อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > มหาสโมสรพุทธภูมิ

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 17-12-12, 21:53
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Smile พระโพธิสัตว์วิริยาธิกะพิเศษ โดย ศ.ธรรมทัสสี

พระโพธิสัตว์วิริยาธิกะพิเศษ


(คัดลอกบางตอนจากหนังสือลูกศิษย์บันทึกเล่ม ๓ หน้า ๒๐๕)

..ประสบการณ์ ที่ผมได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ผมขอเล่าให้ฟังอีกเรื่องคือ
ครั้งหนึ่งที่วัดท่าซุง หลวงพ่อลงรับแขกที่ศาลานวราชใหม่ ผมมีความคิดสับสนว่า จะปรารถนาพุทธภูมิต่อดี หรือจะลาไปกับหลวงพ่อดี เพราะถ้าจะลาก็เป็นห่วงพวกเพื่อนฝูงอีกหลายคน และถ้าจะอยู่ต่อผมก็คิดดูแล้วว่า มันทุกข์เหลือเกิน และผมก็ยังมั่นใจว่า ถ้าผมลาผมก็สามารถ ที่จะไปนิพพานกับหลวงพ่อได้อย่างแน่นอน ผมจึงได้อธิฐานในใจว่า :

"ลูก จะเข้าไปปรารถนาพระโพธิญาณต่อกับหลวงพ่อแล้ว ถ้าหลวงพ่อเห็นว่า สมควรจะไปกับท่านก็ขอให้ท่านห้าม หรือทักให้ไปนิพพานกับท่าน แม้เพียงสักนิดผมจะลาทันที"

ซึ่งขณะที่ผมอธิษฐานอยู่นั้น ท่านก็มองมาทางผม และเมื่อผมหาโอกาสเข้าไปแล้วทำบุญกับท่านแล้วเปล่งวาจาว่า :

"ขอผลบุญนี้จงเป็นปัจจัย ให้ลูกได้สำเร็จพระโพธิญาณ เป็นพระพุทธเจ้าเป็น "วิริยาธิกะพิเศษ" ในอนาคตด้วยเทอญ"

ซึ่งตอนนั้นผมไม่รู้เหมือนกันว่า คำว่า "วิริยาธิกะพิเศษ" เป็นอย่างไร แต่ใจมันก็ชอบแบบนั้น หลวงพ่อท่านก็ได้เมตตาบอกว่า : "เออพ่อไม่ห้ามนะลูก พ่อโมทนาด้วย"

เท่า นั้นเองผมมีความดีใจเหมือนกับว่า ตนเองจะได้บรรลุเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตแน่นอนเลยทีเดียว ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจให้มากยิ่งขึ้น และเป็นข้อพิสูจน์ว่า หลวงพ่อสามารถรู้ใจคนอื่นได้จริง


สุดท้ายนี้ เนื่องจากผมปรารถนาพุทธภูมิ ผมจึงขอกล่าวถึงประสบการณ์และความรู้บางอย่างสำหรับผู้สนใจบ้าง

ก่อนอื่น เราจะรู้ได้อย่างไรว่า เราปรารถนาพุทธภูมิและเป็นแบบใด คือปัญญาธิกะ ศรัทธาธิกะ หรือวิริยาธิกะ ข้อนี้อยู่ที่ ความชอบของใจ ถ้าเราเคยบำเพ็ญมาแบบไหนมาใจก็จะชอบแบบนั้นเอง

ผมขอทำความคิดตามที่ได้ศึกษาจากตำราบ้าง และจากการได้ยินได้ฟังบ้างว่า :

"การที่เราจะไปนิพพานลำพังคนเดียว ไม่เป็นประโยชน์ที่สูงสุด การที่ได้นำบุคคลเป็นอันมากไปได้ด้วยกับเรานี่สิ จึงเป็นประโยชน์สูงสุด" และพึงพิจารณาถึงความทุกข์ที่จะพึงได้รับในการบำเพ็ญบารมีว่าจะยอมทนไหม ยกตัวอย่าง เช่น..

ท่านเปรียบเทียบไว้ว่า: บุคคลใดสามารถใช้เท้าเหยียบย่ำห้องจักรวาลหมื่นห้อง ซึ่งดาระดาดไปด้วยคมมีดโกน ไปจนถึงฝั่งโน้นได้, บุคคลใดใช้กำลังแขนของตนว่ายข้ามห้องจักรวาลหมื่นห้อง ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำร้อนคล้ายโลหะกุมภีนรก ไปจนถึงฝั่งโน้นได้ บุคคลนั้นย่อมบรรลุถึงความเป็นพระพุทธเจ้าได้

ซึ่งหลวงพ่อเคยกล่าวไว้ว่า: ถ้าบารมีขั้น อุปบารมี ขึ้นไปแล้ว เมื่ออธิษฐานต้องทราบด้วยว่าตนบำเพ็ญบารมีมาแบบใด (ซึ่งอาจสามารถรู้ได้ด้วยวิชาของตน)

หลวงพ่อท่านบอกว่า: พุทธภูมิจะต้องเป็นทุกอย่าง คือ ในกรรมฐาน ๔๐ ต้องได้หมด

ผมเคยถามหลวงพ่อว่า: หลวงพ่อครับ พุทธภูมิต้องลง (ผ่าน) นรกทุกขุมหรือครับ

หลวงพ่อท่านได้เมตตาตอบว่า: นรกมีไว้สำหรับคนชั่วนะลูก

และสำหรับมโนมยิทธิถ้าขึ้นนิพพานได้ หลวงพ่อบอกว่า: อย่างน้อยต้อง อุปบารมี จึงจะเข้าได้ และพุทธภูมิก็ต้องการพระนิพพาน ถ้ายังไม่ต้องการ หลวงพ่อบอกว่าอีกนาน

และความรู้พิเศษ ที่ผมได้จากหลวงลุงพระราชกวี (วัดโสมนัสกรุงเทพฯ) ท่านได้กล่าวถึง ท่านที่ได้บำเพ็ญ "ปรมัตถบารมีแบบอุกฤษฏ์" คือ ถวายชีวิตเป็นพุทธบูชา เช่น ในสมัยหนึ่ง พระโพธิสัตว์ศรีอารยเมตตรัย ท่านทรงตัดเศียรถวายพระพุทธเจ้า, พระโพธิสัตว์รามเจ้า ได้ทรงเผาตัวเองด้วยผ้าชุบน้ำมันสองผืนถวายเป็นพุทธบูชา เป็นต้น ซึ่งนั่นเป็นการ "เร่งรัดบารมี" อีกแบบหนึ่ง นั่นคือ อัตรา คือ "ผลที่ได้เท่าเดิม แต่ระยะเวลาสั้นลง" เหมือนกับทำงานหนักไม่กี่วัน แต่ได้ค่าจ้างเท่ากับคนทำงานเรื่อยๆ มาเป็นเดือน ยกตัวอย่าง เช่น

หลวงลุง วัดโสมนัส (ซึ่งหลวงพ่อท่านบอกว่าเป็นช้างปาเลไลยกะมาเกิด) ท่านเคยบอกผมกับเพื่อนๆ ว่า ท่าน เหลือการบำเพ็ญอีก ๕ อสงไขย (แบบวิริยาธิกะ) แต่ท่านจะได้ตรัสเป็นพระพุทธเจ้าภายในกัปนี้ ตามพุทธพยากรณ์ ก็คิดดูเอาก็แล้วกันว่า จะช่วยย่นระยะเวลาได้มากเพียงใด แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกำลังใจของแต่ละท่านด้วยว่า พร้อมหรือไม่ ซึ่งผมเชื่อว่าแต่ละท่าน ย่อมต่างก็ทราบกำลังใจของตนดี เพราะถ้าทำไปแล้ว ก่อนตายจิตเศร้าหมองก็มีทุกขติเป็นที่ไป ตามที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า ก่อนตายจิตใจเศร้าหมองย่อมไปสู่ทุกคติ นะครับ และการบำเพ็ญแบบอื่นที่มีผลสูงก็มีอีกหลายอย่าง

หลวงพ่อบอกว่า: ความเข้มแข็งความเด็ดขาด การปรารถนาพุทธภูมิจะเป็นตัวบังคับไปเอง

ส่วนเรื่องเวลาที่นับเป็นอสงไขย มหากัป กัปนั้น ก็ไม่ขอนำมากล่าวว่ามากเพียงใด เพราะเกรงว่าเนื้อหามันจะมากเกินไป

เท่าที่เขียนมานี้ ก็ใช่ว่าผมจะมายุให้บุคคลอื่น มาปรารถนาพุทธภูมิแบบผมหรือมาบำเพ็ญหนักๆ แบบที่กล่าวไว้นะครับ เพราะผมพอทราบว่ามันทุกข์มาก เพราะผมอยู่ทุกวันนี้ ก็ไม่อยากจะเกิดอยู่แล้ว แต่มันจำเป็น ผมเห็นคนไปนิพพานเยอะ ผมก็ดีใจครับ แต่ผมขอบอกท่าน ที่บอกว่าจะไปนิพพานในชาตินี้ บางท่านนะครับว่า ถ้าทำตัวไม่เหมาะสมละก็ ระวังไปเจอผมอีกในชาติหน้า หรืออาจพบกันในอบายภูมิก็ได้ สงสารหลวงพ่อบ้างเถิดครับ ท่านสอนมากขนาดนี้ ยังเอาดีไม่ได้ผมก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว

ในโลกใบนี้ ดอกมะเดื่อหาได้แสนยากฉันใด ความเป็นพระพุทธเจ้าหาได้แสนยากยิ่งกว่านั้น หลวงพ่อท่านบำเพ็ญพุทธภูมิแบบวิริยาธิกะ ถ้านับรวมบารมี ๓๐ ทัศแล้วจะได้เป็น ๘๐ อสงไขย ท่านลาพุทธภูมิมาเป็นสาวกภูมิ ทั้งที่บารมีท่านเต็มในชาตินี้ ตามพุทธพยากร์มาในอดีตว่า ท่านจะลาพุทธภูมิสมัยนี้อย่าให้หลวงพ่อท่านเหนื่อยใจกับลูกหลานไปมากกว่านี้เลยครับ

ท่านที่ทำดีแล้ว ผมขอเคารพนับถือในความดีและตัวของท่านอย่างเต็มใจ เพราะผมมันเป็นได้เพียงแค่ปุถุชนที่มีความเคารพในพระรัตนตรัยเท่านั้น

สุดท้ายนี้ หากคุณความดีจะพึงมีต่อการเขียนเรื่องนี้เพียงใด ขอส่งผลให้หลวงพ่อท่านมีความสุขกาย สุขใจ ปราศจากโรคภัยมาเบียดเบียน เป็นที่รักของลูกหลานและพุทธศาสนิกชนตลอดไป และหากมีความบกพร่องผิดพลาดประการใด กระผมขออภัยในความโง่ของผม ที่ยังไม่แน่ว่าจะพ้นนรกหรือไม่ และขอรับผิดไว้แต่เพียงผู้เดียว

สมัค คานัง ตโป สุโข ความเพียรของหมู่ชนผู้พร้อมเพรียงกัน (ความสามัคคี) ก่อให้เกิดความสุข (พุทธสุภาษิต) ขอทุกท่านมีนิพพานเป็นที่ไปเทอญ

ที่มา https://sites.google.com/site/sphrathewtheph/Home-13
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 03:40


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่