อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ประวัติพระ และบุคคลตัวอย่าง

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 05-01-12, 19:19
พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 255
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 3,160
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 1,826 ครั้ง ใน 1,826 ข้อความ
พลังบุญ: 2091
octavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished road
Default ชีวประวัติหลวงพ่อพระราชพรหมยาน







หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

(วีระ ถาวรโร หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
วัดจันทาราม (ท่าซุง) ต.น้ำซึม อ.เมือง
จังหวัดอุทัยธานี (2460 – 2535)


พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 2460 ตรงกับวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 8 ปีมะเส็ง (ตามใบสุทธิ) เดิมชื่อสังเวียน เป็นบุตรคนที่ 3 ของ นายควง นางสมบุญ สังข์สุวรรณ เกิดที่ตำบลสาลี อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี มีพี่น้องร่วมมารดาบิดาเดียวกันรวม 5 คน คือ
1. นายวงษ์ สังข์สุวรรณ เกิดปี พ.ศ. 2453 ปีจอ ถึงแก่กรรมเมื่อพฤศจิกายน 2513
2. นางสำเภา (สังข์สุวรรณ) ยาหอมทอง เกิดเมื่อปี พ.ศ.2457 ปีขาล
3. พระราชพรหมยาน (พระมหาวีระ (สังข์สุวรรณ) ถาวโร เดิมชื่อ สังเวียน เกิดปี พ.ศ. 2460 ปีมะเส็ง)
4. พระครูพิศาลวุฒิธรรม (พระมหาเวก (สังข์สุวรรณ) อกฺกวํโส) เดิมชื่อหวั่น เกิดปี พ.ศ. 2463 ปีวอก อยู่วัดดาวดึงษาราม กรุงเทพมหานคร
5. ด.ญ. อุบล สังข์สุวรรณ เดิมชื่อพัว เกิดปี พ.ศ.2468 ปีฉลู ถึงแก่กรรมตั้งแต่อายุ 4 ขวบ

พ.ศ. 2466 เข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนประชาบาลวัดบางนมโค จนจบชั้นประถมปีที่ 4 อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พ.ศ. 2475 เข้ามาอยู่กับท่านยายที่บ้านหน้าวัดเรไร อำเภอตลิ่งชัน จังหวัดธนบุรี ในสมัยนั้น และได้ศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณ
พ.ศ. 2479 เข้าเป็นเภสัชกรทหารเรือ สังกัดกรมการแพทย์ทหารเรือ
พ.ศ. 2480 อุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2480 เวลา 13.00 น. ณ วัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีพระครูรัตนาภิรมย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวิหารกิจจานุการ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์เล็ก เกสโร เป็นพระอนุสาวนาจารย์
พ.ศ. 2481 สอบได้นักธรรมตรี
พ.ศ. 2482 สอบได้นักธรรมโท
พ.ศ. 2483 สอบได้นักธรรมเอก
ในระหว่างปี พ.ศ. 2480 - 2484 ได้ศึกษาพระกัมมัฏฐานจากครูบาอาจารย์หลายท่าน อาทิ เช่น พระครูวิหารกิจจานุการ (ปาน โสนันโท) วัดบางนมโค, หลวงพ่อจง พุทธสโร วัดหน้าต่างนอก พระอาจารย์เล็ก เกสโร วัดบางนมโค พระครูรัตนาภิรมย์ วัดบ้านแพน พระครูอุดมสมาจารย์ วัดน้ำเต้า หลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ หลวงพ่อเนียม วัดน้อย หลวงพ่อโหน่ง วัดอัมพวัน(วัดคลองมะดัน) และหลวงพ่อเรื่อง วัดใหม่พิณสุวรรณ
พ.ศ. 2484 เข้ามาจำพรรษาที่ช่างเหล็ก อำเภอตลิ่งชัน จังหวัดธนบุรี เพื่อเรียนบาลี ต่อมาได้ย้ายมาอยู่วัดอนงคาราม
พ.ศ. 2487 สอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค
พ.ศ. 2492 ออกจากวัดประยูรวงศาวาส ไปอยู่วัดลาวทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
พ.ศ. 2494 กลับไปเป็นเจ้าอาวาสวัดบางนมโค
พ.ศ. 2500 อาพาธหนักต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกรมแพทย์ทหารเรือ 2 ปี
พ.ศ. 2502 ออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่วัดชิโนรส กรุงเทพมหานคร
พ.ศ. 2503 ย้ายจากวัดชิโนรสมาอยู่ที่วัดโพธิ์ภาวนาราม อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท ขณะนั้นยังเป็นสำนักสงฆ์อยู่
พ.ศ. 2506 ไปอยู่วัดพรวน อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท
พ.ศ. 2507 กลับมาอยู่วัดโพธิ์ภาวนาราม เริ่มรับศิษย์เรียนกรรมฐาน
พ.ศ. 2508 ไปอยู่วัดปากคลองมะขามเฒ่าอำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท
พ.ศ. 2510 ไปสอนกรรมฐานและจำพรรษาที่วัดสะพาน อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท
พ.ศ. 2511 ย้ายมาอยู่วัดจันทาราม (ท่าซุง) ตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี บูรณะซ่อมสร้าง และขยายวัดท่าซุงจากเดิมมีที่ดิน 6 ไร่ เศษ จนกระทั่งเป็นวัดที่มีบริเวณพื้นที่ 289 ไร่เศษ มีอาคารและถาวรวัตถุต่าง ๆ สิ้นค่าก่อสร้างทั้งสิ้น 611 ล้านบาทเศษ
พ.ศ. 2520 ตั้งเป็นศูนย์สงเคราะห์ผู้ยากจนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 24 เมษายน 2520 ตั้งมูลนิธิหลวงพ่อปาน – พระมหาวีระ ถาวโร 31 ตุลาคม 2520 สร้างโรงพยาบาลแม่และเด็กท่าซุงมอบให้กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
พ.ศ. 2526 สร้างตึกพักคนไข้อีก 2 ตึก และมอบให้โรงพยาบาล
พ.ศ. 2527 ได้รับพระราชทานสมณสักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญวิ.(ป.ธ.4 น.ธ.เอก) ที่ “พระสุธรรมยานเถระ”
พ.ศ. 2528 สร้างโรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยา
พ.ศ. 2532 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ “พระราชพรหมยานไพศาลภาวนานุสิฐมหาคณิสสรบวรสังฆารามคามวาสี”
ตุลาคม พ.ศ. 2535 พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานได้อาพาธด้วยโรคปอดบวมอย่างแรง และติดเชื้อในกระแสโลหิต ได้เข้ารักษาในโรงพยาบาลศิริราช และมรณภาพที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2535 เวลา 16.10 น.



ตลอดระยะเวลาที่อุปสมบทอยู่หลวงพ่อพระราชพรหมยานได้ทำหน้าที่ของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาอย่างสมบูรณ์ กล่าวคือ
ทางด้านชาติ ได้สร้างโรงพยาบาล สร้างโรงเรียน จัดตั้งธนาคารข้าว ออกเยี่ยมเยียนทหารหาญของชาติและตำรวจตระเวณชายแดนตามหน่วยต่าง ๆ เพื่อปลุกปลอบขวัญและกำลังใจ และแจกอาหาร ยา อุปกรณ์อำนวยความสะดวก และวัตถุมงคลทั่วประเทศ
ทางด้านพระศาสนา ได้สั่งสอนพุทธบริษัท ศิษยานุศิษย์ ให้มุ่งพระนิพพานเป็นหลัก โดยให้ประพฤติปฏิบัติ กาย วาจา ใจ ในทาน ในศีล และในกรรมฐาน 40 ทัศ และมหาสติปัฏฐานสูตร ได้พิมพ์หนังสือคำสอนกว่า 45 เรื่อง และบันทึกคำสอนกว่า 1,000 เรื่อง
นอกจากนี้ ยังได้แสดงพระธรรมเทศนาทางสถานีวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ เป็นครั้งคราว นอกจากนี้ยังเดินทางไปสงเคราะห์คณะศิษย์ในต่างจังหวัด และต่างประเทศทุก ๆ ปี
ทางด้านวัตถุ ท่านได้ช่วยสร้างพระพุทธรูป และถาวรวัตถุไว้ในพระพุทธศาสนามากกว่า 30 วัด รวมทั้งการบูรณะฟื้นฟูวัดท่าซุงด้วยเงินกว่า 600 ล้านบาท ได้สร้างพระไตรปกฏกหนังสือมูลกัจจายน์ และถวายผ้าไตรแก่วัดต่าง ๆ ปีละไม่ต่กว่า 200 ไตร
ทางด้านพระมหากษัตริย์ ท่านได้สนองพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการจัดตั้งศูนย์สงเคราะห์ผู้ยากจนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชประสงค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ศูนย์ฯ รวมถึงการแจกเสื้อผ้าอาหาร และยารักษาโรคแก่ราษฎรผู้ยากจน การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ การส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกรักษาพยาบาลราษฎรผู้เจ็บป่วย การให้ทุนนักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน การบริจาคทรัพย์ให้แก่มูลนิธิและโรงพยาบาลต่าง ๆ
นับได้ว่า พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน เป็นปูชนียบุคคลผู้อยู่ด้วยความกรุณาเป็นปกติ พร่ำสอนธรรมะและสิ่งที่เป็นประโยชน์ และสงเคราะห์เกื้อกูลมหาชนด้วยเมตตามหาศาล สมกับเป็นศากยบุตรพุทธชิโนรสแท้องค์หนึ่ง
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เพื่อให้แน่ใจว่าลูกหลานของท่านมีสุขคติเป็นที่ไป ท่านได้ตั้งสัตยาธิษฐาน ฝากลูกหลานของท่านไว้กับพระ พรหม และเทพยดาทั้งหมดดังนี้





" ฉันขอตั้งสัตยาธิษฐาน อ้างคุณพระศรีรัตนตรัย มีองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประมุข พร้อมด้วยพระอริยสงฆ์ทั้งหมดและพระพรหม และเทพเจ้าทั้งหมด ขอทุกท่านจงกำหนดจิตจดจำลูกหลานของฉันไว้ ว่าบุคคลใดก็ตาม เมื่อเวลาจะตายขอให้สติสัมปชัญญะสมบูรณ์ มีจิตน้อมไปในกุศลกรรม และขอให้ได้รับผลที่ฉันได้ทำไปแล้วทุกประการ แก่ลูกหลานของฉันทุกคน




เวลานี้ฉันมองดูแล้วนะ ตรวจดูแล้ว สิ่งที่ฉันต้องการมันสมใจนึกแล้ว ฉันมีความอิ่มใจบอกไม่ถูก ปลื้มใจที่ความปรารถนาสมหวัง ที่ฉันตั้งใจไว้นาน ปรารถนาไว้นานคิดว่าจะทำไม่ได้ แต่เวลานี้ทำได้แล้ว ลูกหลานของฉันทุกคน มีศรัทธาเป็นอจลศรัทธาแล้ว มีความมั่นคงในพระพุทธศาสนาแล้ว มีความดีพอสมควรแล้ว "
Sorce
:Ѵѹ (ҫا) - ѵ Ѵѹ (ҫا) ͹ 1
:วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
:䫵 www.kaskaew.com


__________________
อฺธิฐานรอยพระบาทเจ้า ขอพื้นที่ทุกแห่งที่พระพุทธ.ประทีปแก้วได้ประทับลงแล้วจงมีแต่ความผาสุขสืบไป โดยฉับพลันทันที เทอญ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย octavian : 05-01-12 เมื่อ 19:55

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 7 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ octavian ในข้อความนี้
พรรณวดี (06-01-12), พุทธรักษา (23-01-12), เพิ่มบุญ (07-01-12), Eang (19-04-12), Peach (07-01-12), Pual_J (14-02-13), Rich (05-01-12)
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 21:30


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่