อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ประวัติพระพุทธศาสนา และพุทธกิจ

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 26-05-10, 13:52
Apinya's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 795
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 3,194
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 8,402 ครั้ง ใน 8,402 ข้อความ
พลังบุญ: 2879
Apinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these parts
Default พระมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ

อภิญญา-พระมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ-buddha-jpg

ทีฆนิกาย ปาฎิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๒ ข้อ ๑๓๐ - ๑๗๑ แสดงพระมหาปุริสลักษณะ ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ๓๒ ประการดังนี้

๑. สุปติฎฺฐิตปาโท ฝ่าพระบาทราบเสมอกัน (ฝ่าพระบาทเต็ม)
๒.เหฎฺฐาปาทตเลสุ จกฺกานิ ชาตานิ พื้นประบาทประดับด้วยรูปจักรประดิษฐานอยู่พร้อมด้วยกง และดุม
๓. อายตปณฺหิ ส้นพระบาทยาว
๔. ทีฆงฺคุลิ นิ้วพระหัตถ์และนิ้วพระบาทยาวเรียว
๕. มุทุตลนหตฺปาโท ฝ่าพระหัตถ์และฝ่าพระบาท อ่อนนุ่ม
๖. ชาลหตฺถปาโท หลังพระบาทดุจสังข์คว่ำ
๗. อุสฺสังฺขปาโท หลังพระบาทดุจสังข์คว่ำ
๘. เอณิชงฺโฆ พระชงฆ์เรียวดุจแข้งเนื้อทราย
๙. ฐิตโก ว อโนนมนฺโต อุโภหิ ปาณิตเลหิ ชณฺณุกานิ ปรามสติ เมื่อประทับยืนตรง พระหัตถ์ทั้งสองลูบจับพระชานุได้
๑๐. โกโสหิตวตฺถคุยฺโห พระคุยหะเร้นอยู่ในฝัก
๑๑. สุวณฺณวณฺโณ พระฉวีดุจสีทอง
๑๒. สุขุมจฺฉวิ พระฉวีละเอียด ธุลีละอองไม่ติดพระวรกาย
๑๓. เอเกกโลโม พระโลมามีขุมละเส้น
๑๔. อุทฺธคฺคโลโม พระโลมาดำสนิท ปลายงอนขึ้นเบื้องบน เวียนเป็นทักษิณาวัฎ
๑๕. พฺรหฺมุชุคตฺโต พระวรกายตรงดุจกายท้าวมหาพรหม
๑๖. สตฺตุสฺสโท พระมังสะอูมในที่ ๗ แห่ง คือ พลังพระหัตถ์ทั้งสอง หลังพระบาททั้งสอง พระอังสาทั้งสอง และพระศอ
๑๗. สีหปุพฺพฑฺฒกาโย พระวรกายดุจกายท่อนหน้าของราชสีห์
๑๘. ปีตนฺตรํโส พระปฤษฎางค์ราบเสมอกัน
๑๙. นิโครธปริมณฺฑโล พระวรกายดุจปริมณฑลของไม้นิโครธ
๒๐. สมวฏฺฏกฺขนฺโธ ลำพระศอกลมเสมอกัน
๒๑. รสคฺคสคฺคี ประสาทรับรสพระกระยาหารเป็นเลิศ
๒๒. สีหหนุ พระหนุ (คาง) ดุจคางราชสีห์
๒๓. จตฺตาฬีสทนฺโต พระทนต์ทั้งหมดมี ๔๐ ซี่
๒๔. สมทนฺโต พระทนต์เรียบเสมอกัน
๒๕. อวิวรทนฺโต พระทนต์เรียบเสมอกัน
๒๖. สุสุกฺกทาโฐ พระเขี้ยวแก้วทั้ง ๔ ขาวงาม
๒๗. ปหูตชิวฺโห พระชิวหา (ลิ้น) อ่อนและยาว
๒๘. พฺรหฺมสโร กรวิกภาณี พระสุรเสียงดุจเสียงพรหม สำเนียงดุจนกการเวก
๒๙. อภินีลเนตฺโต พระเนตรดำ มีสีดุจสีนิล
๓๐. โคปขุโม ดวงพระเนตรแจ่มใสดุจนัยน์ตาลูกโค
๓๑. อุณณา ภมุกนฺตเร ชาตา มีพระอุณาโลมอยู่ระหว่างพระขนง
๓๒. อุณฺหิสสีโส พระเศียรงามดุจประดับด้วยกรอบพระพักตร์

พระมหาบุรุษเพียบพร้อมด้วยพระมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ ย่อมมีคติเป็นสองเท่านั้น คือ

หากครองเพศฆราวาส จักได้เป็นจักรพรรดิ ราชาผู้ทรงธรรม ทรงชนะข้าศึกโดยมิต้องใช้อาชญา มิต้องใช้ศัสตรา ครอบครองอาณาจักรอันมั่นคง โดยมีมหาสมุทร ๔ เป็นขอบเขต ประกอบด้วยรัตนะ ๗ ประการ คือ จักรแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว แก้วมณี นางแก้ว คฤหบดีแก้ว และปริณายกแก้ว

หากครองเพศบรรพชิต จักได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า

ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๒ ลักขณสูตร หน้า ๒-๔
มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ เล่ม ๒ ภาค ๒ พรหมายุสูตร ๒๓๔-๒๓๖
__________________
"สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลมีความดับเป็นธรรมดา"

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 9 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Apinya ในข้อความนี้
พรรณวดี (26-05-10), พุทธรักษา (12-01-11), ก้อนดิน (28-02-12), อภิญญา (26-05-10), ปาริฉัตรมณี (26-05-10), นำธรรม (13-05-13), เพิ่มบุญ (03-04-13), เดชะบุญ (12-06-10), Jira (16-02-14)
  #2  
เก่า 26-05-10, 15:32
Apinya's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 795
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 3,194
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 8,402 ครั้ง ใน 8,402 ข้อความ
พลังบุญ: 2879
Apinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these parts
Default กุศลกรรมที่ทำให้ได้พระมหาปุริสลักษณะ

อภิญญา-พระมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ-buddha2-jpg

สมัยหนึ่ง พระอานนท์เถระจาริกไปบิณฑบาตในหมู่บ้านชาวกรุงสาวัตถี ได้สดับการสนทนาของชาวบ้าน ที่นั่งประชุมสนทนากันว่าพระวรกายของพระผู้มีพระภาคเจ้า สมบูรณ์ด้วยมหาปุริสลักษณะ ๓๒ อนุพยัญชนะ ๘๐ มีพระรัศมีแผ่ออกจากพระวรกายวาหนึ่ง เมื่อเปล่งพระรัศมีมีสี ๖ ประการ ช่างงดงามสุดพรรณนา พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกระทำกรรมอันใดไว้หนอ จึงได้พระลักษณะอันเป็นมงคลเช่นนี้
หลังภัตกิจ และกระทำวัตรปฎิบัติถวายพระศาสดาแล้วพระอานนท์กราบทูลความที่ชาวบ้านสนทนาให้ทรงทราบ พระพุทธองค์สดับคำของพระอานนท์ จึงตรึสเรียกภิกษุทั้งหลาย แล้วทรงชี้แจงถึงกุศลกรรมที่ทำให้พระองค์ได้มหาปุริสลักษณะ ตรัสว่า
ตถาคตเกิดเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ภพก่อน เป็นผู้ยึดมั่นในกุศลธรรมทั้งหลาย ประพฤติกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต บำเพ็ญทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ปฎิบัติดีในบิดามารดา และสมณพราหมณ์ อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในตระกูล เคารพกุศลอันยิ่งใหญ่อื่น ๆ เมื่อสิ้นชีพลงได้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติ ครั้นจุติจากโลกสวรรค์มาอุบัติเป็นมนุษย์ ตถาคตจึงได้มหาปุริสลักษณะ คือ มีฝ่าพระบาทเต็มราบเสมอกัน (ลักษณะที่ ๑)
ตถาคตเกิดเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ภพก่อน เป็นผู้นำความสุขมาให้แก่มหาชน บรรเทาภัย และคุ้มครองชนทั้งหลายโดยธรรมถวายทานพร้อมด้วยวัตถุบริวารเป็นอันมาก เมื่อสิ้นชีพลงได้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติ ครั้งจุติจากโลกสวรรค์ มาอุบัติเป็นมนุษย์ ตถาคตได้มหาปุริสลักษณะ คือ พื้นฝ่าพระบาททั้งสองประดับด้วยลายจักร พร้อมด้วยกง และดุม (ลักษณะที่ ๒)
ตถาคตเกิดเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ภพก่อน เว้นขาดจากปาณาติบาต วางอาชญา วางศัสตรา มีความละอาย มีความกรุณาเกื้อกูลแก่สัตว์มีชีวิตทั้งปวง เมื่อสิ้นชีพลงได้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์เสวยทิพยสมบัติ จุติจากโลกสวรรค์ มาอุบัติเป็นมนุษย์ ตถาคตได้มหาปุริสลักษณะ ๓ ประการ คือ ส้นพระบาทยาว นิ้วพระหัตถ์และนิ้วพระบาทเรียวยาว พระวรกายตรงดุจกายพรหม (ลักษณะที่ ๓, ๔, ๑๕)
ตถาคตเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ภพก่อน เป็นผู้สงเคราะห์ชนทั้งหลายด้วยสังคหวัตถุ ๔ คือ ด้วยทานคือการให้ ด้วยการกล่าววาจาอันไพเราะ ด้วยการบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น และด้วยการวางตนสม่ำเสมอ เมื่อสิ้นชีพลงได้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติ ครั้นจุติจากโลกสวรรค์ มาอุบัติเป็นมนุษย์ ตถาคตได้มหาปุริสลักษณะ ๒ ประการ คือ ฝ่าพระหัตถ์และฝ่าพระบาทอ่อนนุ่ม ฝ่าพระหัตถ์และฝ่าพระบาทมีลายดุจตาข่าย (ลักษณะที่ ๕,๖)
ตถาคตเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ภพก่อน เป็นผู้กล่าววาจาที่ประกอบด้วยอรรถด้วยธรรม มีเหตุมีผล แนะนำประโยชน์ และความสุขให้ชนทั้งหลาย ตั้งตนอยู่ในธรรม เมื่อสิ้นชีพลงได้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์เสวยทิพยสมบัติ จุติจากโลกสวรรค์มาอุบัติเป็นมนุษย์ ตถาคตได้มหาปุริสลักษณะ ๒ ประการ คือ พระบาทดุจสังข์คว่ำ พระโลมาดำสนิท ปลายงอนขึ้นเบื้องบนเวียนเป็นทักษิณาวัฏ (ลักษณะที่ ๗, ๑๔)
ตถาคตเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ภพก่อน ได้เป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทศิลปะวิชา และข้อประพฤติ ตั้งใจให้ชนทั้งหลายเข้าใจง่ายรู้เร็วปฎิบัติได้รวดเร็ว ไม่พึงลำบากนาน เมื่อสิ้นชีพลงได้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติ ครั้นจุติจากโลกสวรรค์มาอุบัติเป็นมนุษย์ตถาคตได้มหาปุริสลักษณะนี้ คือ มีพระชงฆ์เรียวดุจแข้งเนื้อทราย (ลักษณะที่ ๘)
ตถาคตเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ภพก่อน สังเกตดูเหล่าชนที่ควรสงเคราะห์ หยั่งทราบว่าบุคคลใดควรแก่สงเคราะห์สิ่งใด แล้วทำประโยชน์ให้แก่บุคคลเหล่านั้นตามเหตุอันควร เมื่อสิ้นชีพลงได้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติ ครั้งจุติจากโลกสวรรค์มาอุบัติเป็นมนุษย์ ตถาคตได้มหาปุริสลักษณะ ๒ ประการคือ มีพระวรกายอุจปริมณฑลของไม้นิโครธ เมื่อประทับยืนตรง พระหัตถ์ทั้งสองลูบจับถึงพระชานุได้ (ลักษณะที่ ๙, ๑๙)
ตถาคตเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ภพก่อน เป็นผู้นำญาติมิตรที่สูญหายพลัดพรากจากกันไปนาน ให้กลับมาพบกัน นำบิดามารดาให้พบกับบุตร นำบุตรให้พบกับบิดามารดา นำญาติทั้งหลายให้พบกันเป็นต้น ทำให้ชนเหล่านั้นพร้อมเพรียงกัน แล้วมีความชื่นชมยินดี เมื่อสิ้นชีพลง ได้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติ ครั้นจุติจากโลกสวรรค์มาอุบัติเป็นมนุษย์ ตถาคตได้มหาปุริสลักษณะนี้คือ พระคุยหะเร้นอยู่ในฝัก (ลักษณะที่ ๑๐)
ตถาคตเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ภพก่อน เป็นผู้ไม่มีความโกรธไม่พยายาท ไม่จองผลาญ ได้ถวายทานเครื่องลาดมีเนื้อละเอียดอ่อน ให้ผ้าโขมพัสตร์ ผ้าฝ้าย ผ้าไหม ผ้ากัมพลเนื้อละเอียดสำหรับลาดและนุ่งห่ม เมื่อสิ้นชีพลงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติ จุติจากโลกสวรรค์ มาอุบัติเป็นมนุษย์ ตถาคตได้มหาปุริสลักษณะนี้ คือ พระฉวีวรรณดั่งสีทอง (ลักษณะที่ ๑๑)
ตถาคตเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ภพก่อน เข้าไปไต่ถามบัณฑิตถึงกรรมที่เป็นกุศลอกุศล กรรมส่วนที่มีโทษไม่มีโทษ กรรมที่ควรเสพไม่ควรเสพ กรรมใดที่ทำไปเพื่อประโยชน์เพื่อความสุข และกรรมใดที่ทำไปเพื่อไม่เป็นประโยชน์เพื่อความทุกข์ เมื่อสิ้นชีพลงได้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติ ครั้นจุติจากโลกสวรรค์ มาอุบัติเป็นมนุษย์ ตถาคตได้มหาปุริสลักษณะนี้คือ พระฉวีละเอียดธุลีละอองมิติดพระวรกายได้ (ลักษณะที่ ๑๒)
ตถาคตเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ภพก่อน เว้นขาดจากการพูดเท็จ พูดแต่คำจริง ดำรงความสัตย์ มีถ้อยคำเป็นหลักฐาน ไม่พูดลวงโลก เมื่อสิ้นชีพลงได้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติ ครั้นจุติจากโลกสวรรค์ มาอุบัติเป็นมนุษย์ ตถาคตได้มหาปุริสลักษณะ ๒ ประการ คือ มีพระโลมาขุมละเส้น มีพระอุณาโลมอยู่ระหว่างพระขนง (ลักษณะที่ ๑๓, ๓๑)
ตถาคตเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ภพก่อน บริจาคของควรบริโภคอันประณีตมีรสเลิศ เมื่อสิ้นชีพได้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติ ครั้นจุติจากโลกสวรรค์ลงมาอุบัติเป็นมนุษย์ ตถาคตได้มหาปุริสลักษณะนี้คือ มีมังสะอูมในที่ ๗ แห่ง คือที่หลังพระหัตถ์ทั้งสอง หลังพระบาททั้งสอง พระอังสา (ไหล่) ทั้งสอง และลำพระศอ (ลักษณะที่ ๑๖)
ตถาคตเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ภพก่อน เป็นผู้หวังประโยชน์หวังความเกื้อกูล ด้วยปรารถนาว่าทำไฉน จักให้ชนทั้งหลายเจริญด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เจริญด้วยทรัพย์ บุตรภรรยาญาติมิตร บริวาร และเจริญด้วยพละ วรรณะ สุขะ เป็นต้น เมื่อสิ้นชีพลงได้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติ ครั้นจุติจากโลกสวรรค์ลงมาอุบัติเป็นมนุษย์ ตถาคตได้มหาปุริสลักษณะ ๓ ประการคือ พระวรกายดุจกายท่อนหน้าของราชสีห์ พระปฤษฎางค์ราบเสมอกัน และลำพระศอกลมเสมอกัน (ลักษณะที่ ๑๗, ๑๘, ๒๐)
ตถาคตเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ภพก่อน เป็นผู้ไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งหลายด้วยฝ่ามือ ก้อนหิน ท่อนไม้ หรือด้วยศัสตรา เมื่อสิ้นชีพลงได้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เสวยทิพยสมับติ ครั้งจุติจากโลกสวรรค์ ลงมาอุบัติเป็นมนุษย์ ตถาคตได้มหาปุริสลักษณะนี้คือ ประสาทรับรสพระกระยาหารเป็นเลิศ (ลักษณะที่ ๒๑)
ตถาคตเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ภพก่อน เว้นขาดจากคำเพ้อเจ้อ พูดแต่คำจริงที่มีหลักฐาน พูดอิงอรรถ อิงธรรม อิงวินัย มีที่อ้างอิงประกอบด้วยประโยชน์ในกาลอันควร เมื่อสิ้นชีพลง ได้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติ ครั้นจุติจากโลกสวรรค์มาอุบัติเป็นมนุษย์ ตถาคตได้มหาปุริสลักษณะนี้คือ พระหนุดุจคางราชสีห์ (ลักษณะที่ ๒๒)
ตถาคตเคยเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ภพก่อน ละจากคำส่อเสียด ฟังความจากข้างนี้แล้วไปบอกข้างโน้น ฟังความจากข้างโน้นแล้วมาบอกคนข้างนี้ ทำให้คนแตกร้าวกัน สมานคนที่แตกร้าวกันบ้าง ส่งเสริมคนที่พร้อมเพรียงกันแล้วบ้าง กล่าวแต่คำที่ทำให้คนพร้อมเพรียงกัน เมื่อสิ้นชีพลงได้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติ ครันจุติจากโลกสวรรค์มาอุบัติเป็นมนุษย์ ตถาคตได้มหาปุริสลักษณะ ๒ ประการคือ พระทนต์ทั้งหมดมี ๔๐ ซี่ พระทนต์เรียงชิดกันสนิท (ลักษณะที่ ๒๓, ๒๕)
ตถาคตเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ภพก่อน ละจากมิจฉาอาชีวะ ละจากการโกงด้วยตาชั่ง ของปลอม รับสินบน การปล้นและการกรรโชก เป็นต้น เมื่อสิ้นชีพลงได้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติ ครั้นจุติจากโลกสวรรค์ มาอุบัติเป็นมนุษย์ ตถาคตได้มหาปุริสลักษณะ ๒ ประการ คือ พระทนต์เรียบเสมอ มีพระทาฐะ (พระเขี้ยว) ขาวงาม (ลักษณะที่ ๒๔, ๒๖)
ตถาคตเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ภพก่อน ละจากคำหยาบกล่าวคำที่ไม่มีโทษ คำที่เพราะหูชวนให้รักจับใจ เป็นที่พอใจชอบใจของเหล่าชนเป็นอันมาก เมื่อสิ้นชีพลงได้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติ ครั้นจุติจากโลกสวรรค์ มาอุบัติเป็นมนุษย์ ตถาคตได้มหาปุริสลักษณะ ๒ ประการคือ พระชิวหาอ่อนและยาว พระสุรเสียงดุจเสียงพรหม (ลักษณะที่ ๒๗, ๒๘)
ตถาคตเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ภพก่อน ไม่ถลึงตา ไม่ค้อนควัก ไม่ชำเลืองดู มองดูตรงๆ ด้วยความแช่มชื่น และดูผู้อื่นด้วยสายตาอันแสดงความรัก เมื่อสิ้นชีพลงได้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติ ครั้นจุติจากโลกสวรรค์ มาอุบัติเป็นมนุษย์ ตถาคตได้มหาปุริสลักษณะ ๒ ประการ คือ พระเนตรดำสนิท ดวงพระเนตรแจ่มใสดุจนัยน์ตาลูกโค (ลักษณะที่ ๒๙, ๓๐)
ตถาคตเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ภพก่อน เป็นผู้นำชนทั้งหลายในกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต ในการบำเพ็ญทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ในการปฎิบัติดีต่อมารดาบิดา สมณะพราหมณ์ เคารพต่อผู้ใหญ่ในตระกูล และกุศลอื่น ๆ เมื่อสิ้นชีพลงได้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติ ครั้นจุติจากโลกสวรรค์มาอุบัติเป็นมนุษย์ตถาคตได้มหาปุริสลักษณะนี้คือ พระเศียรงามดุจประดับด้วยกรอบพระพักตร์ (ลักษณะที่ ๓๒)
ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค ลักขณะสูตร เล่ม ๓ ภาค ๒ หน้า ๕-๔๓
__________________
"สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลมีความดับเป็นธรรมดา"

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 10 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Apinya ในข้อความนี้
พรรณวดี (26-05-10), พุทธรักษา (12-01-11), ก้อนดิน (28-02-12), อภิญญา (26-05-10), ปาริฉัตรมณี (26-05-10), นำธรรม (13-05-13), เพิ่มบุญ (03-04-13), เดชะบุญ (12-06-10), Jira (16-02-14), lekmungchon (10-01-19)
  #3  
เก่า 26-05-10, 15:39
Apinya's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 795
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 3,194
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 8,402 ครั้ง ใน 8,402 ข้อความ
พลังบุญ: 2879
Apinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these parts
Default อนุพยัญชนะ ๘๐

อภิญญา-พระมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ-buddha3-jpg

๑. จิตงฺคุลิตา นิ้วพระหัตถ์และนิ้วพระบาทแนบชิด
๒. อนุปุพฺพงฺคุลิตา นิ้วพระหัตถ์และนิ้วพระบาทอ่อน เรียวงามจากโคนถึงปลาย
๓. วฏฺฏงฺคุลิตา นิ้วพระหัตถ์และนิ้วพระบาทกลม
๔. ตมฺพนขตา พระนขาทั้ง ๒๐ มีสีแดง
๕. ตุงฺคนขตา พระนขาทั้ง ๒๐ งอนงามช้อยขึ้นบน
๖. สินิทฺธนขตา พระนขาทั้ง ๒๐ เกลี้ยงเกลา ไม่มีริ้วรอย
๗. นิคูฬหโคปฺผกตา ข้อพระหัตถ์และข้อพระบาท ซ่อนอยู่ในพระมังสะ ไม่ปรากฎออกมาภายนอก
๘. สมปาทตา ปลายนิ้วพระบาททั้งสองเสมอกัน
๙. คชสมานกฺกมตา ทรงพระราชดำเนินสง่า ดุจพญาช้างฉัททันต์
๑๐. สีหสมานกฺกมตา ทรงพระราชดำเนินเกรียงไกร ดุจพญาสีหราช
๑๑. หํสสมานกฺกมตา เสด็จด้วยลีลางดงาม ดุจพญาหงส์
๑๒. อุสภสมานกฺกมตา เสด็จดำเนินองอาจ ดุจโคอุสุภราชก้าวเดิน
๑๓. ทกฺขิณาวฎฺฎคติตา เสด็จพระราชดำเนินเวียนไปทางเบื้องขวา
๑๔. สมนฺตโตจารุชณฺณุมณฺฑลตา พระชานุมณฑลโดยรอบ เกลี้ยงกลมงามบริบูรณ์
๑๕. ปริปุณฺณปุริสพฺยญฺชนตา บริบูรณ์พร้อมด้วยบุคลิกลักษณะของบุรุษเพศ
๑๖. อจฺฉิทฺทนาภิตา พระนาภีมีรอยเส้นเวียนขวาที่ไม่ขาดพร่อง
๑๗. คมฺภีรนาภิตา พระนาภีมีสัณฐานลึก
๑๘. ทกฺขิณาวตฺตนาภิตา พระนาภีมีรอยเวียนเป็นทักขิณาวัฏ
๑๙. ทุวิรทกรสทิสอูรุภุชตา พระอุระและพระพาหากลมงาม
๒๐. สุวิภตฺตคตฺตตา พระวรกายมีองคาพยพจำแนกเป็นอันดี
๒๑. อนุปุพฺพคตฺตตา พระวรกายงามพร้อมได้ส่วน***บริบูรณ์
๒๒. มฏฺฐคตฺตตา พระสรีระเกลี้ยงเกลา
๒๓. อนุสฺสนฺนานนุสฺสนฺนสพฺพคตฺตตา พระวรกายส่วนพระมังสะอิ่มเอิบทุกส่วน
๒๔. อลีนคตฺตตา พระสรีระไม่เ**่ยวย่น
๒๕. ติลกาทิวิรหิตคตฺตตา พระสรีระกายปราศจากราคีทั้งปวง
๒๖. อนุปุพฺพรุจิรคตฺตตา พระวรกายรุ่งเรืองด้วยสิริ
๒๗. สุวิสุทฺธคตฺตตา พระกายงามบริสุทธิ์ปราศจากมลทินทั้งปวง
๒๘. โกฏิสหสฺสหตฺถิพลธารณตา ทรงไว้ซึ่งพละกำลัง
๒๙. ตุงฺคนาสตา พระนาสิกสูงโด่งดั่งพระแสงขอ
๓๐. สุรตฺตทฺวิชมํสตา ไรพระทนต์แดงสวยทั้งบนและล่าง
๓๑. สุทฺธทนฺตตา พระทนต์สะอาดปราศจากมูลมลทิน
๓๒. สินิทฺธทนฺตตา พระทนต์เกลี้ยงสนิท ไม่มีตำหนิ
๓๓. วิสุทฺธินฺทฺริยตา พระอินทรีย์ทั้ง ๕ มีจักขุนทรีย์เป็นต้น งามบริสุทธิ์
๓๔. วฏฺฏทาฐตา พระเขี้ยวทั้ง ๔ กลมงาม
๓๕. รตฺโตฏฺฐตา พระโอษฐ์แดงงาม
๓๖. อายตวทนตา พระวทนะ (ปาก) ยาวเรียวงาม
๓๗. คมฺภีรปาณิเลขตา ลายเส้นพระหัตถ์ลึก
๓๘. อายตเลขตา ลายเส้นพระหัตถ์ยาว
๓๙. อุชุกเลขตา ลายเส้นพระหัตถ์ตรง
๔๐. สุรุจิรสณฺฐานเลขตา ลายเส้นพระหัตถ์มีสัณฐานงาม
๔๑. ปริมณฺฑลกายปฺปภาวนฺตตา รัศมีพระกายแผ่ซ่านเป็นปริมณฑล
๔๒. ปริปุณฺณกโปลตา พระกำโบล (กระพุ้งแก้ม) เต็มบริบูรณ์
๔๓. อายตวิสลเนตฺตตา เบ้าพระเนตรยาวและกว้าง
๔๔. ปญฺจปฺปสาทวนฺตเนตฺตตา ดวงพระเนตรใสสะอาด บริสุทธิ์ด้วยสีทั้งห้า
๔๕. กากุญฺจิคตฺคปมุขตา ขนพระเนตรมีปลายงอนช้อนขึ้น
๔๖. มุทุตนุกรตฺตชิวฺหตา พระชิวหาอ่อน บาง สีแดง
๔๗. อายตรุจิรกณฺณตา พระกรรณทั้งสองยาวงาม
๔๘.นิคฺคณฺฐิสริตา พระนหารุ (เอ็น) ไม่ปูดโปน ไม่ขอด
๔๙. นิคฺคุฬฺหาสริตา พระนหารุ ราบเรียบเสมอดี
๕๐. วฏฺฏฉตฺตนิภจารุสีสตา พระเศียรมีสัณฐานกลมงาม
๕๑. อายตปุถุนลาฏโสภตา พระนลาฏกว้างสมส่วน
๕๒. สุสณฺฐานภมุกตา พระขนง (คิ้ว) มีสัณฐานงาม
๕๓. สณฺหภมุกตา ขนพระขนงละเอียดอ่อน
๕๔. อนุโลมภมุกตา พระขนงโก่งเรียว
๕๕. มหนฺตภมุกตา พระขนงหนาใหญ่
๕๖. อายตภมุกตา เส้นพระขนงยาวเรียวงอน
๕๗. สุขุมาลคตฺตตา พระวรกายสมกับเป็นสุขุมาลชาติ
๕๘. อติวิยโสมฺมคตฺตตา มีพระวรกายเย็น
๕๙. อติวิยอุชฺชลิตคตฺตตา พระวรกายเปล่งปลั่ง
๖๐. วิมลคตฺตตา พระวรกายไร้มลทิน
๖๑. โกมลคตฺตตา พระวรกายอ่อนนุ่ม
๖๒. สินิทฺธคตฺตตา ผิวพระวรกายเนียนละเอียด
๖๓. สุคนฺธตนุตา กลิ่นอายพระวรกายหอมจรุง
๖๔. สมโลมตา พระโลมามีเส้นเสมอกัน
๖๕. โกมลโลมตา พระโลมาอ่อนนุ่ม
๖๖. ทุกฺขิณาวตฺตโลมตา พระโลมาเวียนทักษิณาวรรตทุกเส้น
๖๗. ภินฺนญฺชนสทิสนีลโลมตา พระโลมามีสีเข้ม
๖๘. วฏฏฺโลมตา พระโลมาเป็นเส้นกลม
๖๙. สีนิทฺธโลมตา เส้นพระโลมาละเอียด
๗๐. อติสุขุมอสฺสาสปสฺสาสธารณตา พระอัสสาสะ และปัสสาสะละเอียด
๗๑. สุคนฺธมุขตา พระมุขะ (ปาก) มีกลิ่นหอม
๗๒. สุคนฺธมุทฺธนตา พระมุทธา (พระเศียร) มีกลิ่นหอม
๗๓. สุนีลเกสตา พระเกศาดำสนิท
๗๔. ทกฺขิณาวตฺตเกสตา เส้นพระเกศาเวียนทักษิณาวรรต
๗๕. สุสณฺฐานเกสตา พระเกศามีสัณฐานดี
๗๖. สินิทฺธเกสตา, สณฺหเกสตา พระเกศาละเอียดอ่อน, พระเกศาเกลี้ยงเกลา
๗๗. อสุฬิตเกสตา เส้นพระเกศาไม่ยุ่งเหยิง
๗๘. สมเกสตา พระเกศาเสมอกันทุกเส้น
๗๙. โกมลเกสตา พระเกศามีเส้นอ่อนนุ่ม
๘๐. เกตุมาลารตนวิจิตฺตตา พระรัศมีเหนือพระเศียรงามวิจิตร

จากหนังสือ อาสีติกปูชา อนุสรณ์ ๘๐ ปี พระภัททันตธัมมานันทมหาเถระธัมมาจริยะ อัครมหาบัณฑิต เจ้าสำนักเรียนบาลีใหญ่ วัดท่ามะโอ จังหวัดลำปาง ๘ มกราคท ๒๕๔๓ รวบรวมโดยพระมหาประนอม ธมฺมาลงฺกาโร คณะ ๒๕ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ กทม.
อภิญญา-พระมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ-250520102528_resize-jpg
__________________
"สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลมีความดับเป็นธรรมดา"

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 10 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Apinya ในข้อความนี้
พรรณวดี (26-05-10), พุทธรักษา (12-01-11), ก้อนดิน (28-02-12), สุธัมมา (17-04-13), อภิญญา (26-05-10), ปาริฉัตรมณี (26-05-10), นำธรรม (13-05-13), เพิ่มบุญ (03-04-13), เดชะบุญ (12-06-10), Jira (16-02-14)
  #4  
เก่า 02-04-13, 22:56
ก้อนดิน's Avatar
พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jan 2010
ข้อความ: 240
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 4,787
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,133 ครั้ง ใน 2,133 ข้อความ
พลังบุญ: 2331
ก้อนดิน is on a distinguished roadก้อนดิน is on a distinguished roadก้อนดิน is on a distinguished roadก้อนดิน is on a distinguished roadก้อนดิน is on a distinguished roadก้อนดิน is on a distinguished roadก้อนดิน is on a distinguished roadก้อนดิน is on a distinguished roadก้อนดิน is on a distinguished roadก้อนดิน is on a distinguished roadก้อนดิน is on a distinguished road
Default ตำนาน...มหาปุริสลักษณะ...ของพระพุทธเจ้า




ตำนาน..มหาปุริสลักษณะ..ของพระพุทธเจ้า

เหตุการณ์ ก่อนเกิดพุทธศาสนานับจากนี้ย้อนหลังไปประมาณ ๓,๐๐๐ ปี แผ่นดินใหญ่ในอดีตสมัยนั้นเรียกว่าชมพูทวีป ในปัจจุบันประกอบด้วยประเทศ ๗ ประเทศอันได้แก่ อินเดีย ปากีสถาน เนปาล อัฟกานิสถาน บังคลาเทศ ภูถาน และ ศรีลังกา

ชมพูทวีปสมัยนั้นมีประชากรมาก เจริญรุ่งเรืองที่สุดในโลกในยุคนั้น แบ่งการปกครองเป็นแคว้น มีพระเจ้าแผ่นดินเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในแคว้นนั้นๆ รวม ๑๗ แคว้น คือ อังคะ มคช กาสี โกศล วัชชี มัลละ เจตี วังสะ กุรุ ปัญจาระ มัฌชะ สุรเสนะ อัสสกะ อวันตี คันทาระ กำโพชะ สักกะ แบ่งกันปกครองอยู่บนพื้นแผ่นดินใหญ่ ส่วนเกาะลังกาในสมัยนั้นเป็นที่อยู่ของมนุษย์กินคนรวมอยู่ในชมพูทวีปเช่น เดียวกัน

สมัย นั้นชมพูทวีปปกครองด้วยระบบกษัตริย์ทรงอำนาจเด็ดขาด ถือศาสนาพราหมณ์อินดูเป็นส่วนมาก แบ่งชนชั้นออกเป็นวรรณะ ๔ เหยียดหยามกันมาก นับจากวรรณะที่สูงคือ ๑.กษัตริย์ ๒.พราหมณ์ ๓.แพทย์ ๔.ศูทร
และยังมีวรรณะที่ถูกเหยียดหยามต่ำสุดคือ พวกจัณฑาล ได้แก่ บุคคลชั้นต่ำศูทรและแพทย์แต่งงานกัน เกิดลูกออกมาเป็นคนจัณฑาลไม่มีชั้นวรรณะ

ศีลธรรมไม่มีในยุคนั้น ไม่มีการให้ทานรักษศีล ไม่มีพระธรรม ไม่รู้จักพระธรรม การทำบุญใช้การบูชายันต์ จับสัตว์มาฆ่า จับคนบูชายันต์เผาทั้งเป็น ถือเป็นการทำบุญ ไม่มีการให้ทาน ไม่มีศีลธรรม นายลงโทษฆ่าคนใช้ฆ่าเมียได้ คนซื้อขายกันได้เหมือนสัตว์

ก่อนพระ พุทธเจ้าอุบัติขึ้น ประชาชนได้ถามกันว่า อะไรชื่อว่าเป็นความดี เป็นมงคล แสวงหามงคลต่างๆ มีความเห็นไม่ตรงกัน บางพวกไหว้ พระอาทิตย์ บางพวกไหว้พระจันทร์ ไหว้ภูเขา ไหว้ต้นไม้ใหญ่ ไหว้ทิศ ทั้งหลายว่าเป็นความดี เป็นมงคล หรือบางพวกบางหมู่ถือว่าตื่นเช้าให้ เอาขี้วัวเจิมหน้า เพราะวัวเป็นพาหนะของพระผู้เป็นเจ้า

บางพวกถือการอาบน้ำล้างบาป บางพวกถือการไม่นุ่งห่มชีเปลือยนอนพื้นดินกินเลียๆ มือเลียกินเหมือนสุนัขเรียกว่าสุนัขวัตร บางพวกทรมานตนด้วยวิธีต่างๆ เอาตัวไปย่างไฟบ้าง นั่งนอนกลางแจ้งบ้าง บางพวกถือว่าสามีตายให้ เอาภรรยาไปเผาตายตามไปด้วย

หา ข้อสรุปไม่ได้ว่าอะไรเป็นมงคล มีความเห็นต่างๆกัน หาข้อสรุปไม่ได้ เถียงเอาชนะกันก็ตกลงไม่ได้ว่า ใครถูกกว่าดีกว่า พวกพราหมณ์ซึ่งเป็นเจ้าลัทธิศาสนาใหญ่สั่งสอนประชาชนอยู่ทั่วไป พยายามค้นหาคำตอบข้อสรุปที่ดีที่สุดว่า อะไรกัน แน่ที่เป็นมงคลของชีวิตแสวงหากันไปทั่ว

ด้วยเหตุนี้ ก่อนพระพุทธเจ้าประสูติประมาณ ๒๐๐ ปี คณะพราหมณ์ อาจารย์ เจ้าลัทธิ ได้เข้าไปหาฤาษีใหญ่ในป่าหิมพานเชิงเขาหิมาลัย ถามฤาษีใหญ่ทั้งหลายว่าอะไรเป็นมงคลของชีวิตมนุษย์ที่ควรปฏิบัติที่สุด ฤาษีทั้งหลายก็ตอบไม่ได้ มีความเห็นไม่ตรงกัน โต้เถียงกันไม่ชนะ


ขณะ นั้นได้มีฤาษีตนหนึ่งมีฤทธิ์มาก ชื่อว่า กัณหะฤาษี บวชมาแต่เด็กจน เป็นหนุ่ม กล่าวกับที่ประชุมครั้งนั้นว่า เรื่องนี้ควรลองถามพวกเทวดาทั้งหลายดู เพื่อว่าจะได้สิ่งที่เป็นมงคลที่ดีที่สุด ที่ประชุมตกลงให้กัณหะฤาษีไปถามเทวดาแล้วมาบอก

กัณหะฤาษี ชื่อกัณหะเพราะผิวดำ พวกฤาษีแก่ไปหาผลไม้เก็บมาจากป่า ขณะยังนอนเบาะ แม่ชื่อพระสนมทิศา พ่อชื่อเจ้าโอกากราช พวกศากยะรังเกียจผิวดำ ถือว่าเป็นปีศาจมาเกิด เจ้าโอกากราชเห็นเป็นตัวดำรังเกียจจะฆ่าทิ้ง พวกอำมาตย์ขอไว้ว่าเด็กไม่มีความผิด จึงให้เอาไปทิ้งในป่าลึก เชิงเขาหิมาลัย หวังจะให้เสือกิน ฤาษีแก่มาพบเข้าจึงเก็บไปเลี้ยง ฝึกสอนฌานสมาบัติตั้งแต่เด็กจึงเก่ง มีฤทธิมากกว่าฤาษีทุกองค์ในที่ประชุมนั้น

กัหะฤาษีบันดาลฤทธิ์หายตัวไปถามเทวดาทั้งหลายบนภูเขาหิมาลัย เทวดาทั้งหลายก็ไม่รู้ บอกให้ไปถามพระอิศวรเจ้าแห่งเทวดาชั้นดาวดึงห์ ชื่อว่า ท้าวสักกะเทวราชก็จะรู้ได้ เพราะท้าวสักกะเป็นผู้ฉลาด เป็นผู้สอนเทวดาทั้งหลาย

กัณหะฤาษีจึงเหาะขึ้นไปชั้นดาวดึงห์ เข้าไปเฝ้าท้าวสักกะถามปัญหาว่า พวกมนุษย์ทั้งหลายต้องการทราบอยากรู้ว่า อะไรเป็นมงคลแก่ชีวิต ยังหา คำตอบกันไม่ได้ ได้มาถามฤาษี ฤาษีทั้งหลายก็ตอบไม่ได้ ข้าพระองค์จึงได้มาเฝ้าขอทราบว่าอะไรเป็นมงคลแก่ชีวิตที่ดีที่สุดที่มนุษย์ ควรนำมาปฏิบัติ

ท้าวสักกะพนมมือนมัสการฤาษีกล่าวว่า
“ข้าพระองค์ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่มีผู้รู้อยู่ท่านหนึ่งชื่อว่า สันตดุสิตเทพบุตร เป็นเจ้าแห่งเทวดาชั้นดุสิต เทพองค์นี้บำเพ็ญบารมีมานานหลายชาติ ชาติสุท้ายเป็นมนุษย์ชื่อพระเวสสันดร บารมีเต็มแล้วตายมาเกิดเป็นเจ้าแห่งเทพอยุ่ชั้นดุสิตอยู่ขณะนี้

ในไม่ช้าอีกประมาณ ๑๐๐ ปีกว่าๆ ก็จะไปเกิดเป็นพระพุทธเจ้าในชมพูทวีป ขอให้มนุษย์ทั้งหลายรอคอยสักนิดหน่อยแล้วถามพระองค์ เมื่อพระองค์ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ก็จะทราบจะตอบได้ข้อสรุปที่ดีและแน่นอน ไม่ต้องโต้เถียงกัน มนุษย์ทั้งหลายควรอดทนรออีกสักนิดหน่อย”



กัณหะฤาษี “ถ้าเช่นนั้นก็ดีจะได้ข้อสรุปที่แน่นอน ที่เป็นประโยชน์ที่แท้จริง แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นพระพุทธเจ้า มีรูปร่างอย่างไร กลับลงไปเกิดเป็นมนุษย์ที่เมืองใด”
ท้าวสักกะ “ท้าวสันตดุสิตจะจุติไปเกิดเป็นมนุษย์ที่แคว้นสักกะ ในอริยวงศ์ของเจ้าโอกากราชอีกไม่นานนัก” กัณหะฤาษี “เมื่อไปเกิดเป็นมนุษย์แล้วมีรูปร่างอย่างไร”

ท้าวสักกะ "เมื่อไปเกิดเป็นมนุษย์จะมีลักษณะ ๓๒ ประการ เรียกว่า มหาปุริสลักษณะ คือ”

๑.มีฝ่าเท้าและฝ่ามือเสมอกัน
๒.ฝ่าเท้าทั้งสองมีลายรูปกงจักร มีซี่ตั้งพัน พร้อมทั้งกงและดุม
๓.มีส้นเท้ายื่นยาวออกมาข้างหลัง ข้อเท้าตั้งอยู่ตรงกลาง
๔.มีนิ้วองคุลีเรียวกลมยาวไม่มีข้อ
๕.ฝ่ามือฝ่าเท้าอ่อนนุ่มเต็ม ข้อมือข้อเท้าเข่าไหล่เรียบไม่มีข้อปูดโปนเวลางอมืองอเท้าจะอ่อนเหมือนงวงช้าง
๖.ทุกข้อเท้าข้อมือมีเส้นรอบจรดกันข้อละหนึ่งเส้น
๗.ข้อพระบาทสูงไม่มีตาตุ่ม
๘.แข้งเรียวอ่อนเหมือนเนื้อทรายกำลังยืน
๙.มือยาวถึงเข่า วายาวเท่าศรีษะจรดเท้า
๑๐.มีอวัยวะเพศจมอยู่ในหัวเหน่า อกนูนเหมือนสาวรุ่น
๑๑.มีผิวสีทองเป็นเงามีรัศมี
๑๒.มีผิวละเอียดมัน ไม่เปื้อน ไม่เปียก ผัสสะเลิศ
๑๓.มีขนเส้นเล็กขุมละหนึ่งเส้น
๑๔.เส้นขนทวนขึ้นบน
๑๕.เวลายืนกายตรงสง่างาม
๑๖.มีเนื้ออูมเจ็ดแห่ง ที่หลังมือ ๒ หลังเท้า ๒ ไหล่ ๒ ข้าง และหนอกหลังคอ ๑
๑๗.มีรูสะดือโบ้เท่าผลสมอ
๑๘.รูปร่างยืนตรงเสลา เหมือนรากไทรใหญ่จากกิ่งสูงยันพื้นดิน
๑๙.คอกลมเหมือนกระบอกไม้ไผ่ มองไม่เห็นลูกกระเดือก
๒๐.พระพักต์กลม เนื้ออิ่มไม่มีร่องแก้ม ไม่มีร่องปาก ร่องตา
๒๑.ติ่งหูยาวลงมาทั้งสองข้างๆละ ๑ นิ้วเท่ากัน
๒๒.คางยื่นนิดหน่อยเหมือนคางสิงโต
๒๓.มีเขี้ยวแก้ว ๔ เขี้ยว
๒๔.ฟันเรียบแน่นมีฟัน ๔๐ ซี
๒๕.มีลิ้นปกติ เมื่อแลบออกมาแผ่ให้ปิดหน้าผากได้ ห่อเล็กไซหูได้
๒๖.ไหปลาร้าและหลุมคอเต็ม
๒๗.มีผัสสะเลิศ
๒๘.มีเสียงเพราะ
๒๙.ตาดำประกายสีนิลขัด
๓๐.ตากลมโตเหมือนลูกวัว
๓๑.กลางหน้าผากมีขนสีขาวเป็นอุนาโลมขึ้นไป มีเงาประกายเหมือนเพชร
๓๒.มีผมสีครามเข้มเหมือนดอกอัญชัน เป็นมันเงาประกายเหมือนหัวเป็ดหรือแววหางนกยูง ผมทวนขึ้นบนไปรวมกันอยู่กลางศรีษะแหลมอยู่เหมือนสวมมงกุฎหรือชฎา

กัณหะฤาษี “ลักษณะแปลกมาก ข้าพระองค์ขอจำเพื่อนำมาบอกมนุษย์ทั้งหลายให้รอคอยวันนั้น”แล้วได้ลาท้าวสักกะกลับลงมายังที่ประชุมของฤาษีและพราหมณ์ทั้งหลาย นำข้อความมาแจ้งให้ฤาษีและพราหมณ์ทราบทั่วกัน พวกฤาษีและพราหมณ์ทั้งหลายได้จดไว้เป็นตำราเล่มหนึ่งในไตรเทพ เรียกชื่อว่า ตำรามนต์พราหมณ์ ท่องจำกันตั้งแต่นั้นมา

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 7 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ ก้อนดิน ในข้อความนี้
พรรณวดี (15-05-13), พุทธรักษา (04-04-13), อภิญญา (27-05-13), นำธรรม (13-05-13), เพิ่มบุญ (03-04-13), Jira (16-02-14), lekmungchon (10-01-19)
ตอบ

Tags
พระมหาปุริสลักษณะ, อนุพยัญชนะ ๘๐


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 03:38


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่