อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ประวัติพระ และบุคคลตัวอย่าง

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 24-09-09, 11:05
พุทธรักษา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 560
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 12,630
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 4,052 ครั้ง ใน 4,052 ข้อความ
พลังบุญ: 4120
พุทธรักษา is on a distinguished roadพุทธรักษา is on a distinguished roadพุทธรักษา is on a distinguished roadพุทธรักษา is on a distinguished roadพุทธรักษา is on a distinguished roadพุทธรักษา is on a distinguished roadพุทธรักษา is on a distinguished roadพุทธรักษา is on a distinguished roadพุทธรักษา is on a distinguished roadพุทธรักษา is on a distinguished roadพุทธรักษา is on a distinguished road
Default อัตตประวัติ 114 ปี หลวงปู่สุภา กันตะสีโล อริยสงฆ์ห้าแผ่นดิน

สืบเนื่องจากร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี ร่วมกับหลวงปู่สุภา กันตะสีโล ณ วัดสีลสุภาราม จ.ภูเก็ต
ข้าพเจ้าขอน้อมนำ อัตตประวัติ 114 ปี หลวงปู่สุภา กันตะสีโล อริยสงฆ์๕แผ่นดิน ผู้ยิ่งด้วยเมตตาบารมี มาเผยแผ่เป็นธรรมทาน แก่สาธุชน

ผลบุญทั้งหมดนี้ขอน้อมถวายเป็นพุทธบูชา ฯ และน้อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ


วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2439 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ปีวอก ที่บ้านคำบ่อ อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร ครอบครัวของท่านขุนพลภักดี หรือผู้ใหญ่พล วงศ์ภาคำ และนางสอ วงศ์ภาคำ ได้ให้กำเนิดบุตรชายคนที่ 8 ของสกุลวงศ์ภาคำ ซึ่งผู้ใหญ่พลได้ตั้งชื่อบุตรคนนี้ว่า “สุภา” หมายถึง คนดีของตระกูลนั่นเอง

พออายุได้ 7 ขวบ ได้มีโอกาสกราบพระอาจารย์สีทัตต์ และท่านอาจารย์ได้พยากรณ์ได้พยากรณ์ไว้ว่าจะได้บวชเรียนในพระพุทธศาสนา จากนั้นอีก 2 ปี เด็กชายสุภาก็ได้ขออนุญาตบิดาบรรพชาเป็นสามเณรกับพระอาจารย์สวนอยู่ได้ 1 ปี พระอาจารย์สวนนำไปฝากไว้กับสำนักเรียนของพระมหาหล้า แห่งวัดไพรใหญ่ จ. อุบลราชธานี ได้เล่าเรียนด้วยความมานะพยายามจนจบ “มูลกัจจายน์” เมื่ออายุได้ 16 ปีพอดี จึงได้เรียนปรึกษาพระอาจารย์ว่าจะเล่าเรียนต่อทางไหนดี

ในที่สุดหลวงปู่สุภาตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางวิปัสสนาจารย์ และเดินทางไปท่าอุเทน ฝากตัวเล่าเรียนกับพระอาจารย์สีทัตต์ ซึ่งพระอาจารย์ได้ทดสอบความอดทน ของสามเณรด้วยประการต่างๆ และนำสามเณรธุดงค์ข้ามไปประเทศลาว พออายุครบบวชพระอาจารย์สีทัตต์จึงได้อุปสมบทสามเณรในถ้ำภูควาย และให้ฉายาว่า “กันตะสีโล” ตั้งแต่นั้นมา ซึ่งพระอาจารย์สีทัตต์ได้สั่งสอนวิปัสสนา และวิชาอาคมให้อีกมากมายจนกระทั่ง พ.ศ.2463 หลวงปู่จึงตัดสินใจออกธุดงค์เดี่ยว โดยอาจารย์สั่งเสีย ให้ไปหาหลวงปู่ศุข เกสโร แห่งวัดอู่ทอง ปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท

หลังจากที่ หลวงปู่ศุข ได้ถ่ายทอดวิชาอาคมจนหมดสิ้นแล้ว หลวงปู่สุภาจึงกลับสู่ธุดงค์วัตรอีกครั้ง โดยเดินทางเข้าสู่ป่าทึบในประเทศพม่าได้พบ พระอาจารย์สายวิปัสสนาชาวพม่าแล้วออกจากป่าไปเมืองท่าในพม่าซื้อตั๋วเรือเดินทะเลไปประเทศอินเดียและธุดงค์ไปเรื่อยๆ โดยคนอินเดียที่นับถือพุทธมีน้อยท่านก็ได้ฉันบ้างอดบ้างไปตามแกน แต่ก็สามารถผ่านเส้นทางธุรกันดารในดินแดนอันแผดเผาด้วยเปลวแดดสู่ดินแดนอันเหน็บหนาวของภูเขาหิมาลัยที่เมืองฤาษีเกตุ ที่ชุมนุมของฤาษีที่มีฤทธิ์นานาประการและข้ามประเทศจีนไปยังเมืองปักกิ่งไปเรียนวิชาลมปราณ รักษาโรคกับอาจารย์ ตัน ฮก เหลียง ที่ซิมซัว ขากลับเดินทางผ่านประเทศลาวเข้าสู่อีสานมาเรียนวิชากับหลวงปู่มั่นอีก 3 ปี จึงได้กราบลาธุดงค์ไปเวียดนามเล่าเรียนวิชาแพทย์แผนโบราณจนสำเร็จ หลวงปู่สุภาท่านเป็นผู้ชอบศึกษาเล่าเรียน เมื่อได้ยินว่าที่ใดมีอาจารย์ผู้มีวิชาอาคมและวัตรปฏิบัติดี หลวงปู่มักจะไปขอเล่าเรียนด้วย เช่น หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา หลวงพ่อทบ วัดชนแดน หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก ฯลฯ

ชีวิตของหลวงปู่คุ้นเคยกับเปลวแดด และการจำวัดกลางดินฉันกลางทรายหาวิเวกในป่า เจริญภาวนาหลีกเร้นจากผู้คน ท่านเคยบอกว่าหากสังขารยังอำนวยอยู่จะไม่หยุดธุดงค์เด็ดขาด ท่านได้จากบ้านเกิดเมื่ออายุได้ 9 ขวบ ได้ดำริกลับไปบ้านเมื่ออายุ 62 ปีเต็ม แล้วธุดงค์มาทางใต้เข้าไปในมาเลเซีย สิงคโปร์ ในที่สุดท่านได้มาปักกลดที่เขารัง จังหวัดภูเก็ต ก็ได้นิมิตประหลาดมีภิกษุชราได้มาบอกให้ข้ามไปเกาะสิเหร่ และพบที่ดินถูกใจแปลงหนึ่ง เจ้าของมีความเลื่อมใสจึงอุทิศให้ท่านสร้างวัด เรียกว่าวัดเกาะสิเหร่ และธุดงค์ต่อไปยังสถานที่ต่างๆ จนหลวงปู่มีอายุได้ 84 ปี จึงกลับมาที่จังหวัดภูเก็ต ได้สร้างพระประทานไว้บนยอดเขารัง และศิษยานุศิษย์ได้มอบที่ดินเนื้อที่ 8 ไร่ 95 ตารางวา หมู่ที่ 7 ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ให้ท่านตั้งสำนักวิปัสสนากรรมฐานตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ในชีวิตของหลวงปู่ได้สร้างวัตถุมงคลไว้หลายอย่าง เช่น แมงมุมมหาลาภ ผ้ายันต์รับทรัพย์ จระเข้อาคม ผ้ายันต์ รอยฝ่ามือฝ่าเท้า พระผงว่านเสาร์5 สมเด็จเป้าคำ และสุดยอดวัตถุมงคลของท่าน คือ พระเสด็จกลับ ใช้ผงวิเศษกว่า 1000 ชนิด โดยที่พระทุกองค์มีเทวดาประจำองค์ เกิดปฏิหาริย์เป็นอันมาก เมื่อสร้างพระสำเร็จตามตำราแล้วได้นำไปทิ้งไว้กลางแม่น้ำหรือกลางทะเล แล้วภาวนาเรียกพระให้เสด็จกลับมาทุกองค์ มีบางองค์เทวดานำไปไว้ในที่อันควร

ในวันที่ 17 กันยายน 2552 นี้ หลวงปู่ท่านจะมีอายุครบ 114 ปี บมจ.ธนาคารกรุงไทยได้รับอนุญาตจากหลวงปู่ให้สร้างวัตถุมงคล เนื่องในโอกาสครบรอบวันเกิดท่าน เพื่อเป็นที่ระลึกในงานกฐินสามัคคีของ บมจ.ธนาคารกรุงไทย โดยจะนำเงินรายได้ทั้งหมดถวายหลวงปู่ เพื่อสร้างพระเจดีย์บรรจุพระธาตุ ณ วัดสีลสุภาราม จังหวัดภูเก็ต

ย่อความจาก หนังสือหลวงปู่สุภา 106 ปี วันที่ 17 กันยายน 2544

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 10 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ พุทธรักษา ในข้อความนี้
Apinya (24-09-09), พรรณวดี (24-09-09), อภิญญา (24-09-09), ปาริฉัตรมณี (24-09-09), นิมมานรดี (24-09-09), เดชะบุญ (21-10-09), FaRuXue (29-09-10), Jira (08-08-10), leklek (24-09-09), suwaphat (25-10-09)
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 21:07


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่