อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ประวัติพระ และบุคคลตัวอย่าง

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 01-09-09, 17:21
พุทธรักษา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 560
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 12,630
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 4,052 ครั้ง ใน 4,052 ข้อความ
พลังบุญ: 4120
พุทธรักษา is on a distinguished roadพุทธรักษา is on a distinguished roadพุทธรักษา is on a distinguished roadพุทธรักษา is on a distinguished roadพุทธรักษา is on a distinguished roadพุทธรักษา is on a distinguished roadพุทธรักษา is on a distinguished roadพุทธรักษา is on a distinguished roadพุทธรักษา is on a distinguished roadพุทธรักษา is on a distinguished roadพุทธรักษา is on a distinguished road
Smile หมอชีวกโกมารภัจจ์ แพทย์ประจำพระองค์พระศาสดา

fficeffice" />

พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา
หากข้าพเจ้าได้เคยประมาทพลาดพลั้งล่วงเกินต่อคุณพระรัตนตรัย อันมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และผู้มีพระคุณ ขอพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ได้โปรดอดโทษให้แก่ข้าพเจ้า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้เทอญ

พุทธธรรมฉบับนี้ ขอหยิบยกเรื่อง ประวัติหมอชีวกโกมารภัจจ์ แพทย์ประจำพระองค์พระศาสดาเอกของโลก หมอเทวดาในสมัยพุทธกาล หรืออีกชื่อหนึ่งว่า เภสัชราชา และพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสยกย่องว่า เป็น เอตทัคคะในบรรดาอุบาสกผู้เสื่อมใสในบุคคล มากล่าวพอสังเขป ( แต่ยาวหน่อยน๊ะ)


หมอชีวกโกมารภัจจ์

หมอชีวกเป็นบุตรนางโสเภณีนามว่า สาลวดี นางนครโสเภณีผู้ทรงเกียรติแห่งเมืองราชคฤห์ โดยพระเจ้าแผ่นดินทรงแต่งตั้ง มีเงินเดือนและค่าตัวสำหรับผู้ร่วมอภิรมย์อีกคนละ ๑๐๐ กหาปณะ (ประมาณ ๔๐๐ บาท)
เพราะไม่ได้ตั้งใจให้เกิด เมื่อเกิดมาแล้วแถมเป็นชายเสียด้วย นางจึงไม่เลี้ยง สั่งให้เอาไปทิ้งที่หน้าประตูวัง เช้าตรู่วันนั้น เจ้าฟ้าอภัยพระโอรสของพระเจ้าพิมพิสารเสด็จไปพบเข้า จึงนำไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมตั้งชื่อให้ว่าชีวกโกมารภัจจ์ แปลว่า ผู้ยังมีชีวิตรอดมาได้ ตอนเป็นเด็ก คำว่าโกมารภัจจ์ คือ ผู้ที่พระราชกุมารนำไปเลี้ยงไว้

ชีวกเป็นคนฉลาดมีปฎิภาณเฉียบคม ถูกเด็ก ๆ ในวังด่าเสียดสีว่าเป็นลูกไม่มีพ่อ จึงมีมานะจะเอาชนะหาความรู้ใส่ตัวให้ใครดูถูกไม่ได้ จึงหนีไปกับกองคาราวานไปยังเมืองตักกสิลา ฝากตัวเป็นศิษย์เรียนวิชาแพทย์กับอาจารย์ทิศาปราโมกข์ เมืองตักกสิลา เรียนอยู่ ๗ ปี อยากทราบว่าเมื่อใดจะเรียนจบ อาจารย์ก็ให้ถือเสียมไปตรวจดูทั่วบริเวณ 1 โยชน์รอบเมืองตักสิลา ตรวจดูต้นไม้และต้นหญ้าทุกชนิด เพื่อหาสิ่งที่มิใช่ยา ชีวกก็หาไม่พบ กลับมาบอกอาจารย์ อาจารย์ได้ทราบดังนั้น ก็พอใจ เป็นที่ประจักษ์ว่า ท่านชีวกสำเร็จวิชาแพทย์ มอบเสบียงให้เล็กน้อย ชีวกเดินทางกลับยังพระนครราชคฤห์ บ้านเกิดเมืองนอน

ชีวกโกมารภัจจ์ เป็นศิษย์ที่มีอัธยาศัยดีมีความเคารพนับถือเชื่อฟังอยู่ในโอวาทของอาจารย์ มีความกตัญญูกตเวที มีศีลธรรมและอัธยาศัยความสุขุมละเอียดเยือกเย็น สุภาพเรียบร้อยไม่พลาดพลั้งอีกทั้งเชาว์ปัญญาก็ดีเยี่ยมจึงเป็นที่รักของอาจารย์ท่านอาจารย์จึงเมตตาสอนวิชาแพทย์พิเศษให้อีกแขนงหนึ่งซึ่งอาจารย์จะไม่ค่อยสอนให้แก่ใคร ๆ คือ วิชาประสมยา ปรุงยาขนานเอกพร้อมทั้งวิธีการรักษาโรคให้ด้วย ยาขนานนี้พิเศษจริง ๆ สามารถรักษาโรคได้ทุกชนิดและวางยาครั้งเดียวไม่ต้องซ้ำ ยกเว้นโรคที่เกิดจากผลกรรมรักษาไม่ได้

อาจารย์ให้เสบียงมานิดหน่อยหมดระหว่างทาง จึงต้องใช้วิชาความรู้ที่เรียนมารักษาโรคปวดหัวของภรรยาเศรษฐีเมืองสาเกต ที่เป็นมา ๗ ปีแล้ว รักษาหมอที่ไหนก็ไม่หายสักที สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการปรุงยาขนานเดียว ได้รับรางวัล ๔,๐๐๐ กหาปณะนำเงินและรางวัลทั้งหมดไปถวายเจ้าชายอภัยเป็นค่าปฏิการะคุณที่ได้ทรงเลี้ยงตนมา เจ้าชายอภัยโปรดให้หมอชีวกเก็บรางวัลนั้นไว้เป็นของตนเอง และโปรดให้สร้างบ้านอยู่ในวัง

ต่อมาไม่นาน เจ้าชายอภัยนำหมอชีวิกไปรักษาโรคภคันทบาพาธ (โรคริดสีดวงทวาร) ของพระเจ้าพิมพิสารจนหายขาด พระเจ้าพิมพิสารประทานเครื่องประดับของสตรีชาววัง 500 นางให้เป็นรางวัล หมอชีวกไม่รับ ขอให้ทรงถือว่าเป็นหน้าที่ของตน พระเจ้าพิมพิสารจึงโปรดแต่งตั้งให้เป็นแพทย์หลวงประจำพระราชสำนัก และแพทย์ประจำพระภิกษุสงฆ์อันมีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ได้พระราชทานบำเหน็จจำนวนมาก รวมทั้งสวนมะม่วงด้วย
ได้ผ่าตัดเนื้องอกในลำไส้ของบุตรเศรษฐีชาวเมืองพาราณสี คนหนึ่งให้หายขาดจากโรคร้ายได้ แล้วได้ผ่าตัดสมองเศรษฐีชาวเมืองราชคฤห์คนหนึ่งจนอาการโรคปวดหัวหายขาด ได้เคยเดินทางไปรักษาพระเจ้าปโทเลมีแห่งอียิปต์

จากนั้นมาชื่อเสียงเกียรติคุณของหมอชีวกก็แพร่สะพัดไปทั่วเมืองว่าเป็นหมอเทวดา ชื่อเสียงได้ฟุ้งขจรไปยังต่างแดน ถึงเมืองอุชเชนีแคว้นอวันตีซึ่งอยู่ห่างไกล พระเจ้าจัณฑปัชโชต กษัตริย์ผู้ดุร้ายประชวรด้วยโรคปวดพระเศียรข้างเดียวมาเป็นเวลานาน ๗ ปีแล้ว จึงส่งราชฑูตมาขอจากพระเจ้าพิมพิสารให้ไปรักษา หมอชีวกถวายการรักษาจนหายแต่ก็เกือบถูกประหารชีวิตเพราะพระองค์ไม่ชอบเนยใส หมอชีวกปรุงยาใส่เนยใส ถึงกับสั่งคนตามล่าหาว่าหมอชีวกแกล้ง แต่หมอชีวกก็เอาชีวิตรอดกลับมาได้ด้วยปัญญาของตน

เมื่อพระเจ้าจัณฑปัชโชตหายประชวรแล้วทรงสำนึกในบุญคุณหมอชีวกจึงทรงส่งผ้ากัมพลหรือผ้าแพรเนื้อละเอียดอย่างดีสองผืนไปพระราชทานแก่หมอชีวก หมอชีวกได้นำผ้าสองผืนนั้นไปถวายพระพุทธเจ้า จนเป็นเหตุให้พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้พระภิกษุสงฆ์รับผ้าสำเร็จทำชาวบ้านถวายได้แต่บัดนั้นมา ทำให้คหบดีและชาวเมืองต่างดีใจพากันนำจีวรมาถวายพระเป็นจำนวนมาก


ในสมัยนั้น พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเวฬุวัน เมื่อบำเพ็ญพุทธกิจตลอดทั้งวัน ทรงมีเวลาพักผ่อนน้อย พุทธกิจ ๕ ประการคือ
๑.เวลาเช้ามืด ทรงตรวจดูอุปนิสัยสัตว์โลกที่ควรโปรด
๒.เช้า เสด็จออกบิณฑบาต หรือโปรดสัตว์
๓.เวลาเย็น ทรงแสดงพระธรรมเทศนาแก่พุทธบริษัท
๔.เวลาค่ำ ทรงให้โอวาทแก่ภิกษุสงฆ์
๕.เวลาดึง ทรงแก้ปัญหาเทวดา

พระวรกายของพระองค์จึงเกิดหมักหมมด้วยสิ่งอันเป็นโทษ ท้องผูกอย่างร้ายแรงเนื่องจากนั่งนาน พระอานนท์จึงไปหาหมอชีวกแจ้งพระอาการของพระพุทธเจ้าให้ทราบ หมอชีวก ได้วินิจฉัยพบว่า ในพระนาภีของพระผู้มีพระภาคเจ้ามีอุจจาระธาตุลามก จำเป็นต้องประจุพิษออก แต่เนื่องจากพระองค์มีอายุมาก ถ้าเสวยยาถ่ายซึ่งมีรสร้อน จะทำให้ร่างกายอ่อนแรงและอาจมีอันตราย หมอชีวกได้เก็บดอกบัวมา 3 ก้าน แล้วอบด้วยตัวยาสมุนไพรอย่างแรง หลังจากนั้นก็ขอให้พระผู้มีพระภาคเจ้าสูดกลิ่นดอกบัวนั้น ดอกบัวก้านแรก ทำให้พระองค์ถ่ายบังคลหนัก 10 ครั้งในวันแรก และในวันที่ 2 และ 3 ต่อมาก็ถ่ายวันละ 10 ครั้งรวม 30 ครั้งด้วยกัน เมื่อพระสรีระได้ชำระอุจจาระธาตุลามกอกสิ้นแล้ว ก็ทรงมีความสุข สบายสังขาร พระวรกายของพระพุทธองค์ได้กลับเป็นปกติดังเดิม และได้ถวายตัวเป็นแพทย์ประจำพระองค์ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา พร้อมทั้งถวายสวนมะม่วงให้เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าอีกด้วย
หมอชีวกได้ถวายการรักษาพระพุทธเจ้าอีกครั้งหนึ่ง เมื่อพระพุทธองค์ถูกพระเทวทัต ลอบทำร้าย กลิ้งหินบนยอดเขาคิชฌกูฏหมายจะให้ทับพระองค์ให้สิ้นพระชนม์ แต่ก็ทำได้แค่ทำให้พระบาทของพระพุทธองค์มีพระโลหิตห้อเท่านั้น หมอชีวกได้ถวายการรักษาที่สวนมะม่วงนั้น

หมอชีวกได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน และด้วยศรัทธาในพระพุทธเจ้าปรารถนาจะไปเฝ้าวันละ 2-3 ครั้ง เห็นว่าพระเวฬุวันวิหารที่พระพุทธองค์ประทับอยู่ไกลเกินไป จึงสร้างวัดถวายในสวนมะม่วงของตน เรียกกันว่า ชีวกัมพวัน ครั้นเมื่อพระเจ้าอชาตศัตรูเริ่มน้อมพระทัยมาทางศาสนา หมอชีวกก็เป็นผู้แนะนำให้เสด็จไปเฝ้าพระพุทธเจ้า

การถวายบำบัดโรคแก่พระพุทธเจ้านั้น หมอชีวกฯ มีความเอาใจใส่ ตั้งใจปฏิบัติเป็นพิเศษ ทั้งๆที่ไม่มีสิ่งตอบแทน ด้วยเพราะหมอชีวกฯ เป็นอุบาสกผู้หนึ่งในพระพุทธศาสนา ซึ่งเข้าถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะของตน ทั้งมีความเคารพนับถือพระผู้มีพระภาคเจ้ายิ่งนัก จนพระเจ้าพิมพิสารสละราชสมบัติและได้ถูกพระเจ้าอชาติศัตรูทำปิตุฆฏาต ก็ยังคงทำหน้าที่แพทย์ประจำพระองค์ ถวายอภิบาลพระสุขภาพเสมอ

ด้วยเหตุที่หมอชีวกเป็นแพทย์ประจำคณะสงฆ์และเป็นผู้มีศรัทธาเอาใจใส่เกื้อกูลคณะสงฆ์มาก จึงเป็นเหตุให้มีคนมาบวชเพื่ออาศัยวัดเป็นที่รักษาตัวจำนวนมาก จนหมอชีวกต้องทูลเสนอพระพุทธเจ้าให้ทรงบัญญัติข้อห้ามมิให้รับบวชคนเจ็บป่วยด้วยโรคบางชนิด ( โรคเรื้อน,ฝีดาษ,ไข้มองคร่อ,ลมบ้าหมู)
หมอชีวกได้กราบทูลเสนอให้ทรงอนุญาตที่จงกรมและเรือนไฟ เพื่อเป็นที่บริหารกายช่วยรักษาสุขภาพ ของภิกษุทั้งหลาย

ตลอดชีวิตท่านยุ่งอยู่กับการรักษาโรคคนทั้งเมืองไม่มีเวลาปฏิบัติธรรม แต่ท่านก็เป็นพระโสดาบัน ได้ใช้วิชาความรู้ที่เล่าเรียนมาบำเพ็ญประโยชน์แก่ชนหมู่มาก ช่วยเหลือผู้เจ็บไข้ไม่เลือกยากดีมีจน จนได้รับยกย่องจากพระพุทธองค์ว่าเป็นเอตทัคคะในด้านเป็นที่รักของปวงชน(อุบาสกผู้เลื่อมใสในบุคคล) คนเช่นนี้ชื่อว่าไม่เสียชาติเกิดโดยแท้ และเราควรเอาเยี่ยงอย่างเป็นอย่างยิ่ง
ประวัติหมอชีวกได้ถูกบันทึกไว้ในพระไตรปิฏกอย่างละเอียดเนื่องจากได้รักษาพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์จำนวนมาก ในครั้งพุทธกาล เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ปลงอายุสังขารแล้วก็ไม่ยอมเสวยยา ที่หมอชีวกปรุงให้แม้ว่าหมอชีวกในครั้งนั้นได้สำเร็จเป็นพระโสดาบันก็จริง แต่ก็น้อยใจที่พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ยอมเสวยโอสถ จึงหลีกลี้หนีเข้าป่าไปไม่มีใครทราบประวัติต่อจากนั้น ตราบจนหมดอายุขัย
บางตำราระบุว่าได้พบพระธาตุของหมอชีวกซึ่งหมายความว่าท่านได้สำเร็จมรรคผลเป็นพระอรหันต์ ไม่กลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก บ้างก็ว่าท่านเคยตั้งสัจจาอธิษฐานที่จะเกิดมารักษาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกหลายพระองค์ในกาลข้างหน้า

คำกล่าวของท่านหมอชีวกโกมารภัจจ์ บางตอนที่คัดมาได้

หลังจากถวายพระศพแล้ว เราก็ไม่อยากเจอหน้าใครทั้งสิ้น กลับเข้าเมืองราชคฤห์อย่างเงียบ ๆ แล้วก็หลบไปอยู่ในถ้ำเขาคิชกูฏ อยู่คนเดียวและไม่เคยออกจากถ้ำนั้นอีกเลย ก็มีคนป่วยที่เสาะหาสถานนี้เจอก็มาให้รักษากัน ด้วยเมตตาธรรมที่ได้ฟังจากพระธรรมเทศนามาก็อดไม่ได้ที่จะต้องรักษากัน”
“เนื่องจากที่พระพุทธองค์ทรงไม่ยอมรับการรักษาใด ๆ ทั้งสิ้นจากเรา ก่อนสู่พระปรินิพพาน ทำให้เราซึ่งเป็นเสมือนลูกคนหนึ่ง มีความเสียใจอยู่ตลอดเวลา วันหนึ่งเลยเกิดนิมิตรประหลาด เกิดมีเสียงเรียกเราด้วยสำเนียงอันอ่อนหวาน --ชีวกโกมารภัจจ์ ท่านน่ะเป็นแพทย์ประจำพระพุทธองค์ ใช่ไหม-- เราก็ตอบไปว่าเรานี่แหละคือแพทย์ประจำพระองค์ แล้วเสียงนั้นก็เงียบไป”



คาถาบูชาหมอชีวก โกมารภัจจ์
พระคาถา อัญเชิญ ดวงจิต วิญญาณ ปรมาจารย์ แพทย์ “ ชีวกโกมารภัจจ์”
โอม นะโม ชีวะโก สิระสา อะหัง กรุณิโก สัพพะสัทธานังโอสะถะ ทิพพะมันตัง ประภาโส สุริยาจันทัง โกมารภัจจ์โตประภาเสสิ วันทามิ ปัณฑิโตสุเมทะโสอะโรคา สุมนาโหมิ (ว่า 3 ครั้ง)
นะอะ นะวะ โรคา พยาธิวินาสสันติ ( ว่า ๓ครั้ง)

พระคาถานี้ให้บูชาเป็นประจำความป่วยไข้หรือโรคภัยจะไม่มากล้ำกรายแต่ต้องอยู่ในศีลธรรม
พ่อหมอชีวกโกมารภัจจ์เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งฉะนั้นพึงตั้งจิตสวดบูชาโดยความเคารพ

หากผิดพลาดประการขอให้ท่านผู้รู้โปรดอภัยและชี้แนะเป็นแนวทาง

ขอโมทนาบุญอันประมาณมิได้ของพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ขอบุญกุศลทั้งหลายที่ข้าพเจ้าได้กระทำดีแล้ว ณ โอกาสนี้ จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าได้เข้าถึงธรรม มีกำลัง มีความเพียร สามารถล่วงทุกข์ไปได้ และสามารถช่วยเหลือสรรพชีวิตทั้งหลายได้ ขอให้ทุกดวงจิตจงมีแต่ความสุข มีพระนิพพานเป็นที่ไปในชาติปัจจุบันนี้ เทอญ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย พุทธรักษา : 02-09-09 เมื่อ 09:11

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 13 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ พุทธรักษา ในข้อความนี้
Apinya (01-09-09), พรรณวดี (01-09-09), พรหมโชติ (28-12-09), ศิษย์โมคคัลลานะ (02-09-09), อภิญญา (01-09-09), ปาริฉัตรมณี (01-09-09), ปาร์ค (24-11-09), นาคน้อย (01-09-09), นิมมานรดี (01-09-09), เดชะบุญ (11-09-09), FaRuXue (29-09-10), leklek (07-09-09), suwaphat (25-10-09)
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 21:09


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่