อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ปกิณกะธรรม

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 02-05-09, 11:24
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,039
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,828
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,278 ครั้ง ใน 77,278 ข้อความ
พลังบุญ: 55921
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ธรรมของพระที่รวบรวมเป็นธรรมทาน ถวายเป็นพุทธบูชาฯ โดยคุณหมอสมศักดิ์

-เขาไม่เร่งวันเร่งคืน แต่เขาเร่งความเพียร ที่จักละกิเลสเป็นสมุทเฉทประหานให้ทัน ก่อนที่
ร่างกายนี้มันจักถึงแก่ความตาย

-เห็นทุกข์แต่ขาดปัญญาลงตัวธรรมดาไม่ได้ก็จมอยู่กับทุกข์ การเห็นทุกข์นั้นถูกต้อง แต่
จงลงตัวธรรมดาเข้าไว้ วางอารมณ์จิตให้อยู่ในสังขารุเบกขาญาณเสียด้วย จึงจะวาง
ทุกข์เหล่านี้ลงได้

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 13 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (02-05-09), Attawat_Rx (07-05-09), พรรณวดี (06-05-09), พุทธรักษา (07-05-09), ศิษย์โมคคัลลานะ (15-05-09), ปภังคุณัง (07-05-09), ปาริฉัตรมณี (02-06-09), นิมมานรดี (12-06-09), LEK (07-09-09), leklek (22-09-09), octavian (27-07-12), Sati (23-07-09), suwaphat (02-05-09)
  #2  
เก่า 02-05-09, 14:20
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,039
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,828
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,278 ครั้ง ใน 77,278 ข้อความ
พลังบุญ: 55921
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ธรรมของพระที่รวบรวมเป็นธรรมทาน ถวายเป็นพุทธบูชาฯ โดยคุณหมอสมศักดิ์ 2

-จงอย่าลืมการเจ็บป่วยเป็นธรรมดาของกาย ซึ่งไม่มีใครหนีพ้น การเกาะทุกข์ของกายก็เท่ากับเพิ่มสักกายทิฏฐิปิดกั้นทางสู่พระนิพพานไว้สนิท
-ทำกรรมฐานได้เท่าใด ให้พอใจแค่นั้น จิตจักมีความสุข ที่ทุกข์เพราะจิตดิ้นรน มีความอยากได้มรรคได้ผลมากเกินไป
-การไปเห็นพระนิพพานก็ดี การไปได้มาได้ก็ดี หากเหลิงเกินไป ทะนงตนไม่สร้างความดี
คือ ละจากรากเหง้าตัณหา 3 ประการ ก็จักไปพระนิพพานไม่ได้ในบั้นปลาย
-การมีจิตไม่กังวลได้ชื่อว่าเป็นสุข เพราะได้ชื่อว่าปลอดจากกิเลส แค่เพียงระงับได้ชั่วคราวก็นับว่ามีกำไร อย่าลืมแม้เพียงกำหนดลมหายใจเข้าออกเฉยๆ โดยไม่ภาวนาควบ
ก็ยังอยู่ในขอบเขตของพระกรรมฐาน
-ทุกคนในโลกถ้ายังไม่ถึงอรหัตผล ย่อมยังมีความชั่วกันทุกคน ชั่วมากชั่วน้อย ก็อยู่ที่การตัดสังโยชน์ได้แค่ไหนเท่านั้นเอง จุดนี้สำคัญจงหมั่นเตือนจิตตนไว้เสมอ อย่าตำหนิผู้อื่นว่าชั่ว ให้มุ่งตำหนิตัวเองชั่วเป็นสำคัญ เพราะเราจะละความชั่วได้ จะต้องเห็นความชั่วที่จิตเราก่อนจึงจักละได้

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 12 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (02-05-09), Attawat_Rx (07-05-09), พรรณวดี (06-05-09), พุทธรักษา (07-05-09), ศิษย์โมคคัลลานะ (15-05-09), ปภังคุณัง (07-05-09), ปาริฉัตรมณี (02-06-09), นิมมานรดี (12-06-09), LEK (07-09-09), leklek (22-09-09), octavian (27-07-12), suwaphat (02-05-09)
  #3  
เก่า 02-05-09, 15:11
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,039
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,828
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,278 ครั้ง ใน 77,278 ข้อความ
พลังบุญ: 55921
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ธรรมของพระที่รวบรวมเป็นธรรมทาน ถวายเป็นพุทธบูชาฯ โดยคุณหมอสมศักดิ์ 3

-สมเด็จพระพุทธกัสสป ทรงพระเมตตาตรัสสอนอุบายในการละขันธ์ 5 โดยเฉพาะราคะ
ทรงให้หลักโดยย่อว่า หากเห็นสิ่งใดว่าสวยสดงดงาม ให้เห็นเป็นนิมิตว่ามันไม่สวย โดยทำสิ่งนั้นให้หายไป หรือชำรุด เช่น ตาสวยหากเอาลูกตาออกแล้วจะเป็นเช่นไร ฟันสวย ก็ให้ฟันหลุด ฟันหลอ ฯ

-อยู่คนเดียวให้ระวังจิต อยู่หลายคนให้ระวังวาจา

-หาดีใส่ตัวนั้นสมควร แต่อย่าเอาชั่วใส่คนอื่น อย่าเอาความชั่วของเขามาใส่ใจเรา และจงอย่าเอาความชั่วของใจเราไปใส่ใจใคร ระมัดระวังอารมณ์ให้ดีๆหากรู้ไม่เท่าทันก็จักพ้นทุกข์ไม่ได้

-กฏของกรรมนั้นเที่ยงอยู่เสมอ จิตของบุคคลผู้ไม่หมดจากกิเลส ย่อมหวั่นไหวไปตามผลของกรรมนั้นๆ

-อย่าลืมวันหนึ่งๆ ไม่มีใครมาทำร้ายเราได้มากเท่ากับ อารมณ์จิตของเราเองทำร้ายจิตเราเอง

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 11 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (02-05-09), พรรณวดี (06-05-09), พุทธรักษา (07-05-09), ศิษย์โมคคัลลานะ (15-05-09), ปภังคุณัง (07-05-09), ปาริฉัตรมณี (02-06-09), นิมมานรดี (12-06-09), LEK (07-09-09), leklek (22-09-09), octavian (27-07-12), suwaphat (07-05-09)
  #4  
เก่า 03-05-09, 10:29
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,039
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,828
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,278 ครั้ง ใน 77,278 ข้อความ
พลังบุญ: 55921
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ธรรมของพระที่รวบรวมเป็นธรรมทาน ถวายเป็นพุทธบูชาฯ โดยคุณหมอสมศักดิ์ 4

-อย่ามองว่าใครผิดหรือถูก อย่ามองวาใครชั่วหรือดี จงมองให้ทะลุถึงกฏของกรรม 3 ประการนั้นๆ และคำนึงถึงความจริงเอาไว้เสมอ กรรมใดใครก่อ ผลแห่งกรรมนั้นย่อมตกแก่บุคคลนั้นๆ และกรรมใครกรรมมัน

-ธรรมะย่อมชนะอธรรม ไม่ใช่หวังชนะความชั่วของบุคคลอื่น ซึ่งเป็นอธรรมภายนอก ให้มุ่งหวังชนะความชั่วของตนเอง คืออธรรมภายใน

-เรื่องพระธาตุรวมตัว แต่ละองค์มีรัศมีป้องกันเขตพื้นที่ไปในระยะ 10 กม. เพื่อรักษาเขตประเทศไทย ในยามเกิดสงครามใหญ่โดยเฉพาะ แต่อย่าคิดนะว่าผู้มีพระธาตุบูชาจักไม่ตาย ท่านเพียงป้องกันภัยอันตรายจากสงคราม หากไม่พ้นกฏของกรรมท่านก็ช่วยได้เท่านั้น แต่หากจักต้องชดใช้กฏของกรรม ท่านก็ช่วยไม่ได้เหมือนกัน

-อย่าพึ่งเบื่อหน่ายในกิจการงาน ตราบใดที่ยังมีร่างกายทรงอยู่ ก็จงทำงานไปตามหน้าที่ อย่าให้บกพร่อง คำว่าไม่บกพร่องในที่นี้ คือ ตั้งใจทำเป็นชาติสุดท้าย รักษากำลังใจให้เต็ม เพราะกิจการงานทุกอย่าง เจ้าจงทำโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ นอกจากพระนิพพานจุดเดียว

-ระงับอารมณ์ฟุ้งซ่าน ทำให้จิตทรงตัวมีกำลังเข้าไว้ก่อน แล้วหมั่นกำหนดภาพพระเข้าไว้
อย่าทิ้งภาพพระท่าน จักเป็งองค์ใดองค์หนึ่งก็ได้ ทำจุดนี้ให้ได้ก่อน แล้วพระท่านก็จักมาสงเคราะห์เจ้าเองตามลำดับ

-เรื่องมันผ่านไปแล้ว ยังแก้ไขอันใดไม่ได้ ก็จงอย่าเอาจิตไปผูกพันให้มากนัก เหตุเหล่านั้นเป็นความทุกข์ แต่การทรงจิตให้อยู่ในกรรมฐานนั้น เป็นเหตุแห่งการพ้นทุกข์

-ก็สุดแต่เจ้าจะเลือกเอา เพราะเจ้าไม่เห็นธรรมดา ไม่ยอมรับความไม่เที่ยง จิตก็เลยทุกข์เพราะความไม่เที่ยงนั้น ทุกอย่างหนีกฏธรรมดาไปไม่พ้น

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 11 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (03-05-09), พรรณวดี (06-05-09), พุทธรักษา (11-06-09), ศิษย์โมคคัลลานะ (15-05-09), ปภังคุณัง (07-05-09), ปาริฉัตรมณี (02-06-09), นิมมานรดี (12-06-09), LEK (07-09-09), leklek (22-09-09), octavian (27-07-12), suwaphat (07-05-09)
  #5  
เก่า 04-05-09, 11:06
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,039
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,828
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,278 ครั้ง ใน 77,278 ข้อความ
พลังบุญ: 55921
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ธรรมของพระที่รวบรวมเป็นธรรมทาน ถวายเป็นพุทธบูชาฯ โดยคุณหมอสมศักดิ์ 5

-ไม่มีใครสามารถทำงานทางโลกเสร็จ เพราะงานของโลกเป็นไตรลักษณ์ คนฉลาดเขาคิดว่าขอทำเป็นครั้งสุดท้าย หากกายพังก็ขอไปนิพพานจุดเดียว

-อวิชชาสูญเมื่อใด ใจเป็นทิพย์เมื่อนั้น กิเลสคือนิวรณ์ 5 แม้จะระงับได้ชั่วคราว ปะทังคะวิมุติ จิตก็เป็นทิพย์ชั่วคราว อวิชชาสูญชั่วคราว จิตถึงจิตก็สื่อกันได้ พระธรรมเปิดกว้างเสมอ ถ้าหมั่นรักษาอารมณ์จิตให้ว่างจากกิเลสได้อยู่เสมอ

-ในทุกข์ตัวเดียวกันนี้แหละ จักพ้นทุกข์ก็ได้ จักจมทุกข์ก็ได้ คนไม่รู้จักตัณหาก็พ้นตัณหาไม่ได้ คนไม่รู้จักทุกข์ก็พ้นทุกข์ไม่ได้ นักปฏิบัติจักสอบได้หรือสอบตก หากไม่มีอารมณ์มากระทบนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้

-คิดให้รู้เท่าทันความเป็นจริง หายใจเข้าไม่หายใจออกก็ตาย หายใจออกไม่หายใจเข้าก็ตาย เตือนจิตของตนเองให้ระลึกถึงความไว ความเร็วของความตายตามความเป็นจริงเข้าไว้ การปล่อยให้จิตเศร้าหมอง เกินกว่าเสี้ยววินาทีเดียว ก็ประมาทจนเกินไปแล้ว

-พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ก็บรรลุธรรม 84.000 พระธรรมขันธ์ เหมือนกัน พ้นทุกข์ด้วยอริยสัจ 4 เหมือนกัน จึงจัดว่าเป็นพระพุทธเจ้าประเภทหนึ่ง

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 11 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (04-05-09), พรรณวดี (06-05-09), พุทธรักษา (11-06-09), ศิษย์โมคคัลลานะ (15-05-09), ปภังคุณัง (07-05-09), ปาริฉัตรมณี (06-06-09), นิมมานรดี (12-06-09), LEK (07-09-09), leklek (22-09-09), octavian (27-07-12), suwaphat (07-05-09)
  #6  
เก่า 05-05-09, 22:22
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,039
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,828
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,278 ครั้ง ใน 77,278 ข้อความ
พลังบุญ: 55921
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ธรรมของพระที่รวบรวมเป็นธรรมทาน ถวายเป็นพุทธบูชาฯ โดยคุณหมอสมศักดิ์ 6

-ถ้าไม่ฝืนความจริงเสียอย่างเดียว จิตก็สงบ วางอารมณ์ยอมรับกฏของกรรมได้ หากทำได้ก็เรียกว่าเข้าถึงอริยสัจ จักพ้นทุกข์ได้ก็ที่ตรงนี้

-อภัยทานจักเกิดได้ด้วยอาศัยพรหมวิหารทั้ง 4 ประการ ผู้ให้อภัยทานแล้วก็ย่อมไม่พูดจาซ้ำเติม หรือทับถมบุคคล ที่ถูกกฏของกรรมอันเป็นอกุศลเข้าเล่นงาน ผู้อภัยทานมีจิตอ่อนโยน คือมุฑิตา ไม่สร้างอารมณ์รุ่มร้อนอิจฉาริษยา หรือ ส่อเสียด นินทา ยุยงส่งเสริมให้เขาแตกร้าวกัน และผู้ให้อภัยทานย่อมมีอุเบกขา คือ การวางเฉยไม่ทุกข์ไม่ร้อน ไปกับบุคคลอื่นที่ต้องเสวยผลตามกฏของกรรมชั่วที่ทำเอาไว้นั้นๆ

-จุดนี้เป็นหลักใหญ่ ให้เข้าถึงพระนิพพานได้โดยง่าย ถ้าไม่ทิ้งการกำหนดรู้อารมณ์ การเอาพระกรรมฐานมาแก้จริตย่อมใช้ได้ผล และจักเป็นผลทรงตัวที่มั่นคงอยู่ตลอดเวลา

-คำว่าบุญบารมีเต็ม คือ รักษาไว้ซึ่งกำลังใจให้เต็มอยู่ในการตัดสังโยชน์เป็นปกติ การทำงานทุกอย่างก็เพื่อพระนิพพานจุดเดียว

-ธาตุลมเป็นธาตุที่แสดงธรรมของความไม่เที่ยง ฝืนเมื่อไหร่ ทุกข์เมื่อนั้น คือ พร่องอยู่เป็นนิจ หายใจเข้าแล้วหายใจออกไม่ได้ก็ตาย หายใจออกแล้วหายใจเข้าไม่ได้ก็ตาย

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 11 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (05-05-09), พรรณวดี (06-05-09), พุทธรักษา (11-06-09), ศิษย์โมคคัลลานะ (15-05-09), ปภังคุณัง (07-05-09), ปาริฉัตรมณี (06-06-09), นิมมานรดี (12-06-09), LEK (07-09-09), leklek (22-09-09), octavian (27-07-12), suwaphat (07-05-09)
  #7  
เก่า 06-05-09, 16:12
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,039
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,828
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,278 ครั้ง ใน 77,278 ข้อความ
พลังบุญ: 55921
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ธรรมของพระที่รวบรวมเป็นธรรมทาน ถวายเป็นพุทธบูชาฯ โดยคุณหมอสมศักดิ์ 7

-อย่าลืมอานาปานัสสตินอกจากระงับกายสังขาร คือ ระงับทุกขเวทนาแล้ว ก็ยังระงับอารมณ์ฟุ้งซ่าน นิวรณ์ทั้ง 5 ประการ ก็สามารถระงับได้ชั่วคราว

-จงหมั่นเรียนรู้ประโยชน์ของอานาปานัสสติให้มาก และจงหมั่นทำหาความชำนาญในอานาปานัสสติให้มาก เพราะจักทำให้จิตมีกำลัง เมื่อถอนออกมาจากฌาณแล้ว จักใช้กำลังมาทำวิปัสสนาญาณ จักมีปัญญาคมกล้ามาก

-พระอรหันต์ไม่มีใครอยากอยู่ เพราะร่างกายเป็นทุกข์ก็จริงอยู่ แต่พระอรหันต์ก็จำเป็นต้องอยู่ เพื่อเป็นหลักให้แก่พระพุทธศาสนา การทรงขันธ์ 5 เอาไว้ ก็เพื่อเป็นประโยชน์แก่สาธารณชนให้เข้าซึ้งถึงธรรมะ

-การให้ธรรมเป็นทาน คือ การให้เขาอ่านหรือฟัง หรือดูแล้วเกิดปัญญา เป็นการเพิ่มปัญญาบารมีให้กับตนเองด้วยและผู้อื่นด้วย

-กำไร คือ ใช้เวทนาของร่างกายมาพิจารณาให้เกิดประโยชน์ในการเจริญพระกรรมฐาน
ส่วนขาดทุนก็คือ ถ้าจิตมีอารมณ์ไปเกาะทุกขเวทนาของร่างกาย ทำให้จิตเศร้าหมอง

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 10 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
พรรณวดี (06-05-09), พุทธรักษา (11-06-09), ศิษย์โมคคัลลานะ (15-05-09), ปภังคุณัง (07-05-09), ปาริฉัตรมณี (06-06-09), นิมมานรดี (12-06-09), LEK (07-09-09), leklek (22-09-09), octavian (27-07-12), suwaphat (07-05-09)
  #8  
เก่า 07-05-09, 11:20
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,039
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,828
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,278 ครั้ง ใน 77,278 ข้อความ
พลังบุญ: 55921
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ธรรมของพระที่รวบรวมเป็นธรรมทาน ถวายเป็นพุทธบูชาฯ โดยคุณหมอสมศักดิ์ 8

-จงอย่าประมาทในอารมณ์ธรรมใดที่ไม่ใช่เพื่อมรรคผลนิพพาน ก็จงหมั่นตัดสลัดทิ้งไปจากอารมณ์ขณะจิตของธรรมปัจจุบัน

-กำลังของฤทธิ์เป็นกำลังของอภิญญา เป็นส่วนหนึ่งของพระธรรม ในหลักสูตรของคำสอนของพระพุทธศาสนานี้ หากมีแล้วใช้ไปในด้านของสัมมาทิฏฐิก็เป็นของดี มิใช่ของทราม

-ยึดหลักพระตถาคตเจ้าเข้าไว้ ท่านไม่ตำหนิใคร จักกล่าวเสริมแนะนำในสิ่งที่บุคคลนั้นๆ
ได้ทำอยู่แล้ว ให้ทำถูกยิ่งๆขึ้นไป

-บุคคลผู้เจริญกรรมฐานอยู่ในสัมมาทิฏฐิ อย่างน้อย ๆ ก็มีเทวดาคุม 1 องค์ แต่จักเป็นเทวดาชั้นไหนนั้น สุดแล้วแต่กรรมที่ผูกพันกับท่านแค่ไหน

-อย่าลืมใคร่ครวญพรหมวิหาร 4 เพื่อความอยู่เป็นสุขของจิต และเป็นกำลังของจิตให้มีสติตั้มั่นอยู่ในความดี เป็นกำลังให้เกิดปัญญาตัดกิเลสได้อยางไม่หยุดยั้ง จงพยายามทรงอารมณ์นี้ไว้ให้ดีๆ

-อย่าให้ความเบื่อสิงใจอบยู่นาน ถ้าหากจิตเรารู้เท่าทันอริยสัจ ก็ไม่จำเป็นที่จักต้องไปเบื่อมัน เห็นทุกสิ่งทุกอย่างลงตัวธรรมดาหมด มีอะไรเกิดขึ้นให้แก้ที่ใจของตนเองเป็นสำคัญหาเหตุ-หาผลให้พบในใจของตนเองนั่นแหละ แก้ที่ตรงนั้น แล้วเจ้าจักพบชัยชนะของจิตเป็นลำดับไป

-วางอารมณ์จิตเสียใหม่ด้วย คิดไว้เสมอตายเมื่อไหร่-ที่ไหน ให้จิตมีอารมณ์ในการตัดการจุติอยู่เสมอ รู้ลม-รู้ตาย-รู้นิพพาน

-ชีวิตของร่างกายมันเกิดขึ้นแล้ว ก็เดินทางสู่ความเสื่อมตลอดเวลา ในที่สุดก็ถึงความเป็นอนัตตา ผู้ปฏิบัติจักต้องรู้หนทางโคจรของจิต

-นักปฏิบัติธรรมมีเวลาเดียว คือ แค่ชั่วขณะจิตหนึ่ง ๆ พร้อมตาย-พร้อมดับกิเลสอันเป็นข้าศึกของจิตอยู่เสมอ

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 8 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 05:45


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่