อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ประวัติพระ และบุคคลตัวอย่าง

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 05-12-16, 19:22
Member
 
วันที่สมัคร: Jan 2016
ข้อความ: 95
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 771
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 241 ครั้ง ใน 241 ข้อความ
พลังบุญ: 341
PROUD is on a distinguished roadPROUD is on a distinguished roadPROUD is on a distinguished roadPROUD is on a distinguished roadPROUD is on a distinguished roadPROUD is on a distinguished roadPROUD is on a distinguished roadPROUD is on a distinguished roadPROUD is on a distinguished roadPROUD is on a distinguished roadPROUD is on a distinguished road
Default พระพุทธเทวปฏิมากร

พระพุทธเทวปฏิมากร
พระประธานในพระอุโบสถ
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)

“วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร”
หรือที่ชาวบ้านเรียกกันโดยทั่วไปว่า “วัดโพธิ์”
ถือเป็นพระอารามหลวงประจำรัชกาลในรัชกาลที่ ๑
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ทรงสถาปนาวัดแห่งนี้ขึ้นใหม่จากวัดโบราณเก่าแก่ที่มีอยู่เดิม
โดยนับเป็นวัดที่สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างราชธานี

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย
จัดเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร
ทั้งยังเปรียบเสมือนเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศด้วย
เนื่องจากเป็นที่รวมจารึกสรรพวิชาหลายแขนง และทางยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียน
เป็นมรดกความทรงจำโลก (Memory of the World) เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๑

ถือได้ว่าเป็นวัดที่มีพระเจดีย์มากที่สุดในประเทศไทย โดยมีจำนวนประมาณ ๙๙ องค์
พระเจดีย์ที่สำคัญคือ พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล ซึ่งเป็นพระมหาเจดีย์ประจำรัชกาล
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
จึงเป็นเหตุให้เรียกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ว่า “อาณาจักรแห่งเจดีย์”

ในแง่ของการท่องเที่ยวแล้ว วัดโพธิ์ได้รับความนิยมเที่ยวเป็นลำดับที่ ๒๔ ของโลก
ในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ โดยมีนักท่องเที่ยวมาเยือนในปีนั้นถึง ๘,๑๕๕,๐๐๐ คน

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เปรียบเสมือนมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย
โดยเมื่อมีการบูรณปฏิสังขรณ์วัดครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ ๓
พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมสรรพวิชาแขนงต่างๆ
จารึกลงบนศิลาจารึกหรือแผ่นศิลา รวมทั้งได้ปั้นฤๅษีดัดตน ประดับไว้ภายในบริเวณวัด

ในศิลาจารึกทั้งหมดอาจจะแบ่งความรู้ต่างๆ ออกได้เป็น ๘ หมวด ได้แก่
หมวดประวัติการสร้างวัดพระเชตุพนฯ, หมวดตำรายาแพทย์แผนโบราณ,
หมวดอนามัย, หมวดประเพณี, หมวดวรรณคดีไทย, หมวดสุภาษิต, หมวดทำเนียบ
(จารึกหัวเมืองขึ้นของกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น) และหมวดพระพุทธศาสนา

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม นับเป็นวัดสำคัญของกรุงรัตนโกสินทร์วัดหนึ่ง
“พระพุทธเทวปฏิมากร” พระประธานในพระอุโบสถ ก็เช่นเดียวกัน

พระพุทธเทวปฏิมากร นามอันมีความหมายว่า เทวดามาสร้างไว้
เนื่องด้วยเป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงามเป็นอย่างยิ่งสมกับชื่อ
เป็นพระพุทธรูปโบราณ ปางสมาธิ ขนาดหน้าตักกว้าง ๕ ศอกคืบ ๔ นิ้ว



ที่ใต้ฐานชุกชีพระแท่นประดิษฐานพระพุทธเทวปฏิมากร
พระประธานในพระอุโบสถ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ก่อไว้ ๓ ชั้นนั้น
ในชั้นที่ ๑ ได้บรรจุพระบรมอัฐิ (บางส่วน)
และพระบรมราชสรีรางคารของบุรพกษัตริย์รัชกาลที่ ๑ ไว้ด้วย

มีหลักฐานปรากฏใน “ศิลาจารึกวัดพระเชตุพนฯ” ไว้ว่า

เดิมพระพุทธเทวปฏิมากรประดิษฐานอยู่ ณ วัดศาลาสี่หน้า (วัดคูหาสวรรค์)
เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสร้างวัดโพธาราม
ให้เป็นวัดใหญ่สำหรับพระนคร และได้ทรงขนานนามใหม่ว่า
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม พระองค์ได้ทรงเลือกหาพระพุทธรูป
ที่มีพุทธลักษณะงามสมควรเป็นพระประธานในพระอุโบสถของวัด
จึงได้พบและเลือกพระพุทธรูปองค์นี้จากวัดศาลาสี่หน้า (วัดคูหาสวรรค์) ดังกล่าว

ครั้งนั้น จึงโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญมาประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ
ถวายพระนามว่า “พระพุทธเทวปฏิมากร”

ต่อมาในสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓
โปรดเกล้าฯ ให้รื้อพระอุโบสถเก่า ซึ่งสร้างไว้ตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ ๑
ลงทั้งสิ้น แล้วทรงสร้างขึ้นใหม่ให้ใหญ่โตกว่าเก่า

ส่วนฐานพระพุทธเทวปฏิมากรนั้นรื้อของเก่าทำขึ้นใหม่ขยายเป็น ๓ ชั้น
พระสาวกเดิมมี ๒ องค์ ทรงสร้างขึ้นใหม่อีก ๘ องค์
รวมเป็นพระสาวก ๑๐ องค์ ดังที่ปรากฏอยู่จนกระทั่งถึงทุกวันนี้

ครั้นถึงสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔
มีพระราชดำริถึงพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
ซึ่งพระเจ้าลูกเธอในรัชกาลนั้นได้รับพระราชทานไปกระทำสักการบูชา
เมื่อเจ้านายพระองค์นั้นๆ สิ้นพระชนม์ไปแล้ว ไม่มีใครพิทักษ์รักษา
ได้เชิญมาเป็นของหลวง มีอยู่ควรจะประดิษฐานไว้ให้มหาชน
ได้กระทำสักการบูชาโดยสะดวก จึงโปรดเกล้าฯ ให้บรรจุพระบรมอัฐิ
ในกล่องศิลา แล้วเชิญมาบรรจุไว้ในพุทธอาศน์พระพุทธเทวปฏิมากร
และยังมีคำที่เล่าสืบกันมาว่าถึงพระอุณาโลมพระพุทธเทวปฏิมากรนั้น
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ได้โปรดให้สร้างถวายในครั้งนั้นด้วย

อนึ่ง พระพุทธเทวปฏิมากรพระองค์นี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
จะทรงเคารพนับถือว่าเป็นเจดีย์สถานสำคัญแห่งหนึ่งมาช้านานแล้ว
เพราะปรากฏในจดหมายเหตุว่า เมื่อได้ทรงรับพระบรมราชาภิเษกเสร็จแล้ว
ได้เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยสถลมารค
เมื่อ ณ วันอังคาร เดือน ๖ แรม ๕ ค่ำ ปีกุน พุทธศักราช ๒๓๗๙

ครั้งนั้น จึงได้เสด็จประทับพระอุโบสถทรงกระทำสักการบูชา
พระพุทธเทวปฏิมากรเป็นปฐม เรื่องนี้เลยเป็นพระราชประเพณีตั้งแต่นั้นสืบมา
คือ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยสถลมารคนั้น
ย่อมเสด็จประทับ ณ พระอุโบสถ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
ทรงกระทำสักการบูชาพระพุทธเทวปฏิมากรสืบมาทุกรัชกาล

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 1 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ PROUD ในข้อความนี้
Nakamura (05-12-16)
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 12:01


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่