อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > ห้องส่งบารมี ๑๐

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 12-11-10, 14:04
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,181
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,855
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 78,006 ครั้ง ใน 78,006 ข้อความ
พลังบุญ: 56791
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile วนอุทยานแห่งชาตินายูง - น้ำโสม

อภิญญา-วนอุทยานแห่งชาตินายูง - น้ำโสม-03032_001%5B1%5D-jpg
วนอุทยานนายูงน้ำโสม อยู่ในอำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ น้ำตกยูงทอง ตั้งอยู่บ้านสว่าง หมู่ที่ 2 ตำบลนายูง อำเภอนายูง เป็นน้ำตกตั้งอยู่บนสันเขาภูพานและภูย่าอู มีลำน้ำไหลผ่านโขดหินสลับซับซ้อนสวยงาม ท่ามกลาง ความเขียวขจีของแมกไม้นานาพันธุ์ น้ำตกยูงทองเป็นน้ำตกขนาดเล็ก มี 3 ชั้น อยู่ห่างจากตัวเมืองอุดรธานีประมาณ 103 กม. การเดินทางจากตัวจังหวัดอุดรธานี ผ่านเข้าอำเภอบ้านผือและอำเภอน้ำโสม เมื่อถึงอำเภอน้ำโสมจะมีทางแยกจากหมู่บ้านน้ำซึม หรือ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "สามเหลี่ยม" ต่อไปอีกประมาณ 17 กม.ก็จะถึงทางแยกไปวนอุทยานฯ ซึ่งเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางของ รพช. ตลอดสายและมีสภาพดี
หมายเหตุ สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp...?npid=239&lg=1

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 17 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (12-11-10), Attawat_Rx (24-07-11), พรรณวดี (13-11-10), พุทธรักษา (13-11-10), ก้อนดิน (21-12-10), สัพพัญญู (08-12-10), สุธัมมา (12-11-10), จิตประภัสสร (14-11-10), ปาริฉัตรมณี (12-11-10), Eang (23-12-11), Jira (14-12-10), lekmungchon (28-12-16), Nakamura (31-12-18), Peach (06-12-10), Rich (04-01-12), rossukon (24-12-10), Sati (04-12-10)
  #2  
เก่า 06-02-12, 13:47
ชฎารัตน์
Guest
 
ข้อความ: n/a
Default ข้อมลูอัพเดทจากคุณบุญมีแห่งวนอุทยานนายูง-น้ำโสมค่ะ



ในช่วงระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาทางวนอุทยานได้มีการเติบโตขึ้นและมีการจัดกิจกรรมต่างๆ มากมายค่ะ

โดยกิจกรรมที่จัดทำมีดังนี้
1. การจัดทำค่ายลูกเสือ
2. ค่ายอนุรักษ์ธรรมชาติ
3. กิจกรรมบำบัดผู้ติดยา

โดยกิจกรรมข้างต้นเป็นความร่วมมือของโรงเรียน องค์กรต่างๆ ที่ได้ให้ทางวนอุทยานออกแบบและจัดกิจกรรมให้
ซึ่งนอกจากกิจกรรมแล้ว ทางวนอุทยานได้มีบ้านพักรับรองที่สามารถรองรับได้ถึง 60 คน และเต้นท์ที่สามารถรองรับคนที่จะมาเข้าพักได้มากขึ้นถึง 200 คน

4. กิจกรรมทางด้านศาสนา
ในส่วนของการปฏิบัติธรรม ทางวนอุทยานได้ทำการสนับสนุนผู้ที่สนใจจะมานั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรมเช่นกัน
โดยคุณบุญมีแจ้งว่าหากผู้ใดสนใจสามารถติดต่อที่หลวงตาอินทร์ วันป่านาคำน้อย ซึ่งอยู่หากจากวนอุทยานไปเพียง 4 กิโลก็ได้ (รายละเอียดด้านล่างค่ะ) หรือหากต้องการมาพักที่วนอุทยานก็ได้เช่นกันค่ะ

1 ปีที่ผ่านมา ทางวนอุทยานได้จัดทำโครงการจูงลูกจูงหลานเข้าวัด 2 ครั้งค่ะ ครั้งหนึ่งเป็นระยะเวลา 5 วัน
วัตถุประสงค์คือให้ครอบครัวที่ต้องการขจัดปัญหาความห่างเหิน ให้มาใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ร่วมกันโดยเข้าร่วมปฏิบัติธรรมกับโครงการนี้ ซึ่งแต่ละครั้งมีครอบครัวเข้าร่วมกิจกรรมถึง 10 ครอบครัวค่ะ



รายละเอียดวัดป่านาคำน้อยค่ะ (�Ѵ��ҹҤӹ��� �.���٧ �.�شøҹ�)


วัดป่านาคำน้อย เดิมชื่อ วัดอุดมมงคลวนาราม เป็นนามที่ได้รับเมตตาประทานจากหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน แต่ต่อมาทางราชการมีแนวคิด เกี่ยวกับการตั้งชื่อวัดให้สอดคล้องกับชื่อหมู่บ้านที่ตั้งของวัด จึงได้ใช้นามว่า “วัดป่านาคำน้อย” ในปัจจุบัน
สถานที่ตั้งวัด อยู่ที่หมู่ 7 บ้านนาคำน้อย ตำบลบ้านก้อง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี
รหัสไปรษณีย์ 41380 มีพื้นที่ในปัจจุบัน 1,350 ไร่ เริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2523
ประวัติการก่อตั้งวัด วัดป่านาคำน้อย ได้รับการตั้งเป็นวัดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2529 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2531 ตามบัญชีรายชื่อวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา งวดที่ 6 ประจำปี 2530 ลำดับที่ 36
วัดนาคำน้อย ตำบลบ้านก้อง อำเภอน้ำโสม (ในขณะนั้น) จังหวัดอุดรธานี ขนาดวิสุงคามสีมา กว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร ดังประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 105 ตอนที่ 14 วันที่ 22 มกราคม 2531 กองพุทธสถานกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 เพื่อดำเนินตามแนวทางที่องค์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้เมตตาชี้แนะไว้ว่า “สถานที่นี้เหมาะสำหรับผู้สนใจภาวนาเพราะเป็นป่า เป็นเขาสงบสงัด”

สภาพก่อนที่จะต้องเป็นวัด
ท่านพระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก ขณะนั้นจำพรรษอยู่ที่วัดป่าบ้านตาด ได้ธุดงค์มาในเขตนี้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้ ในขณะนั้นเป็นพื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่านายูง และป่าน้ำโสม มีสภาพทรุดโทรม และเป็นพื้นที่ป่าที่ได้รับสัมปทานไปแล้วหลายวาระ ประกอบกับเป็นพื้นที่สีชมพู อยู่ในเขตปฏิบัติการณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย น่าจะได้รับการฟื้นฟูทั้งทางรูปธรรม และนามธรรม โดยที่ท่านพระอาจารย์ได้เคยวิเวกมาในแถบนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 เป็นต้นมา หลายวาระด้วยกัน
จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2523 ได้ธุดงค์มาอีกรอบหนึ่ง ในครั้งนี้ ได้ธุดงค์มาปักกลด ณ บริเวณต้นสะท้อน ริมห้วยราง (ตรงบริเวณที่เป็นโรงครัวในปัจจุบัน) เห็นว่าเป็นสถานที่สัปปายะ น่าจะได้มีการจัดตั้งเป็นวัดปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา จึงได้ชักชวนคณะศรัทธาญาติโยม หมู่เพื่อนสหธรรมิกพุทธบริษัททุกหมู่เหล่า มาร่วมกันก่อสร้างเป็นสำนักปฏิบัติกรรมฐาน สายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

สภาพป่าภายในบริเวณวัด
เป็นป่าที่สมบูรณ์ประมาณ 600 ไร่ แต่ได้รับการปลูกเสริมเพิ่มเติม เช่น สัก ประดู่ มะค่า ยาง กระบาก ตะแบก ตะเคียนทอง เป็นต้น ปัจจุบันได้ปลูกเสริมจนเต็มพื้นที่ จึงสามารถมองเห็นสภาพป่าดั้งเดิมและปลูกเสริมใหม่เจริญเติบโตร่วมกัน

สัตว์ป่าภายในวัด
เนื่องจากพื้นที่นี้แต่เดิมเป็นป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์ จึงมีสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่ เช่น หมูป่า กระรอก ค่าง ลิง ชะนี งูจงอาง งูเห่า เ**้ย กระจง นิ่ม และนกชนิดต่าง ๆ

สิ่งก่อสร้างที่สำคัญภายในวัด
ศาลาอเนกประสงค์ ขนาด 2 ชั้น พื้นที่กว้าง 16 เมตร ยาว 24 เมตร เป็นสถานที่ที่พระสงฆ์ใช้ทำสังฆกรรม เป็นที่ฉันภัตตาหาร เป็นที่บำเพ็ญกุศลในโอกาสต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกุฏิถาวร ประมาณ 15 หลัง และร้านพักพระประมาณ 40 หลัง โรงน้ำร้อน โรงครัว และที่พักฝ่ายอุบาสก อุบาสิกาจำนวน รวม 15 หลัง และถนนคอนกรีตเชื่อมโยงภายในวัดรวมเส้นทาง 4 กม.เศษ

พระเมตตาจากองค์หลวงตา
กำแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดความสูง 2.45 เมตร ยาว 6.75 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 1,350 ไร่ มูลค่า 20 ล้านบาทเศษ และฝายน้ำล้น ฝายเก็บกักน้ำหลายแห่งภายในวัด ได้รับเมตตาอุปถัมภ์ในการก่อสร้าง จากองค์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์แก่สรรพสัตว์ที่ได้มาอาศัยอยู่ให้ได้รับความร่มเย็นตาม อัตภาพ

สถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน
เป็นที่ตั้งของลูกข่าย สถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน รับสัญญาณจากสถานีแม่ที่วัดป่าบ้านตาด ขนาดคลื่นความถี่ 107.25 MHZ ครอบคลุม พื้นที่อำเภอบ้านผือ น้ำโสม นายูง (จังหวัดอุดรธานี) สุวรรณคูหา (จังหวัดหนองบัวลำภู) สังคม(จังหวัดหนองคาย) และจังหวัดเลยบางส่วน

จำนวนพระสงฆ์จำพรรษา
ในแต่ละปีจะมีพระสงฆ์จำพรรษา ประมาณ 30-40 รูป ในภาคฤดูร้อน เป็นสถานที่ที่พระสงฆ์ที่อุปสมบทจากกรุงเทพมหานคร มาพำนักปฏิบัติธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อปี พ.ศ. 2548-2550 มีนักศึกษาแพทย์ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล มาบวชศึกษาภาคปฏิบัติ เป็นต้น

การอบรมพระภิกษุสามเณร และศรัทธาญาติโยม
ได้กระทำทุกปีทั้งในหน้าแล้ง หน้าฝน ในฤดูจำพรรษา ก็มีอุบาสกอุบาสิกามาอยู่จำศีล ภาวนาประมาณ 100 คนเศษ

ขยายและส่งเสริม สำนักและวัดปฏิบัติธรรม
เมื่อท่านพระอาจารย์ได้มาจำพรรษาในแถบนี้ รวมทั้งในแถบอื่นหลายวัดด้วยกัน เช่น วัดป่าภูก้อน วัดป่าบ้านเพิ่ม วัดป่าหลุบเลา วัดป่าแค วัดป่าบ้านก้อง วัดป่าวังแข้ อำเภอนายูง วัดป่าโคกสาคร อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี เป็นต้น

คุณบุญมีแจ้งเพิ่มเติมว่าหลวงตาอินทร์แห่งวัดป่านาคำน้อยได้ซื้อที่ดินถัดจากวนอุทยานไปอีก 40-50 ไร่ โดยท่านตั้งใจว่าจะทำเป็นสถานปฏิบัติธรรมค่ะ


ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ ในข้อความนี้
ก้อนดิน (06-02-12), ปาริฉัตรมณี (02-07-12), Rich (06-02-12)
ตอบ

Tags
อภิญญา๖, ตามรอยพระบาท, นิพพาน, น้ำตกยูงทอง


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 11:15


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่