อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > มหาสโมสรพุทธภูมิ

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 22-06-12, 14:32
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,119
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,846
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,935 ครั้ง ใน 77,935 ข้อความ
พลังบุญ: 56658
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ความพิเศษบางประการของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน

อภิญญา-ความพิเศษบางประการของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน-images%5B8%5D-jpg
กระทู้นี้เป็นกระทู้เปิดนะครับ กระทู้ที่ต่อจากเรื่องเล่าสู่กันฟังถึงการบำเพ็ญบารมีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 3 ประเภท เรื่องเล่าสู่กันฟังถึงการบำเพ็ญบารมีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๓ ประเภท และพุทธภูมิพิเศษ พุทธภูมิพิเศษ
จะทำการบันทึกความพิเศษบางประการของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ที่ได้บันทึกไว้ และที่ไม่ได้บันทึก รวบรวมให้ปรากฏเป็นอัศจรรย์โปรดโลก ตามพุทธประสงค์ ถวายเป็นพุทธบูชาฯ ในการณ์นี้ก็ขอเชิญทุกท่านร่วมบันทึกความพิเศษแห่งองค์สมเด็จพระประทีปแก้วโดยพร้อมกันนะครับ ค่อยๆโพสกันเข้ามานะครับ อ้างอิงแหล่งข้อมูลหรือที่มาด้วยก็ดีครับ สาธุ
หมายเหตุ นับเป็นครั้งแรกในโลกเลยนะครับ ที่พวกเราจะได้ตั้งใจบันทึกความพิเศษของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ให้ปรากฏเป็นอัศจรรย์ ถวายเป็นพุทธบูชาฯ โดยขอเริ่มบันทึกจากพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันเป็นพระองค์แรกเลยครับ สาธุ
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 13 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
พรรณวดี (22-06-12), พรหมวิหาร (27-05-13), พุทธรักษา (22-06-12), ก้อนดิน (27-06-12), ปาริฉัตรมณี (07-07-12), เพิ่มบุญ (01-07-12), เกียงจูแหย (22-06-12), เดชะบุญ (16-07-12), Eang (22-11-12), Jira (01-07-12), octavian (22-06-12), ohm_chiangmai (22-06-12), Rich (03-07-12)
  #2  
เก่า 22-06-12, 14:50
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,119
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,846
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,935 ครั้ง ใน 77,935 ข้อความ
พลังบุญ: 56658
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ความพิเศษบางประการของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ( 2 )

อภิญญา-ความพิเศษบางประการของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน-images%5B9%5D-jpg
ความพิเศษบางประการของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันที่ได้รับการบันทึกไว้
จากบทสวดมนต์นมัสการพระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์
๒๘. โคตะโม สักยะปุงคะโว
ปฏิปทาพิเศษของพระโคตมะผู้ประเสริฐแห่งหมู่ศากยราช

และจากพุทธพยากรณ์ของพระทีปังกรพุทธเจ้า เมื่อ ๔ อสงไขย แสนมหากัปล์ที่ผ่านมา
เมื่อสี่อสงไขย แสนมหากัปล์ที่ผ่านมา ในสมัยพระทีปังกรพระพทุธเจ้า พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ทรงเสวยพระชาติเป็นสุเมธฤาษี
ในสมัยนั้นเป็นกาลศาสนาของพระพุทธเจ้าทีปังกร สุเมธฤาษีได้อุทิศตัวลงนอนทอดแทนสะพานให้พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลายจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ องค์ เดินไต่ข้ามไป พระโพธิสัตว์ว์ตั้งความปรารถนาพุทธภูมิด้วยใจและด้วยวาจาในครั้งนั้น พระพุทธเจ้าทีปังกรตรัสพยากรณ์ว่า "ดูกรภิกษุทั้งหลาย ท่านสุเมธฤาษีองค์นี้จักได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งในภัทรกัปป์ภายหน้า นับแต่นี้ไปเป็นเวลา ๔ อสงไขยกับแสนมหากัปป์ จักปรากฏพระนามว่า "โคตมสัมมาสัมพุทธะ" เมืองที่จะไปบังเกิดนั้นชื่อว่า "กบิลพัสดุ์" พระบิดาพระนามว่า "สุทโธทนะ" มารดาพระนามว่า "ศรีมหามายา" พระเทวีพระนามว่า "ยโสธราพิมพา" พระโอรสนามว่า "ราหุล" จะอยู่ในราชสมบัตินานได้ ๒๙ ปีแล้วจักออกผนวชด้วยยานคือม้า ชื่อ "กัณฐกะ" จักทรงบำเพ็ญเพียรได้ ๖ ปี แล้วจึงจะทรงตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหนือรัตนบัลลังก์อันสูงได้ ๑๘ ศอก ภายใต้ต้นไม้อัสสตถะอันเป็นไม้มหาโพธิ์ แล้วจักสั่งสอนกุลบุตรทั้งหลายให้ได้บรรลุถึงอรหัตถผล สั่งสอนโปรดเวไนยสตว์ทั้งหลายเหมือนดังตถาคตนี้แล อัครสาวกฝ่ายขวามีชื่อว่า "สารีบุตร" อัครสาวกฝ่ายซ้ายมีชื่อว่า "มหาโมคคัลลานะ" พุทธอุปัฏฐากชื่อว่า "มหาอานันทะ" พระพุทธเจ้าโคตมะพระองค์นั้นจักมีอายุยืน ๘๐ ปี แล้วปรินิพพานไป จักตั้งพระศาสนาไว้เพื่อสั่งสอนโปรดเวไนยสัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้น ๕,๐๐๐ วัสสา


ที่พบบันทึกความพิเศษบางประการของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน แต่เดิมบันทึกไว้เพียงเท่านี้เองครับ แต่จากการสอบทานของคณะฯพบว่า หากดูในบทสวดนมัสการพระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์ จะพบว่าพระพุทธเจ้าของเรา เป็นผู้ประเสริฐในหมู่ศากยวงศ์ ซึ่งคณะกำลังทำการตรวจสอบความเป็นมาเรื่องศากยวงศ์ หรือความพิเศษแห่งเหล่าศากยวงศ์ทั้งหลาย และหากดูในพุทธพยากรณ์ของพระทีปังกรฯแล้ว จะเห็นตัวหนังสือสีแดงเป็นความพิเศษของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน คือทรงมีรัตนบัลลังก์สูง ๑๘ ศอก แต่เมื่อตรวจสอบดูใหม่หลายครั้งกลับพบว่าจริงๆแล้ว ตัวหนังสือสีชมพูนั่นแหละครับ คือความพิเศษของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ซึ่งไม่มีพระพุทธเจ้าองค์ไหนเหมือน หรือเคยปรากฏแบบนี้มาก่อนครับ ถ้าพวกเราเพียงแต่ดูเผินๆก็เหมือนธรรมดา แต่ถ้าพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบแล้ว นี่นับเป็นความพิเศษสุด เป็นความอัศจรรย์ของพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งที่ได้เคยตรัสรู้โปรดโลกนับแต่ได้บันทึกมาครับ สาธุ
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 11 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
พรรณวดี (22-06-12), พรหมวิหาร (27-05-13), พุทธรักษา (22-06-12), ก้อนดิน (27-06-12), เพิ่มบุญ (01-07-12), เดชะบุญ (16-07-12), Eang (22-11-12), Jira (01-07-12), octavian (22-06-12), ohm_chiangmai (22-06-12), Rich (03-07-12)
  #3  
เก่า 27-06-12, 15:01
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,119
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,846
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,935 ครั้ง ใน 77,935 ข้อความ
พลังบุญ: 56658
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ความพิเศษบางประการของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ( 3 )

พุทธประวัติ(ย่อ)
พระพุทธเจ้าทรงมีพระนามเดิมว่า "สิทธัตถะ" หมายถึง ผู้ที่สำเร็จความมุ่งหมายแล้ว หรือผู้ปรารถนาสิ่งใด ย่อมได้สิ่งนั้น ทรงเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะ กษัตริย์ผู้ครองกรุงกบิลพัสดุ์ ราชสกุลศากยวงศ์แคว้นสักกะ และ "พระนางสิริมหามายา" พระราชธิดาของกษัตริย์ราชสกุลโกลิยวงศ์แห่งกรุงเทวทหะ แคว้นโกลิยะ
ศากยะวงศ์ตั้งแต่พระเจ้าโอกากราชมีพระราชบุตร 4 พระองค์ พระราชบุตรี 5 พระองค์ ได้สร้างพระนครอยู่ใหม่คือ นครกบิลพัสดุ์ กับ นครเทวทหะ จนมาถึงพระเจ้าชัยเสนะ มีพระราชบุตรตรีปรากฏนาม 2 พระองค์ คือ พระเจ้าสีหนุกับพระนางยโสธรา
พระเจ้าสีหนุมีพระมเหสีพระนามว่า กัญจนามีพระราชบุตร 5 พระองค์ คือ พระเจ้าสุทโธทนะ ๑
สุกโกทนะ ๑ อมิโตทนะ ๑ โธโตทนะ ๑ ฆนิโตทนะ ๑ มีพระราชบุตรี 2 พระองค์คือ อมิตา ๑ ปมิตา๑พระเจ้าสุทโธทนะ มีพระมเหสีพระนามว่า สิริมหามายา มีพระราชบุตร 1 พระองค์ คือ สิทธัตถะ พระเจ้าสุทโธทนะ มีพระมเหสีอีกพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า ปชาบดี มีพระราชบุตร 1 พระองค์
คือ นันทะ พระราชบุตรรี 1 พระองค์คือ รูปนันทา
สิทธัตถะกุมาร มีพระมเหสีพระนามว่า ยโสธราหรือ พิมพา มีพระราชบุตร 1 พระองค์คือ ราหุล
โกลิยวงศ์ ตั้งแต่พระยารามกับพระนางปิยา จนมาถึงพระเจ้าอัญชนะกับพระนางยโสธรามี
พระราชบุตร 2 พระองค์คือ สุปปพุทธะ ๑ ทันฑปาณิ ๑ มีพระราชบุตรี 2 พระองค์คือ มายา ๑ ปชาบดี ๑
พระเจ้าสุปปพุทธะมีพระมเหสีพระนามว่า ปมิตา มีพระราชบุตรพระราชบุตรีคือ เทวทัต กับยโสธรา

ประสูติ
ในคืนที่พระพุทธเจ้าเสด็จปฏิสนธิในครรภ์พระนางสิริมหามายา พระนางทรงพระสุบินนิมิตว่า มีช้างเผือกมีงาสามคู่ได้เข้ามาสู่พระครรภ์ ณ ที่บรรทม ก่อนที่พระนางจะมีพระประสูติกาล ที่ใต้ต้นสาละ ณ สวนลุมพินีวัน เมื่อวันศุกร์ ขึ้นสิบห้าค่ำ เดือนวิสาขะ ปีจอ 80 ปีก่อนพุทธศักราช (ปัจจุบันสวนลุมพินีวันอยู่ในประเทศเนปาล)
ทันทีที่ประสูติ เจ้าชายสิทธัตถะทรงดำเนินด้วยพระบาท 7 ก้าว และมีดอกบัวผุดขึ้นมารองรับพระบาท พร้อมเปล่งพระวาจาว่า "เราเป็นเลิศที่สุดในโลก ประเสริฐที่สุดในโลก การเกิดครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายของเรา" แต่หลังจากเจ้าชายสิทธัตถะประสูติกาลได้แล้ว 7 วัน พระนางสิริมหามายาก็เสด็จสวรรคาลัย เจ้าชายสิทธัตถะจึงอยู่ในความดูแลของพระนางประชาบดีโคตมี ซึ่งเป็นพระกนิษฐาของพระนางสิริมหามายา
ทั้งนี้ พราหมณ์ ทั้ง 8 ได้ทำนายว่า เจ้าชายสิทธัตถะมีลักษณะเป็นมหาบุรุษ คือ หากดำรงตนในฆราวาสจะได้เป็นจักรพรรดิ ถ้าออกบวชจะได้เป็นศาสดาเอกของโลก แต่โกณฑัญญะพราหมณ์ผู้อายุน้อยที่สุดในจำนวนนั้น ยืนยันหนักแน่นว่า พระราชกุมารสิทธัตถะจะเสด็จออกบวช และจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแน่นอน
ชีวิตในวัยเด็ก
เจ้าชายสิทธัตถะทรงศึกษาเล่าเรียนจนจบศิลปศาสตร์ทั้ง 18 ศาสตร์ ในสำนักครูวิศวามิตร และเนื่องจากพระบิดาไม่ประสงค์ให้เจ้าชายสิทธัตถะเป็นศาสดาเอกของโลก จึงพยายามทำให้เจ้าชายสิทธัตถะพบเห็นแต่ความสุข โดยการสร้างปราสาท 3 ฤดู ให้อยู่ประทับ และจัดเตรียมความพร้อมสำหรับการราชาภิเษกให้เจ้าชายขึ้นครองราชย์
เมื่อมีพระชนมายุ 16 พรรษา ทรงอภิเษกสมรสกับพระนางพิมพา หรือยโสธรา พระธิดาของพระเจ้ากรุงเทวทหะซึ่งเป็นพระญาติฝ่ายพระมารดา จนเมื่อมีพระชนมายุ 29 พรรษา พระนางพิมพาได้ให้ประสูติพระราชโอรส มีพระนามว่า "ราหุล" ซึ่งหมายถึง "บ่วง"
เสด็จออกผนวช
วันหนึ่งเจ้าชายสิทธัตถะทรงเบื่อความจำเจในปราสาท 3 ฤดู จึงชวนสารถีทรงรถม้าประพาสอุทยาน ครั้งนั้นได้ทอดพระเนตรเห็นคนแก่ คนเจ็บ คนตาย และนักบวช โดยเทวทูต (ทูตสวรรค์) ที่แปลงกายมา พระองค์จึงทรงคิดได้ว่า นี่เป็นธรรมดาของโลก ชีวิตของทุกคนต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น ไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงเกิด แก่ เจ็บ ตายได้ จึงทรงเห็นว่าความสุขทางโลกเป็นเพียงภาพมายาเท่านั้น และวิถีทางที่จะพ้นจากความทุกข์ คือต้องครองเรือนเป็นสมณะ ดังนั้นพระองค์จึงใคร่จะเสด็จออกบรรพชา ในขณะที่มีพระชนม์ 29 พรรษา
ครานั้นพระองค์ได้เสด็จไปพร้อมกับนายฉันทะ สารถี ซึ่งเตรียมม้าพระที่นั่ง นามว่ากัณฑกะ มุ่งตรงไปยังแม่น้ำอโนมานที ก่อนจะประทับนั่งบนกองทราย ทรงตัดพระเมาลีด้วยพระขรรค์ และเปลี่ยนชุดผ้ากาสาวพัตร์ (ผ้าย้อมด้วยรสฝาดแห่งต้นไม้) และให้นายฉันทะ นำเครื่องทรงกลับพระนคร ก่อนที่พระองค์จะเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ (การเสด็จออกเพื่อคุณอันยิ่งใหญ่) ไปโดยเพียงลำพัง เพื่อมุ่งพระพักตร์ไปยังแคว้นมคธ
บำเพ็ญทุกรกิริยา
หลังจากทรงผนวชแล้ว พระองค์มุ่งไปที่แม่น้ำคยา แคว้นมคธ ได้พยายามเสาะแสวงทางพ้นทุกข์ ด้วยการศึกษาค้นคว้าทดลองในสำนักอาฬารดาบส กาลามโครตร และอุทกดาบส รามบุตร แต่เมื่อเรียนจบทั้ง 2 สำนักแล้ว ทรงเห็นว่านี่ยังไม่ใช่ทางพ้นทุกข์
จากนั้นพระองค์ได้เสด็จไปที่แม่น้ำเนรัญชรา ในตำบลอุรุเวลาเสนานิคม และทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา ด้วยการขบฟันด้วยฟัน กลั้นหายใจและอดอาหาร จนร่างกายซูบผอม แต่หลังจากทดลองได้ 6 ปี ทรงเห็นว่านี่ยังไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ จึงทรงเลิกบำเพ็ญทุกรกิริยา และหันมาฉันอาหารตามเดิม ด้วยพระราชดำริตามที่ท้าวสักกเทวราชได้เสด็จลงมาดีดพิณถวาย 3 วาระ คือดีดพิณสายที่ 1 ขึงไว้ตึงเกินไปเมื่อดีดก็จะขาด ดีดพิณวาระที่ 2 ซึ่งขึงไว้หย่อน เสียงจะยืดยาดขาดความไพเราะ และวาระที่ 3 ดีดพิณสายสุดท้ายที่ขึงไว้พอดี จึงมีเสียงกังวานไพเราะ ดังนั้นจึงทรงพิจารณาเห็นว่า ทางสายกลางคือไม่ตึงเกินไป และไม่หย่อนเกินไป นั่นคือทางที่จะนำสู่การพ้นทุกข์
หลังจากพระองค์เลิกบำเพ็ญทุกรกิริยา ทำให้พระปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ได้แก่ โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยา มหานามะ อัสสชิ ที่มาคอยรับใช้พระองค์ด้วยความคาดหวังว่าเมื่อพระองค์ค้นพบทางพ้นทุกข์ จะได้สอนพวกตนให้บรรลุด้วย เกิดเสื่อมศรัทธาที่พระองค์ล้มเลิกความตั้งใจ จึงเดินทางกลับไปที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ตำบลสารนาถ เมืองพาราณสี
ตรัสรู้
ครานั้นพระองค์ทรงประทับนั่งขัดสมาธิ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ณ อุรุเวลาเสนานิคม เมืองพาราณสี หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก และตั้งจิตอธิษฐานด้วยความแน่วแน่ว่าตราบใดที่ยังไม่บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ ก็จะไม่ลุกขึ้นจากสมาธิบัลลังก์ แม้จะมีหมู่มารเข้ามาขัดขวาง แต่ก็พ่ายแพ้พระบารมีของพระองค์กลับไป จนเวลาผ่านไปในที่สุดพระองค์ทรงบรรลุรูปฌาณ คือ ครานั้นพระองค์ทรงประทับนั่งขัดสมาธิ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ณ อุรุเวลาเสนานิคม เมืองพาราณสี หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก และตั้งจิตอธิษฐานด้วยความแน่วแน่ว่าตราบใดที่ยังไม่บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ ก็จะไม่ลุกขึ้นจากสมาธิบัลลังก์ แม้จะมีหมู่มารเข้ามาขัดขวาง แต่ก็พ่ายแพ้พระบารมีของพระองค์กลับไป จนเวลาผ่านไปในที่สุดพระองค์ทรงบรรลุรูปฌาณ คือ
ยามต้น หรือปฐมยาม ทรงบรรลุปุพเพนิวาสานุสติญาณ คือ สามารถระลึกชาติได้
ยามสอง ทางบรรลุจุตูปปาตญาณ (ทิพยจักษุญาณ) คือ รู้เรื่องการเกิดการตายของสัตว์ทั้งหลายว่าเป็นไปตามกรรมที่กำหนดไว้
ยามสาม ทรงบรรลุอาสวักขยญาณ คือ ความรู้ที่ทำให้สิ้นอาสวะ หรือกิเลส ด้วยอริยสัจ 4 ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค และได้ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นศาสดาเอกของโลก ซึ่งวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ ตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 ขณะที่มีพระชนม์ 35 พรรษา
แสดงปฐมเทศนา
หลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว ทรงพิจารณาธรรมที่พระองค์ตรัสรู้มาเป็นเวลา 7 สัปดาห์ และทรงเห็นว่าพระธรรมนั้นยากต่อบุคคลทั่วไปที่จะเข้าใจและปฏิบัติได้ พระองค์จึงทรงพิจารณาว่า บุคคลในโลกนี้มีหลายจำพวกอย่าง บัว 4 เหล่า ที่มีทั้งผู้ที่สอนได้ง่าย และผู้ที่สอนได้ยาก พระองค์จึงทรงระลึกถึงอาฬารดาบสและอุทกดาบส ผู้เป็นพระอาจารย์ จึงหวังเสด็จไปโปรด แต่ทั้งสองท่านเสียชีวิตแล้ว พระองค์จึงทรงระลึกถึงปัญจวัคคีย์ ทั้ง 5 ที่เคยมาเฝ้ารับใช้ จึงได้เสด็จไปโปรดปัญจวัคคีย์ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
ธรรมเทศนากัณฑ์แรกที่พระองค์ทรงแสดงธรรมคือ "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร" แปลว่าสูตรของการหมุนวงล้อแห่งพระธรรมให้เป็นไป ซึ่งถือเป็นการแสดงพระธรรมเทศนาครั้งแรก ในวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ซึ่งตรงกับวันอาสาฬหบูชา
ในการนี้พระโกณฑัญญะได้ธรรมจักษุ คือดวงตาเห็นธรรมเป็นคนแรก พระพุทธองค์จึงทรงเปล่งวาจาว่า "อัญญาสิ วตโกณฑัญโญ" แปลว่า โกณฑัญญะได้รู้แล้ว ท่านโกณฑัญญะ จึงได้สมญาว่า อัญญาโกณฑัญญะ และได้รับการบวชเป็นพระสงฆ์องค์แรกในพระพุทธศาสนา โดยเรียกการบวชที่พระพุทธเจ้าบวชให้ว่า "เอหิภิกขุอุปสัมปทา"
หลังจากปัญจวัคคีย์อุปสมบททั้งหมดแล้ว พุทธองค์จึงทรงเทศน์อนัตตลักขณสูตร ปัญจวัคคีย์จึงสำเร็จเป็นอรหันต์ในเวลาต่อมา
การเผยแผ่พระพุทธศาสนา
ต่อมาพระพุทธเจ้าได้เทศน์พระธรรมเทศนาโปรดแก่ยสกุลบุตร รวมทั้งเพื่อนของยสกุลบุตร จนได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด รวม 60 รูป
พระพุทธเจ้าทรงมีพระราชประสงค์จะให้มนุษย์โลกพ้นทุกข์ พ้นกิเลส จึงตรัสเรียกสาวกทั้ง 60 รูป มาประชุมกัน และตรัสให้พระสาวก 60 รูป จาริกแยกย้ายกันเดินทางไปประกาศศาสนา 60 แห่ง โดยลำพัง ในเส้นทางที่ไม่ซ้ำกัน เพื่อให้สามารถเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้ในหลายพื้นที่อย่างครอบคลุม ส่วนพระองค์เองได้เสด็จไปแสดงธรรม ณ ตำบลอุรุเวลา เสนานิคม
หลังจากสาวกได้เดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในพื้นที่ต่างๆ ทำให้มีผู้เลื่อมใสพระพทุธศาสนาเป็นจำนวนมาก พระองค์จึงทรงอนุญาตให้สาวกสามารถดำเนินการบวชได้ โดยใช้วิธีการ "ติสรณคมนูปสัมปทา" คือ การปฏิญาณตนเป็นผู้ถึงพระรัตนตรัย พระพุทธศาสนาจึงหยั่งรากฝังลึกและแพร่หลายในดินแดนแห่งนั้นเป็นต้นมา
เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จโปรดสัตว์และแสดงพระธรรมเทศนา ตลอดระยะเวลา 45 พรรษา ทรงสดับว่า อีก 3 เดือนข้างหน้าจะปรินิพพาน จึงได้ทรงปลงอายุสังขาร ขณะนั้นพระองค์ได้ประทับจำพรรษา ณ เวฬุคาม ใกล้เมืองเวลาสี แคว้นวัชชี โดยก่อนเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน 1 วัน พระองค์ได้เสวยสุกรมัททวะที่นายจุนทะทำถวาย แต่เกิดอาพาธลง ทำให้พระอานนท์โกรธ แต่พระองค์ตรัสว่า "บิณฑบาตที่มีอานิสงส์ที่สุด มี 2 ประการ คือ เมื่อตถาคต (พุทธองค์) เสวยบิณฑบาตแล้วตรัสรู้ และปรินิพพาน" และมีพระดำรัสว่า "โย โว อานนท ธมม จ วินโย มยา เทสิโต ปญญตโต โส โว มมจจเยน สตถา" อันแปลว่า "ดูก่อนอานนท์ ธรรมและวินัยอันที่เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้วแก่เธอทั้งหลาย ธรรมวินัยนั้น จักเป็นศาสดาของเธอทั้งหลาย เมื่อเราล่วงลับไปแล้ว"
พระพุทธเจ้าทรงประชวรหนัก แต่ทรงอดกลั้นมุ่งหน้าไปยังเมืองกุสินารา ประทับ ณ ป่าสาละ เพื่อเสด็จดับขันธุ์ปรินิพพาน โดยก่อนที่จะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานนั้น พระองค์ได้อุปสมบทแก่พระสุภัททะปริพาชก ซึ่งถือได้ว่า "พระสุภภัททะ" คือสาวกองค์สุดท้ายที่พระพุทธองค์ทรงบวชให้ ในท่ามกลางคณะสงฆ์ทั้งที่เป็นพระอรหันต์ และปุถุชนจากแคว้นต่างๆ รวมทั้งเทวดา ที่มารวมตัวกันในวันนี้
ในครานั้นพระองค์ทรงมีปัจฉิมโอวาทว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราขอบอกเธอทั้งหลาย สังขารทั้งปวงมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา พวกเธอจึงทำประโยชน์ตนเอง และประโยชน์ของผู้อื่นให้สมบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด" (อปปมาเทน สมปาเทต)
จากนั้นได้เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ใต้ต้นสาละ ณ สาลวโนทยาน ของเหล่ามัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 รวมพระชนม์ 80 พรรษา และวันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นของพุทธศักราช และทรงตั้งพระศาสนาไว้ 5,000 ปีครับ สาธุ
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 10 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
พรรณวดี (27-06-12), พรหมวิหาร (27-05-13), พุทธรักษา (28-06-12), ก้อนดิน (27-06-12), เพิ่มบุญ (01-07-12), เดชะบุญ (16-07-12), Eang (22-11-12), octavian (19-07-12), ohm_chiangmai (27-06-12), Rich (27-06-12)
  #4  
เก่า 28-06-12, 23:58
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,119
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,846
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,935 ครั้ง ใน 77,935 ข้อความ
พลังบุญ: 56658
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ความพิเศษบางประการของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ( 4 )

จากพุทธประวัติ และบันทึกที่ได้บันทึกกันไว้ จะเห็นว่า พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ท่านบำเพ็ญพระบารมีเพื่อพระโพธิญาณใช้เวลาน้อยที่สุดครับ คือ ๔ อสงไขย กับแสนมหากัปล์ น้อยกว่าพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ที่ได้บันทึกไว้ครับ แต่เมื่อทรงออกผนวชท่านกับใช้เวลายาวนานมากเป็นพิเศษ คือ 6 ปี นานกว่าพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ที่ได้บันทึกไว้ครับ และทรงตั้งพระศาสนาไว้น้อยที่สุดครับ คือ 5,000 ปี น้อยที่สุดกว่าพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ที่ได้บันทึกมาเลยครับ
ก็จากที่เล่าสู่กันฟัง ถ้าดูแบบนี้ ก็คงไม่ทราบว่าพิเศษอย่างไร ต้องตามไปดูเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในพระศาสนาของพระองค์ปัจจุบันครับ จึงจะทราบเหตุทั้งปวงได้ครับ

บันทึกเรื่องที่ ๑
ในวันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน 2555
บันทึกเรื่องพระองค์ทรงแสดงธรรมได้อย่างวิจิตรพิศดาร โดยเฉพาะในเรื่องของกรรม บุพกรรมฝ่ายอกุศลที่พระองค์ทรงแสดง พอสังเขปดังนี้
กรรมที่ต้องกระทำทุกรกิริยา
ในสมัยพระกัสสปะพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพราหมณ์ชื่อโชติปาละ ไม่มีความเลื่อมใสในพุทธศาสนา ทราบว่าพระกัสสปะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้กล่าวว่า การตรัสรู้ของสมณะโล้นจักมีมาแต่ที่ไหน
ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น พระโพธิสัตว์ต้องเสวยทุกข์ในอบายเป็นเวลานาน ด้วยเศษกรรมที่ยังเหลืออยู่ ม้ในภพสุดท้ายก่อนจะได้ตรัสรู้ พระองค์ยังต้องหลงเดินทางผิด บำเพ็ญทุกรกิริยาทรมานพระองค์เองด้วยวิธีการต่างๆอันเป็นวัตรของเดีรถีย์ มีการอดอาหาร เป็นต้น จนสรีระผอมเหลือแต่กระดูก ได้รับทุกขเวทนาอันเกิดจากความเพียรเป็นเวลานานถึง 6ปี กว่าจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมโพธิญาณ

กรรมที่ถูกช้างนาฬาคิรีไล่
ในอดีตกาลพระโพธิสัตว์เกิดเป็นควาญช้าง วันหนึ่งขณะขี่ช้างไปตามทาง เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่งกำลังเสด็จสวนทางมา เกิดโทสะด้วยคิดว่า พระปัจเจกพุทธเจ้าองค์นี้ขวางทางเดินของตน จึงไสช้างเข้าไปไล่ ในขณะที่ท่านกำลังบิณฑบาต ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น พระโพธิสัตว์ต้องเสวยทุกข์ในอบายเป็นเวลานาน แม้ในปัจจุบันด้วยเศษกรรมที่ยังเหลืออยู่ ทำให้พระองค์ต้องถูกช้างนาฬาคิรีไล่ขณะเข้าไปบิณฑบาคในกรุงราชคฤห์

กรรมที่ทำให้ปวดพระเศียร
ในอดีตกาลพระโพธิสัตว์เกิดในหมู่บ้านชาวประมงในเมืองกวัฏฏคาม วันหนึ่งพระโพธิสัตว์กับพวกชาวประมงได้ไปยังที่เขาฆ่าปลาเพื่อนำไปจำหน่าย เห็นคนทั้งหลายฆ่าปลาด้วยการทุบหัว ก็เกิดความโสมนัสยินดีในอกุศลกรรมนั้น ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น พระโพธิสัตว์ต้องเสวยทุกข์ในอบายเป็นเวลานาน แม้ในปัจจุบันด้วยเศษกรรมที่ยังเหลืออยู่ พระองค์บังเกิดในตระกูลศากยราช แม้จะได้บรรลุเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ก็ยังได้เสวยความเจ็บปวดที่พระเศียรอย่างรุนแรงทันทีที่ทราบข่าวว่าพระเจ้าวิฑูฑภะทำลายล้างเหล่าศากยะถึงแก่ความพินาศไปด้วยกันเกือบทั้งหมด

กรรมที่ทำให้ห้อพระโลหิต
ในอดีตกาลพระโพธิสัตว์และพระเทวทัตต์เกิดเป็นพี่น้องร่วมบิดา แต่ต่างมารดากัน ครั้งบิดาล่วงลับไปแล้วเกิดทะเลาะกันด้วยเหตุแห่งทรัพย์ พระโพธิสัตว์มีกำลังมากกว่าจึงกดน้องชายนอนลงกับพื้นดิน แล้วกลิ้งศิลาก้อนใหญ่ทับไว้ประสงค์จะให้ตาย ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น พระโพธิสัตว์ต้องเสวยทุกข์ในอบายเป็นเวลานาน แม้ในปัจจุบันด้วยเศษกรรมที่เหลืออยู่ พระพุทธเจ้าจึงต้องถูกสะเก็ดศิลาที่พระเทวทัตต์กลิ้งลงมาหมายจะให้ทับพระองค์ตาย แต่กลับกระเด็นมากระทบที่นิ้วพระบาทจนห้อพระโลหิต ขณะที่พระพุทธเจ้าเสด็จพระดำเนินขึ้นเขาคิชฌกูฏ


กรรมที่ทำให้ถูกกล่าวตู่
ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์เกิดเป็นนักเลงสุราชื่อ มุนาลิ ได้กล่าวตู่ พระนันทะ สาวกของพระสัพพาภิภู ปัจเจกพุทธเจ้า ว่าเป็นสมณะทุศีล
ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น พระโพธิสัตว์ต้องเสวยทุกข์ในอบายเป็นเวลานาน แม้ในปัจจุบันจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ด้วยเศษกรรมที่ยังเหลืออยู่ พระพุทธเจ้าจึงต้องถูกกล่าวตู่โดยนาง จิญจมาณวิกา
เรื่องมีว่าเหล่าเดียรถีย์เกิดความริษยา ที่เห็นพระพุทธเจ้ามีบุคคลเลื่อมใสศรัทธาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ทำให้ลาภสักการะของพวกตนน้อยลง จึงหาทางทำลายพระเกียรติคุณของพระพุทธเจ้า ด้วยการใช้นางจิญจมาณวิกา สาวิกาของพวกตน เป็นผู้ดำเนินการตามอุบาย กล่าวคือในตอนเย็น ขณะที่เหล่าชนกำลังเดินทางกลับเข้าเมือง ก็ให้นางเดินสวนทางออกไป ตอนเช้าขณะเหล่าชนเดินทางออกจากเมือง ก็ให้นางเดินสวนทางกลับเข้ามา ทำเช่นนี้เป็นประจำ จนชาวเมืองเกิดความสงสัย ถามว่านางออกไปนอกเมืองทุกเวลาเย็นด้วยเหตุใด นางตอบว่า เราออกไปตามความประสงค์ของพระสมณะโคดมผู้เป็นศาสดาของพวกท่าน และพำนักอยู่ในพระคันธกุฎีในพระเชตวัน
เวลาล่วงมาหลายเดือน นางจิญจมาณวิกา จึงนำท่อนไม้มาผูกติดกับเอว สวมเสื้อคลุมทับไว้ ทำประหนึ่งว่าตนกำลังมีครรภ์ เดินเข้าไปหาพระพุทธเจ้าในพระเชตะวันวิหาร ท่ามกลางบริษัทที่กำลังฟังพระธรรมเทศนา กล่าววาจาตู่พระพุทธเจ้าว่า เป็นผู้ที่ทำให้นางตั้งครรภ์ พระพุทธเจ้ามิได้โต้ตอบแต่ประการใด ทำให้ชนบางกลุ่มในที่นั้นเกิดความสงสัย คิดว่าหากไม่เป็นความจริง นางคงมิกล้ากล่าววาจาเช่นนี้ต่อหน้าชนเป็นอันมากแน่นอน
ท้าวสักกะทราบความ จึงบันดาลให้เชือกที่นางผูกเอวไว้ขาดออก ท่อนไม้หลุดลงมาทับเท้าของนางจนหลังเท้าแตก เหล่าชนในพระเชตะวันวิหารเห็นเหตุการณ์เช่นนั้น พากันขับไล่นางออกไปเมื่อพ้นประตูวิหาร นางก็ถูกเปลวเพลิงนรกฉุดลงไปสู่อเวจี

ยังมีอีกหลายวาระ หลายกรรม ที่พระองค์ทรงแสดงด้วยพระเมตตา ปรารถนาจะสงเคราะห์เกื้อกูลหมู่สัตว์ทั้งหลายไม่ให้ประมาทในกรรมแม้เพียงน้อยนิด จริงๆแล้วด้วยบุญญาธิการแห่งพระองค์แล้ว กรรมเหล่านี้คงไม่อาจทำอะไรพระองค์ได้ แต่พระองค์ก็ทรงยอมรับกรรมเหล่านั้น เพื่อแสดงให้ปรากฏอันจะยังประโยชน์แก่อนุชนรุ่นหลังเป็นอันมาก ไม่ทรงปิดบัง ทรงแสดงให้แจ้งอย่างหมดจดบริบูรณ์ด้วยพระเมตตาอันประมาณไม่ได้จริงๆครับ และนับเป็นพระพุทธเจ้าที่ทรงแสดงบุพกรรม ในสองฝ่ายได้อย่างหมดจดบริสุทธิ์พิศดารที่สุด นับแต่ได้บันทึกมาครับ สาธุ
หมายเหตุ อาจจะเป็นเพราะในสมัยของพระองค์ท่าน มีคนดีและคนชั่วเกิดปะปนกันในเขตพระศาสนา และนอกเขตพระศาสนาฯ ทำให้เหมาะที่จะแสดงบุพกรรมเหล่านี้ให้ปรากฏได้ดีกว่าในสมัยพระองค์อื่นๆครับ สาธุ ด้วยบุญพระท่านเมตตาอันประมาณไม่ได้สงเคราะห์โลก ไม่ทรงเป็นห่วงพระองค์เลย ขอให้หมู่สัตว์เข้าถึงธรรม ท่านเมตตาทำให้ได้ทุกประการเกินกว่าที่เราจะคิด หรือประมาณได้ครับ สาธุ สมดังปัจฉิมโอวาทที่พระองค์ทรงตรัสไว้ ทรงเตือนพวกเราไม่ให้ตกอยู่ในความประมาท ในตลอดพระชนม์ของพระองค์ท่านครับ สาธุ
ûԮ - صѹԮ
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 10 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
พรรณวดี (29-06-12), พรหมวิหาร (27-05-13), พุทธรักษา (03-07-12), ก้อนดิน (29-06-12), เพิ่มบุญ (01-07-12), เดชะบุญ (16-07-12), Eang (22-11-12), octavian (29-06-12), ohm_chiangmai (29-06-12), Rich (29-06-12)
  #5  
เก่า 30-06-12, 23:08
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,119
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,846
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,935 ครั้ง ใน 77,935 ข้อความ
พลังบุญ: 56658
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ความพิเศษบางประการของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ( 5 )

เรื่องการทรงพระชนม์ของพระพุทธเจ้า และเรื่องการตั้งพระศาสนาฯ ถ้านับตามที่บันทึกนี้ พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ท่านทรงมีพระชนม์ 80 พรรษา โดยทรงตรัสรู้เมื่อพระองค์ทรงพระชนม์ได้ 35 พรรษา และได้เสด็จโปรดโลกเป็นระยะเวลาอีก 45 พรรษา และหลังจากนั้นทรงตั้งพระศาสนาไว้ 5,000 ปีครับ โดยนับปีที่พระองค์เสด็จปรินิพพานเป็น พุทธศักราชที่ ๑ ครับ
ซึ่งถ้านับตามนี้จะเห็นว่า พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ทรงมีพระชนม์น้อยที่สุดในบรรดาพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ และทรงตั้งพระศาสนาไว้น้อยที่สุดอีกเช่นกัน คือ ห้าพันปี ในช่วงที่นับว่าเป็นปีที่พระองค์ทรงตั้งพระศาสนา พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันก็เสด็จปรินิพพานพอดีครับ และท่านตรัสว่า พระธรรม จะเป็นศาสดาแทนพระองค์เมื่อทรงเสด็จปรินิพพานไปแล้วครับ
จากบันทึกนี้ ทำให้เข้าใจได้ว่า ในสมัยของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันนี้ พระธรรม จะมีการบันทึก และการถ่ายทอดฯ ที่ละเอียดมากที่สุด มากกว่ายุคใดๆของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ครับ เนื่องจากพระองค์ได้เสด็จปรินิพานไปแล้ว จึงทรงตั้งพระศาสนา และทรงตรัสให้พระธรรมเป็นตัวแทนของพระองค์สืบต่อไปครับ จึงต้องมีการบันทึกพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง อย่างละเอียดและครบถ้วนสมบูรณ์มากที่สุดครับ
คณะจึงได้ทำการบันทึกและประกาศให้พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ทรงแสดงพระธรรม และมีการบันทึก ถ่ายทอดฯ ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ละเอียดและมากที่สุดกว่าพระพุทธเจ้าทุกพระองค์นับแต่ได้บันทึกมาครับ สาธุ
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 11 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
พรรณวดี (01-07-12), พรหมวิหาร (27-05-13), พุทธรักษา (03-07-12), ก้อนดิน (03-07-12), เพิ่มบุญ (01-07-12), เดชะบุญ (16-07-12), Eang (22-11-12), Jira (01-07-12), octavian (03-07-12), ohm_chiangmai (30-06-12), Rich (30-06-12)
  #6  
เก่า 02-07-12, 23:50
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,119
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,846
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,935 ครั้ง ใน 77,935 ข้อความ
พลังบุญ: 56658
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ความพิเศษบางประการของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ( 6 )

และนอกจากพระธรรมที่พระองค์ตรัสให้เป็นตัวแทนของพระองค์เองแล้ว ตามตำนานพระเจ้าเลียบโลก และตามบันทึกที่ได้พบ ในสมัยพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ทรงประทานพระเกศาธาตุ รอยพระบาท ฯลฯ ไว้มากมาย โดยเฉพาะที่พระองค์เสด็จไปประกาศและทรงประดิษฐานพระศาสนาฯ ซึ่งเปรียมเสมือนตัวแทนพระองค์ ที่ทรงจักเสด็จปรินิพพานไปก่อน และทรงตั้งพระศาสนาไว้เพียงแค่ ๕,๐๐๐ ปี เมื่อทรงเสด็จปรินิพพานแล้วทรงอธิษฐานให้พระบรมธาตุแตกย่อยเป็นขนาดเล็กมากมาย ไม่ได้เป็นแท่งแก้วเหมือนพระพุทธเจ้าพระองค์อื่นๆ มีเพียงเจ็ดชิ้นเท่านั้นที่มีขนาดใหญ่ไม่ย่อยสลาย เพื่อให้บรมธาตุแพร่หลาย ได้ให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาฯ อาศัยบุญพุทธบูชาฯนั้น ติดตามรอยพระบาทพระองค์เข้าสู่พระนิพพานเป็นจำนวนนับไม่ได้ครับ เพราะการบูชา และการอุปฐากพระบรมธาตุ รอยพระบาท พระศรีมหาโพธิ์ ฯลฯ ก็มีอานิสงส์เหมือนดั่งได้บูชาฯ ได้อุปฐากพระพุทธเจ้าโดยตรงครับ สาธุ จากบันทึกและเหตุการณ์นี้ คณะจึงได้บันทึกให้ในพระศาสนาของพระองค์ปัจจุบัน มีพระบรมธาตุ,รอยพระบาท,พระศรีมหาโพธิ์ ฯลฯ และสมบัติอื่นๆของพระที่ทรงประทานโปรดโลกไว้นั้น มีจำนวนมากที่สุดในบรรดาพระพุทธเจ้าทุกพระองค์นับแต่ได้บันทึกมาครับ สาธุ
และจากการณ์นี้ทำให้เราพอทราบได้ว่า ในสมัยพระองค์ปัจจุบันนอกจากจะมีการสร้างพระพุทธรูปแทนองค์พระพุทธเจ้ามากที่สุด เนื่องจากพระองค์ปัจจุบันได้เสด็จปรินิพพานไปก่อน และทรงเทศน์เรื่องอานิสงส์ของการสร้างพระพุทธรูป ทำให้มีผู้สร้างพระพุทธรูปถวายเป็นพุทธบูชาฯเป็นจำนวนมาก และมากที่สุดในทุกสมัยนับแต่ได้บันทึกมาครับ สาธุ และที่สำคัญมากครับ คือพระบรมธาตุเจดีย์และพระวิหารฯ ก็นับว่าสร้างมากที่สุดเพื่อประดิษฐานพระบรมธาตุ,รอยพระบาทฯ ที่มีมากที่สุดเช่นเดียวกันครับ สาธุ
หมายเหตุ เป็นอีกครั้งที่พบในบันทึก ที่พระองค์ไม่ทรงห่วงพระวรกาย ไม่ห่วงว่าจะไม่งาม หรือไม่ห่วงพระองค์เองเลย ทรงอธิษฐานให้พระบรมธาตุแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ดังที่พบส่วนใหญ่ในปัจจุบัน เพื่อให้แพร่หลาย ให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายมีโอกาสได้กราบไหว้บูชา ได้เข้าถึงบุญพระให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ครับ สาธุ บุญพระเมตตาประมาณไม่ได้จริงๆครับ
ปล.แม้เราเกิดมามีบุญน้อย เหมือนกำพร้าตั้งแต่เกิด ไม่ทันพบพระพุทธเจ้า แต่พระธรรมที่พระองค์แสดงไว้ ยังคงงดงาม บริบูรณ์หมดจดทั้งอรรถ และพยัญชนะ เป็นเมตตาธรรมค้ำจุนและโปรดโลกให้สงบสุขร่มเย็นตลอดมาจนถึงในปัจจุบันนี้ เป็นปีพุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปีแล้วครับ สาธุ
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 10 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
พรรณวดี (03-07-12), พรหมวิหาร (27-05-13), พุทธรักษา (03-07-12), ก้อนดิน (03-07-12), เพิ่มบุญ (07-07-12), เดชะบุญ (16-07-12), Eang (22-11-12), octavian (03-07-12), ohm_chiangmai (03-07-12), Rich (03-07-12)
  #7  
เก่า 03-07-12, 15:53
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,119
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,846
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,935 ครั้ง ใน 77,935 ข้อความ
พลังบุญ: 56658
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ความพิเศษบางประการของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ( 7 )

จากบันทึกที่พบ พระศาสนาของพระองค์ปัจจุบัน มีคนดี และคนชั่ว เกิดปะปนกันทั้งในและนอกเขตพระศาสนา ประกอบกับช่วงเฉลี่ยอายุคนไม่มากจนเกินไป ทำให้พระธรรมที่พระองค์แสดงให้พุทธศาสนิกชนได้เข้าถึงนั้น สามารถเห็นได้ สัมผัสได้เป็นปกติตลอดเวลาในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นความไม่เที่ยง ความเกิด แก่ เจ็บ ตาย ความทุกข์ ความไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของของเรา ฯลฯ อื่นๆอีกมากมาย คณะจึงได้บันทึกให้พระองค์ปัจจุบันทรงแสดงธรรม ที่สามารถเห็น สามารถสัมผัสได้ง่าย ได้จริงมากที่สุดในบรรดาพระพุทธเจ้าทุกพระองค์นับแต่ได้บันทึกมา และในการณ์นี้แม้พระองค์ท่านเองก็ได้แสดงให้ปรากฏ โดยทรงยอมรับกฏของความเป็นธรรมดา โดยไม่ทรงห่วงพระองค์เลย ทั้งความชรา ความเจ็บไข้ได้ป่วย และทรงปรินิพพาน รวมทั้งในตลอดพระชนม์ของพระองค์ ทรงต้องอยู่ร่วมกับคนชั่วด้วยครับ ทรงแสดงให้เห็นแม้กระทั่งพระองค์เองก็ต้องปรากฏเป็นไปตามกรรม ตามธรรมที่พระองค์แสดง ทรงแสดงและทรงยอมรับกฏของกรรมทั้งหมดนั้น แม้พระองค์จะสามารถหลีกเลี่ยงได้ก็ตาม และทั้งหมดนี้ก็เพราะพระเมตตาที่ประมาณไม่ได้ของพระองค์ที่ทรงพระประสงค์ จะยังพุทธบริษัททั้งหลายให้เห็นธรรมได้โดยง่าย โดยจริงแท้ด้วยความไม่ประมาทครับ สาธุ

หมายเหตุ สำหรับท่านที่ยังไม่ทราบ ขออธิบายย่อๆนะครับ พระพุทธเจ้าแบ่งออกเป็น ๓ ประเภท ๑แบบวิริยาธิกะ ในเวลาที่พระองค์ตรัสรู้โปรดโลก เวลานั้นไม่มีคนชั่วปะปนเลยครับ ๒แบบศรัทธาธิกะ ในเวลาที่พระองค์ตรัสรู้โปรดโลก เวลานั้นมีแต่คนดีอยู่ในเขตพระศาสนา คนชั่วอยู่นอกเขตพระศาสนา ๓แบบปัญญาธิกะ ในเวลาที่พระองค์ตรัสรู้โปรดโลก เวลานั้นคนดีและคนชั่วอยู่ปะปนกันทั้งหมดเลยครับ
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 10 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
พรรณวดี (03-07-12), พรหมวิหาร (27-05-13), พุทธรักษา (03-07-12), ก้อนดิน (07-07-12), เพิ่มบุญ (07-07-12), เดชะบุญ (16-07-12), Eang (22-11-12), octavian (03-07-12), ohm_chiangmai (03-07-12), Rich (03-07-12)
  #8  
เก่า 03-07-12, 16:27
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,119
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,846
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,935 ครั้ง ใน 77,935 ข้อความ
พลังบุญ: 56658
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ความพิเศษบางประการของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ( 8 )

จากบันทึกในโพสที่ ๕ ที่ ๖ ทำให้เราทราบว่า ในพระศาสนาของพระองค์ปัจจุบัน เมื่อธรรมที่พระองค์ทรงแสดงไว้ มีการบันทึกไว้อย่างสมบูรณ์และละเอียดที่สุด ก็ทำให้มีการบันทึกพระธรรมอย่างมากที่สุดด้วยครับ ในการณ์นี้คณะฯเข้าใจว่า น่าจะมีการสร้างพระไตรปิฏกมากที่สุด เพื่อยังพระธรรมให้แพร่หลาย เป็นตัวแทนพระองค์ เหมือนพระองค์ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ และทรงอธิษฐานให้พระบรมธาตุแตกย่อยออก ซึ่งนอกจากจะมีพระบรมธาตุเป็นจำนวนมากที่สุดกว่าพระพุทธเจ้าพระองค์ใดแล้วนั้น ยังบอกให้เราทราบด้วยว่า ในสมัยพระองค์ปัจจุบันนี้ มีการสร้างพระสถูป พระบรมธาตุ พระเจดีย์ ผอบ ฯลฯ ถวายเป็นพุทธบูชาฯ เพื่อประดิษฐานพระบรมธาตุที่มีอย่างแพร่หลายนั้นมากที่สุดด้วยครับ และการประดิษฐานรอยพระบาท และสมบัติอื่นของพระไว้มากที่สุดก็เช่นเดียวกันครับ ในสมัยของพระองค์น่าจะมีการสร้างมณฑป วิหาร ฯลฯ ที่ประดิษฐานรอยพระบาทและสมบัติอื่นๆของพระไว้มากที่สุดเช่นเดียวกันครับ โดยเฉพาะการสร้างพระพุทธรูปที่มีมาแต่สมัยที่พระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ อันปรากฏอยู่ในพระไตรปิฏก และในตำนานพระเจ้าเลียบโลก เป็นต้น จะเห็นว่าในสมัยของพระพทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ทรงแสดงอานิสงส์ของการสร้างพระพุทธรูปไว้อย่างพิศดาร เมื่อทรงเสด็จปรินิพพานไปก่อนการตั้งพระศาสนาฯ ทำให้มีการสร้างพระพุทธรูปขึ้น เพื่อเครื่องระลึกถึงพระองค์ที่เสด็จปรินิพพานไปแล้ว อย่างเป็นจำนวนมากและนับได้ว่ามากที่สุดในบรรดาพระพุทธเจ้าทุกพระองค์นับแต่ได้บันทึกมาครับ สาธุ
หมายเหตุ บันทึกนี้ค่อนข้างละเอียดและบันทึกได้ค่อนข้างยาก แต่ก็พอสรุปได้บ้างว่า ในสมัยของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน มีการสร้างพระไตรปิฏกฯ มากที่สุดในบรรดาพระพุทธเจ้าทุกพระองค์นับแต่ได้บันทึกมา มีการสร้างพระพุทธรูป,พระบรมธาตุเจดีย์,พระวิหารฯ มากที่สุดในบรรดาพระพุทธเจ้าทุกพระองค์นับแต่ได้บันทึกมา
และในส่วนของพระพุทธรูปที่ปรากฏเป็นปางต่างๆนั้น ก็เข้าใจว่าในสมัยพระองค์ปัจจุบันมีมากที่สุดเช่นกันครับ สาธุ
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 10 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
พรรณวดี (03-07-12), พรหมวิหาร (27-05-13), พุทธรักษา (04-07-12), ก้อนดิน (07-07-12), เพิ่มบุญ (07-07-12), เดชะบุญ (16-07-12), Eang (22-11-12), octavian (19-07-12), ohm_chiangmai (07-07-12), Rich (03-07-12)
  #9  
เก่า 03-07-12, 16:53
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,119
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,846
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,935 ครั้ง ใน 77,935 ข้อความ
พลังบุญ: 56658
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ความพิเศษบางประการของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ( 9 )

และเนื่องจากพระองค์ทรงปรินิพพานไปก่อน การตั้งพระศาสนาฯ การถวายทานโดยตรงต่อพระพุทธเจ้าหลังจากนั้นจึงไม่มี พระองค์ทรงได้แสดงอานิสงส์ของสังฆทานไว้อย่างพิศดาร ตามที่หลวงพ่อฯท่านเมตตาเล่าให้ฟัง เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าของเราท่านเสด็จโปรดพุทมารดาที่ดาวดึงส์นั้น พระองค์ได้ตรัสเทศน์เรื่องอานิสงส์แห่งสังฆทาน ความว่า "มีโยม ถ้าเป็นปาฏิปุคคลิกทาน ถ้าจัดกันตามลำดับแย่นะ ไล่เบี้ยตั้งแต่ให้ทานกับคน ไม่มีศีล จนถึงพระอรหันต์ มีอานิสงส์ไม่เท่ากัน แต่จะพูดสรุปโดยย่อว่าถวายทานกับพระอรหันต์ ๑๐๐ ครั้ง มีผลไม่เท่ากับถวายทานกับพระพุทธเจ้า ๑ ครั้งถวายทานกับพระพุทธเจ้า ๑๐๐ ครั้ง มีผลไม่เท่ากับถวายสังฆทาน ๑ ครั้งและถ้าถวายสังฆทาน ๑๐๐ ครั้ง มีผลไม่เท่าถวายวิหารทาน ๑ ครั้ง คือสร้างวิหาร มีการก่อสร้าง เช่นสร้างส้วม ศาลาการเปรียญ กุฏิ โบสถ์ วิหาร เป็นต้นการถวายสังฆทาน ๑ ครั้งในชีวิต และถวายด้วยจิตที่บริสุทธิ์ มีศรัทธาแท้ พระพุทธเจ้าทรงกล่าวว่า ผลของสังฆทานนี้ จะดลบันดาลให้แก่บุคคลผู้ถวาย เกิดไปทุกชาติ ขึ้นชื่อว่าความยากจนเข็ญใจไม่มีในแดนใดที่เต็มไปด้วยความทุกข์ยากลำบากขัดสน คนที่ถวายสังฆทานแล้วจะไม่เกิดในที่นั้น ผลที่ให้ไปไกลมาก ท่านกล่าวว่าแม้แต่พระพุทธญาณเอง ก็ยังไม่เห็นผลที่สุดของการถวายสังฆทานคำว่า " ไม่เห็นที่สุดของการถวายสังฆทาน" หมายความว่า แม้แต่บุคคลผู้เป็นเจ้าของสังฆทานบำเพ็ญบารมีแล้ว แล้วเกิดไปอีกกี่แสนชาติก็ตาม จนกระทั่งเข้าพระนิพพาน อานิสงส์นั้นก็ยังไม่หมดนี่เป็นอำนาจของการถวายสังฆทาน" ด้วยอานิสงส์ที่ท่านแสดงไว้โดยพิศดาร และทรงเสด็จปรินิพพานไปก่อน พุทธบริษัททั้งหลายไม่มีโอกาสจะถวายโดยตรงแด่พระองค์ จึงได้ขวนขวายทำสังฆทานกันมากที่สุด สังฆทานได้พัฒนาออกไปหลายรูปแบบ โดยเฉพาะในเรื่องการผาติกรรมสังฆทาน(ผาติกรรม แปลว่า ทำให้เจริญขึ้น ทำให้เพิ่มทวีขึ้น ในทางพระวินัย หมายถึงการชดใช้ การชดเชย การทดแทนให้แก่สงฆ์ ในกรณีที่ทำของสงฆ์เสียหาย เช่นทำจานวัดแตกยืมของวัดไปแล้วทำหาย จึงไปซื้อหรือจ่ายเป็นเงินค่าจานหรือสิ่งของนั้นให้แก่วัด หรือในกรณีแลกเปลี่ยนกับของสงฆ์ เช่นไม้ของวัดที่ไม่ได้ใช้ต้องการจะนำไปใช้ จึงนำสิ่งของอย่างอื่นที่วัดต้องการมาแลกเปลี่ยนไป หรือในกรณีที่ทางราชการเวนคืนที่ดินของวัดไปเพื่อสร้างสาธารณประโยชน์ต่างๆ โดยชดเชยเป็นเงินให้แก่วัดเรียกสิ่งของหรือเงินที่ชดใช้หรือทดแทนเช่นนี้ว่า ค่าผาติกรรม) และคณะได้บันทึกให้ในสมัยของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน มีการถวายสังฆทานมากที่สุดในบรรดาพระพุทธเจ้าทุกพระองค์นับแต่ได้บันทึกมา

หมายเหตุ เข้าใจว่าพุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ คงตั้งใจถวายเจาะจงแด่องค์พระผู้พระภาคเจ้าเป็นสำคัญ เมื่อพระพุทธเจ้าของเราเสด็จปรินิพพานก่อน จึงทำให้มีการถวายสังฆทานอันเป็นบุญใหญ่มาก ดังที่กล่าวไว้แล้วนั้นครับ สาธุ
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 10 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
พรรณวดี (03-07-12), พรหมวิหาร (27-05-13), พุทธรักษา (04-07-12), ก้อนดิน (07-07-12), เพิ่มบุญ (07-07-12), เดชะบุญ (16-07-12), Eang (22-11-12), octavian (19-07-12), ohm_chiangmai (07-07-12), Rich (03-07-12)
  #10  
เก่า 06-07-12, 16:45
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,119
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,846
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,935 ครั้ง ใน 77,935 ข้อความ
พลังบุญ: 56658
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ความพิเศษบางประการของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ( 10 )

เนื่องจากในสมัยของพระองค์ปัจจุบัน มีคนดีและคนชั่ว เกิดปะปนกัน ทั้งในและนอกเขตพระศาสนาฯ ซึ่งพระองค์ก็ทรงเมตตาสงเคราะห์ทั้งหมดทั้งคนดีและคนชั่ว ทั้งในเขตและนอกเขตพระศาสนาด้วยครับ ดังจะเห็นตัวอย่างในหลายเรื่องๆในพระสูตร และในบันทึกที่ได้บันทึกไว้ เช่น เรื่องในบทสวดพาหุงฯ เรื่องของพระเทวทัต เรื่องสัญชัยปริพาชก เรื่องนางปุณณาทาสี ฯลฯ และในอีกหลายๆเรื่อง ซึ่งทรงแสดงพระเมตตา พระกรุณา และปัญญาธิคุณ อันหาที่เปรียบไม่ได้ ให้พุทธบริษัทและพวกเราได้แจ้งถึงพระพุทธคุณอันประมาณไม่ได้นั้น อย่างจับจิตจับใจ ในพระเมตตาของพระองค์อย่างหาที่สุดไม่ได้ครับ สาธุ ซึ่งสมัยพระพุทธเจ้าองค์อื่นๆที่เสด็จโปรดโลกนั้น บางสมัยไม่มีคนชั่วเกิดเลย บางสมัยเกิดได้เฉพาะนอกเขตพระศาสนา เหตุการณ์แบบที่ปรากฏในบุคคลตัวอย่างนี้ แทบจะหาโอกาสเกิดไม่ได้เลยครับ แต่ในสมัยพระองค์ปัจจุบันนี้มีปะปนกัน พระองค์จึงสามารถแสดงพระเมตตา พระกรุณา และพระปัญญา ให้ปรากฏโปรดโลกได้อัศจรรย์ยิ่งนัก ยากจะหาพระพุทธเจ้าองค์พระองค์ใดเสมอเหมือนครับ โดยเฉพาะการแสดงธรรม การสอนของพระองค์ สอนได้เข้าถึงจริงๆครับ สาธุ คณะฯจึงได้บันทึกให้พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ทรงสามารถแสดงพระเมตตา พระกรุณา และพระปัญญาธิคุณ อันเป็นอัศจรรย์ยิ่งที่สุดในบรรดาพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ที่ได้ตรัสโปรดโลกมาครับ สาธุ และแม้กระทั่งท่านที่อยู่นอกเขตพระศาสนาฯ ยังรวมกันประกาศยกย่องคุณของพระพุทธเจ้าองคืปัจจุบันไว้เป็นอันมาก ดังจะเห็นได้ในคำประกาศของที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ ๕๔ เมื่อ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๔๒ มีการระบุว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดศาสนาหนึ่งของโลก ที่ได้หล่อหลอมจิตวิญญาณ ของมนุษยชาติมานาน ควรที่จะยกย่องกันทั่วโลก จึงประกาศให้วันวิสาขบูชาคือ วันเพ็ญเดือนพฤษภาคม เป็นวันสำคัญสากลนานาชาติ (International Day) ซึ่งการณ์นี้ก็ยังไม่เคยปรากฏมาก่อน และนับเป็นครั้งแรกที่พวกเราได้ร่วมกันบันทึกไว้ เพื่อฉลองพุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปี ถวายเป็นพุทธบูชาฯครับ สาธุ
หมายเหตุ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์มีพระเมตตา มีพระกรุณา และมีพระปัญญาธิคุณ อันประมาณไม่ได้ทุกพระองค์นะครับ แต่พระองค์ปัจจุบันท่านมีโอกาสแสดงให้ปรากฏเป็นอัศจรรย์ได้ถึงที่สุด ก็เนื่องจากยุคสมัยที่ได้กล่าวไปแล้วนั้นครับ
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 10 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
พรรณวดี (06-07-12), พรหมวิหาร (27-05-13), พุทธรักษา (08-07-12), ก้อนดิน (07-07-12), เพิ่มบุญ (07-07-12), เดชะบุญ (16-07-12), Eang (22-11-12), octavian (19-07-12), ohm_chiangmai (07-07-12), Rich (06-07-12)
ตอบ

Tags
พระศรีศากยมุนีโคดมบรมครูฯ, พุทธภูมิพิเศษ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 15:41


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่