อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ร่วมมหาโมทนาบุญถวายเป็นพุทธบูชาฯ

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 03-08-09, 16:58
มนสิชา
Guest
 
ข้อความ: n/a
Smile ร่วมโมทนาบุญทุกอย่างกับคุณมนสิชา ถวายเป็นพุทธบูชาฯ

ปักธงธรรมจักรบูชาคุณพระพุทธเจ้า 1 สิงหาคม 2552 เกาะง่ามใหญ่ จ.ชุมพร
วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2552 นายไพบูลย์ ปัญจะ ปลัดจังหวัดชุมพร นำคณะร่วมปักธงธรรมจักร บูชาคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ ณ เกาะง่ามใหญ่ หรือเกาะพระหัตถ์ อ.ปะทิว จ.ชุมพร




เวลาประมาณ 8.00 นาฬิกา ของวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2552 ปลัดจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยคณะทีมงานปักธงธรรมจักร พร้อมกันที่ท่าเรือเร็วบีวาย ต.ท่ายาง อ.เมือง จ.ชุมพรช่วยกันขนสัมภาระลงเรือ






นายไพบูลย์ ปัญจะ ปลัดจังหวัดชุมพร อัญเชิญพระพิฆเณสวรเป็นประธานในพิธี พูดคุยเตรียมความพร้อมกับทีมงาน




เรือเร็วที่บริษัทสัมปทานรังนก บีวาย อำนวยความสะดวกจัดหาให้ทีมงาน




ทีมงานปักธงเตรียมพร้อม





องค์พระพิฆเณศวรร่วมในการเดินทางแสวงบุญครั้งนี้ด้วยกัน



ทิวทัศน์ที่มองจากในเรือ





มาถึงเกาะง่ามใหญ่หรือเกาะพระหัตถ์ น้ำใสเป็นสีฟ้าเทอร์ควอยซ์สวยจับใจจริงๆ




เราประสานงานกับบอย และบังสูน ที่เฝ้าอยู่บนเกาะ เพราะที่นี่เป็นเกาะสัมปทานรังนก ห้ามคนนอกขึ้นเกาะโดยไม่ได้รับอนุญาต บังสูนนับถือศาสนาอิสลาม แต่กลับช่วยอำนวยความสะดวกให้ทีมงานปักธงธรรมจักรของเราเป็นอย่างดี




นี่คือกระท่อมน้อยคอยรัก ที่บรรดาคนเฝาเกาะพักอยู่ หลังจากได้พูดคุยกันถึงรู้ว่า พวกเขาเฝ้าอยู่ที่นี่ตลอดปี จะได้ขึ้นฝั่งต่อเมื่อปิเเกะช่วงเดือน สิงหาคม เท่านั้น



นำเรือเร็วมาจอดไว้ที่บริเวณกระท่อมที่พักของคนเฝ้าเกาะ
แล้วต้องต่อเรือหางยาวไปขึ้นบริเวณหน้าเกาะง่ามใหญ่อีกทีหนึ่ง นับว่ายุ่งยากมากพอสมควรหากไม่ใช่คนที่ศรัทธาอย่างจริงจังแล้วอาจจะถอดใจไม่อยากไปปักธงเลย เพราะที่นี่มีแต่โขดหินสูง



เตรียมเอาลำไม้ไผ่ปักธงลากไปกับเรือหางยาวด้วย



วันนั้นปรากฏว่าทะเลสงบมาก ท้องฟ้าเปิดแดดจ้า
ทั้งๆที่เมื่อคืนก่อนพยากรณ์อากาศเพิ่งบอกว่าจะมีมรสุมเข้าทางชุมพร



เมื่อไปถึงก็ขนสัมภาระขึ้นไปข้างบนกัน






ถ่ายบริเวณด้านหน้าเกาะ เห็นว่าฟ้าโปร่งอากาศแจ่มใสมาก




ลำเลียงลำไม้ไผ่สำหรับปักธงขึ้นบนเกาะด้วยความยากลำบาก
เพราะทางขึ้นเป็นโขดหินสูงแหลมคม ต้องปีนป่ายอย่างระมัดระวัง






ตั้งเครื่องเส้นบวงสรวงพระพุทธเจ้า พระพิฆเณศวร และเจ้าที่เจ้าทางบนเกาะ




ทีมงานทุกคนตั้งใจเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอให้การขึ้นปักธงเป็นไปด้วยความราบรื่นเรียบร้อย แคล้วคลาดปลอดภัย




และแล้วธงธรรมจักรสีเหลืองอร่าม ก็คลี่ออกโบกสะบัดเหนือเกาะพระหัตถ์









ลุงคนปีนต้นไม้ปีนขึ้นไปนำธงขึ้นสู่ยอดไม้ แต่อุปสรรคก็คือบนต้นไม้ต้นนี้มดเยอะมาก ลุงแกลงมาต้องถอดเสื้อเกากันใหญ่ ดูน่าสงสารจริงๆ




และแล้วธงธรรมจักรธงแรกก็โบกสะบัดขึ้นบูชาพระพุทธเจ้าเป็นผลสำเร็จ




จากนั้นทีมงานที่เหลือก็ปีนขึ้นไปยังโขดหินหน้าฝ่าพระหัตถ์เพื่อปักธงอีก 3 ธงที่เหลือด้วยความรวดเร็วและเรียบร้อยด้วยความสามัคคี





ธงธรรมจักรทั้งสี่พลิ้วไหวเป็นเครื่องหมายสักการะบูชาพระคุณพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า บริเวณหน้าเกาะง่ามใหญ่ สีเหลืองอร่ามเห็นสะดุดตาแต่ไกลหากมองจากเรือในทะเล เพื่อประกาศความยิ่งใหญ่เกรียงไกรของพระพุทธศาสนา ให้ยืนยงคงอยู่ถ้วน 5,000 ปี




เสร็จจากภารกิจ คณะทำงานทุกคนร่วมกันถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ขณะกลับจากเกาะไปลงเรือเร็ว ปรากฏว่ากล้องที่ถ่ายรูปของข้าพเจ้าเกิดพลาดตกลงไปในน้ำ ข้าพเจ้าตกใจมากคิดเสียดายรูปถ่ายไม่นึกเสียดายกล้อง เพราะที่ไปกันครั้งนี้มีกล้องของข้าพเจ้าเพียงกล้องเดียวที่ถ่ายรูปตั้งแต่ต้นจนจบไว้ หากรูปเสียไปผลงานครั้งนี้คงไม่ได้ออกสู่สายตาชาวโลกแน่ เมื่อมีผู้ดำน้ำลงไปเก็บกล้องมาให้ ข้าพเจ้ารีบนำเมมโมรี่สติคออกมาเช็ดด้วยความเสียใจ คิดในใจภาวนาถึงพระพิฆเณศวร และสมเด็จองค์ปฐมพระพุทธเจ้าไปตลอดทาง ขอให้รูปถ่ายอย่าเสียหาย เพราะไม่มีใครถ่ายรูปไว้เลย ข้าพเจ้าภาวนาเช่นนี้ไปตลอดทางจนถึงร้านถ่ายรูป เมื่อรีบนำกล้องไปเช็คสภาพปรากฏว่าเสียหายใช้ไม่ได้แล้ว แต่เมื่อนำเมมโมรี่สติคไปเปิดดูปรากฏว่ารูปถ่ายทั้งหมดยังอยู่ครบอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ทั้งๆที่ข้าพเจ้ามองเห็นกล้องของตัวเองค่อยๆจมดิ่งลงสู่เบื้อล่างของทะเลไปต่อหน้าต่อตา และทุกท่านก็ได้รับรู้เป็นสักขีพยานในความศักดิ์สิทธิ์อยู่ ณ ตอนนี้แล้ว !

ที่มา http://www.naksompra.com/

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 14 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ ในข้อความนี้
Apinya (06-08-09), พรรณวดี (04-08-09), พุทธรักษา (07-08-09), ศิษย์โมคคัลลานะ (05-08-09), อภิญญา (03-08-09), ปาริฉัตรมณี (03-08-09), นิมมานรดี (04-08-09), เพิ่มบุญ (18-10-11), เดชะบุญ (04-08-09), octavian (05-01-12), Rich (29-07-10), rossukon (06-12-11), suwaphat (08-10-09)
  #2  
เก่า 03-08-09, 18:02
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,131
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,848
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,950 ครั้ง ใน 77,950 ข้อความ
พลังบุญ: 56685
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ขอร่วมโมทนาบุญทุกอย่าง ถวายเป็นพุทธบูชาฯ


ขอร่วมโมทนาบุญทุกอย่าง ถวายเป็นพุทธบูชาฯ ขอบารมีพระทุกพระองค์ให้เป็นไปตามประสงค์ท่านทุกประการครับ
ปล.ภาพพระหัตถ์วันบวงสรวง 29มิย.52 มีรูปพระหัตถ์เมฆใกล้กับพระหัตถ์ใหญ่ ทำออกแจกแล้วนะครับ มีงานนิดหน่อยแค่สวดอิติปิโสฯ 108 จบ ก็รับไปบูชากันได้เลยนะครับ

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 12 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (06-08-09), พรรณวดี (04-08-09), พุทธรักษา (07-08-09), ศิษย์โมคคัลลานะ (03-08-09), ปาริฉัตรมณี (03-08-09), นิมมานรดี (03-08-09), เพิ่มบุญ (18-10-11), เดชะบุญ (04-08-09), octavian (05-01-12), Rich (29-07-10), rossukon (06-12-11), suwaphat (08-10-09)
  #3  
เก่า 03-08-09, 19:55
ปาริฉัตรมณี
Guest
 
ข้อความ: n/a
Smile ขอร่วมโมทนาบุญทุกอย่าง ถวายเป็นพุทธบูชาฯ




ขอร่วมโมทนาบุญทุกอย่างกับคุณมนสิชา ที่ได้ถ่ายรูปการปักธงธรรมจักรเพื่อบูชาคุณพระพุทธเจ้ามาให้พวกเราได้ดูและร่วมโมทนา (งามมั่กๆ)ขอบารมีพระทุกพระองค์จงดลบันดาลให้ท่านประสบแต่ความสุข สำเร็จ สมหวัง สมความปรารถนาทุกประการนะคะ

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 12 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ ในข้อความนี้
Apinya (06-08-09), พรรณวดี (04-08-09), พุทธรักษา (07-08-09), ศิษย์โมคคัลลานะ (05-08-09), อภิญญา (03-08-09), นิมมานรดี (03-08-09), เพิ่มบุญ (18-10-11), เดชะบุญ (04-08-09), octavian (05-01-12), Rich (29-07-10), rossukon (06-12-11), suwaphat (08-10-09)
  #4  
เก่า 04-08-09, 10:17
เดชะบุญ's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 65
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 7,902
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 783 ครั้ง ใน 783 ข้อความ
พลังบุญ: 410
เดชะบุญ is on a distinguished roadเดชะบุญ is on a distinguished roadเดชะบุญ is on a distinguished roadเดชะบุญ is on a distinguished roadเดชะบุญ is on a distinguished roadเดชะบุญ is on a distinguished roadเดชะบุญ is on a distinguished roadเดชะบุญ is on a distinguished roadเดชะบุญ is on a distinguished roadเดชะบุญ is on a distinguished roadเดชะบุญ is on a distinguished road
Default

ขอร่วมโมทนาบุญทุกอย่าง ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ดีใจมาก ๆ ครับ ที่งานดี ๆ เช่นนี้ที่พวกเราทุกคนร่วมมือร่วมใจกันจรรโลงพระศาสนาได้สำเร็จมากขึ้นไปอีกลำดับขั้น และได้เห็นธงอันเป็นสัญลักษณ์ของพระฯ ได้โบกสะบัดเคียงคู่พระหัตถ์เป็นพุทธบูชาเช่นนี้ อย่างน้อยก็ทำให้ผู้คนที่ได้พบเห็นได้สนใจใคร่รู้และรับทราบถึงพุทธบารมี และพุทธคุณได้มากยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีกด้วย

สาธุ ๆ ๆ

เดชะบุญ ; )

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 12 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เดชะบุญ ในข้อความนี้
Apinya (06-08-09), พรรณวดี (04-08-09), พุทธรักษา (07-08-09), ศิษย์โมคคัลลานะ (05-08-09), อภิญญา (04-08-09), ปาริฉัตรมณี (04-08-09), นิมมานรดี (04-08-09), เพิ่มบุญ (18-10-11), octavian (05-01-12), Rich (29-07-10), rossukon (06-12-11), suwaphat (08-10-09)
  #5  
เก่า 03-03-10, 08:07
Apinya's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 797
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 3,194
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 8,402 ครั้ง ใน 8,402 ข้อความ
พลังบุญ: 2881
Apinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these parts
Default ร่วมโมทนาบุญกับมนสิชา ถวายเป็นพุทธบูชาฯ

บรรยากาศการเรียนการสอนสามเณร วัดราชธานี จ.สุโขทัย


ช่วงเดือน กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญประโยชน์เป็นสาธารณ กุศลเพื่อพระพุทธศาสนา ด้วยการช่วยหลวงปู่มหานิยม กตปุญโญ สอนสามเณร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ในวิชาพระธรรมวินัย โดยให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่ท่านจะต้องพบเจอเมื่อสึกออกไปเป็นฆราวาส ไม่ว่าจะเป็นความรู้เรื่องการเงิน การทำงาน การมีความรัก และความกตัญญู รวมไปถึงปรับทัศนคติให้พระเณรรู้จัก ใช้วิชาการที่เรียนมา เพื่อเป็นประโยชน์แก่โลก รู้จักรักและเมตตาคนรอบข้าง สร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่ โดยไม่แก่งแย่งแข่งขันอย่างคนในยุคปัจจุบันเป็นกัน


ก่อนที่จะเริ่มการเรียนการสอน อาจารย์แนะนำตัว และเกริ่นว่าเราจะเรียนรู้เรื่องอะไรกันบ้าง ซึ่งเราจะไม่เน้นเปิดอ่านในตำรา เพราะสามเณรสามารถกลับไปอ่านเองได้อยู่แล้ว แต่เราจะมาคุยกันในเรื่องที่ต้องพบในชีวิตจริงๆมากกว่า โดยเน้นให้เด็กๆหัดคิดและวิเคราะห์ มากกว่าการท่องจำแบบเดิมๆ เพื่อสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงๆ เมื่อพบปัญหา ก็จะสามารถใช้สติปัญญาแก้ไขได้ ต่างจากการเรียนแบบท่องจำ ที่แม้ในห้องจะทำคะแนนสอบได้ดี แต่พอเจอปัญหาจริงกลับล้มไม่เป็นท่า จากนั้น ก่อนเริ่มเรียน อาจารย์ฝึกให้สามเณรหัดทำสมาธิง่ายๆเพื่อกำจัดความคิดฟุ้งซ่านก่อนที่จะเรียนรู้อะไร เพราะหากเรามีความเครียด ความสับสัน และอารมณ์ต่างๆมากมายอยู่ในหัว จะไม่สามารถเรียนรู้อะไรใหม่ๆได้ดีเท่าที่ควร ดังนั้น ต้องหลับตา เอาสติจับที่ลมหายใจเข้ายาวๆไปหยุดที่เหนือสะดือ แล้วย้อนกลับขึ้นมายาวๆที่ปลายจมูก เพื่อปรับให้จิตสงบและหยุดความคิดฟุ้งซ่านก่อน การเรียนรู้ก็จะดีขึ้นเอง


สามเณรกำลังตั้งใจฟังความรู้แปลกๆใหม่ๆที่ไม่มีในตำราเรียนทั่วไป แต่เป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิตให้ถูกต้อง เช่น สภาวะจิตแบบต่างๆที่นำไปสู่ภพภูมิต่างๆกัน จิตดวงหนึ่งสามารถเป็นสัตว์นรกได้ เป็นเปรตได้ เป็นสัตว์เดรัจฉานได้ เป็นมนุษย์ได้ และจิตดวงเดียวนี้ยังเป็นได้ถึงเทวดา พรหม จนกว่าจะเข้าสู่พระนิพพานอันเป็นการตัดวงจรการเวียนว่ายตายเกิดเด็ดขาด สามเณรต้องรู้จักใช้ความคิด ใช้สติปัญญาไตร่ตรองพิจารณาความรู้ต่างๆที่ได้เรียนเสียก่อนจึงจะเชื่อ ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า ไม่ให้เชื่อเพราะนี่คือตำรา ไม่ให้เชื่อเพราะนี่คืออาจารย์เรา ข้าพเจ้าถามสามเณรว่า มีใครเคยยกมือถามอาจารย์ไหมว่าความรู้ที่เราเรียนนี้ เชื่อได้แค่ไหนและเป็นความจริงหรือเปล่า ? ปรากฏว่าไม่มีใครยกมือเลยสักรูป


หลังจากฟังอาจารย์ให้ความรู้แล้ว ในชั่วโมงต่อมาหากมีเวลาก็จะให้สามเณรได้อ่านการ์ตูน "ตามรอยพระพุทธเจ้า" ที่สั่งซื้อมาเป็นชุด ซึ่งทางสำนักพิมพ์ได้จัดทำออกมาเป็นการ์ตูนนิทานชาดก 500 ชาติ เป็นที่ชื่นชอบของสามเณรมากเพราะเป็นการ์ตูนอ่านง่ายน่าติดตาม ทำให้เณรที่ไม่ค่อยอยากเรียนบาลีเพราะว่าน่าเบื่อเนื่องจากมีแต่ตัวหนังสือ ได้หันมาสนใจติดตามอ่านชาดกแบบการ์ตูน ที่ยังคงเนื้อหาสาระคุณธรรมเอาไว้ครบ แต่เพิ่มความสนุกสนานแบบเด็กๆเข้าไปด้วย ซึ่งในชุดแรกเล่ม 1-12 ข้าพเจ้าได้นำทุนส่วนตัว 1,300 บาท ซื้อถวายเป็นความรู้ให้กับทางวัดเป็นสื่อการเรียนการสอน จากนั้นได้ประชาสัมพันธ์ให้พี่ๆน้องๆที่มีจิตกุศล ได้ร่วมกันซื้อถวาย ได้ปัจจัยเพิ่มเติมจากน้องๆที่กรุงเทพฯ มาอีก 2,442 บาทในการจัดซื้อเล่ม 13-23ที่กำลังจะส่งมา และได้รับบริจาคสมทบจากคุณเล็ก สมาชิกเว็บนักซ่อมพระ ได้กรุณาสมทบทุนมาอีก 1,000 บาท เอาไว้จัดซื้อในชุดต่อไป นับเป็นโชคดีของพระเณรที่นี่มากที่มีผู้ใจบุญสนับสนุนการศึกษา




หมดชั่วโมงแล้ว หลวงปู่ก็เข้ามาเช็คชื่อผู้เข้าห้องเรียน เป็นอันจบการสอนในชั่วโมงเรียน พระธรรมวินัย


เย็นด้วยเมตตายิ่ง
สรรพวิทยาทั้งหลายหากนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ย่อมสร้างสรรค์สังคมที่เป็นสุข
Mini UthoPia
http://www.naksompra.com/
__________________
"สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลมีความดับเป็นธรรมดา"

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 14 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Apinya ในข้อความนี้
พรรณวดี (03-03-10), มณีนพรัตน์ (21-07-10), สุธัมมา (05-03-10), อภิญญา (03-03-10), จิตประภัสสร (11-03-10), ปาริฉัตรมณี (04-03-10), นาคน้อย (03-03-10), นิมมานรดี (10-03-10), เพิ่มบุญ (18-10-11), เดชะบุญ (03-03-10), Nuts (03-03-10), octavian (05-01-12), Rich (03-03-10), rossukon (06-12-11)
  #6  
เก่า 03-03-10, 08:17
Apinya's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 797
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 3,194
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 8,402 ครั้ง ใน 8,402 ข้อความ
พลังบุญ: 2881
Apinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these parts
Default

พาสามเณร ช่วยกันขัดทำความสะอาดวิหารใหม่ วัดราชธานี

เมื่อ วันพุธ ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้พาสามเณรชั้น ม.2 และ ม.3 ที่เรียนในโรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดราชธานี จ.สุโขทัย จำนวน 14 รูป ทำความสะอาดวิหารหลังใหม่ที่ยังไม่เปิดใช้ ซึ่งมีคราบตะใคร่น้ำและมูลนกพิราบถ่ายทิ้งไว้รอบๆ โดยให้นำปั๊มน้ำสูบน้ำจากบ่อด้านข้างขึ้นมาฉีดล้างและให้สามเณรช่วยกันขัดทำ ความสะอาด
เนื่อง จากมีเหตุการณ์ที่สามเณรชั้น ม.2 ยกพวกตีกันกับสามรเณรชั้น ม.3 วันต่อมาของการเรียนท่าน ผอ.ได้เรียกสามเณรที่ก่อเหตุทั้งหมดมาอบรมและทำโทษ ข้าพเจ้าได้ทราบความจึงเสนอตัวที่จะช่วยอบรมพ่อเณรทั้งหมดให้ เพราะเห็นว่าพ่อเณรกำลังอยู่ในวัยรุ่นมีความคึกคะนอง การที่ไม่ชอบใจกันแล้วทะเลาะวิวาทต่อยตีกันเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นทั่ว ไปในช่วงอายุนี้ หากผู้ใหญ่มองเป็นความผิดร้ายแรงและลงโทษด้วยความรุนแรง อาจจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี เด็กต้องการการเข้าใจ แต่ผู้ใหญ่บางครั้งใช้มุมมองแบบผู้ใหญ่ตัดสินโดยลืมไปว่า ครั้งหนึ่งเราก็เคยเป็นเด็กมาก่อน เรามีความคิดและเหตุผลคนละแบบกับผู้ใหญ่ ข้าพเจ้ามองว่าการจะแก้ไขปัญหานี้จำเป็นต้องใช้ความเข้าใจและใช้เมตตาที่สูง มาก เพื่อกล่อมเกลาให้เด็กๆที่กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตรู้สึกว่า เราเป็นที่พึ่งของเขาได้ ไม่ใช่พอเขาทำอะไรผิดพลาดแล้วเราไปขยายให้มันดูใหญ่โตและร้ายแรงเข้าไปอีก ก็จะทำให้เด็กไม่เข้าหาเราเพราะรู้สึกว่าเราไม่เข้าใจเขาและอาจออกไปหา ทางออกแบบผิดๆเหมือนที่เป็นกันมากในปัจจุบัน




ท่าน ผอ.เห็นด้วย สามเณรทั้ง 14 รูป จึงได้เข้าฟังการอบรมจากข้าพเจ้าอีกครั้ง(หลังจากถูกตีกันคนละ2-3ทีน่องลาย ไปแล้ว) โดยให้ทั้งสองฝ่ายนั่งรวมกันใกล้ๆและไต่ถามพูดคุยกันด้วยบรรยากาศสบายๆผ่อน คลายข้าพเจ้าถามว่าเกิดอะไรขึ้นโดยให้สามเณรเล่าให้ฟัง ก็ได้ความว่า เกิดจากความไม่ชอบหน้ากันของสามเณรชั้น ม.2 ที่มีต่อรุ่นพี่ ม.3 ซึ่งมีมานานแล้ว และวันนั้นเกิดกระทบกระทั่งจนถึงขั้นท้าต่อยกันขึ้นมาสามเณรที่อยู่ ม.2 ไปตามพรรคพวกของตนมาช่วย สามเณร ม.3 ก็กรูกันมาช่วย งานนี้ก็เลยตะลุมบอนกันอีรุงตุงนังไปหมด นับไปนับมาเลยได้ฝ่ายละ 7 รูป ที่มานั่งฟังอบรม



หลวงปู่มหานิยม มาให้กำลังใจเด็กๆที่ทำงาน


เริ่มใช้สายยางเล็กๆฉีดตะใคร่น้ำก่อนขัด

ข้าพเจ้าทราบเหตุแล้ว จึงได้บอกกับเด็กๆว่า อาจารย์มองเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดามาก เพราะช่วงอายุของพวกท่านอยู่ในวัยที่กำลังคะนอง การต่อยตีกันมีทุกที่ แต่เมื่อพวกท่านทั้งหลายผ่านพ้นช่วงอายุนี้ไปได้ จนโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ท่านมองกลับมาแล้วจะรู้สึกขำว่าเราทำอะไรลงไปนะ ตลกมากเลย ทั้งๆที่ตอนนี้สำหรับท่านแล้วมันใหญ่โตมาก ดังนั้นแม้ครูอาจารย์ส่วนใหญ่จะมองเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงมากๆ แต่สำหรับอาจารย์คนนี้แล้วมองว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับทุก ท่าน จะได้เติบโตขึ้นหลังจากผ่านพ้นมันไปได้เพราะหลังจากเจ็บตัวแล้วยังถูกต่อว่า ถูกทำโทษต่างๆนาๆ มันสามารถเป็นครูให้เราได้ดีว่าก่อนจะทำอะไรจะต้องคิดถึงผลที่ตามมาก่อน

ข้าพเจ้า ได้เล่าเรื่องสมัยวัยรุ่นของคุณ ชัช เตาปูน เจ้าของหนังสือพิมพ์สยามรัฐให้สามเณรฟังว่า ตอนวัยรุ่นคุณชัชเคยไปมีเรื่องกัยคู่อริ โดยใช้มีดสู้กันตัวต่อตัว คุณชัชถูกมีดบาดตามแขนบ้าง แต่คู่อริถูกคุณชัชใช้มีดแทงถูกซี่โครงเป็นแผลลึกมาก จากนั้นคุณชัชก็หนีกลับบ้าน คุณแม่ก็พาตำรวจมาจับเพราะเกรงว่าถ้าให้หนีไปจะไม่ได้เห็นหน้าลูก พอตอนขึ้นศาลคนที่ถูกคุณชัชแทงบอกกับศาลว่า ไม่ใช่คุณชัชที่แทงเขา ใครแทงเขาก็ไม่รู้จำไม่ได้แล้ว จากนั้นคุณชัชเข้าไปถามว่าทำไมไม่เอาเรื่อง คนนั้นก็บอกว่า เราสู้นายไม่ได้เองเราจะไปเอาเรื่องนายทำไม นับแต่วันนั้นมาคุณชัชและคนๆนั้นก็กลายเป็นเพื่อนรักกันคอยช่วยเหลือกันมาจน กระทั่งปัจจุบัน

จากเรื่องนี้ที่เล่าให้พ่อเณร ก็เพื่อให้เห็นว่าคนเราถึงแม้จะพยายามใช้กำลังสู้กัน แต่คนที่สามารถให้อภัยได้ คนนั้นถือว่าชนะใจได้เด็ดขาด นอกจากชนะใจตนเองแล้วยังชนะใจคู่เวรได้อีกด้วย ก็เพราะการรู้จักให้อภัยทานนั้นเอง ข้าพเจ้าจึงถามคู่กรณีทั้งสองว่า ให้เอาความรู้สึกจริงๆของตนเองบอกอาจารย์ว่า เราอภัยให้กันได้ไหม ? ทั้งสองตอบว่าอภัยได้ จึงได้ให้จับมือกันเพื่อแสดงการอภัยกันต่อหน้าเพื่อนๆทั้งหมด



ตะใคร่น้ำที่เกาะอยู่ตามฐานของวิหารใหม่ เหมือนกิเลสที่เกาะในใจเรา ที่ทำให้สกปรกไปด้วย โลภ โกรธ หลง


เราต้องหมั่นตรวจดูจิต หมั่นทำความสะอาดขัดเกลากิเลสออกจากจิตตนเอง


จากนั้นบอกกับสามเณรว่าจะให้ช่วยกันขัดคราบตะใคร่ น้ำออกจากวิหารหลังใหม่ ให้เณรไปขออนุญาตอาจารย์ที่สอนตอนบ่ายทั้งสองชั้นจากนั้นข้าพเจ้าจึงไปซื้อ แปรงขัดมาให้14 อัน และพาสามเณรทั้งหมดไปช่วยกันทำความสะอาดวิหาร เด็กๆดูจะชอบและสนุกกับงานแบบนี้มาก จึงช่วยกันเสร็จภายในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง วิหารก็ใหม่เอี่ยมสะอาดน่าดูอย่างที่เห็นในภาพ แล้วให้ทุกท่านมาถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึกไว้ แล้วจึงให้แยกย้ายไปอาบน้ำเปลี่ยนผ้าและมาพบกันที่ห้องท่าน ผอ.อีกครั้ง



เอาสายยางดับเพลิงมาเลยดีกว่า น้ำแรงงงงง


สนุกสนานกันใหญ่ เพราะได้เล่นน้ำตอนบ่ายๆหายร้อนด้วย



ข้าพเจ้าถามเด็กๆว่า รู้ไหม ทำไมอาจารย์ให้พวกท่านไปขัดวิหารกัน? ต่างคนต่างตอบไปหลายหลาก บ้างว่าให้ทำกิจกรรมร่วมกัน บ้างว่าเป็นการทำโทษ แต่ข้าพเจ้าบอกเหตุผลไปว่า

" การที่อาจารย์ให้ท่านไปช่วยกันขัดวิหารนั้น ก่อนที่เราจะขัด ท่านเห็นแล้วว่า รอบๆมีคราบตะใคร่น้ำและขี้นมากมายไม่น่าดูเลย แต่พอเราทำความสะอาดเสร็จแล้ว ก็สะอาดตาน่าดูชม อาจารย์ก็จะให้ท่านมองเข้าไปที่จิตของตนเองเช่นกัน จิตคนเรามี โลภ โกรธ หลง อยู่ด้วยกันทั้งนั้น เหมือนกับคราบตะใคร่น้ำที่ขึ้นรอบวิหาร ให้เราหมั่นขัดเกลาจิตของตนให้เบาบางจากกิเลสทั้งหลายเหมือนกับที่เราพากัน ทำความสะอาดวิหารนั่นแหละ เมื่อเราทำความสะอาดแล้วมีใครอยากเอาตะใคร่น้ำและขี้นกโปะกลับเข้าไปอีกหรือ ไม่ ให้ทุกท่านพิจารณาให้ดี และจงใช้เหตุการณ์นี้เพื่อเป็นบทเรียนสอนให้เราเติบโตขึ้นเป็นคนดี เสมือนดอกบัวที่สวยงาม เติบโตขึ้นมาจากโคลนตมที่สกปรกฉันใด เหตุการณ์นี้ก็จะสร้างให้ทุกท่านเกิดปัญญาขึ้นดังดอกบัวที่บานฉะนั้น" ในขณะที่กล่าวโอวาทนี้ พ่อเณรทั้งหมดนิ่งเงียบ ดูเหมือนจะสะเทือนใจอยู่ลึกๆ เพราะก่อนหน้านี้ยังเล่นกันคิกคักอยู่ จริงดังที่ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยาเคยบอกข้าพเจ้าไว้ตอนที่มีโอกาสไปสัมภาษณ์ท่านเมื่อปี 50 ท่านบอกว่าการจะสอนเด็กๆให้เป็นคนดีได้ต้องใช้เมตตา เพราะหากมีเมตตาแล้วจะนำมาซึ่งความรักความเข้าใจในที่สุด


Bebore/ก่อนขัด

After/หลังขัด

จากเหตุการณ์นี้ จึงทำให้ข้าพเจ้าได้ตระหนักถึงการสอนให้เด็กๆของเรารู้จักมีเมตตาต่อเพื่อน มนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย เพราะหากขาดเมตตาแล้วไม่ว่าเราจะเรียนเก่งหรือเป็นคนเก่งขนาดไหน ก็ไม่ได้มีประโยชน์แก่โลกเลยมีแต่กลับจะทำให้โลกเร่าร้อนเพราะความโลภ ความโกรธ ความหลง เท่านั้น และหวังว่าผู้เป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมถึงครูอาจารย์จะตระหนักถึงสิ่งนี้ด้วย เพราะหากผู้ใหญ่ไม่มีเมตตาต่อเด็กแล้ว ก็ยากที่เด็กจะเข้าใจเรื่องความรักความเมตตาได้จริงๆ โลกเราจะเย็นลงได้เพราะทุกคนมีเมตตาให้กันนั่นเอง



ด้านบนวิหารก็มีมูลนกพิราบเลอะเทอะและเหม็นไปหมด


ผลงานน่าภูมิใจจริงๆ เอี่ยมสะอาดน่าชื่นชม



Bebore/ก่อนขัด

After/หลังขัด




และแล้ววิหารก็สะอาดเหมือนใหม่ภายใน 2 ชั่วโมงด้วยความสามัคคี


ใครผ่านไปผ่านมาต่างก็หยุดมองด้วยความชื่นชม ฝีมือการขัดล้างของเด็กๆของเรา







พวกเธอจงเติบโตและเบิกบานประดุจดอกบัวที่งอกงามขึ้นมาจากโคลนตม

จากความบาดหมางไปสู่มิตรภาพที่งดงามตลอดไป
__________________
"สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลมีความดับเป็นธรรมดา"

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 13 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Apinya ในข้อความนี้
มณีนพรัตน์ (21-07-10), สุธัมมา (05-03-10), อภิญญา (03-03-10), จิตประภัสสร (11-03-10), ปาริฉัตรมณี (04-03-10), นาคน้อย (03-03-10), นิมมานรดี (10-03-10), เพิ่มบุญ (18-10-11), เดชะบุญ (03-03-10), Nuts (03-03-10), octavian (05-01-12), Rich (03-03-10), rossukon (06-12-11)
ตอบ

Tags
มนสิชา โมทนาบุญ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 04:25


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่