กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ปกิณกะธรรม

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #21  
เก่า 12-08-15, 19:59
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 896
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,434 ครั้ง ใน 2,434 ข้อความ
พลังบุญ: 3339
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

เจริญพระกรรมฐานทำให้ร่ำรวย



ความไม่พอใจจนเป็นคนเข็ญ พอแล้วเป็นเศรษฐีมหาศาล จนทั้งนอกทั้งในไม่ได้การ จงคิดอ่านแก้จนเป็นคนพอ
การแก้จนแบบนี้ไม่ใช่ท่านสอนให้งอมืองอเท้า ไม่ไให้ก้าวหน้า เพียงแต่ว่าให้หาความสุขจากทรัพย์สินที่มีอยู่ให้จงได้เท่านั้น ขอฝากตัวอย่างเรื่อง เจริญพระกรรมฐานทำให้ร่ำรวย ตัวอย่างเช่น


คุณศักดิ์ชัยมาที่วัดอัมพวันหมดเนื้อหมดตัว อาตามดูหน้า เห็นหนอ คนนี้จะรวยมหาศาลในภายหลัง ไม่ใช่พระกรรมฐานไปนิพพาน ทิ้งสามี ทิ้งภรรยา ทิ้งลูก เห็นหนอดูหน้าผากไว้ อาตมาบอกให้เข้ากรรมฐาน ๗ วัน ๗ คืน เดี๋ยวหลวงพ่อช่วย พอได้พระกรรมฐาน ปัญญาเกิด ได้อาวุธแล้ว



ขณะนี้ไปเปิดร้านค้าอาหารที่ออสเตรเลีย ๕ แห่ง จะไปเปิดที่บรูไนอีกแล้ว มีเงินเป็น ๑๐๐ ล้านบาท บางคนมาไม่เอา ขี้เกียจแล้วมันจะรวยหรือ มานั่งคุยกันปากยื่นปากยาวตลอดรายการ


ถ้าท่านอยากรวยก็เอาอย่างคุณศักดิ์ชัย เขาเล่าให้ฟังว่า คนที่มาทำงานกับเขาซื่อสัตย์หมด ถ้าเรามีพระกรรมฐาน แผ่เมตตาให้เขาก็จะกลับร้ายกลายเป็นดี มีฝรั่งมานั่งรับประทานอาหารกัน เก็บเงินไม่พัก เงินไหลนองทองไหลมาด้วยพระกรรมฐาน
พระกรรมฐานทำให้คนรวย บอกแค่นี้ไม่มีใครเชื่อ รวยสติปัญญา รวยการแก้ปัญหาได้ วันนี้คุณศักดิ์ชัย เจ้าตัวมาบอก ผมมาได้ของดีที่วัดนี้ ผมลืมตาอ้าปากได้เพราะหลวงพ่อสอนผม พระกรรมฐานช่วยได้เยอะ สติบอกผมว่า สิ่งใดควรหรือไม่ควร
มีคนมาสมัครงานบางคนนิสัยไม่ดี ชอบโกหกแต่ผมเห็นแล้วสงสาร ผมก็ลองให้ทำงาน ผมก็แผ่เมตตาให้ เขาเลิกโกหกเลย เลิกเป็นขโมย เลิกได้ แต่ขอให้มีสมาธิ แผ่เมตตาให้เขา ถึงเรียกว่ารวย


มีหลายรายที่ทำกรรมฐานทำให้คนรวยได้ แต่ไม่ต้องการปรากฏตัวมีจดหมายมาบอกว่ารวยแล้ว อยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ ภรรยาชื่อคุณทิพย์อัปสร มีบุตร ๒ คน เรียนหนังสือเก่ง ชีวิตเขาเคยยากแร้นแค้นยากจนมาก กินข้าวกับน้ำปลาก็เคย บัดนี้กินข้าวกับหมูเห็ดเป็ดไก่แล้ว อิ่มบุญอิ่มกุศล ถ้าเรามีบุญแล้ว เงินไหลนองทองไหลมาเอง ไม่ต้องอธิษฐานให้รวย
นี่แหละการเจริญพระกรรมฐาน การสวดพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ สวดพาหุงมหากา เท่านี้เราก็สามารถมีสติปัญญา
ถ้าจิตใจดี จิตใจสบายก็ร่ำรวย ถ้าจิตใจหด เงินหนีหมด หดไปเลย




คัดลอกจากหนังสือพุทธโธโลยี : คนรวยเพราะธรรม
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #22  
เก่า 12-08-15, 20:00
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 896
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,434 ครั้ง ใน 2,434 ข้อความ
พลังบุญ: 3339
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

ปฏิบัติธรรมทดแทนน้ำนมแม่ได้


ผู้สนใจปฏิบัติธรรมเป็นการทดแทนน้ำนมของแม่ได้ ข้าวป้อนที่แม่ป้อนมา ที่พ่อหาเลี้ยงมามีทั้งน้ำเลือดน้ำเหลืองอยู่คนเดียวกันคือพ่อแม่ของเรา อยู่ในตัวโยมทุกคน ขอให้สร้างกุศลเท่านั้นเอง ปฏิบัติกรรมฐานให้ได้รับผล ได้ส่งผลให้พ่อแม่ได้ พ่อแม่ล่วงลับไปแล้วสู่สัมปรายาภพจะได้มาปรารภรับส่วนบุญกุศล นี่ได้สูงสุดตรงนี้ คือการเจริญพระกรรมฐานดีที่สุดแล้ว ขอให้ตั้งใจทำจะกลับบ้านไปขอให้สวัสดีมีชัย และติดตามผลเอาไปต่อเนื่องโดยแก้ปัญหาในครอบครัว แก้ปัญหาสังคมได้ แก้ปัญหาให้ลูกให้หลาน อย่าไปสร้างปัญหาอีกต่อไปเลย กรรมฐานแปลว่าสร้างกิจกรรม ไม่ใช่สร้างปัญหา จะไม่มีการสร้างปัญหาให้ใครเดือดร้อนอีกต่อไป แล้วจะสร้างแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรืองวัฒนาสถาพรของทุกท่านโดยทั่วหน้า กัน


พระธรรมสิงหบุราจารย์ หลวงพ่อจรัญ
วัดอัมพวัน สิงห์บุรี
.........................................
แก่นแท้แห่งพระกรรมฐาน หน้า 29


*****************
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #23  
เก่า 01-09-15, 20:34
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 896
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,434 ครั้ง ใน 2,434 ข้อความ
พลังบุญ: 3339
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

คาถาทาสเศรษฐี

คนที่สร้างกรรมดีไว้ กรรมจะสนองทันที ท่านอย่าคิดว่าบุญบาปไม่มีจริงในชาตินี้ เห็นทันตาเลย อาตมาไม่เคยลืมบุญคุณคน เพียงแค่น้ำถ้วยเดียวอาตมาก็ไม่เคยลืม เราจึงเจริญรุ่งเรืองของเรามา อาตามนิสัยไม่ดีเวลาไปไหน ชอบเอาขนมไปแจก
พราะตำราเรา ยิ่งให้ยิ่งได้ ยิ่งหวงยิ่งอดหมดไม่มา เราไม่หวงไม่อดหมดมาเรื่อยๆ

รวยตรงนี้ ชื่นใจตรงนี้ ในเมื่อชื่นใจแล้วจิตก็เป็นกุศล ทำอะไรก็ได้มรรคได้ผล ได้อานิสงค์สมความมุ่งมาดปรารถนา
ใครอยากรวย เอาคาถาทาสเศรษฐีของเทวดาไปใช้ท่อง ๑๐๘ จบ คาถามีอยู่ว่า "อิติมะมะ มีมะมูน พูลมามี มามะมะ นะมะพะทะ"

เรียบเรียงจาก หนังสือ พุทธโธโลยี : คนรวยเพราะธรรม
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #24  
เก่า 01-09-15, 20:48
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 896
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,434 ครั้ง ใน 2,434 ข้อความ
พลังบุญ: 3339
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

สำหรับคนที่ "ค้าขาย" ไม่ค่อยดี... หรือดีแล้วแต่อยากให้ดีขึ้นกว่าเดิม... แก้วนำเรื่องนี้มาให้อ่านจะได้มีกำลังใจค่ะ (#^_^#)


เรื่องจริงของ "คุณเสรี ปิ่นทอง" เจ้าของโรงพิมพ์ที่ทำหนังสือสวดมนต์หลวงพ่อจรัญค่ะ
ประมาณปี ๓๐ – ๓๑ ข้าพเจ้าไปดูหมอ หมอทักมาไม่ดีก็ไปหาหลวงพ่อจรัญ ไปถึงยังไม่ทันพูดอะไร ท่านก็บอก
"เสรีมีธรรมะติดตัวมาตั้งแต่อดีตชาติ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าชาตินี้สวดมนต์ไหว้พระไว้จะรวย"
ในใจข้าพเจ้าอยากจะเป็นเจ้าของโรงพิมพ์เหมือนกันหลวงพ่อพูดออกมาเลย


"เสรีเป็นเถ้าแก่ไม่ได้เพราะบารมีไม่ถึง อดีตชาติทำบุญแต่ไม่ได้สร้างบารมีไว้ พวกที่ทำการค้าแล้วขาดทุนเจ๊งกันไปนั้น เพราะพวกเขาไม่มีบารมี
ตอนเป็นลูกจ้างเขาทำให้เถ้าแก่รวยได้ พอมาทำเองเจ๊งหมดเลย พวกข้าราชการก็เหมือนกัน ถ้าบารมีไม่ถึงได้ตำแหน่งใหญ่โตหน่อยก็อยู่ได้ไม่นานก็มีอันเป็นไป"


วันนั้นก็เลยคิดว่าไม่เป็นไร ไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการก็ไม่เป็นไร ขอให้รวยก็แล้วกัน...
ด้วยความอยากรวยกลับมาบ้านสวดมนต์เป็นการใหญ่ สวดหลายบทเลย แต่จะสวดในวันอาทิตย์วันเดียวเท่านั้น ใครว่าบทไหนดีสวดหมด สวดทีหนึ่ง ๓ – ๔ ชั่วโมง วันอื่นไม่ค่อยมีเวลาก็เลยไม่ได้สวด



คราวหลังไปหาหลวงพ่อ ท่านบอกว่า
"เสรี สวดมนต์อะไรกันมากมายนัก สวดพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ พาหุงมหากาฯแล้วมาสวดบทพุทธคุณห้องเดียวเท่าอายุบวก ๑ ก็พอแล้ว แต่ต้องสวดทุกวันนะสวดวันอาทิตย์วันเดียวไม่ได้"


ข้าพเจ้าถามว่าทำไม? หลวงพ่อท่านก็บอกว่า


"ถ้าอย่างนั้นเองก็กินข้าววันอาทิตย์วันเดียวสิ กินให้มากๆเลย วันอื่นไม่ต้องกิน เพราะไม่มีเวลา"
ข้าพเจ้าก็บอกว่าไม่ได้... ไม่งั้นหิวตายแน่ หลวงพ่อก็บอกว่าถ้าอยากรวยก็ต้องสวดมนต์ทุกวันเหมือนกัน บทอื่นก็ดีไม่ใช่ไม่ดีแต่ที่ให้สวดเฉพาะพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ พาหุงมหากาฯ จะได้สวดทุกวันได้ไม่เปลืองเวลา"
ความที่ข้าพเจ้าอยากรวยก็เลยต้องสวดทุกวันพอสวดทุกวันเข้าก็เลิกกินเหล้าตอน หลังข้าพเจ้าทำอะไรเหมือนมีลางสังหรณ์มาบอก ข้าพเจ้าจะรู้อะไรก่อนเป็นบางครั้ง ข้าพเจ้าก็ถามหลวงพ่อ หลวงพ่อตอบว่า


"นั่นแหละสวดมนต์มากเข้าจะมีสติ สติก็ออกมาบอก ข้าพเจ้าเคยถามหลวงพ่อว่าทำไมต้องสวดเท่าอายุ ท่านตอบว่าเป็นการฝึกให้เรามีสติ แล้วสวดเท่าอายุบวก ๑ นั้นจะทำให้มีอายุยืน เป็นการต่ออายุ จะไม่เสียชีวิตถ้ายังไม่ถึงคราวสิ้นอายุขัย จะไม่ตายด้วยอุบัติเหตุ"
นับแต่นั้นมาข้าพเจ้าสวดพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ พาหุงมหากาฯ และพุทธคุณเท่าอายุบวก ๑ ไม่ได้ขาด ในช่วงปี ๓๓ หลวงพ่อบอกว่า
"เสรีทำไมไม่ดีสักที ติดขัดอะไรหนอ เสรีเคยทำให้พ่อแม่เสียใจน้ำตาร่วงไหม"


บอกโอ้โฮ... หลวงพ่อ ร่วงจนไม่มีจะร่วงแล้ว ตอนที่ผมกินเหล้าพ่อแม่เหมือนตกนรกทั้งเป็น หลวงพ่อจึงบอกว่า
"เสรี นั้นแหละบาปกรรมมาก ต้องไปแก้กรรมกับพ่อแม่ เพราะคนที่เถียงพ่อแม่ ชอบดุพ่อแม่ ทำให้พ่อแม่เสียใจ คนพวกนี้ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ ทำอะไรก็เอาดีไม่ได้"


ท่านก็บอกว่าถึงวันเกิดของเราให้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ ให้พ่อแม่คนละ ๑ ชุด ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กๆ ๑ ผืน ตื่นเช้ามาไหว้พระสวดมนต์จบแล้ว จัดหาอาหารอย่างดีที่สุดที่พ่อแม่ชอบ ให้พ่อแม่รับประทานเมื่อรับประทานแล้ว ให้ท่านนั่งบนเก้าอี้พร้อมกัน เอากะละมังใส่น้ำอุ่นมาล้างเท้าพ่อแม่ เอาผ้าเช็ดตัวผืนเล็กๆที่ซื้อมาเช็ดให้แห้ง เอาแป้งโรยให้ทั่วให้หอม เอาเสื้อผ้าที่ซื้อมาให้ท่าน เสร็จแล้วพูดว่า
"กรรมใดที่ลูกได้ล่วงเกินคุณพ่อคุณแม่ ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ขอให้คุณพ่อคุณแม่อโหสิกรรมให้แก่ลูกด้วย"


เสร็จแล้วกราบเท้าท่าน ๓ ครั้ง เอาเท้าท่านทั้ง ๒ คนละข้าง เหยียบที่ศีรษะเราแล้วให้ท่านให้พรเรา นั่นแหละถึงจะล้างกรรมกันได้... ฟังดูแล้วเห็นว่าไม่ยาก ลองไปทำดูเถอะง่ายนิดเดียว พอปี ๓๔ หลังจากแก้กรรมแล้วหลวงพ่อก็บอกว่า
"เสรี ปี ๓๕ เดือนเมษายน เอ็งจะได้เป็นเจ้าของโรงพิมพ์ จะได้เครื่องพิมพ์" ข้าพเจ้าก็บอกว่า
"ก็หลวงพ่อบอกว่าผมบารมีไม่ถึง เป็นเจ้าของกิจการไม่ได้ ทำไปก็เจ๊ง"


หลวงพ่อตอบว่านั้นมันตอนโน้น ตอนนี้บารมีถึงแล้วเป็นเจ้าของโรงพิมพ์ได้แล้ว ข้าพเจ้าก็บอกว่า
"หลวงพ่อผมไม่เคยได้ทำบุญอะไรเลย บาตรก็ไม่ได้ใส่เอาปัจจัยถวายพระก็ไม่เคย ทอดกฐินทอดผ้าป่าก็ไม่เคย"
หลวงพ่อก็บอกว่า


"ก็เสรีพิมพ์หนังสือสวดมนต์แจกเขา(ตอนนั้นพิมพ์เป็นใบปลิวบอกวิธีสวดให้ เสร็จ)ช่วยหาหินมาสร้างหอประชุมให้เขาปฏิบัติธรรม นั้นแหละได้บารมีมาก พอเขามาปฏิบัติธรรมแล้ว พวกคนดีเขาไม่ลืมบุญคุณคน เขาไปอยู่ดีเขาก็แผ่เมตตาให้เราเหมือนสายฝนเลย เสรีไม่รู้ เสรีไม่เห็นหรอก หลวงพ่อรู้การให้ธรรมเป็นทานได้กุศลมาก"
พอถึงเมษายนปี ๓๕ ข้าพเจ้าก็ได้โรงพิมพ์จริงๆท่านตั้งชื่อให้ว่า "วิริยะพัฒนาโรงพิมพ์"


พอได้เครื่องพิมพ์มาแล้วก็หาลูกค้าไม่เป็น หางานไม่เป็นก็ไม่มีงานจะพิมพ์ หลวงพ่อก็สอนให้อธิษฐานว่า
"บัดนี้... ข้าพเจ้ามาทำกิจการโรงพิมพ์ พิมพ์หนังสือธรรมะขอให้ท่านที่เคยเป็นญาติกันเคยช่วยเหลือกันเคยมีบุญคุณ เกื้อหนุนกันในหลายๆภพหลายๆชาติที่ผ่านมาขอให้ได้มาช่วยกันอุดหนุนค้ำชูกัน อีกในชาตินี้ด้วยเถิด"
นับแต่นั้นมากิจการของข้าพเจ้าก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ


# อ่านแล้วมีพลังขึ้นแล้วใช่ม๊าาา สู้ๆนะคะ (#^_^#)


ขอขอบคุณ แก้วเสียงธรรม ครับ
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #25  
เก่า 10-09-15, 23:35
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 896
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,434 ครั้ง ใน 2,434 ข้อความ
พลังบุญ: 3339
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

ปฏิบัติธรรม "อย่าไปนั่งคุยกัน"

นักปฏิบัติ "ดีแต่คุยกัน" ดีแต่พูด ถ้าชอบคุยจะได้แต่บาปกรรมนะ ได้แต่อารมณ์ไม่ดีเอามาไว้ในใจ อย่าไปคุยกัน อย่าไปท้าวความหลัง อดีตอย่ารื้อฟื้น เรื่องอื่นอย่านำมาคิด กิจที่ชอบให้รีบทำ เอาปัจจุบันเท่านั้น อนาคตอย่าจับให้มั่น อย่าไปคั้นให้ตาย จะผิดหวังเสียใจตลอดชีวิต

ถ้าจิตมันคอยเที่ยวออกไปก็ "คิดหนอ" กำหนดไว้ จิตมันฟุ้งซ่านก็กำหนด "กำหนดที่ลิ้นปี่"
ความหลงเกิดขึ้นในตัวตนบุคคลใด บุคคลนั้นไร้ความหมายเลย "คนที่มีราคา" เวลาจะมีประโยชน์ อย่าให้เสียเวลา นี่คือข้อสำคัญ

# พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม)
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #26  
เก่า 31-01-16, 17:55
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 896
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,434 ครั้ง ใน 2,434 ข้อความ
พลังบุญ: 3339
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

สติปัฏฐาน4
หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน สิงห์บุรี

กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน


คือ การรู้สภาพของกายในขณะนั้นว่า กำลังทำอะไรอยู่ ไม่ว่ากายจะยืน กายจะเดิน กายจะนั่ง กายจะนอน
จะพักผ่อนอันใด มีสติควบคุม จิตต้องกำหนด กำหนดกายยืน กำหนดกายนั่ง กำหนดกายนอน
กำหนดกายที่จะเอนลงไปต้องกำหนดทุกอิริยาบถ
จะก้าวเยื้องซ้ายและขวาไปที่ไหนกำหนดตั้งสติไว้ให้เป็นปัจจุบัน

กำหนดแปลว่า ความรู้ของชีวิตอันมีสติควบคุมเช่น ก่อนจะเดินให้สำรวมจิตอยู่ที่เท้าขวา ตั้งสติปักลงไป
แล้วกำหนดในใจคำว่า “ขวา” ให้ยกส้นเท้าขวาขึ้น สติระลึกรู้พร้อมกับส้นเท้าขวาที่ยกขึ้น “ย่าง”
ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า สติระลึกรู้พร้อมกับเท้าขวาที่เคลื่อนไปข้างหน้า “หนอ” วางเท้าลงถึงพื้น
ปลายเท้าและส้นเท้าลงพร้อมกัน สติระลึกรู้พร้อมกับเท้าที่ลงสัมผัสพื้น หรือจะหยิบสิ่งของอะไร
ก็ให้สำรวมจิตอยู่ที่มือข้างที่จะหยิบ ตั้งสติปักลงไปที่มือข้างที่จะหยิบนั้น แล้วกำหนดในใจว่า
หยิบหนอ หยิบหนอ สติระลึกรู้พร้อมกับมือข้างที่กำลังหยิบของสิ่งนั้นเป็นต้น

เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน


คือ สิ่งทีบังคับไม่ได้ ต้องใช้สติคอยควบคุมได้แก่ สุขเวทนา มีทังสุขกายสุขใจ
ทุกขเวทนาก็ทุกข์กายทุกข์ใจ และอุเบกขาเวทนา คือ เฉยๆ ไม่สุขไม่ทุกข์
จิตใจเลื่อนลอยไม่มีที่เกาะ ขณะกำหนดรู้อยู่ในการเดิน หรือ นั่ง ก็ตาม

กำหนดพองหนอ ยุบหนออยู่ก็ตาม เมื่อมีอาการของเวทนาดังกล่าวข้างต้นเกิดขึ้น

ให้ทิ้งการกำหนด เดิน นั่ง และ ยุบ พอง ก่อน

มากำหนดรู้อยู่ที่อาการของเวทนาที่เกิดขึ้นกำหนดตรงเวทนานั้นให้มันหายไป
เช่น ปวด เมื่อ เจ็บ คัน แน่น เสียด ตรงไหนก็กำหนดตรงนั้น ปวดเมื่อต้นคอ
ก็เอาจิตปักลงไปที่ต้นคอที่ปวดแล้วกำหนดว่า ปวดหนอ ปวดหนอ คัน

ก็เอาจิตปักลงไปตรงที่คัน ตั้งสติกำหนด คันหนอ คันหนอ เป็นต้น ถ้าจิตเกิดอาการดีใจ
เสียใจ โกรธ ขณะเดิน นั่ง หรือ กำหนดพองยุบ ให้เอาจิตปักที่ลิ้นปี่ หายใจยาวๆ
จากจมูกถึงสะดือ ตั้งสติกำหนดตามสภาวะของอารมณ์ที่เป็นไปในขณะนั้น ตามจริงว่า

ดีใจหนอ เสียใจหนอ หรือ โกรธหนอ อุเบกขา ไม่สุข ไม่ทุกข์

ใจลอยหาที่เกาะไม่ได้ ให้กำหนดที่ลิ้นปี่ตั้งสติระลึกก่อน กำหนดรู้หนอ รู้หนอ เป็นต้น
เมื่อกำหนดเวทนาที่เกิดจนหาย และกลับสู่สภาวะปกติแล้ว ขณะนั้นหากอยู่ในอาการใด

เดิน นั่ง หรือยุบหนอ พองหนอ อยู่ก็ตาม ให้กลับมากำหนดรู้อยู่ในอาการนั้นต่อไป

จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน
คือ จิตเป็นธรรมชาติไว้รับรู้ และอ่านอารมณ์เหมือนเทปบันทึกเสียง

จิตเกิดทางอายตนะ ธาตุอินทรีย์ ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กายใจ



1. เวลาตาเห็นรูป ให้กำหนดว่า เห็นหนอๆๆ ตั้งสติเอาไว้ที่ตา
2.เวลาหูได้ยินเสียง ให้กำหนดว่า เสียงหนอๆ ตั้งสติไว้ที่หู
3.เวลาจมูกได้กลิ่น ให้กำหนดว่า กลิ่นหนอๆ ตั้งสติไว้ที่จมูก
4. เวลาลิ้นได้รส ให้กำหนดว่า รสหนอๆ ตั้งสติไว้ที่ลิ้น
5. เวลากายถูก เย็น ร้อน อ่อน แข็ง ให้กำหนดว่า ถูกหนอๆ
6.เวลาจิตใจคิดถึง ความโลภ โกรธ หลง ขึ้นมา
เพราะกำหนดทวารทั้งห้าข้างต้นไม่ทัน เลยเป็นอดีตไปแล้ว ให้กำหนดว่า “ รู้หนอๆ ”
ตั้งสติไว้ที่ลิ้นปี่



เหตุที่ต้องกำหนดจิต และตั้งสติเช่นนี้ เพราะจิตของเราอยู่ใต้บังคับความโลภ ความโกรธ

และความหลง เช่น หูได้ยินเสียง กำหนดไม่ทัน เลยเป็นอดีตไปแล้ว ทำให้เกิดชอบใจเป็นโลภะ
ไม่ชอบใจเป็นโทสะ ถ้าไม่กำหนดหรือพิจารณาตามความเป็นจริงแล้ว เป็นโมหะ ตาเห็นรูป
จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้รส เช่นเดียวกัน



ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน


คือ การกำหนดรู้ธรรมทั้งหลายทั้งปวง ได้แก่ นิวรณ์ ขันธ์ 5 อาตยนะ
โพชฌงค์ อริยสัจ 4 รู้อารมณ์ที่เกิดขึ้นกับจิตที่เป็น กุศล อกุศล หรือ
อัพยากฤต ( กลางๆ) การกำหนดธรรมเมื่อเกิดความรู้สึกต่างๆ
อันเป็นนิวรณธรรม เช่น การยินดี หรือความพอใจในอารมณ์ภายนอก ( กามฉันทะ)
หรือ ความโกรธ ( พยาบาท) ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ ( อุทธัจจกุกกุจจะ)
หรือการง่วงเหงาหาวนอน (ถีนมิทธะ) หรือมีความคิดลังเล สงสัยในการปฏิบัติ (วิจิกิจฉา)
เป็นไปต่างๆเช่นนี้ ก็ให้ตั้งสติไว้ที่ลิ้งปี่หายใจลึกๆยาวๆ กำหนดรู้อาการของจิตทันทีที่รู้
เช่น มีกามฉันทะเกิดขึ้น ก้ให้กำหนดว่า ชอบหนอ เมื่อมีความโกรธหรือพยาบาทเกิดขึ้น
ก็ให้กำหนดว่า โกรธหนอ เมื่อง่วงเหงาหาวนอน ก็กำหนด ง่วงหนอ เมื่อคิดถึงสิ่งนอกกาย
คิดถึงบ้าน คิดถึงคนรู้จัก ก็กำหนดว่า คิดหนอๆ เมื่อเกิดฟุ้งซ่าน คือ คิดย้ำเรื่องเดิมนั้นอยู่เรื่อยๆ
ก็กำหนดว่า ฟุ้งซ่านหนอ เมื่อมีความสงสัยเกิดขึ้น ก็กำหนดว่าสงสัยหนอ
เมื่อกำหนดอาการที่เป็นนิวรณธรรมที่เกิดขึ้นจนหายแล้ว ให้กลับมากำหนดที่การเดินหรือพองยุบ
ต่อไปตามเดิมประคองสติให้ติดต่อกันเป็นอันดี ข้อสำคัญที่สุดของผู้ปฏิบัติ คือ การกำหนดให้เป็นปัจจุบัน
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #27  
เก่า 20-03-16, 18:10
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 896
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,434 ครั้ง ใน 2,434 ข้อความ
พลังบุญ: 3339
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

เมื่อกรรมดีส่งผล

ถ้าเรามีกรรมอยู่มาก กำลังตกทุกข์ได้ยากแล้ว แต่แล้วกรรมดีของเราก็ยังมีอยู่

กำลังคอยอยู่ข้างนอก ยังไม่มาให้ผล เมื่อกรรมชั่วมันหมดไป...ใช้หนี้กรรมชั่ว ไปหมดแล้ว

ความทุกข์ยากลำบาก ลำเค็ญใจก็หมดสิ้นไป

กรรมดีที่เราสร้างไว้มากคู่กันมามันก็เข้ามาซัดตัวเรา ส่งเสริมให้เราดี

ให้เรามีปัญญา ส่งเสริมให้เราเป็นเศรษฐี มั่งมีศรีสุข ส่งเสริมให้เราเกิดผลผลิต

มีบ้านมีช่อง บางคนต้องอาศัยเขาอยู่ พอถึงกรรมดีเข้ามาซัดมันก็ทำให้เรามีบ้านอยู่

มีเคหสถานอยู่อย่างใหญ่โตมโหฬารได้
สาธุธรรมหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม
คัดลอกจากหนังสือพระธรรมเทศนาหลักธรรมะฉบับรวมเล่ม "กรรมกำหนด"
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

Tags
พระธรรมสิงหบุราจารย์, พุทธคุณ, วิปัสสนากรรมฐาน, หลวงพ่อจรัญ, หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 17:42


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่