อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ประวัติพระพุทธศาสนา และพุทธกิจ

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 11-01-14, 19:54
เพิ่มบุญ's Avatar
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2011
ข้อความ: 1,258
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 8,965
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 3,279 ครั้ง ใน 3,279 ข้อความ
พลังบุญ: 4547
เพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished road
Default การถวายทานแบบ "อสทิสทาน"



การถวายทานแบบ "อสทิสทาน"

ถาม : (ไม่ชัด) ความหมายของอสทิสทาน

ตอบ: อสทิสทาน คือ ทานที่ไม่มีใครสามารถเปรียบได้ที่จะถวาย อย่างเช่น พระนางมัลลิกาเทวี ท่านทำ ใช้เจ้าหญิง ๕๐๐ ไหวมั้ย ? ๒ องค์ ปรนนิบัติพระ ๓ องค์ ใช้ช้าง ๕๐๐ เชือก เพื่อกั้นกลดถวายพระ เจอเข้าไปสองห้าร้อยเราก็หมดแล้ว ถ้าไม่ใช่ยิ่งใหญ่ระดับพระมหากษัตริย์หรือโคตรมหาเศรษฐีถวายไม่ได้หรอก ที่ท่านทำได้เพราะว่าท่านมีเจ้าหญิง ๕๐๐ (หัวเราะ) ชาวบ้านจะไปเอาที่ไหนล่ะ เจ้าหญิง ๕๐๐

 อสทิสทาน คือทานที่ไม่มีใครเปรียบได้ อย่างสมัยพระสีวลี ที่ท่านเป็นคนตัดฟืนก็เหมือนกัน อันนั้นชาวบ้านกับพระราชาแข่งกันถวายทานใช่มั้ย ? ใครจะทำได้ดีกว่า พอไปเห็นทานของเขาประณีตกว่ามีอะไรมากกว่า เดี๋ยวงวดต่อไปเราต้องหาให้เยอะกว่านั้น หาไปหามางานสุดท้ายกะเอาชนะพระราชาให้ได้ก็ว่ามันทุกอย่างเลย แหมดันไปขาดน้ำผึ้งสดซะได้ ที่คั้นแล้วนานๆ นั้นมี แต่น้ำผึ้งสดคารวงอยู่มันไม่มี พระสีวลีท่านเป็นคนตัดฟืนก็บังเอิญไปจ๊ะเอ๋รังผึ้งเข้า

 ท่านเองวันนี้ท่านก็จะเข้าเมืองอยู่แล้ว เดี๋ยวเอาไปฝากสหายเรา ก็ตีผึ้งไป ปรากฏเศรษฐีก็ให้คนถือเงินไปนั่งรอที่ประตูเมืองด้านละ ๑๐๐๐ กหาปณะ ประตูเมืองทั้ง ๔ ทิศ คนไหนมาแล้วถือรวงผึ้งมาก็ให้ขอซื้อเขา บอกว่าให้ราคาสูงสุดได้ถึง ๑๐๐๐ กหาปณะ พอพระสีวลีถือรวงผึ้งมา คนก็เข้าไปขอซื้อให้ ๑ กหาปณะ ท่านได้ยินก็แปลกใจ ก่อนหน้านั้นแพงมาก ๑ กหาปณะ เท่ากับ ตำลึงทอง ๔ บาท สมัยนั้นก็เทียบราคาตำลึงทอง เท่ากับ ๔ บาททองคำ ท่านก็แปลกใจ

 คราวนี้ท่านเป็นคนมีปัญญา รู้ว่าของไม่แพงขนาดนี้ให้แพงขนาดนี้ก็โก่งราคา บอกราคาแค่นี้ไม่ขาย เค้าก็ให้ ๒,๔,๘,๑๖ กหาปณะ ไล่เข้าไปจนถึง ๑๐๐๐ ก็ไม่ขาย แต่แปลกใจมาก ถามว่าจะเอาไปทำอะไรให้แพงขนาดนี้ ชาวบ้านก็เล่าให้ฟัง เจ้านายของเราจะทำบุญแข่งกับพระราชา งานนี้พระราชาต้องแพ้เราแน่ เพราะเรามีของครบทุกอย่าง แต่ขาดอยู่อย่างเดียวก็คือ น้ำผึ้งสดจากรวงที่ท่านมีอยู่ถึงได้ขอซื้อ ท่านบอกว่า ถ้าอย่างนั้นไม่ขายหรอก แต่ถ้าอนุญาตให้ร่วมบุญด้วย ก็จะเอาน้ำผึ้งสดจากรวงถวายร่วมบุญด้วย เขาก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นต้องไปถามเจ้านายเราก่อน พอไปถามมหาเศรษฐี ท่านก็ตกลงยินดีด้วย พระสีวลีท่านก็นำเอารวงผึ้งไปคั้นน้ำ ไม่น่าเชื่อว่าน้ำผึ้งที่คั้นออกมาไม่ทราบเหมือนกันว่าเทวดาท่านช่วยอีท่าไหน มีจำนวนพอถวายพระภิกษุสงฆ์ทั้งแสนรูป

 คราวนี้กองทานของเขานั่น มันขาดอยู่อย่างเดียวก็คือน้ำผึ้งสดจากรวง พระสีวลีท่านไปทำบุญปิดท้ายเขาก็เลยกลายเป็นรวบยอด เกิดมากี่ชาติ กี่ชาติ รวยไม่รู้เรื่องเลย ชาติที่ท่านเป็นพระสีวลี ท่านก็เกิดอยู่ในท้องของ พระนางสุปวาสา ปรากฎว่าแม่ท้องตั้ง ๗ ปี ๗ วัน อานิสงส์กรรมเก่า ชาติหนึ่งท่านเป็นพระมหากษัตริย์ไปล้อมเมืองเขาอยู่ ๗ ปี กับ ๗ วัน คลอดออกมาก็โตเป็นหนุ่มเลย

 คราวนี้ก็มีการเชิญเลี้ยงนิมนต์พระเข้าไปในวัง ไปฉัน พระสีวลีท่านออกมาก็ ๗ ขวบกว่า ท่านก็ประเคนของได้เลย พระสารีบุตรก็ถาม เป็นไงกุมารอยู่ในท้องแม่สบายมั้ย ? พระกุมารบอก สบายอย่างไรได้พระคุณท่าน ต้องขดงอก่องอขิงอยู่ ๗ ปีกว่า นั่งเฉยๆ อย่างเดียวก็เมื่อยจะแย่อยู่แล้ว ก็บอกว่าในเมื่อมันทุกข์ขนาดนี้แล้ว จะบวชมั้ยเล่า ? เพราะบวชแล้วปฏิบัติพ้นทุกข์ได้ พระสีวลีก็บอก ถ้าบวชแล้วปฏิบัติพ้นทุกข์ได้ก็จะบวช ก็ไปถามพระนางสุปวาสา ท่านก็โมทนาด้วยก็ตกลง พระสารีบุตรก็เลยบวชให้ เขาบอกว่า มีดโกนจรดศีรษะครั้งแรกท่านเป็นพระโสดาบัน ครั้งที่สองท่านเป็นพระอนาคามี ครั้งที่สามเป็นพระอรหันต์ไปเลย คนทุกข์มา ๗ ปีกว่าๆ มันเห็นชัดมากเลย ไม่ต้องเสียเวลาพิจารณามาก

 คราวนี้จุดนั้นก็เลยกลายเป็นว่าชาวบ้านชนะพระราชา พระราชาหาของไม่ได้เยอะขนาดนั้น ก็เลยกลายเป็นอสทิสทาน ท่านที่ไม่มีใครเขาเปรียบได้ แต่แปลกมาก การถวายอสทิสทานหัวหน้าทีมต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้น เป็นผู้ชายอด มีหน้าที่เป็นลูกน้องอย่างเดียว มีหน้าที่วิ่งไปหาของอย่างเดียว จะร่วมบุญจะอะไรก็ได้ แต่ว่าหัวหน้าทีมเจ้ามือใหญ่เป็นผู้หญิง ในศาสนาของสมเด็จพระสมณโคดมของเราก็พระนางมัลลิกาเทวีถวายอสทิสทาน แม่ถวายก็เป็นของเราอยู่แล้ว

ถาม : อสทิสทานในศาสนาของเราก็จะมีได้แค่หนเดียว ?

ตอบ: หนเดียว

ถาม: เพราะจะไม่มีใครทำเทียบได้อีกแล้ว

ตอบ : ตัวเองทำอีกก็ไม่ได้ดีกว่านั้น คงจะได้แค่นั้น มันมีเกร็ดขำๆ อยู่ตอนหนึ่ง ก็คือว่าเขาหาช้างได้ ๔๙๙ เชือก ขาดอีก ๑ เชือก เป็นช้างตกมันหาไม่ได้ หมดประเทศแล้ว เสร็จแล้วจะทำอย่างไร ก็ไปทูลพระราชา

 คราวนี้พระเจ้าปเสนทิโกศลก็เลยเข้าไปทูลถามพระพุทธเจ้าว่า ช้างตกมันเอามากั้นกลดถวายพระจะมีอันตรายมั้ย ? พระพุทธเจ้าบอกว่า เอาไปกั้นกลดถวายพระองคุลีมาลเถระเถอะ เป็นยังไง มันต้องเจอคนที่สมน้ำสมเนื้อกันหน่อย เขาบอกว่ามหาชนทั้งหลายเห็นว่าช้างนั้นเอางวงจับกลดกั้นยืนนิ่งอยู่เหมือนดั่งรูปปั้น พอถึงเวลาฉันเสร็จ กล่าวอนุโมทนาเสร็จพระจะกลับ ภิกษุที่เป็นปุถุชนก็สงสัยเข้าไปเรียนถามพระมหาเถระว่า รู้สึกอย่างไรที่มีช้างตกมันยืนกั้นกลดให้ พระองคุลีมาลเถระบอกว่า ไม่รู้สึกอะไรหรอก นอกจากว่าเรารักเขาๆ ก็เลยรักเราด้วย คือท่านแผ่เมตตาเป็นปกติแล้วทีนี้กำลังท่านสูง กระทั่งช้างตกมันรับตัวเมตตาท่านได้ก็เลยหายตกมัน ยืนกั้นกลดเป็นตุ๊กตาไปเลย


สนทนากับพระเล็ก สุธมฺมปญฺโญ
เดือนมกราคม ๒๕๔๗(ต่อ)
ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เพิ่มบุญ ในข้อความนี้
พรรณวดี (12-02-14), Jira (16-02-14), Rich (14-01-14)
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 03:25


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่