อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ประวัติพระ และบุคคลตัวอย่าง

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 25-05-10, 14:34
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Smile พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล


อภิญญา-ทริปทำบุญวันมาฆบูชา 28 กพ.53-18-128-jpgอภิญญา-ทริปทำบุญวันมาฆบูชา 28 กพ.53-18-128-jpg

พุทธบูชาฯ

อัครทักขิไณยบุคคล พระปัจเจกพุทธเจ้า
การที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จมาอุบัติตรัสรู้ขึ้นมาสักพระองค์หนึ่ง เป็นสิ่งที่ยากเหลือคณาเพราะกว่าที่พระโพธิสัตว์จะบำเพ็ญบารมี ๓o ทัศให้เต็มบริบูรณ์นั้นอย่างน้อยที่สุดจะต้องใช้เวลา นานถึง ๔ อสงไขยกำไรแสนกัป แล้วในเวลาที่ว่างเว้นพระศาสนา ซึ่งในบางครั้งยาวนานถึง ๑ อสงไขย สัตว์โลกที่ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะสงสาร ต้องมืดมนอธกาลขาดที่พึ่ง ต้องอยู่ในอบายภูมิเป็นจำนวนมาก
การอุบัติขึ้นของพระปัจเจกพุทธเจ้าในระหว่างที่ว่างเว้นพระศาสนาหรือเรียกว่าพุทธันดรนั้น นับว่าเป็นโชคมหาศาลของผู้ที่เกิดในยุคนั้น เพราะพระปัจเจกพุทธเจ้าย่อมมาสงเคราะห์สัตว์โลก ให้ตั้งอยู่ในทาน ในศีลเมื่อละร่างกายไปแล้ว ย่อมสู่สุขติภูมิ มีสวรรค์ เป็นต้น ให้บุคคลที่ตกยากแต่มีศรัทธาเต็มเปี่ยมได้เป็น เศรษฐีด้วยการออกจากนิโรธสมาบัติแล้วมาสงเคราะห์บิณฑบาต
พระปัจเจกพุทธเจ้าจึงเป็นเอกควรแก่การได้รัยไทยธรรมที่เขานำมาถวายหรือจะเรียกว่า ''อัครทักขิไณยบุคคล'' ในยุคพุทธันดรอย่างแท้จริง เพราะในยุคนั้นไม่มีใครเปรียบเสมอเหมือน สมดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า
'' ในโลกทั้งปวงเว้นเราเสียแล้ว
ไม่มีใครเสมอกับพระปัจเจกพุทธเจ้าได้เลย ''

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 22 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
Apinya (26-05-10), Attawat_Rx (09-06-10), พรรณวดี (25-05-10), พรหมโชติ (07-06-10), พุทธรักษา (08-06-10), ก้อนดิน (22-12-10), มณีนพรัตน์ (05-08-10), ศิษย์โมคคัลลานะ (27-05-10), สัพพัญญู (20-03-11), สุธัมมา (01-06-10), อภิญญา (25-05-10), จิตประภัสสร (25-05-10), ปาริฉัตรมณี (25-05-10), นำธรรม (02-07-13), เพิ่มบุญ (03-11-11), เดชะบุญ (02-07-10), Drew (26-03-11), FaRuXue (25-05-10), GIMTONG (07-06-10), Jira (19-06-10), lekmungchon (03-11-16), toey (15-03-12)
  #2  
เก่า 25-05-10, 20:11
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Smile พระปัจเจกพุทธเจ้าคือท่านใด


พระปัจเจกพุทธเจ้าคือท่านใด
ในคัมภีย์บุคคลบัญญัติ พระอภิธรรมปิฏก ได้กล่าวถึงการบัญญัติของบุคคลจำพวกต่างๆไว้ ท่านได้บัญญัติความหมายของพระปัจเจกพุทธเจ้าไว้ในเอกนิเทศและนวกนิเทศ ดังนี้ว่า
ปัจเจกสัมพุทธบุคคล
บุคคลผู้เป็นพระปัจเจกสัมพุทธะเป็นไฉน?
บุคคลบางคนในโลกนี้
ย่อมตรัสรู้ซึ่งสัจจะทั้งหลายด้วยตนเอง
ในธรรมทั้งหลายที่ตนไม่ได้สดับมาแล้วในกาลก่อน
แต่มิได้บรรลุความเป็นสัพพัญญูในธรรมนั้น
ทั้งไม่ถึงความเป็นผู้ชำนาญในธรรมอันเป็นกำลังทั้งหลาย
บุคคลนี้เรียกว่า พระปัจเจกสัมพุทธะ

ในฉักกนิทเทศ ท่านแสดงถึงบุคคล ๖ จำพวกมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น มีพระโสดาบันเป็นที่สุด ท่านได้ให้ความหมายของพระปัจเจกพุทธเจ้าเหมือนในเอกนิทเทศและนวนิทเทศแตกต่างกันดังนี้ว่า
บุคคลนี้ได้ตรัสรู้สัจจะทั้งหลายด้วยตัวเอง
ในธรรมทั้งหลายที่ไม่ได้สดับมาแล้วในกาลก่อน
แต่มิได้บรรลุความเป็นสัพพัญญูในธรรมนั้นด้วย
ทั้งมิได้ถึงความชำนาญในธรรมเป็นกำลังทั้งหลายด้วย
บุคคลนั้นพึงเห็นว่าพระปัจเจกพุทธเจ้า ด้วยปัจเจกโพธิญาณนั้น

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 20 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
Apinya (26-05-10), พรรณวดี (25-05-10), พรหมโชติ (07-06-10), พุทธรักษา (08-06-10), ก้อนดิน (22-12-10), มณีนพรัตน์ (05-08-10), ศิษย์โมคคัลลานะ (27-05-10), สัพพัญญู (20-03-11), สุธัมมา (01-06-10), อภิญญา (27-05-10), จิตประภัสสร (26-05-10), ปาริฉัตรมณี (25-05-10), นำธรรม (02-07-13), เพิ่มบุญ (03-11-11), เดชะบุญ (12-06-10), Drew (26-03-11), FaRuXue (26-05-10), GIMTONG (07-06-10), Jira (19-06-10), lekmungchon (03-11-16)
  #3  
เก่า 26-05-10, 12:00
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Default ความปรารถนาและอภินิหารของพระปัจเจกพุทธเจ้า


ความปรารถนาและอภินิหารของพระปัจเจกพุทธเจ้า
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในนครสาวัตถีครั้งนั้น ท่านพระอานนท์อยู่ที่เร้นลับอยู่ เกิดความปริวิตกแห่งใจขึ้นอย่างนี้ว่า ความปรารถนาและอภินิหารของพระพุทธเจ้าทั้งหลายย่อมปรากฏ ของพระสาวกทั้งหลายก็ปรากฏอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายยังไม่ปรากฏ ถ้ากระไรเราพึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วทูลถาม พระอานนท์นั้นจึงออกจากที่เร้น ทูลถามเรื่องราวนั้นโดยลำดับ
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงได้ตรัสปุพพโยคาวจรสูตรแก่ท่านพระอานนท์นั้นว่า ดูก่อนอานนท์ อานิสงส์ ๕ ประการนี้คือ :
ย่อมทำผู้หยั่งลงในความเพียรอันมีในกาลก่อน ให้พลันบรรลุพระอรหัตผลในปัจจุบัน ๑
ถ้ายังไม่บรรลุพระอรหัตผลในปัจจุบัน เมื่อเป็นเช่นนั้นย่อมให้บรรลุพระอรหัตผลในเวลาจะตาย ๑
ถ้าไม่เป็นอย่างนั้น จะเป็นเทวบุตรบรรลุพระอรหัตผล ๑
ถ้าไม่เป็นอย่างนั้นจะเป็นขิปปัญญาตรัสรู้ได้รวดเร็วในเมื่ออยู่ต่อพระพักตร์พระพุทธเจ้าทั้งหลาย๑
ถ้าไม่เป็นอย่างนั้นจะเป็นพระปัจเจกสัมพุทธเจ้า ในกาลสุดท้ายภายหลัง ๑
ดูก่อนอานนท์ ธรรมดาว่าพระปัจเจกสัมพุทธเจ้าทั้งหลายเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยอภินิหาร หยั่งลงในความเพียรอันมีในก่อน เพราะฉะนั้น ความปรารถนาและอภินิหารของพระปัจเจกพุทธเจ้า และพระสาวกของพระพุทธเจ้าทั้งมวลจึงจำต้องปรารถนา

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 19 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
Apinya (26-05-10), พรรณวดี (26-05-10), พรหมโชติ (07-06-10), พุทธรักษา (08-06-10), ก้อนดิน (22-12-10), มณีนพรัตน์ (05-08-10), ศิษย์โมคคัลลานะ (27-05-10), สัพพัญญู (20-03-11), สุธัมมา (01-06-10), อภิญญา (27-05-10), จิตประภัสสร (26-05-10), ปาริฉัตรมณี (26-05-10), นำธรรม (02-07-13), เพิ่มบุญ (03-11-11), เดชะบุญ (12-06-10), Drew (26-03-11), FaRuXue (26-05-10), Jira (19-06-10), lekmungchon (03-11-16)
  #4  
เก่า 27-05-10, 17:41
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Smile ข้อกำหนดและปกิณณกะ ของพระปัจเจกพุทธเจ้า



ข้อกำหนดและปกิณณกะ ของพระปัจเจกพุทธเจ้า
ระยะการบำเพ็ญบารมี
พระปัจเจกพุทธเจ้านั้นมี ๓ ประเภทเหมือนกับพระพุทธเจ้าเหมือนกัน แต่ใช้ระยะเวลาบำเพ็ญบารมีน้อยกว่า โดยแตกต่างกันดังนี้
พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าผู้เป็นปัญญาธิกะ บำเพ็ญบารมี ๒ อสงไขยแสนกัป
( หลังจากได้รับการตรัสพยากรณ์ )
พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าผู้เป็นศรัทธาธิกะ บำเพ็ญบารมี ๒ อสงไขยล่วงกว่าแสนกัปไปเล็กน้อย ( หลังจากได้รับการตรัสพยากรณ์ )
พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าผู้เป็นวิริยาธิกะ บำเพ็ญบารมี ๒ อสงไขยแสนกัปแต่ไม่ถึง ๓ อสงไขย ( หลังจากได้รับการตรัสพยากรณ์ )

อภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-1199205314-jpg

อภินิหาร
( ความปรารถนาเริ่มแรก )
ผู้ที่จะปรารถนาความเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าประเภทใดประเภทหนึ่งนั้น ต้องปรารถนาสมบัติ ๕ ประการกระทำอภินิหารก่อน พระปัจเจกพุทธเจ้านั้นมีเหตุแห่งอภินิหาร ( ความปรารถนาเริ่มแรก ) เหล่านี้คือ
ความเป็นมนุษย์
ความถึงพร้อมด้วยเพศชาย
การได้เห็นผู้ปราศจากอาสวะ มีพระพุทธเจ้า, พระปัจเจกพุทธเจ้าหรือพระสาวก ท่านใดท่านหนึ่ง
การกระทำอันยิ่งใหญ่ ( อธิการ ) เช่นการทำทาน
ความเป็นผู้มีฉันทะ

วัตรที่ทรงบำเพ็ญมาอย่างยิ่งยวด
พระปัจเจกโพธิสัตว์ที่จะบรรลุเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าได้นั้นท่านกล่าวว่าต้องเป็นผู้บำเพ็ญ '' คตปัจจาคตวัตร'' อย่างบริบูรณ์มาในกาลก่อน ท่านกล่าวไว้อีกว่า ขึ้นชื่อว่าผู้ไม่บำเพ็ญคตปัจจาคตวัตรให้บริบรณ์แล้ว การบรรลุพระปัจเกจโพธิย่อมไม่มี
''คตปัจจาคตวัตร'' คือการนำ ( พระกรรมฐาน ) ไปและนำ ( พระกรรมฐาน ) กลับมา หมายถึงการไม่ทอดทิ้งกรรมฐาน ตั้งแต่เช้ามาทำวัตรทั้งหลายแล้วออกไปบิณฑบาต กระทั้งกลับมาจากบิณฑบาตตลอดจนถึงปฐมยามและมัชฌิมยามก็ยังนมสิการกรรมฐานอยู่

สมัยที่มาตรัสรู้
พระปัจเจกพุทธเจ้าย่อมไมามาอุบัติตรัสรู้ในเวลาที่กัปเสื่อมย่อมมา ตรัสรู้สมัยกัปเจริญ
พระปัจเจกพุทธเจ้าย่อมอุบัติขึ้นในเวลาว่างเว้นจากพระศาสนาหรือที่เรียกว่า '' พุทธันดร ''
แม้ว่ากัปนั้นพระพุทธเจ้าจะไม่มาตรัสรู้ พระปัจเจกพุทธเจ้าก็อุบัติตรัสรู้ได้ เช่น ในกัปที่ ๒ นับจากภัทรกัปนี้ไปพระเทวละปัจเจกพุทธเจ้าได้มาตรัสรู้
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่ออุบัติขึ้น ย่อมไม่อุบัติขึ้นพร้อมกันทีเดียวหลายพระองค์ แต่พระปัจเจกพุทธเจ้านั้นอุบัติเกิดขึ้นพร้อมกันได้กหลายพระองค์ในสมัยเดียวกัน ๕oo พระองค์ก็มี ๑ooo พระองค์ก็มี
เมื่อพระปัจเจกพุทธเจ้ามาอุบัติย่อมอุบัติในโลกมนุษย์นี้เท่านั้น และย่อมอุบัติในชมพูทวีปในมัชฌิมประเทศเท่านั้นเช่นเดียวกับ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอัครสาวก พระอตีติมหาสาวก พระพุทธมารดา พระพุทธบิดา พระเจ้าจักรพรรดิ พราหมณ์และคฤหบดีผู้มีความเกี่ยวเนื่องกับพุทธวงศ์และเป็นบุคคลสำคัญต่างๆ

การก้าวลงสู่ครรภ์มารดาในชาติสุดท้าย
ก่อนพระปัจเจกโพธิสัตว์จะมาตรัสรู้ในปัจฉิมภพ (ชาติสุดท้าย) ย่อมจุติมาจากเทวโลกบ้าง พรหมโลกบ้าง มาสู่ครรภ์พระมารดา ในสัมปสาทนียสูตร ทีฑนิกาย ปาฏิกวรรค พระสารีบุตรได้กล่าวไว้ว่า ยังมีอยู่ข้อหนึ่ง เป็นข้อธรรมที่เยี่ยมคือพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงแสดงธรรมในการก้าวสู่ครรภ์

การรู้สึกองค์ในการก้าวสู่ครรภ์มารดา ๔
๑ การก้าวลงสู่ครรภ์ของมนุษย์ตามปกติ ย่อมเข้าไป สู่ครรภ์ด้วยอำนาจปฏิสนธิด้วยความหลง เมื่ออยู่และออกไปก็ย่อมไม่รู้
๒ การก้าวลงสู่ครรภ์ของหมู่อสีติมหาสาวกทั้งหลายเมื่อจะเข้าไปสู่ครรภ์เท่านั้นย่อมรู้ เมื่ออยู่และออกย่อมไม่รู้
๓ การก้าวลงสู่ครรภ์ของพระอัครสาวกทั้งสองและพระปัจเจกโพธิสัตว์ทั้งหลาย เมื่อเข้าสู่ครรภ์ย่อมรู้ เมื่ออยู่ในครรภ์ก็รู้ ส่วนการออกจากครรภ์นั้น ท่านอธิบายว่าท่านเหล่านั้นถูกลมกัมมชวาต ( ลมที่เกิดจากกรรม ) พัดให้หันศีรษะลงเบื้องล่าง หันเท้าขึ้นเบื้องบน มาอยู่ที่ปากช่องคลอด เหมือนอยู่ในเหวลึกหลายร้อยชั่วบุรุษออกจากช่องคลอดซึ่งคับแคบ ก็ย่อมประสบทุกข์เป็นอันมาก ด้วยเหตุนั้นเหล่าสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่มีความรู้ว่า เราออกไปแล้ว
๔ การก้าวลงสู่ครรภ์ของพระสัพพัญญูโพธิสัตว์ทั้งหลายเมื่อถือปฏิสนธิในครรภ์ของมารดาย่อมรู้ ทั้งเมื่ออยู่ในครรภ์ก็ย่อมรู้และแม้ในเวลาประสูติจากพระครรภ์ ลมกัมมชวาตทั้งหลายย่อมไม่สามารถที่จะพัดพาทำพระสัพพัญญูโพธิสัตว์ให้เท้าอยู่ข้างบนและศีรษะอยู่ข้างล่างได้ พระสัพพัญญูโพธิสัตว์เหยียดพระหัตถ์ทั้งสองแล้วลืมพระเนตร ประทับยืน เสด็จออกมา นอกจากพระสัพพัญญูโพธิสัตว์แล้วสัตว์อื่นในระหว่างอวเจีจนถึงภควัคพรหมที่จะรู้ในระยะเวลาทั้งสามย่อมไม่มี ด้วยเหตุนี้ในเวลาที่พระสัพพัญญูโพธิสัตว์ก้าวลงสู่ครรภ์ของพระมารดาและ ในเวลาประสูติหมื่นโลกธาตุจึงหวั่นไหว

อภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-magnolia_index-jpgอภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-p1180206-jpg

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 18 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
Apinya (27-05-10), Attawat_Rx (03-06-10), พรรณวดี (28-05-10), พรหมโชติ (07-06-10), พุทธรักษา (08-06-10), ก้อนดิน (22-12-10), มณีนพรัตน์ (05-08-10), ศิษย์โมคคัลลานะ (28-05-10), สัพพัญญู (20-03-11), สุธัมมา (01-06-10), อภิญญา (06-06-10), ปาริฉัตรมณี (05-06-10), นำธรรม (02-07-13), เพิ่มบุญ (03-11-11), เดชะบุญ (12-06-10), Drew (06-06-10), Jira (19-06-10), lekmungchon (03-11-16)
  #5  
เก่า 05-06-10, 12:43
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Smile การถือกำเนิดของพระปัจเจกพุทธเจ้า ( พิเศษ )


อภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-mahosathapandita45-04-jpg


การถือกำเนิดของพระปัจเจกพุทธเจ้า ( พิเศษ )
มหาปทุมเทวบุตรครั้งเมื่อเกิดเป็นธิดาเศรษฐีได้ถวายบิณฑบาตแก่พระปัจเจกพุทธเจ้าซึ่งออกจากนิโรธสมาบัติ แล้วได้กระทำความปรารถนาว่าการอยู่ในครรถ์ลำบาก พึงปฏิสนธิในดอกปทุมเท่านั้น โดยไม่ต้องเข้าถึงการอยู่ในครรถ์ เมื่อมหาเทวบุตรจุติจากเทวโลก แล้วไปบังเกิดในห้องดอกปทุมในสระโบกขรณีในอุทยานของพะเจ้าพาราณสี ภายหลังได้บรรลุพระปัจเจกโพธิญาณ
อภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-015-jpg

การถือกำเนิดของพระปัจเจกพุทธเจ้า ( พิเศษ )
พระอุบลวรรณาเถรีครั้งเมื่อท่านเกิดเป็นพระนางปทุมวดีในสมัยพุทธันดร ได้ประสูติพระมหาปทุมกุมารปัจเจกโพธิสัตว์ซึ่งอาศัยพระครรภ์เพียงพระองค์เดียว นอกนั้นทารกปัจเจกโพธิสัตว์อีก ๔๙๙ พระองค์อาศัยครรภ์มลทินอุบัติขึ้น ( เป็นสังเสทชกำเนิด ) เป้นพี่น้องร่วมกัน ภายหลังกุมารทั้ง ๕oo พระองค์ได้บรรลุปัจเจกโพธิญาณพร้อมกัน โดยมีพระชันษาเพียง ๑๖ พรรษาเท่านั้น

สังเสทชกำเนิด หมายถึง เกิดขึ้นในที่ ที่มีความเปียกชื้น เกิดขึ้นโดยไม่ต้องอาศัยบิดา มารดา ไม่ได้อาศัยการเกิดจากท้องมารดา เกิดขึ้นโดยอาศัย ต้นไม้ ผลไม้ ดอกไม้ ดอกบัว โลหิต หรือที่เปียกชื้น เป็นต้น เกิดมาก็เป็นทารก แล้วจึงค่อยๆเติบโตขึ้น สัตว์ที่เป็นสังเสทชกำเนิด ได้แก่
๑ มนุษย์ เช่น นางจิญจมาณวิกาเกิดจากต้นมะขาม นางเวฬุวดีเกิดจากต้นไผ่ โอรสของนางปทุมวดี ๔๙๙ องค์เกิดจากโลหิต เป็นต้น
๒ เทวดาชั้นต่ำ
๓ สัตว์เดรัจฉาน
๔ เปรต ( เว้นนิชฌามตัณหิกเปรต )
๕ อสุรกาย
สกุลกำเนิด
พระปัจเจกโพธิสัตว์ทั้งหลายนั้นย่อมเกิดในสกุลกษัตริย์ สกุลพราหมณ์ หรือสกุลคหบดีเท่านั้น
อภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-p44-jpg

การบรรพชา
พระปัจเจกโพธิสัตว์บางพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าบรรพชาให้ บางพระองค์ก็บรรพชาเอง พระปัจเจกโพธิสัตว์บางพระองค์ก็บรรพชาเอง
พระปัจเจกโพธิสัตว์บางพระองค์ออกบรรพชาก่อนแล้วจึงบรรลุพระปัจเจกโพธิญาณ บางพระองค์บรรลุพระปัจเจกโพธิญาณในเพศคฤหัสถ์
พระปัจเจกโพธิสัตว์บางพระองค์ที่มิได้ออกบรรพชาเมื่อได้บรรลุปัจเจกโพธิถึงความเป็นสยัมภูแล้ว เพศคฤหัสถ์ของท่านก็อันตรธานหายไป บาตรและจีวรที่สำเร็จด้วยฤทธิ์ก็ล่องลอยมาจากอากาศสวมสรีระของท่าน ท่านก็จะเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งบริขาร ๘ อุดมสมบูรณ์ด้วยอิริยาบถ เป็นเหมือน พระเถระที่มีพรรษา ๑oo พรรษา แล้วเหาะไปในอากาศด้วยฤทธิ์ ไปยังเงื้อมเขานันทมูลกะอันเป็นสถานที่สถิตของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย
พระปัจเจกโพธิสัตว์บางพระองค์ที่มิได้ออกบรรพชาเมื่อได้บรรลุพระปัจเจกโพธิถึงพร้อมในการเป็นพระสยัมภูในเพศคฤหัสถ์แล้ว แต่เพศคฤหัสถ์ของท่านยังไม่ได้อันตรธานหายไป ต่อเมื่อมีบุคคลอื่นเข้ามาเรียกท่านในเพศเดิม ท่านจะปฏิเสธและกล่าวว่าท่านเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า
เช่น ถ้าหากพระปัจเจกพุทธเจ้าเดิมท่านเป็นพระราชา เมื่อเหล่าอำมาตย์กราบทูลท่านถึงพระราชกรณียกิจที่พระองค์ต้องทำ ท่านจะกล่าวปฏิเสธว่า เรามิได้เป็นพะรราชา เราเป็นพระปัจเจกสัมพุทธเจ้า
แล้วเมื่อเหล่าอำมาตย์นั้นกราบทูลว่าธรรมดา พระปัจเจกพุทธเจ้าไม่เป็นเช่นนี้ พระราชาตรัสถามว่า พนายทั้งหลาย พระปัจเจกพุทธเจ้าเป็นเช่นไร ?
เหล่าอำมาตถ์นั้นกราบทูลว่า ธรรมดาพระปัจเจกพุทธเจ้าเป็นผู้ที่มีผมและหนวดยาว ๒ องคุลี ประกอบด้วยบริขาร ๘
พระราชาจึงเอาพระหัตถ์ขวาลูบพระเศียร ทันใดนั้นเพศคฤหัสถ์อันตรธานหายไป เพศบรรพชิตปรากฏขึ้น พระองค์มีพระเกศาและพระมัสสุประมาณ ๒ องคุลี ประะกิบด้วยบริขาร ๘ เป็น เช่น พระเถระมีพรรษา ๑oo แล้วเข้าจตุตถฌาณ ( ฌาน ๔ ) เหาะขึ้นฟ้าประทับนั่งบนดอกปทุม เมื่อท่านตรัสอุทานคาถาแล้วท่านจึงเหาะไป ณ ภูเขาคันธมาทน์
( ในอรรถกถาปัจเกจพุทธาปทานและขัคควิสาณสูตร แสดงไว้ว่า พระราชาที่บรรลุพระปัจเจกโพธิในเพศคฤหัสถ์ จะมีจริยาเหมือนนัยดังกล่าว )

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 17 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
Apinya (05-06-10), พรรณวดี (05-06-10), พรหมโชติ (07-06-10), พุทธรักษา (08-06-10), ก้อนดิน (22-12-10), มณีนพรัตน์ (05-08-10), สัพพัญญู (20-03-11), สุธัมมา (03-06-11), อภิญญา (06-06-10), จิตประภัสสร (06-06-10), ปาริฉัตรมณี (05-06-10), นำธรรม (02-07-13), เพิ่มบุญ (03-11-11), เดชะบุญ (12-06-10), Drew (06-06-10), Jira (19-06-10), lekmungchon (03-11-16)
  #6  
เก่า 05-06-10, 18:43
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Smile พุทธลักษณะของพระปัจเจกพุทธเจ้่า ( พระปัจเจกพุทธลักษณะ )

อภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%87-gif

พุทธลักษณะของพระปัจเจกพุทธเจ้่า ( พระปัจเจกพุทธลักษณะ )
ในพระบาลีและอรรถกถาไม่ได้แสดงพระปัจเจกพุทธลักษณะไว้ชัดเจนว่า พระปัจเจกพุทธเจ้ามีลักษณะอย่างไร ในอรรถกถาได้กล่าวไว้ว่าพราหมณ์ในยุคนั้นมีคัมภีย์มหาปุริลักษณะว่าบุคคลผู้นี้เป็นพระพุทธเจ้า พระปัจเกจพุทธเจ้า พระอัครสาวก พระพุทธบิดา พระพุทธมารดา แต่ก็ไม่ได้กล่าวว่าลักษณะอย่างไรเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า
ในอรรถกถาปัจเจกพุทธาปทาน และชาดกแสดงเพียงลักษณะของเพศบรรชิตว่ามีพระเกศาและพระมัสสุยาว ๒ องคุลีครองผ้าสองชั้นที่ย้อมแล้ว คาดรัดประคดเช่นกับสายฟ้า มีจีวรเฉวียงบ่ามีสีดังแผ่นครั่ง ห่มเฉวียงบ่าไว่ข้างหนึ่ง มีผ้าบังสุกุล จีวร สีเมฆพาดอยู่เบื้องขวา มีบาตรดินสีเหมือนแมลงภ่คล้องอยู่ที่บ่าเบื้องซ้าย
และถ้าหากท่านบรรลุปัจเจกโพะิญาณในเพศคฤหัสถ์ เมื่อท่านทรงบริขาร ๘ แล้วแลเหมือนพระเถระ ๑oo พรรษา หรือ ๖o พรรษา
บริขาร หมายถึงเครื่องใช้ไม้สอยที่จำเป็นของภิกษุซึ่งมี 8 อย่าง เรียกว่าอัฐบริขาร (อ่านว่า -อัดถะ) แปลว่าบริขาร 8 คือสบง (ผ้านุ่ง) จีวร (ผ้าห่ม) สังฆาฏิ (ผ้าซ้อน) บาตร มีดโกน เข็ม ประคดเอว ธมกรก (ที่กรองน้ำ) ซึ่งจำเป็นในการเตรียมการบวช เช่นคำพูดของเพื่อนบ้านถามแม่ของนาคซึ่งเตรียมจะบวชว่า
"บวชลูกคราวนี้ไปซื้ออัฐบริขารมาหรือยัง"
อัฐบริขาร ในวงการพระจำกันว่า "ผ้า 4 เหล็ก 3 น้ำ 1"
ผ้า 4 คือสบง จีวร สังฆาฏิ ประคดคาดเอว เหล้ก 3 คือบาตร มีดโกน เข็ม น้ำ 1 คือธมกรก
บางครั้งเรียกบริขารเหล่านี้ว่า สมณบริขาร หมายถึงเครื่องใช้สอยของสมณะหรือนักบวชในพระพุทธศาสนา
อภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-post-2683-1140583103-jpg
พระรัศมีของพระปัจเจกพุทธเจ้า
พระปัจเจกพุทธเจ้านั้นก็มีพระรัศมีเหมือนกัน ในอรรถกถาปัจเจกพุทธาปทานท่านได้แสดงไว้ว่า พระปัจเจกพุทธเจ้ามีรัศมีเช่นกับความสุกสกาวแห่งทองสีแดงและทองชมพูนุท
ส่วนอรรถกถาประวัติของพระโสณโกฬิวิสะแสดงไว้ว่า รัศมีที่สรีระของพระปัจเจกพุทธเจ้าเป็นเช่นเดียวกับสีของผ้ากัมพลแดง
อายุและระยะเวลาบำเพ็ญเพียร
อายุของพระปัจเจกโพธิสัตว์ที่บรรลุโพธิญาณ มิได้กำหนดชัดเจน แต่ตามที่ปรากฏในอรรถกถา ท่านได้แสดงไว้น้อยที่สุด ๑๖ พรรษามากที่สุดมิได้แสดงไว้
ระยะเวลาการบำเพ็ญเพียรของพระปัจเจกโพธิสัตว์ ที่ปรากฏในอรรถกถาท่านแสดงไว้นานที่สุด ๗ พรรษา และมีพระปัจเจกโพธิสัตว์ อยู่หลายพระองค์ที่ท่านบรรลุปัจเจกโพธิญาณในเพศคฤหัสถ์ โดยที่มิได้ออกบำเพ็ญเพียรเหมือนอย่างพระสัพพัญญูโพธิสัตว์
เหตุแห่งการบรรลุพระปัจเจกโพธิญาณ
พระปัจเจกโพธิสัตว์แต่ละพระองค์ได้ความสังเวชไม่เหมือนกันแล้วบรรลุพระปัจเจกโพธิญาณ ในคัมภีร์อปทานและขัคควิสาณสูตรได้กล่าวถึงเหตุแห่งการบรรลุปัจเจกโพธิญาณของพระปัจจกพุทธเจ้า ๔๑ พระองค์ไว้เป็นพิเศษ จะขอยกตัวอย่างมาสัก ๒ เรื่อง ดังนี้
ธรรมที่บรรลุ
พระปัจเจกพุทธเจ้าในปัจฉิมภพ ( ชาติสุดท้าย ) ก็ไม่มีใครเป้นอาจารย์เช่นเดียวกับสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าท่านแทงตลอดในอริยสัจ ๔ ด้วยอัตตุกกังสิกญาณ คือ ญาณที่รู้เฉพาะตนเอง แต่มิได้บรรลุพระสัพพัญญุตญาณและทศพลญาณเหมือนสมเด้จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระปัจเจกพุทธเจ้ายังมีวาสนาอยู่
วาสนา คือ การกระทำด้วยอำนาจความเคยชิน ( ในที่นี้น่าจะหมายถึง สัญญาเก่า อย่างในกรณีที่หลวงพ่อเคยอธิบายไว้ว่า พระสารีบุตร ได้ถกเขมรวิ่งข้ามลำน้ำ เพราะเคยเสวยพระชาติเป็นลิงมาหลายชาติ เป็นต้น )
เช่น การกล่าวว่า "จงมาซิคนถ่อย ...." "จงไปซิคนถ่อย ...." ของท่านปิลินทวัจฉะเถระ แม้ท่านละกิเลสได้แล้ว แต่ก็ยังมีวาสนาอยู่
ในอรรถกถา คำว่า วาสนา นี้ ท่านกล่าวว่า คือ อธิมุตติ ปานประหนึ่งสักว่าความสามารถ อันกิเลสที่เธออบรมมาตลอดกาลหาเบื้องต้นมิได้ ติดอยู่ อันเป็นเหตุแห่งความประพฤติ เหมือนความประพฤติของผู้คนที่ยังละกิเลสไม่ได้ในสันดาน แม้ของท่านผู้เว้นจากกิเลสได้แล้ว
ก็ว่าด้วยการละกิเลสเครื่องกางกั้นไญยธรรมด้วยความสมบูรณ์แห่งอภินิหาร เหตุแห่งความประพฤตินี้นั้น ไม่มีในสันดานของพระผู้มีพระภาคเจ้าที่ละกิเลสได้แล้ว แต่ยังมีในสันดานของพระสาวกและพระปัจเจกพุทธเจ้าที่ยังละกิเลสอย่างนั้นไม่ได้ เพราะพระตถาคตเท่านั้นที่ทรงเห็นอนาวรณญาณ ( ญาณไม่มีเครื่องกั้น )
อิริยาบถที่บรรลุ
พระปัจเจกโพธิสัตว์ทั้งหลายบรรลุปัจเจกโพธิญาณในอิริยาบถต่างๆกัน ยืนก็มี นั่งก็มี นอนก็มี แม้นั่งประทับบนคอช้างแล้วบรรลุพระปัจเจกโพธิญาณก็มี
อภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-img_0790_filtered1-jpg

สถานที่สถิตของพระปัจเจกพุทธเจ้า
โดยปกติแล้วเมื่อพระปัจเจกโพธิสัตว์บรรลุปัจเจกโพธิญาณแล้ว พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายก็จะไปประทับอยู่ที่ภูเขาคันธมาทย์ แต่ในอิสิคิลิสูตรพระปัจเจกพุทธเจ้า ๕oo พระองค์บุตรของนางปทุมวดีอาศัยอยู่ในถ้ำภูเขาอิสิคิลิ ต่อมาพระราชาสร้างบรรณศาลาในพระราชอุทยานถวาย เพื่อเป็นการอนุเคราะะห์ท่านก็อยู่ในที่นั้นจนตราบปรินิพพาน
ส่วนภูเขาคันธมาทน์ที่พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายประทับอยู่ประจำนั้น อยู่เลยภูเขา ๗ ลูก ณ ภูเขาคันธมทน์ มีเงื้อมเขาชื่อนันทกะมูลกะ เป็นสถานที่อยู่ของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย ที่เงื้อมเขานันทกะมูลกะแห่งภูเขาคันธมาทน์นี้มีถ้ำอยู่ ๓ ถ้ำ คือ
๑ มณีคูหา ถ้ำแก้วมณี
๒ สุวรรณคูหา ถ้ำทองคำ
๓ รัชตคูหา ถ้ำเงิน
บรรดาถ้ำทั้ง ๓ นั้นที่ประตูคูหา มีต้นไม้ชื่อ ''มัญูชูสกะ'' เป็นต้นไม้สวรรค์สูง ๑ โยชน์ กว้าง ๑ โยชน์ ต้นไม้นั้นจะเผลดดอกบานสะพรั่งทั่วไปในน้ำและบนบกเป็นพิเศษ ในวันที่พระปัจเจกพุทธเจ้ามาถึง ข้างหน้าต้นไม้นั้นมีศาลาประชุมอยู่หลังนึง ชื่อว่า ''รัตนมาฬกะ'' เป็นศาลาประชุมใหญ่ สำเร็จแล้วด้วยแก้วมณีทั้งหลังที่นี่เป็นที่ประชุมสันนิบาตแห่งพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย ภายในบริเวณศาลานี้มีลมพิเศษพัดประจำอยู่ ๖ ชนิด คือ
๑ สัมมัชนกวาต มีหน้าที่สำหรับพัดกวาดปัดหยากเยื่อทิ้ง
๒ สมกรณวาต มีหน้าที่พัดทรายแก้วที่บริเวณศาลาให้ราบเรียบสม่ำเสมอ
๓ สิญจนวาต มีหน้าที่พัดพาเอาละอองน้ำในสระอโนดาดมาประพรมบริเวณศาลาให้ชุ่มฉ่ำเย็น
๔ สุคันธกรญวาต มีหน้าที่พัดเอากลิ่นหอมของต้นไม้ที่มีกลิ่นหอมทั้งหมด มาจากภูเขาหิมวันต์
๕ โอจินกวาต มีหน้าที่พัดเอาดอกไม้ทั้งหลายมาโปรยลง
๖ สันถรกวาต มีหน้าที่ปูลาดในที่ทั้งปวง
ในวันที่พระปัจเจกพุทธเจ้าอุบัติขึ้นและวันอุโบสถ พระปัจเจกพุทธเจ้าจะมานั่งประชุมกันในนี้ อาสนะทั้งหลายจะปูลาดไว้เรียบร้อยเป็นประจำนี้เป็นปกติในที่นี้
เมื่อพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้มาใหม่ได้เสด็จไปในที่นั้นแล้วประทับนั่ง ณ อาสนะที่ปูลาดไว้แล้ว ถ้าในเวลานั้นมีพระปัจเจกพุทธเจ้าอื่นๆ อยู่ พระปัจเจกพุทธเจ้านั้นก็จะประชุมกันในทันทีแล้วก็ต่างนั่งบนอาสนะที่ลาดไว้แล้ว
และครั้นนั่งแล้ว จะพากันเข้าสมาบัติหน่อยหนึ่งแล้วจึงออกจากสมาบัติ แต่นั้นเพื่อที่จะให้พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งปวงอนุโมทนา พระสังฆเถระจะถามกรรมฐานกะพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้มาใหม่อย่างนี้ว่า ท่านบรรลุอย่างไร ?
พระปัจเจกพุทธเจ้าที่มาใหม่นั้นก็จะกล่าวอุทานคาถาและพยากรณ์คาถาของตน

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 16 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
Apinya (07-06-10), พรรณวดี (07-06-10), พรหมโชติ (07-06-10), พุทธรักษา (08-06-10), ก้อนดิน (12-07-11), มณีนพรัตน์ (05-08-10), สัพพัญญู (20-03-11), อภิญญา (06-06-10), จิตประภัสสร (06-06-10), ปาริฉัตรมณี (05-06-10), นำธรรม (02-07-13), เพิ่มบุญ (03-11-11), เดชะบุญ (12-06-10), Drew (06-06-10), Jira (20-06-10), lekmungchon (03-11-16)
  #7  
เก่า 07-06-10, 11:05
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Smile พระปัจเจกพุทธเจ้า

อภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-t00673_11085551-jpgอภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-t00673_11085729-jpgอภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-t00673_11085551-jpg

อุทานคาถาและพยากรณ์คาถา

เมื่อพระปัจเจกพุทธเจ้าได้บรรลุพระปัจเจกโพธิญาณแล้วบางพระองค์ถูกถามแล้วจึงพยากรณ์ คาถาบ่งพระองค์แม้ไม่ถูกถามก็เปล่งอุทานที่เหมาะสมแก่นัยแห่งมรรคที่พระองค์บรรลุ ธรรมดาแล้วพระปัจเจกพุทธเจ้าจะกล่าวอนคาถาและพยากรณ์คาถา ณ ที่ๆพระองค์ตรัสรู้พระปัจเจกโพธิญาณ
และเมื่อพระปัจเจกพุทธเจ้าได้ไปที่ต้นไม้สวรรค์ เงื้อมเขานันทมูลกะ ณ ภูเขาคันธมาทน์ แล้วถูกพระสังฆเถระถามกรรมฐานเพื่อที่จะให้พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งปวงอนุโมทนา พระปัจเจกพุทธเจ้าองค์ที่มาใหม่ก็จะกล่าวอุทานคาถาและพยากรณ์คาถาในท่ามกลางที่ประชุมนั้น
ในขัคควิสาณสูตร อุทานคาถาของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้ง ๔๑ พระองค์ วรรคสุดท้ายจะกล่าวว่า เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป แปลว่า เที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด

อภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B8%9B%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2-gif

ตัวอย่างอุทานคาถาและพยากรณ์คาถา

พระปัจเจกโพธิสัตว์กุมาร ๕oo องค์บุตรของนางปทุมวดีได้เล่นในสระบัวในอุทยาน นั่งที่ดอกบัวคนละดอก เห็นความสิ้นและเสื่อม ทำปัจเจกโพธิญาณให้เกิดขึ้น ได้พยากรณ์คาถาของท่านว่า
ดอกบัวในกอบัวเกิดขึ้นในสระ
บานแล้วถูกหมู่แมลงภู่เคล้าคลึง
ก็เข้าถึงความร่วงโรย
บุคคลรู้แจ้งข้อนี้แล้ว
พึงเป็นผู้เดียวเที่ยวไปเหมือนนอแรด


การทำอุโบสถ

ธรรมดาแล้วพระปัจเจกพุทธเจ้าทำอุโบสถที่ศาลาโรงแก้วรัตนมาฬกะ ณ ภูเขาคันธมาทน์ ในอรรถกถาบางแห่งกล่าวว่าแม้ที่ป่าอิสิตนทายวันก็ทำอุโบสถ

อภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-mahajanaka12-07-jpg

การสงเคราะห์ชาวโลก

พระสารีบุตรท่านกล่าวในคัมภีร์ปฏิสัมภิทามรรค ว่า โลกัตถจริยา ( การประพฤติเป็นประโยชน์ต่อชาวโลก ) เป้นจริยาส่วนเฉพาะของพระพุทธเจ้า เฉพาะในพระปัจเจกพุทธเจ้าบางส่วน และเฉพาะพระา่วกทั้งหลายบางส่วน
จริงอย่างนั้น การสงเคราะห์ต่อชาวโลกของพระปัจเจกพุทธเจ้าปรากฏในที่หลายแห่ง เช่นว่าเมื่อท่านออกจากนิโรธสมาบัติแล้วย่อมตรวจดูคนที่มีศรัทธา แล้วจึงไปสงเคราะห์ ธรรมดาผู้ที่ถวายทานแด่พระปัจเจกพุทธเจ้าซึ่งออกจากนิโรธสมาบัติย่อมให้ผลเป็นเศรษฐีหรือเสนาบดีภายในวันนั้น แล้วยังให้คนถวายเกิดความโสมนัสโดยการเหาะไปภูเขาคันธมาทน์ ทั้งที่ยังแลเห็นอยู่ด้วย
ในอรรถกถาปัจเจกพุทธาปทานได้พรรณนาว่า พระปัจเจกพุทธเจ้าจึงเป็นใหญ่ คือเป็นพระธานเจ้าของ เพราะรับอาหารมีประมาณน้อยของเหล่าทายกมากมายแล้วให้ได้บรรลุถึงสวรรค์และนิพพาน ดังตัวอย่างในการสงเคราะห์พระโพธิสัตว์ในหัวข้อต่อไป

อภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-c7-pngอภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-1149754621-jpg

ทรงสงเคราะห์พระโพธิสัตว์

พระปัจเจกพุทธเจ้าในอดีตได้ทรงสงเคราะห์พระโพธิสัตว์หลายครั้งหลายหนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป้นการแสดงธรรม หรือแม้กระทั้งทำทรายเสกและด้ายเสก นอกจากนั้นยังทรงพยากรณ์พระโพธิสัตว์ว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้าอีกด้วย ดังเรื่องตัวอย่างที่มาในชาดกนี้ ( ย่อ )
....พระทรีมุขปัจเจกพุทธเจ้าได้ให้โอวาทพระเจ้าพรหมทัตชักชวนให้ทรงผนวช โดยตรัสถึงโทษของกาม คุณของการบรรพชาแสดงถึงทุกข์ทั้งที่มีการก้าวลงสู่ครรภ์เป็นมูลฐาน ทั้งที่มีการบริหารครรภ์เป็นมูลฐาน ทั้งที่มีการออกจากครรภ์เป็นมูลฐาน....
....พระปัจเจกพุทธเจ้า ๔ องค์ เมื่อพระโพธิสัตว์ทูลถามถึงอารมณ์ที่พระปัจเจกพุทธเจ้าทรงเห็นแล้วจึงพระพฤติภิกขาจาริยวัตรพระปัจเจกพุทธเจ้านั้นได้ตรัสบอกเรื่องการออกบวชของตนเองแก่พระโพธิสัตว์ ภายหลังพระโพธิสัตว์ได้ออกบวชเป็นฤาษี....
....พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นคนยากจน ได้ถวายขนมกุมมาส ๔ ก้อนแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า ๔ องค์ ท่านเสวยทันที ทรงทำอนุโมทนาแล้วได้ทรงเหาะไปสู่เงื้อมเขานันทมูลกะ
พระโพธิสัตว์ประคองอัญชลี แล้วเอาปีติที่ไปในปัจเจกพุทธเจ้าเป้นอารมณ์ แล้วรำลึกถึงพระปัจเจกพุทธเจ้านั้นตลอดอายุจนถึงแก่กรรม แล้วได้ไปเกิดเป็นพระราชา....
....พระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่งอยู่ที่ภูเขาคันธมาทน์ได้พิจารณาเห็นสังขพราหมณ์จะเดินทางไปหาทรัพย์เพื่อจะให้ทานจักมีอันตรายในสมุทร ถ้าสังขพราหมณ์เห้นท่านแล้วจักถวายร่มและรองเท้าแก่ท่าน เมื่อเรือแตกกลางสมุทร สังขพราหมณ์จักได้ที่พึ่งด้วยอานิสงส์ที่ถวายรองเท้า
พระปัจเจกพุทธเจ้านั้นจึงอนุเคราะห์สังขพราหมณ์ ได้เหาะมา ณ ที่ใกล้สังขพราหมณ์ เดินเหยียบทรายร้อนเช่นกับถ่านเพลิงเพราะลมแรงแดดกล้า ตรงมายังสังขพราหมณ์
สังขพราหมณ์ได้นมัสการพระปัจเจกพุทธเจ้า เข้าไปที่โคนต้นไม้ แล้วพูนทรายขึ้น แล้วเอาผ้าห่มปูลาด นมัสการพระปัจเจกพุทธเจ้า แล้วล้างพระบาทด้วยน้ำที่อบและกรองใสสะอาด ทาเท้าด้วยน้ำมันหอม ถอดรองเท้าที่ตนเองสวมออกเช็ด แล้วทาด้วยน้ำมันหอม แล้วสวมรองเท้าให้พระปัจเจกพุทธเจ้า ถวายร่มและรองเท้าด้วยวาจา
พระปัจเจกพุทธเจ้านั้นะอนุเคราะห์สังขพราหมณ์จึงรับร่มและรองเท้าและเพื่อจะให้ความเลื่อมใสเจริญยิ่งขึ้น จึงเหาะไปภูเขาคันธมาทน์ให้สังขพราหมณ์แลเห้น....
....พระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง ทราบความที่ดาบสพระโพธิสัตว์มีมานะ เพราะอาศัยชาติของตน ไม่สามารถจะยังฌานให้เกิดขึ้นได้ จึงข่มมานะดาบส โดยไปนั่งเหนือกระดานหินของดาบส ดาบสก็ขุ่นใจเพราะความมีมานะ ปรี่เข้าไปหาท่านตบมือตวาดท่าน พระปัจเจกพุทธเจ้าจึงกล่าวกับท่านว่า
พ่อคนดี เหตุไรพ่อจึงมีแต่มานะ อาตมาบรรลุปัจเจกพุทธญาณแล้วนะในกัปนี้เอง พ่อก็จักเป้นพระสัพพัญญูพุทธเจ้า พ่อเป้นหน่อเนื้อพุทธากูลนะ พ่อบำเพ็ญบารมีมาแล้ว รอเวลาเพียงเท่านี้ ข้างหน้าผ่านไปจักเป้นพระพุทธเจ้า พพ่อดำรงในความเป็นพระพุทธเจ้า จักมีชื่อว่า "สิทธัตถะ" บอกนามตระกูลโครตและพระสาวกเป็นต้นแล้ว ได้ประทานโอวาทว่า
พ่อยังจะมัวเอาแต่มานะ เป้นคนหยาบคาย เพื่ออะไรเล่านี้ไม่สมควรแก่พ่อเลย ดาบสนั้นแม้พระปัจเจกพุทธเจ้ากล่าวอย่างนี้แล้ว ก็ยังคงไม่ไหว้ท่านอยู่ดี หนำซ้ำไม่ถามเสียด้วยว่า ข้าจักเป็นพระพุทธเจ้าเมื่อไร พระปัจเจกพุทธเจ้ากล่าวว่า เธอไม่รู้ความใหญ่หบวงแห่งชาติและความยิ่งใหญ่แห่งคุณของเรา หากเธอสามารถก็จงเที่ยวไปในอากาศเหมือนเราแล้วท่านก็เหาะไปในอากาศ โปรยฝุ่นเท้าของตนลงในมณฑลชฏาของดาบสนั้น ไปสู่ป่าหิมพานต์ตอนเหนือดังเดิม
พอท่านไปแล้ว ดาบสนั้นจึงสลดใจเป้นอันมาก สมาทานอุโบสถข่มมานะ เจริญกสิน ยังอภิญญาและสมาบัติ ๘ ให้เกิดขึ้น....
....พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป้นพระราชโอรถองคืที่ ๑oo ของพระเจ้าพรมทัต ได้ทำหน้าที่เป้นไวยาวัจกรแก่พระปัจเจกพุทธเจ้าว่า
จักได้ราชสมบัติสืบสันติวงศ์ในพระนครนี้หรือไม่
พระปัจเจกพุทธเจ้านั้นก้ตรัสพยากรณืบอกว่า
จะได้ราชสมบัติในวันที่ ๗ นับจากวันนี้ ที่พระนครตักสิลา
ซึ่งไกลไปจากพระนครนี้ ๑๒o โยชน์ แต่ถ้าจะไปทางตรงเพียง ๕o โยชน์ ผ่านย่านอมนุสสกันดาร มีฝูงยักษิณีเนรมิตบ้านและศาลาไว้ในระหว่างทางคอยหน่วงเหนี่ยว เชื้อเชิญแก่ผู้ที่มาแล้วเล้าโลมทำให้ตกอยู่ในอำนาจกิเลส แล้พากันเคี้ยวกินพวกนั้นเสีย แต่ถ้าไม่ทำลายอินทรีย์ ๕ แลดูพวกมันเลย คุมสติไว้ให้มั่นคงเดินไป จักได้ราชสมบัติในวันที่ ๗ แน่
พระโพธิสัตว์จึงขอให้พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายทำพระปริต รับทรายเสกด้วยพระปริต เดินทางไปแล้วได้ราชสมบัติในภายหลัง
รูป
ชนิดของไฟล์: bmp untitled.bmp (244.0 KB, 288 views)

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 15 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
Apinya (07-06-10), พรรณวดี (07-06-10), พรหมโชติ (07-06-10), พุทธรักษา (09-06-10), ก้อนดิน (22-12-10), มณีนพรัตน์ (05-08-10), สัพพัญญู (20-03-11), อภิญญา (08-06-10), ปาริฉัตรมณี (07-06-10), นำธรรม (02-07-13), เพิ่มบุญ (03-11-11), เดชะบุญ (12-06-10), Drew (26-03-11), Jira (01-07-10), lekmungchon (03-11-16)
  #8  
เก่า 08-06-10, 18:46
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Smile พระปัจเจกพุทธเจ้า


อภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-74434-jpg

คาถาอนุโมทนา

พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายเมื่อจะทำการสงเคราะห์ทายกผู้ถวายปัจจัย มีข้าวเป็นต้น ก็แสดงธรรมด้วยคาถา ๒ คาถานี้

อิจฺฉิตํ ปตฺถิตํ ตุยฺหํ ปฺปเมว สมิชฺฌตุ
ปูเรนฺตุ จิตฺตสงฺกปฺปา จนฺโท ปณฺณรโส ยถา
อิจฺฉิตํ ปตฺถิตํ ตุยฺหํ ขิปฺปเมว สมิชฺฌตุ
ปูเรนฺตุ จิตฺตสงฺกปฺปา มณิโชติรโส ยถา
ขออิฐผลที่ต้องการแล้ว ปรารถนาแล้ว จงสำเร็จโดยเร็วพลันความดำริไว้ในใจจงเต็ม เหมือนพระจันทร์ในวันเพ็ญฉะนั้น ขออิฐผลที่ท่านต้องแล้ว ปรารถนาแล้ว จงสำเร็จโดยเร็วพลัน ความดำริไว้ในใจจงเต็ม เหมือนแก้วมณีชื่อโชติรสฉะนั้น
หรือ....

อิจฺฉิตํ ปตฺถิตํ ตุยฺหํ ขิปฺปเมว สมิชฺฌตุ
สพฺเพ ปูเรนฺตุ สงฺกปฺปา จนฺโท ปณฺณรโส ยถา
ขอสิ่งที่ท่านต้องการได้แล้ว ปรารถนาแล้ว จงสำเร็จโดยเร็วพลัน ความดำริไว้ในใจจงเต็ม เหมือนพระจันทร์วันเพ็ญฉะนั้น


อภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-q_101180-jpg

อจินไตยของพระปัจเจกพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้ากล่าวไว้ในคัมภีย์อังคุตรนิกาย ว่า อจินไตย ๔ อย่างนี้ไม่ควรคิด ผู้ที่คิดก็จะพึงมีส่วนแห่งความบ้า ได้รับความลำบากเปล่า
อจินไตย ๔ อย่างนี้คือ
๑ พุทธวิสัยแหง่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย
๒ ฌานวิสัยแห่งผู้ได้ฌาน ( ได้แก่ ฌานวิสัยในอภิญญา )
๓ วิบากแห่งกรรม
๔ โลกจินตา ( ความคิดในเรื่องของโลก เช่น ใครสร้างแผ่นดิน ใครสร้างมหาสมุทรเป็นต้น )

เรื่องจากคาถาธรรมบทต่อไปนี้ ก็เป็นอจินไตยของพระปัจเจกพุทธเจ้า ท่านสุขสามเณรเมื่อครั้งเกิดเป้นนายภัตตภติกะ ได้ถวายทานโดยไม่เหลือไว้เลย แด่พระปัจเจกพุทธเจาซึ่งออกจากนิโรธสมาบัติ ครั้นพระปัจเจกพุทธเจ้าอนุโมทนาแล้วอธิฐานไว้ว่า " ขอให้มหาชนนี้ จงยืนเห็นเราจนกระทั่งถึงภูเขาคันธมาทน์เถิด " แล้วได้เหาะไปสู่ภูเขาคันธมาทน์ เมื่อพระปัจเจกพุทธเจ้าไปภูเขาคันธมาทน์แล้วได้แบ่งบิณฑบาตนั้นถวายแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า ๕oo รูป พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆรูป ไดบเอาภัตรอย่างเพียงพอแก่ตนแล้ว ท่านกล่าวว่า ใครๆ ไม่พึงคิดว่า บิณฑบาตเล็กน้อยจะพอเพียงได้อย่างไร นี่เป็นปัจเจกพุทธวิสัย เป็นอจินไตย

อภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-vesak_day_lord_buddha_day37-jpg

ปุพเพนิวาสานุสสติญาณของพระปัจเกจพุทธเจ้า
บุคคล ๖ จำพวกที่สามารถระลึกถึงบุพเพสันนิวาสได้ คือ
๑ พวกเดียรถีย์ ระลึกได้เพียง ๔o กัป เพราะปัญญาน้อย
๒ พระสาวกปกติ ระลึกได้ ๑ooo กัป เพราะปัญญามาก
๓ พระมหาสาวก ๘o องค์ ระลึกได้ ๑oo,ooo กัป
๔ พระอัครสาวกทั้งสอง ระลึกได้ ๑ อสงไข กำไรแสนกัป
๕ พระปัจเจกพุทธเจ้า ระลึกได้ถึง ๒ อสงไขย กำไรแสนกัป
๖ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ระลึกได้ไม่มีกำหนด

ในคัมภีย์วิสุทธิมรรคท่านได้อุปมาปุพเพนิวาสานุสสติญาณไว้ว่า การเห็นชาติก่อน

ของเดียรถีย์ ย่อมปรากฏเช่นกับแสงหิ่งห้อย
ของพระปกติสาวก ย่อมปรากฏเช่นกับแสงประทีป
ของพระมหาสาวก ย่อมปรากฏเช่นกับแสงคบเพลิง
ของพระอัครสาวก ย่อมปรากฏเช่นกับรัศมีดาวประกายพรึก
ของพระปัจเจกพุทธเจ้า ย่อมปรากฏเช่นกับรัศมีพระจันทร์
ของพระพุทธเจ้า ย่อมปรากฏเช่นกับ มณฑลพระอาทิตย์ในสรทกาล ประดับด้วยรัศมีพันดวง ( สรทกาล : ฤดูสารทเทศกาล ทำบุญเดือนสิบ )

การระลึกถึงชาติก่อน....

ของพวกเดียรถีย์ ดุจคนตาบอดเดินไปด้วยไม้เท้า
ของพระปกติสาวก ดุจเดินไปตามสะพานด้วยไม้เท้า
ของพระมหาสาวก ดุจเดินไปตามสะพานด้วยลำแข้ง
ของพระอัครสาวก ดุจเดินไปตามสะพานเกวียน
ของพระปัจเจกพุทธจ้า ดุจเดินไปตามทางด้งแข้ง
ของพระพุทธเจ้า ดุจเดินไปตามทางเกวียนใหญ่

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 13 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
Apinya (09-06-10), พรรณวดี (09-06-10), พุทธรักษา (09-06-10), ก้อนดิน (22-12-10), มณีนพรัตน์ (05-08-10), สัพพัญญู (20-03-11), อภิญญา (08-06-10), ปาริฉัตรมณี (08-06-10), นำธรรม (02-07-13), เพิ่มบุญ (03-11-11), เดชะบุญ (12-06-10), Drew (26-03-11), Jira (01-07-10)
  #9  
เก่า 09-06-10, 16:49
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Smile พระปัจเจกพุทธเจ้า

อภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-339-jpgอภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-waterfall-jpgอภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-24362-jpg

ท่าสรงน้ำของพระปัจเจกพุทธเจ้า

เมื่อพระปัจเจกพุทธเจ้าจะล้างพระพักตร์หรือสรงน้ำ ท่านจะไปกระทำกิจนั้นที่สระอโนดาต สระอโนดาตนั้นมีแผ่นศิลาเรียบประดับด้วยรัตนะอันน่ารื่นรมย์ใจ ไม่มีปลา่า น้ำใสไร้มลทินเหมือนแก้วผลึก บังเกิดแต่กรรมทีเดียว เป็นท่าสำหรับอาบของเหล่าสัตว์ที่ใช้น้ำนั้น จัดแจงไว้อย่างดีซึ่งแยกเป็นส่วนๆไว้ สำหรับพระพุทธเจ้า พระปัจจกพุทธเจ้า พระขีณาสพและฤาษีที่มีฤทธิ์ สรงสนาน ท่าหนึ่งสำหรับพวกเทวดาและยักษ์เป็นต้น

อภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-_1_%7E3-jpgอภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-2909-jpg

สถานที่ปรินิพพานของพระปัจเกจพุทธเจ้า

ในอรรถกถาปัจเจกพุทธาปทาน ท่านแสดงไว้ว่าภูเขามหาปปาตะในหิมวันตประเทศ เป็นสถานที่ปรินิพพานของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย แต่ในที่อื่นก็แสดงไว้ท่านก็ปรินิพพานในที่อื่นๆด้วย เช่นในป่าชัฏ,ที่เดินจงกรมในพระอุทยานที่พระราชาจัดถวาย เป็นต้น
อิริยาบถของพระปัจเจกพุทธเจ้าเมื่อปรินิพพาน มีอิริยาบทต่างๆกันบางพระองค์ก้นั่ง ส่วนพระปัจเจกพุทะเจ้า ๕oo บุตรของนางปทุมวดีองค์ได้ยืนพิงกระดานสำหรับยึดหน่วงในที่จงกรมปรินิพพาน

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 13 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
Apinya (09-06-10), พรรณวดี (09-06-10), พุทธรักษา (14-06-10), ก้อนดิน (22-12-10), มณีนพรัตน์ (05-08-10), สัพพัญญู (20-03-11), อภิญญา (07-07-10), ปาริฉัตรมณี (09-06-10), นำธรรม (02-07-13), เพิ่มบุญ (03-11-11), เดชะบุญ (12-06-10), Drew (26-03-11), Jira (01-07-10)
  #10  
เก่า 09-06-10, 18:03
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Smile พระปัจเจกพุทธเจ้า

อภิญญา-พระปัจเจกพุทธเจ้า อัครทักขิไณยบุคคล-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2-gif

เหตุแห่งการบรรลุ
พระปัจเจกสัมโพธิญาณ
พระปัจเจกโพธิสัตว์แต่ละพระองค์ได้ความสังเวชไม่เหมือนกันแล้วบรรลุปัจเจกโพธิญาณ ในคัมภีร์อปทานและขัคควิสาณสูตรได้กล่าวถึงเหตุแห่งการบรรลุปัจเจกโพธิญาณของพระปัจเจกพุทธเจ้า ๔๑ พระองค์ไว้เป็นพิเศษ นอกจากนั้นเหตุแห่งการบรรลุธรรมของพระปัจเจกพุทธเจ้า ยังปรากฏในคัมภีร์เหล่าอื่นคือ
- ขัคควิสาณสูตร ในคัมภีร์สุตตนิบาต
- คัมภีย์ชาดก
- คัมภีย์คาถวรรค

( ปัจเจกพุทธาปทาน )
ปัจเจกพุทธาปทานคือเหตุของพระปัจเจกพุทธเจ้า เมื่อพระองค์ได้ตรัสรู้พระปัจเจกสัมโพธิญาณแล้วได้กล่าวคาถาถึงเหตุที่พระองค์ได้ตรัสรู้และเมื่อพระองค์ได้เสด็จมาแล้วที่ประชุมกันที่ต้นไม้สวรรค์มัญชูสกะ ณ เงื้อมเขานันทมูลกะบนภูเขาคันธมาทน์ พระสังฆเถระได้ตรัสถามถึงกรรมฐานที่พระองค์ผู้มาใหม่ได้ตรัสรู้
พระปัจเจกพุทธเจ้าเมื่อได้บรรลุพระปัจเจกโพธิญาณบางพระองค์ถูกถามแล้วจึงพยากรณ์คาถา บางพระองค์แม้ไม่ถูกถามก็เปล่งอุทาน ที่เหมาะสมแก่นัยแห่งมรรคที่พระองคบรรลุ ลำดับนี้ ขอฟังปัจเจกพุทธาปทาน พระอานนท์เวเทหมุนี ผู้มีอินทรีย์สำรวมแล้ว ได้ทูลถามพระตถาคต ผู้ประทับอยู่ ณ เชตวันมหาวิหารว่า ได้ทราบว่าพระปัจเจกพุทธเจ้ามีอยู่ พระปัจเจกพุทธเจ้าที่เป็นนักปราชญ์ อุบัติขึ้นเพราะเหตุอะไร
พระผู้มีพระภาคสัพพัญญูผู้ประเสริฐ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ตรัสตอบท่านพระอานนผู้เจริญ ด้วยพระสุรเสียงที่ไพเราะว่า
ธีรชนเหล่าใดได้สั่งสมกุศลสมภารไว้ในพระศาสนาาของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆยังไม่ได้โมกขธรรมหลุดพ้นในศาสนาขอพระชินเจ้าทั้งหลายด้วยมุข คือความสังเวชนั้นแล
ธีรชนเหล่านั้นเป็นนักปราชญ์มีปัญญาแก่กล้าดี ถึงจะเว้นจากพระพุทธเจ้า ก็ย่อมบรรลุพระปัจเจกโพธิญาณได้ แม้ด้วยอารมณืนิดหน่อย
ในโลกทั้งปวง ยกเว้นเราเสียแล้ว
ไม่มีใครเสมอ พระปัจเจกพุทธเจ้าเลย
เราจักบอกคุณเพียงสังเขปนี้ ของพระปัจเจกพุทธเจ้านั้น ท่านทั้งหลายจงฟังคุณของพระมหามุนีให้ดี ท่านทั้งปวงเมื่อปรารถนาพระนิพพาน อันเป็นโอสถวิเศษ จงมีจิตผ่องใส ฟังถ้อยคำดีอันอ่อนหวานไพเราะของพระปัจเจกพุทธเจ้า ผู้แสวงหาคุณใหญ่ตรัสรู้ได้เองเถิด
คำพยากรณ์สืบๆกันมาเหล่าใด โทษ เหตุ ปราศจากราคะอันใด ของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายผู้มาประชุมกันและพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย บรรลุโพธิญาณด้วยเหตุอันใด พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย มีสัยญาในวัตถุอันน่ารักใคร่ ว่าปราศจากความรักใคร่ มีจิตคลายกำหนัดในโลกที่มีสภาวะน่ากำหนัด ละธรรมเครื่องเนิ่นช้า ชนะทิฐถิที่เป้นเหตุให้ดิ้นรนแล้ว จึงบรรลุปัจเจกโพะิญาณ ณ สถานที่นั้นเอง ท่านวางอาญาในสัตวืทั้งปวง ไม่เบียดเบียนแม้ผู้หนึ่ง ในบรรดาสัตว์เหล่านั้น มีจิตประกอบด้วยเมตตา หวังประโยชน์เกื้อกูลจึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือนนอแรด ฉะนั้น

๑. ( พระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่งกล่าวว่า )
บุคคลวางอาญาในสัตว์
ไม่เบียดเบียนแม้ผู้หนึ่ง ในบรรดาสัตว์เหล่านั้น
ไม่ปรารถนาบุตร ที่ไหนจะปรารถนาสหาย
พึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือนนอแรด ฉะนั้น
๒. ( พระปัจเจกพุทธเจ้าอีกพระองค์หนึ่งกล่าวว่า )
ความรักย่อมมีแก่ผู้มีความเกี่ยวข้อง
ทุกข์นี้ย่อมเกิดขึ้นตามความรัก
บุคคลเล็งเห็นโทษอันเกิดแต่ความความรัก
จึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือนนอแรด ฉะนั้น
๓. ( พระปัจเจกพุทธเจ้าอีกองค์หนึ่งกล่าวว่า )
บุคคลผู้อนุเคราะห์มิตรสหาย มีสติใจผูกพัน
ย่อมทำประโยชน์ให้เสื่อมไป
ท่านมองเห็นภัยนี้ ในความสนิทสนม
จึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือนนอแรด ฉะนั้น
๔. ( พระปัจเจกพุทธเจ้าอีกองค์หนึ่งกล่าวว่า )
ความเสน่หาในบุตรและภรรยา
เปรียบเหมือนไม้ไผ่กอใหญ่เกี่ยวพันกันอยู่
บุคคลเมื่อไม่ข้องในบุตรและภริยา ดังหน่อไม้ไผ่
พึ่งเที่ยวไปผู้เดียว เหมือนนอแรด ฉะนั้น
๕. ( พระปัจเจกพุทธเจ้าอีกองค์หนึ่งกล่าวว่า )
เนื้อในป่าที่ไม่ถูกผูกมัด
ย่อมเที่ยวหาเหยื่อในป่าตามความปรารถนา ฉันใด
ท่านเป็นวิญญูชนหวังความเสรี
จึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือนนอแรด ฉะนั้น
๖. ( พระปัจเจกพุทธเจ้าอีกองค์หนึ่งกล่าวว่า )
ในท่ามกลางสหาย ย่อมมีการปรึกษากัน
ทั้งในเรื่องที่อยู่ ทีเรื่องการดำรงตน
เรื่องการไป เรื่องการเที่ยวจาริก
บุคคลเล็งเห็นความไม่โลภ ความเสรี
จึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือนนอแรด ฉะนั้น
๗. ( พระปัจเจกพุทธเจ้าอีกองค์หนึ่งกล่าวว่า )
ในท่ามกลางสหายย่อมมี การเล่น มีความยินดี
และความรักในบุตรย่อมมีความรักอันไพบูลย์
บุคคลเมื่อรังเกียจความพลัดพลากจากสิ่งที่เป็นที่รัก
จึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือนนอแรด ฉะนั้น
๘. ( พระปัจเจกพุทธเจ้าอีกองค์หนึ่งกล่าวว่า )
พระปัจเจกพุทธเจ้าแผ่เมตตาไปในสี่ทิศ
ไม่ขึดเคือง ยินดีด้วยปัจจัยตามมีตามได้
เป็นผู้อดทนต่ออันตรายทั้งหลายได้ ไม่หวาดหวั่น
จึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือนนอแรด ฉะนั้น
๙. ( พระปัจเจกพุทธเจ้าอีกองค์หนึ่งกล่าวว่า )
แม้บรรพชิตบางพวก ก็สงเคราะห์ได้ยาก
อนึ่งคฤหัสถ์ผู้ครองเรือนสงเคราะห์ได้ยาก
บุคคลพึงเป็นผู้มีความขวนขวายน้อยในบุตรผู้อื่น
จึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือนนอแรด ฉะนั้น

....to be continue

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Rich : 10-06-10 เมื่อ 21:37

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 14 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
Apinya (09-06-10), Attawat_Rx (09-06-10), พรรณวดี (25-06-10), พุทธรักษา (14-06-10), ก้อนดิน (22-12-10), มณีนพรัตน์ (05-08-10), สัพพัญญู (20-03-11), อภิญญา (07-07-10), ปาริฉัตรมณี (09-06-10), นำธรรม (02-07-13), เพิ่มบุญ (03-11-11), เดชะบุญ (12-06-10), Drew (26-03-11), Jira (01-07-10)
ตอบ

Tags
พระปัจเจกพุทธเจ้า, อภิญญา, อภิญญาธรรม, อภิญญาใหญ่


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 21:07


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่