อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > หอพระธรรมอธิษฐาน

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 27-02-19, 14:47
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,131
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,848
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,950 ครั้ง ใน 77,950 ข้อความ
พลังบุญ: 56685
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ความเป็นมา

อภิญญา-ความเป็นมา-img_5513-jpg
ทำบุญทำไมต้องอธิษฐาน
ถาม : "หลวงพ่อคะ การทำบุญทุกอย่าง แต่ไม่ได้ปรารถนาอะไรเลย จะได้ไหมคะ...?"

ตอบ : ได้โยม ทำไมจะไม่ได้ คือถ้าไม่ตั้งมโนปณิธานปรารถนา บุญมันก็ต้องเป็นบุญ แต่ว่าอานิสงส์เบื้องปลายมันไม่เหมือนกัน
ถาม : "เป็นไงคะ...?"
ตอบ : การปรารถนาจัดเป็นอธิษฐานบารมีนะ ตั้งใจว่าการทำบุญอย่างนี้เพื่อผลอะไร อย่างที่ไม่ปรารถนาพุทธภูมิ ไม่ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า ไม่ปรารถนาเป็นอัครสาวก แต่ปรารถนาเพื่อการหมดกิเลส ก็ชื่อว่ายังปรารถนาอยู่

ถาม : "ถ้าหากว่าทำเฉย ๆ เล่าคะ...?"

ตอบ : ถ้าหากว่าทำเฉย ๆ ไม่ปรารถนาอะไรเลย ตัวอย่างก็มีท่าน อาฬวีเศรษฐี

คือว่าท่านอาฬวีเศรษฐีพ่อท่านเป็นมหาเศรษฐี พอพ่อท่านตายลงท่านก็เป็นเศรษฐีแทน

เศรษฐีสมัยนั้นพระราชาต้องแต่งตั้ง แล้ว ต่อมาพวกขี้เมาก็ชวนกินเหล้าเมายา ในที่สุดทรัพย์สินก็หมดไป จนกระทั่งกลายเป็นขอทาน

วันหนึ่งพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระสงฆ์เสด็จไปที่เมืองอาฬวี เห็นอาฬวีเศรษฐีนั่งขอทานอยู่ข้างฝาเรือนชาวบ้าน พระพุทธเจ้าก็ทรงแย้มพระโอษฐ์

พระพุทธเจ้าตามปกติจะไม่แย้มพระโอษฐ์ ถ้ายิ้มแล้วต้องมีเรื่อง

พระอานนท์จึงทูลถามว่า

"พระองค์ยิ้มด้วยเรื่องอะไร พระพุทธเจ้าข้า...?"

พระพุทธเจ้าถามว่า

"อานนท์ เธอเห็นอาฬวีเศรษฐีไหม...?"

พระอานนท์มองไปมองมาไม่เห็น เห็นแต่ขอทาน พระพุทธเจ้าก็บอกว่า ขอทานนั่นแหล่ะคืออาฬวีเศรษฐี

แล้วพระพุทธเจ้าก็ตรัสว่า

ถ้าอาฬวีเศรษฐีสมัยเมื่อเป็นเศรษฐี ถ้าฟังเทศน์ของเราเพียงจบเดียวจะได้บรรลุพระอนาคามี

เมื่อเงินน้อยลงมาเป็นอนุเศรษฐี ถ้าฟังเทศน์จากเราเพียงจบเดียวจะได้เป็นพระสกิทาคามี

เมื่อมีฐานะเป็นคหบดี ถ้าฟังเทศน์จากเราเพียงจบเดียวจะได้เป็นพระโสดาบัน

แต่ว่านี่อาฬวีเศรษฐีเป็นขอทานเสียแล้ว เราเทสน์จึงไม่มีผล

ตอนนี้พระอานนท์ทูลถามว่า

"ตามธรรมดาคนจะบรรลุมรรคผล องค์สมเด็จพระทศพลเคยตรัสว่าจะตายก่อนก็ยังไม่ได้ ต้องบรรลุมรรคผลก่อนนี่ พระพุทธเจ้าข้า...?"

พระพุทธเจ้าตรัสว่า

"นั่นเขามี อธิษฐานบารมี"

ตอบ : เป็นอันว่าอาฬวีเศรษฐี ไม่มีอธิษฐานบารมีใช่ไหมโยม

ถาม : "ใช่ค่ะ"

ตอบ : คนจะได้ดี เลยไม่ได้ดี ต่อไปอธิษฐานเสียนะ.

คำอุทิศส่วนกุศล

"อิทัง ปุญญะผะลัง" ผลบุญใดที่ข้าพเจ้าทั้งหลายได้บำเพ็ญแล้ว ณ โอกาสนี้ ข้าพเจ้าทั้งหลายขออุทิศส่วนกุศลนี้ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ที่เคยล่วงเกินมาแล้ว แต่ชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ขอเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายจงโมทนาส่วนกุศลนี้ ขอจงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าตั้งแต่วันนี้ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน

บทอุทิศส่วนกุศลท่อนแรกนี้ ให้แก่เจ้ากรรมนายเวร หลวงปู่โตท่านมาบอก และบทอุทิศส่วนกุศลอีก ๓ ท่อน ท่านพระยายมราชท่านมาบอก มีดังนี้

ท่อนที่สอง

และข้าพเจ้าทั้งหลายขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่เทพเจ้าทั้งหลายที่ปกปักรักษาข้าพเจ้า และเทพเจ้าทั้งหลายทั่วสากลพิภพ และพระยายมราช ขอเทพเจ้าทั้งหลายและพระยายมราชจงโมทนาส่วนกุศลนี้ ขอจงเป็นสักขีพยาน ในการบำเพ็ญกุศลของข้าพเจ้าในครั้งนี้ด้วยเถิด

ท่อนที่สาม

และขออุทิศส่วนกุศลนี้ให้แก่ท่านทั้งหลายที่ล่วงลับไปแล้ว ที่เสวยความสุขอยู่ก็ดี เสวยความทุกข์อยู่ก็ดี เป็นญาติก็ดี มิใช่ญาติก็ดี ขอท่านทั้งหลายจงโมทนาส่วนกุศลนี้ พึงได้รับประโยชน์ ความสุข เช่นเดียวกับข้าพเจ้าจะพึงได้รับ ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด

ท่อนที่สี่

ผลบุญใดที่ข้าพเจ้าทั้งหลายได้บำเพ็ญมาแล้ว ณ โอกาสนี้ ขอผลบุญนี้จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้เข้าถึงซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้เถิด.

เวลาอุทิศส่วนกุศล บอกให้พระยายมราชเป็นพยาน

เวลาอุทิศส่วนกุศล ขอบอกให้ผม(พระยายม)เป็นพยานด้วย….ถ้าทำทั้งบุญทั้งบาป บางทีกรรมมันปกปิด เวลาถามเรื่องบุญนี่มันนึกไม่ออก ถ้านึกไม่ออกก็มีความจำเป็นอย่างยิ่ง จะต้องปล่อยให้ตกนรก หากว่าถาม 3 เที่ยว นึกไม่ออก…..

ถ้าเขาถามเรื่องบุญกุศลถ้าบังเอิญนึกไม่ออก ผมจะเป็นพยานอ้างเองว่าทำอย่างนั้นๆไว้ แล้วก็ไล่ไปสวรรค์เป็นอย่างต่ำ

….ตำแหน่งพระยายม ท่านเป็นพรหม แต่เขตที่ท่านตั้งอยู่ในเขตของจาตุมหาราช ไม่ใช่เขตนรก
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
พุทธรักษา (20-03-19), Nakamura (01-04-19)
  #2  
เก่า 27-02-19, 15:01
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,131
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,848
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,950 ครั้ง ใน 77,950 ข้อความ
พลังบุญ: 56685
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ความสำคัญ

อธิษฐานบารมีเป็นหนึ่งในสิบบารมี(ทศบารมี) ที่มีความสำคัญยิ่ง...บารมี แปลว่าเต็มอธิษฐาน แปลว่า การตั้งใจ มีความตั้งใจเต็มอย่างหนึ่งอย่างใดโดยเฉพาะ การตั้งใจไว้อย่างนั้นย่อมมีผล ก่อนอื่นต้องแยกให้ออกว่า "การอธิษฐาน" กับ "การบนบาน" มันคนละเรื่องกัน คิดง่ายๆกล่าวคือ การตั้งจิตอธิษฐานให้สำเร็จกิจการที่ดีที่ประเสริฐสำหรับตนด้วยกำลังแรงบุญ มิได้ต้องไปกราบกรานบนบานต่อเทพเทวาองค์ใดให้ช่วยเหลือ เพราะนั่นเป็นการติดสินบน...ตอนหนึ่งที่หลวงพ่อพระราชพรหมยานท่านได้เทศนาสอนว่า "เวลานี้คนมีบารมีมีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีบารมีสูงสุด คือ ปรมัตถบารมี คนที่มีบารมีเป็นปรมัตถบารมีนั่นคือ คนหวังนิพพาน ถ้ามีบารมีไม่ถึงปรมัตถบารมีจะหวังนิพพานไม่ได้ กำลังใจไม่พอ นี่คนที่หวังนิพพานมีเยอะ แต่บางคนมีบารมีขั้นต่ำลงมา ปรารถนาแค่พรหม นี่ก็เป็น อุปบารมี คนที่บารมีต่ำมากหน่อยปรารถนาแค่สวรรค์ก็เป็น บารมีปกติ ก็ยังถือว่าเป็นความดี บารมีประเภทนี้ดีกว่าบำเพ็ญบารมีลงนรก"

ทีนี้การบำเพ็ญบารมีเขาทำกันยังไง คำว่าอธิษฐานบารมี แปลว่าตั้งใจเต็ม เราเต็มใจจะไปสวรรค์ เราเต็มใจจะไปพรหมโลก เราเต็มใจจะไปนิพพาน ก็ตั้งใจไว้ ทำสังฆทานกับพระก็ดี ถวายทานกับพระเป็นส่วนบุคคลก็ดี ให้ทานกับคนก็ดี ให้ทานกับสัตว์ก็ดี เราตั้งใจว่าการกระทำอย่างนี้เราต้องการไปนิพพาน นี่เป็น "อธิษฐานบารมี" เราต้องการไปพรหมโลกก็เป็นอธิษฐานบารมี เราต้องการไปเกิดบนสวรรค์ก็เป็นอธิษฐานบารมี เราต้องการว่าทานประเภทนี้เราให้ไปแล้วชาติหน้าขอให้รวยใหญ่ก็เป็นอธิษฐานบารมี ทีนี้ถ้าตั้งใจไว้จริงๆ มันมีผลตามนั้นเพราะกำลังของบุญกุศล ดังตัวอย่างที่จะเล่าให้ฟังดังนี้. ซึ่งเป็นเรื่องของพระอนุรุทธ

ถ้ายังไม่ต้องการไปนิพพาน ต้องการรวย เผื่อว่ายังไปไม่ถึงนิพพานก็เอารวยไว้ก่อน แล้วก็ไม่ยอมรวยชาติเดียว ต้องการรวยตั้งแต่ชาตินี้ไปจนกระทั่งถึงนิพพาน "ถ้าตั้งใจจริงๆ มันจะคล่องตัวตั้งแต่ชาตินี้ไป ฉันเคยทำมาแล้วนะ" เทศน์นี่เขาห้ามยกตัวเองเป็นตัวอย่าง แต่เมื่อตัวอย่างเคยทำมาแล้วมีผลก็ขอบอกให้ทราบ...นั่นคือเวลาทำบุญทุกอย่างให้ตั้งใจอธิษฐานแบบ "พระอนุรุทธ" พระอนุรุทธสมัยก่อน ก่อนที่ท่านจะเป็นพระอรหันต์ ในชาติก่อนๆโน้น เวลาทำบุญทุกครั้ง จะใส่บาตรก็ดี จะให้ทานก็ดี จะบูชาพระก็ตาม จะสมาทานศีลก็ตาม จะเจริญกรรมฐานก็ตาม ตั้งใจไว้อย่างเดียวโดยเฉพาะ ความจริงไม่ใช่อย่างเดียวมัน 2 อย่างว่า "ขอบุญบารมีที่ข้าพเจ้าบำเพ็ญแล้วนี้ ให้เป็นปัจจัยให้เข้าถึงนิพพานโดยง่าย แต่ว่าก่อนที่จะถึงนิพพานเพียงใด ถ้ายังเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ ขอคำว่าไม่มีจงอย่าปรากฏกับข้าพเจ้า"

จำกันให้ดีนะ จะต้องไม่อธิบายยาวเหยียด อธิษฐานอย่างโน้น อธิษฐานอย่างนี้มันจะยุ่งกันไปเปล่าๆ ขอคำว่าไม่มีจงอย่าปรากฏกับข้าพเจ้า แค่นี้พอ มันมีทุกอย่าง ทีนี้ตามบาลีท่านเล่าให้ฟังต่อว่า ในสมัยหลังชาติสุดท้าย คือว่าในทุกๆชาติ พระอนุรุทธเกิดทุกๆชาติ ชาติไหนก็ตามถ้าต้องการอย่างไหน ถ้าต้องการอย่างนั้นได้เสมอตามต้องการ ทีนี้มาว่าถึงชาติสุดท้ายมันมีความสำคัญมาก ท่านเกิดเป็นลูกเจ้า เป็นลูกของอาพระพุทธเจ้าเอง ถ้าวัดกันโดยฐานะญาติ พระอนุรุทธเป็นน้องของลูกอาพระพุทธเจ้านั่นเอง คือเป็นน้องพระพุทธเจ้า

ขนมทิพย์ เมื่อในทุกวันท่านอนุรุทธก็เล่นสนุกกับเพื่อนๆ เมื่อถึงเวลาอาหารแม่ก็ทำขนมส่งไปให้มาเลี้ยงเพื่อนด้วย ทำแบบนี้ทุกวัน ทีนี้ตามธรรมดาโบราณเขาบอกว่า เศรษฐีย่อมขาดไฟฉันใด คนที่มีฐานะดีๆ บางครั้งบางสิ่งบางอย่างก็ขาดเหมือนกัน เป็นอันว่าวันนั้นอุปกรณ์ในการทำขนมไม่มี เมื่อถึงเวลาจะเลี้ยงเพื่อน ท่านอนุรุทธได้บอกให้คนใช้ไปบอกแม่ บอกว่าเวลานี้ต้องการขนมจะมากินเอง จะเลี้ยงเพื่อนด้วย แม่ก็บอกคนใช้ไปว่า วันนี้ขนมไม่มีเพราะขาดอุปกรณ์ ท่านอนุรุทธท่าน ไม่เคยมีคำว่าไม่มี ลูกเจ้ามันมีทุกอย่าง ก็เลยส่งคนใช้บอกว่าขนมไม่มีก็เอา จะกินขนมไม่มี...บอกว่าขนมไม่มีก็เอา แม่ก็เลยคิดในใจว่า ลูกของเราเป็นลูกเจ้า มีฐานะดี ไม่เคยขาดทุกสิ่งทุกอย่าง แต่วันนี้มันขาด วันนี้อยากจะสอนให้ลูกชายรู้จักคำว่า "ไม่มี" จึงนำถาดเปล่าๆ แล้วส่งให้คนใช้แบกไป บอกให้ลูกชายฉัน เขาจะได้รู้จักคำว่าไม่มี ก็เป็นการบังเอิญอย่างยิ่งบรรดาท่านพุทธบริษัทชายหญิง จะถือว่าบังเอิญก็ไม่ได้เพราะว่าคำว่า "อธิษฐานบารมีถ้าบุคคลใดทำจริง เทวดาต้องอารักขา เทวดาอารักขาจะช่วยให้เป็นไปตามนั้น" ไม่ใช่เราคนเดียวนะ เทวดาประจำตัวเขาต้องทำด้วย เพราะว่าทุกคนที่เกิดมานี่มีเทวดารักษาตัวทุกคน ไม่ใช่รักษาองค์เดียว คนหนึ่งมีเทวดารักษาตัวหลายองค์ ขณะที่คนใช้แบกถาดไปนั่นเทวดาที่รักษาตัวก็คิดไปว่า ถ้าวันนี้พระอนุรุทธไม่มีขนมกิน เราพวกเทวดาอารักจะต้องหัวแตก 7 เสี่ยง ก็แย่ซิ เทวดาก็ตายไม่ได้ ถ้าตายไม่ได้ยังไม่ถึงเวลาจะตายต้องหัวแตก 7 เสี่ยง ก็เจ็บแย่ใช่ไหมล่ะ ไม่ได้การเราจะไม่ยอมให้มีโทษอย่างนี้ จึงเนรมิตขนมทิพย์ใส่ให้เต็มถาด พอคนใช้นำขนมไม่มีไปให้ ท่านก็เปิดฝาดู กลิ่นมันก็หอม หอมกว่าขนมธรรมดา เวลากินก็อร่อยกว่าขนมธรรมดา ลิ้นชุ่มชื่น ก็แบ่งให้เพื่อนกิน...

พอตอนเย็นท่านกลับมาบ้านก็ถามแม่ว่า "เจ้าแม่ วันก่อนๆ แม่ไม่เคยรักลูกเท่าวันนี้หรือ?"
แม่ก็ถามว่า ยังไง บอกว่าขนมไม่มี ทำไมแม่ไม่เคยทำให้กินเลยล่ะ ทำขนมอย่างอื่นให้กินมันอร่อยเท่าขนมไม่มีไม่ได้ แม่เลยสอบสวนถามว่าเรื่องความเป็นยังไง ท่านบอกว่าถาดที่ให้ไปขนมมันเต็มหมด กลิ่นมันก็หอมยวนใจอยากจะกิน กินแล้วก็อร่อยมาก ทีนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปขนมอื่นไม่กินนะแม่นะ ขอกินขนมไม่มีอย่างเดียว...ก็รวมความว่าแม่สบาย เทวดาทำทุกวัน ท่านก็ล่อขนมไม่มีทุกวัน นี่อธิษฐานบารมีนะ อย่าลืมนะ คำว่าอธิษฐานบารมีก็คือตั้งใจไว้อย่างใดอย่างหนึ่ง ให้จำไว้ ถ้าพูดถึงบารมี บอกแหม มันยากเหลือเกินๆ ความจริงไม่ยาก ถ้าโง่มาก จะยากมาก โง่น้อย ยากน้อย ฉลาดมาก ง่ายมาก ฉลาดน้อยก็เรียกว่าง่ายน้อยลงไป

กัลยาณมิตรท่านใดที่ยังไม่เคยทราบเรื่องราวแบบนี้มาก่อนก็ลองนำพระธรรมเทศนาขององค์หลวงพ่อท่านไปประพฤติปฏิบัติกันดูนะครับ ไม่ยากไม่เย็นอะไรเลย เพียงแต่ค่อยๆฝึกค่อยๆทำ ความคล่องตัวก็จะได้เกิดขึ้น...หลังทำบุญกุศลทุกๆครั้ง ตั้งจิตอธิษฐานทันทีต้องการ หรือปรารถนาสิ่งใดอันประเสริฐในทุกภพทุกชาตินับจากนี้ ก่อนจะถึงซึ่งพระนิพพาน ก็จัดไปครับ ดังนั้น อธิษฐานบารมี คือ 1 ในทศบารมีที่ไม่ควรมองข้าม...!!!

ที่มา : หนังสือ คำสอนหลวงพ่อวัดท่าซุง 21
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
พุทธรักษา (20-03-19), Nakamura (01-04-19)
ตอบ

Tags
เหตุแห่งคำอธิษฐาน


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 03:08


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่