อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ประวัติพระ และบุคคลตัวอย่าง

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 05-12-16, 18:57
Member
 
วันที่สมัคร: Jan 2016
ข้อความ: 95
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 771
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 241 ครั้ง ใน 241 ข้อความ
พลังบุญ: 341
PROUD is on a distinguished roadPROUD is on a distinguished roadPROUD is on a distinguished roadPROUD is on a distinguished roadPROUD is on a distinguished roadPROUD is on a distinguished roadPROUD is on a distinguished roadPROUD is on a distinguished roadPROUD is on a distinguished roadPROUD is on a distinguished roadPROUD is on a distinguished road
Default พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต)

พรแก้วมรกต พระประธานคู่บ้านคู่เมืองเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ขัดสมาธิราบมีเส้นจีวรคาดเข่าทั้ง 2 ข้าง พระองค์อวบอ้วน พระพักตร์กลมอูม พระขนงโก่ง หลังพระเนตรอูม พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์บางสลักขอบทั้ง 2 เส้น พระหนุเป็นปม พระรัศมีซึ่งอยู่เหนือพระเกตุมาลาเป็นต่อมชายสังฆาฏิยาว ฐานรองรับเป็นฐานเขียง มีหน้ากระดานโค้งงอออกข้างนอก ทำด้วยมณีสีเขียวเนื้อเดียวกันทั้งองค์ หน้าตักกว้าง 43.3 เซนติเมตร สูงตั้งแต่ฐานเฉพาะทัเกษตรถึงพระเมาลี 26 เซนติเมตร และสูงตั้งแต่ฐานถึงยอดพระเศียร 66 เซนติเมตร ประดิษฐานอยู่ในบุษบกทองคำ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม.
จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์รวรวมได้ว่า องค์พระแก้วมรกตสร้างขึ้นประมาณปีพุทธศักราช 500 โดยพระนาคเสนเถระ เมืองปาฏลีบุตร รัฐปัตนะ ประเทศอินเดีย สถิตอยู่ได้ประมาณ 300 ปี ต่อมาในสมัย พระเจ้าสิริกิติกุมาร เกิดสงครามกับพวกนอกศาสนา จึงได้อัญเชิญพระแก้วมรกตไปประดิษฐานไว้ที่เกาะลังกา ในประมาณปี พุทธศักราช 800 และสถิตอยู่ที่เกาะลังกาเป็นเวลานานถึง 200 ปี ต่อมาในปี พุทธศักราช 1000 พระเจ้าอนุรุทธมหาราช หรืออโรธามังช่อแห่งพุกามประเทศพม่า ซึ่งมีพระเดชานุภาพมาก ได้ส่งพระเถระไปขอพระไตรปิฎกและพระแก้วมรกต โดยให้บรรทุกเรือสำเภามาแต่ระหว่างทางเกิดลมพัดแรงจึงถูกพายุพัดพาไปที่กัมพูชา ภายหลังพระเจ้าอนุรุทธได้ส่งคนไปขอพระแก้วมรกตคืนแต่พระนารายณ์วงศ์แห่งกรุงกัมพูชาให้คืนมาแต่พระไตรปิฎกแต่ไม่คืนพระแก้วมรกตมาด้วย ต่อมาเกิดน้ำท่วมที่กัมพูชาจึงได้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาที่เมืองอินทปัฐ นครวัด และประดิษฐานเป็นเวลา 3 เดือนเศษ ในปีพุทธศักราช 1890 ได้มีผู้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาที่กรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยของ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) และในชาวงรัชสมัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งทรงครองราชย์ครั้งที่ 2 นั้น ได้มีการปราบปรามกรุงสุโขทัยให้เป็นเมืองขึ้น จึงต้องตกเป็นของกรุงศรีอยุธยาด้วย ซึ่งต่อมากรุงศรีอยุธยาได้ส่งขุนนางผู้ใหญ่คือ พระยา ญาณดิศ ไปปกครองเมืองกำแพงเพชร นางจันทรืผู้เปป็นมรดาของพระยาญาณดิศ ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตไปด้วย ซึ่งที่เมืองกำแพงเพชรนี้เองที่สันนิษฐานว่า พระแก้วมรกตได้ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระแก้ว ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร โดยด้านทิศเหนือของวัดสร้างติดกับบริเวณวังโบราณ วัดพระแก้วนี้จัดได้ว่าเป็นวัดที่มีขนาดใหญ่ ไม่มีพระสงฆ์พำนักจำพรรษา โดยจะมีเฉพาะเขตพุทธาวาสเท่านั้น เช่นเดียวกับวัด มหาธาตุ สุโขทัย และวัดพระศรีสรรเพชญ์ พระนครศรีอยุธยา เชื่อกันว่าเดิมนั้นพระแก้วมรกตประดิษฐานอยู่ตอนหน้าสุดของวัดโดยจะมีฐานไพทีขนาดใหญ่ก่อด้วยศิลาแลง ด้านบนมีฐานมณฑปย่อมุม แต่ปัจจุบันในส่วนยอดได้หักพังหมดแล้ว ซึ่ง ณ ตรงนี้เองที่เชื่อกันว่าในอีดตเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต และในตำนานพระพุทธสิหิงค์ ได้กล่าวไว้ว่า พระแก้วมรกตมาประดิษฐานที่เมืองกำแพงเพชรในสมัยพระญาณดิศเป็นเจ้าเมือง ซึ่งถือได้ว่าเป็นพระญาติวงศ์กับกษัตริย์อยุธยา ภายหลังพระญาณดิศได้มอบพระแก้วมรกตให้กับ พระมหาพรหมแห่งเมืองเชียงราย เมื่อปีพุทธศักราช 1979 ซึ่งในเวลานั้นเมืองเชียงรายเกิดความระส่ำระสาย เจ้าเมืองเชียงรายหวังซ่อนพระแก้วมรกตให้พ้นจากสายตาของศัตรูจึงได้เอาปูนทาพร้อมลงลักษณ์ปิดทอง และนำไปบรรจุไว้ในพระเจดีย์ที่ วัดพระแก้ว เชียงราย แต่เดิมชาวบ้านเรียกว่า วัดป่าเยี้ยะ แะสถิตอยู่ที่วัดพระแก้วเชียงรายเป็นเวลา 45 ปี จากนั้นอัญเชิญลงมาประดิษฐานที่ลำปางอีกเป็นเวลา 32 ปี ณ วัดพระแก้สดอนเต้าสุชาดาราม ตั้งปต่ปี 1979-2011 จากลำปางอัญเชิญขึ้นเหนือไปที่ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ต.พระสิงห์ จ.เชียงใหม่ เป็นเวลา 85 ปี จากเชียงใหม่ไปประดิษฐานที่เมืองเวียงจันทร์ 225 ปี แต่เก่าก่อนปลายกรุงศรีอยุธยาเมืองเวียงจันทร์ตกเป็นเมืองขึ้นของอยุธยา ครั้งเมื่ออยุธยามีศึกหนักกับพม่าจนตกเป็นเมืองขึ้นของพม่าทางเวียงจันทร์ถือโอกาศแข็งเมืองแยกตัวเป็นอิสระ จนกระทั่งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กอบกู้เอกราชได้และตั้งราชธานีใหม่ จึงได้ส่ง พระยามหากษัตริย์ศึกไปตีเมืองเวียงจันทร์ให้กลับมาเป็นเมืองขึ้นดังเดิม ศึกครั้งนั้นทัพของเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกได้รัชัยชนะโดยเด็ดขาดก่อนได้อัญเชิญ พระแก้วมรกต กลับคืนสู่แผ่นดินไทย ครั้งแรกเมื่ออัญเชิญพระแก้วมรกตกลับมาประเทศไทยในสมัยกรุงธนบุรี ได้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ที่ วิหารน้อย วัดอรุณราชวราราม เป็นเวลา 5 ปี เจ้าพระยากษัตริย์ศึกเมื่อชนะศึกเมืองเวียงจันทร์และได้อัญเชิญพระแก้วมรกตกลับมาก็เกิดความยินดีดั่งว่าพระแก้วมรกตเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง ครั้นเมื่อเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ได้สำเร็จ และได้ตั้งเมืองขึ้นใหม่มีชื่อว่า กรุงรัตนโกสินทร์ รวมระยะเวลาที่พระแก้สมรกตประดิษฐานอยู่ในประเทศไทย ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2321 - ปัจจุบัน 238 ปี
ในรัชกาลที่ 1 มีพระราชศรัทธาสร้างเครื่องถวายเพื่อเป็นพุทธบูชา สำหรับฤดูร้อนและฤดูฝน
เครื่องทองสำหรับฤดูร้อน - เป็นเครื่องต้นประกอบด้วยมงกุฎพาหุรัด ทองกร พระสังวาล เป็นทองลงยา ประดับมณีต่าง ๆ จอมมงกุฎประดับด้วยเพชร
เครื่องทองสำหรับฤดูฝน - เป็นทองคำ เป็นกาบหุ้มองค์พระอย่างห่มดอง จำหลักลายที่เรียกว่าพุ่มข้าวบิณฑ์ พระเศียรใช้ทองคำเป็นกาบหุ้ม ตั้งแต่ไรพระศกถึงจอมเมาลี เม็ดพระศกลงยาสีน้ำเงินแก่ พระลักษมีทำเวียนทักษิณาวรรต ประดับมณีและลงยาให้เข้ากับเม็ดพระศก
ต่อมารัชกาลที่ 3 ทรงสร้างเครื่องทรงสำหรับฤดูหนาว ถวายอีกชุดหนึ่งทำด้วยทองเป็นหลอดลงยาร้อยด้วยลวดทองเกลียว ทำให้ไหวได้ตลอดเหมือนกับผ้า ใช้คลุมทั้ง 2 พาหาขององค์พระ

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 1 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ PROUD ในข้อความนี้
Nakamura (05-12-16)
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 12:08


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่