อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com

อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com (http://forums.apinya.com/)
-   ปกิณกะธรรม (http://forums.apinya.com/อภิญญา/%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%93%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1)
-   -   อานิสงส์การทำบุญต่างๆในพระพุทธศาสนาฯ (http://forums.apinya.com/อภิญญา/%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%93%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/967-อภิญญา-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%86%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%AF.html)

อภิญญา 14-01-11 17:59

อานิสงส์การทำบุญต่างๆในพระพุทธศาสนาฯ ( 11 )
 
อานิสงส์สร้างเวจกุฏี (ห้องน้ำ)
ใจความว่า พระศาสดาได้เสด็จประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร แห่งกรุงสาวัตถี มีมาณพคนหนึ่งเป็นช่างทองทำการขายทองรูปพรรณอยู่ในกรุงสาวัตถีนั้น จนมั่งมีโภคทรัพย์สมบัติมากอยู่มาวันหนึ่งมาณพนั้นมาคิดว่า เราค้าขายทองก็มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นเป็นลำดับ ทรัพย์ที่หามาได้โดยยาก ก็ไม่อยากจะให้สูญหายไปโดยเร็ว ตริตรองหาวิธีที่จะเก็บทรัพย์ให้ได้อยู่นาน ก็ไม่พบวิธีที่จะป้องกันความเสื่อมเสียของทรัพย์ได้ เพราะว่าทรัพย์เป็นของกลางเป็นเครื่องอาศัยของคนทุกคน สุดแล้วแต่ใครจะขยันหมั่นเพียรหามาได้เท่านั้น ถึงแม้จะหามาได้มากก็ดี ถ้าขาดปัญญาเป็นเครื่องรักษาทรัพย์แล้วทรัพย์นั้นก็ไม่คงทนอยู่ได้ แม้จะอยู่ได้ตลอดไปตนเองก็มีชีวิตยืนนานที่จะบริโภคต่อไปไม่ได้เพราะความตายย่อมมาพรากตนให้หนีไปเสียจากทรัพย์เมื่อสิ้นชีพแล้วทรัพย์เหล่านั้น ก็ไม่ติดตามตนไปปล่อยไว้ให้คนอื่นเขาใช้สอยอย่างสบาย เห็นมีอยู่แต่อย่างเดียวเท่านั้น ที่จะติดตามตัวไปในอนาคต คือฝังทรัพย์ไว้ในพุทธศาสนาเมื่อคิดเช่นนี้แล้วก็คิดดูว่าจะทำอะไร สิ่งอื่น ๆ ก็มีผู้ทำไว้หมดแล้ว ก็เห็นแต่เวจกุฎีเท่านั้นที่ยังไม่มีใครทำเลยเมื่อคิดเช่นนี้แล้วจึงได้สร้างขึ้นเมื่อสำเร็จแล้วยังได้สร้างโรงไฟ แลที่สำหรับอาบน้ำอีกด้วยเมื่อเสร็จสรรพดีแล้ว ก็ทำการฉลองอย่างมโหฬารและมอบถวายแก่ ภิกษุสงฆ์มีพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะเป็นประธานแล้วตั้งปฏิธานความปรารถนาว่าข้าแต่ท่านผู้เจริญ เมื่อข้าพเจ้ายังไม่ถึงพระนิพพานตราบใด ขึ้นชื่อว่าความทุกข์อันเกิดแต่โรคต่าง ๆ อย่าได้มาแผ้วพานต่อข้าพเจ้าเลย อิมินาทาเนน ด้วยอำนาจผลทานนี้พระสารีบุตรก็อนุโมทนาว่า ขอให้ความปรารถนาจงเป็นผลสำเร็จเถิดมาณพนั้นเป็นผู้ไม่ประมาทผลทาน ให้สมาทานศีลครั้นทำกาลกิริยาตายไปแล้วไปเกิดบนสวรรค์เทวโลก มีสมบัติวิมานทอง มีเทพอัปสรเป็นยศบริวาร อยู่มาวันหนึ่งภิกษุทั้งหลายนั่งสนทนา ถึงมาณพผู้นั้นอยู่พระศาสดาเสด็จมาถึงในที่นั้นแล้วตรัสถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายเธอนั่งสนทนากันด้วยเรื่องอะไร ภิกษุทั้งหลายกราบทูลให้ทรงทราบ พระองค์ทรงแสดงธรรมเทศนา แก่ภิกษุทั้งหลายเหล่านั้นว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย นรชนทั้งหลายเกิดมาได้พบพระพุทธเจ้าและในขณะที่พุทธศาสนายังประดิษฐานอยู่จะเป็นผู้เศร้าโศกในอบายภูมิ เป็นจำนวนมากมาณพที่เป็นช่างทองนี้ได้พบทั้งสองประการแล้วไม่เป็นผู้ประมาท ได้สร้างเวจกุฎีถวายบูชาพระรัตนตรัยด้วยศรัทธาเลื่อมใส ได้เสวยสุขในสุคติโกลสวรรค์ และเป็นปัจจัยให้ถึงซึ่งพระนิพพาน แม้ในพระศาสนาของพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่าตัณหังกร เราตถาคตก็เคยสร้างเวจกุฎี และที่สำหรับอาบแก่พระภิกษุสามเณรได้ตั้งสัตยธิษฐานว่า ขอให้ข้าพระองค์ได้เป็นพระพุทธเจ้า พระองค์หนึ่ง ในอนาคตกาล ด้วยผลแห่งอานิงส์ที่ข้าพระองค์ได้สร้างเวจกุฎีให้เป็นสาธารณะทานนี้ ตถาคตครั้นทำลายขันธ์แล้วก็ไปบังเกิดสวรรค์เสวยทิพย์สมบัติอยู่ชั้นดุสิตครั้นจุติจากชาตินั้นแล้ว ได้ท่องเที่ยงอยู่สังสารวัฎฎ์จนบารมีเต็มเปี่ยมแล้วจึงตรัสเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือตถาคตนี้เอง ก็สมดังคำปรารถนาในครากาลครั้งโน้นทุกประการ เมื่อจบพระธรรมเทศนาจบลงแล้วชนทั้งหลายเป็นอันมากได้ดวงตาเห็นธรรม ต่างก็รื่นเริงบันเทิงใจในเวจกุฎีเป็นยิ่งนัก

อภิญญา 14-01-11 21:43

อานิสงส์การทำบุญต่างๆในพระพุทธศาสนาฯ ( 12 )
 
อานิสงส์กฐินทาน
ในครั้งศาสนาพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า มาอุบัติในโลก มีบุรุษเข็ญใจไร้ญาติพี่น้องทั้งทรัพย์สินเงินทองก็ขาดแคลนอาศัยเลี้ยงชีพอยู่ในเมืองพาราณสี ไปหาสิริธรรมมหาเศรษฐีมีทรัพย์ ๘๐ โกฏิ แล้ววิงวอนขออยู่เป็นลูกจ้าง ท่านเศรษฐีมีความสงสารจึงถามว่ามีความรู้อะไรบ้าง บุรุษเข็ญใจบอกว่า ข้าพเจ้าไม่มีความรู้อะไรเลย มีแต่กำลังกายเท่านั้นท่านเศรษฐีกล่าวว่าถ้าเช่นนั้นเจ้าจงไปรักษาหญ้าเราจะให้ข้าววันละหม้อ
ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา บุรุษก็รักษาหญ้าจนมีชื่อว่า ติณณปาละ อยู่มาวันหนึ่ง ติณณปาละมาคิดว่าตัวเรานี้ ในชาติปางก่อนคงจะไม่ได้ทำบุญกุศลอันใดไว้เลย มาถึงชาติ นี้เราจึงได้ลำบากยากแค้น แม้แต่อาหารจะรับประทานไปวันหนึ่งๆ ก็ทั้งยาก แต่นี้ต่อไปเราจะต้องขวนขวายให้ทานทุก ๆ วัน เมื่อมีความตั้งใจอย่างนี้แล้ว ก็แบ่งอาหารออกเป็น ๒ ส่วน ๆ หนึ่ง ถวายแก่พระภิกษุสงฆ์ อีกส่วนหนึ่งไว้บริโภคเองทำอย่างนี้มาตลอดทุก ๆ วันมิได้ขาดด้วยอำนาจบุญกุศล ที่ติณณปาละทำนั้น ก็ทราบไปถึงสิริธรรมเศรษฐีผู้เป็นนายจ้างจึงสั่งให้เพิ่มอาหารขึ้นอีกเป็น ๓ ส่วน ติณณปาละก็แบ่งออกไปอีกเป็น ๓ ส่วน ส่วนหนึ่งถวายภิกษุสามเณรอีกส่วนหนึ่งให้แก่ยาจก อีกส่วนตนเก็บไว้บริโภค ทำอยู่อย่างนี้เป็นลำดับมา จนถึงฤดูออกพรรษาประชาชนและท่านสิริธรรมเศรษฐีได้พากันทำกฐินทานเพื่อจะถวายแก่ภิกษุสงส์ ผู้อยู่จำพรรษาด้านไตรมาส สามเดือน ติณณปาละได้ทราบ ข่าวดังนี้แล้วก็เข้าไปหาสิริธรรมเศรษฐีถามถึง อานิสงส์ผลของกฐินทานว่าการถวายทานอย่างนี้ คงจะมี ผลเป็นอันมาก เพราะประชาชนไม่นิ่งนอนใจ ช่วยกันหลายคนเศรษฐีบอกถึงคุณานุภาพ ของกฐินทานโดยละเอียดจนติณณปาละเกิดศรัทธาแก่กล้า ก็ถามว่าอีกเมื่อไรจะถึงกำหนดถวาย เศรษฐีบอกว่าอีก ๗ วัน ติณณปาละก็กลับไปสู่ที่อยู่ของตนก็คิดว่าจะนำของไปเห็นวัตถุทานก็ไม่มี เห็นอยู่แต่ผ้านุ่งผืนเดียวเท่านั้นที่จะนำเข้าเป็นส่วนกฐินทานได้ เมื่อจะเปลื้องผ้าออกทาน ตัวกิเลสคือความตระหนี่เหนียวแน่นก็มากั้นไว้ถ้าสละผ้าผืนนั้นแล้วเราจะไหนนุ่ง มีอยู่ผืนเดียวเท่านี้ ผลที่สุดก็ตัดสินใจเด็ดขาดว่าเราจะต้องถวายแน่ ก็เปลื้องผ้ามาทำการซักฟอกและย้อมด้วยน้ำฝาดตนเองก็เอาใบไม้มานุ่ง ป้องกันความอายเท่านั้น แล้วรีบนำผ้าไปหาเศรษฐี มอบอนุโมทนาผ้านั้นเข้าเป็นส่วนบริวารของกฐินนั้น เศรษฐีก็รับอนุโมทนานำผืนของติณณปาละเข้าเป็นส่วนผ้าบริวาร ซึ่งยังขาดอยู่ผืนหนึ่งแล้วนำไปถวายแก่พระภิกษุสงฆ์ เสียงโกลาหลก็บังเกิดขึ้นในขณะนั้นด้วยเสียงสาธุการของเทวดาทั่วทั้งอากาศและปฐพี พระมหากษัตริย์ได้ทรงสดับเสียงนั้นแล้ว ก็ตกพระทัยกลัวว่าจะมีมรณภัยมาถึงพระองค์รับสั่งให้หาปุโรหิตแล้วตรัสถามถึงเหตุโกลาหลอื้ออึงนั้น ในครั้งนั้นมีเทวดาองค์หนึ่งที่รักษาอยู่เศวตฉัตรจึงกล่าวว่า ดูกรมหาบพิตรเสียงโกลาหลอื้ออึ้งนั้น มิใช่ว่าจะมีภัยมาถึงพระองค์นั้นเป็นเสียงของเทวดาทั้งหลายในหมื่นโลกธาตุได้สาธุการส่วนบุญของติณณปาละเป็นคนเข็ญใจ รักษาไร่หญ้าของเศรษฐี ได้เปลื้องผ้านุ่งของตนออกมาเข้าส่วนกฐินทาน พระองค์อย่าตกพระทัยไปเลย พระราชาทรงทราบเช่นนั้นก็ทรงปีติยินดี รับสั่งให้หาติณณปาละพร้อมทั้งส่งผ้าสาฏกคูหนึ่ง ราคาผืนละหนึ่งแสนกหาปณะไปพระราชทาน นายติณณปาละก็นุ่งสาฎกเข้าเฝ้าพระราชา ครั้นพระราชาทรงขอซื้อส่วนกุศลด้วยทรัพย์มีประมาณพันหนึ่ง จนทวีขึ้นเป็นลำดับจนถึงแสนกหาปณะ ติณณปาละ ก็ไม่ขายให้ตามพระประสงค์ได้จึงกราบทูล จะทรงซื้อด้วยทรัพย์นั้นไม่ได้ พระเจ้าข้าถ้าหากพระองค์จะอนุโมทนาส่วนบุญนี้ได้อยู่ พระเจ้าข้า พระราชามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งให้คนดีฆ้องร้องประกาศตลอดทั้งพระนครแล้วพระราชทาน ช้าง ม้า โค กระบือ ข้าทาส ชายหญิงอย่างละหนึ่งร้อย บูชาแก่ติณณปาละเป็นอันมาก แล้วตั้งไว้ในตำแหน่งเศรษฐีส่วนพ่อค้าคฤหบดีเศรษฐี ก็พากันสละทรัพย์เป็นจำนวนมากออกบูชาคุณติณณปาละเป็นสมบัติมากมาย ที่ติณณปาละได้แล้วก็ด้วยบุญกุศลเจตนาอันแรงกล้า จึงเป็นผลสำเร็จให้ผลทันตาเห็นในปัจจุบันชาติ ครั้นติณณปาละทำกิริยาตายแล้ว ก็ไปเกิดในดาวดึงส์สวรรค์ ครั้นถึงพระศาสนาของพระศรีอริยเมตไตรย์สัมมาสัมพุทธเจ้ามาตรัส ติณณปาละเทวบุตร ก็จะจุติลงมาอุบัติเป็นราชโอรส แห่งนครมัณฑาลวดี ครั้นต่อมาเสวยราชสมบัติแทนพระราชบิดา อยู่ ๔ หมื่นปีแล้วออกบวชเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา สำเร็จพระอรหันต์องค์หนึ่งของพระศรีอริยเมตไตรย์ มีนามว่าติณณปาละเถระ ดังนี้เป็นต้น ตสฺมา สาธโว เมื่อสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลายที่ทราบรู้เหตุรู้
ผลของการถวายผ้ากฐินทานว่ามีอานิสงส์อย่างไรแล้วก็ขออย่าให้ท่านทั้งหลายจงอย่าเป็นผู้ประมาท ในเมื่อถึงคราวกาลสมัยที่จะถวายก็ควรจะถวายก็ควรทำจะเป็น ของมากน้อยอย่างไรไม่สำคัญ สำคัญอยู่ว่าให้ทำและทำด้วยศรัทธาอย่างจริงจัง แล้วตั้งความปรารถนาของตนไว้ด้วยดี มิใช่ว่าทำเห็นแต่หน้าหาความศรัทธามิได้ ทรัพย์ที่เราสละไปก็จะไม่ได้ผลเต็มที่ ถ้าเราทำด้วยความเต็มใจแล้วถึงแม้จะน้อยก็ย่อมมีอานิสงส์มากดังเรื่องติณณปาละ

อภิญญา 15-01-11 01:51

อานิสงส์การทำบุญต่างๆในพระพุทธศาสนาฯ ( 13 )
 
อานิสงส์ถวายผ้าอาบน้ำฝน
การถวายผ้าอาบน้ำฝนมีผลานิสงส์อย่างไร เป็นใจความว่า ในสมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร ณ กรุงสาวัตถีในวันนั้นเป็นวัน ๘ ค่ำ นางวิสาขาได้ถือเครื่องสักการะ พร้อมด้วยบริวารเป็นอันมากไปสู่สำนักพระพุทธเจ้าถวายเครื่องสักการบูชาพระรัตนตรัยแล้ว บังเอิญฝนตก พระภิกษุทั้งหลายได้เปลือยกายอาบน้ำฝนกันมากมาย นางวิสาขาเห็นเช่นนั้นแล้วก็เกิดความละอาย และคิดในใจว่าพระภิกษุไม่มีผ้าสำหรับอาบน้ำฝน ก็บังเกิดมีจิตศรัทธา คิดจะสร้างผ้าอาบน้ำฝนถวายเป็นทานแล้วก็กลับไปสู่กรุงสาวัตถี จัดแจงหาผ้าได้พอสมควรแล้วพอตอนเย็นก็พาบริวารและผ้านั้นมาสู่สำนักพระพุทธองค์แล้วถวายผ้าอาบน้ำฝนนั้น แก่องค์พระศาสดาพร้อมทั้งภิกษุทั้งหลายแล้วกราบทูลถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ การถวายผ้าอาบน้ำฝนนี้มีผลานิสงส์เป็นอย่างไรพระเจ้าข้า พระองค์ได้ตรัสเทศนาว่า ดูกรนางวิสาขา ถ้าบุคคลใดมีจิตศรัทธานำผ้าอาบน้ำฝนมาถวายแก่พระภิกษุ ในพุทธศาสดาจะมีผลานิสงส์เป็นอเนกประการแล้วพระองค์ทรงนำอดีตนิทานมาแสดงต่อไปว่าในศาสนาพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น มีหญิงเข็ญใจคนหนึ่ง มีนามว่า อมัยทาสีอยู่มาวันหนึ่งนางได้เห็นคนทั้งหลาย นำผ้ากาสาวพัตรไปสู่สำนักภิกษุสงฆ์ให้เป็นทาน โดยกระทำให้เป็นผู้อาบน้ำฝน นางอมัยทาสีก็มีศรัทธาอยากจะทำบุญกับเขาบ้าง นางก็คิดว่าจะทำอย่างไรดีหนอ ที่เราจะได้ทำบุญในคราวนี้บ้าง พิจารณาผ้าที่จะให้ทานก็ไม่มี รีบไปหามารดา แล้วบอกความจำนงของตนให้มารดา มารดาก็ตอบว่า เราจะเอามาแต่ที่ไหน เราก็เป็นทาสเขาอยู่ นางอมัยทาสี เมื่อได้ยินดังนี้น้ำตาก็ไหลด้วยความเสียใจ มารดาของนางก็มีจิตสงสาร จึงแนะนำให้นางอมัยทาสีไปขึ้นค่าตัวกับนายนางได้รับคำแนะนำเช่นนั้นแล้วก็มีความยินดีจึงรีบไปหานายของนาง ฝ่ายเศรษฐีผู้เป็นนายก็ปฏิเสธไม่ยอมให้นางอมัยทาสีขึ้นค่าตัว นางไม่มีความสบายใจนางมาคิดว่าเมื่อชาติก่อนนี้เราไม่ทำบุญให้ทาน มาชาตินี้เราจึงได้ตกระกำลำบาก ถึงเวลาจะทำบุญกับเขาบ้างก็จะไม่ทำกับเขาคราวนี้จะเป็นตายอย่างไรจะต้องขอทำบุญให้ได้ในครั้งนี้ ด้วยจิตศรัทธาแรงกล้านางอมัยทาสีทนความอับอาบขายหน้า ได้สละผ้าห่มแล้วนำใบไม้มาเย็บกลัดพอปกปิด บรรเทาความอายแล้วเอาผ้าซักฟอกให้หมดความสกปรกแล้วนำดอกไม้ธูปเทียนพร้อมด้วยผ้าไปสู่ธรรมศาลาถวายผ้าอาบน้ำฝนนั้นในวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๗ ก่อนเข้าพรรษาพร้อมกับมหาชนทั้งหลาย แล้วตั้งความปรารถนาว่า ด้วยอานิสงส์ที่ตนได้กระทำบุญในคราวครั้งนี้ ขึ้นชื่อว่าความยากจนเข็ญใจไร้ทรัพย์อย่าได้มีในชาติต่อ ๆ ไป จนถึงพระนิพพาน และขอให้พบพระศาสนาพระศรีอริยเมตไตรย์ เมื่อคำปรารถนาของนางจบลงแล้ว เทวดาทั้งหลายก็ซ้องสาธุการสนั่นหวั่นไหว ด้วยอานิสงส์ของนางอมัยทาสีทำบุญในคราวครั้งนั้น อยู่มาได้ ๗ วัน พระเจ้าพันธุมหาราช ได้เสด็จไปพบนางกำลังหาบฟืนมาในระหว่างทางก็เกิดความปฏิพัทธ์รักใคร่ในตัวนางมาก จึงตรัสปราศรัยไต่ถามความตลอดแล้วจึงยกนางขึ้นราชรถนำเข้าไปสู่พระนคร อภิเษกนางให้อยู่ในตำแหน่งอัครมเหสี ครั้นทำลายขันธ์แล้วนางได้ไปเกิดบนสวรรค์มีวิมานทองสูง ๑๕ โยชน์ มีนางฟ้าเป็นบริวาร ๓ พัน ครั้นเสวยทิพย์สมบัติแล้วจนในชาติสุดท้ายนางจะได้เกิดในศาสนาพระศรีอริยเมตไตรย์ได้บรรลุธรรมพิเศษดังนี้แล พระองค์ได้ทรงแสดงพระธรรมเทศนาจบลงแล้ว ชนทั้งหลายก็ได้ดวงตาเห็นธรรมส่วนนางวิสาขาก็ตั้งอยู่ในพระรัตนตรัย

อภิญญา 15-01-11 17:35

อานิสงส์การทำบุญต่างๆในพระพุทธศาสนาฯ ( 14 )
 
อานิสงส์ถวายผ้าจำนำพรรษา
เมื่อสมัยครั้งพระบรมศาสดาประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร กรุงสาวัตถี มีอุบาสกคนหนึ่งเป็นผู้มีศรัทธาต่อพระรัตนตรัย ชื่อว่าติสสะ ได้พร้อมใจกับภรรยาของตนเย็บและย้อม ซึ่งจีวรสบงสังฆาฏิ ได้ถวายเสร็จแล้วก็ทูลลากลับไปสู่เคหาของตน
ในกาลครั้งนั้นพระโมคคัลลานะ ผู้ประกอบ ด้วยฤทธานุภาพ สามารถนำข่าวสารสวรรค์มาบอกมนุษย์นำข่าวมนุษย์ไปบอกสวรรค์ และนรกเป็นต้น ครั้งแล้วพระโมคคัลลานะก็ขึ้นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ได้เห็นปราสาทมีความงามรุ่งเรืองกว่าปราสาทหลังอื่น ๆ และมีนางเทพกัญญา พันหนึ่งแวดล้อมปราสาทนั้น แต่ไม่มีเทพบุตรอยู่ในปราสาทหลังนั้น พระเถระเจ้าได้ไต่ถามกับนางเทพอัปสรนั้น ได้ทราบโดยตลอด จึงลงจากเทวโลกเข้าไปสู่สำนักพระบรมศาสดากำลังมีพุทธบริษัททั้ง ๔ แวดล้อมอยู่ พระเถระเข้าไปถวายอภิวาท แล้วก็ทูลถามถึงอานิสงส์ถวายผ้าจำนำพรรษายังมีชีวิตอยู่ในเมืองมนุษย์ ว่าปราสาททิพย์ได้รอคอยอยู่ในเทวโลก เพราะเกิดจากผลทานของการถวายผ้าจำนำพรรษา จะมีบ้างไหมพระพุทธเจ้าข้า พระองค์ทรงตรัสว่า ดูกรโมคคัลลานะ ผ้าจำนำพรรษาที่ติสสะอุบาสกได้กระทำไว้นั้น ก็ได้ปรากฏแก่เธอเองแล้วมิใช่หรือ พระโมคคัลลานะ ทูลตอบว่าจริงแล้วพระเจ้าข้าสมเด็จภวันต์ตรัสต่อไปว่า โมคคัลลานะบุคคลผู้ใดมี ศรัทธา ได้ถวายผ้าจำนำพรรษาแก่ภิกษุสงฆ์ มีองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้น บุคคลผู้นั้นเบื้องหน้าแต่แตกกายทำลายขันธ์ ไปย่อมมีสุคติเป็นที่ไป “ทานสคฺคโสปาณํ” ผลทานเป็นบันไดนำไปสู่สวรรค์ปิดกันเสีย ซึ่งอบายภูมิ บุคคลผู้มีมืออันชุ่มไปด้วยการให้ทาน หมู่ทวยเทพทั้งหลายย่อมมีความยินดีสรรเสริญรอคอยบุคคลผู้ให้ทานนั้นอยู่เสมอ ดุจนางอัปสรเทพกัญญารอคอยติสสะอุบาสกฉะนั้นเมื่อจบพระสัทธรรมเทศนาลง บริษัททั้ง ๔ มีความรื่นเริง ยินดีในพุทธพจน์นัก กลับเป็นผู้ตั้งอยู่ในกุศลสัมมาปฏิบัติเป็นจำนวนมาก ฝ่ายติสสะอุบาสกครั้นทำลายขันธ์ลงก็นำตนไปอุบัติขึ้นในสัตตรัตนปราสาท เสวยสมบัติอันเป็นทิพย์ มีนางอัปสรแวดล้อมเป็นยศบริวาร

อภิญญา 16-01-11 09:45

อานิสงส์การทำบุญต่างๆในพระพุทธศาสนาฯ ( 15 )
 
อานิสงส์ถวายผ้าเพดาน
กาลวันหนึ่ง สมเด็จพระมหาปชาบดีได้ถวายผ้าสาฎกพระอริยเมตไตร ซึ่งผ้าสำหรับพระพรรษานั้น จึงเอาผ้าสาฎกผืนหนึ่งทำเป็นเพดาน พระคันธกุฎีของพระพุทธเจ้า ผ้าสาฎกผืนหนึ่งทำเป็นระบายเพดาน
ครั้งนั้นสมเด็จพระสัพพัญญูได้ตรัสพยากรณ์ทำนายพระอริยเมตไตรว่าพระภิกษุนี้ในอนาคตกาลจักได้เป็นพระสัพพัญญู องค์หนึ่งมีนาม พระอริยเมตไตร ตั้งแต่นั้นมาพระโพธิสัตว์ก็ตั้งอยู่ในศีล เจริญพระวิปัสสนา จนสิ้นอายุแล้วไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต ด้วยอานิสงส์ถวายผ้าสาฎกทำเป็นเพดาน บำเพ็ญบารมีญาณ ๑๖ อสงไขยเต็มบริบูรณ์แล้วมีใจศรัทธาถวายผ้าทำเป็นเพดานกางกั้น พระสงฆ์และพระพุทธรูปจะปรารถนาพระอรหันตภูมิ หรือพุทธภูมิก็จะได้สมความปรารถนาทุกประการ ดังกับพระเจ้าปัสเสนทิโกศล ได้เสด็จไปสู่สำนักพระบรมศาสดาพร้อมด้วยบริวารถวายนมัสการพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วนั่งที่สมควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วทรงสดับพระธรรมเทศนาเมื่อฟังพระธรรมเทศนาจบลงแล้วก็ได้ทูลถามพระองค์ถึงอานิสงส์ถวายผ้าเพดาน
พระองค์ทรงประทานเทศนาว่า ดูกรมหาบพิตรบุคคลผู้มีจิตศรัทธาสร้างถวายผ้าทำให้เป็นเพดาน เป็นทานในพระรัตนตรัย ก็จักได้อานิสงส์ ๑๖ กัลป์ จักได้เป็นพระอินทร์ ๗ ชาติ จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ ชาติ และบุคคลผู้นั้นอยู่ในสถานที่ใด เทวดา และมนุษย์ทั้งหลายก็จักเคารพบูชาอยู่ทุกเมื่อ จบพระธรรมเทศนาแล้ว พระเจ้าปัสเสนทิโกศลก็ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผลดังนี้เป็นต้น

อภิญญา 17-01-11 13:55

อานิสงส์การทำบุญต่างๆในพระพุทธศาสนาฯ ( 16 )
 
อานิสงส์ถวายผ้าพนัง
ครั้งพุทธกาลองค์สมเด็จพระสัพพัญญู เสด็จประทับอยู่ในเชตวันมหาวิหาร ณ กรุงสาวัตถี สมเด็จพระเจ้าปัสเสนทิโกศล ได้ถือเครื่องสักการบูชามีของหอมเป็นต้น พร้อมกับบริวารได้ไปสู่สำนักพระเชตวันมหาวิหาร เพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นไปถึงแล้วก็บูชาด้วยเครื่องสักการะนั้น และนั่งที่สมควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วทูลถามว่า ภนฺเต ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้านรชนชายหญิงมีจิตศรัทธาเลื่อมใส ใคร่จะสร้างผ้าพนังเป็นที่กำบังแดดและฝนในสถานที่พระพุทธองค์ทรงประทับอยู่นั้น จักมีผลอานิสงส์เป็นอย่างไร
พระเจ้าข้าพระองค์ทรงเทศนาว่า ดูกรมหาบพิตร นรชนคนใดมีจิตเลื่อมใสศรัทธาในพระรัตนตรัยแล้ว ได้จัดหาผ้ามาทำเป็นผ้าพนังถวายเป็นทานอย่างนี้ ก็จักได้ผลานิสงส์ถึง ๑๖ กัลป์ ดูกรมหาบพิตร บุคคลใดได้สร้างผ้าพนังนี้ ก็จักได้เป็นพระอินทราธิราชถึง ๗ ชาติ และจักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชเจ้าในประเทศน้อยใหญ่ถึง ๗ ชาติกับทั้งเป็นมหาเศรษฐีอีก ๗ ชาติ โดยลำดับจะปิดเสียซึ่งอบายภูมิ ถึงแม้จะเกิดมาในภพใดชาติใด อันคนและเทวดาทั้งหลายก็พากันเคารพสักการบูชา บุคคลนั้นอยู่ในที่ใดก็จะมีผ้ากางกั้น ไม่ให้หนาวร้อนอยู่ทุกเมื่อจะมีรูปสวยงดงามเป็นที่รักใคร่แก่คนทั้งหลาย อิทํผลํ ด้วยทานการถวายผ้าพนังนี้

อภิญญา 17-01-11 16:10

อานิสงส์การทำบุญต่างๆในพระพุทธศาสนาฯ ( 17 )
 
อานิสงส์ก่อสร้างพระเจดีย์ทราย
ในเมื่อพระองค์เสด็จประทับอยู่ ณ บุพพารามมหาวิหารในนครสาวัตถีได้เทศนาถึงอานิสงส์ก่อเจดีย์ทรายแล้วตั้งความปรารถนาไว้ เป็นใจความว่าวันหนึ่งเป็นฤดูร้อนอากาศร้อนอบอ้าวมาก พระเจ้าปัสเสนทิโกศลทรงพักผ่อนพระอิริยาบถให้สบาย ณ หาดทรายริมฝั่งแม่น้ำไม่ห่างจากพระนครเท่าใดนักได้ทรงทอดพระเนตรเห็นทรายขาวสะอาดราบเรียบดีนัก มีพระดำริว่าควรทำเป็นรูปเจดีย์ขึ้น เพื่อบูชาพระรัตนตรัย ดีกว่าที่เราจะมาเดินเล่นโดยเปล่าประโยชน์ เมื่อทรงดำริเช่นนั้น แล้วก็รีบลงมือก่อเป็นรูปเจดีย์ด้วยพระองค์เอง พวกบริวารทั้งหลายที่ตามเสด็จ ก็ลงมือก่อตามไปด้วย เมื่อสำเร็จแล้วมองก็เป็นทิวแถวสวยงามเกิดมีความปิติยินดีเป็นที่ยิ่ง เพราะนับดูแล้วมี ๘ หมื่น ๔ พันองค์พระบรมกษัตริย์ทรงโสมนัสเป็นยิ่งนัก ก็เสด็จกลับมาสู่บุพพารามมหาวิหารถวายอภิวาท แล้วก็นั่งอยู่ส่วนข้างหนึ่งแล้วกราบทูลถึงอานิสงส์ของการก่อพระเจดีย์ทรายบูชาพระรัตนตรัย ที่พระองค์ได้ทรงกระทำมาแล้ว โดยตลอด
พระพุทธองค์ทรงโปรดประทานพระธรรมเทศนาว่า มหาราชดูกรมหาบพิตรนรชนหญิงชายทั้งหลายเหล่าใด มีศรัทธาเลื่อมใสอุตสาห์พากเพียรพยายาม ทำการก่อสร้างพระเจดีย์ทรายใหญ่น้อยก็ดี มีจำนวนถึง ๘ หมื่น ๔ พันองค์นั้น หรือว่าจะมากน้อยแค่ไหนก็ตาม ด้วยศรัทธาอันแรงกล้า ก็จะไม่ไปสู่อบายภูมิตลอดร้อยชาติ ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะเป็นผู้มั่งคั่งด้วยทรัพย์สมบัติบริวารเป็นอันมาก ครั้นตายไปจากมนุษย์โลก ก็จะไปเกิดในสวรรค์เสวยทิพย์สมบัติ แม้พระตถาคตก็เคยได้กระทำมาแล้ว ในครั้งเป็นพระโพธิสัตว์ บำเพ็ญบารมีอยู่แล้วพระองค์นำอดีตนิทานมาแสดงต่อไปว่า
ครั้งนั้นพระตถาคตได้เกิดในตระกูลอนาถา พอเจริญวัยขึ้นก็ต้องเข้าป่าแสวงหาฟืนมาขายเลี้ยงชีพ กระทำอย่างนี้เป็นอาจิณ อยู่มาวันหนึ่งได้เห็นทรายขาวสะอาดบริสุทธิ์ผุดผ่องในราวป่า ก็มีจิตผ่องใสศรัทธาใคร่จะก่อพระเจดีย์บูชาพระรัตนตรัย จึงสละเวลาไม่ตัดฟืนทั้งวัน ได้ก่อพระเจดีย์ทรายเสร็จแล้วได้ฉีกผ้าห่มผืนหนึ่งปักเป็นธงชัย แล้วบูชาพระรัตนตรัยในพุทธบาทศาสดาของพระติสสะสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วตั้งความปรารถนาว่า ขอให้ข้าพเจ้าได้สำเร็จพระโพธิญาณ ในอนาคตกาลโน้นเทอญ ครั้นทำลายขันธ์แล้วไปเกิดอยู่ชั้นดาวดึงส์มีวิมานสูง ๑๒ โยชน์ เสวยทิพย์สมบัติอยู่ถึง ๒ พันปีทิพย์ เมื่อสิ้นอายุขัยแล้วได้จุติมาเกิดเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าพาราณสี ได้ท่องเที่ยวอยู่ในมนุษย์โลก บำเพ็ญบารมีญาณจนเต็มเปี่ยมดีแล้ว จึงได้มาอุบัติเป็นพระตถาคต ดังที่มหาบพิตรปรารภอยู่ขณะนี้ เมื่อจบพระธรรมเทศนาลงแล้ว พระเจ้าปัสเสนทิโกศล พร้อมด้วยบริวารทั้งหลายก็มีความยินดีโสมนัส ในการที่พระองค์ทรงก่อ พระเจดีย์ทรายบูชาคุณพระรัตนตรัยโดยไม่เปล่าประโยชน์

อภิญญา 18-01-11 00:22

อานิสงส์การทำบุญต่างๆในพระพุทธศาสนาฯ ( 18 )
 
อานิสงส์ถวายพระเจดีย์ข้าวเปลือก
สมัยหนึ่งองค์สมเด็จพระศาสดาเสด็จประทับ อยู่ในบุพพารามมหาวิหาร ณ กรุงสาวัตถี ทรงพระปรารภพระเจ้าปัสเสนทิโกศล ผู้เป็นใหญ่ในแคว้นโกศลและกาสี โดยพระเจ้าปัสเสนทิโกศล แวดล้อมไปด้วย เสวกามาตย์ราชบริพารทั้งหลายได้เสด็จไปทอดพระเนตรชาวนา เพื่อเป็นการพักผ่อนพระราชหฤทัยทรงสบายในทุ่งนา ที่ไม่ห่างไกลจากพระนครเท่าไรนักได้ทอดพระเนตรเห็นชาวนากำลังนวดข้าว แล้วนำมากองพูนสูงใหญ่ ก็พอพระราชหฤทัยจึงเสด็จลงจากพระราชยาน พร้อมด้วยเสวกามาตย์ราชบริพารทั้งหลาย แล้วทรงชักชวนชาวนาให้เอาข้าวมารวมก่อ เป็นรูปเจดีย์บูชาพระรัตนตรัย พระองค์ทรงรับก่อด้วยพระองค์ เมื่อก่อเสร็จแล้วก็รับสั่งให้ทำโรงฉันในสถานที่นั้น แล้วเสด็จไปสู่สำนักพระศาสดาทูลอาราธนาพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์บริวาร ๕๐๐ รูปไปรับบิณฑบาตในวันพรุ่งนี้เช้า ณ โรงฉันในทุ่งนาเพื่อเป็นการฉลองรูปเจดีย์ที่ก่อด้วยข้าวเปลือกสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับด้วยดุษณียภาพ พอรุ่งเช้า พระเจ้าปัสเสนทิโกศล ได้เสด็จไปยังโรงฉันใน ทุ่งนานั้น ไปคอยรับเสด็จพระพุทธเจ้ากับภิกษุ ๕๐ รูป ให้เสด็จนั่งเหนืออาสนะแล้ว ก็ถวายอาหารบิณฑบาต แก่พระพุทธเจ้า พร้อมกับภิกษุเหล่านั้นเสร็จจากภัตตกิจแล้วพระเจ้าปัสเสนทิโกศล ก็กราบทูลถามถึงผลานิสงส์ที่ได้ก่อเจดีย์ด้วยข้าวเปลือกนี้ ให้เป็นทานจะมีผลานิสงส์เป็นประการใดพระพุทธเจ้าข้า องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสเทศนาว่าดูกรมหาบพิตร นรชนหญิงชายใดมีจิตศรัทธาเลื่อมใสก่อสร้างพาลุกเจดีย์ ยังกองข้าวเปลือกให้เป็นทานดังที่มหาบพิตร กระทำอยู่ในขณะนี้ด้วยศรัทธา อันแรงกล้า มีความปีติปราโมทย์ปรีดายินดี บุคคลผู้นั้นจะไม่ไปสู่อบายภูมิตลอดร้อยชาติ ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ก็จะมั่งครั่งด้วยทรัพย์สมบัติเป็นอันมาก ครั้นตายไปจากมนุษย์ก็จะไปเสวยในทิพย์สมบัติ แม้พระตถาคตแต่ครั้งยังเป็นพระโพธิสัตว์ บำเพ็ญบารมีธรรมอยู่ก็ได้ก่อเจดีย์ด้วยข้าวเปลือก โดยพระองค์ได้เกิดในตระกูลชาวนา เมื่อเจริญวัยแล้ว ก็ต้องทำไร่ไถนาเลี้ยงชีพ อยู่มาวันหนึ่งเห็นพระปัจเจกโพธิเจ้า อยู่ในราวป่าก็มีจิตเลื่อมใสได้สละข้าวเปลือกก่อเป็นเจดีย์ ครั้นทำเสร็จแล้วก็เอาผ้าแพรมาทำเป็นธงปักประดับพระเจดีย์ครั้นทำเสร็จแล้ว ก็ไปอาราธนาพระปัจเจกโพธิออกมา ถวายภัตตาหารทำการสักการบูชาแก่พระรัตนตรัย แล้วตั้งปรารถนาว่า ขอให้ข้าพเจ้าเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้น ครั้นอยู่จนอายุแล้วได้ไปเกิดชั้นดาวดึงส์มีวิมานสูง ๑๒ โยชน์ อยู่ได้ประมาณ ๔ พันปี ทิพย์เมื่อจุติจากเทวโลกแล้ว มาเกิดเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าพาราณสีได้ท่องเที่ยวอยู่ในมนุษย์โลกและเทวโลกบำเพ็ญบารมีจนเต็มดีแล้ว จึงได้มาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ พระตถาคตดังที่ได้ปรากฏแก่มหาบพิตรอยู่ขณะนี้ เมื่อพระธรรมเทศนาจบลงแล้วพระปัสเสนทิโกศล พร้อมข้าราชบริพารก็พากันยินดีโสมนัสเป็นยิ่งนัก

อภิญญา 19-01-11 01:17

อานิสงส์การทำบุญต่างๆในพระพุทธศาสนาฯ ( 19 )
 
อานิสงส์ก่อเจดีย์เกลือ
ในถ้ำสัตตบรรพตในที่ใกล้ทะเลน้ำเค็มในแคว้นกาสีในกาลครั้งนั้นมีบุรุษเข็ญใจสามคนพี่น้องอยู่ในราวป่านั้น อยู่ด้วยความยากจนเสาะแสวงหาเลี้ยงชีพด้วยความอด ๆ อยาก ๆ เรียกกันว่าหาเช้ากินค่ำอยู่มาวันหนึ่ง ทุคคตะผู้พี่ใหญ่ได้มองเห็นเมล็ดเกลืออยู่ตามริมหาดขาวสะอาดมาก จึงชักชวนกันมากวาดตะล่อมให้กองก่อเป็นรูปสูงเพียงศอกหนึ่งเสร็จแล้วเอาผ้าเท่าที่มีอยู่มาฉีก ทำเป็นธงชัยปักประดับที่เจดีย์เกลือนั้น ทุคคตะ สามคนพี่น้องก็พากันเคารพบูชาด้วย ความเลื่อมใสเป็นเวลาพอดีที่พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จออกบิณฑบาต ได้เสด็จไปพบ ทุคคตะสามพี่น้อง กำลังกราบไหว้บูชาพระเจดีย์อยู่
พระองค์จึงตรัสว่า "ดูกรท่านกำลังทำอะไร" ทุคคตะ สามพี่น้องทูลตอบว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญด้วยพวกกระผมสร้างพระเจดีย์ด้วยเกลือถวายบูชาพระรัตนตรัย พวกกระผมจะทำการบูชาด้วยสิ่งอื่นก็ไม่มี พวกกระผมเป็นคนอนาถามาพบเห็นเกลือ ซึ่งขาวสะอาดจึงได้มาทำพระเจดีย์อย่างนี้พระเจ้าข้า พระองค์ทรงตรัสว่าดูกรทุคคตะ บุคคลที่มีจิตศรัทธาเลื่อมใสได้ก่อสร้างพระเจดีย์ด้วยวัตถุอะไรก็ตามมีเกลือเป็นต้น บุคคลผู้นั้นจะไม่ไปสู่อบายภูมิจะได้สมบัติมหาศาลในมนุษย์โลก แล้วจะได้เสวยทิพย์สมบัติในสวรรค์ การทำก่อพระเจดีย์ด้วยเกลือมิใช่ว่าเธอทั้งหลายได้ทำเพียงเท่านี้ พระตถาคต เมื่อครั้ง เป็นโพธิสัตว์ ก็ได้เคยมาทำมาแล้ว เหมือนกับเธอทั้งหลายนี้และ พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระธรรม เทศนาจบลงแล้วก็เสด็จไปสู่ถ้ำบรรพต ส่วนทุคคตะสามพี่น้องได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าแล้วก็ตั้งปฏิธานความปรารถนาว่าขอให้ข้าพเจ้าได้เป็นพระอรหันต์เถิด ครั้นตั้งความปรารถนาแล้วบุรุษเข็ญใจทั้งสามไปสู่บ้านเรือนของตน ขวนขวายหาเลี้ยงชีพจนตราบเท่าสิ้นอายุ เมื่อทำกาลกิริยาตายไปเกิดในดุสิตพิภพหมดทั้งสามพี่น้อง มีวิมานอยู่กันคนละหลังสูง ๒๕ โยชน์ มีนางเทพอัปสรคนละ ๕๐๐ เป็นบริวาร วิมานของเทพบุตรทั้ง ๓ นั้น วิจิตรไปด้วยฉัตรธง ประดับด้วยไม้กัลปพฤกษ์ และสวนอุทยาน แวดล้อมไปด้วยรัศมีเรืองรองพื้นนั้นก็ดาดาษไปด้วยทองงามบริสุทธิ์สะอาด เสวยทิพย์สมบัติอยู่บนวิมาน ครั้นถึงพระศาสนาพระศรีอริยเมตไตรลงมาเป็นพระสัพพัญญู โปรดสรรพสัตว์ทั้งหลายเทพบุตรทั้งสามองค์ก็จุติลงมาเกิดเป็นเศรษฐี ในเมืองเกตวดีนคร เจริญวัยขึ้นมาก็ได้ออกบรรพชาอุปสมบทในศาสนาพระศรีอริยเมตไตร ก็ได้บรรลุพระอรหันต์ด้วยอำนาจบุญกุศลได้กระทำก่อเจดีย์เกลือ บูชาพระรัตนตรัยนั้นแล

อภิญญา 20-01-11 11:30

อานิสงส์การทำบุญต่างๆในพระพุทธศาสนาฯ ( 20 )
 
อานิสงส์รักษาศีล
พ่อค้าสำเภา ได้ไปค้าขายหัวเมืองต่าง ๆ ในท้องมหาสมุทรอยู่มาวันหนึ่งเกิดมรสุมพายุพัดอันแรงกล้า จนพวกพ่อค้าสำเภาหมดปัญญาแก้ไขได้คิดทอดอาลัยตามแต่บุญกรรม หัวหน้าพ่อค้าสำเภาเรียกมาพร้อมกัน ๕๐๐ คน ให้สมาทานศีลเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวไปในชาติหน้ากันเถิด เมื่อสมาทานศีลจบแล้ว เรือสำเภาก็แตก จมลงในมหาสมุทรนั้น พ่อค้า ๕๐๐ คน ถึงแก่ความตายพร้อมกันหมด ด้วยอำนาจรักษาศีลด้วยความตั้งใจเพียงชั่วครู่เท่านั้น ก็ไปเกิดในสวรรค์มีวิมานทองเป็นที่อยู่ตลอดทั้ง ๕๐๐ คน


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 22:47

vBulletin รุ่น 3.8.1
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2020, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด