อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ประวัติพระ และบุคคลตัวอย่าง

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 25-04-11, 21:20
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Smile มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน

อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-01_jpg-jpg

พระนางสิริมหามายาทรงบริจาคมหาทาน
อภินิหารแห่งพระนางสิริมหามายา
ในภาพ เแนวพระอัจฉริยธรรมที่ทรงปฏิบัติในวันอุโบสถศีล ทรงศีลบริจาคทานแก่มหาชนเทวทหะนคร
อันมีไพร่ฟ้าข้าราษฏร สมณีชีพราหมณ์โดยบัญญาธิการในทรัพย์นั้นมีปาฏิหาริย์
เป็นบุญกิริยาที่ทรงประพฤติปฏิบัติอยู่เป็นเสมอ

อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-02_jpg-jpg

พระนางสิริมหามายารับสร้อยพระศอของหมั้นจากพระสุทโธทนะ
พระสิริมหามายาทรงรับของหมั้น (จากพราหมณ์ทิชาจารย์)
ในภาพ พระสิริมหามายาทรงเจริญวัย ๑๖ พรรษา เสด็จประพาสอยู่ในสวนหลวง
หมู่พราหมณ์ได้ค้นพบว่าทรงเป็นรัตนกัลยา จึงได้หมั้นหมายให้เป็นคู่อภิเษกสมรส
กับพระสุทโธทนะด้วยสร้อยประดับพระศอ

อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-03_jpg-jpgอภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-buddhanew131-jpgอภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-03_jpg-jpg

พระราชพิธีอภิเษกสมรสเจ้าชายสุทโธทนะกับเจ้าหญิงสิริมหามายา
พระราชพิธีอภิเษกสมรส
ในภาพ แสดงพิธีอภิเษกสมรสเจ้าชายสุทธโทนะกับเจ้าหญิงสิริมหามายาในมหามณฑป
ท่่ามกลางหมู่พระประยูรญาติทั้ง ๒ ผ่ายมีท้าวมหาพรหมชั้นสุทธาวาส
เป็นประธานในพิธีอิภิเษกสมรส และพระอินทร์พร้อมหมู่บริวารเข้าร่วมพิธี โดยแสดงไว้
ที่ฉากระยะหลังของภาพ






พระราชพิธีมงคลราชาภิเษกสมรสสมเด็จพระเจ้าสุทโธทนะกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริมหามายาได้จัดขึ้นที่อโศกราชอุทยาน แห่งเทวทหะนครนั้น

ส่วนพระนางสิริมหามายาทรงเครื่องแล้วก็เสด็จไปสู่พระราชอุทยานพร้อมด้วยหมู่ขัตติยกัญญาเป็นบริวารแสนหนึ่ง มีสมเด็จพระชนาธิราชพระราชบิดากับพระนางสุนันทาเทวีพระราชชนนีเสด็จตามขบวนไปด้วย ประชาชนพลเมืองก็มาห้อมล้อมมหาวิวาหมงคลมณฑปอยู่โดยรอบ

ทรงยับยั้งอยู่ในมณฑปโรงราชพิธี มีการมหรสพครบถ้วนไตรมาส จึงได้เสด็จกลับไปยังพระนครกบิลพัสดุ์ราชธานี สมเด็จพระเจ้าสีหหนุราช จึงทรงประกอบมงคลราชาภิเษกกษัตริย์ทั้ง ๒ ขึ้นครองสิริราชสมบัติแทนพระองค์ สมเด็จพระเจ้าสิริสุทโธทนะมหาราชก็เสวยมไหสวริยราชสมบัติสืบสันตติวงศ์กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริมหามายาราชเทวี เป็นบรมสุขจนเกิดพระราชโอรสคือสิทธัตถราชกุมาร


อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-buddhanew132-jpgอภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-04_jpg-jpgอภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-buddhanew132-jpg

พระพุทธเจ้าเมื่อยังมิได้ตรัสรู้ ได้ทรงบำเพ็ญบารมีอยู่ในชาติต่างๆ เรียกว่า พระโพธิสัตว์ ในอดีตภพพระโพธิสัตว์แห่งเราบังเกิดเป็นสุเมธดาบส พบพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง มีพระนามว่า พระพุทธทีปังกร ได้ตั้งความปรารถนาไว้ขอให้ได้เป็นพระพุทธเจ้าเช่นพระองค์ท่าน จำเดิมแต่นั้นก็บำเพ็ญบารมี 10 ประการ มีทานบารมีเป็นต้น อุเบกขาบารมีเป็นที่สุด บำเพ็ญเป็นเวลานับด้วยกัป สิ้นภพสิ้นชาติอันประมาณมิได้ พระชาติสุดท้ายบังเกิดเป็นพระเวสสันดรโพธิสัตว์ ก็สร้างทานบารมีอย่างยอดเยี่ยม สิ้นชาตินี้ก็ขึ้นไปอุบัติในสวรรค์ชั้นดุสิต เป็นเทพบุตรชื่อว่า สันดุสิตเทวราช เทพยดาในหมื่นจักรวาลจึงมาประชุมกันในสวรรค์ชั้นดุสิต ต่างยกหัตถ์ทั้งคู่อัญชลีกรทูลอาราธนาว่า “ข้าแต่พระมหาวีระ กาลบัดนี้สมควรที่พระองค์จะจุติลงไปเกิดในมาตุคัพโภทร เพื่อขนสัตว์นิกรในมนุษย์โลกกับเทวโลกข้ามพ้นจากห้วงแห่งการเวียนว่ายตายเกิดอันมิรู้จักจบสิ้น ให้รู้จริงบรรลุถึงทางปฏิบัติซึ่งจะเข้าสู่พระอมตมหานิพพาน" พระโพธิสัตว์ ทรงพิจารณาดูปัญจมหาวิโลกนะทั้ง 5 คือ กาล 1 ทวีป 1 ประเทศ 1 ตระกูล 1 พระมารดา 1 แล้วจึงทรงรับปฏิญญาณ เสด็จแวดล้อมด้วยเทพยบริวาร ไปสู่ทิพยนันทวันอุทยานในดุสิตเทวโลก และจุติลงสู่ปฏิสนธิในพระครรภ์แห่งพระนางสิริมหามายาราชเทวี พระอรรคมเหสีแห่งพระเจ้าสุทโธทนะมหาราชกรุงกบิลพัสดุ์ ณ ชมพูทวีป ในวันอาสาฬหปุรณมีเพ็ญเดือน 8



อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-buddhanew129-jpgอภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-05_jpg-jpgอภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-buddhanew129-jpg

พระนางสิริมหามายาทรงสุบินนิมิต
ในคืนวันเพ็ญเดือน๘ พระนางสิริมหามายาผู้จะได้เป็นพระพุทธมารดา ทรงอธิษฐานสมาทานอุโบสถศีลสม่ำเสมอ

ในยามใกล้รุ่งได้ทรงสุบินนิมมิตว่าท้าวจตุมหาราชทั้งสี่ได้มายกพระองค์พร้อมกับพระแท่นที่บรรทมทูลเชิญไปยังป่า
หิมพานต์ เหล่าเทพธิดาทั้ง ๔ได้ทูลเชิญพระนางเสด็จไปสรงน้ำในสระอโนดาต ชำระล้างมลทินแห่งมนุษย์แล้วทรงผลัดด้วยผ้าทิพย์ ลูบไล้ด้วยของหอม ทรงประดับบุปผชาติอันเป็นทิพย์แล้วเชิญเสด็จเข้าที่บรรทมบนพระแท่นในวิมานทอง ในภูเขาเงิน ขณะนั้นมีพระยาช้างเผือกชูงวงจับดอกบัวขาวที่เพิ่งแย้มบานกลิ่นจากภูเขาทองด้านทิศตะวันออก ร้องก้องโกญจนาทเดินเข้าไปในวิมาน กระทำประทักษิณาวัตรเวียนรอบพระแท่น๓ รอบ
วันรุ่งขึ้นพระนางได้ทรงกราบทูลถึงพระสุบินนิมิตนั้นแด่พระสวามีพระเจ้าสุทโธทนะจึงทรงมีรับสั่งให้พราหมณ์ประจำราชสำนักทำนายนิมิตฝันนั้นเหล่าพราหมณ์ได้พากันทำนายว่าพระนางสิริมหามายาทรงพระครรภ์พระองค์จักมีพระราชโอรส และพระราชโอรสนั้นถ้าอยู่ครองราชย์ก็จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิแต่ถ้าเสด็จออกบวช จักได้เป็นพระพุทธเจ้า เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงถือปฏิสนธิในพระครรภ์พระมารดานั้นพระครรภ์บริสุทธิ์ไม่แปดเปื้อนด้วยครรภ์มลทินและประทับนั่งอยู่ในพระ ครรภ์ไม่คุดคู้เหมือนเด็กทารกอื่น โดยมีท้าวจตุมหาราชทั้ง ๔ได้ถวายการอารักขาเพื่อป้องกันมิให้เกิดอุปัทวันตรายแก่พระโพธิสัตว์และพระราชมารดา




ปฐมเหตุฯ
เนื่องด้วย ได้รับพระเสาวนีฯ จากท่านมา ท่านให้ลงพุทธประวัติ พุทธกิจ พระขององค์ปัจจุบัน ถวายเป็นพุทธบูชาฯ แต่เนื่องด้วยประวัติศาสตร์ค่อนข้างรวบรวมได้ยาก และ หาจุดเฉพาะในการลงเป็นประเด็นไม่ได้ พอดีทริปที่ผ่านมาท่านอธิบายเรื่อง พระปางนาคาวโลก ที่หาดูได้ยาก จึงได้ตรึกดูว่า เออแหนะ .... เราลงพุทธประวัติ ผ่าน ปางพระพุทธรูปได้เห็นจะเป็นการดี เนื่องด้วย คณะพระธาตุฯก็หล่อพระมาจำนวนนับไม่ถ้วนองค์ ย่อมมีอานิสงค์ และ มีประโยชน์กับสาธุชนหมู่มาก ที่จะได้ทราบพุทธกิจ พุทธประวัติ ตลอดจน ทราบปางต่างๆของพระองค์ไปพร้อมกัน จึงเป็นที่มาของกระทู้นี้ ขอรับ....


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Rich : 06-10-11 เมื่อ 21:20

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 11 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
พรรณวดี (25-04-11), พุทธรักษา (28-04-11), ก้อนดิน (26-04-11), สุธัมมา (29-04-11), อภิญญา (26-04-11), จิตประภัสสร (14-05-11), ปาริฉัตรมณี (25-04-11), เพิ่มบุญ (18-09-11), Drew (18-05-11), Nakamura (07-10-11), rossukon (24-09-11)
  #2  
เก่า 25-04-11, 21:49
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Smile ๑.ปางประสูติ

อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-06-jpg


พระโพธิสัตว์ประทับอยู่ในพระครรภ์ครบบริบูรณ์ 10 เดือน
พระโพธิสสัตว์ขณะอยู่ในพระครรภ์
ในภาพ แสดงถึงพระบุญญาธิการพระสิริมหามายาพุทธมารดา ระหว่างทรงครรภ์ ทรงมองเห็นพระโอรส พระโอรสนั้นประทับอยู่ในพระครรภ์ดุจห้องพระเจดีย์ และมีเหล่าท้าวจตุมหาราชาทั้ง ๔ ถวายการอารักขาความปลอดภัยแก่พระโพธิสัตว์และพระมารดาตลอดเวลา ทั้งกลางวัน กลางคืน ระหว่างที่ทรงบริหารครรภ์อยู่ครบบริบูรณ์ ๑๐ เดือน






อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-flora_sala-jpgs-jpgอภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-dsc00515-jpg%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A2-jpgอภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-07-jpgอภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-flora_sala-jpgs-jpg
อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-flora_sala-jpgs-jpg

พระโพธิสัตว์จุติจากดุสิตเทวโลก เสด็จปฏิสนธิในพระครรภ์พระนางสิริมหามายา อัครมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะแห่งกรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ เมื่อพระนางทรงพระครรภ์แก่ได้เสด็จกลับไปคลอดที่กรุงเทวหะ ซึ่งเป็นบ้านเกิด เมื่อเสด็จถึงลุมพินีวันซึ่งอยู่ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์และกรุงเทวหะ ในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ วันศุกร์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีจอ ก่อนพระพุทธศักราช 80 ปี ในเวลาใกล้เที่ยง พระนางก็ประสูติพระราชโอรส ณ โคนต้นสาละ ในพระอิริยาบถยืน พระหัตถ์ขวาเหนี่ยวกิ่งสาละ เมื่อประสูติพระราชกุมารก็อยู่ในอิริยาบถยืนหันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ เสด็จย่างพระบาทไป 7 ก้าว มีดอกบัวผุดขึ้นมารองรับ 7 ดอก แล้วทรงกล่าววาจาว่า "เราเป็นผู้เลิศในโลก เราเป็นผู้เจริญที่สุดในโลก เราเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย บัดนี้การเกิดใหม่มิได้มี"


อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-08-jpg

สหชาติทั้ง 7 ที่บังเกิดขึ้นพร้อมกับการประสูติของพระโพธิสัตว์
สัตตสหชาติพระโพธิสัตว์
ในภาพ แสดงถึงบุคคลที่เป็นบริวารแวดล้อมอยู่ในฐานะต่าง ๆ มีอุปการคุณต่อพระโพธิสัตว์รวมถึงม้ามงคลไม้มหาโพธิ และพระราชทรัพย์ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมพระโพธิสัตว์ผู้ซึ่งจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในชาติสุดท้าย


รูปขนาดเล็ก
อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-flora_sala-jpg  

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Rich : 06-10-11 เมื่อ 21:24

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 11 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
พรรณวดี (25-04-11), พุทธรักษา (28-04-11), ก้อนดิน (26-04-11), สุธัมมา (29-04-11), อภิญญา (26-04-11), จิตประภัสสร (14-05-11), ปาริฉัตรมณี (25-04-11), เพิ่มบุญ (18-09-11), Drew (18-05-11), Nakamura (07-10-11), rossukon (24-09-11)
  #3  
เก่า 17-09-11, 21:16
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Smile

อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-09-jpgอภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-buddhanew126-jpgอภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-09-jpg


เมื่อพระราชกุมารบรมโพธิสัตว์ประสูติใหม่ๆ อสิตดาบส หรืออีกอย่างหนึ่งเรียกว่า กาฬเทวิลดาบส ซึ่งเป็นผู้คุ้นเคยและนับถือของราชสกุล ได้ทราบข่าวว่าพระราชโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะประสูติใหม่ จึงเข้าไปเยี่ยมพระเจ้าสุทโธทนะราชบิดาตรัสเชิญให้นั่ง ณ อาสนะที่สมควร ทรงอภิวาทและปราศรัยตามสมควร แล้วทรงอุ้มพระราชโอรสออกมาเพื่อนมัสการพระดาบส แต่ด้วยอภินิหารแห่งกุศลสมภาร ที่พระบรมโพธิสัตว์ได้สั่งสมอบรมมาจนถึงพระชาติที่สุด บันดาลให้พระบาททั้งสองข้างของพระราชกุมารไปปรากฏอยู่เหนือเศียรแห่งดาบสเป็นอัศจรรย์ พระราชบิดาและดาบสจึงได้ยกหัตถ์ทั้งสองขึ้นประณตนมัสการแด่พระราชกุมารบรมโพธิสัตว์ อันธรรมดานิยมว่า พระบรมโพธิสัตว์พุทธางกูร เมื่อถึงพระชาติที่สุดที่จะได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณได้บำเพ็ญบารมีมาเต็มบริบูรณ์ เป็นเอกอัครอัจฉริยบุรุษรัตน์ อันบุญฤทธิ์กฤษดาภินิหารหากให้เป็นไป จึงไม่ปรากฏว่าถวายนมัสการผู้หนึ่งผู้ใดเลย


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Rich : 06-10-11 เมื่อ 21:28

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 8 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
พรรณวดี (18-09-11), พุทธรักษา (20-09-11), อภิญญา (17-09-11), ปาริฉัตรมณี (18-09-11), เพิ่มบุญ (18-09-11), Drew (05-10-11), Nakamura (07-10-11), rossukon (24-09-11)
  #4  
เก่า 18-09-11, 19:10
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Smile

อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-buddhanew125-jpg


พราหมณ์ 8 คน เข้าเฝ้าพระเจ้าสุทโธทนะ ณ พระราชนิเวศน์ แห่งกบิลพัสดุ์ราชธานี ถวายพยากรณ์พระสิริลักษณ์พระสิทธัตถกุมาร ซึ่งเพิ่งประสูติใหม่ ในพราหมณ์ 8 คนนั้น 7 คนที่เจริญด้วยวัยวุฒิ ได้ถวายคำพยากรณ์รวมกันเป็น 2 คติว่า พระกุมารนี้ ถ้าครองราชย์สมบัติ จะได้เป็นพระเจ้าจาตุรนต์จักรพรรดิมหาราชาธิราชเจ้า ถ้าอออกผนวช จะได้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นศาสดาเอกของโลก โดยยกนิ้วมือ 2 นิ้ว ยืนยันพยากรณ์



ส่วนโกณฑัญญพราหมณ์ ซึ่งยังหนุ่ม(ผมหนวดดำ) แต่สูงด้วยวิทยาคุณ ได้ถวายพยากรณ์เป็นคติเดียว โดยยกนิ้วมือนิ้วเดียวยืนยันว่า พระกุมารนี้ จะไม่อยู่ในราชสมบัติ จะเสด็จออกผนวช และตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นศาสดาเอกของโลกแน่นอน ไม่เปลี่ยนแปลงเป็นอื่น

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 8 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
พรรณวดี (06-10-11), พุทธรักษา (20-09-11), อภิญญา (18-09-11), ปาริฉัตรมณี (19-09-11), เพิ่มบุญ (23-09-11), Drew (05-10-11), Nakamura (07-10-11), rossukon (24-09-11)
  #5  
เก่า 18-09-11, 19:21
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Smile

อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-wharblossom-jpgอภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-wharblossom-jpgอภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-wharblossom-jpg
อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-2011_04_22_140127_bsxvavgz-jpgอภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-buddhanew123-jpgอภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-2011_04_22_140127_bsxvavgz-jpg
อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-2011_04_22_140127_bsxvavgz-jpg

อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-11-jpg


เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ เจ้าชายสิทธัตถะมีพระทัยน้อมนำไปในทางสันติและอหิงสา ทรงเห็นว่าสัตว์โลกมีแต่การเบียดเบียนซึ่งกันและกันเพื่อความอยู่รอดของตน สัตว์ใหญ่ก็รังแกสัตว์เล็ก ในหมู่มนุษย์ก็มีการเอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน การประกอบอาชีพของมนุษย์ก็ยังมีการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน แม้แต่ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นผู้ทำลายชีวิตของสัตว์เล็กสัตว์น้อยให้ตายได้เหมือนกัน

ในสมัยที่เจ้าชายสิทธัตถะราชกุมารยังทรงพระเยา มีพระชนมายุได้ 8 พรรษา ครั้นเมื่อนักขัตฤกษ์วัปปะมงคลพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ อันเป็นขัตติยะประเพณีนิยมมาถึง พระเจ้าสุทโธทนะจึงโปรดให้เชิญพระราชโอรสเสด็จไปในพระราชพิธีนั้นด้วย เมื่อเสด็จถึง จึงตรัสสั่งให้ข้าราชบริพาร ประดิษฐ์พระราชอาสน์ เป็นที่ประทับสำหรับพระราชโอรส ณ บริเวณต้นหว้าใหญ่ ส่วนพระราชบิดาก็เสด็จไปทรงประกอบพระราชพิธีแรกนาขวัญ


พระกุมารประทับอยู่โดยลำพัง จึงทรงประทับนั่งขัดสมาธิบัลลังก์ ดำรงพระสติ กำหนดลมหายใจเข้าหายใจออก เจริญพระอานาปานสติกรรมฐานจนได้บรรลุปฐมญาณ เป็นสัมโพธินิมิตเป็นที่อัศจรรย์ แม้ดวงอาทิตย์จะบ่ายคล้อยลงไป แต่เงาของต้นหว้า ยังตั้งตรงดำรงอยู่ประดุจเวลาเที่ยง มิได้เอนเอียงไปตามแสงอาทิตย์ ครั้นพระพี่เลี้ยงกลับมา เห็นความอัศจรรย์ดังกล่าว จึงรีบกลับไปกราบทูลพระเจ้าสุทโธทนะให้ทรงทราบ เมื่อพระองค์เสด็จมาทอดพระเนตรเห็นปรากฎการณ์นั้น จึงได้ถวายบังคมพระราชโอรส โดยนิยมกำหนดในบุญญาภินิหารบารมี ได้ถวายบังคมพระโอรสเป็นครั้งที่ ๒



แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Rich : 06-10-11 เมื่อ 21:31

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 8 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
พรรณวดี (06-10-11), พุทธรักษา (20-09-11), อภิญญา (19-09-11), ปาริฉัตรมณี (19-09-11), เพิ่มบุญ (23-09-11), Drew (05-10-11), Nakamura (07-10-11), rossukon (24-09-11)
  #6  
เก่า 19-09-11, 20:53
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Smile


อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-12-jpg

พระราชกุมารสิทธัตถะช่วยชีวิตหงส์ที่บาดเจ็บจากศร
ของเจ้าชายเทวทัตต์
น้ำพระทัยเจ้าชายสิทธัตถะ เมื่อวัย ๑๒ พรรษา
ในภาพ แสดงถึงการวินิจฉัยข้อพิพาทเรื่องหงส์ระหว่างเจ้าชายสัทธัตถะที่ประทับอยู่บนพระราชอาสน์ ทรงสวมภูษิตอาภรณ์สีน้ำเงินในอาการที่สงบสำรวม มีหงส์ซึ่งได้รับบาดเจ็บและเจ้าชายเทวทัตต์ที่ทรงถือศรเป็นอาวุุธประหารสัตว์นั้น ส่วนพรหมณ์ปุโรหิตนั่งอาสนะพิพากษาตัดสินว่าหงส์เป็นสิทธิ์ของเจ้าชายผู้ให้ชีวิตรอด


อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-13-jpg

เจ้าชายสิทธัตถะทรงเสวยสุขในปราสาท ๓ ฤดู คือ
ฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว ปราสาทเหล่านั้น
มีชื่อว่า รมยปราสาท สุรมยปราสาท และ สุภปราสาท ตามลำดับ
เจ้าชายสัทธัตถะทรงเสวยสุขในปราสาท ๓ ฤดู
ในภาพ เสดงถึงพระโพธิสัตว์เสวยสุขสมบัติในปราสาทหนึ่งในฤดูร้อน ทรงได้รับการบำเรอด้วยหมู่สตรีงามที่ทำหน้าที่ต่าง ๆ กัน เช่น ฟ้อนรำ ขับกล่อมด้วยการขับร้องและเล่นดุริยดนตรีอันประณีตพระโพธิสัตว์ประทับเอนพระวรกายอยู่บนพระแท่นขณะเสวยกามสุขทางรูป รส กลิ่น เสียง และผัสสะ ที่พระราชบิดาประสงค์จักให้เป็นเจ้าชายทรงยึดติดอยู่แต่ในสิ่งที่งดงาม ยินดี และน่าลุ่มหลง อันเป็นเหตุที่จะให้ครองฆราวาส เป็นพระบรมมหาจักรพรรดิราช




อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-14-jpgอภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-buddhanew122-jpgอภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-14-jpg


เป็นขัตติยประเพณี พระศากยราชกุมารจะต้องศึกษายุทธศาสตร์ ยุทธวิธีอย่างชำนิชำนาญ ให้สมกับพระนามว่า ขัตติยะ ซึ่งแปลว่านักรบ เจ้าชายสิทธัตถะได้ทรงศึกษายุทธศิลป์เหล่านั้นมาโดยช่ำชอง จนพระเกียรติยศเลื่องลือไปทั่วสกลชมพูทวีป ก่อนที่จะอภิเษกสมรส พระองค์ได้ทรงแข่งขันการยิงธนูแผลงศร ซึ่งเป็นยุทธศิลปะชั้นสูงในสมัยนั้น ปรากฏว่าได้ทรงผ่านการชนะเลิศได้อย่างง่ายดาย แม้เจ้าชายเทวทัตคู่แข่งขันสำคัญของพระองค์ ก็ทรงพ่ายแพ้อย่างหลุดลุ่ย จึงไม่เฉพาะแต่ทางโลกุตระเท่านั้น แม้ทางโลกิยวิสัย ก็ทรงสามารถเอาชนะได้เช่นเดียวกัน สมตามพระวาจาประกาศิตที่พระองค์ทรงเปล่งเมื่อตรัสรู้ว่า อคฺโคหมสฺมิ โลกสฺส -- เราเป็นผู้เลิศในโลก ดังนี้

เจ้าชายสิทธัตถะทรงประลองการยิงธนูที่มีน้ำหนักมาก
มีชื่อว่า สหัสสถามธนู ซึ่งใช้คน 1000 คนจึงยกขึ้นได้
พระโพธิสัตว์ทรงประลองศิลปศาสตร์การยิงธนู
ในภาพ พระโพธิสัตว์ทรงยืนแสดงการยิงธนูพุ่งจากแหล่งไปยังขนหางจามรีในเวลาพลบค่ำ เป็นอัจฉริยภาพความสามรถพิเศษที่มิได้มีในบุคคลทั้วไป ในการสำแดงศิลปศาสตร์การยิงธนูอย่างพิเศษประเสริฐยิ่งนี้ กระทำในทามกลางหมู่พราหมณ์คหบดี ทำให้เกิดความปลาบปลื้มยินดีว่า พระองค์ทรงเป็นมหาบุรุษผู้จะทรงเป็นพระมหาจักรพรรดิราชได้




แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Rich : 06-10-11 เมื่อ 21:35

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 8 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
พรรณวดี (06-10-11), พุทธรักษา (20-09-11), อภิญญา (19-09-11), ปาริฉัตรมณี (20-09-11), เพิ่มบุญ (23-09-11), Drew (05-10-11), Nakamura (07-10-11), rossukon (24-09-11)
  #7  
เก่า 19-09-11, 21:00
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Smile

อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-15-jpg

เจ้าชายสิทธัตถะทรงเลือกพระนางพิมพาเป็นพระชายา
ด้วยการพระราชทานสร้อยพระศอ
พระโพธิสัตว์ทรงเลือกคู่
ในภาพ พระโพธิสัตว์เสด็จประทับบนบัลลังก์ มีหมู่สตรีที่ได้เดินผ่านพระพักตร์ และพระนางพิพาที่ได้รับซองพระราชทานรางวัลเป็นสร้อยพระศอเป็นคนสุดท้าย ซึ่งต่อมาได้รับการอภิเษกเป็นพระอัครมเหสี




อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-buddhanew121-jpg


พระสิทธัตถะราชกุมาร หรือเจ้าชายสิทธัตถะ รัชทายาทราชบัลลังก์กรุงกบิลพัสดุ์ ทรงทำการอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงพิมพายโสธรา ที่กรุงกบิลพัสดิ์ เมื่อพระชนมายุ 16 พรรษา


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Rich : 06-10-11 เมื่อ 21:37

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 9 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
พรรณวดี (06-10-11), พุทธรักษา (20-09-11), อภิญญา (19-09-11), ปาริฉัตรมณี (20-09-11), เพิ่มบุญ (23-09-11), Drew (05-10-11), Nakamura (07-10-11), octavian (07-10-11), rossukon (24-09-11)
  #8  
เก่า 06-10-11, 21:49
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Smile

อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-buddhanew120-jpgอภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-16-jpgอภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-buddhanew120-jpg


พระสิทธัตถกุมาร เสด็จประพาสราชอุทยาน 4 วาระ โดยลำดับกัน ทรงทอดพระเนตรเห็นเทวทูตทั้ง 4 คือ คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณะ อันเทวดาแสร้งนิรมิตไว้ในระหว่างทาง ทรงสังเวชพระหฤทัยเพราะได้เห็นเทวทูต 3 ข้างต้น อันพระองค์ยังไม่เคยทรงพบมาเลยในกาลก่อน และทรงพอพระหฤทัยในบรรพชา เพราะเหตุได้เห็นสมณทูตวาระที่ 4 นี้ เป็นเหตุให้พระองค์เสด็จออกสู่มหาภิเนษกรมณ์ บำเพ็ญบารมีธรรมจนได้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ

เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จประพาสอุทยาน
ทอดพระเนตรนิมิต 4 ประการ คือ
คนแก่ คนเจ็บป่วย คนตาย และบรรพชิต
พระโพธิสัตว์เสด็จประพาสอุทยาน พบนิมิตร ๔
ในภาพ แสดงการได้พบเห็นนิมิต ๔ ในการประพาสอุทยานหลวง โดยเทพยดานิรมิตขึ้นเพื่อให้พระโพธิสัตว์ทรงเกิดปัญญาเห็นอย่างลึกซึ้ง รูปบรรพชิตเป็นรูปสุดท้ายที่ทรงยึดถือเอาว่าเป็นรูปนิมิตที่น้อมอารมณ์ไปสู่ความสงบสุข เป็นหนทางหนึ่งของการค้นหาความจริงในทุกข์ที่มนุษย์ได้เผชิญอยู่

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 6 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
พรรณวดี (06-10-11), พุทธรักษา (16-11-11), อภิญญา (06-10-11), ปาริฉัตรมณี (07-10-11), Nakamura (07-10-11), octavian (07-10-11)
  #9  
เก่า 06-10-11, 21:52
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Smile



อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-17-jpg

เจ้าชายสิทธัตถะทรงสดับคำนิมิต "นิพพาน"
จากพระนางกีสาโคตมี
พระโพธิสัตว์ได้คำนิมิต "นิพพาน"
ในภาพ พระโพธิสัตว์เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชนิเวศน์พร้อมหมู่อำมาตย์ ส่วนขัตติยนารีที่ประทับอยู่่ช่องพระบัญชรคือ พระนางกีสาโคตมี ผู้กล่าวคำอุทานชมพระสิริโฉมของพระโพธิสัตว์


อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-18-jpgอภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-buddhanew118-jpg

เจ้าชายสิทธัตถะทรงเบื่อหน่ายกามคุณ ๕
ทรงเห็นพระสนมมีอาการน่ารังเกียจ
พระโพธิสัตว์ทรงเบื่อหน่ายกามคุณ ๕
ในภาพ พระโพธิสัตว์ประทับอยู่บนบัลลังก์ เมื่อตื่นแล้่วทรงเห็นสนมมีอาการน่ารังเกียจ ความสลดสังเวชก็เกิดขึ้นทำให้การปลุกเร้าเกิดพุทธภาวะมากขึ้น และทรงคิดหาหนทางพ้นทุกข์ ภาพนางสมน ๕ คนมีความหมายว่าเป็นกามคุณ ๕ อันเป็นกามฉันทะ ส่วนม้ากัณฐกะที่ยืนนั้นตื่นตัวอยู่ เป็นนิมิตว่าจะทรงได้คิดในการเสด็จลอบออกจากพระราชวังไปผนวช



เมื่อเวลาผ่านไป ความจริงค่อยปรากฏชัดแก่เจ้าชายสิทธัตถะ ธรรมชาติแห่งความคิดนึกตรึกตรองและพระมหากรุณาของพระองค์ ไม่ยอมให้พระองค์เสวยความเพลิดเพลินในราชสำนักต่อไป พระองค์ไม่รู้จักความทุกข์เลย แต่รู้สึกสงสารมนุษยชาติผู้มีความทุกข์ ภาพนี้แสดงให้เห็นว่า เจ้าชายสิทธัตถะผู้ทรงเบื่อหน่ายต่อความสุขอย่างชาวโลก กำลังเสด็จหนีออกบรรพชาในเวลาดึก ด้วยทรงเห็นสาวสนมกรมในและพวกดนตรีทั้งหลายนอนกลิ้งเกลือกอยู่ ไม่เป็นที่น่ายินดี บางคนนอนผ้าหลุดลุ่ย บางคนนอนบ่นเพ้อละเมอไป ไม่เป็นสมปฤดี

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 6 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
พรรณวดี (06-10-11), พุทธรักษา (16-11-11), อภิญญา (06-10-11), ปาริฉัตรมณี (07-10-11), Nakamura (07-10-11), octavian (07-10-11)
  #10  
เก่า 06-10-11, 21:54
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Smile

อภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-19-jpgอภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-buddhanew119-jpgอภิญญา-มหาพุทธจริยวัตร ปางประสูติ ถึง ปางปรินิพพาน-19-jpg

พระโพธิสัตว์ทรงตัดสินพระทัยจะออกผนวช
ขณะที่มีพระชนม์ 29 พรรษา วันเดียวกับที่พระโอรสราหุลประสูติ
พระโพธิสัตว์ทรงตัดสินพระทัยจะออกบวช
ในภาพ พระโพธิสัตว์เสด็จยืนอยู่หน้าธรณีพระทวารประตูห้องพระบรรทมยโธราพิมพา ทรงทัศนาพระโอรสอย่างเพ่งพินิศ แล้วได้ตัดสินพระทัยเสด็จออกผนวช โดยเวลานั้นเป็นเวลาเที่ยงคืนของวันเพ็ญ เดือน ๘ ขณะที่มีพระชนมายุ ๒๙ พรรษา


เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงเห็นสิ่งแวดล้อมดังภาพที่แล้ว ประกอบกับความสงสารแก่หมู่ประชา จึงตัดสินพระทัยทิ้งลูกน้อยและพระชายาผู้ทรงบรรทมอยู่บนพระแท่นในราตรีกาลนั้น

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 6 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
พรรณวดี (06-10-11), พุทธรักษา (16-11-11), อภิญญา (06-10-11), ปาริฉัตรมณี (07-10-11), Nakamura (07-10-11), octavian (07-10-11)
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 13:07


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่