อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ปกิณกะธรรม

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 23-09-13, 14:01
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,119
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,846
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,935 ครั้ง ใน 77,935 ข้อความ
พลังบุญ: 56658
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile โอวาทวันเกิดหลวงพ่อฯ 22 สิงหาคม 2522

“...บรรดาลูกๆ ทั้งผู้หญิงผู้ชายที่มีเจตนาดี และลูกพวกนี้ก็ดี และพวกท่านก็ดี ก็ติดตามกันมาแล้วทั้งหมด ถ้าเราจะใช้ปุพเพนิวาสนุสสติญาณกำหนด ก็ถือว่าเราติดตามกันมาแล้วอย่างน้อยก็ ๑๖ อสงไขยกับแสนกัป เป็นการบำเพ็ญบารมีร่วมกันมานาน

ฉะนั้น ในชาตินี้คณะพวกท่านทั้งพระภิกษุสามเณร และลูกหญิงลูกชายทั้งหมดทั้งหมด ที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในชาติก่อนๆ ต่างคนต่างก็มารวมกัน มาช่วยจรรโลงพระพุทธศาสนา”

“...ส่วนมากพวกท่านที่ได้มโนมยิทธิ ซึ่งเป็นอภิญาที่มีความสำคัญ กรรมฐานวิชาสามก็ดี อภิญญาก็ดี คนที่จะก้าวเข้ามาในเขตนี้นะ มันยากเหลือเกิน ถ้าไม่บำเพ็ญบารมีมาแล้วด้วยดีนะ ให้ฝึกไปจนตายมันก็ไม่ได้

และนอกจากจะไม่ได้แล้ว บางคนก็บังเอิญจะได้ ได้แล้วก็ไปทิ้ง นี่การได้แล้วไม่ทิ้ง ฝึกฝนด้วยดีแสดงว่า บารมีของเราเต็ม การฝึกฝนมาแบบนี้ ก็แสดงว่าพวกท่านสร้างความดีไว้มากตั้งแต่ชาติในอดีต

จงถือว่าชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของพวกเรา จำไว้ให้ดีนะ แต่ว่าใครจะเกิดอีกต่อไปก็ตามใจเถิด ผมไม่ได้ว่าอะไรหรอก...

เป็นว่า การติดตามกันมาเป็นระยะเวลา ๑๖ อสงไขยและแสนกัป ทีนี้ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องตามกันอีกแล้ว จะไปตามในเมืองนรกจะพบหรือไม่พบ ก็ไม่บอกนะ เป็นอันว่าเราก็เลิกเกิดกันเสียที

พวกท่านนี่ความจริงถ้าหากว่าจะว่ากันโดยบารมี และบรรดาลูกๆ ก็เหมือนกัน การบำเพ็ญบารมีมานี่...มันก็เกินไปเสียแล้ว..มันล้น เขาเรียกว่า “บารมีล้น” เพราะว่า “สาวกภูมิ” นี่เขาบำเพ็ญบารมีกันเพียง ๑ อสงไขยกับแสนกัป สำหรับผมที่ต้องว่ากันถึง ๑๖ อสงไขยกับแสนกัป ก็เพราะว่าตอนนั้นได้ปรารถนาพระโพธิญาณ...

“...ฉะนั้น ชีวิตของผมจะอยู่ไปนานหรือไม่นาน ก็เป็นภารกิจของคนภายใน ผมได้กราบทูลองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาแล้วว่า ถ้าภารกิจใดก็ตาม ยังเกื้อประโยชน์ให้แก่บรรดาประชาชนส่วนใหญ่ ผมก็จะอยู่ แต่ว่ากิจอันนี้ไม่มีความหมายเมื่อไร ผมไปเมื่อนั้น


ฉะนั้น หากว่าเวลานี้บรรดาลูกหญิงก็ดี ลูกชายก็ดี ภิกษุสามเณรก็ดี ยังเห็นภารกิจในพระพุทธศาสนามีความสำคัญ ผมก็คงจะอยู่ได้อีกหลายวัน ถ้าหากว่าพวกท่านไม่เห็นความสำคัญเมื่อไร ผมก็ไม่อยู่...

“...ผมจะตายหรือผมจะมีชีวิตอยู่ ขอพวกท่านทั้งหมดให้ตั้งใจไว้ว่า เราเป็นคนกลุ่มเดียวกัน จงอย่าทำตนเหมือน ภิกษุโกสัมพี ในสมัยนั้นองค์สมเด็จพระชินสีห์ยังมีชีวิตอยู่ ต่างคนต่างก็อวดเลว แตกกันเป็นสองพวก อย่างนี้เป็นการทำลายตัวเอง

การศึกษาของบรรดาท่านทั้งหลาย นอกจาก คันถธุระ ก็ยังมี วิปัสสนาธุระ เรื่องวิปัสสนาธุระนี่ เป็นเครื่องยืนยันว่าพวกเราจะดี ว่าจะทรงวิปัสสนาธุระไว้ได้หรือไม่ได้ ก็อาศัย ความสามัคคี เป็นเหตุ

ฉะนั้น ขอทุกท่านถ้าเห็นแก่ชีวิตผมก็ดี และเห็นแก่องค์สมเด็จพรชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ผมรู้ตัวว่ากำลังกายมันไม่ดี แต่ว่าได้พยายามสร้างทุกอย่าง เพื่อวางพื้นฐานไว้ให้แก่พวกท่าน

เพราะว่าในสถานที่นี้ก็ได้รับการพยากรณ์ว่า จะเป็นศูนย์ที่มีความสำคัญต่อไปในเบื้องหน้า วัดนี้ถ้ามันจะพังจริงๆ ก็ต้อง พ.ศ.สิ้นไป ๔,๕๐๐ ปีเศษ คือ ๔,๕๐๐ ปีเศษ วัดนี้จึงจะสลายตัว

ฉะนั้น ในวัน ฝังลูกนิมิต บรรจุของในหลุมนิมิต องค์สมเด็จพระธรรมสามิสร์ก็ทรงตรัสว่า แดนของวัดนี้เป็นแดนของพระอริยเจ้ามาในกาลก่อน แต่ก็มาสิ้นแสงของพระอริยเจ้าลงไปประมาณ ๔๐ ปีนะ นับแต่ปีนี้ย้อนขึ้นไป

แต่ความจริงตอนนั้นก็ประมาณ ๔๐ ปี นับแต่ปีนี้ไปก็เป็น ๕๐ ปี ขาดตอนพระอริยเจ้ามา ๔๐ ปี แต่ใน ๑๐ ปีต้น ก็ยังมีพระผู้ทรงฌาน หลังจากนั้นมา ๓๐ ปี ต้องถอยหลังไปนะ ถ้านับเวลานี้มันก็ ๕๐ – ๓๐ ปีนั้น เป็น “ภิกขุพานิช” คือ จิตหยาบสะสมกิเลสกันขนาดหนัก แล้วต่อมานี่เราก็รื้อฟื้นขึ้นมา

ท่านเล่าว่า นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป หลังจากฝังลูกนิมิตในปี พ.ศ.๒๕๒๐ แล้ว ท่านบอกว่า จากนี้ไป ๓ ปี วัดนี้จะมีพระอริยเจ้าประจำตลอดไป จนถึงพระพุทธศาสนาล่วงไปถึง ๔,๕๐๐ ปี หลังจากนั้นจึงจะขาดพระอริยเจ้า...”

ในตอนสุดท้ายหลวงพ่อได้สรุปไว้ว่า“...งานทั้งหมดที่ทำนี่ ขอท่านทั้งหลายจงอย่าถือว่าเป็นงานของผม เพราะงานทั้งหมดเป็นงานของพระพุทธเจ้า ผมทำเพื่อพระพุทธเจ้าองค์เดียวเท่านั้น

ในที่สุดนี้ ผมในฐานะที่เป็นสาวกของ องค์สมเด็จพระทรงธรรม์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า และก็มาด้วยกำลังของ “พุทธภูมิ” ต้องลำบากยากกาย ทั้งกายและใจมาสิ้นเวลา ๑๖ อสงไขยกับแสนกัป บุญบารมีอันใดที่บำเพ็ญมาแล้วในตอนต้นจนถึงอวสาน จัดว่าเป็นชาติสุดท้ายในชาตินี้

ขอบุญบารมีนี้ ที่ผมบำเพ็ญมาแล้วก็ดี และขออาราธนาบารมีองค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอบุญบารมีของบรรดาพระสงฆ์อริยสาวกทั้งหลาย จงปกป้องบรรดาท่านทั้งหลาย ช่วยกำลังกาย กำลังใจของท่าน ให้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ตามระบอบของพระพุทธศาสนา

และขอให้ทุกท่านโดยถ้วนหน้า จงบรรลุผล กล่าวคือตัดกิเลสเป็นสมุจเฉทปหาน เข้าถึงพระนิพพานในชาตินี้

และอีกประการหนึ่ง กิจอันใดก็ตาม ที่องค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมีพระประสงค์ ขององค์สมเด็จพระพุทธองค์ จงบันดาลจิตใจของบรรดาภิกษุสามเณร และลูกหญิงลูกชาย ให้ปฏิบัติเหตุนั้นให้เต็มที่ มีผลตามที่องค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมีพระพุทธประสงค์

ในที่สุดนี้ ขอท่านทุกองค์ และบรรดาคนทุกคน จงประสบแต่ความสุขสวัสดิพิพัฒนมงคลสมบูรณ์พูนผล ธรรมใดที่องค์สมเด็จพระทศพลบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบรรลุแล้ว ขอบรรดาท่านทั้งหลายที่เป็นสาวกขององค์สมเด็จพระประทีปแก้ว จงบรรลุธรรมนั้น ตามที่องค์สมเด็จพระพุทธเจ้าทรงบรรลุแล้ว ในชาติปัจจุบันนี้เทอญฯ...”

(จากหนังสือลูกศิษย์บันทึก เล่ม 4 เรื่องขบวนรถเที่ยวสุดท้าย หลวงพี่ชัยวัฒน์ อชิโต หน้า 93 - 95)
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 21:42


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่