อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ปกิณกะธรรม

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 03-12-19, 01:58
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,199
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,855
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 78,025 ครั้ง ใน 78,025 ข้อความ
พลังบุญ: 56828
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile เรื่องพระศพหลวงพ่อลี วัดอโศการาม

อภิญญา-เรื่องพระศพหลวงพ่อลี วัดอโศการาม-1-jpg
สรีระสังขารท่านพ่อลี ธัมธโรยังไม่พระราชทานเพลิงรอให้พระพุทธเจ้าองค์5ในกัปนี้คือ พระศรีอาริเมตไตรมาพระราชทานเพลิง ซ่อนเร้นสรีระเมื่อเกิดสงครามโลก,ภัยธรรมชาติ หลังจาก “ท่านพ่อลี ธมฺมธโร” ได้มรณภาพลงอย่างสงบ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฺฐายี) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๖ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อครั้งยังทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดมกุฏกษัตริยาราม ราชวรวิหาร
มีบัญชาให้เก็บสรีระสังขารของท่านพ่อลีไว้ ยังไม่ให้ถวายเพลิงเอาอย่าง “ท่านพระมหากัสสปเถระ” ที่ในวันหนึ่งในอนาคตกาลจะมีพระศรีอริยเมตไตรย มาถวายเพลิงสรีระสังขารพระมหากัสสปเถระอย่างสมศักดิ์ศรี
ในเวลาที่พระมหากัสสปเถระจักนิพพาน พระเถระได้เข้าไปอยู่ในระหว่างภูเขา ๓ ลูกที่เมืองฮ่อ (สันนิษฐานว่าตั้งอยู่ในประเทศจีน) ภูเขา ๓ ลูกนั้นได้ประชุมรวมกันเข้าเป็นลูกเดียว ปกปิดกำบังร่างของพระเถระเพื่อมิให้ปรากฏแก่มหาชนทั้งหลาย ต่อเมื่อในอนาคต พระศรีอริยเมตไตรยได้เสด็จลงมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในโลกแล้ว พระองค์ก็จะนำเอาร่างของพระมหากัสสปเถระยกขึ้นไว้บนฝ่าพระหัตถ์เบื้องขวา ชูขึ้นประกาศสรรเสริญคุณของพระเถระ แล้วเตโชธาตุก็จะเกิดขึ้นเผาสรีระของท่านบนฝ่าพระหัตถ์ของพระศรีอริยเมตไตรยพุทธเจ้านั้น
เนื่องจากเวรกรรมที่ท่านทั้งสองได้เคยทำต่อกันในอดีตชาติ เมื่อคราวที่พระศรีอริยเมตไตรยเกิดเป็นนายควาญช้าง
และพระมหากัสสปเถระเกิดเป็นพญาช้างเผือก อดีตชาติในครั้งนั้น “นายควาญช้างได้สั่งให้พญาช้างเผือก
เอางวงอุ้มเหล็กแดงเอาไว้เพื่อเป็นการลงโทษ ที่พญาช้างเผือกวิ่งหนีเข้าป่าติดตามกลิ่นสาปของนางช้าง
พญาช้างเผือกได้รับความเจ็บปวดจากแท่งเหล็กนั้น จนกระทั่งล้มตายในที่สุด สรุปคติธรรมที่ได้จากเรื่องนี้คือ
ราคะนี้มีความเผ็ดร้อนทารุณยิ่งกว่าไฟมีพิษร้ายยิ่งกว่าพิษของพญานาค”
นัยของท่านพ่อลีก็ขอให้เอาเยี่ยงอย่างนี้เป็นอุทาหรณ์ว่า “ผู้มีบุญกรรมที่เกี่ยวข้องกับท่านในวันข้างหน้าจะได้มาถวายเพลิงสรีระร่างของท่านอย่างสมศักดิ์ศรี
ที่เป็นอัศวินนักรบธรรมกรรมฐานผู้มีพลังจิตแก่กล้าสายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต”
พร้อมนี้เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ท่านยังมีบัญชาอีกว่า ให้บำเพ็ญกุศลและสวดมนต์อุทิศถวายท่านพ่อลีทุกคืน บรรดาบรรพชิตซึ่งเป็นคณะศิษยานุศิษย์ของท่านพ่อลีก็ได้ปฏิบัติตามบัญชามาโดยตลอด และคณะทายกทายิกาได้ทำบุญอุทิศถึงด้วยความเคารพ
จุดธูปเทียนบูชาด้วยความศรัทธาเลื่อมใส
ต่อมาระยะหนึ่ง บรรดาศิษยานุศิษย์ผู้ใหญ่ทางฆราวาส ปรารภจะทำฌาปนกิจศพของท่านพ่อลีด้วยว่าพระกรรมฐานไม่เก็บศพไว้นาน และอีกฝ่ายหนึ่งปรารภจะเก็บไว้บูชาสักการะให้เป็นที่อบอุ่นอยู่ตลอดไป
เมื่อเป็นเช่นนี้จึงมีเสียงขึ้นเป็น ๒ เสียง ๒ ฝ่าย เสียงฝ่ายหนึ่งจะทำฌาปนกิจศพของท่าน อีกฝ่ายหนึ่งว่าไม่ควรทำ ควรเก็บไว้อย่างนี้ เป็นเหตุให้มีการประชุมใหญ่ของบรรดาศิษยานุศิษย์ ทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ลงคะแนนเอาเสียงข้างมาก ก็ปรากฏว่าเสียงที่ไม่ให้ทำการฌาปนกิจศพเป็นเสียงข้างมาก เนื่องด้วยชาวจันทบุรีที่เลื่อมใสท่านพ่อลีพากันแห่มาออกเสียงเป็นจำนวนนับหมื่นคน สรุปคือไม่ได้ถวายเพลิงจึงได้เก็บสรีระสังขารท่านไว้ตลอดมาจนทุกวันนี้ โดยอัญเชิญไว้ในโลงทอง ณ วิหารสุทธิธรรมรังสี วัดอโศการาม เป็นที่น่าอัศจรรย์ !! ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ดอกไม้บูชาท่านพ่อลีไม่เคยเ**่ยวแห้ง เพราะมีผู้คนนำดอกไม้มากราบไหว้บูชาท่านไม่เคยขาด เสียงสวดมนต์ปฏิบัติบูชาจากสานุศิษย์ ตั้งแต่ ๒ ทุ่มถึง ๔ ทุ่มของทุกวัน ดังกึกก้องมาไม่รู้จบ วันมรณภาพเวียนมาบรรจบประชาชนจะหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย พระกรรมฐานมารวมกันในคราวจำเป็นในข้อธรรมวินัย ณ วัดอโศการาม
ซึ่งมีพระธุตังคเจดีย์อันยิ่งใหญ่ได้ปรากฏมาจนกระทั่งทุกวันนี้
นี่คือท่านพ่อลี ที่รักเคารพบูชาอย่างหาที่สุดมิได้
สายธารธรรมหลั่งไหลไปไม่มีวันหยุดสายน้ำแห่งคุณงามความดีของท่านแผ่ซึมซับไปโดยทั่ว ท่านคือพระผู้รุ่งเรืองด้วยเดช ด้วยยศ และเป็นพระผู้สละโลกได้อย่างสิ้นเชิง สมศักดิ์ศรีเป็นพุทธสาวกที่พระพุทธเจ้าได้ทำนายไว้ว่า
ในยุคกึ่งพุทธกาลพระพุทธศาสนาจะเจริญรุ่งเรืองในดินแดนสุวรรณภูมิ อันเป็นดินแดนสุดท้ายที่ยังมีท่านผู้บรรลุเป็นพระอรหันต์
นับเป็นบุญของพวกเราชาวไทยจริงๆ ที่ผืนแผ่นดินแห่งนี้มีสิ่งอันเป็นมิ่งมงคล เรามีทั้งพระพุทธศาสนา มีพระผู้แกร่งกล้า คือท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล, ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต,ท่านพ่อลี ธมฺมธโร และหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ฯลฯ ตลอดจนมีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรมพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ ๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 20:54


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่