อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ปกิณกะธรรม

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 03-11-13, 19:13
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default วิธีแก้ดวงไม่ดี พระราชสังวรญาณ(พุธ ฐานิโย)



วิธีแก้ดวงไม่ดี พระราชสังวรญาณ(พุธ ฐานิโย)




..........ใครว่าดวงดีดวงไม่ดี จะไปแก้ดวงกันได้อย่างไรนอกจากปฏิบัติดีเท่านั้น วิธีแก้ดวงไม่ดีเอาอย่างนี้ซิ ให้ไหว้พระสวดมนต์ เริ่มต้นด้วย อะระหัง.. สวากขาโต.. สุปะฏิปันโน จบแล้วก็ นะโม ๓ จบ สวดอิติปิโส.. สวากขาโต.. สุปะฏิปันโน จบแล้วแผ่เมตตาพรหมวิหาร มาอธิษฐานจิตขอบารมีของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจงช่วยดลบันดาลให้ดวง ข้าพเจ้าดีขึ้น แล้วก็สำรวมจิต สวดเฉพาะบทอิติปิโสบทเดียว สวดให้ได้เท่าอายุตัวเอง หรือจะชักลูกปะคำสวดให้มันได้ ๑๐๘ จบ ยิ่งดี ทีแรกเราสวด ๓ บทต่อเนื่องกันไปก่อน พออธิษฐานจิตแล้วเราสวดเฉพาะบทอิติปิโสบทเดียว สวดทุกวันๆ เอาบทนี้แหละแทนบทภาวนาเลย ทีนี้พอสวดไปๆ ถ้าเราสวดทุกวัน สวดหนัก ๆ เข้า เราจะมีอาการกายเบาจิตเบา กายสงบจิตสงบ บางทีจิตวูบไปนิ่งสว่าง... หยุดสวดมนต์ปล่อยให้มันหยุดอยู่อย่างนั้น ไม่ต้องสวดอีก จิตหยุดนิ่ง ...สว่าง รู้ ตื่น เบิกบาน

อิติปิโสนี่เป็นพุทธคุณ พรรณนาคุณของพระพุทธเจ้า เมื่อเราสวดไม่หยุด จิตเราถึงพุทธคุณแล้ว นิ่ง สว่าง รู้ ตื่น เบิกบาน คุณของพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นที่จิตของเราแล้ว เราหยุดสวดทันที กำหนดรู้อยู่เฉย ๆ ทำใจเฉย ๆ อยู่ ทีนี้ในช่วงนั้นถ้าหากว่าจิตมันจะละเอียดลงไปจนกระทั่งถึงร่างกายตัวตนหาย ช่างมัน ปล่อยไป... พอมันนิ่งไปสุดช่วงแล้วจิตมันจะถอนออกมาเอง

ถ้าในขณะที่มันนิ่งที่เรารู้อยู่เฉพาะที่จิต ไม่รู้เรื่องภายนอกนี่ คนอื่นเขาอาจเข้าใจว่าเราเป็นอะไรไป แล้วเขาจะมาทุบมาตีมาปลุก เมื่อปลุกแล้วเราไม่รู้ตัว ถ้าในขณะนั้นจิตยังไม่ถอนเอง บังเอิญเราตื่นขึ้นมาเพราะการปลุก เราจะรู้สึกไม่สบาย ถ้ากลัวมันจะเลยเถิดกำหนดเวลาเอาไว้ว่า ถ้าจิตของข้าพเจ้าเป็นสมาธิแล้ว ข้าพเจ้าจะอยู่ในสมาธิ ๑ ชั่วโมง ถ้าเรากำหนดไว้อย่างนี้ แม้จิตของเราจะสงบแค่ไหน ถึงเวลาแล้วเขาออกมาเอง... นี่คือบทภาวนาที่วิเศษที่สุด

ถ้าหากว่าใครมีคนเป็นหนี้เป็นสิน สวดไปแล้วอย่างที่ว่านั้นแล้วมาอธิษฐานจิต ขอบารมีสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจงดลใจลูกหนี้ให้เอาหนี้มาคืนข้าพเจ้า แล้วก็สวดอยู่นั่นแหละ สวดอิติปิโสนี่แหละ เสร็จแล้วลูกหนี้จะเอาหนี้มาคืน

ที่แปดริ้ว อาซิ้มคนหนึ่งมา.. "หลวงพ่อ เขาเป็นหนี้อั๊ว ทำไงจะได้คืน อั๊วไปทวงทีไรเขาด่าแล้วก็ไล่ลงจากบ้านทุกที" "ไปสวดอิติปิโสซิซิ้ม" ก็แนะวิธีให้ไปสวด หลังจากนั้นประมาณเดือนหนึ่ง หลวงพ่อไปที่โน่น พอแกรู้ว่าหลวงพ่อไปแกก็รีบมารายงาน พอมาก็.. "อิติปิโสของหลวงพ่อนี่ดีจริงๆ น่ะ" "มันดียังไงซิ้ม" "อั๊วสวดแล้วเขาเอาหนี้มาคืนให้อั๊วหมดเลย โดยที่อั๊วไม่ต้องไปทวงเลย"

บางคนสวดไปๆ จิตมันเป็นสมาธิเอง เขาถึงบอก โอ๊ย.. เมื่อก่อนนี้ไปไขว่คว้าวิ่งสำนักโน่นวิ่งสำนักนี่ เอ้า ไปภาวนาพุทโธก็ไม่แน่ใจ สัมมาอรหัง ยุบหนอพองหนอ ก็ไม่แน่ใจ ใจมันรวนเรอยู่ พอมาสวดอิติปิโสนี่ได้สมาธิ

เพราะฉะนั้น ถ้าใครสงสัยว่าหลักวิธีการสมาธิที่ท่านสอนทุกวันนี้ จะเอาแบบไหนดี ถ้าตัดสินใจไม่ลง ให้ตัดสินใจสวดอิติปิโสบทเดียวเท่านั้น
วันนี้มีหนุ่มใหญ่ท่านหนึ่ง เป็นข้าราชการสรรพสามิต มาบอกว่า ผมสวดมนต์แล้วทำไมตัวสั่น สวดชินบัญชรก็สั่น นั่นแหละจิตของคุณเข้าถึงคุณธรรม จิตมันสงบ มันจดจ่อกับบทสวดมนต์แล้วมันก็สั่น มันเป็นอาการของปีติ ปีติบางอย่างทำให้ตัวสั่น ทำให้ตัวโยก บางอย่างทำให้รู้สึกเหมือนตัวลอยขึ้นบนอากาศ บางอย่างทำให้ขนหัวลุกขนหัวพอง บางอย่างทำให้หัวเราะ ร้องไห้ ปีตินี่เป็นความปลื้มปีติ ดีอกดีใจ ทีนี้คนใจอ่อน พอเกิดปีติแล้วใจมันลิงโลด เรียกว่ามันดีใจล้นพ้น ซึ่งอันนี้มันเกิดจากจิตสงบเป็นสมาธิอ่อนๆ
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เพิ่มบุญ : 13-11-13 เมื่อ 00:08

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
เพิ่มบุญ (13-11-13), octavian (03-11-13)
  #2  
เก่า 03-11-13, 19:18
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

บทสวดมนต์


อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พุทธัง ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ. (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, ธัมมังนะมัสสามิ. (กราบ)
สุปะฏิปปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สังฆัง นะมามิ. (กราบ)


นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต, อะระหะโต, สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ )


อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ, วิชชาจะระณะสัมปันโน, สุขโต โลกะวิทู, อนุตตะโร ปุริสสะทัมมะสาระถิ,สัตถา เทวะมะนุสสานัง, พุทโธ ภะคะวาติ (กราบ)

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, สันทิฏฐิโก, อะกาลิโก, เอหิปัสสิโก, โอปะนะยิโก, ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญู** ติ (กราบ)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ยะทิทัง, จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐปุริสปุคคะลา, เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย,
ปาหุเนยโย, ทักขิเนยโย, อัญชะลีกะระณีโย, อนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ (กราบ)

บทคาถาว่าด้วยการแผ่เมตตา
คาถาแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย


สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น
อะเวรา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย
อัพพะยาปัชฌา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
อะนีฆา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ



--------------------------------------------------------------------------------
คาถาแผ่เมตตาตนเอง

อะหัง สุขิโต โหมิ ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข
อะหัง นิททุกโข โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์
อะหัง อะเวโร โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากเวร
อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง
สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ
ขอให้ข้าพเจ้าจงมีความสุขกายสุขใจ รักษากายวาจาใจให้พันจากความทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด



--------------------------------------------------------------------------------

คาถาแผ่เมตตาพรหมวิหารสี่

บทเมตตา


สัพเพ สัตตา
สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น
อะเวรา โหนตุ
จงเป็นผู้ไม่มีเวรแก่กันและกันเถิด
อัพยาปัชฌา โหนตุ
จงเป็นผู้ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน
อะนีฆา โหนตุ
จงเป็นผู้ไม่มีทุกข์กาย ทุกข์ใจเถิด
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
จงเป็นผู้มีสุข พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด

บทกรุณา

สัพเพ สัตตา
สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น
สัพพะทุกขา ปะมุจจันตุ
จงพ้นจากทุกข์เถิด

บทมุทิตา

สัพเพ สัตตา
สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น
มา ลัทธะสัมปัตติโต วิมุจจันตุ
จงอย่าไปปราศจากสมบัติอันตนได้แล้วเถิด

บทอุเบกขา

สัพเพ สัตตา
สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทั้งสิ้น
กัมมัสสะกา
เป็นผู้มีกรรมเป็นของของตน
กัมมะทายาทา
เป็นผู้รับผลของกรรม
กัมมะโยนิ
เป็นผู้มีกรรมเป็นกำเนิด
กัมมะพันธุ
เป็นผู้มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์
กัมมะปะฏิสะระณา
เป็นผู้มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย
ยัง กัมมัง กะริสสันติ
กระทำกรรมอันใดไว้
กัลยาณัง วา ปาปะกัง วา
ดีหรือชั่ว
ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ
จักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น



--------------------------------------------------------------------------------


คาถาแผ่ส่วนกุศล

อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตาปิตะโร
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่มารดา บิดาของข้าพเจ้า ขอให้มารดา บิดาของข้าพเจ้ามีความสุข
อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้ามีความสุข
อิทัง เม คุรูปัชฌายาจริยานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ คุรูปัชฌายาจริยา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า ขอให้ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้ามีความสุข
อิทัง สัพพะเทวะตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเทวา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข
อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เปรตทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข
อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเวรี
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข
อิทัง สัพพะสัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงมีความสุขทั่วหน้ากันเทอญ



--------------------------------------------------------------------------------

บทกรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวร

เมื่อเสร็จพิธีทำบุญและพระสงฆ์กล่าวรับแล้วให้กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรของเราโดยว่าดังนี้
ข้าพเจ้าขออุทิศบุญกุศลจากการเจริญภาวนานี้ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายของข้าพเจ้า ที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกินท่านไว้ ตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติ ท่านจะอยู่ภพใดหรือภูมิใดก็ตาม ขอให้ท่านได้รับผลบุญนี้ แล้วโปรดอโหสิกรรม และอนุโมทนายบุญแก่ข้าพเจ้าด้วยอำนาจบุญนี้ด้วยเทอญ

--------------------------------------------------------------------------------


อธิษฐาน

อธิษฐานจิตขอบารมีของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจงช่วยดลบันดาลให้ดวงข้าพเจ้าดีขึ้น ในกาลปัจจุบันนี้ด้วยเทอญ


หลังจากนั้นให้ภาวนาบทอิติปิโส เท่าอายุ หรือ ภาวนา 108 จบ


อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ, วิชชาจะระณะสัมปันโน, สุขโต โลกะวิทู, อนุตตะโร ปุริสสะทัมมะสาระถิ,สัตถา เทวะมะนุสสานัง, พุทโธ ภะคะวาติ


ที่มา http://www.buddhathailand.org/forum....thread&tid=856
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
เพิ่มบุญ (13-11-13), octavian (03-11-13)
  #3  
เก่า 11-11-13, 22:15
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

สะเดาะเคราะห์ หลวงพี่เล็ก วัดท่าขนุน

กระโถนข้างธรรมมาสน์ ฉบับที่ 112


ถาม : ตอนนี้ผมไม่ค่อยดีเลยครับ วันก่อนขาแพลง พอหายก็เป็นฝีอีกแล้วครับ จะทำอย่างไรครับ ?
ตอบ : สมัยโบราณใช้คำว่า “กำลังมีเคราะห์” แต่จริง ๆ แล้วคำว่า “เคราะห์” ภาษาพระก็คือ อกุศลกรรม ความชั่วเดิมในอดีตที่พวกรเาทำไว้ อดีตส่วนใหญ่แล้วไม่ใช่ปัจจุบันชาตินี้ แต่เป็นอดีตของชาติก่อน เราเคยทำไว้ พอถึงวาระถึงเวลาที่อกุศลกรรมส่วนนั้นมาสนอง สิ่งไม่ดีต่าง ๆ มันก็ระดมกันเข้ามา พอช่วงกุศลกรรมเข้ามาสนอง สิ่งดี ๆ มันก็แห่กันเข้ามา

ฉะนั้น...ก็เลยสำคัญว่า ให้รู้จักสร้างความดีให้ต่อเนื่องกันอย่าให้ขาดช่วง หมั่นทำสม่ำเสมอ อย่างเช่นว่ามีโอกาสใส่บาตรไว้ทุกวัน หรือไม่ก็แต่ละเดือนถวายสังฆทานให้ได้อย่างน้อยเดือนละครั้งอะไรอย่างนี้ พอเราสร้างความดีสม่ำเสมอ กระแสบุญก็จะหนุนเสริมไปได้เรื่อย ๆ พอถึงวาระที่กระแสนั้นจะให้ผล ก็จะมีสิ่งดี ๆ เข้ามาตลอด แต่เนื่องจากว่าของเราเองไม่ได้ทำดีมาตลอด ถึงเวลามีสะดุดขาดช่วงลงบ้าง อกุศลกรรมแทรกได้ ก็ให้ผล สมัยโบราณใช้คำว่า “มีเคราะห์” เคราะห์จริง ๆ ก็คือ ความดีความชั่วที่เราทำมาให้ผลนั่นน่ะ เคราะห์ดีก็กรรมดี เคราะห์ร้ายก็กรรมชั่ว

ถาม : แล้วแก้ไขอย่างไรครับ ?
ตอบ : อย่าไปถามหมอเชียวนะว่าแก้ไขอย่างไร ? วิธีสะเดาะเคราะห์ต่าง ๆ มีหลายวิธีนะ อย่างง่าย ๆ เลย ปล่อยชีวิตสัตว์ สัตว์ที่เขาขายเพื่อให้ฆ่า อย่างเช่นว่า พวกไก่ พวกปลา ถ้าหากว่าเคราะห์ใหญ่ให้ปล่อยสัตว์ ๔ เท้า อย่างพวกวัว พวกควายอะไรก็ได้นะ อันดับต่อไปก็คือ ถวายสังฆทาน อย่างที่เราทำเมื่อครู่นี้ เพราะว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้เป็นบุญใหญ่ พอกำลังบุญสูง ก็หนีห่างกรรมไปได้นะ ถัดจากนั้นไปก็คือ ทำบังสุกุลตายบังสุกุลเป็น เวลานนี้เป็นการตัดเคราะห์ เป็นการตายลงไปชั่วครั้งชั่วคราว เคราะห์กรรมทั้งหลายจะได้ตายไปด้วย ถึงวาระที่พระท่านสวดให้ไปเกิดใหม่ เราก็ตั้งใจว่า เกิดมาแต่คุณความดี เคราะห์กรรมทั้งหลายตามมาไม่ได้นะ อันสุดท้าย ถ้าหากว่าหนักจริง ๆ ให้จัดงานศพตัวเอง แต่ไอ้ผู้ชายของเรามีเยอะ บวชพระบวชเณรก็ได้ ก็ได้อานิสงส์สูงมาก ก็จะหนีห่างกรรมชั่วไป พวกเคราะห์กรรมทั้งหลายที่ตามมา หลวงพ่อท่านเคยเปรียบว่า “เหมือนกับหมาไล่กัด” ส่วนไอ้การที่เราสร้างกำลังบุญให้สูง คือวิ่งให้ห่างจากมัน ไม่ได้หักล้างลบล้างกันไป ดีกับชั่วล้างกันไม่ได้ แต่ถ้ากรรมดีมีกำลังสูง ก็หนีห่างชั่วไปเรื่อย ถ้ามันถึงที่สุดหนีเข้านิพพานไป ความชั่วตามไม่ได้ก็จบ เป็นอโหสิกรรมโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าหากว่าเราขาดช่วงลง มันไล่ทันเมื่อไร เคราะห์ตามมา หมาก็ฟัดเราอีก ก็ถึงได้บอวก่าทำบุญต้องทำให้ต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ อย่าเผลอขาดช่วง ขาดช่วงเมื่อไรเดี๋ยวตามมาถึง เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ให้ไปถามสำนักที่เรามั่นใจว่าท่านตรงไปตรงมาตามศีล ตามธรรมจริง ๆ ท่านจะแนะนำให้ในลักษณะที่เราไม่เสียเงินเสียทองมาก แต่ถ้าไปเจอสำนักที่เขาทำมาหากิน ส่วนใหญ่จะพูดให้เราตกใจ ให้เรากลัว คุณกำลังเคราะห์ร้าย อาจจะต้องเลือดตกยางออก ถึงแก่ความตายไปเลยอะไรอย่างนี้ วิธีสะเดาะเคราะห์แต่ละอย่างของเขา มันเพิ่มเคราะห์ให้เราทั้งนั้น เสียสตางค์เยอะ ๆ มาก การถวายสังฆทานก็ไม่จำเป็นต้องถวายอย่างเมื่อครู่นี้นะ อาจจะเป็นประเภทข้าวสักถุง ถึงใส่แค่องค์เดียวก็เป็นสังฆทาน ความจริง สังฆะ แปลว่า หมู่สงฆ์ เอาตั้งแต่ ๔ องค์ขึ้นไป แต่คราวนี้เราไม่ได้เจตนาว่าหลวงพี่องค์นั้นมา หลวงพี่องค์นี้มา เณรองค์นั้นมาฉันจะใส่ แต่ให้ตั้งใจองค์ไหนผ่านมาเราจะใส่ถึงไม่ครบสี่ก็เป็นสังฆทาน หรือไม่ก็เห็นพระท่านนั่งกันอยู่เป็นวง ถ้า ๔ องค์ขึ้นไป ส่งอะไรเข้าไปเป็นสังฆทานทั้งนั้น ถ้าทำเป็น ไม่เสียเงินเสียของมาก อานิสงส์ก็สูง ถ้าทำไม่เป็น ทำอย่างที่เขาแนะนำ บางคนโอ้โฮ...ถวายสังฆทาน เจ้าประคุณเอ้ย ขนมาเป็นคันรถเลย ถามมันว่า “ใครสอนคุณวะ ?” บอกว่า “ทายก” ไอ้ทายกระยำ คนไม่มีสตางค์ไม่ต้องทำกันพอดี ขนปิ่นโต เอาข้าวพร้อมกับมา ๙ เถา พระฉันก็จุกตายพอดี แล้วยังมีพวกประเภทข้าวสารอาหารแห้งอีก สารพัดสารเพ ขนกันป็นคันรถจริง ๆ เจอมาแล้ว ไอ้คนไม่รู้จริงมันแนะนำหมดเยอะ


http://www.grathonbook.net/book/112.2.html
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 18:41


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่