อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > เบ็ดเตล็ด

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #11  
เก่า 19-06-12, 18:28
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default




ผัก + สมุนไพร : อาหารไทย



กระชาย [Finger Root] : เลือกรากที่สด อวบอ้วน เนื้อจะมีน้ำมาก กลิ่นหอม รสซ่า ล้างให้สะอาดก่อนใช้ ขูดเอาเปลือกออก แล้วล้างอีกครั้ง สรรพคุณ ช่วยไล่แก๊ส, ช่วยในระบบการย่อยอาหาร บรรเทาอาการจุกเสียดกระเพาะอาหาร กระชายยังอุดมด้วยวิตามิน เอ, บี12 และแคลเซียมด้วย

พริกแห้ง [Dried Chilies] : พริกแห้งโดยทั่วไปมักจะนำไปคั่วและตำให้ละเอียดเพื่อใช้เป็นเครื่องปรุง นอกจากนั้นพริกแห้งยังนิยมใช้ในการทำอาหารประเภทแกง สรรพคุณของพริกช่วยทำให้เจริญอาหาร ยังช่วยไล่แก๊ส, ลดเสมหะ, ขับปัสสาวะ และยังช่วยบรรเทาอาการอาหารไม่ย่อยอีกด้วย.


หัวหอมใหญ่ [Onions] : หอมใหญ่ที่มีคุณภาพดีจะต้องมีน้ำหนักมาก ผิวแห้งและเรียบ เพื่อให้เก็บได้นานขึ้น ควรเก็บในที่ที่มีอากาศถ่ายเท ไม่ควรแช่ไว้ในตู้เย็น


ข่า [Galangal] : เป็นพืชในตระกูลเดียวกับขิง มีรสเผ็ดร้อนและกลิ่นแรง ไม่เหมือนกับขิงธรรมดาทั่วไป ควรเลือกซื้อเฉพาะข่าอ่อน รากอวบอ้วน และผิวมีสีชมพูอ่อน สรรพคุณของข่าคือ ช่วยไล่แก๊สในลำไส้ และรักษาโรคท้องร่วง โรคบิด และยังช่วยลดเสมหะ


ตะไคร้ [Lemongrass] : ควรเลือกซื้อตะไคร้ที่ฐานบริเวณลำต้นอวบอ้วนและมีสีม่วงอ่อน เวลาใช้ต้องควรปอกเปลือกข้างนอกออกจนกระทั่งเห็นเนื้อข้างในที่มีสีชมพู สรรพคุณของตะไคร้คือช่วยในส่วนการย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ และช่วยบรรเทาอาการอาเจียน นอกจากนั้นยังช่วยลดความดัน และไล่แก๊ส ตะไคร้ยังใช้เป็นยาบรรเทาอาการเป็นไข้ และลดอาการปวดท้อง



หอมแดง [Shallots] : หอมแดงที่มีผิวสีม่วงอมแดง ให้กลิ่นที่แรงกว่าหอมแดงที่มีผิวสีออกเหลืองอ่อนซึ่งจะมีรสออกหวานกว่าเล็ก น้อย สรรพคุณของหอมแดงช่วยไล่แก๊ส ขับปัสสาวะ และช่วยรักษาอาการไข้

กระเทียม [Garlic] : กระเทียม ของไทยมักจะมีกลีบที่เล็ก เปลือกที่บางแต่ให้กลิ่นที่แรง ควรเก็บกระเทียมไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท สรรพคุณของกระเทียมช่วยลดความดัน ลดคลอเลสเตอรอล และลดน้ำตาลในเลือด นอกจากนั้นยังช่วยเสริมภูมิต้านทานของร่างกายอีกด้วย

ขิง [Ginger] : มักจะใช้ในการทำอาหารสองรูปแบบ คือ ขิงอ่อนมักจะนำไปหั่นบางๆ และวางบนหน้าปลานึ่ง ขณะที่ขิงแก่ซึ่งมีกลิ่นแรงและรสเผ็ดร้อนมักจะนำไปทำเป็นน้ำซ๊อส สรรพคุณของขิงช่วยไล่แก๊ส ลดการหดเกร็งของลำไส้ และบรรเทาอาการอาเจียน นอกจากนั้นยังช่วยลดอาการปวดหัว ปวดท้อง


มะกรูด [Kaffir Lime] : เป็นพืชที่มีกลิ่นที่หอมมากโดยเฉพาะใบของต้นมะกรูด ซึ่งในการประกอบอาหารสามารถนำใบมะกรูดไปหั่นซอยให้เป็นชิ้นเล็กๆ หรือฉีกเพื่อเติมลงไปในอาหารก็ได้ นอกจากนั้นยังสามารถนำไปผสมในการทำเครื่องแกงได้อีกด้วย สรรพคุณของมะกรูดคือ ช่วยไล่แก๊สและบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ น้ำมะกรูดยังใช้เป็นยารักษาโรคลักปิดลักเปิด



ผักชี [Coriander] : ใบ ลำต้น และรากมักใช้กันอย่างแพร่หลายในการปรุงอาหารไทย ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทต้ม, ผัด, ยำ และอื่นๆ เพื่อเพิ่มกลิ่นให้ชวนน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น

ใบกะเพรา [Holy Basil] : กะเพรามีอยู่สองชนิด คือ ชนิดที่ใบมีสีเขียว และชนิดที่มีสีออกม่วงปนแดง ซึ่งชนิดหลังจะให้กลิ่นที่หอมและรสชาติเผ็ดกว่าชนิดที่ใบสีเขียว สรรพคุณของกะเพราคือช่วยไล่แก๊สและบรรเทาอาการปวดท้อง ช่วยขับเหงื่อและลดการวิงเวียนศีรษะ อาการอาเจียน


ใบโหระพา [้Sweet Basil] : มีสีเขียวเข้ม ใบมีลักษณะหนากว่าใบกะเพรา มีกลิ่นหอมและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ โหระพามีสรรพคุณในการช่วยย่อยอาหารและลดการปวดท้องเนื่องจากอาหารไม่ย่อย



ใบแมงลัก [Hoary Basil] : ใบแมงลักจะมีขน และมีกลิ่นหอมน้อยกว่าใบโหระพา มีสรรพคุณช่วยไล่แก๊สในลำไส้ และลดอาการไอ ที่สำคัญยังมีส่วนช่วยในการเพิ่มน้ำนมของมารดาที่เพิ่งคลอดบุตร นอกจากนั้นยังช่วยรักษาโรคผิวหนังบางชนิดได้อีกด้วย

ขมิ้น [Tumeric] : ขมิ้นที่ใช้ปรุงอาหารไทยมีสีออกส้มเหลืองและมีกลิ่นและรสชาติที่รุนแรง ควรเก็บในถุงพลาสติกและแช่ไว้ในตู้เย็นเพื่อเก็บไว้ได้นานขึ้น มีสรรพคุณช่วยลดและบรรเทาแผลพุพอง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้นและลดอาการหดเกร็งของลำไส้ ลดอาการจุกเสียดและปวดท้อง



ใบสาระแหน่ [Thai Mint] : นิยมใช้ใส่ในอาหารประเภทยำ เนื่องจากมีกลิ่นและรสชาติที่หอม ควรเลือกซื้อโดยดูจากใบที่สดและสีออกเขียวเข้ม สาระแน่มีสรรพคุณช่วยลดอาการจุกเสียด อาการปวดท้อง ขับเหงื่อ และไล่แก๊ส ในกระเพาะอาหาร ใบสาระแหน่ยังสามรถใช้เคี้ยวเพื่อลดกลิ่นปาก และยังช่วยทำความสะอาดกระเพาะ, ลำไส้เพื่อลดการหดเกร็งได้อีก



พริกไทยอ่อน [Green Peppercorns] : พริกไทยอ่อนมีสีเขียว รสชาติดีแต่เผ็ดร้อน พริกไทยอ่อนมีสรรพคุณช่วยในการย่อย และลดอาการปวดหัว ลดอาการปวดไขข้อ และยังใช้เป็นยารักษาโรคท้องร่วงได้อีกด้วย


อบเชย [Cinnamon] :อบเชยมีสีน้ำตาลดำ และมีรสหวาน ส่วนมากมักจะจำหน่ายในรูปผง, หรือแท่ง มีสรรพคุณช่วยขับเหงื่อ และให้ความสดชื่นแก่ร่างกาย นอกจากนั้นยังช่วยลดแก๊สในกระเพาะอาหาร


ลูกจัน [Nutmeg] : เมล็ดมีรูปทรงไข่ มีสีน้ำตาลเข้ม ส่วนมากจะนำไปคั่วและบดให้เป็นผง เก็บในภาชนะมิดชิดไม่ให้สัมผัสกับอากาศ สรรพคุณของลูกจันช่วยลดการปวดเกร็งท้อง ช่วยระบบย่อยอาหาร ป้องกันโรคท้องร่วงและโรคที่เกี่ยวกับลำไส้และกระเพาะอาหาร



กานพลู [Clovers] : ดอกอ่อนของกานพลูจะถูกเก็บและนำไปผึ่งแดดก่อนนำมาใช้ จากนั้นจึงนำไปคั่วจนหอม และนำไปปรุงอาหารซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งดอกหรือนำไปบดเป็นผง สรรพคุณของกานพลูช่วยรักษาระบบย่อยอาหาร และไล่แก๊สในกระเพาะอาหาร



ยี่หร่า [Cumin] : เมล็ดยี่หร่ามีลักษณะยาวเรียว สีออกขาวอมเทา ก่อนปรุงอาหารมักนำไปคั่วและบดเป็นผง เก็บในภาชนะมิดชิด ยี่หร่ามีสรรพคุณช่วยไล่แก๊สในกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการปวดท้อง และยังช่วยรักษาอาการอาหารไม่ย่อยอีกด้วย


ลูกกระวาน [Cardamom] : ลูกกระวานมักนำไปคั่วจนหอม จากนั้นนำไปบดให้เป็นผง และนำไปปรุงอาหาร ลูกกระวานมีสรรพคุณช่วยไล่แก๊สในกระเพาะอาหารและลดเสมหะ


ดอกจัน [Mace] : มักนำไปคั่วจนหอมและเก็บในภาชนะมิดชิด ก่อนปรุงอาหาร ดอกจันมีสรรพคุณช่วยให้เจริญอาหาร ไล่แก๊สในกระเพาะอาหาร รักษาอาการอาหารไม่ย่อยและมีส่วนช่วยบำรุงหัวใจ

โปยกั๊ก [Star anise] : โปยกั๊กมีรูปทรงคล้ายดาว ซึ่งแปลก และแตกไม่เหมือนสมุนไพรประเภทอื่น โปยกั๊กเป็นหนึ่งในห้าสมุนไพรหลักที่นิยมใช้กันในการปรุงอาหารจีน ก่อนนำไปปรุงอาหารมักนำไปคั่วจนหอม มีสรรพคุณช่วยไล่แก๊สในกระเพาะอาหารและลดเสมหะ นอกจากนั้นยังช่วยรักษาอาการท้องผูกและการปวดเกร็งท้อง



พริกไทยดำ [Black Pepper] : พริกไทยดำเป็นพริกไทยอ่อนที่ยังไม่เอาผิวออก และนำไปตากแห้ง มีสรรพคุณช่วยให้เจริญอาหาร ไล่แก๊สในกระเพาะอาหารและช่วยบรรเทาไข้


พริกไทยขาว [White Peppercorns] : พริกไทยขาวเป็นเมล็ดพริกที่นำผิวออกแล้วจึงนำไปตากแห้ง จากนั้นจึงนำไปบดเป็นผง พริกไทยมีสรรพคุณช่วยให้เจริญอาหาร ไล่แก๊สในกระเพาะอาหารและช่วยบรรเทาไข้


ผงกะหรี่ [Curry Powder] : ผงกะหรี่ประกอบด้วยสมุนไพรหลักหลายประเภทได้แก่ ขมิ้น, ลูกผักชี, ขิง, กานพลู, อบเชย, ผงมัสตาร์ด, ลูกกระวานและอื่นๆ มักนิยมใช้ในแกงที่มีสีเหลือง เช่นแกงกะหรี่ นอกจากนั้นยังนิยมนำไปผัดผงกะหรี่ เช่นปูผัดผงกะหรี่

ใบกระวาน [Bay Leaves] : ใบกระวานนิยมใช้ในการปรุงอาหารของชาวตะวันตก สำหรับอาหารไทยมักนิยมนำไปปรุงในอาหารประเภทไก่ย่างและแกงมัสมั่น เป็นต้น


พืชผักสมุนไพรทั้งหลายที่ใช้กันอยู่ในการปรุงอาหารไทยนั้น ส่วนมากจะสามารถหาซื้อได้ตามตลาดสดทั่วไป ถ้าในต่้างประเทศก็จะสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายของชำของคนเอเชีย ซึ่งมักจะมีเครื่องปรุงและสมุนไพรต่างๆที่ใช้ปรุงอาหารไทยขายอยู่ แต่มักจะจำหน่ายในรูปแบบแห้ง เพื่อความสะดวกในการเก็บ ขนส่งและระยะเวลาเก็บที่ยาวนานขึ้น อย่างไรก็ดีถ้าท่านไม่สามารถหาซื้อได้ ปัจจุบันมีเวปไซต์จำนวนมากทางอินเตอร์เน็ทที่ท่านสามารถสั่งซื้อได้อย่าง ง่ายดาย

ที่มา ::: ผัก + สมุนไพร | ประโยชน์และสรรพคุณของสมุนไพรไทย
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
พรรณวดี (19-06-12), ก้อนดิน (07-07-12), อภิญญา (19-06-12)
  #12  
เก่า 19-06-12, 18:36
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

ภาคผนวก ค.
พระบรมราชานุญาตให้เผยแพร่ผลการค้นคว้าวิจัยสมุนไพรสู่สาธารณชน



7 มกราคม 2537

เรื่อง ไม่ทรงขัดข้อง ในการนำผลการค้นคว้าออกเผยแพร่ ตามที่ท่านได้มีหนังสือแจ้งว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชกระแสเป็นการเฉพาะกับท่านเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว เกี่ยวกับการค้นคว้าวิธีรักษาโรคมะเร็งโดยใช้สมุนไพรไทยว่า อย่ายุ่งเกี่ยวกับโรงพยาบาลใดเรื่องโรคมะเร็ง อย่าโฆษณาผลการค้นคว้าออก เผยแพร่ อาจจะเป็นการขัดพระราชกระแสได้ ความแจ้งอยู่แล้วนั้น ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว มีพระราชกระแสว่าไม่ขัดข้องในการนำผลการค้นคว้าออกมา เผยแพร่

ลงชื่อ มล. ทวีศัลย์ ลัดดาวัลย์
*****
ตำรับยาสมุนไพรรักษาโรคมะเร็งของนายแพทย์นพรัตน์ บุณยเลิศ

นายแพทย์นพรัตน์ บุณยเลิศ เป็นบุคคลหนึ่งที่เข้าร่วมโครงการพระราชดำริสวนป่าสมุนไพรเขาหินซ้อน โดยเป็นคณะกรรมการปลูกต้นไม้ และได้ทำการค้นคว้าวิจัยสมุนไพรรักษาโรคมะเร็งเพื่อตอบสนองแนวพระราชดำริ ด้วยการค้นคว้าตำราสมุนไพรจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลแล้วนำมาทดลองรักษาผู้ป่วยมะเร็งต่างๆ โดยเริ่มทดลองด้วยการใช้นมผึ้ง (royal jelly) และเลือดจระเข้ พบว่านมผึ้งให้ผลในการรักษาดีกว่าเลือดจระเข้ และยังให้ผลดีกับมะเร็งทุกชนิดด้วย

สมุนไพรทุกชนิดที่นายแพทย์นพรัตน์นำมาทดลองรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ได้ผ่านการวิเคราะห์ความปลอดภัยจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และได้รับพระบรมราชานุญาตให้เผยแพร่ผลการค้นคว้าวิจัยสู่สาธารณชนได้ รายละเอียดตามภาคผนวก ค

หลักการรักษาโรคมะเร็ง

จากการสัมภาษณ์นายแพทย์นพรัตน์ ท่านมีความเชื่อว่า เซลล์มะเร็งเป็นเซลล์ที่มีผนังบางและสามารถผลิตเอนไซม์ฮัยยาลูโรนิเดส (hyaluronidase) ที่สามารถทำลายผนังเซลล์ปกติและมีผลเหนี่ยวนำให้เซลล์ปกติเป็นเซลล์มะเร็งได้ ดังนั้นสมุนไพรที่สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพ (denature) ของเอนไซม์ hyaluronidase ทำให้เอนไซม์ไม่สามารถทำลายผนังเซลล์ปกติได้นั้น จะใช้ในการรักษาโรคมะเร็งได้

วิธีการให้การรักษาผู้ป่วย

โดยให้ยาสำหรับรับประทานเพียงพอกับระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ เมื่อยาหมดจึงกลับมารับใหม่ ซึ่งทำให้สามารถติดตามอาการของผู้ป่วยได้ สำหรับผู้ป่วยที่อยู่ต่างจังหวัดจะให้ยาเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ และผู้ป่วยที่อยู่ต่างประเทศ เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์

ตำรับยา

สำหรับรักษามะเร็งตับ (WCL)


ส่วนประกอบ คือ ขมิ้นชัน

วิธีเตรียม

นำหัวขมิ้นชันมาซอยเป็นแว่นๆ
หมักกับ diethylether (สกัดเอาตัวยาออกมา) ประมาณ 7 วัน (เปิดฝาไว้)
เมื่อ diethylether ระเหยออกไปหมดแล้ว เติม ammonium carbonate ลงไป ทิ้งไว้ 3 วัน
เมื่อ ammonium carbonate ระเหยหมด นำกากมาเติมน้ำเดือด
ทำให้เย็น
เจือจางด้วยน้ำ รับประทานได้

วิธีใช้ ใช้ร่วมกับ ACL
*****

มะเร็งในต่อมน้ำเหลือง (RJ)

ส่วนประกอบสำคัญ :

Royal Jelly ประมาณ 1 กก.
กระชายดำ 7 ช้อนชา (นำหัวมาตากแห้งและบดเป็นผง)
น้ำ 250 ml นำมาละลายกับกระชายดำ

วิธีใช้ ครั้งละ 1 ช้อนชา ก่อนนอนและตื่นนอน
ถ้ารับประทานยากให้ดื่มน้ำส้ม เพราะ royal jelly จะบาดคอ

ยาป้องกันมะเร็งและไม่ให้มะเร็งลุกลาม (CM)

ส่วนประกอบสำคัญ : ผิวส้มโอ Citrus maxima ( ใช้แทนว่านหางช้าง (belugenda)) เพราะหายาก
วิธีเตรียม :
นำเปลือกส้มโอมาเฉือนผิวเขียวๆ โดยไม่ให้ติดส่วนที่เป็นสีขาวหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วตากให้แห้ง
นำมาบดเป็นผง
วิธีใช้ ครั้งละ 1 ช้อนชา หลังอาหาร อาจผสมน้ำหรือน้ำผึ้ง

*****

ยารักษาอาการตับโต (ให้เข้าที่) ( ACL)

ส่วนประกอบสำคัญ :
ใบบัวบก สด 30 gหรือ แห้ง 60 g
พระจันทร์ครึ่งซีกแห้ง 15 g
น้ำตาลกรวดจำนวนพอหวาน
วิธีเตรียม : นำส่วนประกอบมาต้มรวมกัน ให้มีรสออกหวานเพื่อช่วยการทำงานของตับ
วิธีใช้ : ใช้ร่วมกับ WCL (ขมิ้นชัน) ทานวันละครึ่งกระปุก เวลาท้องว่าง เช้า-บ่าย (10.00 และ 15.00)
ข้อห้าม : ผู้ที่เป็นตับโต
- ห้ามไม่ให้ขึ้นบันได เพราะจะได้ผลจากแรงดึงดูดโลก
- ห้ามไม่ให้ขึ้นเครื่องบิน
-ห้ามขึ้นลิฟท์
การรับประทาน ACL ร่วมกับ WCL สำหรับมะเร็งตับ จะหายในเวลา 5-6 เดือน ไวรัสตับอักเสบ B 2 เดือน

*****

ยาล้างพิษจากการฉายแสงและฉีดสารเคมี ( CYP)


ส่วนประกอบสำคัญ :

อ้อยแดงสด 300 g
หัวแห้วหมูแห้ง 500 g
วิธีเตรียม :
นำส่วนประกอบทั้งสองมาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ
เติมน้ำพอท่วม ต้มให้เดือดประมาณไม่เกิน 1/2 ชม.
วิธีใช้ : รับประทานครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ หลังอาหาร 3 เวลา

*****

ยาเพิ่มภูมิต้านทาน (CAR)
ส่วนประกอบที่สำคัญ :
ดอกคำฝอยแห้ง 500 g
แครอทสด จำนวนมาก
ใบบัวบกสดหรือแห้ง 15 g
วิธีเตรียม นำส่วนประกอบมาต้มกับน้ำให้เดือดประมาณ 1/2 ชั่วโมง
วิธีใช้ ให้กับผู้ป่วยทุกคนร่วมกับยาตัวอื่นๆ

*******

ยารักษามะเร็งปอด (CALG)
ส่วนประกอบสำคัญ :

ทองพันชั่งทั้งต้นแห้ง 60 g
ข้าวเย็นเหนือ 30 g
ข้าวเย็นใต้ 30 g
ตังกุยจี้ (เมล็ดดำเล็กๆ) 30 g
รากชะเอม 10 g
พูคาวทั้งต้นแห้ง 60 g
กะเม็งตัวเมียทั้งต้นแห้ง 60g (ดอกสีขาวเล็กๆ)
วิธีเตรียม : นำส่วนประกอบมาสับรวมกัน ต้มกับน้ำพอท่วม
วิธีใช้ : ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ ก่อนอาหาร 3 เวลา

********

ยารักษามะเร็งเต้านม (BEL)

ส่วนประกอบสำคัญ : ว่านหางช้าง 500 g
(หัวใต้ดิน Belaqunda chinesis พบในปัตตานี นราธิวาส ต้นมีลักษณะคล้ายกะเม็งตัวผู้ )
วิธีเตรียม : นำมาสับ ต้มกับน้ำพอท่วมให้เดือดประมาณ ฝ ชั่วโมง
วิธีใช้ ครั้งละ 3 ช้อนโต๊ะ หลังอาหาร 3 เวลา

*****

ยารักษาโรคเบาหวาน (SCO)
ผู้ป่วยมะเร็งที่เป็นเบาหวาน จะไม่ให้ยา ACL เพราะมีส่วนผสมของน้ำตาลกรวด แต่จะให้ SCO แทน

ส่วนประกอบสำคัญ :

ผักบุ้งแดงสด 15 g
ตะไคร้หอมสด 50 g
ดอกมะม่วงสด 15 g
ฝักคูณทั้งฝัก 60 g
กรดน้ำทั้งต้นสด 30 g
ใบอินทนิลน้ำสด 60 g
วิธีเตรียม นำส่วนประกอบทุกอย่างมาต้มรวมกัน
วิธีใช้ ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ หลังอาหาร 3 เวลา ให้ร่วมกับ CAR เพื่อเพิ่มพูนต้านทาน
สำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่เป็นเบาหวาน จะให้ SCO ร่วมกับยารักษามะเร็งนั้นๆ

******

ยารักษามะเร็งกล่องเสียง (HV)


ส่วนประกอบสำคัญ : น้ำนมราชสีห์ ทั้งต้นสด
วิธีเตรียม : เติมน้ำพอท่วมต้น
วิธีใช้ ให้ร่วมกับ RJ และ CAR

*****

ยาแก้ปวดกล้ามเนื้อ อัมพฤกต์-อัมพาต ปวดข้อ (AP)
เป็นสูตรของเพื่อนนายแพทย์นพรัตน์ แล้วนำมาเติมฟ้าทะลายโจร

*****

ยารักษามะเร็งในเม็ดเลือด (BVHJ)
ส่วนประกอบสำคัญ :
พังพวยดอกขาวทั้งต้น 50 g
กระชายแดงทั้งต้น 50 g
หญ้างวงช้างทั้งต้น 50 g
สบู่แดงทั้งต้น 50 g
วิธีเตรียม นำทุกอย่างมาบดรวมกันให้เป็นผง
วิธีใช้ ครั้งละ 2 ช้อนชาหลังอาหาร 3 เวลา

-----

ยาบำรุงหัวใจ (PADMA 28)

นำเข้ามาจากต่างประเทศ (สวิสเซอร์แลนด์ และ อเมริกา) ลักษณะเป็นยาเม็ด ส่วนประกอบเป็นสมุนไพรของทิเบต ซึ่งเป็นไม้ยืนต้น ใช้ส่วนของใบ

******

ยารักษามะเร็งกระดูก (BOE)
ส่วนประกอบสำคัญ : กระชายแดง
วิธีเตรียม บดเป็นผง
วิธีใช้ ครั้งละ 2 ช้อนชา ก่อนอาหาร 3 เวลา

*****

ยาสร้างเม็ดเลือด
ส่วนประกอบสำคัญ : กรดน้ำ

******

ยารักษามะเร็งคอ ปาก ระบบทางเดินหายใจ
ส่วนประกอบสำคัญ :

สบู่แดง 80 g
พูคาว 20 g
หญ้างวงช้าง 20 g
วิธีเตรียม บดรวมกันเป็นผง ครั้งละ 2 ช้อนชา หลังอาหาร 3 เวลา

*******

ยาสำหรับเสริม (A109)
ใช้เสริมทุกเวลา

ส่วนประกอบสำคัญ :
หญ้าดอกขาวทั้งต้น (หมอน้อย) 250 g
ทองพันชั่งทั้งต้น 100 g
สบู่แดงทั้งต้น 80 g
สะบ้ามอญ ใช้เนื้อในเมล็ด 40 g
แก่นแกแล 20 g
กะเม็งตัวเมีย 240 g
ลูกเดือย 120 g
พันงู 90 g
หนุมานประสานกาย 74 g
ใบมะละกอ ใช้ใบทั้ง 3 และ 4 72 g
(ใบที่ 4 จะดีที่สุด)
พูคาว (ผักคะตอง) 40 g
พังพวยฝรั่ง ดอกขาวทั้งต้น 120 g
พระจันทร์ครึ่งซีก 90 g
ว่านหางช้าง 50 g
โทงเทง 90 g
ลูกใต้ใบ 120 g
หญ้างวงช้าง 50 g
เทียนบ้าน 30 g
เถาฟัก 20 g
ผิวส้มโอ 50 g
ทานตะวันทั้งต้นไม่เอาเมล็ด 100 g
ฝอยข้าวโพด 100 g
กระชายแดง 50 g
ขมิ้นอ้อย 50 g
ฟ้าทะลายโจร 20 g
หญ้าผมยุ่ง 80 g
กระเทียมโทน สกัดจาก alcohol 50%
(แช่ alcohol 50% นาน 1 เดือน)
ขมิ้น สกัด alcohol 50%
(แช่ alcohol 50% นาน 1 เดือน)
หญ้าหนวดแมว 40 g
วิธีใช้ : ใช้เสริม RJ ทุกเวลา

*****

อื่นๆ

ดอกคำฝอย
: เป็นยาเพิ่มภูมิต้านทาน
RJ : บำรุงสมอง ทานวันละ 1 ช้อนชา
กระชายดำ : บำรุงสมอง ทานกับน้ำผึ้งหรือเหล้า

******

ตำรับยาเหล่านี้ ในการรักษาจะให้หลายๆอย่างพร้อมกัน ตำรับที่เป็นพื้นๆ คือ RJ, A109, CM, CAR
สำหรับข้อมูลงานวิจัยอื่นๆ ของสมุนไพรตามตำรับยาของนายแพทย์นพรัตน์ ได้รวบรวมไว้ในภาคผนวก ง

******

ภาคผนวก ง.
ข้อมูลการวิจัยสมุนไพรในตำรับของนายแพทย์นพรัตน์
ลำดับที่
ชื่อไทย, ชื่อวิทยาศาสตร์
ชื่ออังกฤษ, วงศ์
ข้อมูลภูมิปัญญาพื้นบ้าน
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
1











ทองพันชั่ง (หญ้ามันไก่) Rhinacanthus nasutus (Linn.) Kurz.
Acanthaceae









ราก : รักษาโรคผิวหนังชนิด กลากเกลื้อน, โรคผิวหนังที่เป็น น้ำเหลืองบางชนิด, ผื่นคัน, แก้ลมพิษ ต้น : รักษาความดันโลหิตสูง
ใบ : ขับปัสสาวะ ถอนพิษอักเสบ
ทั้งต้น : รักษามะเร็งที่เต้านม หรือมดลูก (1)


สารสำคัญที่พบ : daucosterol ; lupeol naphthol, rhinacanthin A ; rhinacanthin B, rutin, b – sitosterol, stigmaterol (2) ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา (1)
- มีฤทธิ์เหมือน juvenile hormone
- ต้านเชื้อแบคทีเรีย - ต้านเชื้อรา
- ต้านไวรัส
- ยับยั้งเบาหวาน
- ลดไข้
- ยับยั้งการก่อกลายพันธ์ (3) - antitumor (4)
  1. นันทวัน บุณยะประภัศร, อรนุช โชคชัยเจริญพร,สมุนไพร…ไม้พื้นบ้าน เล่ม 3. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพ: บริษัทประชาชนจำกัด 2539 : 311-313.
  2. Wu Ts, Tien HJ, Yeh MV, Lee KH. Isolation and cytotoxicity of Rhinacanthus nasutus. Phytochemistry 1988 ; 27 (12) : 3787 – 8
  3. Rojanapa W, Tepsuwan A, Siripong P.Mutagenicityand antimutagenicity of Thai medicinal plants. Basic Life Sci 1990 ; 52 : 447 - 52
  4. Siripong P. et al Two new cytotoxic Naphthoquinone derivatives from Phinacanthus nasutus Kurz. IUPAC Conference 23 – 27 Nov. 1997.
2




พระจันทร์ครึ่งซีก (บัวครึ่งซีก) Lobelia chinensis Lour Lobeliaceae



ทั้งต้น แก้อาเจียนเป็นโลหิต แก้หืด บำรุงปอด แก้ปอดพิการ (1) สารสำคัญที่พบ : cyanidin – 3 – O - b - D – rutinoside ; cyanin ; (2) , phlysaccharide (3) ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

แก้พิษ ใช้เป็นวัคซีน ต้านพิษงู (4) เป็นพิษต่อเซลล์ (5 ; 6)
  1. นันทวัน บุณยะประภัศร, อรนุช โชคชัยเจริญพร. สมุนไพร…ไม้พื้นบ้านเล่ม 3. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพ: บริษัทประชาชนจำกัด 2539 : 253 - 254
  2. Tada H, Terahara N, Motoyama E, Shimomura K, Ishimaru K. Anthoeyanins in Lobelia chinensis hairy roots. Shokubutsu Soshiki Baryo 1996 : 13 (1) : 85 – 63. Poonpatana S, Kasemsuwan B, Trakulboon BP. Investigation of the chemical constituents of Lobelia chinensis Lour, Mahidol Univ J Pharm Sci 1978 ; 5 (2) : 41 - 6
  3. Poonpatana S, Kasemsuwan B, Trakulboon BP. Investigation of the chemical constituents of Lobelia chinensis Lour, Mahidol Univ J Pharm Sci 1978 ; 5 (2) : 41 - 6
  4. Xun YL, Zou RJ, Yang DT, et al. Experimental studies on therapy for venomous snakebite with yunnan snakebite drug. Yao Hsueh Hsueh Pao 1979 ; 14 : 557 - 60
  5. Sansa MH, Herzog R, Voelter W. Antitumor activity of the hot water extract of Lobelia chinensis Planta Med 1986 ; 6 : 555 – A.
  6. Sato A. Studies on antitumor activity of crude drugs.I. The effects of aqueous extracts of some crude drugs in shorterm screening test. Yakugaku Zasshi 1989;109(6):407 – 23.
3 ฟ้าทะลาย, ฟ้าทะลายโจร Andrographis paniculata (Burm.f.) Nees
Acanthaceae
ราก แก้ธาตุไม่ปกติ บำรุงกำลัง บำบัดโรคเกี่ยวกับทาง เดินอาหาร และมาลาเรีย เจริญอาหาร แก้ไข้ ลำต้น แก้ธาตุไม่ปกติ บำรุงกำลัง บำบัดโรคเกี่ยวกับ ทางเดินอาหาร และมาลาเรีย เจริญอาหาร แก้ไข้
ใบ แก้น้ำร้อนลวก ไฟลวก, แก้พิษงู รักษาโรคผิดปกติของ ทางเดิน อาหารในเด็ก
ทั้งต้น ไข้ดับร้อน แก้พิษปอดอักเสบ มีหนองในปอด ความดันโลหิตสูง (1)
สารสำคัญที่พบ : andrographidin A ;
andrographidin B ;
andrographidin C ;
andrographidin D ;
andrographidin E ;
andrographidin F (2) ;
androg- raphin (3) ;
andrographinin (4) ;
Andrographis paniculata compound 1 ; Andrographis paniculata compound 2 (5) ;
andrographiside (6 – 9) ;
andrographiside, deoxy : (6) ;
andrographolide (5)
ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
- ต้านเชื้อแบคทีเรีย (10)
- ต้านเชื้อมาลาเรีย (11)
- ต้านไวรัส (12)
- ยับยั้งเอนไซม์ reverse transcripse (12) - ลดความดันโลหิต (B) - ต้านการก่อกลายพันธ์ (14)
- กระตุ้น cAMP และ GAMP (12) - เป็นพิษต่อเซลล์ (12) (15) สารสกัดส่วนเหนือดิน ด้วย 50% เอธานอล มีค่า LD50 มากกว่า 15 ก/กก เมื่อให้กิน หรือฉีดเข้าใต้ผิวหนัง หากให้โดยฉีดเข้า ช่องท้อง ค่า LD50 14.98 ก/กก เมื่อให้กินขนาด 2.4 ก /กก/วัน ติดต่อกันนาน 6 เดือน ไม่พบพิษ ให้หนูกินสารสกัดด้วย 70% เอธานอล ขนาด 1 ก/กก นาน 60 วัน ไม่พบพิษต่อระบบ สืบพันธุ์เพศผู้
  1. นันทวัน บุณยะประภัศร, อรนุช โชคชัยเจริญพร. สมุนไพร…ไม้พื้นบ้านเล่ม 3. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพ: บริษัทประชาชนจำกัด 2539 : 406 - 416
  2. Kuroyanagi M, Sato M, Ueno A, Nishi K. Flavonoids from Andrographis paniculata. Chem Pharm Bull 1987 ; 35 (11) : 4429 – 35.
  3. Ali ME, Bisws KM, Chowdhury SA. Andrographis paniculata. VI. Root flavones and their structures. Pak J Sci Ind Res 1972 ; 15 : 33.
  4. Fujita T, Fujitani R, Takeda Y, et al. On the diterpenoids of Andrographis paniculata : x–ray crystallographic ****ysis of andrographolide and structure determination of new minor diterpenoids. Chem Pharm Bull 1984 ; 32 (6) : 2117 – 25.
  5. Soediro S, Maman H. Isolation and investigations of bitter substances from the leaves of Andrographis paniculata obtained from Bandung, west Java. Acta Pharm 1973 ; 4 (2) : 36 – 48.
  6. Hu CQ. Zhao BN. Studies on the new diterpenoids of chuan xin lian (Andrographis paniculata). Chung Ts’ao Yao 1981 ; 12 (12) : 531.
  7. Kapil A, Koul IB, Banerjee SK, Gupta BD. Antihepatotoxic effects of major diterpenoid constituents of Andrographis paniculata Biochem Pharmacol 1993 ; 46 (1) : 182 – 5.
  8. Misra P, Pal NL, Guru PY, Katiyar JC, Srivastava V, Tandon JS. Antmalarial activity of Andrographis paniculata (kalmegh) against Plasmodium berghei NK 65 in Mastomys natalensis. Int J Pharmacog 1992 ; 30 (4) : 263 – 74.
  9. Gupta S, Choudhry MA, Yadava JNS, Srivastava V, Tandon JS. Antidiarrhoeal activity of diterpenes of Andrographis paniculata (Kal -Megh) against Escherichia coli enterotoxin in vivo models. Int J Crude Drug Res 1990 ; 28 (4) : 273 – 83
  10. Chaichantipyuth C, Thanagkul B. Andrographis paniculata Nees as antidiarrhoeal and antidysentery drug in Thailand. Asian J Pharm Suppl 1986 ; 6 (8) : 59 – 6
  11. Misra P, Pal NL, Guru PY, Katiyar JC, Tandon JS. Antimalarial activity of traditional plants against erythrocytic stages of Plasmodium berghei. Int J Pharmacog 1991 ; 29 (1) : 19 – 23.
  12. Yao XJ, Wainberg MA, Parniak MA. Mechanism of inhibition of HIV – 1 infection in vitro by purified extract of Prunella vulgaris. Virology 1992 ; 187 (1) : 56 – 62.
  13. Zhang CY, Tan BKH. Mechani-sms of cardiovascular activity of Andrographis paniculata in the anaesthetized rat. J Ethnopharma- col 1997 ; 56 (2) : 97 – 101.
  14. Liu DX, Yin XJ, Wang HC, Zhou Y, Zhang YH. Antimutagenicity screening of water extracts from 102 kinds of Chinese medicinal herbs. Chung – Kuo Chung Yao Tsa Chi Li 1990 ; 15 (10) : 617 – 22.
  15. Siripong P, Kongkathip B, Preec- hanukool K, Picha P, Tunsuwan K, TaylorWC. Cytotoxic diter- penoid constituents from Andrographis paniculata Nees. leaves. J Sci Soc Thailand 1992 ; 48 (4) : 187 – 94.
  16. Burgos RA, Caballero EE, Sanchez NS, Schroeder RA, Wikman GK, Hancke JL. Testicular toxicity assessment of Andrographis paniculata dried extract in rats. J Ethnopharmacol 1997 ; 58 : 219 – 24.
4 ผักบุ้ง, ผักทอดยอด Ipomoea aquatica Forsk Convolvulaceae
ราก ถอนพิษ แก้ผิดสำแดง แก้โรคตา แก้ปวดฟัน แก้ไอเรื้อรัง แก้บวม เถา ถอนพิษ แก้พิษเบื่อเมา แก้โรคตา
ยอดอ่อน ถอนพิษ รักษาริดสีดวงทวาร
ใบ แก้พิษขนของบุ้ง รักษาริดสีดวงทวาร แก้พิษฝี ปวด อักเสบ
ดอกตูม รักษากลากเกลื้อน
ทั้งต้น รักษาตาแดง แก้เบาหวาน แก้ผิวหนังผื่นคัน แก้กลากเกลื้อน เป็นยาระบาย ถอนพิษ
ยาง เป็นยาถ่าย (1)
สารสำคัญที่พบ : carotene (2) ; b - carotene (3) ; gibberellin A – 1 ;
gibberellin A – 3 ; gibberellin
A – 5; gibberellin A – 17 ;
gibberellin A – 19 ;
gibberellin A – 20 ;
gibberellin A – 21 (4) ;
  1. นันทวัน บุณยะประภัศร, อรนุช โชคชัยเจริญพร. สมุนไพร…ไม้พื้นบ้านเล่ม 3. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพ: บริษัทประชาชนจำกัด 2539 : 94 – 96
  2. Kasemsri K, Intararaksa B, Wikiniyathanee W. Quantitative ****ysis of carotene in Ipomoea aquatica Forsk. Undergraduate Special Project Report. Fac Pharm, Chulalongkorn Univ, 1952 : 16 pp.
  3. Ortaliza IC, Del Rosario IF, Minda Caedo M, Alcaraz AP. The availability of carotene in some Philippine vegetables. Philippine J Sci 1969 ; 98 : 123.
  4. Matsuo T, Itoo S, Murofushi N, Takahashi N, Kobayashi M, Chishiki T. Identification of gibberellins in the seeds of sweet potato ( Ipomoea batatas Lam.) and several other Convolvulaceae plants. Agr Biol Chem 1984 ; 48 (12) : 2935 – 41.
5 หญ้าผมยุ่ง Xanthium strumarium Linn.
Compositae

สารสำคัญที่พบ : xanthatin, xanthanolides
ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
- ต้าน leukemia cell–lines P- 388 และ L-1210
- ต้าน human
originbronchial epidermoid carcinoma NSCLC-N6
  1. Roussakis Ch, Chinau Ioanna, Vayas C. Harvala C and Verbist J.F. Cytotcxic activity of Xanthatin and the Crude Extracts of Xanthium strumarium. Planta Med 60 (1994) 473 - 474



ที่มา ::: http://www2.swu.ac.th/royal/book3/b3c3t2_2.html
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เกียงจูแหย : 19-06-12 เมื่อ 18:51

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 4 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
  #13  
เก่า 06-07-12, 16:54
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default



ตำรายาสมุนไพร ของข้าพเจ้า

ยา นั้น มี 2
ตำรับ


ตำรับแรก รักษาโรคอัมพฤกษ์ และ โรคอัมพาต

ได้มาจากรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย ที่ผมเรียน ท่านหนึ่ง เป็น พุทธภูมิ ประเภทปัญญาธิกะ

ให้ผมมาเพื่อช่วยคน


ส่วนประกอบ ของ ยา


1. เกสรดอกบัวหลวง 1 ขีด
2. พิกุล 1 ขีด
3. บุนนาค 1 ขีด
4. สารภี 1 ขีด
5. คำฝอย 1 ขีด
6. ว่านหอมแดง 1 ขีด
7. มะลิซ้อน 1 ขีด
8. ดอกเก็กฮวย 1 ขีด

วิธีปรุงยา ::: ต้ม

ขนาดรับประทาน ::: ต้มกิน ประมาณ 1-2 หม้อ

รายละเอียดเพิ่มเติม


เป็นยาแก้โรคอัมพฤกษ์ และ โรคอัมพาต

ผู้ที่จะใช้ยาตัวนี้รักษาได้ ต้องเป็น โรคอัมพฤกษ์ หรือ โรคอัมพาต ชนิด ชั่วคราว

คือ ผู้ป่วยโรคอัมพฤกษ์ หรือ โรคอัมพาต ที่มีโอกาศที่จะหาย จาก โรคอัมพฤกษ์ หรือ โรคอัมพาต

ผู้ที่เริ่มป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์ หรือ โรคอัมพาต โดยมีอาการมือ หรือ แขนเริ่มชา

ผู้ป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์ หรือ โรคอัมพาต ที่ีมีสาเหตุมาจากหลอดเลือดตีบ ไม่ถึงขนาดหลอดเลือดแตก

ถ้าหลอดเลือดแตกจะรักษาไม่ได้


*****

ตำรับที่ 2 ยารักษาโรคไต

ตัวยานี้ พระสงฆ์ รูป หนึ่ง ให้อาผมมาอีกทีหนึ่ง

ส่วนประกอบของยา


1. รากมะละกอก้านดำ หนัก 5 บาท
2. รากตาล หนัก 5 บาท
3. รากขี้เหล็ก หนัก 5 บาท
4. ชุมเห็ดเทศ หนัก 5 บาท
5. ยาดำ หนัก 1 บาท
6. พิมเสน หนัก 5 สลึง
7.หัวไพล 5 แว่น

วิธีปรุงยา และ การรับประทานยา

ต้มเคี่ยว 3 ถ้วย เหลือ 1 ถ้วย กินก่อนอาหาร ครึ่งชั่วโมง กินควบยาแผนปัจจุบัน ( ยาหมอโรงพยาบาล )
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
พรรณวดี (21-11-12), ก้อนดิน (07-07-12), อภิญญา (06-07-12)
  #14  
เก่า 06-07-12, 20:33
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

ตำรับยาของท่านต่างๆ


ยาแก้หิว สูตรจากหลวงปู่ธรรมชัย


ตัวยามีดังนี้

กล้วยน้ำว้า...........๑/๒ ก.ก.
มันสำปะหลัง.........๑/๒ ก.ก.
ข้าวเดือย.............๑/๒ ก.ก.
นมผง.................๑/๒ ก.ก.
น้ำตาลปีบ............๖ ขีด
ไพล..................๓ ขีด
ขมิ้นชัน...............๑ ขีด

วิธีทำ

ป่นเป็นผงผสมให้เข้ากันดี ปั้นเป็นลูกกลอนเท่าเม็ดพุทรา กินครั้งละ ๓ เม็ด จะทดแทนอาหารได้ ๑ มื้อ เวลากินว่าคาถา "เสกขา ธัมมา อะเสกขา ธัมมา เนวะ เสกขานาเสกขา ธัมมา เภสัชชัง ยาวะชีวัง สมาทิยามิ"

เจ้าของตำรา คือ ครูบาคำมูล ธมฺมวํโส วัดบ้านตอง จังหวัดลำพูน พระอุปัชฌาย์ของหลวงปู่ธรรมชัย



ที่มา : หนังสือกระโถนข้างธรรมาสน์ ฉบับที่ ๙๙ เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๕ หน้า ๑๔
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 4 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
Attawat_Rx (13-07-12), พรรณวดี (21-11-12), ก้อนดิน (07-07-12), อภิญญา (06-07-12)
  #15  
เก่า 20-11-12, 22:08
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

พระคัมภีร์กระษัย

(คัมภีร์ยาโบราณ)

ความนำ

“ ไกษย ” ตามความหมายทางการแพทย์แผนไทย หมายถึง โรคชนิดหนึ่งที่ทำให้ร่างกายทรุดโทรม ผอมแห้ง และสุขภาพไม่สมบูรณ์ บางตำราว่า “ กษัย กไษย กไสย กศัย กระไสย กระสัย กระษัย กระษะสะ

กระศัย เป็นภาษาสันสกฤต แปลว่า ซูบผอม อาการเสื่อมต่าง ๆ

กไสยโรค หรือ กไษยโรค กษัยโรค โรคกษัย หมายถึง โรครัดรึง เครียดตึง รัดแน่น กระด้าง โรคที่ทำให้เส้นเอ็น เนื้อหนัง กระดูก ผูกรัด แค่นแข็ง ดุจน้ำฝาดกระชับหรือมีรสฝาดเป็นแสลง

กศัย หมายถึง การสิ้นไป การเสื่อมไป อาการทำให้ร่างกายผ่ายผอม เครียดตึง รึงรัด

กษัย หมายถึง โรคที่ทำให้ร่างกายซูบผอม

กระษัย หมายถึง โรคที่ทำให้ร่างกายเกิดความสึกหรอ ( สึกกร่อน ) ( จากหนังสือกองประกอบโรคศิลป์)

กระษัยโรค เป็นโรคระยะกลางหรือระยะสุดท้าย (มัชฌิมโรค หรือ ปัจฉิมโรค) เกิดจากวิวัฒนาการของโรคต่าง ๆ ไม่ได้รับการเยียวยารักษาให้ถูกกับโรค ทิ้งเรื้อรังมานาน กษัยบางชนิดสิ้นสุดที่การสิ้นอายุ บางชนิด กลายเป็นมาน

ลักษณะของโรคกระษัย

๑. ต้องมีประวัติการป่วยอย่างน้อย ๑ เดือน ( มหาสันนิบาต )
๒. คนไข้ป่วยเรื้อรังจนซูบผอม
๓. สาเหตุการป่วยจากเหตุใด ๆ ก็ได้
๔. เป็นได้ทั้งอาการหนักและอาการเบา แม้อาการไม่รุนแรงแต่รักษายาก
๕. ระยะสุดท้าย มักมีอาการหนัก เช่น มะเร็ง ถุงน้ำ รังไข่ มดลูก ตับอักเสบและอื่น ๆ


โรคต่าง ๆ ในคัมภีร์กระษัย

๑. โรคทางระบบทางเดินอาหาร
๒. ไข้เรื้อรัง
๓. มดลูกอักเสบ
๔. ตับ ม้าม ย้อย โต, ไต
๕. พยาธิ
๖. ไส้เลื่อน


อาการต่าง ๆ ของโรคกระษัย

๑. ผอมแห้ง โลหิตจาง
๒. ผิวหนังซีดเหลือง ปวดเมื่อยร่างกาย
๓. แน่นและหนักตัว
๔. กินไม่ได้ นอนไม่หลับ
๕. ไอ หรือ ไอมีโลหิต
๖. ปัสสาวะขัดมีสีเหลือง ไม่มีกำลัง
๗. ไม่มีแรง มือเท้าชา
๘. เหงื่อออกตามฝ่ามือ เหงื่อออกตอนกลางคืน
๙. ยอกเสียวตามหัวอกและชายโครง
๑๐. ผิวหนังตกกระตามร่างกาย
๑๑. กล้ามเนื้อชักหดและลีบ
๑๒. สะท้านร้อนสะท้านหนาวเป็นคราว ๆ
๑๓. ท้องผูกเป็นประจำ
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
พรรณวดี (21-11-12), อภิญญา (20-11-12)
  #16  
เก่า 20-11-12, 22:17
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

กระษัยโรค มี ๒๖ จำพวก แบ่งได้ ๒ ประเภท

๑) กระษัยเกิดเป็นอุปปาติกะโรค ๑๘ จำพวก คือ กระษัยล้น กระษัยราก กระษัยเหล็ก กระษัยปู กระษัยจุก กระษัยปลาไหล กระษัยปลาหมอ กระษัยปลาดุก กระษัยปลวก กระษัยลิ้นกระบือ กระษัยเต่า กระษัยดาน กระษัยท้น กระษัยเสียด กระษัยไฟ กระษัยน้ำ กระษัยเชือก กระษัยลม

๒) กระษัยเกิดแต่กองธาตุสมุฏฐาน ๘ จำพวก คือ กระษัยกล่อน ๕ กระษัยน้ำ กระษัยลม กระษัยไฟ

ลักษณะอาการกระษัยเกิดเป็นอุปปาติกะโรค 18 จำพวก

1. กระษัยล้น

เกิดเพื่อน้ำเหลือง โดยกำลังลมพัดให้เป็นฟองและน้ำ ทำให้ท้องลั่นขึ้นและลั่นลง ข้างขึ้นให้แดกอก ข้างแรมให้ถ่วงหัวเหน่า ดังจะขาดใจตาย

ยาแก้กระษัยล้น

- หอยโข่งเผา ๑ หอยขมเผา ๑ หอยกาบเผา ๑ รากผักโหมหิน ๑ ลูกสวาด ๑ ตรีกฏุก ๑ เอาส่วนเท่ากันตำเป็นผง บดทำแท่งไว้ละลายน้ำเหล้าแทรกหัวน้ำมันยางกินแก้กษัยล้นหายดีนัก

- กระดูกโคเผา ๑ หอยกาบเผา ๑ หอยแครงเผา ๑ หอยขมเผา ๑ หอยอีรมเผา ๑ หอยมือเสือเผา ๑ หอยพิมพการังเผา ๑ เบญจมูล ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน พริกไทย 25 ส่วน ทำผงบดทำแท่งไว้ละลาย น้ำปูนใสกินแก้กระษัยล้น

- เปลือกงิ้วเผา ๑ เปลือกสำโรงเผา ๑ ผักโหมหนามเผา ๑ พริกไทย 25 มะกรูดชะมดเผา ๑ ลูกพิลังกาสาคั่ว ๑ เมล็ดฝ้ายคั่ว ๑ ขี้ใต้เสม็ด ๑ เอาสิ่งละ 1 ส่วน สมอร่องแร่ง 2 ส่วน พริกไทย 17 ส่วน ทำเป็นผงบดทำแท่ง ละลายน้ำมะกรูดกินแก้กระษัยลมทั้งปวงหาย

- ยาชื่อตรีภักตร มหาหิงคุ์ ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ เทียนเยาวภาณี ๑ เจตมูลเพลิง ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วนกานพลู ๑ การบูร ๑ เอาสิ่งละ ๒ ส่วน ตรีกฏุกสิ่งละ ๓ ส่วน ยาดำ ๑ รงทองประสะ ๑ เอาสิ่งละ ๔ ส่วน ตำเป็นผง เอายางสลัดไดเป็นกระสายยาบดทำแท่งไว้ละลายน้ำผึ้งกิน หนัก ๑ สลึง ประจุกระษัยหายล้นวิเศษนัก

2. กระษัยราก

เกิดเพื่อลมร้องให้อาเจียนลมเปล่าและลั่นอยู่ในท้องดังจ๊อกๆ ตึงกายดุจเอาเชือกมารัดไว้ ร้องครางอยู่ทั้งกลางวันกลางคืนมิได้ขาด ดังจะกลัดใจตาย

ยาแก้กระษัยราก

- เปลือกมะตูม ๑ ลูกกระเบา ๑ เม็ดในลูกฟักข้าว ๑ ขี้โคที่เขาทาข้างพ้อม ๑ ขี้ใต้เสม็ด ๑ เอาส่วนเท่ากัน ตำเป็นผง บดเป็นแท่งไว้ ละลายน้ำปูนใส กินแก้กระษัยราก

- กระเทียม ๑ ลูกจันทน์ ๖ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ดีปลี ๑ ลูกสวาด ๑ ลูกกระเบา ๑ รากเจตมูลเพลิง๑ สะค้าน ๑ รากช้าพลู ๑ เอาส่วนเท่ากัน ตำเป็นผง บดเป็นแท่งไว้ ละลายน้ำร้อนกิน แก้กระษัยรากหายแล

- ตรีกฏุก ๑ เบญจมูล ๑ โกฐสอ ๑ โกฐเขมา ๑ โกฐเชียง ๑ โกฐหัวบัว ๑ โกฐน้ำเต้า ๑ เทียนดำ ๑ เทียนแดง ๑ เทียนขาว ๑ เทียนข้าวเปลือก ๑ เทียนตาตั๊กแตน ๑ สิ่งละ ๑ ส่วน กระวาน ๑ กานพลู ๑ อบเชย ๑ สมุลแว้ง ๑ ลูกราชดัด ๑ ลูกสารพัดพิษ ๑ สิ่งละ ๒ ส่วน ลูกยออ่อน ๑ รากยอ ๑ ใบยอ ๑ ตรีผลา ๑ เปลือกมะกอกน้ำ ๑ เมล็ดมะกอก ๑ สิ่งละ ๓ ส่วน เทียนสัตตบุตย์ ๔ ส่วน ตำเป็นผง บดเป็นแท่งไว้ ละลายน้ำรากมะกอกต้มก็ได้ น้ำรากยอต้มก็ได้ แทรกพิมเสน กินแก้กระษัยราก

- รากมะตูม ๑ ลูกราชดัด ๑ ลูกกระเบา ๑ ลูกโคกกระออม ๑ ลูกฟักข้าว ๑ ลูกพิลังกาสา ๑ สิ่งละ๑ ส่วน รากลูกเขยตาย ๒ ส่วน สะค้าน ๓ ส่วน ขี้ใต้เสม็ด ๔ ส่วน ตำเป็นผง บดเป็นแท่งไว้ ละลายน้ำยอต้มก็ได้ หรือ น้ำรากมะกอกต้ม หรือน้ำรากประคำดีควายต้มก็ได้ แทรกการบูรกิน แก้กระษัยราก

3. กระษัยเหล็ก
กระทำให้ปวดหัวเหน่าและท้องน้อยนั้นแข็งดุจดังแผ่นหิน ไหวตัวไปมามิได้ ครั้นแก่เข้าลามถึงยอดอก บริโภคอาหารมิได้ ปวดขบดังจะขาดใจตาย

ยาแก้กระษัยเหล็ก

- ขมิ้นอ้อย ๑ เปลือกไข่เป็ด ๑ เบี้ยตัวผู้เผา ๑ เขม่าเหล็ก ๑ เอาส่วนเท่ากัน ตำเป็นผง บดละลายน้ำมะนาวกินแก้กระษัยเหล็กหายแล

- ยาสนั่นไตรภพ ใบกระเพรา ๑ ใบแมงลัก ๑ ใบผักเสี้ยนผี ๑ กระชาย ๑ กัญชา ๑ พริกไทย ๑ ขิง ๑ หอมแดง ๑ หญ้าไซ ๑ เกลือ ๑ ลูกคัดเค้า ๑ ยาทั้งนี้ตำเอาน้ำสิ่งละทะนาน น้ำมันงา ๑ ทะนาน หุงให้คง มีแต่น้ำมันแล้วจึงเอาลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ การบูร ๑เอาสิ่งละ ๑ บาท ตำเป็นผงปรุงลงในน้ำมันนั้นแล้วเอามาทาท้องรีดให้ได้สามวันก่อน แล้วจึงกินน้ำมันนี้อีกสามวันวิเศษนัก ครอบกระษัยทั้งปวงดีนัก

- ผักเสี้ยนผี ๑ ใบกะเม็ง ๑ ใบย่างทราย ๑ ใบคนทีเขมา ๑ ใบคนทีสอ ๑ ข่า ๑ กระชาย ๑ หอม ๑ กระเทียม ๑ ดองดึง ๑ พริกไทย ๑ เกลือ ๑ ยาทั้งนี้ตำเอาน้ำสิ่งละทะนาน น้ำมันงาทะนาน ๑ หุงให้คงแต่น้ำมัน จึงเอาลูกจันทน์ ๑ เทียนทั้ง ๕ กานพลู ๑ สิ่งละ ๑ สลึง การบูรหนัก ๑ บาท ตำเป็นผงปรุงลงในน้ำมัน เอามารีดท้องบ้างกินบ้าง แก้กษัยเหล็ก

- ตรีกฏุก ๑ กระเทียม ๑ กระชาย ๑ หอม ๑ ข่า ๑ กะทือ ๑ ไพล ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ตำเอาน้ำสิ่งละทะนาน น้ำมันงาทะนาน ๑ น้ำใบประคำไก่ ๒ ทะนาน หุงให้คงแต่น้ำมัน แล้วจึงเอาเทียนดำ ๑ ทะนาน เทียนเยาวภาณี ๒ ทะนาน การบูร ๓ ทะนาน เทียนขาว ๔ ทะนาน ตำเป็นผงปรุงลงในน้ำมัน รีดทาท้องทั้งกินด้วยแก้กระษัยวิเศษนัก (ยาน้ำมัน ๓ ขนานนี้ ใช้มามากแล้ว)

4. กระษัยปู

เกิดเพื่อโลหิตคุมกัน มีสัณฐานดังปูทะเล เข้ากินอยู่ในกระเพาะข้าว ทำให้ปวดขบท้องน้อยบริโภคอาหารเมื่อใดค่อยสงบ สิ้นอาหารแล้ว ให้พัดดุจดังกงเกวียน ลั่นอยู่ตามลำไส้ เจ็บดังจะขาดใจตาย

ยาแก้กระษัยปู

- ผักเสี้ยนผี ๑ ขอบชะนางแดง ๑ เอื้องเพ็ดม้า ๑ กุ่มทั้ง๒ หัวหอม ๑ หัวกระเทียม ๑ ใบคนทีสอ ๑ เปลิอกมะรุม ๑ เปลือกทองหลาง ๑ หญ้าไซ ๑ กระพังโหมทั้ง ๒ เบี้ยตัวผู้เผา ๑ หอยโข่งเผา ๑ หอยกาบเผา ๑ หอยขมเผา ๑ หอยสังข์เผา ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน พริกไทย ๑๙ ส่วน ยา ๒๐ สิ่งนี้ ตำเป็นผงบดทำแท่งไว้ละลายน้ำเหล้าหรือน้ำผึ้งรวงกินก็ได้ แก้กระษัยปูหายวิเศษนัก

- เปลือกกุ่มน้ำ ๑ เปลือกกุ่มบก ๑ เปลือกมะรุม ๑ เปลือกทองหลาง ๑ เปลือกตาเสือ ๑ เปลือกสะท้อน ๑ สิ่งละ ๑ ส่วน เอื้องเพ็ดม้า ๑ โลดทะนง ๑ แส้ม้าทะลาย ๑ สิ่งละ ๒ ส่วน หอยแครงเผา ๑ หอยกาบล่อนเผา ๑ หอยมือเสือเผา ๑ หอยอีรมเผา ๑ หอยสังข์เผา ๑ สิ่งละ ๓ ส่วน ดีปลี ๕ ส่วน พริกไทย ๑๗ ส่วน ตำเป็นผงบดทำแท่งไว้ ละลายน้ำมะนาว หรือน้ำส้มสายชู หรือน้ำเหล้า หรือน้ำมะงั่วก็ได้ กินแก้กระษัยปูทำพิษหายแล

- ยาตัดรากกระษัย โกฐสอ ๑ โกฐเขมา ๑ โกฐเชียง ๑ เทียนขาว ๑ เทียนดำ ๑ กานพลู ๑ ลูกเอ็น ๑ จันทน์ทั้ง ๒ สิ่งละ ๑ ส่วน ว่านร่อนทอง ๑ เจตมูลเพลิง ๑ ดองดึงหัวขวาน ๑ สิ่งละ ๒ ส่วน ลูกสลอดประสะแล้ว ๒๕ ส่วน ตำเป็นผงไว้แล้วจึงเอาน้ำตาลหม้อหนัก ๔ ตำลึง ๒ บาท ละลายด้วยน้ำมะพร้าวนาฬิเก ๑ ผล ใส่กระทะเคี่ยวให้เป็นยางมะตูม เอายาผงปรุงลงกวนไป อย่าให้ไหม้แต่พอปั้นได้ กินหนัก ๒ ไพ ประจุกระษัยปูลงสิ้นโทษร้ายหายแล
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
พรรณวดี (21-11-12), อภิญญา (20-11-12)
  #17  
เก่า 20-11-12, 22:29
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

5. กระษัยจุก
ลมเดินแทงเข้าไปในเส้นเอ็น เป็นอาคันตุกะวาตะทำให้เส้นพองขึ้นในท้อง ให้จุกให้แดกดังใจจะขาด อนคว่ำร้องอยู่เป็นนิจ จะนอนหงายขึ้นก็มิได้ มีทุกเวทนาเป็นกำลัง

ยาแก้กระษัยจุก

- ยาเนาวหอย กระดูกเสือเผา ๑ กระดูกโคเผา ๑ กระดูกแพะเผา ๑ กระดูกงูเหลือมเผา ๑ สิ่งละ ๑ ส่วน หอยขมเผา ๑ หอยแครงเผา ๑ หอยตาวัวเผา ๑ หอยพิมพการังเผา ๑ หอยอีรมเผา ๑ หอยกาบเผา ๑ หอยจุ๊บแจง เผา ๑ หอยมุกเผา ๑ หอยสังข์เผา ๑ สิ่งละ ๒ ส่วน รากทนดี ๓ ส่วน เจตมูลเพลิง ๑ หัศคุณเทศ ๑ สิ่งละ ๔ ส่วน พริกไทย ๓๒ ส่วน ทำเป็นผงบดทำแท่ง ละลายน้ำผึ้งกินหนัก ๒ สลึง ละลายน้ำปูนใสให้กินดูก่อนแก้กระษัยจุก ถ้ามิฟังจึงหุงน้ำมันแก้ต่อไป

- ยาน้ำมันแก้กระษัยจุก ขอบชะนางทั้ง ๒ สิ่งละ ๑ ทะนาน เอื้อเพ็ดม้า ๑ ทะนาน น้ำผักเสี้ยนผี ๑ ทะนาน น้ำเปลือกกุ่มทั้งสองสิ่งละ ๑ ทะนาน น้ำกระเทียม ๑ ทะนาน น้ำหอมแดง ๑ ทะนาน น้ำเปลือกทองหลางใบมน ๑ ทะนาน น้ำกะทือ ๑ ทะนาน น้ำพริกไทย ๑ ทะนาน ใบคนทีสอ ๑ ทะนาน น้ำเปลือกมะรุม ๑ ทะนาน น้ำหญ้าไซ ๑ ทะนาน น้ำกระพังโหมทั้งสองสิ่งละ ๑ ทะนาน น้ำมันงา ๑ ทะนาน หุงให้คงแต่น้ำมัน แล้วจึงเอาผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ ดีปลี ๑ การบูร ๑ หิงคุ์ยางโพ ๑ สิ่งละ ๑ สลึง ทำเป็นผง ปรุงลงใส่น้ำมัน แล้วจึงเอากินและรีดตามเส้นในท้องนั้นบ้าง แก้กระษัยจุกหายวิเศษ แล้วแต่งยาตัดรากกระษัยจุกกินต่อไป

- ยาตัดรากกระษัยจุก เบี้ยจั่นเผา ๗ เบี้ย เบี้ยแก้เผา ๙ เบี้ย เบี้ยโป่งเผา ๑๑ เบี้ย เบี้ยลายเผา ๑๓ เบี้ย เบี้ยพองลม ๑๕ เบี้ย ขิงแห้ง ๒ สลึง ดีปลี ๑ บาท ๒ สลึง พริกไทย ๑ บาท ๒ สลึง ทำเป็นผงบดทำแท่ง ละลายน้ำมะนาวกินตัดรากกระษัย ได้ใช้มาแล้ว กระษัยจุกทั้งปวงหายวิเศษนัก

6. กระษัยปลาไหล

ครั้นแก่เข้าจึงกระทำโทษ เอาหางชอนลงไปแทงเอาหัวเหน่าและทวารหนักทวารเบาให้ขัดอุจจาระปัสสาวะ ให้อุจจาระเหลืองดังขมิ้น บางทีแดงดังฝางต้มและน้ำดอกคำ และตัวกระษัยนั้นพันขึ้นไปตามลำไส้ หัวนั้นหยงขึ้นไปถึงชายตับและกระเพาะข้าว ถ้าบริโภคอาหารเมื่อใดตัวกระษัยก็จะกินอาหารด้วยทุกเวลา ถ้ามิได้บริโภคอาหารลงไป ตัวกระษัยจะกัดชายตับและชายม้าม เจ็บปวดยิ่งนัก บางทีให้เมื่อยขบทุกข้อกระดูก บางทีขนชูชันดุจไข้เจ็บ

ยาแก้กระษัยปลาไหล

- ผักเป็ดแดงกำมือ ๑ (กลั้นใจตัดหัวท้าย) พริกไทย ๗ เม็ด ขิง ๗ ชิ้น ข่า ๗ ชิ้น กระชาย ๗ ชิ้น ไพล ๗ ชิ้น กะทือ ๗ ชิ้น ขมิ้นอ้อย ๗ ชิ้น หอม ๗ ชิ้น กระเทียม ๗ กลีบ ผิวมะกรูด ๗ ผล ตำละลายน้ำมูตรเจ้าตัว กินค่อนถ้วยแกง กิน ๓ เวลา กินได้แต่วันดับ แล้วแต่งยาประจุให้กินต่อไป
- ยาประจุกระษัยปลาไหล ตรีกฏุก ๑ หิงคุ์ยางโพ ๑ ยาดำ ๑ การบูร ๑ กานพลู ๑ สิ่งละ ๑ บาท กระเทียมสด ๑ บาท รงทอง เอามาตำเป็นผง แล้วเอาน้ำมะกรูดบีบลงพอปั้นได้ ห่อใบบัวหลวง ๗ ชั้น เอาปิ้งไฟๆให้เกรียมเอา ๑ ตำลึง ๒ บาท แล้วตำผง เอาน้ำมะขามเปียกเป็นกระสายทำแท่งไว้ ถ้าธาตุหนักกิน ๒ สลึง ธาตุเบากิน ๑ สลึง

- ยาแกงรุกระษัยปลาไหล หัวเข้าข้าสด ๑ ตำลึง ใบว่านหางช้าง ๙ พริกไทย ๗ เม็ด ขิง ๗ ชิ้น ข่า ๗ ชิ้น กะทือ ๗ ชิ้น ไพล ๗ ชิ้น ขมิ้นอ้อย ๗ ชิ้น หอม ๖ หัว กระเทียม ๗ กลีบ ปลาไหลตัว ๑ แกงใส่กะปิปลาร้า ให้อร่อยดีแล้ว จึงเอาปีกนาคราช ผิวมะกรูด มาหั่นใส่ในแกงยานี้ ให้กินถ้วยแกง ๑ ลงจนเสมหะ ตัวกระษัยขาดออกมาเป็นท่อนใหญ่ ท่อนน้อย ดุจโลหิตเป็นลิ่มเป็นแท่งออกมาหายวิเศษนัก

- ส้มเช้า ๑ สลัดได ๑ ใบว่านหางช้าง ๑ สิ่งละกำมือ ๑ พริกไทย ๗ เม็ด พริกเทศ ๗ เม็ด ขิง ๗ ชิ้น กระเทียม ๗ กลีบ ทำเป็นยาสด กินแก้กระษัยปลาไหลวิเศษนัก

7. กระษัยปลาหมอ

มีจิตวิญาณเกิดขึ้นในลำไส้ ถ้าข้างขึ้นตัวกระษัยบ่ายศีรษะขึ้นมากัดเอาชายตับชายม้ามแลปอดกระทำให้จุก ให้แดก ถ้าข้างแรมตัวกระษัยบ่ายศีรษะลงไปท้องน้อยและหัวเหน่า กระทำให้ขัดอุจจาระและปัสสาวะ เจ็บปวดมีความเวทนาเป็นกำลัง ( ถ้าจะแก้ให้เอายาแกงที่แก้กระษัยปลาไหลมาวางดูก่อน ถ้ามิฟังจึงแต่งยาขนานนี้ให้กินต่อไป )

ยาแก้กระษัยปลาหมอ

- ยาแก้กระษัยปลาหมอแต่ยังอ่อนอยู่ ปลาหมอ ๓ ตัว เอาทั้งเกล็ด เอายางสลัดไดทาให้ทั่วทั้งตัว ปิ้งไฟให้เกรียม แล้วเอามาทาอีก ทาให้ได้ ๓ หน ปิ้งไฟให้เกรียมทุกครั้ง จึงแต่งยาพริกขิง เหมือนกับพริกขิงแกงยากระษัย ปลาไหลนั้น แล้วจึงเอาปลาหมอ ๓ ตัวนั้น ตำลงทั้งเกล็ด ทำเป็นแกงยาให้ดีแล้ว จึงเอาใบเหงือกปลาหมอใส่ลงเป็นผักกินแก้กระษัยปลาหมอ

- ยาแกงขั้วนกออก เอานกออก ๓ ตัว ถอนขนให้หมด เอาทั้งตับ ไตไส้ พุง ล้างแต่มูลออกเสียให้หมด แล้วสับให้แหลก แล้วจึงใส่พริกขิงเหมือนคั่วกิน เอามะพร้าวไฟทำเป็นกะทิใส่ลงคั่ว เอาลูกหัวลิงเป็นผัก แล้วจึงเอาเทียนทั้ง ๕ โกฐพุงปลา ๑ โกฐก้านพร้าว ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ ผลกระวาน ๑ กานพลู ๑ ใบกระวาน ๑ ผลผักชี ๑ เมล็ดในลูกสะแก ๑ เมล็ดในผลมะนาว ๑ ผลผลาญศัตรู ๑ ทำเป็นผงปรุงยาลงในแกงยาให้กิน กินยานี้แล้วเว้นไว้วัน จึงแต่งยาประจุให้กินเถิด

- ยาประจุกระษัยปลาหมอ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ ผลกระวาน ๑ กานพลู ๑ ใบกระวาน ๑ โกฐทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ จันทน์ ๒ ผลเอ็น ๑ เมล็ดในผลฟักข้าว ๑ ว่านร่อนทอง ๑ เจตมูลเพลิง ๑ ดองดึง ๑ สิ่งละ ๑ ส่วนลูกสลอดกับทั้งเปลือกนอก ๒๒ ส่วน ทำเป็นยาผงแล้วจึงเอาน้ำตาลหม้อหนัก ๔ ตำลึง ๒ บาท ละลายด้วยน้ำมะพร้าวนาฬิเก ๑ ผล ใส่ลงกวนไปอย่าให้ไหม้ เอาแต่พอปั้นได้ กินหนักคราวละ ๒ ไพ ลงจนสิ้นโทษร้ายหายวิเศษนัก

- ตรีกฏุก ตรีผลา สิ่งละ ๑ ส่วน เทียนขาว ๒ ส่วน สลัดได ๑๕ ส่วน ทำเป็นผง บดละลายน้ำสุรากินหนัก ๑ สลึง แก้สรรพกระษัยหายแล

8. กระษัยปลาดุก

เกิดเพื่อโลหิตและน้ำเหลืองระคนกัน มีจิตวิญาณดุจปลาดุกเกิดขึ้นกระเพาะข้าว ถ้าสตรีจับเอามดลูก มีสัณฐานดังมีครรภ์ได้ ๗ เดือน ๘ เดือน บางทีแทงไปข้างซ้าย ขวา ถ้าข้างขึ้นยันไปเอายอดอกให้เจ็บอกต้องลมมิได้ บางทีให้หอบให้สะอึกถ้าข้างแรม เลื่อนลงมาอยู่ท้องน้อยและหัวเหน่า บางทีด่ำลงไปกระดูกสันหลัง ตึงลงไปต้นขาทั้ง ๒ มิทันรู้ก็ว่ามีครรภ์ ถ้าแพทย์จะรักษาให้พิจารณาอย่างแม่นยำดังนี้ ถ้าจะแก้ให้เอายากระษัยปลาไหลนั้นมาแก้ดุจกัน ถ้ามิฟังให้แต่งยานี้กินต่อไป

ยาแก้กระษัยปลาดุก

- ยาแก้กระษัยปลาดุก เปลือกราชพฤกษ์ ๑ เปลือกตาเสือ ๑ รากตองแตก ๑ พาดไฉนนุ่น ๑ พริกไทย ๑ ขิงแห้ง ๑ กระเทียม ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ข่า ๑ กระชาย ๑ กะทือ ๑ ไพล ๑ หอม ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ กะปิ ๑ ปลาดุกย่าง ๑ ตัว ปลาร้าปลาสร้อย ๕ ตัว ยา ๒๐ สิ่งนี้ทำเป็นแกง แล้วเอาใบมะกาที่เพสลาดนั้นมาหั่นใส่ลงเป็นผัก กินให้ได้ถ้วยแกงหนึ่ง ลงจนสิ้นโทษร้ายหายวิเศษนัก

- ยารุตัดรากกระษัยปลาดุก โหราเดือยไก่ ๑ มหาหิงคุ์ ๑ ยาดำ ๑ กระเทียม ๑ การบูร ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๑ ส่วน พริกไทย ๑๖ ส่วน ดีงูเหลือม ๑ ดีตะพาบน้ำ ๑ ดีปลาไหล ๑ ดีนาค ๑ เอาแทรกลงพอควร รวมยา ๑๐ สิ่งนี้ตำเป็นผง เอารากลำโพงกาสลักต้มเป็นกระสายยา บดทำแท่งไว้พอประมาณ แล้วเอายางสลัดไดมาเคล้า ผึ่งแดดแต่พอยางแห้ง แล้วเอามาเคล้าอีกให้ได้ ๓ หน จึงผึ่งแดดให้แห้งทีเดียวใส่ห่อให้กิน ถ้ากิน ๓ เม็ด ลง ๓ หน กิน ๔ เม็ด ลง ๔ หน กิน ๕ เม็ด ลง ๕ หน ให้กินไปตามกำลังที่จะสู้ยาได้ ลงจนสิ้นร้ายตัดตัวกระษัยตายขาดออกมา หายแล้วจึงต้มยาสมานกินต่อไป

- ยาสมานลำไส้กระษัยปลาดุก เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ ใบถั่วแระ ๑ ใบผักเป็ด ๑ ใบกะเม็ง ๑ สิ่งละ ๔ ส่วน ยาข้าวเย็น ๑๐ ส่วน เปลือกกรันเกรา ๒๐ ส่วน มะพร้าวไฟทุบใส่ทั้งน้ำทั้งเยื่อ ๑ ผล รวมยาทั้งนี้ต้ม ๓ เอา ๑ กิน เป็นยาตัดรากสมานลำไส้กระษัยปลาไหล ปลาหมอ ปลาดุก และกระษัยเต่า กระษัยดาน กระษัยปลวก ทั้ง ๖ จำพวกนี้หายวิเศษนัก

9. กระษัยปลวก

เกิดเพื่อสันทฆาต กระทำให้ปวดขบเอาทรวงอกดังจะขาดใจตาย เป็นแล้วหายไปได้ ๑ เดือน ๒ เดือน ๓ เดือน จึงกลับมาเป็นอีก เป็นเช่นนี้หลายครั้งหลายหน ครั้นแก่เข้าทำให้ผิวเนื้อนั้นซีดและเผือดผอมแห้งลง มิทันรู้ก็ว่าฝีปลวก ผิดกันแต่ที่มีหนองและหาหนองมิได้ ถ้าฝีปลวกมีหนอง ถ้ากระษัยปลวกหาหนองมิได้ ลักษณะดังนี้แพทย์พิจารณาจงละเอียดเถิด

ยาแก้กระษัยปลวก

- ยาแก้กระษัยปลวก ใบส้มซ่า ๑ ใบมะขาม ๑ ใบส้มป่อย ๑ ใบส้มเสี้ยว ๑ ใบส้มสันดาน ๑ ใบส้มสลุง ๑ใบมะตาดเครือ ๑ สิ่งละกำมือ ๑ ใบมะกา ๓ กำมือ รังมดลี่ ๑ แท่นปลวก ๑ แท่น สมอทั้ง ๓ หัวหอม ๑ สิ่งละเท่าอายุคนไข้ เทียนดำหนัก ๑ บาท ขมิ้นอ้อย ๑ ไพล ๑ รากตองแตก ๑ หนักสิ่งละ ๓ ตำลึง รวมยา ๑๖ สิ่งนี้ต้มตามวิธีให้กิน แก้กระษัยปลวกกระทำให้จับสบัดร้อนสบัดหนาว ถ้าจะทุเลาแทรกดีเกลือตามสมุฏฐานธาตุหนักเบา ให้กินลงจนสิ้นโรคร้าย แล้วเอายาประจำธาตุให้กินต่อไป

- ยาประจำธาตุกระษัยปลวก เขาควายเผา ๑ ผลสะบ้าเผา ๑ ปูนแห้งข้างเต้าเผา ๑ สิ่งละ ๑ ส่วน พริกไทย ๒ ส่วน ตำเป็นผง บดทำแท่งไว้ ละลายน้ำปูนใสกิน แก้กระษัยปลวกและเจริญธาตุให้เป็นปกติวิเศษนัก

- ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ เทียนแดง ๑ เทียนตาตั๊กแตน ๑ โกฐสอ ๑ โกฐเขมา ๑ โกฐกรักกรา ๑ กานพลู ๑ ดีปลี ๑ สิ่งละ ๑ ส่วน ยาดำ ๔ ส่วน การบูร ๙ ส่วน หัศคุณเทศ ๑ พริกไทย ๑ สิ่งละ๕ ส่วน รากจิงจ้อ ๑ รากทนดี ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ สิ่งละ ๖ ส่วน สมอไทย ๑๔ ส่วน ตำเป็นผง บดด้วยน้ำผึ้ง น้ำมะกรูด น้ำมะนาว ๑ น้ำส้มซ่าก็ได้ กินแก้กระษัยปลวกซึ่งทำพิษต่างๆ และสรรพกระษัยโรคทั้งปวง หายวิเศษนัก ท่านตีค่าไว้แสนตำลึงทอง

- โกฐทั้ง๕ เทียนทั้ง ๕ ตรีผลา ๑ ตรีกฏุก ๑ กานพลู ๑ สิ่งละ ๑ ส่วน รากส้มกุ้งทั้ง ๒ แก่นขี้เหล็ก ๑ แก่นแสมทะเล ๑ สิ่งละ ๒ ส่วน รากทนดี ๕ ส่วน ตำเป็นผง บดละลายน้ำผึ้งหรือน้ำขิงก็ได้ น้ำส้มซ่าหรือน้ำร้อนก็ได้ กินแก้กระษัยทั้งปวงหายวิเศษนัก

10. กระษัยลิ้นกระบือ

บังเกิดเพื่อโลหิตลิ่มติดอยู่ชายตับเป็นตัวแข็งยาวออกมาทางชายโครงขวา มีสัณฐานดังลิ้นกระบือ ทำให้ครั่นตัว ให้ร้อน ให้จับเป็นเวลา ให้จุกให้แน่นอก ให้บริโภคอาหารไม่ได้ นอนมิหลับอยู่เป็นนิจ ให้กายซูบผอมแห้งไป ครั้นแก่เข้าตัวกระษัยแตกออกเป็นโลหิตและน้ำเหลือง ให้ซึมไปในไส้ใหญ่ไส้น้อย ทำให้ไส้พองท้องใหญ่ ดังกล่าวมานี้ จึงได้ชื่อว่า มานกระษัย เป็นอสาทิยโรค แพทย์เยียวยายากนัก ถ้าแก้ถึงกับตัวกระษัยแตกออกแล้วแก้มิได้เลย ถ้าจะแก้ให้แก้แต่ยังอ่อนๆ อยู่นั้น ได้บ้างเสียบ้าง ให้แก้ด้วยยาเนาวหอย อันมีอยู่ในลักษณะว่าด้วยกระษัยจุกในคำรบ ๕ โน้นแล้ว

ยาแก้กระษัยลิ้นกระบือ

- ให้เอาน้ำกระสายด่าง ๖ ประการนี้ให้กิน ด่างสำโรง ๑ ด่างงวงตาล ๑ ด่างไม้ขี้หนอน ๑ ด่างไม้ขี้เหล็กทั้ง ๕ ด่างหญ้าพันงูแดง ๑ ด่างไม้ตาตุ่ม ๑ ด่างทั้ง ๖ ประการนี้ เป็นน้ำกระสายยาละลายยาเนาวหอย กิน ๗ วัน แล้วแต่งยารุกินต่อไป

- ยารุกระษัยลิ้นกระบือ ตรีกฏุก ๑ เทียนดำ ๑ มหาหิงคุ์ ๑ ว่านน้ำ ๑ กานพลู ๑ การบูร ๑ สิ่งละ ๑ ส่วน ลูกสลอดประสะแล้ว ๙ ส่วน ตำเป็นผงเอาน้ำตาลหม้อ น้ำมะขามเปียกเป็นกระสายยา บดทำแท่งไว้ ถ้าธาตุหนักกินหนัก ๒ ไพ ธาตุเบากินหนัก ๑ ไพ ลงสิ้นเชิงแล้ว จึงกินยาเนาวหอย ๕ วันรุทีหนึ่ง กินยาเนาวหอยไปอีก ๗ วันรุทีหนึ่ง กินให้ได้ ๓ ครั้ง ถ้าโรคหนักล่วงไปให้บวมท้อง จึงแต่งยาแก้ต่อไปดังนี้

- ยาแก้กระษัยลิ้นกระบือมักทำให้บวมนั้น เอาพญามือเหล็ก ๑ แก่นขี้เหล็ก ๑ ยาข้าวเย็น ๑ สิ่งละ ๑๐ ตำลึง สารส้ม ๑ ดินประสิวขาว ๑ รงทอง ๑ สิ่งละ ๑ ตำลึง ต้มตามวิธีให้กิน ๑ วัน ๗ วัน และรุวันหนึ่ง แล้วเอายาดองให้กินต่อไปดังนี้

- ยาดองแก้กระษัยลิ้นกระบือบั้นปลาย เอาเปลือกมะรุม ๑ แสมทั้ง ๒ แก่นขี้เหล็ก ๑ รากมะกรูด ๑ รากเสนียด ๑ สิ่งละเท่ากัน ดองด้วยเหล้า ๓ ทะนาน ฝังข้าวเปลือกไว้ ๓ วัน กินถ้วยชาหนึ่ง กิน ๗ วัน จึงกินยารุวันหนึ่ง แล้วกินยาดองนี้ประจำไป แก้กระษัยลิ้นกระบือบั้นปลายดีนัก

11. กระษัยเต่า

เกิดเพื่อดานเสมหะตั้งชายโครงซ้ายขวาก็มีเท่าฟองเป็ด แล้วลามขึ้นมาจุกอยู่ยอดอก กระทำให้จับทุกเวลาน้ำขึ้น ให้กายซูบผอม ผิวเนื้อเหลืองดังทาขมิ้น ครั้นแก่เข้าให้โลหิต ตกทวารหนักและทวารเบา ทั้งคือตัวกระษัยแตกออกเป็นอสาทิยโรค

ยาแก้กระษัยเต่า

- ยาแก้กระษัยเต่า โคกกระสุน ๓ กำมือ มะกรูด ๑ ฝานขวางผลเอา ๓ ท่อน ขมิ้นอ้อย ๕ ชิ้น ลงด้วย(นะโมพุทธายะ) องค์ละชิ้น เอาปูนขาวเป็นกระสายยา ต้มให้กิน ๓ วันหายจับ แล้วแต่งยาละลายตัวเต่าให้กินต่อไป

- ยาละลายตัวเต่า พริกไทย ๑ ขิงแห้ง ๑ ดีปลี ๑ กระเทียม ๑ แก่นปรู ๑ สิ่งละ ๑ ส่วน กระดูกแพะเผา ๕ ส่วน ตำเป็นผง บดทำแท่งไว้ น้ำผักเป็ดแดงต้มเป็นกระสายยา กินละลายตัวเต่าวิเศษนัก ถ้ามิฟัง กระษัยพวกนี้แปรมาเป็นม้ามย้อยหย่อน กระทำเพศดุจกัน บางทีเป็นเต่า บางทีป็นป้าง บางทีเป็นตับใหญ่ก็มี ให้เอายาแก้เต่าแก้ป้างแก้ตับมากินแก้ก่อนถ้ามิฟัง จึงเอายาเข้าเขาแพะ เข้ากระดูกแพะนั้นให้กินถ้ามิฟัง จึงเอายาเนาวหอย อันมีอยู่ในลักษณะว่าด้วยกระษัยจุกเป็นคำรบ ๕ นั้นแล้ว มาละลายน้ำด่าง ๖ ประการ มีอยู่ในลักษณะว่ากระษัยลิ้นกระบือมาแก้ต่อภายหลัง แล้วจึงแต่งยาประจุให้กินต่อไป

- ยาพรหมภักตร์ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ สิ่งละ ๑ ส่วน การบูร ๑ มหาหิงคุ์ ๑ ยาดำ ๑ สิ่งละ ๔ ส่วน ยางสลัดได ๑๒ ส่วน พริกไทย ๑๔ ส่วน ทำเป็นผง เอาน้ำเปลือกมะรุมเป็นกระสายยา บดทำแท่งไว้เท่าเมล็ดพริกไทย กินเม็ด ๑ ลงทีหนึ่ง ถ้าจะให้ลงมาก ทวียากินตามกำลังธาตุหนักเบา ชำระกระษัยเต่าตกสิ้นและสรรพกระษัยทั้ง ๒๖ จำพวก และแก้ท้องรุ้งพุงมาร ริดสีดวง มองคร่อ และแก้โลหิตสตรีระดูแห้งผอมเหลือง บริโภคอาหารมักค้างอยู่ในทรวงอก แก้ลม แก้หอบ ประจุเสมหะให้ตกทวารหนัก และประจุสรรพลมทั้งปวงอันมีพิษและหา พิษมิได้ แก้สรรพโรคอันมีอยู่ในคัมภีร์ทั้งหลาย นั้นหายวิเศษนัก ได้ใช้มาแล้วอย่าสนเท่ห์เลย

- เอามหาหิงคุ์ ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กานพลู ๑ สิ่งละ ๑ ส่วน ยาดำ ๑ รงทอง ๑ สิ่งละ ๒ ส่วน ตรีกฏุก ๓ ส่วน ยางสลัดได ๑๔ ส่วน ตำเป็นผง บดทำแท่งไว้ ละลายน้ำผึ้งกินหนัก ๑ สลึง แก้กระษัยเต่าตกสิ้นแล

12. กระษัยดาน

ตั้งอยู่ยอดอกแข็งดังแผ่นศิลา ถ้าตั้งลามลงไปถึงท้องน้อยแล้วเมื่อใด กระทำให้ร้องครางทั้งกลางวันและกลางคืน ถูกเย็นเข้ามิได้ ถูกร้อนค่อยสงบลงหน่อยหนึ่ง แล้วกลับปวดมาอีก กระทำให้จุกเสียดแน่นหน้าอก บริโภคอาหารมิได้ ถ้าลามลงไปถึงหัวเหน่าแล้วเมื่อใดเป็น อติสยะโรค แพทย์จะรักษาไม่ได้เลย ถ้าจะรักษาให้รักษาแต่เมื่อยังมิได้ลงถึงหัวเหน่า

ยาแก้กระษัยดาน

- เอายาเนาวหอย อันมีอยู่ในลักษณะว่าด้วยกระษัยจุกในครบ ๕ นั้น มาแก้ก่อน ถ้ามิฟังจึงดองยานี้ต่อไป

- ยาดองแก้กระษัยดาน เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ มดยอบ ๑ แก่นปรู ๑ แก่นมหาด ๑ กระพังอาด ๑ ขมิ้นเครือ ๑ หัวเบญจปัตร ๑ สิ่งละ ๒ ส่วน ส้มเสี้ยว ๑ ส้มสันดาน ๑ ส้มเช้า ๑ สลัดได ๑ มะตาดเครือ ๑ มหาละลาย ๑ เจตมูลเพลิง ๑ ขิงแห้ง ๑ สิ่งละ ๔ ส่วน พริกไทยเมล็ดล่อน ๑๐ ส่วน หัศคุณเทศ ๑๒ ส่วน ตำเป็นผงห่อผ้าขาว ดองด้วยน้ำเหล้า ๕ ทะนาน ฝังข้าวเปลือกไว้ ๓ วัน เมื่อจะกินให้พลีกินเช้ากินเย็น กินให้ได้ ๗ วัน จึงแต่งยาประจุให้กินต่อไป

- ยาประจุกระษัยดาน เอาเปลือกสะท้อน ๑ เปลือกราชพฤกษ์ ๑ มะพร้าวไฟ ๓ ผล ผ่าเอาผลละ ๑ ซีก เอาแต่ซีกข้างกลาง ขูดคั้นเป็นกะทิให้ข้น คุลีการเข้าด้วยกัน หุงให้คงแต่น้ำมัน แล้วเอาเมล็ดสลอด ๑๐๘ เม็ด ผ่าเอาเมล็ดละ ๑ ซีก บดให้ละเอียด แล้วจึงทอดลงในน้ำมันให้เกรียม แล้วจึงแต่งยาชื่อนารายณ์พังค่ายให้กินต่อไป

- นารายณ์พังค่าย มหาหิงคุ์ ๑ อำพัน ๒ เจตมูลเพลิง ๓ ผักชีล้อม ๔ โกฐสอ ๕ พริกไทย ๖ มะตูมอ่อน ๗ ลูกช้าพลู ๘ ขิงแห้ง ๙ สมอ ๑๐ เทียนดำ ๑๑ แก่นบุนนาค ๑๒ เปล้าน้อย ๑๓ รากทนดี ๑๔ ตำเป็นผงบดละลายน้ำร้อนกินหนัก ๑ สลึง แก้กระษัยดานซึ่งกล่าวมานั้น และกระษัยทั้งปวงหายวิเศษนัก

- ตรีกฏุก ๑ มหาหิงคุ์ ๑ เจตพังคี ๑ สิ่งละ ๑ ส่วน สมอเทศ ๑ สมอไทย ๑ สิ่งละ ๓ ส่วน เทียนดำ ๔ ส่วน โกฐน้ำเต้า ๖ ส่วน ตำเป็นผงบดละลายน้ำมะขามเปียกกินหนัก ๑ สลึง แก้กระษัยดานหายวิเศษนัก
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
พรรณวดี (21-11-12), อภิญญา (20-11-12)
  #18  
เก่า 20-11-12, 22:37
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

13. กระษัยท้น

เมื่อท้องเปล่าค่อยสงบ ครั้นกินอาหารเข้าไปมันก็ท้นขึ้นมายอดอก เมื่อมันแน่นอกแน่นในโครง หายใจอยู่อัดๆ ดังจะสิ้นใจ มันแน่นขึ้นมาแต่ท้องน้อย มันชักเอากระเพาะข้าวขึ้นไปไว้ จะกินอาหารมิได้

ยาแก้กระษัยท้น

- ดีปลี ๑๐ บาท ขิงแห้ง ๓ ตำลึง ยาดำ ๓ บาท การบูร ๖ สลึง พริกไทย ๒ บาท กานพลู ๓ สลึง กระวาน ๓ สลึง ตำเป็นผง แก้กระษัยท้นท้อง ละลายน้ำผึ้งกินหายแลแล้วให้ทำยาแกง ที่เข้าหัวเข้าข้าและว่านหางช้าง นั้นให้กินแล้ว จึงทำยาขนานนี้กินเถิด

- ท่านให้เอาเทียนทั้ง ๕ โกฐทั้ง ๕ เปล้าทั้ง ๒ เอาสิ่งละ ๑ สลึง พริกหอม ๑ พริกหาง ๑ ลูกจันทน์ ๑ ลูกกระวาน ๑ คราม ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๑ เฟื้อง บอระเพ็ด ๑ แห้วหมู ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ลูกพิลังกาสา ๑ รากไคร้เครือ ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๑ บาท หัศคุณ ๑ ตำลึง ใบกระเพราแห้ง ๒ ตำลึง ดีปลี ๑ บาท กัญชา ๒ สลึง ตำเป็นผงละลายน้ำผึ้งกินแก้ลมกระษัยเสียดหายแล ถ้ามิฟังให้ทำยานี้กิน

- ยาไฟประลัยกัลป์ กระเทียม ๑ ลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ดีปลี ๑ ลูกในสวาด ๑ ลูกในสะบ้า ๑ บุกรอ ๑ อุตพิด ๑ กระดาษหัว ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๖ สลึง รากเจตมูลเพลิง ๑ ตำลึง พริกเทศ ๑ ตำลึง พริกไทยเท่ายาทั้งหลาย ตำเป็นผงละลายน้ำผึ้งกินหนัก ๑ สลึง แก้กระษัยท้น จุกเสียดในอก เสียดแทงทั้งตัวก็ดี ให้สะท้านหนาวเย็นดังลูกเห็บก็ดี กินยานี้หายแล

14. กระษัยเสียด เกิดแต่แม่เท้าตามเส้นตะคริว ให้ปวดขบสะดุ้งทั้งตัว แล้วมันขึ้นไปเสียดเอาชายโครงดังจะขาดใจ บางทีมันก็ขบเอาทั้งตัว ครั้นสะดุ้งขึ้นมาทั้งตัวมันก็เสียดแทงเอาชายโครงข้างซ้าย ข้างขวาก็ดี ทำให้คนผู้นั้นร้องอยู่ดังจะสิ้นใจ ท่านให้แก้ด้วยยานวดแล้วให้แต่งยาให้กิน

ยาแก้กระษัยเสียด

- ท่านให้เอาคากรอง ๑ งาช้าง ๑ นอแรด ๑ เขี้ยวเสือ ๑ เขี้ยวจระเข้ ๑ เขี้ยวหมู ๑ เขาแพะ ๑ เขากุย ๑ เขากวาง ๑ เขาควายเผือก ๑ ยาทั้งนี้เผาให้ไหม้ แล้วเอาโกฐทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ เปล้าทั้ง ๒ ตับเต่าทั้ง ๒ จันทน์ทั้ง ๒ กุ่มทั้ง ๒ ลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ ลูกเบญจกานี ๑ สะค้าน ๑ พิษนาศน์ ๑ รากไคร้เครือ ๑ รากช้าพลู ๑ รากหมอน้อย ๑ โลดทะนง ๑ ข่าต้น ๑ พริก ๑ ขิง ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ใบคนทีสอ ๑ ใบสะเดา ๑ ใบย่างทราย ๑ สิริยาทั้งนี้เอาเสมอภาค ทำแท่งไว้ฝนน้ำร้อนแทรกดีงูลงกิน แก้กระษัยเสียดขบทั่วตัวตามเส้นสะดุ้งแทงเอาหัวอกและชายโครงหายสิ้นแล ลมกระษัยเช่นนี้ชอบยาเย็นและยาสุขุมแล

- ยาประจุกระษัยทั้งปวง ลูกมะตูมอ่อน ๑ ลูก พิลังกาสา ๑ บอระเพ็ด ๑ แห้วหมู ๑ เปลือกมะหาด ๑ รากเจตมูล ๑ สะค้าน ๑ กรุงเขมา ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ พริก ๑ ดีปลี ๑ ลูกสลอด ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๒ สลึง รากไคร้เครือ ๖ สลึง ตำเป็นผงละลายน้ำผึ้งกินเท่าลูกพุทรา แก้เสียดในอกหายทุกประการแล ไข้พิษ ๗ จำพวก ลมเป็นก้อนในทรวงและพรรดึก และท้องมาน กระษัย๗ จำพวก สะอึก ๔ จำพวก ขี้เรื้อน หิด สันนิบาต ๗ จำพวก หายทุกประการแล

- ยาครอบกระษัย แก่นสน ๑ รากคัดเค้า ๑ รากขี้เหล็ก ๑ รากแสมสาร ๑ มะฆังทั้ง ๒ เอาทั้งรากทั้งใบ จำปา ๑ กระดังงา ๑ เอาทั้งรากทั้งใบด้วย ลูกพิลังกาสา ๑ หมูเครือ ๑ เจตมูล ๑ หญ้าไซ ๑ เอื้อเพ็ดม้า ๑ สะค้าน ๑ รากข้าวสาร ๑ รากมะดูกทั้ง ๒ รากหัศคุณเทศ ๑ รากถั่วแปบผี ๑ รากตาเสือ ๑ รากคันทรง ๑ รากมะเกลือ ๑ รากมะรุม ๑ กุ่มบก ๑ ทองหลาง ๑ บอระเพ็ด ๑ พริก ๑ ขิง ๑ หอม ๑ กะทือ ๑ กระชาย ๑ กระเทียม ๑ ไพล ๑ ผิวมะนาว ๑ ผิวมะกรูด ๑ สิริรวมยานี้เอาเสมอภาค แล้วตำเป็นผง แล้วจึงเอาน้ำผึ้งหมักไว้ ๗ วัน ครอบกระษัย ๗ จำพวก หายทุกประการแล

- ผักเป็ดกะบุง ๑ ขิง ๑ ชั่งกระเทียมจุก ๑ น้ำผึ้ง ๓ ทะนาน เคี่ยวให้เป็นยางมะตูม แล้วเอาพริกไทยทะนาน ๑ ลูกสะบ้าเผา ๓ ลูก การบูร ๑ ตำลึง บดปรุงลงกวนแต่พอปั้นได้ ให้กินแก้กระษัย ๑๖ จำพวกนั้น หายทุกประการแล

- ยาพรหมภักตร์ ประจุกระษัย ครอบกระษัยท้องมาน หืดไอทั้งปวง แก้ลมตีนตาย เสลดตกผอมเหลือง เป็นลมง่วงเหงา เจ็บในอก ท่านให้เอา มหาหิงคุ์ ๑ ยาดำ ๑ สีเสียด ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ กัญชา ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๑ บาท ลูกจันทน์ ๒ บาท การบูร ๓ บาท โหราเท้าสุนัข ๕ บาท รงทอง ๖ บาท ฝิ่น ๑ ตำลึง สิริยาทั้งนี้ตำเป็นผงละลายน้ำผึ้งเป็นกระสายกินหนักสลึง ๑ เป็นยาตัดรากระษัยทั้ง ๑๒๖ จำพวก ดังกล่าวมานั้นหายแล

15. กระษัยไฟ

เกิดเพื่อเตโชธาตุ ๓ ประการ คือ สันตัปปัคคี ชิรนัคคี และปริทัยหัคคี

1. กระษัยไฟกองหนึ่งชื่อว่า อะพิตา หรือชื่อ ปาคะนี มันให้จับเป็นเพลา มันให้ลูกตานั้นแดงเจ็บปางตาย และมันเข้าเจ็บรวบเข้าที่ยอดอกเหมือนฝีมะเร็งทรวง จับเวลาบ่าย แล้วบวมหน้า บวมท้อง บวมตีน ถ้าบวม ๓ ประการนี้ตายแล ถ้าจะแก้ เอาลูกมะม่วงพรวน ๑ ลูกในมะระ ๑ หอยขม ๑ หอยทราย ๑ หอยกาบ ๑ หอยแครง ๑ หอยสังข์ ๑ ยาทั้งนี้เผาไฟให้ไหม้บดละลายเหล้ากินหายแล

2. กระษัยไฟกองหนึ่งชื่อว่า ปริทัยหัคคี เพลิง ที่เผาอาหารพิการ กินอาหารมันให้ผะอืดผะอม ให้ท้องขึ้น มิได้ผายลม ให้แน่นอก กินอาหารมิได้ ท่านให้เอา มะกรูดต้มให้สุก เอายาเบญจขันธ์ทั้งกินทั้งทาเท่าลูกมะกรูด แล้วจึงเอามหาหิงคุ์ ๑ บาท การบูร ๑ บาท พริกไทย ๑ บาท กระเทียม ๑ บาท ไพล ๑ บาท บดด้วยกันปั้นเป็นลูกกลอนกินหายแล

3. กระษัยอันหนึ่งชื่อว่า สันตัปปัคคี มันให้เย็นทั่วตัว แต่ให้ร้อนภายในเป็นกำลัง มันตั้งขึ้นใต้สะดือ ๓ นิ้ว มันให้จุกแดก มันให้ลั่นขึ้นลั่นลง ให้เสียดสีข้าง พลิกตัวไปมามิได้ ประดุจเป็นปัตคาต ให้ปวดให้เจ็บศีรษะ วิงเวียนหน้าตา

ยาแก้กระษัยไฟ

- ถ้าจะแก้ให้เอาตรีผลา ๑ ดองดึง ๑ เทียนทั้ง ๕ เอาสิ่งละ ๑ บาท มหาหิงคุ์ ๒ สลึง กระเทียมเอาทั้งหัวรากใบเท่ายาทั้งหลาย ตำเป็นผงละลายน้ำผึ้งกินหาย

- เปลือกกุ่มน้ำทั้ง ๒ เปลือกหอยกาบ ๑ เปลือกหอยโข่ง ๑ หอยขม ๑ หอยแครง ๑ หอยสังข์ ๑ เปลือกหอยทั้งนี้เผาให้โชนแล้วเอา ขิงแห้ง ๑ ดีปลี ๑ เอาเท่ากัน พริกไทยเท่ายาทั้งหลาย ตำเป็นผงแล้วให้รำหัด การบูร ๑ ปูนผง ๑ ละลายน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนกินหาย ถ้าจะแก้หืดละลายน้ำสุรากินหายแล

- ถ้ามันจุกเสียดปวดขบเป็นกำลัง ให้เอาพริกเทศ ๑๐๘ เม็ด พริกล่อน ๑๐๘ เม็ด ผักกะชับเอาทั้งต้นรากใบลูก เอาสิ่งละ ๑ บาท หญ้าไซย้อย ๑ หญ้าไซแห้ง ๑ เอาสิ่งละ ๑ บาท หญ้ายองไฟ ๑ บาท ไพลแห้ง ๑ บาท ตำเป็นผงละลายน้ำสุรา น้ำส้มซ่า น้ำขิง น้ำมะนาว น้ำกระเทียมก็ได้ ยักกระสายให้ชอบโรคนั้นเถิด

- ยาพรหมภักตรน้อย ประจุกระษัย ๑๘ จำพวก ท่านให้เอา มหาหิงคุ์ ๑ บาท ยาดำ ๑ บาท การบูร ๑ บาท ลูกจันทน์ ๑ สลึง ดอกจันทน์ ๑ สลึง ยางสลัดได ๓ บาท พริกไทย ๓ บาท ๒ สลึง บดด้วยน้ำมะรุมเป็นกระสายยา ปั้นเท่าเมล็ดพริกไทย กินแต่เมล็ดหนึ่ง จงทุกวันฆ่าไส้เดือน ตกสิ้นแล ถ้าเป็นท้องรุ้งท้องมานก็หาย เป็นหืดไอเพื่อเสลดมองคร่อก็หาย ถ้าผู้หญิงเป็นด้วยโลหิตผอมเหลือง กินอาหารมักค้างอยู่ที่อกและลมท้นท้องหอบพักก็หาย ยานี้วิเศษนักแล

16. กระษัยน้ำ

เกิดเพื่อกองน้ำ คือ โลหิต ๑ น้ำเหลือง ๑ เสลด ๑ ทั้งสามประการนี้ เป็นแต่ประการ ๑ ก็ดี ถ้าเพศทั้งสามประการก็ดี ชื่อว่า กระษัยเลือด ถ้าผู้หญิงมันตั้งใต้สะดือ ๓ นิ้ว มันให้ปวดขัดถึงยอดอก เจ็บปวดดังใจจะขาด บางทีมันลามขึ้นไปถึงยอดอกประดุจมะเร็งทรวงและ ฝีปลวก

ยาแก้กระษัยน้ำ

- แก่นขี้เหล็ก๑ ตำลึง แก่นแสมทั้ง ๒ สิ่งละ ๑ ตำลึง กานพลู ๑ ตำลึง มดยอบ ๑ ตำลึง รากเจตมูล ๑ ตำลึง รากส้มกุ้ง ๓ บาท รากผักเป็ดแดง ๒ บาท หัศคุณเทศ ๒ บาท ปูนขาว ๑ บาท พริกญี่ปุ่น ๑ บาท พริกล่อน ๑ บาท ขิงแห้ง ๑ บาท ผิวมะกรูด ๑ บาท ดีปลี ๑ บาท ยาทั้งนี้ดองด้วยสุรา ๓ ทะนาน ให้กินจอกหนึ่ง ครั้นถึง ๗ วัน แล้วจึงกินยาประจุเสีย ก็อาจสามารถที่ว่าจะแก้กระษัยโลหิต

ถ้าผู้หญิงท่านว่า โลหิตเข้าฝักและเลือดแห้งติดกระดูกสันหลังและหัวเหน่า บางทีเลือดมันจับเอาหัวใจให้คลั่งไคล้ดังผีเข้าอยู่

ถ้าผู้ชาย เป็นก้อนเลือดขึ้นมาจับเอาหน้าอก มันให้กลายเป็นฝีในอก เป็นฝีหัวคว่ำ บางทีกลายเป็นมานเลือด มันทำต่างๆ บางทีมันกลายเป็นมุตกิด มุตฆาฏ สันทฆาท เป็นต้น ด้วยเพราะกระษัยเลือดมันขึ้นด้วยกล่อนน้ำคือ โลหิต
ท่านให้ทำยาขนานนี้แก้

- เอาน้ำหญ้าไซทะนาน ๑ น้ำเถาวัลย์เปรียงทะนาน ๑ น้ำลูกบวบขมทะนาน ๑ เถาเปลือกสำโรง ๒ สลึง เปลือกหอยขม ๒ สลึง เปลือกหอยแครง ๒ สลึง เปลือกหอนจุ๊บแจง ๒ สลึง ลูกมะกล่ำขาว ๒ สลึง ลูกมะกล่ำดำ ๒ สลึง รากตองแตก ๒ สลึง หางไหลแดง ๒ สลึง ลูกจิงจ้อน้อย ๒ สลึง เปล้าน้อย ๒ สลึง แก่นแสมทะเล ๒ สลึง ดินประสิวขาว ๒ สลึง รากไคร้เครือ ๒ สลึง ยางสลัดได ๒ สลึง ยางมะตูม ๒ สลึง ยาดำ ๖ สลึง สิริยาทั้งนี้กวนเข้าด้วยกันกับน้ำผึ้งแต่พอปั้นได้กิน ถ้าธาตุเบากินหนัก ๑ ไพ ถ้าธาตุหนักกิน ๒ ไพ ลงจนเสลดแล แล้วหยุดยาที่กินนี้ ไว้ ๑๐ วัน จึงกินทีหนึ่ง แล้วกินยาเดิมไปเถิดหายแล

17. กระษัยเชือก
ตั้งขึ้นแต่หัวเหน่า หยั่งถึงหัวใจ แข็งดุจเหล็ก ให้แน่นชายโครงเป็นกำลัง ให้จุกเสียด ให้ขัดอุจจาระปัสสาวะ และปัสสาวะดำเป็นมัน กระทำให้บริโภคอาหารมิได้ ให้อิ่มไปด้วยลม ให้จับเป็นเวลา บางทีให้ร้อน บางทีให้หนาว ต่อนวดจึงคลายหน่อยหนึ่ง ถ้ามินวดให้ตึง จะย่อตัวไม่ได้ ดุจบุคคลเอาเหล็กมาเสียบไว้ มีความเวทนาเป็นกำลัง

ยาแก้กระษัยเชือก

- เชือกเถาวัลย์เหล็ก เชือกเขาหนัง เชือกเถาร้อยปลา เชือกเถาตายดิบ เชือกเถาถักลอบ แก่นมูลเหล็ก พญามือเหล็ก แก่นมะหาด แก่นปรู แก่นมะขาม แก่นสะเดา แก่นมะทราง แก่นเต็ง แก่นรัง แก่นประดู่ แก่นกรันเกรา รากกรันเกรา เปลือกกรันเกรา สิ่งละ ๑ ตำลึง สมอไทย ๓๐ เมล็ด มะขามป้อม ๔๐ เมล็ด สมอพิเภก ๕๐ เมล็ด เจตมูลเพลิง ๒ บาท ขิงแห้ง ตำลึงบาท ช้าพลู ตำลึงสองบาท ดีปลี ๒ ตำลึง ๒ บาท ต้มตามวิธีให้กิน แก้กระษัยเชือกและกระษัยทั้งปวงหายวิเศษแล

- เอาแก่นขนุนหนัง แกแล กระบือเจ็ดตัว เทพธาโร เปลือกสมุลแว้ง รากกระตังบาย แฝกหอม ขมิ้นอ้อย รากก้างปลาแดง สิ่งละส่วน ยาข้าวเย็น ๒ ส่วน เชือกเถาหญ้านาง ๓ ส่วน ตรีกฏุก สิ่งละ ๔ ส่วน ต้มตามวิธีให้กินแก้กระษัยเชือกหายแล

- เอาแก่นสน กรักขี แก่นประดู่ แก่นปรู จันทน์ทั้งสอง โกฐก้านพร้าว เทียนขาว เสมอภาค ต้มตามวิธีแทรกสารส้มกินแก้กระษัยเชือก ซึ่งกระทำให้ขัดปัสสาวะนั้นหายแล

18. กระษัยลม เกิดเพื่อลม ๖ จำพวก

1. กระษัยลมเกิดเพื่อลมในไส้ เป็นดานกลมเข้าประมาณเท่าลูกตาล เมื่อแก่เข้าให้แข็งไปทั้ง ๒ ข้าง แล้วมันให้จุกเสียดแน่นหน้าอก ท่านให้เอา ผักเสี้ยนผีคั่ว ลูกในสะบ้าเผา ๑ บดละลายเหล้าให้กินหายแล

2. กระษัยลมเกิดเพื่อลมนอกไส้ แล้วแล่นเข้ากระดูก ใหเมื่อยขบกระดูกดังจะแตกจากกัน ท่านให้เอา กระดูกงูเหลือมเผา ๑ กระดูกแพะเผา ๑ เปลือกหอยขมเผา ๑ เปลือกหอยกาบเผา ๑ บดละลายเหล้าให้กินหายแล

3. กระษัยลมเกิดเพื่อลมทั้งหลาย และลมอันนั้นก็ประมวลกันเข้าตั้งอยู่เหนือสะดือเท่าลูกมะเดื่อ มันให้จุกเสียดแน่นอกเป็นกำลัง จะแก้ท่านให้เอา ผักเสี้ยนผี ๑ ขอบชะนางทั้ง ๒ มะรุม ๑ ทองหลาง ๑ เอื้อเพ็ดม้า ๑ หญ้าไซ ๑ ผักคราด ๑ ผักโขมหิน ๑ กระพังโหม ๑ ใบคนทีสอ ๑ กะทือ ๑ ไพล ๑ หอม ๑ กก ๑ ข่า ๑ ยาทั้งนี้ตำเอาน้ำสิ่งละทะนาน ๑ น้ำมันงา ๑ ทะนาน หุงให้คงแต่น้ำมัน ยาปรุงเอา ลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ มหาหิงคุ์ ๑ การบูร ๑ เทียนทั้ง ๕ ยาทั้งนี้บดปรุงลงในน้ำมัน ให้กินบ้าง ทานอกบ้างหายแล


4. กระษัยลมเกิดเพราะลมอุทรวาต มันเกิดแต่ปลายเท้าขึ้นมาถึงศีรษะ เมื่อจะเกิดแก่บุคคลผู้นั้น ลมนั้นพัดอยู่แต่เพียงยอดอก มันก็แล่นเข้าในลำไส้ ให้เป็นเม็ดขึ้นในลำไส้ ให้เป็นฝีรวงผึ้ง ให้เจ็บปวดพ้นประมาณ ถ้าจะแก้ เอากระดูกวัว ๑ หอยตาวัว ๑ หอยกาบ ๑ บดละลายนำหินปูนใสกินหายแล

5. กระษัยลมเกิดเพื่อลมที่พัดแต่ปลายเท้าตลอดถึงกระหม่อม ลมอันนี้พัดไม่ตลอด ตันอยู่เพียงไหนก็ให้เจ็บอยู่เพียงนั้นแล

6. กระษัยลมตั้งอยู่ใน ๔ สถาน ใต้สะดือ เหนือสะดือ ที่ริมสะดือซ้าย ที่ริมสะดือขวาตามแต่มันจะตั้งขึ้นแห่งใดแห่งหนึ่ง อาการประดุจฝีหัวด้วนนั้น ถ้าจะแก้ท่านให้เอา เปลือกงิ้ว ๑ ลูกพิลังกาสา ๑ สารส้ม ๑ มะกรูด ๑ ยาสี่สิ่งนี้เผาไฟบดละลายน้ำมะกรูดกินหายแล
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
พรรณวดี (21-11-12), อภิญญา (20-11-12)
  #19  
เก่า 20-11-12, 22:44
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

ลักษณะอาการของกระษัยเกิดแต่กองธาตุสมุฏฐาน หรือ กระษัยกล่อน

กระษัยกล่อน ๕ ประการ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ จะว่าปริยายออกไป คือ

1. กระษัยกล่อนดิน

เกิดเพื่อปถวีธาตุ คือ เส้นกล่อนนั้นตั้งเป็นก้อนอยู่ตามหัวเหน่าซ้าย ขวาก็ดี มันก็เลื่อนลงไปเอาลูกอัณฑะ ให้กำเริบฟกขึ้น จับต้องไม่ได้ ให้เจ็บเสียวตลอดจนถึงหัวใจ เมื่อกินยาชอบมันก็ชักหดขึ้นไป ตั้งเป็นก้อนเป็นเถาขึ้นมาหัวเหน่า ให้เสียดสีข้างถึงยอดอก แล้วให้ปวดยอดอก อันว่าเส้นอันนั้นมันแทงเข้าเมื่อใด ให้โทษ ๑๑ ประการ ให้เจ็บเสียดแทง เป็นพรรดึก ให้เป็นก้อนอยู่ในท้อง ให้เจ็บทั่วสรรพางค์กาย ให้เจ็บสะเอว มือตายเท้าตาย ให้เมื่อยขบขัดหัวเหน่า ตะโพก ให้ท้องตึงๆ ลงไปสองราวข้างและทวารเบา ให้เจ็บศีรษะ วิงเวียนหน้าตา ให้ตาฟาง หูตึง ให้ขัดสีข้าง ให้ท้องขึ้นท้องพอง บริโภคอาหารไม่มีรส โรคทั้งนี้เกิดเพราะเสมหะแห้งอยู่นอกไส้ มักเกิดพรรดึก เมื่อจะเป็นนั้นมันให้ขึ้นเนื้อขึ้นตัว ให้ถอยอาหาร บางทีมันให้จับร้อนจับหนาว มักอยาก เปรี้ยว หวาน มัน อยากอย่างนี้ชอบที่แห่งโรคดังนี้ บุรุษสตรีเหมือนกัน อันว่ากระษัยกล่อนเหล่านี้ มันเกิดเพื่อเส้นและอุจจาระผูกพรรดึก อยู่ในปถวีธาตุ

ยาแก้กระษัยกล่อนดิน

- สะค้าน ๑ ว่านน้ำ ๑ ผักแพวแดง ๑ ยาดำ ๑ มหาหิงคุ์ ๑ โกฐสอ ๑ โกฐพุงปลา ๑ โกฐจุฬาลัมพา ๑ กัญชา ๑ ชะเอมเทศ ๑ ดีปลี ๑ แก่นแสมทะเล ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ หัวอุตพิด ๑ หัวดองดึง ๑ ยาทั้งนี้เสมอภาค เอาพริกไทยเท่ายาทั้งหลาย ตำเป็นผงละลายน้ำผึ้งกิน หนัก ๑ สลึง กินยานี้ ๗ วันแล้วจึงกินยาทุเลาเสียครั้ง ๑ แล้วจึงทำยาขนานนี้กินต่อไปเถิด

- เอาผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ สมุลแว้ง ๑ เทียนดำ ๑ ผักแพวแดง ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ ดีปลี ๑ ขิงแห้ง ๑ กระเทียม ๑ หัวบุก ๑ หัวกลอย ๑ หัวอุตพิด ๑ กระดาดทั้ง ๒ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละบาท เอาพริกไทย ๕ ตำลึง การบูร ๒ บาท ตำผงละลายน้ำผึ้งก็ได้ น้ำร้อนก็ได้ น้ำส้มสายชูก็ได้กินหายแล

2. กระษัยกล่อนเพลิง (กล่อนไฟ)

เกิดด้วยธาตุไฟ อันชื่อว่า อัคคีมุคะ คือ ธาตุไฟพัดไม่ตลอดดังอยู่เพียงที่อันนั้น และมันก็วิปริตแปรปรวนไปต่างๆ บางทีมันตั้งขึ้นในทรวงอก แล้วให้จุกขึ้นไปดังจะขาดใจตาย มันให้ร้อนดังไฟ ให้เหงื่อไหลแตกทุกเส้นขน

ยาแก้กระษัยกล่อนไฟ

- ท่านให้เอา ยาข้าวเย็น ๑ บาท สารส้ม ๑ บาท ตรีกฏุกสิ่งละ ๒ สลึง โคกกระสุนกำมือ ๑ ตัดหัวตัดท้ายต้ม ๓ เอา ๑ เสกด้วยสัพพาสีให้กิน อย่าให้ผู้อื่นกินร่วม แก้จุก แก้ร้อนหายแล

- ยาแก้กระษัยกล่อนมันให้ร้อนท้องร้อนหลัง เอาแสมทะเล ๑ บาท ขิง ๑ บาท ดีปลี ๑ บาท ลูกจันทน์ ๑ บาท กานพลู ๑ บาท พริกไทย ๕ บาท ตำเป็นผงละลายน้ำผึ้ง กินแก้กระษัยไฟ กินไป ๗ วัน แล้วจึงกินประจุเสีย แล้วจึงทำยานี้ต่อไป

- เอาแก่นขี้เหล็ก ๑ ตำลึง แก่นมะหาด ๖ บาท แก่นแสมทะเล ๒๒ บาท แก่นแสมสาร ๒๒ บาท แก่นมะเกลือ ๒๒ บาท กรักขี ๕ บาท กระเทียม ๖ บาท รากโคกกระออม ๕ บาท รากช้าพลู ๑๐ บาท รากเจตมูลเพลิง ๑๐ บาท รากตองแตก ๕ ตำลึง ผักเสี้ยนกิน ๓ ตำลึง รากผักเสี้ยนผี ๓ บาท รากส้มกุ้งทั้งสอง เอาสิ่งละ ๓ บาท ยาข้าวเย็นจีน ๓๐ บาท ยาข้าวเย็นเหนือ ๓๐ บาท ถ้าจะดองด้วยเหล้าพอท่วมยาเถิด ถ้าจะทำเป็นผงใส่มหาหิงคุ์ ๕ บาท ลูกจันทน์ ๑ บาท ดีปลี ๑ บาท กระเทียม ๑ บาท พริกไทย ๑ บาท เกลือแต่พอรำหัด เมื่อกินตั้งขวัญข้าว เทียน ๓ เล่ม มะพร้าวอ่อนลูก ๑ เมี่ยงคำหนึ่ง เงิน ๑ บาท ขนมเล็กน้อยบูชาจงดี ถ้าดองเอาทองผูกคอหม้อ ๑ บาท ฝังข้าวเปลือกไว้ ๓ วัน จึงกินเถิดวิเศษนัก ท่านตีค่าไว้ชั่งทองหนึ่งแล

3. กระษัยกล่อนลม

เมื่อจะกำเริบข้างขึ้นข้างแรมคล้ายกัน ถ้าเย็นเข้าคล้ายเหมือนหนึ่งคนดี ถ้ามันจะป็นขึ้นมาแล้วมันจุกขึ้นมา แล้วมันก็ขัดมาขบตอดเอาในท้อง มันให้ร้องอยู่ อกนั้นเย็นดังน้ำ แล้วให้ปวดขบเป็นกำลัง กินอาหารอันร้อนลงไป ก็คลายไปหน่อยหนึ่ง

ยาแก้กระษัยกล่อนลม

- ผลจันทน์ ดอกจันทน์ กระวาน กานพลู เทียนดำ ผักแพรวแดง เจตมูลเพลิง ดีปลี ขิงแห้ง กระเทียม บุกรอ กลอย อุตพิด กระดาดทั้ง ๒ สิ่งละส่วน การบูร ๒ ส่วน พริกไทย ๒๐ ส่วน ทำเป็นจุลบดละลายน้ำส้มซ่าก็ได้ น้ำขิง น้ำร้อนก็ได้ ให้กินหนัก ๑ สลึง แก้วาโยกระษัยแล

4. กระษัยกล่อนน้ำ

เกิดเพื่อกองอาโปธาตุ ๓ ประการ คือ ๑. เกิดเพื่อโลหิต ๒. เกิดเพื่อน้ำเหลือง ๓. เกิดเพื่อเสมหะ ถ้าเกิดแต่ประการหนึ่งหรือสามประการก็ดี เรียกว่า กระษัยโลหิต ถ้าสตรีเกิดใต้สะดือ ๓ นิ้ว บุรุษเกิดเหนือสะดือ ๓ นิ้ว ให้ท้องพองเช่นเดียวกับสตรี กระษัยนี้เกิดกับผู้ใดทำให้ปวดขบยอดอก ให้เจ็บปวดดังจะขาดใจตาย บางทีตั้งลามไปถึงตับและหัวใจเป็นดุจฝีมะเร็งทรวงและฝีปลวก

ยาแก้กระษัยกล่อนน้ำ

- โกฐทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ ดอกบัวน้ำทั้ง ๕ สิ่งละ ๒ ส่วน เบญจมูลเหล็ก สะค้าน ช้าพลู สิ่งละ ๔ ส่วน ผลจันทน์ ดอกจันทน์ กระวาน กานพลู ดอกพิกุล ดอกบุนนาค สิ่งละ ๖ ส่วน ชะลูด โลดทะนง ฝักราชพฤกษ์ สิ่งละ ๘ ส่วน ยาดำ ๑๐ ส่วน ดอกคำฝอย ๑๒ ส่วน ฝางเสน ๑๖ ส่วน ต้มตามวิธีให้กิน แก้อาโปกระษัย หายวิเศษนัก

5. กระษัยกล่อนเถา

เกิดเพื่อลมสันทฆาตและปัตฆาต แล่นเข้าในลำไส้ ให้เส้นพองแข็งขวางอยู่หัวเหน่า มาบรรจบเกลียวข้าง ผู้ชายขึ้นข้างขวา ผู้หญิงขึ้นข้างซ้าย เสียดมาตามชายโครงถึงยอดอก ให้ปวดขบในอกตลอดเสียวถึงลำคอ มักให้อาเจียนน้ำลาย ถ้ารากออกมา ที่ปวดนั้นค่อยสงบลงสักหน่อย ก็ทำเพศอาการดุจฝีปลวกฝีมะเร็งทรวง ผิดกันที่เป็นน้ำมูตร ถ้าเป็นกระษัยน้ำน้ำมูตรแดงข้างจะเหลืองสักหน่อย ให้เอาถ้วยรองไว้ดู เมื่อมันนอนลงอยู่ก้นถ้วยนั้นดังน้ำปูนกินหมาก ถ้าฝีสีดำเพราะกินของคาวของหวานนัก เป็นๆ หายๆ ไปประมาณ ๑๒ ปี ๑๓ ปี แล้วมันจะกลายเป็นมานกระษัย รักษาไม่ได้ ถ้าจะแก้ๆ ได้เมื่อยังอ่อนๆ อยู่นั้น ท่านชำระด้วยยาเบญจอัมพฤกษ์ อันอยู่ข้างต้นนั้น กินวันหนึ่งเว้นเสียห้าวันจึงกินทีหนึ่ง แล้วจึงกินยาอันชื่อ นารายณ์พังค่าย ห้าวัน จึงกินยาชำระทีหนึ่ง แล้วท่านจึงให้ทำยานี้กินเวลาเย็น

ยาแก้กระษัยกล่อนเถา

- ยาดาวดึงษา จิงจ้อ ๒ ตำลึง รากตองแตก ๖ บาท สมอไทย ๖ บาท รากเจตมูลเพลิง ๖ บาท หัศคุณเทศ ๑ บาท เทียนดำ ๖ บาท เทียนขาว ๑ บาท เทียนแดง ๑ บาท เทียนตาตั๊กแตน ๑ บาทโกฐสอ ๑ บาท โกฐเขมา ๑ บาท โกฐกรักกรา ๑ บาท ยาดำ ๑ บาท มหาหิงคุ์ ๑ บาท กานพลู ๑ บาท ดีปลี ๑ บาท การบูร ๓ สลึง เอาพริกไทย ๕ บาท ๒ สลึง ตำเป็นผงละลายน้ำผึ้ง น้ำร้อนก็ได้ น้ำมะกรูด น้ำมะนาว น้ำส้มซ่า ก็ได้ สารพัดกระษัย สารพัดโรคทั้งปวงแล พระอินทราเธอให้ทานแก่คนทั้งหลาย ตีค่าไว้แสนตำลึงทอง ๑ แลแล้วจึงต้มยาให้กิน เอามะกรูด มะนาวอย่างละ ๗ ลูก ขิง ๗ ดีปลี ๗ กระเทียม ๗ หัว พริกไทย๑ บาท ไพล ๑ บาท สารส้ม ๑ บาท ดินประสิวขาว ๖ สลึง เกลือกำมือ ๑ ต้ม ๓ เอา ๑ กินเพลาเย็นทุกวัน เป็นยาตัดรากกระษัยแล

- ยาแกงเป็นยารุ เปลือกทองหลางใบมนทั้ง ๒ เปลือกมะรุม ๑ ใบสวาด ๑ ลูกคัดเค้า ๑ เครื่องยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๗ เอาปลาร้าปลาสร้อย ๗ ตัว ปลาดุกย่าง ๑ ตัว เอาใบสลอดที่กินลงที่อ่อนๆ นั้น ๗ ใบ หั่นเป็นผักใส่ลง ทำเป็นแกงยาเถิดลงเสลดเขียว

- ท่านให้ถ่ายด้วยยานี้ กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ ขอนดอก ๑ ลูกจันทน์ ๖ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ เทียนเยาวภาณี ๑ เทียนข้าวเปลือก ๑ โกฐพุงปลา ๑ โกฐก้านพร้าว ๑ โกฐหัวบัว ๑ โกฐกระดูก ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๑ สลึง เอาสมอทั้ง ๓ สิ่งละ ๒ สลึง ลูกสลอดนั้นปอกเปลือก ผ่าเอาไส้ในออก แล้วเอาข้าวสุกห่อให้มิด แล้วเอาผ้าขาวห่อต้มให้น้ำแห้ง ๓ หน แล้วเอาขึ้นตากแดดให้แห้ง แล้วเอาต้มด้วยใบมะขาม ๑ ใบส้มป่อย ๑ เกลือ ๑ ต้มไปให้น้ำแห้งถึง ๓ หน แล้วตากแดดให้แห้ง เอาเท่ายาทั้งหลาย ตำเป็นผงละลายน้ำผึ้งกินดีนัก กล่ำลง ๕ หน กิน ๗ กล่ำลง ๗ หน ยานี้มีคุณนัก แก้โรคทั้งปวงวิเศษนักแลอย่าสนเท่ห์เลย

- แก้กระษัยจุกเสียด ตรีกฏุก ๑ แก่นแสมทั้ง ๒ หัศคุณทั้ง ๒ เจตมูลเพลิง ๑ ฝักส้มป่อยคั่ว ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๓ บาท สมุลแว้ง ๖ บาท ลูกจันทน์ ๑ สลึง ดอกจันทน์ ๑ สลึง กานพลู ๑ สลึง ตำเป็นผงละลายน้ำผึ้ง น้ำกระเทียม กินแก้กระษัยจุกเสียดแล ถ้าจะแก้ลมอัมพฤกษ์ ลมชื่อมหาสดมภ์ ละลายขิง ข่า กระเทียม ตามแต่จะละลายกินเถิด ห้ามน้ำมะนาวแล

- ลูกเอ็นเทศ ๕ บาท อบเชยเทศ ๓ บาท ๓ สลึง ชะเอมเทศ ๕ บาท ๒ สลึง ลูกกระวาน ๒ บาท ๒ สลึง ลูกมะขามป้อม ๑๐ บาท พริกล่อน ๒ ตำลึง ๓ สลึง ขิงแห้ง ๕ บาท ดีปลี ๖ บาท ดอกบุนนาค ๑ ตำลึง ตำเป็นผงแล้วเอาน้ำตาลทรายเท่ายาทั้งหลาย คุลีการเข้าด้วยยา น้ำผึ้งกินแก้ลมกระษัยซึ่งเจ็บอกขัดในอก แก้พรรดึกดีนักแล


กระษัย ๗ จำพวก (กระษัยที่น่าศึกษา แต่ไม่อยู่ในหลักสูตรของกระทรวง)


1. กระษัยเชือกควาย
ให้เป็นเกลียวอยู่ที่ริมสะดือ ให้ปวดหนักหนา หาความสุขมิได้เลย หัวมันจุกอยู่ที่สะดือหนักเบาเหลืองดังขมิ้น

ยาแก้กระษัยเชือกควาย

- บอระเพ็ด ๑ เปลือกมะกรูด ๑ เปลือกมะนาว ๑ พริก ๑ ขิง ๑ ข่าตาแดง ๑ ผิวงั่ว ๑ กะทือ ๑ ไพล ๑ หอม ๑ กก ๑ ผักเสี้ยนผี ๑ ผักแพวทั้ง ๒ กุ่มทั้ง ๒ มะรุม ๑ ทองหลาง ๑ ตำเป็นผงละลายน้ำผึ้ง น้ำสุราก็ได้กินหายแล

2. ลมกระษัยปลา
มันเอาหัวนั้นเสียดขึ้นมาจุกเอาหัวตับ หางนั้นก็รีไปตามสายสะดือ ให้ปวดอยู่ริกๆ รุดๆ สุดกำลังจะหงายจะคว่ำลงก็บ่มิได้ มันให้เสลดน้ำลายไหลออกมิรู้ขาด บางทีมันให้สะอึกขึ้นมาเจ็บต้องมิได้

ยาแก้ลมกระษัยปลา

- เปลือกตาเสือ ๑ เปลือกมะกล่ำต้น ๑ เปลือกมะกอก ๑ ดอกผักแพวทั้ง ๒ กุ่มทั้ง ๒ มะรุม ๑ ทองหลาง ๑ กระเช้าผีมด ๑ ว่าหางตะเข้ ๑ พริก ๑ ขิง ๑ กะทือ ๑ ไพล ๑ กก ๑ กระชาย ๑ ยาทั้งนี้เอาเท่ากัน ตำเป็นผงละลายน้ำผึ้งกินก็ได้ แช่เหล้าไว้ ๗ วัน กินหายแล

3. ลมกระษัยลิ้นกระบือ
เกิดเพราะเลือด ให้เป็นขึ้นในท้อง ครั้งกินของแสลงเข้าไป เลือดนั้นก็จะดำคล้ำละลายออกไป ให้ปวดนัก ถ้ากินน้ำร้อนเข้าไปก็คลาย แล้วมันก็กลับปวดไปอีก

ยาแก้ลมกระษัยลิ้นกระบือ

- เปลือกแก่นประคำ ๑ กำแพงทะลาย ๑ ดอกผักแพวแดง ๑ กุ่มทั้ง ๒ มะรุม ๑ ทองหลาง ๑ บอระเพ็ด ๑ กระดาด ๑ ผิวมะกรูด ๑ ผิวมะนาว ๑ ผิวมะงั่ว ๑ พริก ๑ ขิง ๑ ข่า ๑ หอม ๑ กระเทียม ๑ ไพล ๑ กะทือ ๑ ยาทั้งนี้เอาเท่ากันตำเป็นผงละลายน้ำเหล้ากินก็ได้ ถ้าจะแช่ เหล้าฝังข้าวเปลือกไว้ ๗ วัน กินหายแล

4. กระษัยเลือด
มันพัดเลือดแข็งเข้า ให้เจ็บในท้อง ครั้นนวดลงก็หายเจ็บไป ครั้นแก่เข้าให้หน้าเผือด ตาเหลืองซูบผอมไป
ยาแก้กระษัยเลือด

- รากเจตพังคี ๑ รากคัดเค้า ๑ รากสัตตคูณ ๑ รากแสมสาร ๑ รากมะตูม ๑ ขี้เหล็กทั้ง ๒ มะรุม ๑ ทองหลาง ๑ บอระเพ็ด ๑ หัวดองดึง ๑ หัวบุกรอ ๑ หัวกลอย ๑ หัวกระดาษ ๑ พริก ๑ ขิง ๑ กะทือ ๑ ไพล ๑ ตะไคร้ ๑ กระชาย ๑ หอม ๑ กระเทียม ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ยาทั้งนี้เอาเท่ากัน ตำเป็นผงละลายน้ำผึ้งกินก็ได้ แช่เหล้าไว้ ๗ วัน กินหายแล
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
พรรณวดี (21-11-12), อภิญญา (20-11-12)
  #20  
เก่า 20-11-12, 22:48
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

5. กระษัยปลาไหล มันเอาหัวลงถึงขา ให้เจ็บสันหลัง ครั้นเมื่อถึงวันมันจะขึ้น ให้รุบๆ ตามเส้นจุกเสียด ครั้นนวดลง มันก็ปวดเสียวไปทั่วทั้งตัว มักกินอาหารมิได้

ยาแก้กระษัยปลาไหล

- เปลือกกระถินพิมาน ๑ เปลือมะม่วง ๑ เปลือกแก่นประคำ ๑ กำแพงทะลาย ๑ ดอกผักแพวแดง ๑ ดอกผักแพวขาว ๑ กุ่มทั้ง ๒ ทองหลาง ๑ มะรุม ๑ บอระเพ็ด ๑ กระดาษ ๑ ผิวมะกรูด ๑ ผิวมะนาว ๑ ผิวมะงั่ว ๑ พริก ๑ ขิง ๑ ข่า ๑ หอม ๑ กระเทียม ๑ ไพล ๑ กะทือ ๑ ยาทั้งนี้เอาเท่ากัน ตำเป็นผงละลายน้ำผึ้ง น้ำเหล้า กินก็ได้ ถ้าจะแช่เหล้าฝังข้าวเปลือกไว้ ๗ วัน กินหายแล

6. กระษัยแช่
มันก็พัดกลับเข้าเท่าฟองไข่เป็ด ถ้ายืนขึ้นมันก็จุกเอาหัวตับ ครั้นมันแก่แล้วก็ถอยลง ขับทวารทั้ง ๙ แห้ง แล้วจะถึงแก่ความมรณะ

ยาแก้กระษัยแช่

- แก่นสน ๑ แก่นแสมสาร ๑ รากสะเดา ๑ รากขี้เหล็ก ๑ รากเครือเข้าหมูสี ๑ พิลังกาสา ๑ เอาทั้งรากทั้งใบ จำปาทั้งรากทั้งใบ พิษหมาบ้า ๑ หญ้าไซ ๑ ผักแพวทั้ง ๒ มะรุม ๑ ทองหลาง ๑ พริก ๑ ขิง ๑ หอม ๑ กระเทียม ๑ กะทือ ๑ ไพล ๑ ยาทั้งนี้ละลายสุรา น้ำขิงก็ได้ ถ้าจะแช่เหล้าไว้ ๗ วัน จึงกินหายแล

7. ยาแก้กระษัยอื่น ๆ


- ยาตำราหลวงชื่อ ไฟสุมขอน เสวยแก้กระษัยเลือดกระษัยลมจุกเสียด ท่านให้เอา หอยแครงเผา ๑ เจตมูลเพลิง ๑ สมุลแว้ง ๑ หญ้ายองไฟ ๑ ขิงแห้ง ๑ ปูนผง ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๔ ส่วน เอาแก่นแสม ๑ พริก ๑ ขิง ๑ เอาสิ่งละ ๘ ส่วน เอาดีปลี ๖ ส่วน ตำผงละลายน้ำสุราเสวยดีนักแล

- ยาอัมฤตย์โอสถ แก้ลมกระษัยทั้งปวง เอาหัศคุณ ๑ แก่นแสมทะเล ๑ รากส้มกุ้ง ๑ ลูกมะตูม ๑ ลูกมะแหน ๑ ลูกพิลังกาสา ๑ สมอเทศ ๑ สมอไทย ๑ โกฐเขมา ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ ลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทร์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ดีปลี ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค เอาเปลือกหอยโข่ง ๑ เปลือกหอนขม ๑ เปลือกหอยแครง ๑ เบี้ยผู้เผา ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน เอากัญชา ๑๐ ส่วน เอาพริกไทย ๒ เท่ายาทั้งหลาย ตำผงกระสายยักย้ายใช้ให้ชอบโรคทั้งหลายเถิด ตำราหลวง ๒ ขนานเท่านี้แล

- ขนานหนึ่งวิเศษนัก ท่านให้เอา ขมิ้นอ้อย ๑ สลึง ดองดึง ๑ สลึง ดีปลี ๒ สลึง ขันทศกร ๒ สลึง ตรีผลา ๓ สลึง ขิงแห้ง ๓ สลึง พริกไทย ๑ บาท รากเจตมูลเพลิง ๑ บาท รากทนดี ๓ บาท ๒ สลึง ตำเป็นผงแล้วเอาน้ำผึ้ง ๔ ส่วน น้ำอ้อยแดง ๑ ส่วน คุลีการเข้าด้วยกันกินหนัก ๑ สลึง กินวัน ๑ คุ้มไปเดือนหนึ่ง กินเดือน ๑ คุ้มไปปีหนึ่งและรูปงามแล

- ยาจันทหฤทัย แก้ไข้ทั้งปวง เอาเกสรบัวหลวง ๑ ดอกพิกุล ๑ ดอกบุนนาค ๑ ดอกสารภี ๑ ลูกสมอทั้ง ๓ สิ่งละ ๑ บาท ลูกมะขามป้อม ๑ บาท ว่านน้ำ ๒ สลึง หอม ๒ สลึง กระเทียม ๒ สลึง ชะลูด ๑ บาท อบเชยทั้ง ๒ สิ่งละ ๑ สลึง ลูกจันทน์ ๒ สลึง เปราะ ๓ บาท จันทน์เทศ ลูกผักชี ๒ สลึง ชะเอมเทศ ๑ บาท จันทนา ๑๐ บาท จันทน์ชะมด ๑๐ บาท ชะมด พิมเสนเป็นกระสายยาบด ถ้าจะแก้เชื่อมมัว น้ำจันทน์ น้ำดอกไม้ ถ้าจะแก้กระหายน้ำ น้ำไส้ฟัก นำขันทศกร รากฟักข้าว แก้ระทดระทวยทิ้งอาหาร รากบัว รากมะกอก ข้าวคั่ว ตำเอาน้ำละลายกินชูกำลัง แก้ชักฝีดาษละลายน้ำสุรา เอาดีตัดลงว่านน้ำ กระเทียม หัวหอม ๓ สิ่งคั่วให้กรอบน้ำกระสายยายักให้เถิดวิเศษนัก

ยาดองแก้เลือดของขรัวพ่อฉิม กระเทียม ๕ ตำลึง การบู ๑๐ บาท ว่านน้ำ ๔ ตำลึง ผักเป็ดแดง ๕ ตำลึง บอระเพ็ด ๕ ตำลึง ไพล ๕ ตำลึง เกลือ ๕ ตำลึง ดีเกลือ ๑ มะกรูด ๓๓ ลูก ต้มกับผักเป็ดแดง ตำคั้นเอาน้ำดอง จึงเอายานันปรุงลงกินดีนัก

- ให้เอามหาหิงคุ์ ๑ บาท ว่านน้ำ ๑ สลึง เจตมูลเพลิง๒ สลึง เกลือสินเธาว์ ๒ สลึง พริกไทย ๖ สลึง การบูร ๒ สลึง กานพลู ๑ สลึง แห้วหมู ๒ สลึง โกฐพุงปลา ๑ เฟื้อง โกฐสอ ๑ เฟื้อง ยาดำ ๑ บาท รากตองแตก ๑ บาท ดีปลี ๖ สลึง รากช้าพลู ๑ สลึง ผลกระดอม ๖ สลึง บอระเพ็ด ๒ สลึง ลูกกระวาน ๒ สลึง กระเทียม ๒ สลึง ขมิ้นอ้อย ๒ สลึง หัศดำเทศ ๑ บาท ใบสะเดา ๑ ตำลึง ตำเป็นผงละลายน้ำร้อนหรือน้ำส้มหรือส้มซ่าหรือน้ำผึ้งหรือน้ำร้อนก็ได้ แก้ลมอันเกิดแต่เท้า ให้เท้าตายมือตาย และแก้ลมริดสีดวงก็หายสิ้นแล ให้รับประทานเท่าผลสมอแก้ลม ๓๐๐ จำพวกก็หายแล ถ้ารับประทานได้ ๗ วัน เสียงดังจักจั่นเรไร ถ้ารับประทาน ๑๕ วัน เสียงนกการะเวก ถ้ารับประทานได้นานๆ เสียงดังหงส์ทองอยู่ในถ้ำคูหาสวรรค์ ถ้ารับประทานถึงเดือน ๑ เรียนพระไตรปิฎก ๘๔๐๐๐ จบ คาถาปัญญาสว่าง ปราศจากพยาธิ ๕๐๐ จำพวกก็หายสิ้นแล รับประทานถึง ๖ เดือน จักษุสว่างทั้ง ๒ ข้าง รับประทานถึง ๗ เดือน รู้กำเนิดเทวดาในชั้นฟ้า รับประทานถึง ๘ เดือน พระเวสสุวรรณลงมาสู่พวกเราแล รับประทานถึง ๙ เดือนอายุยืนได้ถึง๒๐๐ ปี ให้ทำยานี้กินเถิด ถ้าผู้ใดได้ตำรานี้แล้วไม่ทำกิน เปรียบเหมือนเหยียบแผ่นดินผิดทีเดียว ตำรานี้ท่านคิดปฤษณาได้อย่าสนเท่ห์เลย ถ้าได้พบให้ทำกินจำเริญอาหารด้วยแล

__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
พรรณวดี (21-11-12), อภิญญา (20-11-12)
ตอบ

Tags
ยาสมุนไพรไทย


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 08:14


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่