อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > อภิญญาธรรม

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 25-07-16, 00:00
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default พลังทองเลน: รับและให้ สื่อใจถึงใจ ( ตอนต่อ จาก ลมปราณ )



พลังทองเลน: รับและให้ สื่อใจถึงใจ
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 25-07-16, 00:01
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

เคยบ้างไหมคะเวลาไปเยี่ยมผู้ป่วยแล้วเห็นเขาเจ็บปวดทุกข์ทรมานจากโรคภัย หรือนอนไม่รู้สึกตัว แต่ดูเหมือนเราจะช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย วางตัวไม่ถูก ไม่รู้จะพูดอะไรดี มือไม้มันเกะกะ เก้ๆ กังๆ ไปหมด ได้แต่รำพึงอยู่ในใจว่า “นี่ถ้าเจ็บแทนได้อยากจะเจ็บแทนเขาจัง จะได้รู้สึกดีขึ้นกว่านี้” หากคุณเคยรู้สึกเช่นนี้ หรือมีหัวใจรักและปรารถนาดีที่พร้อมแบ่งเบาความทุกข์ของเพื่อนมนุษย์อย่าง ไม่มีเงื่อนไข ตอนนี้มีทางเลือกแล้วค่ะ ด้วยการทำภาวนาทองเลนให้กับผู้ป่วย


‘ทองเลน’ เป็นภาษาทิเบต แปลว่า ’รับและให้’ หมายถึง รับเอาความทุกข์ของผู้ป่วยหรือผู้ที่เรารักมาไว้ที่ตัวเรา และแปรเปลี่ยนเป็นพลังแห่งความสุข ความมีชีวิตชีวาคืนกลับไปเยียวยาเขา ทองเลนเป็นการเจริญภาวนาที่อาศัยจินตนาการและความรักความเมตตาอย่างยิ่ง เพราะเราต้องพร้อมรับเอาความทุกข์ทั้งมวลของเขา มิใช่เพียงแค่แผ่ความสุขความปรารถนาดีให้เท่านั้น การภาวนาทองเลนทำได้ทั้งต่อหน้าข้างเตียงผู้ป่วย หรือแม้อยู่ห่างไกลกัน ผ่านการตั้งจิตจินตนาการถึงเขาตามลำดับดังที่จะแนะนำต่อไปนี้ค่ะ


» นั่งสบายๆ ข้างๆ ผู้ป่วย ใช้มือสัมผัสส่วนใดส่วนหนึ่งของเขา เช่น แขน มือ หน้าผาก ปลายเท้า หรือส่วนที่คิดว่าเขาเจ็บปวดอยู่ บอกให้เขาทำใจสบายๆ ผ่อนคลาย หากมีความเจ็บปวดความทุกข์ใดให้ปล่อยออกมาให้หมด และหลับตาลงเบาๆ (หากผู้ป่วยอยู่ไกล ให้น้อมระลึกเห็นภาพเขานอนอยู่เบื้องหน้าเรา)




» ทำใจให้สงบ ด้วยการตามลมหายใจเข้าและออก ปล่อยวางความคิดนึกต่างๆ ลงชั่วคราว หายใจเข้ารู้สึกถึงความสดชื่น หายใจออกรู้สึกถึงความผ่อนคลาย





» น้อมนำความเมตตากรุณามาสู่ใจเรา อาจระลึกถึงพระพุทธองค์ พระโพธิสัตว์ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราเคารพนับถือผู้เต็มเปี่ยมด้วยเมตตาและกรุณาอัน ยิ่งใหญ่ ขอให้พระองค์ทรงบันดาลให้ความเมตตากรุณาในใจเราได้เบ่งบาน ให้เราเปิดใจพร้อมแบ่งเบาความทุกข์ของสรรพชีวิตโดยไม่ผลักไส และแบ่งปันความสุขให้อย่างไม่มีจำกัด ไม่มีประมาณ




» น้อมใจนึกถึงผู้ป่วยที่กำลังนอนบนเตียงเบื้องหน้าเรา ในจินตนาการ ขอให้เราทอดสายตาไปยังร่างกายของเขา เริ่มจากศีรษะ ลงมาที่หน้าอก ลำตัว จนมาถึงขาและเท้า รับรู้ถึงความทุกข์ ความเจ็บปวด ตลอดจนความวิตกกังวล ความกลัว ความหม่นหมองที่กำลังเกิดขึ้นกับเขา หายใจเข้าบอกตัวเองว่าพร้อมเปิดใจรับเอาความทุกข์ความเจ็บปวดของเขามาไว้ที่ ตัวเรา หายใจออกบอกตัวเองว่าพร้อมมอบความรักความปรารถนาดีคืนกลับไปเยียวยาเขา




» จินตนาการว่าความทุกข์ทั้งมวลของเขาแปรเปลี่ยนเป็นกลุ่มควันสีดำคล้ำ สกปรก และร้อนผ่าวผุดขึ้นมาจากร่างกายทุกส่วนและเกาะกลุ่มรวมกันเป็นสายเคลื่อน เข้ามาที่ตัวเรา หายใจเข้า...ขอให้น้อมรับกลุ่มควันสีดำคล้ำเข้ามาไว้ที่กลางใจโดย ไม่ผลักไสหรือต่อต้าน ให้มันค่อยๆ ทำลายความเห็นแก่ตัว ความโลภ ความโกรธ ความหลงใหลในตัวตนที่เกาะกุมจิตใจออกไปทีละชั้นๆ เป็นการชำระล้างอกุศลกรรมต่างๆ ออกไปจากใจเราทีละน้อยๆ จนเหลือแต่โพธิจิตเปล่งประกายสว่างไสวอยู่กลางใจ
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 25-07-16, 00:03
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

» จินตนาการต่อไปว่าโพธิจิตที่สว่างไสว ได้เปลี่ยนกลุ่มควันสีดำคล้ำให้กลายเป็นลำแสงฉ่ำเย็นสีขาวนวล เป็นลำแสงแห่งความสุข ความมีชีวิตชีวา และความเบิกบาน หายใจออก...จินตนาการว่าเรากำลังเปล่งรังสีนวลใสแห่งความสุขและความปีติแผ่ไปยังผู้ป่วยที่กำลังนอนอยู่เบื้องหน้า รัศมีนวลใสโอบคลุมร่างทั้งร่างของเขาไว้ นำเอาความสุข ความมีชีวิตชีวา และกำลังวังชาให้แก่เขา ในจินตนาการ รัศมีนวลใสได้แผ่ซ่านไปทั่ว สัมผัสทุกอณู ทุกเม็ดเลือด ทุกเซลล์ในร่างกายของเขา สมานแผลภายใน ขจัดเนื้อร้ายและสารพิษออกไปจากร่างกาย ปัดเป่าสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้อวัยวะต่างๆ ข้องขัดและเจ็บป่วย ในขณะเดียวกันรัศมีนวลใสยังเยียวยาจิตใจของเขา บรรเทาความเศร้าหมอง หวาดหวั่น กังวล และความทุกข์ทั้งมวล เปรียบเสมือนแสงทิพย์ที่ชำระอกุศลต่างๆ ออกไปจากใจ เกิดความรู้สึกโปร่งเบา ผ่องแผ้ว แช่มชื่น เข้ามาแทนที่

» หายใจเข้า-ออก จินตนาการซ้ำๆ เช่นนี้จนรู้สึกว่ากลุ่มควันสีดำคล้ำค่อยๆ จางลง แต่รัศมีนวลใสยังคงแผ่ออกมาจากกลางใจอย่างต่อเนื่อง และยังคงเยียวยาร่างกายและจิตใจของเขาต่อไป จนควันสีดำจางหายไปจนหมดสิ้น


» ในจินตนาการ พลังชีวิตค่อยๆ คืนกลับมาสู่ผู้ป่วย ขณะที่รัศมีนวลใสค่อยๆ เลือนหายไป เราทอดสายตาไปยังคนไข้อีกครั้ง และพบว่าเขากลับมามีชีวิตชีวา มีกำลังวังชาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ใบหน้ามีน้ำมีนวล ผิวพรรณผ่องใส บรรยากาศในห้องที่หม่นหมองเริ่มสว่างไสว เขาเริ่มยิ้มแย้มและรู้สึกแช่มชื่นเบิกบาน เต็มเปี่ยมด้วยพลังชีวิต


» หายใจเข้าสดชื่น หายใจออกผ่อนคลาย...และค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ


การภาวนาทองเลนอาจใช้เวลาเพียงแค่ ๑๐-๑๕ นาทีต่อครั้งหรืออาจน้อยกว่านั้นหากมีสมาธิดี ที่สำคัญถ้าทำด้วยจิตใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความรัก เมตตา ปรารถนาดี อยากแบ่งเบาความทุกข์ อยากช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นอย่างจริงใจ ไม่เกรงกลัว ไม่ผลักไสควันดำ มีสติมั่นคงอยู่กับจินตนาการ จะยิ่งมีพลังมากในการเยียวยา ผู้รับสามารถรับรู้ถึงความจริงใจ ความอบอุ่นอ่อนโยนที่ส่งผ่านสัมผัสมาได้ หลายคนกล่าวว่าเพียงช่วงเวลาสั้นๆ เขารู้สึกผ่อนคลาย สบาย อาการเจ็บปวดบรรเทาลงไป สามารถนอนหลับได้และตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นอย่างน่าประหลาด และที่สำคัญที่สุดคือให้ความรู้สึกมั่นคงอบอุ่นมาก รู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่าที่ยังมีคนห่วงใย คอยอยู่ข้างๆ เป็นเพื่อนกันยามทุกข์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการมากที่สุดเพื่อเยียวยาจิตใจให้ฟื้นคืนพลัง ขึ้นมาอีกครั้ง


เวลานำการภาวนาทองเลนไปใช้กับผู้ป่วยบางครั้ง อาจประยุกต์ให้ง่ายขึ้นด้วยการบอกผู้ป่วยว่าจะขอแบ่งเบาความทุกข์ความเจ็บ ปวดของเขามา และส่งความสุขคืนกลับไปให้ ให้เขาทำใจสบายๆ ผ่อนคลาย แล้วทำทองเลนให้โดยไม่จำเป็นต้องบอกว่ากำลังจะทำทองเลน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดคิดว่ากำลังทำคุณไสย แล้วจะยุ่งกันไปใหญ่ เราอาจจะชวนญาติๆ ที่เฝ้าอยู่มาร่วมทำด้วยยิ่งดี ส่วนใครที่กลัวว่ารับเอาควันดำเข้ามาแล้วจะมีโทษกับตัวเองหรือไม่นั้น อาจมีบางคนที่รู้สึกเหนื่อย ปวดเมื่อยร่างกาย หรือปวดศีรษะ ซึ่งอาจมาจากความตั้งใจมากหรือเพ่งเกินไป บางคนเมื่อรู้ตัวว่าเพ่งแล้วผ่อนคลายลง อาการดังกล่าวจะบรรเทาลงไป หรือจะใช้การผ่อนคลายร่างกาย เดินรับพลังจากต้นไม้ใหญ่จากธรรมชาติก็ช่วยได้ดี แต่หากเราคิดว่าความทุกข์เพียงแค่นี้ยังเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับความทุกข์ ของผู้ป่วย ก็จะช่วยให้ความทุกข์ของเราเล็กลงไป และมีพลังฟื้นคืนมาได้ไม่ยากค่ะ ขอให้เชื่อมั่นในพลังเมตตากรุณาในตัวเราว่าจะสามารถเยียวยาทั้งผู้ป่วยและ ตัวเราเองได้ สู้..สู้..
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 25-07-16, 00:04
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

หมายเหตุ ::


" ข้าพเจ้าขอขมาพระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิทั้งหลาย

ด้วยการเผยแผ่ เรื่อง " ทองเลน "

ขอให้ข้าพเจ้า " มีสติสัมปชัญญะทุกเมื่อเถิด "


อ้างอิง พลังทองเลน: รับและให้ สื่อใจถึงใจ | โครงการเผชิญความตายอย่างสงบ
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

Tags
มหายาน, วัชระยาน, ทองเลน, ทิเบต


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 01:13


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่