อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ประวัติพระ และบุคคลตัวอย่าง

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #31  
เก่า 01-02-10, 15:57
นาคน้อย
Guest
 
ข้อความ: n/a
Default

พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา

แต่พระฤาษีแปลงนั้นได้ออกอุบายที่จะช่วยพระภูริทัต โดยการบอกกับอาลัมพายพราหมณ์ว่า "งูที่มีหงอนสีแดงตนนี้หามีพิษไม่ ท่านจักเป็นกังวลไปใย แม้แต่คางคกตัวเล็ก ๆ ยังมีพิษมากกว่า" อาลัมพายพราหมณ์ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโกรธมาก เพราะพระฤาษีหาว่าตนเอางูไม่มีพิษมาหรอกแสดงให้ชาวบ้านดู พราหมณ์จึงตอบกลับไปว่า ท่านมาดูถูกงูของเราเช่นนี้ได้อย่างไร จึงขอให้หาทางพิสูจน์ว่างูมีหงอนแดงนี้กับคางคก สัตว์ตัวไหนมีพิษมากกว่ากัน พระฤาษีจึงเปิดชฏาแล้วให้คางคก (ร่างแปลงของนางอัคคิมุขี) กระโดดออกมาคลายพิษ 3 หยดที่ฝ่ามือ และประกาศว่า พิษที่คางคกตัวนี้คายออกมา ถ้าโยนขึ้นไปในอากาศฝนจะไม่ตกเจ็ดปี ถ้าโยนลงแผ่นดิน จะเกิดไฟเผาพื้นดินสิ้นเวลา 7 ปี ถ้าโยนลงในมหาสมุทรน้ำในมหาสมุทรทั้งหมดก็จักแห้งไปสิ้น จึงได้กราบทูลให้พระราชาขุดหลุมสามหลุม โดยใส่สิ่งที่สามารถจะแก้พิษเหล่านี้ได้ เช่น หลุมที่สามให้บรรจุสมุนไพรที่มีสรรพคุณพิเศษ พอโยนพิษลงไปเท่านั้นก็เกิดไฟกองใหญ่ลุกลามไปเชื่อมหลุมทั้งสามด้วยกัน ด้วยความไม่เชื่อของเนสาทพราหมณ์เขาจึงได้เข้าไปดูใกล้ ๆ โดนไอของพิษทำให้ผิวหนังกลายเป็นโรคเรื้อน เนสาทพราหณม์จึงยอมแพ้ พระภูริทัตจึงได้เป็นอิสระ ณ กาลบัดนั้น

หลังจากนั้นก็ภูริทัตก็กลายร่างเป็นนาคมานพผู้มีดวงตาสีแดงพร้อมด้วยสุโภคนาคราชและนางอัคคิมุขีผู้มีน้องสาวต่างมารดา มากราบพระราชาผู้เป็นพระปิตุลาแล้วขอลากลับไปยังเมืองนาคพิภพ เพื่อรักษาพระวรกายและเกรงว่าพระนางสมุทรชาจะล้มป่วยไปมากกว่าเดิม เมื่อพระภูริทิตพร้อมด้วยพระเชษฐาและนางอัคคิมุขีมาถึงนาคพิภพก็ได้เข้าไปรักษาตัวอยู่ตำหนักของพระองค์ ในกาลนั้นนาคราชผู้เป็นน้องสุดท้องเพิ่งกลับมาจากสวรรค์และพรหมโลก ก็มาเจอกับเนสาทพราหมณ์กำลังทำพิธีล้างบาปอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา เนื่องจากได้ทราบข่าวว่าอาลัมพายพราหมณ์ได้รับทุกขเวทนาด้วยโรคเรื้อน เนื่องจากทำให้พระภูริทัตได้ถึงแก่ความทรมาน เนสาทพราหมณ์กลัวบาปกรรมนั้นจะกลับมาตามสนองตน จึงได้ไปทำพิธีลอยบาปที่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย นาคน้อย : 09-04-10 เมื่อ 16:39

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 6 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ ในข้อความนี้
พรรณวดี (01-02-10), พุทธรักษา (22-04-10), ปาริฉัตรมณี (25-02-10), เดชะบุญ (11-02-10), Rich (21-04-10), rossukon (27-12-10)
  #32  
เก่า 22-04-10, 11:27
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Default

พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ฯ
ในขนาดที่กำลังลอยบาปอยู่นั้น ฝ่ายสุโภคนาคราชได้ทรมานเนสาทพราหมณ์ด้วยการเอาหางพันเท้าของพราหมณ์ทั้งสองข้างกระชากให้จมลงในแม่น้ำ เมื่อเห็นว่าพราหมณ์จะขาดใจตายก็ปล่อยให้โผล่ศีรษะขึ้นมาหายใจอยู่หลายครั้ง พอถึงครั้งหลังพราหมณ์จึงกล่าวว่า น้ำนี้จัดไว้สำหรับโลกมีอยู่ที่ท่าปยาคะ บัดนี้ภูติผีอะไรมาฉุดเราลงไปในแม่น้ำยมุนาอันลึกเล่า ฝ่ายสุโภคนาคราชจึงกล่าวขึ้นว่า นาคราชองค์ใดซึ่งเป็นใหญ่ในโลกและมียศอันยิ่งใหญ่ ได้มาพันกรุงพาราณสีไว้โดยรอบ เราเป็นลูกของนาคพระองค์นั้น นาคทั้งหลายเรียกเราว่า "สุโภคะ"


เนสาทพราหมณ์คิดว่าสุโภคนาคราชคงจะไม่ไว้ชีวิตเราแน่ๆ ด้วยความกลัวความตายจึงยกยอตระกูลของนาคนี้ว่าบิดาของสุโภคะเป็นใหญ่ในหมู่เทพเจ้า มารดาของท่านเป็นเป็นมนุษย์ที่หาผู้เสมอได้นั้นไม่มี ตัวท่านเองเป็นผู้มีอานุภาพมาก การที่จะมาฆ่าเราเพราะด้วยเรื่องที่เราทำให้พระภูริทัตลำบากนั้นไม่สมควร สุโภคนาคราชได้ยินดังนี้ก็โกรธมากคิดว่าเนสาทพราหมณ์นี้เป็นผู้อกตัญญูอย่างยิ่ง พระภูริทัตได้พาไปเสวยสุขที่นาคพิภพ แต่กลับคิดประทุษร้ายต่อผู้มีพระคุณ จึงคิดจะตัดศีรษะพราหมณ์ในบัดนั้น ฝ่ายพราหมณ์เมื่อเห็นความตายใกล้ถึงตัวแล้ว จึงหาอุบายยักเยื้องเพื่อเปลื้องตนให้พบจากความตายนั้น โดยอ้างว่า พราหมณ์ผู้ทรงไตรเพท ๑ เลี้ยงชีพด้วยการขอ ๑ ผู้บูชาไฟ ๑ ใครๆไม่ควรจักฆ่า ฝ่ายสุโภคะได้ฟังดังนั้นก็เกิดความลังเลใจว่า จะจริงอย่างพราหมณ์ว่าหรือประการใด ครั้นคิดแล้วก็จับคอพราหมณ์เสือกใสไปมา พลางต่อว่าด่าทอแล้วนำลงสู่นาคพิภพ

เวลานี้กาณาอริฏฐะนั่งเฝ้าประตูปราสาทพระภูริทัตอยู่นั้น ได้เห็นสุโภคนาคราชนำพราหมณ์นั้นไปด้วยกิริยาดุร้าย จึงเดินออกไปบอกว่า ข้าแต่พี่สุโภคะพี่อย่าเบียดเบียนพราหมณ์นี้เลย เพราะพวกพราหมณ์ล้วนแล้วแต่เป็นบุตรท้าวมหาพรหมทั้งนั้น ถ้าท้าวมหาพรหมรู้เข้า ก็จะโกรธทำลายนาคพิภพให้พินาศไป เมื่อชาติก่อนกาณาอริฏฐะเคยเกิดเป็นพราหมณ์มาก่อนจึงกล่าวยกย่องตระกูลพราหมณ์ว่าเป็นตระกูลสูงของผู้ประเสริฐ มีการบูชาเทพเจ้าต่างๆด้วยไฟ เทพเจ้าเหล่านั้นได้สร้างโลกนี้และโลกหน้าไว้ ผู้ที่เลื่อมใสในพราหมณ์ผู้ถือเอาเวทมนต์เป็นสำคัญจักไปเกิดบนเทวโลกฯ แล้วจึงกล่าวตำหนิสุโภคะว่ารู้จักแต่เบียดเบียนพวกพราหมณ์เท่านั้นแหละ

พระภูริทัตคัดค้านลัทธิพราหมณ์
พระภูริทัตซึ่งนอนเป็นไข้อยู่นั้นได้คิดว่า เราจำเป็นต้องล้างถ้อยคำที่เห็นผิดของกาณาอริฏฐะให้เสียจงได้ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อนาคบริวารทั้งหลาย ครั้นคิดแล้ว จึงลุกไปสรงน้ำเครื่องทรงครบแล้วก็นั้งบนธรรมาสน์ โปรดให้พวกนาคกับกาณาอริฏฐนาคราชเข้าเฝ้าแล้วตรัสว่า ดูก่อนกาณาอริฏฐะ เจ้าสรรเสริญสิ่งที่ไม่เป็นจริง เราจึงขอชี้แจงให้ฟัง สิ่งที่เป็นกลีของนักปราชญ์ แต่เป็นของคนโง่นับถือนั้น คือไตรเพทของพวกพราหมณ์ ซึ่งล่อลวงให้คนเข้าใจผิด ไตรเพทหรือไฟที่พวกพราหมณ์บูชานั้นไม่อาจป้องกันคนผู้ทำลายมิตร และคนผู้ทำกรรมอันหยาบช้าได้ ผู้ที่มีทรัพย์สมบัติมากเพียงไร จะเอาสมบัติทั้งหมดมาปนกับถ่านฟืนทิ้งลงไปในไฟก็จะต้องถูกเผาไปหมดเสียเปล่า จะทำให้ไฟอิ่มได้นั้นเป็นไม่มี

อันธรรมดาไฟย่อมเกิดขึ้นด้วยการกระทำของบุคคล ไม่ใช่ว่าไฟเกิดขึ้นได้เอง ถ้าว่าการบูชาไฟได้บุญแล้วพวกเผาถ่าน พวกต้มเกลือ พวกทำกับข้าว เผาศพ ก็ชื่อว่าเป็นคนทำบุญเท่ากันกับพวกพราหมณ์ที่บูชาไฟทั้งนั้น ไม่มีใครในโลกที่ได้บุญด้วยเอาของให้ไฟกิน ธรรมดาของไฟย่อมกินไม่เลือก คือไหม้หมดทุกสิ่งไม่เลือกว่าของดีของเลวอย่างไรฯ คนบางพวกถือไฟเป็นเทวดา พวกมิลักขะถือว่าน้ำเป็นเทวดา ทั้งสองพวกนี้เป็นอันถือผิดๆทั้งนั้น ฯ ธรรมดาไฟยอมไม่มีร่างกายอินทรีย์ที่จะรู้ดีรู้ชั่วได้ คนที่บูชาไฟเมื่อทำบาปอยู่จะไปสู่สรวงสวรรค์ได้อย่างไร พวกพราหมณ์ที่คิดหาอุบายเลี้ยงชีวิตได้คิดโกหกหลอกลวงกันขึ้นว่า พรหมเป็นผู้ครอบงำได้ทุกอย่าง และเป็นผู้บูชาไฟทั้งนั้น พวกพรหมเป็นผู้มีอานุภาพมาก มีอำนาจมากไม่มีใครสร้าง แต่ถึงอย่างนั้นพวกพรหมก็ยังกลับบูชาไฟที่มนุษย์สร้างขึ้น


Ps.... เดี๋ยวมาต่อฮ่ะ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Rich : 27-04-10 เมื่อ 20:48

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 6 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
พรรณวดี (22-04-10), พุทธรักษา (22-04-10), ปาริฉัตรมณี (23-04-10), เดชะบุญ (26-04-10), Drew (30-04-10), rossukon (27-12-10)
  #33  
เก่า 04-05-10, 22:29
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Default

พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ฯ

--ในส่วนของธรรมที่พระภูริทัตแสดงจะทะยอยลงให้น่ะครับ เนื่องจากพิมพ์ไปเยอะแล้ว แล้วคอมดันค้างข้อมูลเลยหายไปหมดเลย --

เมื่อเหล่านาค ได้ฟังธรรมเทศนาของพระภูริทัตด้วยประการฉะนี้แล้วก็พากันเกิดความเชื่อถือว่า ถูกต้องดีแล้วทุกประการ แล้วพระภูริทัตจึงให้พวกนาคนำเนสาทพราหมณ์คนนั้นออกไปเสียจากนาคพิภพ โดยไม่ให้ลงโทษแต่ประการใด
ฝ่ายพระเจ้าสาครพรหมทัต ไม่ทรงพลาดวันซึ่งได้นัดแนะกันไว้ คือ พระองค์ได้เสด็จไปเฝ้าพระราชบิดา ซึ่งบรรพชาเป็นฤาษีอยู่ในป่าพร้อมด้วยจาตุรงคเสนา ส่วนพระภูริทัตได้ประกาศไปทั่วราชธานีที่เป็นแดนเมืองนาคว่า เราจะไปเฝ้าพระเจ้าลุงและพระเจ้าตาในราวป่าในมนุษยโลก เมื่อพรักพร้อมกันแล้วจึงเสด็จขึ้นจากแม่น้ำยมุนาตรงไปสู้อาศรมบทศาลาของพระเจ้าตา ส่วนพี่น้องกับพระมารดาได้เสด็จตามมาไป ณ เบื้องหลัง
ในขณะนั้น พระเจ้าสาครพรหมทัตทรงจำพระภูริทัตไม่ได้ จึงทูลถามพระราชบิดาว่า ขบวนกลอง ตะโพน สังข์ บัณเฑาะว์ และมีมโหรธึกที่มีกำลังมาในเบื้องหน้าทำความหรรษาภิรมย์ ให้เกิดแก่จอมรถ ผู้ปรากฏด้วยธงสุวรรณ มีพรรณเหมือนสายฟ้าแลบ ซึ่งยังหนุ่มแน่น มีมือถือธนูนั้นเป็น ท่านใด ผู้มีพระพักตร์ผ่องใสเหมือนกับสีทองอันอยู่ในปากเบ้าหรือรุ่งเรืองเหมือนกับถ่านไม้ตะเคียน มีคนกั้นฉัตรทองอยู่บนเศียร มีคนถือพัดวาลวัชนี ณ เบื้องข้าง มีคนถือหางนกยูงมาข้างหน้าอีก ๒คน ท่านผู้นั้นทรงกุณฑลอันกลมเกลี้ยง มีผมสีดำสนิท มีตาซ้ายขวากว้างใหญ่ มีริมฝีปากแจ่มใสดังกระจกเงา มีมือเท้าทั้งสองแดงเหมือนน้ำครั่ง มีฝีปากเปล่งปลั่งเหมือนดังดวงอาทิตย์ งามวิจิตรด้วยเครื่องปกคลุมอันขาวสะอาด มีสิริวิลาสเหมือนดังพระอินทร์ ทรงสอดพระแสงขรรค์ด้ามทอง สวมรองเท้าทองคำนั่งมาในรถ ท่ามกลางระหว่างเสนานั้นคือท่าน ใด ข้าพเจ้าขอนอบน้อมต่อท่านผู้เป็นใหญ่นั้นดังนี้
เมื่อพระราชบิดาผู้เป็นฤาษีขันได้ณานสมาบัติ ได้ฟังคำถามดังนี้จึงตรัสตอบว่า ผู้ที่มาเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นนาคผู้มีฤทธิื มียศ เป็นลูกแห่งท้าวธตรฐอันเกิดจากนางสมุททชาทั้งนั้น ฯ ในไม่ช้าพวกนาคก็พากันไปถึงแล้วถวายบังคมบรมราชฤาษี แล้วนั่งอยู่ในที่สมควรแก่ตน ฝ่ายนางสมุททชาก็ถวายบังคมพระราชบิดา และพระเชษฐา แล้วก็ทรงกันแสงด้วยความดีใจ
เมื่อสนทนาปราศรัยกันตามสมควรแล้ว ก็พาพวกนาคเสด็จกลับไปสู่นาคพิภพ ฝ่ายพระเจ้าสาครพรหมทัตประทับอยู่กับพระบิดาได้ ๒-๓วันแล้วก็ถวายบังคมลากลับสู้กรุงพาราณสี ส่วนนางสมุททชาก็สวรรคตอยู่ในเมืองนาคนั้น พระภูริทัตกับทั้งบริวาร ครั้นสิ้นอายุขัยแล้วก็ได้ไปเกิดในสวรรค์อันเป้นบรมสุข
ครั้นสมเด็จพระบรมศาสดา ทรงแสดงเรื่องอดีตกาลอย่างนี้ จึงประชุมชาดกว่า
นางสมุททชาและท้าวธตรฐ ได้มาเกิดเป็นพุทธมารดาบิดา
เนสาทพราหมณ์ ได้มาเกิดเป็นพระเทวทัต
โสมทัตกุมาร ได้มาเกิดเป็นพระอานนท์
นางอัจจิมุขี ได้มาเกิดเป็นพระนางอุบลวัณณา
สุทัสสนกุมาร ได้มาเกิดเป็นพระสารีบุตร
สุโภคกุมาร ได้มาเกิดเป็นพระโมคคัลลาน์
กาณาอริฏฐกุมาร ได้มาเกิดเป็นสุนักขัตตลิจฉวี
อาลัมพายพราหมณ์ ได้มาเกิดเป็นพระมหากัสปะ ( พี่นาคน้อยบอกมา )
ส่วนพระภูริทัต คือเราตถาคตในบัดนี้

ในชาตินี้พระพุทธเจ้าของเราทรงยิ่งด้วยศีลบารมี

ผลบุญที่นาคน้อยได้กระทำมาดีแล้ว ณ โอกาสนี้ ก็ขอข้าพเจ้าและทุกท่านได้สมหวัง สมความปราถนาทุก ๆ ประการ เป็นผู้เพรียบพร้อมไปด้วยศีลอันบริสุทธิ์ มีพระนิพพานเป็นที่ไปตามความปราถนาเทอญ

นิพพานัง ปรมัง สุขขัง นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง


Ps. พี่นาคมีอะไรเพิ่มเติมสามารถเพิ่มเติมได้เลยครับ

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 5 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 20:25


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่