อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > หอมหาปุญโญ

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 10-08-11, 12:57
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,144
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,851
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,963 ครั้ง ใน 77,963 ข้อความ
พลังบุญ: 56711
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ห้องบุญพระเมตตาสงเคราะห์รับนิมนต์เป็นอัศจรรย์

นางจูฬสุภัททาเป็นธิดาของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ได้บรรลุธรรมเป็นพุทธสาวิกา ตั้งแต่ยังเด็ก ข่าวว่าในสมัยหนุ่มท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเป็นเพื่อนร่วมรุ่นในสำนักเรียนเดียวกันกับอุคคเศรษฐี ชาวอุคคนคร และเคยตกลงกันไว้ว่า ถ้ามีบุตรธิดาจะเกี่ยวดองกัน เมื่อเรียนจบแล้วต่างก็แยกย้ายกลับเมือง และดำรงตำแหน่งเศรษฐีประจำเมืองนั้นๆ สืบต่อมา
วันหนึ่ง ท่านอุคคเศรษฐีได้มาค้าขายที่เมืองสาวัตถี เมื่อทราบข่าวว่าเพื่อนมาเยี่ยมก็ดีใจยิ่งออกมาต้อนรับพร้อมกับเรียกลูกสาวจูฬสุภัททาอยู่คอยปรนนิบัติท่านอุคคเศรษฐี นางได้ปรนนิบัติท่านเศรษฐีอย่างเต็มที่สร้างความพอใจให้กับท่านเป็นอย่างยิ่ง เมื่อมีโอกาสอยู่กันตามลำพังกับอนาถบิณฑิกเศรษฐีก็เอ่ยปากทวงถามถึงสัญญาที่เคยให้ไว้แก่กัน จึงขอนางจูฬสุภัททาไปเป็นลูกสะใภ้
ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐียังไม่รับปากทันที จะให้คำตอบในเวลาเย็น เพราะทราบว่าท่านอุคคเศรษฐีมิได้นับถือพระพุทธศาสนา ท่านนับถือลัทธิชีเปลือย จึงเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้ากราบทูลให้ทรงทราบ พระพุทธองค์เห็นอุปนิสัยของอุคคเศรษฐีที่จะบรรลุธรรม จึงทรงอนุญาต อนาถบิณฑิกเศรษฐีกลับจากวัดแล้ว จึงปรึกษากับภรรยา ก็ตอบตกลงรับคำกับอุคคเศรษฐี แล้วได้กำหนดวันแต่งงาน
ในวันส่งตัวเจ้าสาว อนาถบิณฑิกเศรษฐีได้ส่งนางจูฬสุภัททาด้วยขบวนอันใหญ่โตมโหฬาร ให้โอวาท 10 ข้อ ส่งพราหมณ์ 8 คน คอยเป็นที่ปกป้องลูกสาวทำนองเดียวกันกับธนัญชัยเศรษฐีส่งนางวิสาขาไปบ้านสามี ได้ถวายทานแก่ภิกษุสงฆ์ที่พระพุทธเจ้าเป็นประมุข ประกาศให้ชาวเมืองทราบเป็นอย่างสมเกียรติ
ในวันแต่งงาน อุคคเศรษฐีได้เชิญชีเปลือยที่ตนเคารพนับถือมาในงานนี้ด้วย แล้วเรียกนางจูฬสุภัททาว่าที่ลูกสะใภ้ให้เข้าไปไหว้ชีเปลือยเหล่านั้นด้วยคำว่า”ไปไหว้พระอรหันต์” นางจูฬสุภัททาพอได้ยินคำว่าพระอรหันต์เท่านั้นก็ดีใจรีบไป แต่พอเยี่ยมหน้าไปเห็นสมณะชีเปลือยเหล่านั้นเท่านั้น นางก็เดินกลับห้องไปพร้อมกับว่า “ผู้ไม่มีความละอาย ไม่ควรเป็นพระอรหันต์” สร้างความอับอายและเสียใจแก่เศรษฐีเป็นอย่างยิ่ง พวกชีเปลือยด่าเศรษฐีหาว่านำคนไม่ดีมาสู่ตระกูลครอบครัว ยุงยงให้ส่งนางกลับคืนบ้านไป ด้วยอารมณ์โกรธที่มีอยู่แล้ว เศรษฐีจึงเอ่ยปากขับไล่นางกลับบ้านไป
นางจูฬสุภัททาได้เรียกพราหมณ์ทั้ง 8 คนมารับทราบ พร้อมกับยืนยันความบริสุทธิ์ของตน พราหมณ์ได้ชี้แจงให้ท่านเศรษฐีทราบและยินยอมยกโทษให้ถึงกระนั้นก็อยากจะทราบว่าสมณะที่ลูกสะใภ้นับถือและสรรเสริญว่าเป็นพระอรหันต์นั้นเป็นเช่นไร จึงเอ่ยปากให้นางนำมาแสดงภายในพรุ่งนี้เช้า
ในตอนเย็นของวันนั้น นางจูฬสุภัททาจึงขึ้นไปยืนอยู่บนปราสาทชั้นบนผินหน้าไปทางวัดเชตวัน ไหว้ด้วยความเคารพ พร้อมอธิษฐานจิตระลึกถึงพระพุทธคุณ กราบทูลนิมนต์พระพุทธเจ้าพร้อมภิกษุสงฆ์จำนวน 500 รูป ฉันภัตตาหารเช้าในวันพรุ่งนี้ แล้วก็โปรยดอกมะลิ 8 กำไปในอากาศ ดอกไม้ได้ปรากฏเป็นเพดานลอยอยู่บนพระพุทธเจ้าที่กำลังแสดงธรรมอยู่ ณ วัดเชตวันในขณะนั้นเอง
เมื่อพระพุทธองค์แสดงธรรมจบ อนาถบิณฑิกเศรษฐีได้กราบนิมนต์ฉันเช้าในวันพรุ่งนี้ พระพุทธองค์จึงได้ตรัสให้ทราบว่า นางจูฬสุภัททาได้นิมนต์พระองค์พร้อมภิกษุสงฆ์จำนวน 500 รูป ไปฉันที่อุคคนครแล้ว “จูฬสุภัททาอยู่ไกลตั้ง 120 โยชน์มานิมนต์ได้อย่างไร พระเจ้าข้า “ท่านเศรษฐี สัตบุรุษแม้อยู่ที่ไกล ก็ปรากฏเหมือนยืนที่ตรงหน้า” แล้วตรัสเรียกพระอานนท์ให้ไปแจกสลากแก่ภิกษุสงฆ์ที่บรรลุพระอรหันต์และอภิญญา 6 จำนวน 500 รูป
ดึกคืนนั้นนางจูฬสุภัททานอนไม่หลับเพราะไม่สบายใจว่าพระพุทธองค์จะทรงรับกิจนิมนต์ของนางหรือไม่ ท้าวเวสสุวรรณมหาราชจึงมาบอกให้นางทราบว่าพระพุทธเจ้าทรงรับกิจนิมนต์ของนางแล้ว นางดีใจเป็นอย่างยิ่ง ได้ตระเตรียมถวายทานอย่างเดียว
ท้าวสักกะมหาราชพอทราบว่าพระพุทธเจ้ารับคำนิมนต์นางจูฬสุภัททาแล้ว ก็สั่งให้วิสสุกรรมเทพบุตรไปนิเนรมิตเรือนยอด 500 หลัง เพื่อรับเสด็จพระพุทธเจ้าและภิกษุสงฆ์จำนวน 500 รูปเพื่อฉันภัตตาหารที่อุคคนคร
พระพุทธองค์ได้เสด็จไปอุคคนครพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ 500 รูป รับการถวายทานของนางจูฬาสุภัททา ท่านเศรษฐีและชาวเมืองเห็นการเสด็จมาของพระพุทธเจ้าและภิกษุสงฆ์อย่างยิ่งใหญ่ได้เกิดความเลื่อมใสตั้งถวายทาน และฟังธรรมของพระพุทธเจ้า ในเวลาจบพระธรรมเทศนาท่านเศรษฐีและชาวเมืองได้บรรลุโสดาปัตติผล และได้นิมนต์พระพุทธเจ้าเพื่อถวายมหาทานอีกเป็นเวลา 7 วัน พระพุทธศาสนาได้ไปประดิษฐาน ณ อุคคนครตั้งแต่วันนั้น
นับได้ว่านางจูฬสุภัททามีบทบาทที่สำคัญมาในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและเป็นสาวิกาที่ควรนำเอามาเป็นแบบอย่างที่ดีได้ เป็นที่พึ่งทั้งแก่ตนเองและผู้อื่นได้ สามารถชักนำอุคคเศรษฐีให้หันมานับถือพระพุทธศาสนาเป็นที่พึ่งของชาวเมืองได้
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 5 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 10:19


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่