นิมิต ดังนี้

ตำนานพระแก้วมณีโชติ

เมื่อพระพุทธศาสนาล่วงไป 2500 ปี จะเกิดกลียุค มนุษย์รบราฆ่าฟันกันเอง โลกมนุษย์จะพบภัยพิบัติจากธรรมชาติ แผ่นดินจะไหว ลมพายุจะพัดผ่านทำลายทุกสิ่ง ไฟจะลุกไหม้ น้ำจะท่วมเมือง และเกิดโรคระบาดที่ร้ายแรงต่าง ๆ มาทำลายชีวิตทั้งคน สัตว์ ให้ล้มตายเป็นจำนวนมาก คนที่จะรอดพ้นจากภัยทั้งหลาย ต้องมีศีล มีธรรม และมีพระอันเป็นมงคล จากคำอธิฐาน ของพระอริยะเจ้า ที่ทรงคุณแห่งพระรัตนตรัยอันประเสริฐ และยังมีพระแก้วมณีโชติบูชา ก็จะปลอดภัยจากอันตรายทั้งหลายทั้งปวง

ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต ท่านได้นิมิตบอกหลวงปู่ทิพย์ พระอรหันต์แห่งถ้ำเชียงดาว จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันท่านได้ละสังขารไปแล้ว
ท่านได้อนุญาติให้ท่านพรหมบุตร เปิดเผยเรื่องราวพระแก้วมณีโชติโดยพิศดาร เป็นพระแก้วกายสิทธิ์ที่เทวดาสร้างถวายบูชาพระพุทธเจ้า โดยท่านได้เล่าว่า

เมื่อครั้งสมัยพุทธกาล องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์ชีพอยู่ พระพุทธองค์ทรงจาริกประกาศเทศนาธรรมสั่งสอนเวไนยสัตว์ ได้เสด็จจาริกมายังถิ่งต่าง ๆ ทรงพยากรณ์ที่ต่าง ๆ มากมายจนมาถึงดอยจอมทอง และดอยน้อย (ปัจจุบันอยู่ในเขต อำเภอจอมทอง เชียงใหม่) ทรงประทานพระเกศาธาตุและรอยพระพุทธบาท อันทรงสมควรและทรงเล็งด้วยพระพุทธญาณว่าต่อไปจะเป็นที่อุดมในธรรม ก็เสด็จต่อมายังดอยกรอม (ปัจจุบันอยู่ในเขต อำเภอ ฮอด เชียงใหม่) พระองค์ทรงกระหายน้ำ จึงให้พระอานนท์ไปตักน้ำที่แม่น้ำระมิงค์ พบพญานาคขวางทางแกล้งทำให้น้ำขุ่น พระพุทธองค์ทรงแสดงอิทธิฤทธิ์ให้พญานาคเคลื่อนไหวไม่ได้ พญานาคจึงยอมแพ้ บันดาลให้น้ำพุ่งออกจากแผ่นดิน เมื่อพระพุทธองค์ทรงเสวยน้ำเสร็จแล้ว พญานาคลดทิฐิมานะขอสมาทานเบญจศีล พระองค์ทรงประทานให้ด้วยความเมตตา พญานาคทรงเลื่อมใสศรัทธามาก จึงควักดวงตาทั้งสองถวายเป็นพุทธบูชา พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่า ต่อไปภายภาคหน้าสถานที่นี้จักได้เป็นเมืองปรากฏชื่อนามว่า "พิศดารมหานคร"
พระพุทธองค์เสด็จลุกขึ้นประทับรอยพระบาทซ้ายเหนือหินก้อนหนึ่ง
(ปัจจุบันคือพระบาทแก้วข้าว อยู่ที่ อ.ฮอด เชียงใหม่) พญานาคทูลลากลับนครบาดาล ทันใดนั้นดวงตาทิพย์ได้บังเกิดขึ้นแก่พญานาคเป็นดวงตาที่แจ่มใสยิ่งกว่าเดิม

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 10 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ นำธรรม ในข้อความนี้
Apinya (26-01-10), พรรณวดี (26-01-10), พุทธรักษา (29-01-10), อภิญญา (26-01-10), ปาริฉัตรมณี (03-03-10), นิมมานรดี (17-05-10), เพิ่มบุญ (29-11-11), เดชะบุญ (11-02-10), meena (20-11-11), Rich (26-01-10)
  #18  
เก่า 26-01-10, 01:07
นำธรรม's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 328
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 1,549
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,007 ครั้ง ใน 2,007 ข้อความ
พลังบุญ: 1919
นำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished road
Default พระแก้วบารมี

จำเนียรกาลผ่านมา 1200 ปี มีพระอรหันต์นามว่า พระธรรมราชมีฤทธิ์ศักดามาก เป็นที่เคารพนับถือของเหล่ามนุษย์และพญานาคตลอดจนเทวดาทั้งหลาย พระธรรมราชคิดว่าพระพุทธศาสนาจะเจริญรุ่งเรืองได้ต้องให้คนทั้งหลายระลึกถึงพระพุทธคุณ จึงคิดจะสร้างพระพุทธรูปองค์เล็กจำนวนมาก จำลองเป็นรูปพระพุทธเจ้าเพื่อให้เป็นที่พึ่งของเหล่ามนุษย์ แต่จะสร้างด้วยทองคำ หรือเงิน ก็จะทำให้มนุษย์เกิดความโลภ ทำอันตรายต่อรูปจำลองของพระพุทธเจ้าได้
ความคิดนี้ได้ทราบถึง องค์ท่านท้าวมหาพรหม นามว่า "ชินนะปัญจะระ" ท่านจึงแปลงร่างเป็นชีปะขาวนำเอาแก้วมณีโชติ ซึ่งถือเป็นแก้วกายสิทธิ์ อยู่บนสวรรค์ชั้นดุสิต มาถวายให้พระธรรมราช ท่านจึงให้ช่างแกะสลักในเมืองช่วยกันแกะเป็นรูปจำลองของพระพุทธเจ้า ปรากฏว่าช่าง ไม่สามารถแกะสลักแก้วมณีโชตินั้นได้ ช่างจึงปรึกษากันด้วยจนปัญญา ความนี้ทราบถึงพระอินทร์ จึงสั่งให้เทวดาประจำวันทั้ง 7 องค์ แปลงร่างเป็นมนุษย์มารับอาสา แกะสลักให้เป็นรูปจำลองพระพุทธเจ้า ด้วยการแกะสลักเป็นพระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ ใช้ติดกาย
และองค์ใหญ่ สูงครึ่งคืบไว้ประจำบ้านเมือง เพียงเวลา 7 วัน แกะได้เป็นจำนวน 84000 องค์ เมื่อสร้างเสร็จท่านธรรมราช ได้ประชุมกับเจ้าเมือง และชาวเมือง เพื่อจัดงานทำบุญฉลองสมโภชพระแก้วมณีโชติ เป็นกาลใหญ่

ท่านท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระและพระอินทร์ จึงแปลงร่างเป็นชีปะขาวมาร่วมงานฉลองสมโภชด้วย เมื่อถึงเวลาพระธรรมราชเป็นผู้เจริญพุทธมนต์ ชีปะขาวทั้งสอง เจริญทิพย์มนต์บูชาพระพุทธเจ้า และมีการจุดบ้องไฟ เป็นพุทธบูชานับได้ 108 กระบอก ชาวเมืองพร้อมใจกันจุดบ้องไฟ เมื่อบ้องไฟติด พวกช่างแกะสลักทั้ง 7 และชีปะขาวทั้ง 2 ก็กระโดดขึ้นนั่งบนหัวบ้องไฟ บ้องไฟได้พาเอาร่างเทวดาทั้งหลายสูงขึ้น สูงขึ้น จนหายไปในกลีบเฆม ชาวเมืองจึงรู้ว่าเป็นเทวดาแปลงร่างมาร่วมสร้างพระแก้วมณีโชติ จึงส่งเสียงแซ่ซ้อง สาธุกาล กึกก้องอึงคะนึงไปทั่วเมือง ท่านท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระ จึงประพรมน้ำพระพุทธมนต์ อวยพรชัย โดยบันดาลให้ฝนทิพย์ตกลงมาทั่วเมือง

เมื่อเสร็จงานสมโภชแล้วชาวเมืองช่วยกันขุดหลุมลึก 7 ศอก 56 หลุม
นำเอาพระทั้งหมดใส่ไห 56 ไห ฝั่งในหลุมฝากพระแม่ธรณีเอาไว้ พระธรรมราชขอให้พญานาคชื่อ"พระพญาศรีเสน" เป็นผู้เฝ้ารักษามิให้ผู้ใดมาเหยียบย่ำที่แห่งนี้

ศาสนาตถาคตผ่านไปกึ่งพุทธกาล พระแก้วมณีโชติจะปรากฏขึ้นมาให้มนุษย์สักการะบูชากราบไหว้ เป็นที่พึ่งยึดเหนี่ยวของคนดีมีศีลธรรม
ที่เคารพนบถือพระพุทธเจ้า มนุษย์ที่ได้ครอบครองพระแก้วมณีโชติจะปลอดภัยจากอันตรายทั้งหลายทั้งปวง มีความสุขสมบูรณ์ เจริญด้วยโภคทรัพย์ เทวดาปกปักษ์คุ้มครองรักษา เมื่อนั้นพระพุทธศาสนาจะเจริญรุ่งเรืองสืบต่อไปจนครบถ้วน 5000 ปี ตามพุทธพยากรณ์

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 10 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ นำธรรม ในข้อความนี้
Apinya (26-01-10), พรรณวดี (26-01-10), พุทธรักษา (29-01-10), อภิญญา (26-01-10), ปาริฉัตรมณี (03-03-10), นิมมานรดี (17-05-10), เพิ่มบุญ (29-11-11), เดชะบุญ (11-02-10), meena (20-11-11), Rich (26-01-10)
  #19  
เก่า 26-01-10, 01:51
นำธรรม's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 328
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 1,549
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,007 ครั้ง ใน 2,007 ข้อความ
พลังบุญ: 1919
นำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished road
Default พระแก้วบารมี

พระมหาเถระท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังษี

เป็นพระผู้เป็นดังพระโพธิสัตว์โปรดโลก ในสมัยที่ท่านมีชีวิตอยู่ในกาลที่ท่านจะสร้างพระสมเด็จ ที่เลื่องลือในพุทธบารมี
ท่านได้นิมิตพบท่านท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระ เมื่อจะทำพิธีการปลุกเสกพระสมเด็จให้ถูกต้องตามหลักแห่งโลกทิพย์ และท่านได้พบทางนิมิตกับท่านท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระเมื่อครั้งธุดงค์ไปที่กำแพงเพชร ท่านฯ ได้สอนคัมภีร์ธรรมศาสตร์ และพิธีการปลุกเสกพระสมเด็จให้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เลื่องระบือไปทั่วทิศ พร้อมทั้งได้บอกเล่าตำนานพระแก้วมณีโชติ ให้ท่านสมเด็จโต ไปนำเอาพระแก้วมณีโชติมา 5 ไห เก็บรักษาไว้ ภายภาคหน้าจะช่วยเกื้อกูลบำรุงพระพุทธศาสนาให้ครบถ้วน 5000 พรรษา

ท่านสมเด็จโตพร้อมศิษย์ จึงเดินทางมายังเมื่องพิศดารมหานคร และได้พบกับพญานาค ที่เป็นผู้รักษาพระแก้วมณีโชติ พญานาคได้พ่นไฟพิษเข้าใส่ท่าน ท่านเจ้าประคุณสมเด็จจึงภาวนาแผ่เมตตา นึกถึงท่านท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระ ไฟพิษไม่อาจทำอันตรายท่านได้ ท่านได้บอกแก่พญานาคตนนั้นว่า ท่านท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระ ให้มาเอาพระแก้วมณีโชติ 5 ไห ถ้าท่านพญานาคไม่เชื่อก็ให้เอ่ยนาม "ชินนะปัญจะระ" เมื่อพญานาคฟังก็รู้ว่าท่าน ชินนะปัญจะระ ให้มาจริง
จึงได้มอบพระแก้วมณีโชติ ให้ 5 ไห สมเด็จโตท่านนำมาเก็บรักษาไว้ที่กุฏิท่าน ให้วิญญาณหญิงสาวเป็นผู้เฝ้าดูแล จึงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
ด้วยเกรงกลัวในอิทธิฤทธิ์ของวิญญาณหญิงสาวนั้นที่ชอบ ปรากฎตัวให้คนเห็น

ก่อนสมเด็จโตท่านจะมรณภาพท่านได้นำเอาไหทั้ง 5 ใบไว้บนเพดาลโบสถ์วัดระฆังโดยไม่มีใครรู้ จนเวลาผ่านไป 100 ปี สมเด็จโตได้นิมิตบอก ท่านหลวงปู่ทิพย์ ให้รับรู้ตำนานพระแก้วมณีโชติ และได้มอบพระแก้วมณีโชติทั้งหมดให้ ท่านหลวงปู่ทิพย์ เป็นผู้เก็บรักษา จนถึงกาลที่ท่านจะมรณภาพ ได้ให้ลูกศิษย์ใกล้ชิดเป็นผู้เก็บรักษา และอนุญาติให้เปิดเผยเรื่องราวตำนานพระแก้วมณีโชติ

พระแก้วมณีโชติ เป็นมหาปูชนียวัตถุสูงสุดประจำพระพุทธศาสนาเป็นที่เคารพกราบไหว้บูชาและเป็นที่พึ่งยึดเหนี่ยวของโลกทั้ง 3 มาแต่โบราณกาล และขอเชิญท่านมาสักการะบูชาพระแก้วมณีโชติพระคู่บ้านคู่เมือง 1 ใน 9 องค์ แห่งเมืองพิสดาลนคร ภายในพระเมาลีบรรจุพระสารีริกธาตุเพื่อความเป็นสิริมงคลสูงสุดในชีวิต ได้ที่บ้านธรรมะโตทุกวันเสาร์ อาทิตย์ เสาร์เวลา 9.00-18.00 น.
อาทิตย์ เวลา 9.00-16.00 น. โทร 02 4527099

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 9 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ นำธรรม ในข้อความนี้
พรรณวดี (26-01-10), พุทธรักษา (29-01-10), อภิญญา (26-01-10), ปาริฉัตรมณี (03-03-10), นิมมานรดี (17-05-10), เพิ่มบุญ (29-11-11), เดชะบุญ (11-02-10), meena (20-11-11), Rich (26-01-10)
  #20  
เก่า 02-03-10, 21:36
นำธรรม's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 328
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 1,549
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,007 ครั้ง ใน 2,007 ข้อความ
พลังบุญ: 1919
นำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished roadนำธรรม is on a distinguished road
Default พระแก้วบารมี

จากการได้กล่าวถึงตำนานพระแก้วบารมีที่สำคัญต่าง ๆ มาแล้วนั้น

ก็จะกล่าวถึงความสำคัญแห่งแก้วบารมีกายสิทธิ์ ที่ท่านหลวงปู่สด แห่งวัดปากน้ำ ได้ให้ความรู้อันยอดยิ่ง ของแก้วกายสิทธิ์

กายสิทธิ์ ในวิชาธรรมกาย ท่านเรียกว่า ภาคผู้เลี้ยงมนุษย์ ซึ่งเป็นผู้เลี้ยงมนุษย์มีหน้าที่ เลี้ยงดูพิทักษ์รักษาพวกกายมนุษย์ กายสิทธิ์ มีรูปร่างคล้ายพระพุทธรูปทรงเครื่อง มีเรือนแก้วเป็นที่อาศัย กล่าวโดยย่อมี 3 ขั้น

1.จุลจักร พร้อมทั้งบริวาร มีหน้าที่เลี้ยงรักษากายมนุษย์ ที่มีบารมีอย่างต่ำ
2.มหาจักร พร้อมทั้งบริวารมีหน้าที่เลี้ยงรักษากายมนุษย์ ที่มีบารมีปานกลาง
3.บรมจักร พร้อมทั้งบริวารมีหน้าที่เลี้ยงรักษากายมนุษย์ ที่มีบารมีชั้นสูง

มนุษย์คนหนึ่ง ๆ มีจักรพรรดิทั้ง 3 พร้อมบริวารชุดหนึ่ง ๆ เป็นผู้เลี้ยงรักษาและอาจผลัดเปลี่ยนกันรักษาไปตามคราว ๆ เช่น คราวใดจุลจักรกับบริวารเลี้ยงรักษาก็มีทรัพย์สมบัติและความสุขน้อย
คราวใดมหาจักรกับบริวารเลี้ยงรักษา ก็จะมีทรัพย์สมบัติและความสุขปานกลาง
คราวใดบรมจักรกับบริวารเลี้ยงรักษา ก็จะมีทรัพย์สมบัติและความสุขบริบูรณ์ทุกประการ
ไม่ได้เลี้ยงรักษาเฉพาะกายมนุษย์เท่านั้น สิ่งไม่มีวิญญาณก็สมบูรณ์ไปด้วย
เมื่อถึงยุคสมัยของโลกก็เลี้ยงรักษาทั่วไปเป็นสาธารณะ ตามยุคสมัยแห่งความเจริญในธรรมของมนุษย์ และกาลเวลาแห่งพระศาสนาที่จะเจริญรุ่งเรือง กายสิทธิ์ จักรพรรดิ์ ก็จะดูแลโลกให้ได้รับสุขทุกประการ

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 8 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ นำธรรม ในข้อความนี้
พรรณวดี (02-03-10), อภิญญา (09-03-10), ปาริฉัตรมณี (03-03-10), นิมมานรดี (17-05-10), เพิ่มบุญ (29-11-11), เดชะบุญ (13-03-10), meena (20-11-11), Rich (02-03-10)
ตอบ

Tags
พระนิพพาน, พระแก้วประจำองค์พระ, อภิญญา, ตามรอยพระบาท


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 3 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 3 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 23:46


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่