อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com

อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com (http://forums.apinya.com/)
-   ปกิณกะธรรม (http://forums.apinya.com/อภิญญา/%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%93%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1)
-   -   อานิสงส์การทำบุญต่างๆในพระพุทธศาสนาฯ (http://forums.apinya.com/อภิญญา/%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%93%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/967-อภิญญา-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%86%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%AF.html)

อภิญญา 21-01-11 00:18

อานิสงส์การทำบุญต่างๆในพระพุทธศาสนาฯ ( 21 )
 
อานิสงส์ถวายดอกไม้ธูปเทียน
ในครั้งพุทธกาลก็มีผู้กระทำมาแล้วย่อมมีผลานิสงส์อย่างอเนกประการ คือ นายสุมนมาลากร มีเรื่องอยู่ว่านายสุมนมาลาการนี้ เก็บดอกมะลิมาถวายพระเจ้าพิมพิสารวันละ ๘ ทะนาน และรับเงิน ๘ กหาปณะต่อวัน ขณะที่เขาเก็บดอกไม้อยู่นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จออกบิณฑบาตภายในพระนคร พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ ๕๐๐ รูป เป็นบริวาร นายสุมนมาลาการเห็นก็เกิดจิตเลื่อมใสคิดอยากจะทำบุญแก่พระตถาคต แต่ไม่เห็นอย่างอื่นนอกจากดอกไม้ จึงเอาดอกไม้เหล่านั้นบูชาพระองค์ โดยไม่เกรงกลัวพระราชาจะทรงกริ้วโกรธ ถึงแม้จะถูกพระราชาประหารชีวิตก็ยอมตาย
การบูชาดอกไม้ของนายมาลาการได้กระทำซัดดอกไม้ขึ้นไปในเบื้องบน ของพระตถาคต ๒ กำมือ ดอกไม้เกิดอัศจรรย์ขึ้นไปประดิษฐานเบื้องบนเป็นเพดานกั้นพระเศียรพระตถาคต แล้วก็ซัดไปทางพระหัตถ์ขวา ๒ กำด้านพระปฤษฎางค์ ๒ กำ พระหัตถ์ซ้าย ๒ กำ รวมทั้งหมด ๘ กำดอกไม้เหล่านั้นได้เกิดอัศจรรย์แวดล้อมพระตถาคตอยู่ตลอดเวลานายมาลาการเห็นดังนั้นก็ยินดียิ่งนัก ได้ถือกระเช้าเปล่าไปเรือนฝ่ายภรรยาเห็นไม่มีดอกไม้ในกระเช้านายมาลาการบอกแก่ภรรยาว่าได้เอาดอกไม้บูชาพระตถาคตแล้วนางได้ตอบว่าธรรมดาพระราชาเป็นผู้ดุร้าย กริ้วคราวเดียวก็ทำความพินาศให้ถึงความตาย ดังนั้นความพินาศนี้พึงมีแก่เรา เพราะเธอได้ทำกรรมไว้ นางได้อุ้มลูกไปเฝ้าพระราชาทูลขอหย่ากับ นายมาลาการกับพระองค์ พระราชาทรงทราบความต่ำทราม แห่งจิตของนาง แล้วก็ทำเป็นกริ้วและอนุญาตให้นางหย่ากับนายมาลาการ แล้วพระราชาได้เสด็จไปสู่สำนักพระศาสดาถวายบังคมทูลอาราธนาพระศาสดาไปรับภัตตาหารในพระราชวังพระศาสดาทรงทราบพระราชหฤทัยของพระราชาพระองค์ทรงรับอาราธนาแล้วเสด็จไปสู่พระราชวังของพระราชา แต่พระศาสดาทรงพระประสงค์ จะประทับที่พระลานหลวง จะประกาศคุณงามความดีของนายมาลาการพระราชาทรงอังคาส พระศาสดาพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ตามส่งเสด็จพระศาสดาไปสู่วิหารเสด็จกลับมาตามนายมาลาการ ถวายถึงสาเหตุที่ถวายดอกไม้แก่พระศาสดา พอทราบเรื่องแล้วทรงพระราชทานรางวัลอย่าง ๘ ชนิด มีช้าง ๘ เชือก ม้า ๘ ตัว ทาส ๘ คน ทาสี ๘ คน กหาปณะ ๘ พัน นารี ๘ นาง และเครื่องประดับอย่างละ ๘ และบ้านส่วยอีก ๘ หมู่บ้านเป็นอันว่ากรรมดีได้สนองผลให้แก่นายสุมนมาลาการในวันนั้นเอง

อภิญญา 22-01-11 18:15

อานิสงส์การทำบุญต่างๆในพระพุทธศาสนาฯ ( 22 )
 
อานิสงส์ถวายหมากเบ็งบูชา
องค์สมเด็จพระบรมศาสดาได้เสด็จประทับอยู่ในวิหาร เมืองสาวัตถีพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ ๕๐๐ รูปเป็นบริวาร ครั้นพระเจ้าปัสเสนทิโกศลได้ทรงตบแต่งดอกไม้ ของหอมพร้อมกันยังขันหมากเบ็งมีข้าวพันก้อนด้วยความประณีตบรรจงเสด็จไปถวายแก่พระภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข พร้อมข้าราชบริพารทั้งหลาย เมื่อถวายเสร็จแล้วพระเจ้าปัสเสนทิโกศล ได้กราบทูลถามถึงผลอานิสงส์ของการสร้างหมากเบ็งบูชาแก่สมเด็จพระพุทธเจ้า และพระอริยสาวก จะมีอานิสงส์เป็นอย่างไร พระพุทธ องค์ทรงตรัสพระธรรมเทศนาว่า ดูกรมหาบพิตรพระราชสมภารบุคคลใดมีใจศรัทธา ใคร่จะทำหมากเบ็งกับข้าวพันก้อนถวายบูชา พระพุทธเจ้าและพระอริยสงฆ์ ผู้นั้นเมื่อทำลายขันธ์ไปแล้วก็จะได้ไปเกิดในสวรรค์เสวยทิพย์สมบัติเป็นสุขสิ้นกาลช้านาน ดังกับหญิงผู้หนึ่ง ซึ่งได้ถวายหมากเบ็งบูชา พระสถูปเจดีย์สมเด็จพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้าครั้นทำกาลกิริยาตายไปก็บังเกิดในดาวดึงส์เทวสถาน มีวิมานทองสูงสิบสองโยชน์ มีนางฟ้าพันหนึ่งเป็นบริวารได้เสวย ทิพย์สมบัติ มากมายดังนี้แล
ดูกรมหาบพิตรอันบุคคลได้ให้หมากเบ็งบูชาพระรัตนตรัยมีผลมากนักเป็นสำดับชั้นตามขั้นหมากเบ็ง คือว่าเมื่อตนได้ตายไปจากมนุษย์โลกนี้แล้วก็ไปอุบัติในบนสวรรค์ชั้นจตุมหาราช เมื่อจุติจากชั้นจาตุมหาราชแล้วก็ได้ไปอุบัติขึ้นในชั้นดาวดึงส์ จนถึงชั้นกามาพจรเป็นที่สุดตามบุญกุศลที่ตนได้กระทำไว้ได้ เสวยสมบัติทิพย์มีวิมานอันงามวิจิตร และมีนางเทพกัญญาอัปสรแวดล้อมเป็นบริวาร นานได้ ๙ ล้านปี ในเมืองมนุษย์จะมีร่างกายผ่องใส ปรารถนาสิ่งใดก็จะได้สมความปรารถนาทุกประการ ครั้นจบพระธรรมเทศนาแล้วพระเจ้าปัสเสนทิโกศล พร้อมด้วยข้าราชบริพารทั้งหลายก็มีจิตยินดีปลาบปลื้มบันเทิงใจ ดังนี้เป็นต้น

อภิญญา 23-01-11 01:45

อานิสงส์การทำบุญต่างๆในพระพุทธศาสนาฯ ( 23 )
 
อานิสงส์การฟังธรรม
ในพระนครสาวัตถี มีธรรมมิกอุบาสก คนหนึ่งมีธิดาเจ็ดคน ซึ่งทั้งบุตรและธิดาก็ขวนขวายในการให้ทาน มีการถวายสลากยาคู สลากภัตต์ ปักขิกภัตต์ อุโปสถิกภัตต์ อาคันตุกภัตต์ คนละอย่างกัน บุตรธิดาเหล่านั้น จึงได้ชื่อว่าอนุชาตบุตร ด้วยกันทั้งนั้นครั้นต่อมาวันหนึ่งธรรมมิกอุบาสก ได้ป่วยเป็นไข้ขึ้น อายุและสังขารก็ถอยลง มีความประสงค์จะฟังธรรมจึงส่งสาส์นไปยังสำนักพระศาสดาขอให้พระองค์จัดส่งภิกษุสักแปดรูปหรือสิบหกรูปพระศาสดาก็ทรงส่งภิกษุไปแล้ว ธรรมมิกอุบาสกก็พูดว่าท่านเจ้าขา การที่เห็นพระผู้เป็นทั้งหลาย ข้าพเจ้าหาได้ยากมาก เพราะข้าพเจ้ามีกำลังน้อย ดังนั้นขอท่านพระผู้เป็นเจ้าทั้งหลาย จงสวดพระสูตรหนึ่งเถิด พระผู้เป็นเจ้าทั้งหลายก็สวดพระสูตรสติปัฏฐานให้ธรรมมิกอุบาสกฟังทันใดนั้น รถหกคันประมาณร้อยห้าสิบโยชน์ประดับด้วยเครื่องอลังการครบทุกอย่างเทียมด้วยม้าสินธพ หนึ่งพันได้แล่นมาแต่เทวโลกทั้งหกชั้น พวกเทวดาผู้ประจำรถก็กล่าวกันว่า พวกข้าพเจ้าจักนำไปสู่เทวโลกของพวกข้าพเจ้า ธรรมมิกอุบาสก ไม่ปรารถนาอันตรายแก่การฟังธรรมจึงกล่าวว่ารอก่อนดังนั้นภิกษุทั้งหลายก็พากันนิ่งเสีย ด้วยเข้าใจว่าธรรมมิกอุบาสกบอกให้หยุด บุตรและธิดาก็พากันร้องไห้ว่าบิดาของตน เมื่อก่อนนี้เป็นผู้สนใจการฟังธรรมแต่บัดนี้กลับห้ามไม่ให้ภิกษุสวดด้วย บิดาของเรากลัวตาย ภิกษุทั้งหลายก็พากันกลับสู่สำนักธรรมิกอุบาสก เผลอไปคู่หนึ่ง เมื่อได้สติแล้วถามบุตรว่าเจ้าทั้งหลายค่ำครวญกันทำไม และพระภิกษุไปไหนกันเสียหมดเล่าข้าแต่พ่อ พ่อได้สั่งให้พระภิกษุหยุดสวด แล้วภิกษุทั้งหลายได้กลับไปหมดแล้วพวกฉันมาคิดว่าธรรมดาสัตว์ผู้ไม่กลับความตายย่อมไม่มีพ่อไม่ได้พูดกับพระผู้เป็นเจ้า ถ้าเช่นนั้นพ่อพูดกับใคร พ่อบอกกับเทวดาทั้งหลาย ที่เอารถซึ่งประดับมาหกคัน แต่เทวโลกหกชั้น แล้วหยุดอยู่ในอากาศแล้วบอกพ่อกับเทวดาเหล่านั้น
พ่อจึงบอกให้รอก่อน รอก่อน ดังนี้ รถอยู่ที่ไหนเล่าพ่อ พวกฉันไม่เห็น
พ่อจึงถามว่า "ดอกไม้ที่ร้อยเป็นพวงมีบ้างไหม" ลูก "มีพ่อ" พ่อ "เทวโลกชั้นไหนน่ารื่นรมย์ "ลูก"ดุสิตพิภพ ซึ่งเป็นที่อยู่ของพระโพธิสัตว์ทุก ๆ พระองค์ น่ารื่นรมย์พ่อ"ถ้าเช่นนั้นเจ้าจงอธิษฐานว่า ขอพวงดอกไม้จงคล้องอยู่ที่รถมาแต่ดุสิตพิภพ แล้วโยนพวงดอกไม้ขึ้นไปบุตรทั้งหลายโยนดอกไม้ขึ้นไป พวงดอกไม้ก็คล้องอยู่ที่งอนรถห้อยอยู่ในอากาศ มหาชนเห็นพวงดอกไม้นั้นแต่ไม่เห็นรถ อุบาสกพูดว่าพวกเจ้าเห็นดอกไม้อยู่ในอากาศแล้วมิใช่หรือ บุตรธิดาทั้งหลายบอกว่าเห็นแล้วจึงบอกว่านั่นแหละ พวงดอกไม้ได้แขวนอยู่ที่รถชั้นดุสิตพ่อจะไปสู่ดุสิตพิภพ
พวกเจ้าอย่าตกใจไปเลย เมื่อต้องการจะไปบังเกิดในสำนักเดียวกับพ่อ ก็จงทำบุญให้ทานรักษาศีลแล้วฟังธรรมตามโอกาสเวลาสมัย ดังที่เราได้ทำไว้แล้วนั่นแหละครั้นแล้วธรรมมิกอุบาสก ก็ทำกาลกิริยาตายไป ไปประดิษฐานอยู่ในรถที่มาแต่ชั้นดุสิตพิภพ มีนางเทพอัปสรพันหนึ่ง แวดล้อมวิมานแก้ว ประมาณยี่สิบห้าโยชน์ได้ปรากฏคอยรอรับธรรมมิกอุบาสกนั้น

อภิญญา 24-01-11 00:58

อานิสงส์การทำบุญต่างๆในพระพุทธศาสนาฯ ( 24 )
 
อานิสงส์ถวายข้าวจี่
มีใจความว่าพระบรมศาสดา ประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหารวันหนึ่งพระองค์ได้ทรงเล็งพระญาณ ตรวจดูหมู่สัตว์โลกในเวลาใกล้รุ่ง ก็ปรากฏเห็นนางปุณณทาสีในฝ่ายพระญาณของพระองค์ว่า นางปุณณทาสีจักต้องตายในวันนี้อย่างแน่นอน ถ้าพระองค์ไม่เสด็จไปอนุเคราะห์ก็จะต้องไปสู่ทุคติ พระองค์ทรงมีพระเมตตากรุณาแก่สัตว์โลกได้ไปโปรดให้พ้นจากบาปอกุศลบรรลุถึงความสุข มีมรรคผลนิพพานตามบารมีของสัตว์นั้น ๆ จะสั่งสมไว้มากน้อยเพียงใด ส่วนนางปุณณทาสี นี้ก็เช่นเดียวกัน พระองค์ได้เสด็จไปโปรดในเวลาบิณฑบาต พระองค์ทรงนุ่งห่มจีวรอันเป็นปริมณฑลแล้วมีพระ อานนท์ ถือบาตรตามเสด็จไปสู่ที่อยู่ของนางปุณณทาสี ส่วนนางปุณณทาสีเป็นคนยากจนเข็ญใจไร้ทรัพย์ อาศัยอยู่ในเรือนเศรษฐีชาวกรุงราชคฤห์เลี้ยงชีวิตเป็นอยู่ ในเช้าวันนั้นนางถูกเศรษฐีให้ตำข้าววัน ยันค่ำ แต่ก็ไม่แล้ว
ครั้นรุ่งเช้าก็ลุกขึ้นแต่เช้ามืดจุดไฟซ้อมตำต่อไป พอสว่างก็เสร็จพอดี นางจึงเอารำอ่อนผสมกับข้าวปั้นให้เหนียว แต่แผ่ย่างไฟให้สุกดีแล้วก็ใส่พอยกครุขึ้นบนบ่าเดินไปตักน้ำปรารถนาจะนำไปบริโภคด้วยตนเอง ครั้นไปถึงในระหว่างทาง เห็นพระบรมศาสดากับพระอานนท์บิณฑบาต ก็เกิดศรัทธาเลื่อมใส โดยมาคิดว่าเราตกทุกข์ได้ยากลำบากทั้งกายและใจ ต้องเป็นทาสีอาศัยเศรษฐีเลี้ยงชีวิตเป็นอยู่ วันหนึ่งวันหนึ่งเท่านั้น ก็เพราะเราไม่ได้ให้ทานรักษาศีลทำบุญไว้ในชาติปางก่อน ชาตินี้เราจึงได้เดือดร้อนลำบากมากในความเป็นอยู่ แต่ว่าเราได้พบพระพุทธเจ้าแล้วแต่ไม่มีของที่จะถวายเห็นมีแต่ข้าวจี่ปั้นนี้แต่ว่ามันเป็นของเลวไม่ประณีต พระพุทธเจ้าจะทรงอนุเคราะห์ฉันหรือ แต่ว่าขึ้นชื่อว่าพระพุทธเจ้าแล้วย่อมมีพระเมตตามหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ย่อมไม่รังเกียจว่าของจะประณีตหรือเลว
เมื่อนางคิดดังนั้นแล้วจึงเดินเข้าไปหาพระบรมศาสดาแล้วอาราธนาว่า ภนฺเต ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญพระองค์ทรงรับข้าวจี่ปั้นนี้ ของหม่อมฉันผู้เป็นคนยากจนเข็ญใจเถิดพระพุทธเจ้าข้า พระศาสดาจึงทรงเปิดบาตรรับข้าวจี่ ของนางปุณณทาสี แล้วเสด็จไปบ้านของเศรษฐี นางปุณณทาสี ครั้นใส่บาตรแล้วก็ยังยืนอยู่ที่นั้น มองดูพระพุทธเจ้ากำลังเสด็จไปสู่บ้านเศรษฐีนั้น ก็มาคิดอีกว่าเมื่อพระศาสดาเสด็จไปฉันข้าวในบ้านเศรษฐี ภัตตาหารในเรือนของเศรษฐีล้วนแต่ของดี ๆ มีกลิ่นรสอันโอชา เป็นของที่ประณีตน่าขบฉัน ส่วนข้าวจี่ของเราเป็นของเลวทราม พระองค์คงไม่ฉันแน่จะต้องเอาโยนทิ้งให้กาและสุนัขเสีย
สมเด็จพระบรมศาสดาทรงทราบวาระจิตของนางปุณณทาสี ว่าคิดอย่างไร จึงรับสั่งให้พระอานนท์ปูลาดอาสนะ ที่ภายใต้ร่มทางแล้วเสด็จประทับนั่งฉันข้าวจี่นั้นให้นางปุณณทาสีเห็น ครั้นทำภัตตกิจเสร็จแล้วตรัสพระสัทธรรมเทศนาอนุโมทนาของนางปุณณทาสี ว่าขึ้นชื่อว่าโภคสมบัติ ของบุคคลผู้ตระหนี่อันมีอยู่ในมนุษย์โลกนี้ จะมากสักหมื่นแสนหรือมากกว่านั้นก็ตาม หาประเสริฐเท่ากับข้าวปั้นหนึ่งอันบุคคลให้ทานแล้วนั้นไม่ เพราะว่าโภคทรัพย์ทั้งหลายที่มีอยู่กับบุคคลผู้ตระหนี่เหนียวแน่นไม่เป็นประโยชน์อันใดเลย แต่จะกินก็ทั้งยากกลับแต่จะหมดเปลืองไปครั้นผู้ตระหนี่นั้นตายลง สมบัติเหล่านั้น ก็เป็นของคนอื่นไปมิได้ติดตามไปสู่ปรภพเบื้องหน้า แต่ทานอันมีประมาณน้อยที่บุคคลได้ถวายแล้วในพระอริยเจ้าเพราะทานนั้นเป็นบันไดไปสู่สุคติสวรรค์ และเป็นเสบียงเลี้ยงตนไปในหนทางทุรกันดาร
ในคราวที่ดับขันธ์แล้ว เมื่อจบพระสัทธรรมเทศนาลงแล้วนางปุณณทาสีได้บรรลุโสดาปฏิผล ได้แซ่ซ้องสาธุการบันเทิงในทานสมบัติ ที่ตนได้ทำแล้วนั้นถวายอภิวาทพระศาสดาจารย์แล้วหลีกไปในขณะที่นางเดินไปตามทางนั้น ด้วยความอิ่มเอิบยินดีไม่ได้ทันพิจารณาดูทางเดินไปเหยียบงูเห่า ในระหว่างทาง งูเห่าเลยขบกัดเท้านางเข้าพิษได้แล่นเข้าปาสู่หัวใจ นางปุณณทาสีก็ทำกาลกิริยาตายไปในที่นั้น แล้วได้ไปเกิดบนสวรรค์เสวยทิพย์สมบัติ มีนางฟ้าพันหนึ่งแวดล้อมเป็นบริวาร ก็เพราะอานิสงส์ที่นางได้ถวายข้าวจี่ปั้นแก่พระพุทธเจ้า

อภิญญา 25-01-11 10:02

อานิสงส์การทำบุญต่างๆในพระพุทธศาสนาฯ ( 25 )
 
อานิสงส์ข้าวประดับดิน (ใส่บาตร)
ทุคคตะคนเข็ญใจไร้ทรัพย์ ความว่า สมัยหนึ่งมีบุรุษเข็ญใจไร้ญาติพี่น้องได้อาศัยพวกชาวบ้านเลี้ยงชีพไปวันหนึ่ง ๆ แต่ว่ามีจิตศรัทธาเลื่อมใสในพุทธศาสนา ปรารถนาใคร่จะถวายทานอยู่เนืองนิตย์แต่ไม่มีวัตถุทานอันประณีตพอจะทำถวายทานได้อยู่มาวันหนึ่งเป็นวันที่ชาวบ้านได้ทำบุญข้าวประดับดินหมู่ชนทั้งหลายก็เตรียมอาหารบิณฑบาต นำไปสู่อารามอย่างล้นหลามด้วยหน้าตาผ่องใสรื่นเริงด้วยกันทุกคน ฝ่ายบุรุษเข็ญใจคนนั้นออกจากกระท่อมน้อยก็แลดูประชาชนเขาทำบุญกันรื่นเริงแจ่มใส น้ำตาก็ไหลรินลงอาบหน้าโดยไม่รู้ตัว ในเมื่อความโศกเศร้าน้อยใจอยู่นั้นก็พอดีเหลือบไปเห็นพระภิกษุรูปหนึ่งเที่ยวโคจรบิณฑบาตมาหยุดตรงหน้าของทุคคตะนั้นก็เกิดศรัทธาแรงกล้านึกถึงข้าวก้อนหนึ่งประมาณเท่าผลมะตูมที่ตนหามาได้ ก็รีบไปเอามาใส่บาตรแก่ภิกษุรูปนั้นด้วยความปีติยินดี ความเสียใจน้อยก็หายไปแล้วอุทิศส่วนกุศลที่ทำแล้วนั้นไปถึงสัตว์ทั้งหลายมีบิดามารดาเป็นต้น ท่านกล่าวว่ามีเปรตชนซึ่งเป็นญาติของทุคคตะนั้น ยมพบาลได้ปล่อยไปเที่ยวแสวงหาอาหาร พอดีกับการทำบุญ ของทุคคตะผู้เป็นญาติอุทิศไปถึงพากันอนุโมทนา แล้วก็อวยพรให้ทุคคตะผู้เป็นญาตินั้นประสบด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ทุกทิพาราตรีกาล ฝ่ายพระยายมราช เมื่อทราบว่าสัตว์นรกเปรตวิสัยนี้มีส่วนบุญ อันได้กระทำไว้ เพราะการรับอนุโมทนาทานที่ญาติได้อุทิศไปถึงตนจึงปล่อยให้พ้นจากกรรมในนรกแล้วก็ถือปฏิสนธิในเทวสถานด้วยอำนาจวาสนาบารมีของทุคคตะส่งไปถึงนั้น ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาทุคคตะได้แสวงหาเลี้ยงชีพก็คล่องแคล่วไม่ขัดสน นำตนให้ประสบความรุ่งเรืองเป็นลำดับมา ถึงกับมีทรัพย์ทำการค้าขายได้โดยสะดวก ก็ได้ทำบุญกุศลทวีขึ้นเป็นลำดับ มีการให้ทาน รักษาศีล เจริญเมตตาภาวนา เป็นต้น ครั้นถึงเวลาอายุขัยก็ทำกาลกิริยาตายไป ก็บังเกิดในสวรรค์เป็นเทพบุตร มีนางเทพอัปสรแวดล้อมเป็นยศบริวารเมื่อหมู่ญาติที่เป็นเทพธิดา ทราบข่าวก็พากันไปถือเครื่องสักการบูชาคุณแก่เทพบุตรนั้น

อภิญญา 26-01-11 01:00

อานิสงส์การทำบุญต่างๆในพระพุทธศาสนาฯ ( 26 )
 
อานิสงส์สลากภัตต์ (ข้าวสาร)
เพราะบุญในคราวนี้เป็นการทำบุญแตกต่างกว่าธรรมดาเพราะมีการจับสลาก แล้วก็ถวายไปตามรายชื่อพระภิกษุสามเณรที่จับได้นั้น การทำบุญนี้เป็นการไม่จำเพาะเจาะจงว่าจะเป็นพระภิกษุรูปใดหรือสามเณรองค์ใดก็ยินดีถวายทั้งนั้นเป็นการกำจัดกิเลสชนิดหนึ่งเรียกว่าอคติเสียได้ ทาน ศีล การฟังธรรมในอดีตกาลล่วงมาแล้ว มีพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า ปทุมมุตตระ อาศัยอยู่ในกรุงสาวัตถีนครเป็นที่โคจรบิณฑบาต
มีสามีภรรยาคู่หนึ่งเป็นคนยากจนอนาถา อยู่ในพระนครนั้นแสวงหาเลี้ยงชีพด้วยการรับจ้างหาฟืนขาย อยู่มาวันหนึ่งบุรุษผู้สามีพิจารณาดูการเลี้ยงชีพที่ฝืดเคืองนักก็เนื่องมาจากตนมิได้บำเพ็ญกองการกุศล มีการให้ทานรักษาศีล สดับรับฟังพระธรรมเทศนาและเจริญเมตตาภาวนาเป็นต้นในชาติปางก่อนอย่างแน่นอน มาในชาตินี้จึงเป็นคนเข็ญใจไร้ทรัพย์อับปัญญา เมื่อมาพิจารณาดังนี้แล้ว จิตใจก็อยากจะทำบุญให้ทานเพื่อจะได้เป็นนิธิขุมทรัพย์ เป็นเสบียงไปในปรภพเบื้องหน้า จึงปรึกษากับภรรยาของตนตามที่เจตนาดำริไว้นั้น ฝ่ายภรรยาก็คล้อยตามไปด้วยความยินดีรีบจัดแจงหาเครื่องไทยทาน ทำตามสมควรแก่กำลังของตน แล้วนำไปสู่อารามทำเป็นสลากภัตต์พร้อมกับมหาชนทั้งหลาย สามีภรรยาคู่นั้นจับสลากถูกภิกษุรูปหนึ่งจึงน้อมเข้าไปถวายด้วยความปีติ แล้วตั้งความปรารถนาว่าเดชะบุญกุศลผลทานนี้ ขอให้ข้าพเจ้าบริบูรณ์ด้วยยศศักดิ์สมบัติบริวาร ขึ้นชื่อว่าความตกทุกข์ได้ยากเข็ญใจ เหมือนในชาตินี้อย่า ได้พึงมีแก่ข้าพเจ้าในภพต่อ ๆ ไปเลย สามีภรรยาคู่นั้นอยู่ต่อมาจนสิ้นอายุขัยทำกาลกิริยาตายไปแล้วก็อุบัติในดาวดึงส์สวรรค์สิ้นบุญแล้ว ก็มาเกิดเป็นพระเจ้าศรัทธาติสสะ ณ เมืองพาราณสี พระเจ้าศรัทธาติสสะนั้นครั้นกลับชาติมาก็คือพระตถาคตนี้เอง เมื่อสิ้นกระแสพระธรรมเทศนาแล้วเหล่าพุทธบริษัท ทั้งหลาย มีพระเจ้าปัสเสนทิโกศลเป็นต้น ก็ชื่นชมผลทานในการถวายสลากภัตต์เป็นยิ่งนัก

อภิญญา 27-01-11 01:23

อานิสงส์การทำบุญต่างๆในพระพุทธศาสนาฯ ( 27 )
 
อานิสงส์สังฆทาน
การถวายอาหารบิณฑบาตแก่ภิกษุสงฆ์ให้แก่บรรดาท่านพุทธศาสนิกชนทั้งหลายที่ได้พร้อมในกันนำอาหารบิณฑบาตพร้อมด้วยเครื่องบริวารทั้งหลายมาถวายในท่ามกลางสงฆ์มิได้จำเพาะเจาะจงแก่พระภิกษุรูปใดรูปหนึ่งก็หามิได้อย่างนี้เรียกว่าสังฆทานอีกอย่างหนึ่งเรียกว่าถวายทานเจาะจงบุคลิก รูปนั้น รูปนี้ อย่างนี้เรียกว่า ปาฏิบุคลิกทาน จึงจัดเป็น ๒ ประเภทดังที่ได้แสดงมาแล้วนั้นการถวายทานนั้น
ถ้าถวายเป็นสังฆทานมีผลาสิสงส์มากกว่าบุคลิกทาน จากดังจะเห็นจากพระสิวลีเถระผู้มีลาภมาก จนได้รับเป็นเอตทัคคะ จากพระพุทธเจ้าว่าเป็นผู้เลิศด้วยลาภจะไปทางไหน ก็มีแต่อดิเรกลาภ เหลือหลาย บริบูรณ์ ก็เพราะท่านได้ถวายทานมาแต่ในชาติปางก่อน ชาตินี้ท่านก็มีความสุขกายสบายใจไม่เดือดร้อนอดอยาก ความพิสดารว่าในสมัยหนึ่ง พระผู้เป็นเจ้าสิวลีได้เกิดเป็นบุตรของเศรษฐี เมื่อเจริญวัยขึ้นมาก็มีจิตศรัทธาเลื่อมใสได้ให้ทานแก่พระปัจเจกโพธิวันละองค์ ๆ ครั้นต่อมาได้รับสมบัติแทนบิดา เป็นเศรษฐีก็ถวายทานแก่พระปัจเจกโพธิขึ้นอีกรวมเป็น ๗ องค์ ต่อวัน ตลอดมากระทำอยู่ดังนี้จนสิ้นชีพ ก็ได้ไปเกิดบนสวรรค์ชั้นยามามีวิมานสูง ๓๐ โยชน์ มีนางฟ้าเทพอัปสรหนึ่งหมื่นเป็นบริวาร เสวยสุขทิพย์สมบัติในชั้นยามาประมาณโกฏิปีในเมืองมนุษย์ ครั้นถึงศาสนาของสมเด็จพระพุทธเจ้าของเรา
ทุกวันนี้จึงจุติมาถือกำเนิดในตระกูลเจ้าศากยะ บริบูรณ์โภคสมบัติยิ่งนัก ครั้นเจริญวัยขั้นมาก็ออกบวชต่อพระพุทธเจ้า ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ขีณาสพ มีชื่อว่าพระสิวลีเถระ เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายที่มีลาภมาก พระเถระจะไปสู่สถานที่ใดเทวดามนุษย์ทั้งหลายย่อมสักการบูชาด้วยเครื่องไทยทานอย่างมากมายแม้บริวารของท่านก็พลอยบริบูรณ์พูนสุขไปด้วยดังนี้ ก็เพราะอานิสงส์แห่งการถวายทานให้เป็นสังฆทาน

อภิญญา 28-01-11 00:44

อานิสงส์การทำบุญต่างๆในพระพุทธศาสนาฯ ( 28 )
 
อานิสงส์สร้างหนังสือ
ดังมีใจความว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จประทับอยู่ในเชตวันมหาวิหาร ณ กรุงสาวัตถี ในเวลานั้นพระสารีบุตรเถระเจ้ามีความประสงค์ว่าจักทูลถามพระพุทธเจ้าให้ทรงแสดงธรรมประกาศอานิสงส์สร้างพระไตรปิฎก ให้ทราบทั่วถึงกันแก่พุทธบริษัทพระเถระเจ้าก็เข้าเฝ้าทูลถามแก่พระผู้มีพระภาคเจ้าว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าชนทั้งหลายให้พุทธศาสนายืนยาวถึง ๕ พันวัสสา จะมีอานิสงส์เป็นประการใด พระพุทธเจ้าข้า พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า ดูกรท่านสารีบุตร ถ้าชนทั้งหลายมีจิตรศรัทธาเลื่อมใสเช่นนั้นแล้ว เมื่อตายไปแล้วก็จักรได้เสวยราชสมบัติเป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชถึง ๘ หมื่น ๔ พันกัลป์ ใช่แต่เท่านั้น เมื่อเคลื่อนจากความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิแล้ว ก็จะได้เป็นพระราชา มีอนุภาพอีก ๙ อสงไขย ต่อจากนั้นก็ได้เสวยสมบัติในตระกูลต่าง ๆ เป็นลำดับไป คือตระกูลพราหมณ์มหาศาล ตระกูลเศรษฐีคฤหบดี และเป็นภูมิเทวดาอากาศเทวดา อย่างละ ๙ อสงไขย ต่อแต่นั้นก็จะได้เสวยในสวรรค์ทั้ง ๖ ชั้น เป็นลำดับไปชั้นละ ๘ อสงไขย เมื่อจุติจากชั้นเทวโลกแล้ว มาถือกำเนิดเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะมีร่างกายบริสุทธิ์ผุดผ่อง เป็นที่รักใคร่แก่คนทั้งหลายที่ได้พบเห็นทั้งน้ำใจก็บริสุทธิ์สุจริตปราศจากบาปธรรมอกุศลทั้งปวง และเป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาดรอบรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม ดังนี้เป็นต้น
ดูกรท่านสารีบุตรเมื่อตถาคตสร้างบารมีอยู่ได้เกิดเป็นอำมาตย์ของพุทธบิดา แห่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า ปุราณโคดม ได้สร้างพระไตรปิฎกไว้ให้สืบองค์ได้ตั้งความปรารถนา ขอตรัสเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งเถิดในอนาคตกาลโน้น สมเด็จพระปุราณโคดมบรมศาสดาทรงพยากรณ์ไว้ว่า อำมาตย์ผู้นี้ต่อไปภายภาคหน้า จะได้ตรัสเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งมีพระนามว่า พระสมณโคดมก็คือพระตถาคต เรานี้เองดังนี้แล ก็สิ้นสุดพระกระแสธรรมเทศนา ที่พระบรมศาสดาทรงแสดงแก่พระสารีบุตรเถระเจ้าแต่เพียงเท่านี้

อภิญญา 29-01-11 00:37

อานิสงส์การทำบุญต่างๆในพระพุทธศาสนาฯ ( 29 )
 
อานิสงส์ปลูกต้นโพธิ์
มีใจความว่าพระปุตถินทายกัตเถระรูปนี้ได้บวชในศาสนาของพระสมณโคดมบรมศาสดาของเราท่านได้บำเพ็ญเพียรเรียนวิปัสสนาจนสำเร็จพระอรหันต์ประกอบด้วยอภิญญา ๖ เชี่ยวชาญนัก เมื่อพระผู้เป็นเจ้าได้บรรลุพระอรหันต์แล้ว วันหนึ่งนั่งอยู่ในที่สงัด พระเถระเจ้าได้ระลึกถึงปุพพกรรมที่ทำให้ได้บรรลุถึงอรหัตตผล เพราะเหตุกุศลผลบุญอะไรที่ตนได้กระทำไว้ในชาติปางก่อน จึงได้เสวยวิมุตติสุขถึงเพียงนี้ พระเถระเจ้าก็ทราบชัดโดยทิพจักขุญาณ แต่เมื่อมีความประสงค์จะ แสดงถึงผลบุญ จะได้เป็นประโยชน์แก่พุทธบริษัทต่อไปในภาคหน้า จึงได้ลุกจากอาสนะไปสู่ที่บริษัททั้ง ๔ แล้วกล่าวว่า วิปสฺสิสฺส ภควโต ดังนี้เป็นอาทิความว่า ดูกรพุทธบริษัททั้งหลายเมื่อครั้งศาสนาพระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้า อาตมาได้กำเนิดเกิดเป็นบุรุษผู้หนึ่งมีจิตเลื่อมใสในพระศาสนาวันหนึ่งอาตมาได้ออกจากบ้านไปสู่อาราม ได้ทัศนาเห็นต้นไม้ศรีมหาโพธิ์เศร้าหมอง รกปกคลุมไปด้วยหญ้าและใบไม้ จึงได้ชำระถากถางหญ้า และปัดกวาดใบไม้ให้สะอาด แล้วขนทรายมาเกลี่ยทำให้เสมอ ทำเป็นแท่นที่ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์นั้น แล้วตบแต่งประดับประดาด้วยดอกไม้ของหอม ดูแล้วเป็นที่รื่นรมย์ เมื่อกระทำแล้วมีความปีติยินดียิ่งนัก ครั้นเมื่อถึงมรณะสมัยใกล้จะทำกาลกิริยาตายจิตก็ระลึกถึงกุศลที่ตนได้ทำการปัดกวาด ชำระ และก่อแท่นที่ต้นศรีมหาโพธิ์ ครั้นตายแล้วก็ไปอุบัติในชั้นดุสิตเสวยทิพยมานทอง มีหมู่นางเทพอัปสรแวดล้อมเป็นบริวาร ครั้นจุติจากเทวโลกได้มาถือกำเนิดในมนุษย์โลก เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ได้ท่องเที่ยวอยู่ในสังสารวัฏฏ์มาจนถึงศาสนาแห่งพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า อาตมาได้เกิดในตระกูลเศรษฐี ครั้นเจริญวัยขึ้นก็ออกบวชในพระพุทธศาสนา เจริญวิปัสสนาไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหันต์ ก็เพราะบุญกุศลที่ได้ปลูกต้นไม้ศรีมหาโพธิ์นี้ก่อพระแท่นนั้น เป็นปฐมเหตุดังนี้เป็นต้น เมื่อจบพระธรรมเทศนาลงแล้ว พุทธบริษัททั้งหลาย ก็มีความยินดีในธรรมภาษิตที่พระเถระเจ้าแสดงเป็นยิ่งนัก

อภิญญา 30-01-11 09:25

อานิสงส์การทำบุญต่างๆในพระพุทธศาสนาฯ ( 30 )
 
อานิสงส์ต่ออายุ
บุญต่ออายุนี้นับว่าเป็นการไม่ประมาท เพราะทำตามประเพณีของพุทธศาสนา ได้อาราธนา
พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ สวดพระปริตแล้วยังมาจัดให้มีพระธรรมเทศนาอีกด้วยดังนี้ แม้แต่ในเมื่อองค์สมเด็จพระบรมศาสดายังมีพระชนม์อยู่ พระองค์ได้ทำทรงทำมาแล้วกับอายุวัฒนกุมาร ดังอาตมาภาพจักยกแสดงเป็นนิทัสนอุทาหรณ์ เพื่อจะได้เป็นเครื่องประดับสติปัญญาบารมีกุศลสืบต่อไป ดังมีใจความว่ามีพราหมณ์ ๒ คน เป็นชาวทีฆลัมพิกนคร บวชในลัทธิภายนอกพระศาสนาบำเพ็ญตบะอยู่สิ้น ๑๘ ปี บรรดาพราหมณ์ ๒ คนนั้น คนหนึ่งคิดว่าประเพณีของเราจักเสื่อมจึงได้สึกขายบริขารของตนให้แก่ชนทั่วไป เสร็จแล้วได้ภรรยาคนหนึ่งพร้อมด้วยโค ๑๐๐ ตัว ทรัพย์ ๑๐๐ กหาปณะ ตั้งไว้เป็นทุน ฝ่ายภรรยาของเขาคลอดบุตรแล้วส่วนสหายนอกนี้ไปสู่ต่างถิ่นกลับสู่นครนั้นเมื่อพราหมณ์สหายทราบข่าว จึงได้พาบุตรภรรยาไปเยี่ยม เมื่อไปถึงพราหมณ์และภรรยาไหว้สหายก็กล่าวว่า ขอให้ท่านทั้ง ๒ จงมีอายุยืน ถึงคราวบุตรไหว้สหายไม่ได้พูดว่ากระไร พราหมณ์ตกใจ จึงได้รีบถามว่าทำไมละสหาย เมื่อเราทั้งสองไหว้จึงกล่าวว่าจงมีอายุยืน คราวบุตรไหว้ทำไมจึงไม่พูดว่ากระไร เหตุไรจะมีขึ้นหนอ สหาย เด็กนี้จะตายภายใน ๗ วัน พราหมณ์รู้สึกตกใจเป็นกำลัง จึงได้ถามอุบายแก้ว่าสหายมีวิธีแก้บ้างไหม สหายไม่มีแล้ว วิธีแก้นี่เราเห็นสมณโคดมพระองค์เดียวพระองค์มีวิธีแก้ไขอย่างเลิศสหาย เราจะไปได้อย่างไรเดี๋ยวตบะของเราก็เสื่อมเท่านั้น ลูกตายกับตบะเสื่อมจะเอาอย่างไหนดี
พราหมณ์เลยตัดสินใจพาบุตร และภรรยาไปสู่สำนักของพระศาสดาเมื่อถึงแล้วก็ ไหว้พระ
ศาสดาพระองค์ก็ตรัสว่าจงมีอายุยืน ต่อเมื่อบุตรน้อยไหว้พระศาสดาก็ไม่ตรัสว่ากระไร พราหมณ์จึงกราบทูลถึงวิธีแก้ไขเหตุนั้น พระศาสดาตรัสอุบายที่จะไม่ให้เด็กนั้นตายใน ๗ วัน แก่พราหมณ์ว่า ท่านเองทำมณฑปไว้ เมื่อเสร็จแล้วก็นิมนต์พระสงฆ์ไปเจริญพระพุทธมนต์ ๘ รูป หรือ ๑๖ รูป พราหมณ์จึงรับได้พระเจ้าเข้า

พระศาสดาเมื่อพราหมณ์สร้างมณฑปเสร็จแล้ว จึงได้ส่งภิกษุไปตามจำนวนที่พราหมณ์ต้องการภิกษุได้เจริญพระพุทธมนต์สิ้น ๗ วัน ในวันที่ ๗ พระศาสดาได้เสด็จไปเอง เจริญพุทธมนต์ด้วยหมู่ภิกษุ อวรุทธกยักษ์ผู้บำรุงท้าวเวสสุวรรณ ต้องการจะจับเด็กนั้นไปกินเป็นอาหาร ก็กลับไปด้วยความผิดหวัง ในวันที่ ๘ สองสมีภรรยาได้นำบุตรมาวางไว้แทบพระบาทของพระศาสดา พระองค์จึงตรัสว่าขอเจ้าจงมีอายุยืน พราหมณ์ถามด้วยความสงสัยว่าจะมีอายุเท่าไร พระเจ้าข้า พระศาสดาตรัสตอบว่า ๑๒๐ ปี พราหมณ์ ๒ สามีภรรยาจึงตั้งชื่อบุตรว่า อายุวัฒนกุมาร เมื่อเขาเติบโตแล้วได้มีอุบาสก ๕๐๐ คน แวดล้อมแล้ว ภิกษุทั้งหลายสนทนากันในโรงธรรมว่าผู้มีอายุทั้งหลายอายุวัฒนกุมารนี้จะตายภายใน ๗ วัน แต่แล้วกลับจะมีอายุ ๑๒๐ ปี เหตุเป็นเครื่องเจริญแห่งอายุ ของสัตว์เห็นจะมี พระศาสดาเสด็จมาแล้วตรัสถามว่า ภิกษุทั้งหลายพวกเธอสนทนาด้วยเรื่องอะไรกัน เมื่อภิกษุกราบทูลว่า เรื่องชื่อนี้พระองค์จึงตรัสว่า ภิกษุทั้งหลายอายุเจริญอย่างเดียวเท่านั้นหามิได้ ก็สัตว์เหล่านี้ไว้ท่านผู้มีพระคุณ ย่อมเจริญด้วยเหตุ ๔ ประการ พ้นจากอันตรายดำรงอยู่จนตลอดอายุทีเดียว


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 01:32

vBulletin รุ่น 3.8.1
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2020, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด