อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > เบ็ดเตล็ด

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 14-06-12, 22:18
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default ตำราสมุนไพร


__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เกียงจูแหย : 15-06-12 เมื่อ 01:01 เหตุผล: เปลี่ยนชื่อ

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 4 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
พรรณวดี (15-06-12), อภิญญา (15-06-12), เพิ่มบุญ (16-06-12), octavian (19-06-12)
  #2  
เก่า 14-06-12, 22:30
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

ตำรับยาสมุนไพร

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม วัดอัมพวัน สิงห์บุรี




คำนำ


ตำรายานี้ ข้าพเจ้ารวบรวมมาจากที่หลวงพ่อบอกเองด้วยวาจา และข้าพเจ้านำไปใช้เพื่อรักษาตนเองจนได้ผล หรือจากหนังสือกฎแห่งกรรม ธรรมปฏิบัติหลาย ๆ เล่มของหลวงพ่อ รวมถึงได้มาจากลูกศิษย์บางคนที่เคยฟังหลวงพ่อสอนแล้วมีตำรายาแทรกมาในการสอน นั้นด้วย ฉะนั้นยาทุกขนานในที่นี้ เป็นยาที่หลวงพ่อท่านเคยใช้เองบ้าง หรือให้คนอื่นทดลองใช้มาแล้วบ้าง ข้าพเจ้าเคยกราบเรียนขออนุญาตจากหลวงพ่อเพื่อจัดพิมพ์เผยแพร่เป็นวิทยาทาน ซึ่งท่านอนุญาตเรียบร้อยแล้ว

ขออานิสงส์จากการพิมพ์ตำรายานี้ ได้ส่งผลให้ญาติมิตรที่ร่วมบริจาคในการพิมพ์หนังสือ จงมีความสุข ความเจริญ และมีสุขภาพร่างกายจิตใจสมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากโรคภัยอันตรายใด ๆ ทั้งปวงเทอญ

พ.อ.หญิง วาสุณี อนันตรพีระ
กองวิทยาการ กรมการทหารช่าง จ.ราชบุรี



*****

คติธรรมจากพุทโธโลยี ฉบับ “๗๒ ปี หลวงพ่อจรัญ”


“ถ้าใครรู้ว่าอาการเจ็บป่วยจะ เกิดขึ้น จงรีบรักษาเสียด้วยยา คือ ความอดทน เจริญพระกรรมฐาน กำหนดอดทนหนอ อดทนหนอ การคำนึงถึงภาษิตที่ว่า ใครแช่งใครด่าใครว่าเรา เหมือนยอดเขาถูกกระทบไม่หวั่นไหว จะทำให้สบายใจขึ้นอย่างประหลาด โปรดนำไปใช้ดูบ้าง คือ พระกรรมฐาน กำหนดจิตอดทนให้ได้ ได้ผลดีจริง ๆ “

“ ทน ” คือ ทนต่อสิ่งที่ชัง อันหมายถึง สิ่งที่ไม่ชอบนั่นเอง ซึ่งพอจะประมวลให้ทราบลงเป็น ๓ อย่าง คือ

๑. ทนต่อความลำบาก
๒. ทนต่อความเจ็บป่วย
๓. ทนต่อความเจ็บใจ

เวลาใดทำใจให้ผ่องแผ้ว เหมือนได้แก้วมีค่าเป็นราศรี
เวลาใดทำใจให้ราคี เหมือนมณีแตกหมดลดราคา
อันความสุขทางใจนั้นหายาก คนส่วนมากไม่ชอบแสวงหา
หวังแต่สุขเพื่อสนุกเพียงหูตา มันจึงพาชักจูงให้ยุ่งใจ

ฉนั้นการที่จะรักษาร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บใด ๆ นั้น ต้องเริ่มที่การทำจิตใจให้ผ่องใสก่อน เพราะจิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว เมื่อนายดี บ่าวก็มีความสุข ถึงตอนนี้หยูกยาอะไรก็หมดความจำเป็น แต่ถ้ากายมีโรคภัยแล้ว ยาในตำรับเหล่านี้ คงจะพอช่วยได้




*****

อนุสนธิ

เมื่อประมาณเดือน ก.ย. ๔๒ ข้าพเจ้าไปตรวจร่างกายไว้ที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ แล้วพบว่า ตนเองเป็นมะเร็งที่ไตซ้ายจนต้องตัดทิ้งไป ทุกวันนี้เหลือไตขวาอยู่ข้างเดียว ซึ่งวันดีคืนดี ก็จะมีอะไรผิดปกติมาพอให้ผวาเล่น กับมีก้อนมะเร็งที่ปอดขวาอีก ๑ ก้อน ซึ่งหมอก็ตัดก้อนทิ้งไปพร้อมกับเนื้อปอดอีกพอสมควร หมอบอกว่าเก็บเอาไว้หายใจบ้าง ขืนตัดออกหมดอาจจะตาย เพราะไม่มีอะไรหายใจ

ทุกวันนี้อาศัยการทำกรรมฐานช่วย โรคภัยไข้เจ็บจึงหายไปแล้ว ข้าพเจ้าเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม แห่งวัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งโชคดีที่ได้มีโอกาสฝึกกรรมฐานก่อนจะป่วยเป็นมะเร็งถึง ๒ ปี จึงทำให้พอมีสติ ที่จะปลงในเรื่องของความตาย และการกลัวความเจ็บปวดไปได้บ้าง มิฉะนั้นป่านนี้ อาจจะเหลือเพียงเถ้าถ่านไปแล้ว เพราะถ้าป่วยเป็นมะเร็ง แล้วยังมีความกลัวตาย วิตกกังวล และหวาดผวาถึงความเจ็บปวดที่เกิดจากโรคแล้ว อาการจะยิ่งทรุดลงเร็วมาก

สิ่งที่ควรต้องคิด และทำเมื่อท่านป่วยเป็นโรคนี้ (น่า จะโรคอื่น ๆ ด้วย) คือ การมีสติ และความเข้มแข็งของจิตใจ เพราะเมื่อใดที่จิตตก หดหู่และท้อถอย โรคจะกำเริบและกลับซ้ำได้ง่าย หากจะคิดก็คิดว่าคนเราเกิดมาแล้วต้องตายทุกคน จะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับ “กรรม” ที่แต่ละคนทำเท่านั้น เมื่อกายเราป่วย ก็อย่าให้จิตป่วย เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

หลังจากผ่าตัดและให้เคมีบำบัดแล้ว ข้าพเจ้ายังมีสุขภาพที่ทรุดโทรมอยู่มาก อาศัยว่ามาทำกรรมฐานที่วัดอัมพวัน ทุกเดือน ก็ประทังความทุกข์ทางจิตใจไปได้ ราวปลาย ธ.ค. ๔๔ ข้าพเจ้ามีอาการอ่อนเพลีย ลุกแล้วหน้ามืดอยู่ตลอดเวลา เลือดกำเดาออกมาจากจมูกทั้งวันทั้งคืน ติดต่อกัน ๕-๖ วัน จนกระทั่งลุกเดินไปมาแทบไม่ไหว ข้าพเจ้าไปกราบหลวงพ่อที่กุฏิ และกราบเรียนท่านว่า “เลือดกำเดาลูกไหลตลอดเวลาทุกวันเลย หากลูกตาย หลวงพ่อกรุณาเผาลูกด้วย” ท่านยังชี้มาที่ข้าพเจ้าและบอกว่า “ยังไม่ตายหรอก เราเป็นภูมิแพ้ ให้ออกกำลังกาย และเอายาไปกิน” ตำรายาก็คือ ใบพุทรา(ไทย)สด ๓ กำมือ ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ หนักอย่างละ ๔ บาท นำมาต้มรวมกันแล้วดื่มต่างน้ำ

ข้าพเจ้ากลับบ้านแล้วมาทำตามตำราของหลวงพ่อ มหัศจรรย์จริง ๆ ที่ดื่มยายังไม่ทันจืดเลย เลือดกำเดาที่ไหลมาเป็นอาทิตย์ ก็หยุดเป็นปลิดทิ้ง และหายมาจนทุกวันนี้ ข้าพเจ้าจึงอยากจะนำมาถ่ายทอดให้ทุกคนได้รับรู้ เป็นยาที่ง่ายมาก แต่ได้ผลชะงัด จะมีข้อเสียอยู่นิดหนึ่งตรงที่ดื่มครั้งแรก ๆ จะมีรสฝาดจากใบพุทราอยู่บ้าง แต่ก็ดีกว่าความทรมานจากเลือดกำเดาแน่นอน

ยาอีกตำรับหนึ่งที่ข้าพเจ้าใช้เองและได้ผล คือ ข้าพเจ้ามีอาการปวดท้องน้อยมานานแล้ว เวลาปวด จะเหมือนปวดประจำเดือน ซึ่งผู้หญิงทุกคนจะเข้าใจความรู้สึกนี้ดี ปกติเมื่อครั้งที่ยังไม่ได้ฝึกก รรมฐาน หากมีอาการปวดมากขนาดนี้ ต้องรีบหายาแก้ปวดกิน แล้วถือโอกาสนอนพัก เพราะทรมานมาก มันปวดกรุ่น ๆ เหมือนจะถ่ายอุจจาระแต่ก็ไม่ถ่าย คราวนี้ปวดมากขนาดนั้น แต่อาศัยเคยฝึกกรรมฐาน จึงใช้วิธีกำหนดเวทนา ก็หายได้เป็นพัก ๆ แล้วก็ปวดอีก เป็นอย่างนี้ประมาณ ๔-๕ เดือนแล้ว

ข้าพเจ้าคิดว่าหากทิ้งไว้เนิ่นนาน ถ้ากลายเป็นอย่างอื่น จะทำอย่างไร จึงตรวจปัสสาวะ ตรวจอุจจาระ และตรวจเลือดดูก่อน (เกรงว่าจะเป็นมะเร็งระยะลุกลา ม) ผลออกมา ก็ปกติทุกอย่าง จึงไปตรวจภายใน แพทย์บอกว่าเซลล์มดลูก และรังไข่เริ่มฝ่อ จึงทำให้ปวดท้อง จำเป็นต้องให้ฮอร์โมน ซึ่งถ้าข้าพเจ้ากินฮอร์โมนแล้ว โอกาสเป็นมะเร็งจะเพิ่มสูงขึ้น

จำได้ว่า หลวงพ่อเคยพูดให้ฟังถึงยาขนานหนึ่งที่ช่วยแก้ในเรื่องม ดลูกดีมาก (ท่านพูดมา ๓ ปีแล้ว เพิ่งนึกขึ้นได้) คือ เกลือ ๓ ส่วน มะขามเปียก ๗ ส่วน บอระเพ็ด ๕ ส่วน หรือสูตร เกลือสาม มะขามเจ็ด บอระเพ็ดห้า ที่ลูกศิษย์ลูกหาของหลวงพ่อจะได้ยินกันบ่อย ๆ โดยนำตัวยาทั้ง ๓ ชนิด มาโขลกรวมกัน แล้วปั้นรับประทานตามแต่ความ เหมาะสมของธาตุของตน หลังจากข้าพเจ้ากินยานี้ได้ราว ๒ อาทิตย์ อาการปวดท้องน้อยเริ่มหายไป การขับถ่ายดีขึ้น และทุกวันนี้ก็ยังกินอยู่ เมื่อข้าพเจ้ากินยาจากตำราของหลวงพ่อแล้วได้ผลดี จึงอยากจะบอกกล่าวมายังทุกท่าน ซึ่งเป็นศิษย์ของหลวงพ่อให้ได้รับรู้ เพื่อว่าวันข้างหน้า ท่านเกิดเจ็บไข้ไม่สบาย จะได้นำตำรานี้ไปใช้ เมื่อหายแล้วจะได้ถ่ายทอดต่อไปเป็นวิทยาทาน

*****

สมุนไพร ที่หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

เมตตาแนะนำแก่ญาติโยม



๑. ชาตะไคร้

สรรพคุณ แก้ปวดกระดูก ปวดหลัง ปวดแข้ง ปวดขา ป้องกันกระดูกผุ นั่งดูหนังสือแล้วตาลาย ลุกขึ้นแล้วหน้ามืด ป้องกันโรคไต เบาหวาน คอเลสเตอรอล

วิธีทำ เอาต้นตะไคร้ล้างให้สะอาด (ตะไคร้ที่ใช้ทำอาหาร) ใช้ส่วนที่เป็นต้น ใบกับรากไม่เอา
หั่นตากแดดให้แห้งสนิท แล้วนำมาคั่วให้เหลืองหอม เก็บไว้ชง หรือ ต้มกินต่างน้ำ เหมือนน้ำชา

๒. ยาอายุวัฒนะ

สรรพคุณ แก้มะเร็งเม็ดเลือด เสกด้วยนวหรคุณ ๙
รักษาโรคมะเร็งระยะเป็นใหม่ ๆ รักษาเอดส์ ต้องเสกด้วยพุทธคุณ ๑๐๘
แก้ท้องเฟ้อ มดลูกเสีย กินทุกวันทำให้ร่างกายแข็งแรง

วิธีทำ
เกลือทะเลเม็ด ๓ ส่วน
บอระเพ็ดสดหั่น ๕ ส่วน
มะขามเปียกเอาเม็ดและซางออก สับ ๗ ส่วน
นำมาโขลกผสมกัน กินเช้า-เย็น หรือก่อนนอน ครั้งละก้อนเท่าหัวแม่มือ
ถ้าต้องการให้ถ่าย กินตามธาตุหนัก-เบา แล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ

๓. โรคไตวาย


วิธีทำ ให้ไปถากเปลือกงิ้วแดง ถากขึ้น ๒ ถากลง ๑ มาต้มดื่มต่างน้ำ (ต้มสด ๆ เลย)
(เวลาถากเปลือก อย่าถากรอบต้น ต้นไม้จะตาย)

๔. เสียงแหบแห้ง

วิธีทำ ให้นำกระเทียม พริกไทย โขลกให้ละเอียด ละลายด้วยน้ำผึ้งกิน

๕. ตกขาว

วิธีทำ นำสับปะรดทั้งหัวหมกปูนขาว ๓ วัน (ถ้ายังไม่สุก หรือฉ่ำให้หมกต่อ) แล้วนำมาปอกกินตามปกติ

๖. โรคชัก เส้นเลือดหัวใจตีบ โรคป่วง

วิธีทำ นำพริกไทยเม็ดโขลกให้ละเอียด ใส่แคปซูลไว้ นำพริกขี้หนูป่นใส่แคปซูล
กินพร้อมกันอย่างละ ๑ แคปซูล (ของยาแผนปัจจุบัน) กินก่อนอาหารเช้า-เย็น

๗. โรคกระเพาะ

วิธีทำ ให้เอากล้วยน้ำว้าดิบฝานบาง ๆ ตากแดดให้แห้งสนิท แล้วป่นให้เป็นแป้ง
เวลากินตักครั้งละ ๑ ช้อนคาว ใส่น้ำสุกอุ่น ๆ แล้วดื่ม

๘. เลือดกำเดาออก

วิธีทำ เอาใบพุทรา ๓ กำมือ ยาข้าวเย็นเหนือ หนัก ๔ บาท ยาข้าวเย็นใต้ หนัก ๔ บาท มาต้มดื่มต่างน้ำ

๙. มะเร็ง
วิธีทำ นำลูกใต้ใบทั้ง ๕ กับต้นไมยราบทั้ง ๕ มาต้มกินต่างน้ำ
(ทั้ง ๕ หมายถึง ราก, ต้น, ใบ, ดอก และผล)

๑๐. โรคตับแข็ง

วิธีทำ กินบอระเพ็ด วันละ ๕ แว่น (ยาวประมาณ ๒ ซ.ม. หรือ องคุลี)
โดยเฉพาะคุณแม่ที่กินยาดองหลังคลอดบุตร และรักษามะเร็ง
หรือโรคท้องมานต้องลงด้วย “นะโม พุทธายะ”

โรคตับอีกขนาน

บอระเพ็ดสด ๑ ช้อนคาว เคี้ยว ๆ แล้วตามด้วย น้ำผึ้งเดือนห้า

๑๑. ร้อนใน อาเจียน
วิธีทำ ใบตำลึงต้มกินหาย อีกขนานให้เอายอดกะทกรก และยอดตำลึงต้มกิน หรือคั้นเอาน้ำกิน

๑๒. โรคภูมิแพ้

วิธีทำ ให้กินบอระเพ็ด

๑๓. โรคหอบ-หืด

วิธีทำ นำต้นตำแยแมวมาโขลกใส่น้ำซาวข้าว กรองเอาแต่น้ำกิน

๑๔. โรคหัวใจโต

วิธีทำ กินกระถินแล้วเอาเปลือกกับรากมาต้มน้ำดื่ม

๑๕. นมหลง (ปวดนม หรือนมคัด)

วิธีทำ เอานุ่นมาจุดไฟแล้ว ใส่ไหกระเทียม อย่าให้ควันออก เอาปากไหกดครอบเต้านม ไม่นาน น้ำนมจะไหล หายปวด

๑๖. กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ปัสสาวะเป็นเลือด นิ่วในกระเพาะปัสสาว

วิธีทำ
ข้าวเย็นเหนือ. ข้าวเย็นใต้ หนัก ๔ บาท
ฟ้าทะลายโจร (สด) ๑ กำมือ
หญ้าหนวดแมว (สด) ๑ กำมือ
รากหญ้าคา (สด) ๑ กำมือ
นำตัวยาทั้งสี่อย่าง นำมาต้มดื่มแทนน้ำ

๑๗. ไข้ทับระดู (เป็นไข้ระหว่างมีประจำเดือน)

วิธีทำ หญ้าเจ้าชู้ ๓ กำมือ ยาข้าวเย็นเหนือ, ข้าวเย็นใต้ หนัก ๔ บาท
นำตัวยาทั้งหมดมาต้มดื่มต่างน้ำ

๑๘. บิดหัวลูก (เป็นโรคบิดระหว่างตั้งครรภ์ ลูกขี้ มักตายในท้อง หรือไม่ก็คลอดออกมาแล้วตาย)

วิธีทำ
๑. นำเปลือกมะพร้าวอ่อน (ปอกผิวสีเขียวออกเอาเฉพาะส่วนที่กาบอ่อน) บิดเอาน้ำ ๑ แก้ว
๒. น้ำปูนใส (ปูนกินหมาก) ๑/๒ แก้ว
๓. เปาะหอม ทั้งสามสิ่งนำมาโขลก กรองเอาแต่น้ำมากิน

๑๙. โรคลำไส้เน่า เป็นยาเทวดา

ท่าน ผู้พิพากษา หัวหน้าศาลจังหวัดสิงห์บุรี ชื่อ มหาเทียบ นองบุญนาค เปรียญธรรม ๖ ประโยค (เสียชีวิตไปตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๐) เป็นคนทำถวาย

วิธีทำ ใช้หม้อดิน เอาเกลือมา ๓ กำ ให้กลั้นใจหยิบ ๓ จับ แล้วเทใส่หม้อ
ท่านสอนให้ท่อง “พุทธัง ปัจจักขามิ ๑ กำ ธัมมัง ปัจจักขามิ อีก ๑ กำ สังฆัง ปัจจักขามิ อีก ๑ กำ”
ใส่หม้อ สตุเกลือ (โดยไม่ต้องใส่น้ำ) จนละเอียดไปหมดแล้ว ปลงลงมา
เอาไข่ขาว (ไข่ไก่ ๕ ฟอง ไม่เอาไข่แดง) ใส่แล้วคนให้เข้ากัน ท่อง “พุทธัง ปัจจักขามิ, ธัมมัง ปัจจักขามิ, สังฆัง ปัจจักขามิ”
กินครั้งละ ๑ ช้อนคาว

๒๐. รักษาผิวหน้าไม่ให้เ**่ยวย่น

วิธีทำ ขนาน ๑ ใช้น้ำผึ้ง กับ ผิวมะนาว ทาหน้าเป็นประจำ
หรือขนาน ๒ ใช้ไส้ตะเกียงเจ้าพายุที่ใช้แล้ว ผสมน้ำมะนาว ทาหน้าเป็นประจำก็ได้

๒๑. ผมอ่อนสลวย

วิธีทำ ใช้น้ำส้มมะขาม (มะขามเปียก) สระผม

๒๒. ตื่นเช้า แกว่งแขน ๑๐๐ ครั้ง เตะขาขึ้น ๑๐๐ ครั้ง
แล้วอย่าเพิ่งไปล้างหน้า ดื่มน้ำสะอาดบริสุทธิ์ ๕ แก้ว

(ถ้าอายุเกิน ๔๕ ปี กินน้ำต้ม ถ้ายังไม่ถึง ๔๕ ปีไม่ต้องต้ม)
รับรองอุจจาระดี หูตึงหาย ปวดศีรษะซีกหนึ่ง น้ำตาไหล ปวดลูกตา หายเลยทีเดียว

ขออานิสงส์จงปราศจากโรคภัย ทั้งปวงเทอญ

*****

ยาตำรับพิเศษ

ยาทั้งหมด ๒๐ ตำรับที่รวบรวม มาลงหนังสือเล่มนี้ เป็นยาที่ใช้รักษาโรคทางกายเท่านั้น ในส่วนของโรค และความผิดปกติทางจิตวิญญาณ หลวงพ่อก็ยังมียาพิเศษไว้รักษาด้วย

๑. “สวดมนต์เป็นยาทา วิปัสสนาเป็นยากิน”

๒. การทำกรรมฐาน ทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง รักษาโรคคิดมาก วิตกกังวล นอนไม่หลับ ความดันโลหิตสูงต่ำ และโรคหัวใจได้

๓. การเจริญกรรมฐาน จะทำให้อารมณ์ดี มีจิตใสสะอาด จะรู้บุญคุณของพ่อ-แม่ ไม่ลืมพระคุณของชาติภูมิ มาตุภูมิ และบ้านเกิดเมืองนอนของตน ไม่ลืมคุณครูบาอาจารย์

๔. การเจริญกรรมฐาน เวลานั่ง กำหนดลมหายใจยาว ๆ เข้าไว้ หายใจเข้ายาว ๆ หายใจออกยาว ๆ ให้สม่ำเสมอ จะทำให้ใจเย็น และเกิดปัญญา แก้ไขปัญหาได้

๕. ผู้ที่เจริญกรรมฐาน จิตใจจะโน้มเอียงไปในทางดี จะรักษาโรคเห็นแก่ตัว โรคอิจฉาริษยาได้ จะทำให้เกิดความเมตตา สงสารผู้อื่น

๖. กรรมฐานสามารถรักษาโรค และต่ออายุได้

๗. กรรมฐานเป็นการป้องกันจิตวิญญาณไว้ มิให้หลงตาย ทำให้มีสติอยู่ตลอดเวลา

๘. กรรมฐานช่วยรักษาโรคกรรม ซึ่งหมอทั่วไปรักษาไม่หาย

๙. โลกเราที่ยุ่งยากเดือดร้อนทุกวันนี้ ทางหนึ่งย่อมเกิดจากความโลภของคนเราที่คอยเผาดวงใจให้เร่าร้อน ทำใจให้พร่อง ทำใจให้หิว

๑๐. อารมณ์ร้ายเป็นอารมณ์อันตราย ที่สำคัญต้องหาความอดทนมาเป็นเครื่อง ป้องกันไว้ คำด่าว่า เสียดสีนินทานี่แหละ ที่ทำใจให้ร้อน เมื่อใจร้อนแล้ว เรื่องร้อนต่าง ๆ ก็ตามมาอย่างที่เห็นกันอยู่เสมอ วิธีที่เหมาะสมวิธีหนึ่ง คือ การวางตัว

๑๑. การสร้างความดี ก็ต้องละความชั่ว สร้างความดี ก็ต้องละบาปมาทำบุญ แล้วยังมีบาปในใจมากอีก รับรองไปไม่รอด

๑๒. การสร้างความดี เป็นการใช้หนี้กรรม เราควรชดใช้ให้หมดไปในชาตินี้ ดีกว่าไปใช้หนี้ บวกดอกในเมืองนรกเป็นร้อยปี

๑๓. ความดี สร้างให้กันไม่ได้ เราต้องสร้างเอง ต่างคนต่างทำ เราเลือกเกิดไม่ได้ เลือกตายไม่ได้ แต่เราเลือกทำความดีได้

*****

อาจาริยบูชา

เสียง นำสวดมนต์.....โยโสภควา อรหังสัมมา..... ดังกังวานขึ้นทั่ววัดอัมพวัน ในเวลาตีสามกว่า ห้วงเวลาเข้าพรรษาทุกปี หลวงพ่อจะนำสวดมนต์ในโบสถ์ทุกวันไม่เคยเว้น แม้แต่เป็นไข้ไม่สบาย หลวงพ่อก็ฝืนสังขารลงมา บางวันนอนตอนนีสอง ตีสามก็ตื่นแล้ว

การที่หลวงพ่อต้องตรากตรำสังขารร่างกายเช่นนี้ ทำให้ท่านมีสุขภาพทรุดโทรมและป่วยบ่อย ลูกศิษย์ทุกคนรักหลวงพ่อ ต้องการให้หลวงพ่อมีความสุข แต่บางครั้งความรักนั้นแฝงไว้ด้วยความเห็นแก่ตัว เอาแต่อารมณ์และความพอใจของตนเป็นหลัก มีการขัดแย้งแตกความสามัคคี

ลองสมมติว่า หลวงพ่อเป็นพ่อที่มีลูกหลายคน แบ่งความรักให้ทุกคนเท่า ๆ กัน แต่ลูกต่างหากที่รับได้ไม่เท่ากัน คนขยันคนดีก็รับ (ธรรมะ) ไปได้มาก และสร้างเพิ่มเติม ขยายผลจนร่ำรวย คนขี้เกียจก็อยู่ไปวัน ๆ หนึ่ง เวลาเดือดร้อนที ก็มารบกวนพ่อทีหนึ่ง เรียกว่า เลี้ยงไม่โต แล้วก็คอยรังแกกัน อิจฉากัน ถามหน่อยเถอะว่า พ่อที่ไหนจะมีความสุขได้ เวลาตายจะนอนตาหลับไหม ก็ไม่รู้

ฉันใดก็ฉันนั้น หากเราทุกคนเป็นลูกพ่อเดียวกัน ต้องรักกัน หนักนิดเบาหน่อยต้องอภัยกัน พ่อแก่แล้ว จะอยู่กับพวกเราได้นานแค่ไหน เวลาผ่านไปทุกนาที ถามตัวเองกันบ้าง ว่าเราเคยทำอะไรให้พ่อชื่นใจบ้าง ไม่จำเป็นต้องไปกราบหลวงพ่อ เช้า-เย็น หรือหาอะไรมาถวายมากมายหรอก แค่เพียงนำคำสอนของหลวงพ่อมาปฏิบัติ และเป็นคนดีเท่านั้น ขอให้ทุกคนมั่นใจว่า หลวงพ่อนั้น ไม่ว่าลูกศิษย์จะอยู่ที่ไหน ท่านจะรับรู้ได้เสมอว่าเราคิดอะไร

หลายครั้งที่ฉันเคยคิดว่าสิ่งที่คิด และทำนั้น หลวงพ่อไม่รู้ไม่เห็น แต่สุดท้ายท่าน”รู้” และ “เห็น” จน ได้ ฉะนั้นใครก็ตามที่คิดเหมาเอาว่า หลวงพ่อพูดอะไรทำอะไรลงไป เพราะความไม่รู้ หรือถูกคนบางคนมาหลอกนั้น น่าจะไม่ใช่ลูกศิษย์ที่รู้ใจจริง สำหรับฉันนั้นมั่นใจว่า หลวงพ่อ “รู้” ทุกอย่างและเคยยืนยันไว้แล้วในหนังสือกฎแห่งกรรมเล่ม ๑๖ พวกเรามองด้วยตาเนื้อ และคิดโดยจิตที่หยาบ แต่ท่านมองและคิดด้วยตาและจิตที่ละเอียดกว่า

เคยมีหลายคนปรารภว่า คนบางคนทำปัญหามากมาย ทำไมหลวงพ่อไม่ว่าเขาบ้าง หลวงพ่อเคยพูดว่า “พูดไปขัดใจเขา คำเราเบาราคา ทำอะไรขัดนัยน์ตา เดี๋ยวลดราคางานเราเอง” หลวงพ่อท่านต้องอาศัยคนมากมายในการทำงาน คนเราต้องมีทั้งดีและชั่ว แม้แต่ตัวเราเอง ฉะนั้นคนที่มีความบกพร่องในบางอย่าง เขาอาจจะมีข้อดีในบางอย่าง และเป็นข้อดีที่ช่วยทำประโยชน์ให้กับงานของเราก็ได้ หลวงพ่อท่านจึงเฉย และท่านเองก็รู้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นแต่ละอย่างนั้น เป็นวิถีทางแห่ง “กรรม” ที่ผู้เกี่ยวข้องนั้นจะต้องรับเองอยู่แล้ว

หลวงพ่อเตือนลูกศิษย์เสมอให้ “ชดใช้หนี้กรรมให้หมดในชาตินี้” เช่นเดียวกับตัวท่านเองที่ชดใช้หนี้กรรมอยู่ตลอดเวลา เราทั้งหลายที่เป็นลูกศิษย์ โปรดคิดและทำตามครูบาอาจารย์ที่ท่านนำทำเป็นตัวอย่าง จะได้ไม่ต้องแบกหนี้ไปใช้ชาติหน้า เร่งทำความดี ชดใช้กรรมของตัวเอง และทำให้พ่อแม่ ครูบาอาจารย์หมดห่วงพวกเราด้วย จึงจะชื่อว่า ทดแทนบุญคุณท่าน

หลวงพ่อเคยบอกฉันว่า “หากจะตอบแทนบุญคุณครูอาจารย์ ให้ทำในขณะท่านยังมีชีวิตอยู่” เพราะถ้าท่านตายไปแล้ว จะเห็นได้อย่างไร มนุษย์เรามักประมาท ลืมคิดว่าความตายนั้นอยู่ใกล้มาก แค่ลมหายใจเท่านั้น เรารักกันไว้ ดีกว่าเกลียดกัน หลวงพ่อสอนว่า รักใครอย่ารักจนหมดใจ เผื่อจะเกลียดกันในวันหน้า เกลียดก็เหมือนกัน อย่าเกลียดจนหมดใจ เผื่อจะกลับมารักกันบ้าง อะไร ๆ ก็ไม่แน่นอน มันเป็นกฎของไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา

เราเป็นศิษย์หลวงพ่อเหมือนกัน รักสามัคคีกันดีกว่า ข้อเขียนนี้ฉันขอถวายเป็นเครื่องบูชาพระคุณของครูอาจารย์ คือ หลวงพ่อ ผู้ซึ่งให้ทั้งชีวิต และธรรมะแก่ฉัน ขอให้อานิสงส์จากการพิมพ์หนังสือเล่มนี้ ส่งผลให้หลวงพ่อมีสุขภาพแข็งแรง มีอายุยืนยาว เป็นมิ่งขวัญของพวกเราตราบนานเท่านาน
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เกียงจูแหย : 16-06-12 เมื่อ 19:05

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
  #3  
เก่า 15-06-12, 20:28
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

ยาหอมต่างๆ

1. ยาหอมครอบจักรวาล

ท่านให้เอาดอกพิกุล 2 ดอกบุนนาค 2 กะลาพัก 2 ขอนดอก 2 ชะลูด 2
จันทร์แดง 2 จันทร์ขาว 2 ส้มชื่น 2 ฝางแสน 2 ผิวส้มโอ 2 ผิวส้มซ่า 2
สมุลแว้ง 2 ชะมดเชียง 2 หญ้าฝรั่น 2 อาพันทอง 2 กระวาน 2 กานพลู 2
ดอกจาปา 2 ดอกกระดังงาไทย 2 ลูกผักชี 1 เถาสะค้าน 1 เจตมูลเพลิง 1
ชะพลู 1 ข่า 1 ดีปลี 1 ลูกระดอม 1 ชะเอมเทศ 1 หมากแดง 2 หมากขาว 2
เปราะหอม 2 ดอกมะลิ 2 ดอกคาไทย 2 รวมสรรพยานี้ตาเป็นผง เก็บไว้ใช้เมื่อ
ต้องการ โดยใช้น้าดอกไม้เทศเป็นกระสาย แก้สรรพไข้ทั้งปวง และแก้กองลม
อันเป็นพิษต่างๆ

2. ยาหอมชื่นอารมณ์

ท่านให้เอาสมอเทศ 1 สมอไทย 1 สมอพิเภก 1 เกสร ทั้งห้า หนักสิ่งละ
1 บาท แก่นจันทร์ 1 ดอกจันทร์ 1 เปราะหอม 1 ราชพฤกษ์ 1 ว่านน้า
1 เทียนดา 1 โกศหัวบัว 1 ชะมดเชียง 1 รวมยาทั้งหมดนี้ใส่หม้อต้ม
รับประทานแก้ปวดหัวตัวร้อน อิดโรย ไม่มีแรง อ่อนเพลีย ใจสั่น ท่านว่าดีนัก แล

3. ยาหอมอารมณ์สาราญ

ท่านให้เอารากหญ้านาง 1 ขอนดอก 1 กฤษณา 1 กะลาพัก 1 หญ้าคา 1
เปราะหอม 1 เกสรสัตตบงกช 1 ดอกพิกุล 1 เกสรสารภี 1 ดอกบุนนาค 1
ชะลูด 1 จันทน์ชะมด 1 อบเชยเทศ 1 อบเชยไทย 1 พิมเสน 1 อาพันทอง 1
สนเทศ 1 สนไทย 1 สรรพยาทั้งหมด นามาบดให้ละเอียดเป็นผง เมื่อต้องการ
ใช้นาน้าดอกไม้เทศมาเป็นกระสายยาแก้ไข้ เซื่องซึมและมีอาการเพ้อต่างๆ
เป็นยาชูความรู้สึก ชุ่มชื่นหัวใจดีนักแลฯ

4. ยาหอมเรณู

ท่านให้เอารากบัว 1 เทียนดา 1 บัวหลวง 1 จันทน์ขาว 1 จันทน์แดง 1
ว่านร่อนทอง 1 เปราะหอม 1 ดอกบุนนาค 1 กะลาพัก 1 ดอกกระดังงา 1
ดอกพิกุล 1 ดอกมะลิ 1 ดอกกายาน 1 ชะลูด 1 หอมแดง 1 ตัวยาทั้งหมดนี้
นามาตาเป็นผงบดละเอียดใช้น้าดอกไม้เป็นกระสายยาแก้ไข้เพ้อคลั่ง นอนไม่
หลับ ไม่กระสับกระส่ายไปต่างๆ นานา

*****
พิเศษ ::: แก้ไข้หอบสะอึก

ใช้จันทน์แดงฝนกับน้าเป็นกระสายยาแทรกชะมดเชียงเล็กน้อย
รับประทานบรรเทาอาการดีนักแลฯ


*****

ที่มา ::: ตำรายาไทยโบราณ ของ ส.เปลี่ยนศรี
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
  #4  
เก่า 16-06-12, 15:13
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

กลุ่มยาลดไขมันในเส้นเลือด
กระเจี๊ยบแดง





ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hibiscus sabdariffa L.
ชื่อสามัญ : Jamaican Sorel, Roselle
วงศ์ : Malvaceae
ชื่ออื่น : กระเจี๊ยบ กระเจี๊ยบเปรี้ย ผักเก็งเค็ง ส้มเก็งเค็ง ส้มตะเลงเครง
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้พุ่ม สูง 50-180 ซม. มีหลายพันธุ์ ลำต้นสีม่วงแดง ใบเดี่ยว รูปฝ่ามือ 3 หรือ 5 แฉก กว้างและยาวใกล้เคียงกัน 8-15 ซม. ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีชมพูหรือเหลืองบริเวณกลางดอกสีม่วงแดง เกสรตัวผู้เชื่อมกันเป็นหลอด ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ มีกลีบเลี้ยงสีแดงฉ่ำน้ำหุ้มไว้

สรรพคุณ :

กลีบเลี้ยงของดอก หรือกลีบที่เหลืออยู่ที่ผล

เป็นยาลดไขมันในเส้นเลือด และช่วยลดน้ำหนักด้วย
ลดความดันโลหิตได้โดยไม่มีผลร้ายแต่อย่างใด
น้ำกระเจี๊ยบทำให้ความเหนียวข้นของเลือดลดลง
ช่วยรักษาโรคเส้นโลหิตแข็งเปราะได้ดี
น้ำกระเจี๊ยบยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ เป็นการช่วยลดความดันอีกทางหนึ่ง
ช่วยย่อยอาหาร เพราะไม่เพิ่มการหลั่งของกรดในกระเพาะ
เพิ่มการหลั่งน้ำดีจากตับ
เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยให้ร่างกายสดชื่น เพราะมีกรดซีตริคอยู่ด้วย

ใบ แก้โรคพยาธิตัวจี๊ด ยากัดเสมหะ แก้ไอ ขับเมือกมันในลำคอ ให้ลงสู่ทวารหนัก

ดอก แก้โรคนิ่วในไต แก้โรคนิ่วในกระเพราะปัสสาวะ ขัดเบา ละลายไขมันในเส้นเลือด กัดเสมหะ ขับเมือกในลำไส้ให้ลงสู่ทวารหนัก

ผล ลดไขมันในเส้นเลือด แก้กระหายน้ำ รักษาแผลในกระเพาะ

เมล็ด บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง แก้ดีพิการ ขับปัสสาวะ ลดไขมันในเส้นเลือด

นอกจากนี้ได้บ่งสรรพคุณโดยไม่ได้ระบุว่าใช้ส่วนใด ดังนี้คือ แก้อ่อนเพลีย บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ แก้ดีพิการ แก้ปัสสาวะพิการ แก้คอแห้งกระหายน้ำ แก้ความดันโลหิตสูง กัดเสมหะ แก้ไอ ขับเมือกมันในลำไส้ ลดไขมันในเลือด บำรุงโลหิต ลดอุณหภูมิในร่างกาย แก้โรคเบาหวาน แก้เส้นเลือดตีบตัน

นอกจากใช้เดี่ยวๆ แล้ว ยังใช้ผสมในตำรับยาร่วมกับสมุนไพรอื่น ใช้ถ่ายพยาธิตัวจี๊ด

วิธีและปริมาณที่ใช้ :

โดยนำเอากลีบเลี้ยง หรือกลีบรองดอกสีม่วงแดง ตากแห้งและบดเป็นผง ใช้ครั้งละ 1 ช้อนชา (หนัก 3 กรัม) ชงกับน้ำเดือด 1 ถ้วย (250 มิลลิลิตร) ดื่มเฉพาะน้ำสีแดงใส ดื่มวันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันทุกวันจนกว่าอาการขัดเบาและอาการอื่นๆ จะหายไป

สารเคมี

ดอก พบ Protocatechuic acid, hibiscetin, hibicin, organic acid, malvin, gossypetin
คุณค่าด้านอาหาร

น้ำกระเจี๊ยบแดง มีรสเปรี้ยว นำมาต้มกับน้ำ เติมน้ำตาล ดื่มแก้ร้อนใน กระหายน้ำ และช่วยป้องกันการจับตัวของไขมันในเส้นเลือดได้ และยังนำมาทำขนมเยลลี่ แยม หรือใช้เป็นสารแต่งสี ใบอ่อนของกระเจี๊ยบเป็นผักได้ หรือใช้แกงส้ม รสเปรี้ยวกำลังดี กระเจี๊ยบเปรี้ยวมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า "ส้มพอเหมาะ" ในใบมี วิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา ส่วนกลีบเลี้ยงและกลีบดอก มีสารแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง

น้ำกระเจี๊ยบแดงที่ได้สีแดงเข้ม สาร Anthocyanin นำไปแต่งสีอาหารตามต้องการ


ที่มา ::: http://www.rspg.or.th/index.html
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เกียงจูแหย : 16-06-12 เมื่อ 18:43

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
  #5  
เก่า 16-06-12, 18:39
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

กลุ่มยาลดไขมันในเส้นเลือด
คำฝอย




ชื่อวิทยาศาสตร์ : Carthamus tinctorius L.

ชื่อสามัญ : Safflower, False Saffron, Saffron Thistle

วงศ์ : Compositae

ชื่ออื่น : คำ คำฝอย ดอกคำ (เหนือ) คำยอง (ลำปาง)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ล้มลุก สูง 40-130 ซม. ลำต้นเป็นสัน แตกกิ่งก้านมาก ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรี รูปใบหอกหรือรูปขอบขนาน กว้าง 1-5 ซม. ยาว 3-12 ซม. ขอบใบหยักฟันเลื่อย ปลายเป็นหนามแหลม ดกช่อ ออกที่ปลายยอด มีดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก เมื่อบานใหม่ๆ กลีบดอกสีเหลืองแล้วจึงเปลี่ยนเป็นสีแดง ใบประดับแข็งเป็นหนามรองรับช่อดอก ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก เมล็ดเป็นรูปสามเหลี่ยม สีขาว ขนาดเล็ก

สรรพคุณ :

ดอก หรือกลีบที่เหลืออยู่ที่ผล
- รสหวาน บำรุงโลหิตระดู แก้น้ำเหลืองเสีย แก้แสบร้อนตามผิวหนัง
- บำรุงโลหิต บำรุงหัวใจ บำรุงประสาท ขับระดู แก้ดีพิการ
- โรคผิวหนัง ฟอกโลหิต
- ลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันไขมันอุดตัน

เกสร
- บำรุงโลหิต ประจำเดือนของสตรี

เมล็ด
- เป็นยาขับเสมหะ แก้โรคผิวหนัง ทาแก้บวม
- ขับโลหิตประจำเดือน
- ตำพอกหัวเหน่า แก้ปวดมดลูกหลังจากการคลอดบุตร

น้ำมันจากเมล็ด
- ทาแก้อัมพาต และขัดตามข้อต่างๆ

ดอกแก่
- ใช้แต่งสีอาหารที่ต้องการให้เป็นสีเหลือง

วิธีและปริมาณที่ใช้ :


ชาดอกคำฝอย ช่วยเสริมสุขภาพ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด โดยใช้ดอกแห้ง 2 หยิบมือ (2.5 กรัม) ชงน้ำร้อนครึ่งแก้ว ดื่มเป็นเครื่องดื่มได้
สารเคมี

ดอก พบ Carthamin, sapogenin, Carthamone, safflomin A, sfflor yellow, safrole yellow

เมล็ด จะมีน้ำมัน ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัว

คุณค่าด้านอาหา

ในเมล็ดคำฝอย มีน้ำมันมาก สารในดอกคำฝอย พบว่าแก้อาการอักเสบ มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อบางตัวได้

ในประเทศจีน ดอกคำฝอย เป็นยาเกี่ยวกับสตรี ตำรับยาที่ใช้รักษาสตรีที่ประจำเดือนคั่งค้างไม่เป็นปกติ หรืออาการปวดบวม ฟกช้ำดำเขียว มักจะใช้ดอกคำฝอยด้วยเสมอ โดยต้มน้ำแช่เหล้า หรือใช้วิธีตำพอก แต่มีข้อควรระวังคือ หญิงมีครรภ์ ห้ามรับประทาน

ใช้ดอกคำฝอยแก่ มาชงน้ำร้อน กรอง จะได้น้ำสีเหลืองส้ม (สาร safflower yellow) ใช้แต่งสีอาหารที่ต้องการให้เป็นสีเหลือง

ที่มา :: http://www.rspg.or.th/index.html
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
  #6  
เก่า 16-06-12, 18:41
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

กลุ่มยาลดไขมันในเส้นเลือด
เสาวรส






ชื่อวิทยาศาสตร์ : Passiflora laurifolia L.

ชื่อสามัญ : Jamaica honey-suckle, Passion fruit, Yellow granadilla

วงศ์ : Passifloraceae

ชื่ออื่น : สุคนธรส (ภาคกลาง)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นไม้เถา เถามีลักษณะกลม ใบ เป็นใบเดี่ยว ขอบใบหยักลึก ที่ก้านใบมีต่อมใบ ดกหนา เป็นมันสีเขียวแก่ ดอก ออกดอกเดี่ยวขนาดใหญ่ ห้อยคว่ำคล้ายกับดวงไฟโคม กาบดอกหุ้มสีเขียว กลีบชั้นนอกเป็นรูปกระบอก ปลายแฉกด้านหลังมีสีเขียวแก่ ด้านในมีสีม่วงอ่อนประกอบด้วยจุดแดง ๆ กลีบชั้นในลักษณะคล้ายกับตัวแฉกของกลีบชั้นนอก สีม่วงอ่อนหรือชมพูอ่อนมีประสีแดงแซม กลีบย่อยกลางมีเป็นชั้น ๆ สองชั้นแต่ละกลีบค่อนข้างกลม สีม่วงแก่ พาดด้วยปลายสีขาวสลับแดง มีเกสรอยู่ตรงกลางสีเขียวนวล ดอกมีกลิ่นหอมแรงจัดมาก ผล เป็นรูปไข่หรือไข่ยาว มีหลายพันธุ์ บางพันธุ์ ผิวผลสีม่วง สีเหลือง สีส้มอมน้ำตาล เปลือกผล เรียบ เนื้อรับประทานได้ มีเมล็ดจำนวนมาก อยู่ตรงกลาง

สรรพคุณ : ลดไขมันในเส้นเลือด

วิธีและปริมาณที่ใช้
: ใช้ผลที่แก่จัด ไม่จำกัดจำนวน ล้างสะอาด ผ่าครึ่ง คั้นเอาแต่น้ำ เติมเกลือและน้ำตาลเล็กน้อย ให้รสกลมกล่อมตามชอบ ใช้ดื่มเป็นน้ำผลไม้ ลดไขมันในเส้นเลือด


ที่มา ::: http://www.rspg.or.th/index.html
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
  #7  
เก่า 16-06-12, 18:54
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

ตำรับยาหอม และยากวาด

๑. ยาหอมเทพวิจิตร

ท่านให้เอา ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลูกกระวาน กานพลู จันทน์แดง จันทน์ขาว กฤษณา กระลำพัก ขอนดอก ชะลูด อบเชย เปราะหอม แฝกหอม หนักสิ่งละ ๒ ส่วน ผิวมะกรูด ผิวมะงั่ว ผิวมะนาว ผิวส้มตะรังกะนู ผิวส้มจีน ผิวส้มโอ ผิวส้มเขียวหวาน หนักสิ่งละ ๔ ส่วน ผิวส้มซ่า หนัก ๒๘ ส่วน ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี เกสรบัวหลวง ดอกบัวขม ดอกบัวเผื่อน หนักสิ่ง ละ ๔ ส่วน ชะมดเช็ด การบูร หนักส่งละ ๑ ส่วน โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐชฏามังสี หนักสิ่งละ ๔ ส่วน เทียนดำ เทียนแดง เทียนขาว เทียน ข้าวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน เทียนยาวพาณี เทียนสัตตบุษย์ เทียนเกล็ดหอย เทียนตากบ หนักสิ่งละ ๔ ส่วน พิมเสนหนัก ๔ ส่วน ดอกมะลิ หนัก ๑๘๔ ส่วน

วิธีทำ
บดเป็นผงใช้ชงกับน้ำร้อนรับประทาน หรือ ผสมน้ำดอกไม้เทศ ทำเป็นเม็ด หนักเม็ดละ ๐.๕ กรัม ก็ได้ รับประทาน ครั้งละ ๕ - ๗ เม็ด

สรรพคุณแก้ลม บำรุงหัวใจ วิงเวียนศีรษะ หน้ามืดตาลาย


๒. ยาหอมทิพยโอสถ


ท่านให้เอา ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี ดอกมะลิ เกสรบัวหลวง ดอกกระดังงา ดอกจำปา ดอกบัวจงกลนี หัวแห้วไทย กระจับ ฝาง จันทน์แดง จันทน์ขาว จันทน์เทศ กฤษณา ชะลูด อบเชย สมุลแว้ง สนเทศ ว่านน้ำ กระชาย เปราะหอม ดอกคำไทย ชะเอมเทศ สุรามฤต ข่าต้น ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ หนัก สิ่งละ ๔ ส่วน โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา โกฐกระดูก โกฐก้านพร้าว โกฐพุงปลา โกฐชฏามังสี หนักสิ่งละ ๒ ส่วน เทียนดำ เทียนแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน เทียนพาณี เทียนสัตตบุษญ์ เทียนเกล็ดหอย เทียนตากบ การบูร หนักสิ่งละ ๑ ส่วน ชะมดเช็ด พิมเสน หนักสิ่งละ ๒ ส่วน

วิธีทำ
ชนิดผง บดเป็นผง ชนิดเม็ด บดเป็นผง ทำเป็นเม็ด หนักเม็ดละ ๐.๕ กรัม รับประทาน ชนิดผง ครั้งละ ๑/๒ - ๑ ช้อนกาแฟ ชนิดเม็ด ครั้งละ ๕ - ๗ เม็ด

สรรพคุณ แก้ลมวิงเวียน ละลายน้ำดอกไม้หรือน้ำสุก



๓. ยามหานิลแท่งทอง


ท่านให้เอา เนื้อเม็ดสะบ้ามอญสุม กระดูกกาสุม กระดูกงูเหลือมสุม หวายตะค้าสุม เม็ดมะละกอสุม ลูกมะคำดีควายสุม ถ่านไม้สัก จันทน์แดง จันทน์เทศ ใบพิมเสน ใบหญ้านาง หมึกหอม หนักสิ่งละ ๑ ส่วน เบี้ยจั่นคั่วให้เหลือง ๓ เบี้ย

วิธีทำ
บดเป็นผง ทำเป็นเม็ด ปิดทองคำเปลว หนักเม็ดละ ๐.๕ กรัม รับประทาน รับประทานวันละ ๒ ครั้ง ผู้ใหญ่ครั้งละ ๓ - ๔ เม็ด เด็กครั้งละ ๑ - ๒ เม็ด

สรรพคุณ แก้ไข้ แก้กระหายน้ำ แก้หัด อีสุก อีใส



๔. ยาเขียวหอม


ท่านให้เอา ใบพิมเสน ใบผักกระโฉม ใบหมากผู้ ใบหมากเมีย ใบสันพร้าหอม รากแฝกหอม เปราะหอม จันทน์เทศ จันทน์แดง ว่านกีบแรด ว่านร่อนทอง เนระพูสี พิษนาศน์ มหาสดำ รากใคร้เครือ ดอกพิกุล เกสรบุนนาค เกสรสารภี เกสรบัวหลวง หนักสิ่งละ ๑ ส่วน ระย่อม หนัก ๑/๔ ส่วน

วิธีทำ
ยาทั้งหลายนำมาบดเป็นผง รับประทาน วันละ ๔ - ๕ ครั้ง ผู้ใหญ่ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ เด็กครั้งละ ๑/๒ ช้อนกาแฟ

สรรพคุณแก้ตัวร้อน ร้อนใน กระหายน้ำ ละลายน้ำสุก หรือน้ำดอกมะลิ แก้พิษหัด พิษสุกใส ละลายน้ำรากผักชีต้ม หรือรับประทาน และชะโลม


๕. ยาประสะกะเพรา
ท่านให้เอา พริกไทย ขิง ดีปลี กระเทียม หนักสิ่งละ 2 ส่วน ชะเอมเทศ มหาหิงคุ์ หนักสิ่งละ ๘ ส่วน เกลือสินเธาว์ หนัก ๑ ส่วน ผิวมะกรูด หนัก ๒๐ ส่วน ใบกระเพราะ หนัก ๔๗ ส่วน

วิธีทำ
บดเป็นผง ทำเป็นเม็ด หนักเม็ดละ ๐.๑ กรัม รับประทาน เช้า - เย็น เด็กอายุ ๑ - ๓ เดือน ครั้งละ ๑ - ๒ เม็ด เด็กอายุ ๔ - ๖ เดือน ครั้งละ ๒ - ๓ เม็ด เด็กอายุ ๗ - ๑๒ เดือน ครั้งละ ๔ - ๕ เม็ด

สรรพคุณ แก้ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ ละลายน้ำสุก หรือน้ำใบกะเพราต้ม แก้ท้องแน่น จุกเสียด ใช้ไพลเผา ไฟพอสุก ฝนแทรก



๖. ยาเหลืองปิดสมุทร
ท่านให้เอา แห้วหมู ขมิ้นอ้อย เปลือกเพกา ราก กล้วยตีบ กระเทียมคั่ว ดีปลี ชันอ้อย ชันย้อย ครั่ง สีเสียดเทศ สีเสียดไทย ใบเทียน ใบทับทิม หนักสิ่งละ ๑ ส่วน ขมิ้นชัน หนัก ๖ ส่วน

วิธีทำ
บดเป็นผง ทำเป็นเม็ด หนักเม็ดละ ๐.๑ กรัม รับประทาน วันละ ๓ เวลา ก่อนอาหาร เด็กอายุ ๓ - ๕ เดือน ครั้งละ ๒ เม็ด เด็กอายุ ๖ - ๑๒ เดือน ครั้งละ ๓ - ๔ เม็ด เด็กโต ครั้งละ ๕ - ๗ เม็ด

สรรพคุณ แก้ท้องเสีย ใช้น้ำเปลือกลูกทับทิม หรือเปลือกแคต้ม กับน้ำปูนใส เป็นกระสาย ถ้าหาน้ำกระสายไม่ได้ให้ใช้น้ำสุกแทน



๗. ยาอัมฤควาที
ท่านให้เอา รากไคร้เครือ โกฐพุงปลา เทียนขาว ลูกผักชีลา เนื้อลูกมะขามป้อม เนื้อลูกสมอพิเภก หนักสิ่งละ ๗ ส่วน ชะเอมทศ หนัก ๔๓ ส่วน

วิธีทำ
บดเป็นผง ผู้ใหญ่ ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ เด็กลดลงตามส่วน

สรรพคุณ แก้ไอ ขับเสมหะ ละลายน้ำมะนาวแทรกเกลือ ใช้จิบ หรือกวาดคอ



๘. ยาประสะมะแว้ง

สารส้ม หนัก ๑ ส่วน ขมิ้นอ้อย หนัก ๓ ส่วน ใบสวาด ใบตานหม่อน ใบกะเพรา หนักสิ่งละ ๔ ส่วน ลูกมะแว้งต้น ลูกมะแว้งเครือ หนักสิ่งละ ๘ ส่วน

วิธีทำ
บดเป็นผง ผสมน้ำสุกแทรกพิมเสนพอควร ทำเป็นเม็ด หนักเม็ดละ ๐.๒ กรัม รับประทาน ผู้ใหญ่ ครั้งละ ๕- ๗ เม็ด เด็ก ครั้งละ ๑ - ๒ เม็ด

สรรพคุณ แก้ไอ แก้เสมหะ ละลายน้ำมะนาวแทรกเกลือ รับประทานหรือใช้อม


๙. ยาจันทลีลา

ท่านให้เอา โกฐสอ โกฐเขมา โกฐจุฬาลัมพา จันทน์เทศ จันทน์แดง ลูกกระดอม บอระเพ็ด รากปลาไหลเผือก หนักสิ่งละ ๔ ส่วน พิมเสน หนัก ๑ ส่วน

วิธีทำ ชนิดผง บดเป็นผง หรือ ทำเป็นเม็ดก็ได้ หนักเม็ดละ ๐.๕ เม็ด รับประทาน รับประทาน ทุก ๔ ชั่วโมง ชนิดผง เด็ก ครั้งละ ๑/๒ - ๑ ช้อนกาแฟ ผู้ใหญ่ ครั้งละ ๑ - ๒ ช้อนกาแฟ ชนิดเม็ด เด็ก ครั้งละ ๑/๒ เม็ด ผู้ใหญ่ครั้งละ ๓ - ๔ เม็ด

สรรพคุณ แก้ไข้ ตัวร้อน

๑๐. ยาตรีหอม

ท่านให้เอา เนื้อลูกสมอเทศ เนื้อสมอพิเภก เนื้อลูกมะขามป้อม ลูกผักชีลา หนักสิ่งละ ๔ ส่วน รากไคร้เครือ โกฐสอ ชะเอมเทศ ลูกซัดคั่ว หนักสิ่งละ ๑ ส่วน เนื้อลูกสมอไทย โกฐน้ำเต้าใหญ่นึ่งสุก หนักสิ่งละ ๒๒ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง ทำเป็นเม็ด หนักเม็ดละ ๐.๒ กรัม รับประทาน ก่อนอาหารเช้า เด็กอายุ ๑ - ๒ เดือนครั้งละ ๒ - ๓ เม็ด เด็กอายุ ๓ - ๕ เดือน ครั้งละ ๔ - ๕ เม็ด เด็กอายุ ๖ - ๑๒ เดือน ครั้งละ ๖ - ๘ เม็ด

สรรพคุณ แก้เด็กท้องผูก ระบายพิษไข้


๑๑. ยาประสะจันทน์แดง

ท่านให้เอา รากเหมือนคน รากมะปรางหวาน รากมะนาว เปราะหอม โกฐบัวหลวง จันทน์เทศ ฝางเสน หนักสิ่งละ 4 ส่วน เกสรบัวหลวง ดอกบุนนาค ดอกสารภี ดอกมะลิ หนักสิ่งละ ๑ ส่วน จันทน์แดง ๓๒ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง รับประทาน รับประทานทุก ๓ ชั่วโมง ผู้ใหญ่ ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ เด็กครั้งละ ๑/๒ ช้อนกาแฟ

สรรพคุณแก้ไข้ตัวร้อน กระหายน้ำ ละลายน้ำสุก หรือน้ำดอกมะลิ


๑๒. ยาหอมอินทจักร์

ท่านให้เอา สะค้าน รากช้าพลู ขิง ดีปลี รากเจตมูลเพลิง ลุกผักชีลา โกฐสอ โกฐเขมา โกฐก้านพร้าว โกฐพุงปลา โกฐจุฬาลัมพา โกฐเชียง โกฐกักกรา โกฐน้ำเต้า โกฐกระดูก เทียนดำ เทียนขาว เทียนแดง เทียนข้าวเปลือก เทียนยาวพาณี จันทน์แดง จันทน์เทศ เถามวกแดง เถามวกขาว รากหญ้านาง เปลือกชะลูด อบเชย เปลือกสมุล แว้ง กฤษณา กระลำพัก บอระเพ็ด ลูกกระดอม กำยาน ขอนดอก ชะมดเช็ด ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลูกกระวาน กานพลู รากไคร้เครือ ลำพันแดง ดอกสารภี ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกจำปา ดอกกระดังงา ดอกมะลิ ดอกคำไทย ฝางเสน ดีงูเห่า ดีหมูป่า ดีวัว พิมเสน สิ่งละ ๑ ส่วน

วิธีทำ ชนิดผง บดเป็นผง หรือชนิดเม็ด ทำเป็นชนิดเม็ด หนัก เม็ดละ ๐.๒ กรัม รับประทาน ๓ ชั่วโมง ชนิดผง ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ ชนิดเม็ดครั้งละ ๕ - ๑๐ เม็ด

สรรพคุณ แก้ลมบาททะจิต ใช้น้ำดอกมะลิ แก้คลื่นเ**ยนอาเจียน ใช้น้ำลูกผักชี เทียนดำต้ม ถ้าไม่มีให้เอาน้ำสุก แก้ลมจุกเสียด ใช้น้ำขิงต้ม


๑๓. ยาประสะไพล

ท่านให้เอา ผิวมะกรูด ว่านน้ำ กระเทียม หัวหอม พริกไทย ดีปลี ขิง ขมิ้นอ้อย เทียนดำ เกลือสินเธาว์ หนักสิ่งละ ๘ ส่วน การบูร หนัก ๑ ส่วน ไพล หนัก ๘๑ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง รับประทาน วันละ ๓ ครั้ง ก่อนอาหาร ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ ละลายน้ำสุก หรือน้ำสุรา

สรรพคุณ แก้จุกเสียด แก้ระดูไม่ปกติ ขับน้ำคาวปลา


๑๔. ยาหอมเนาวโกฐ

ท่านให้เอา ขิงแห้ง ดีปลี เจตมูลเพลิงแดง สะค้าน ช้าพลู หนักสิ่งละ 3 ส่วน แห้วหมู โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา โกฐกระดูก โกฐก้านพร้าว โกฐพุงปลา โกฐชฏามังสี เทียนดำ เทียนแดง เทียนขาว เทียนข้าว เปลือก เทียนตาตั๊กแตน เทียนเยาวพาณี เทียนสัตบุศษย์ เทียนเกล็ดหอย เทียน ตากบ สักขี ลูกราชดัด ลูกสารพัดพิษ ลูกกระวาน กานพลู ดอกจันทน์ ลูกจันทน์ จันทน์เทศ จันทน์แดง อบเชยญวน เปลือกสมุลแว้ง หญ้าตีนนก แฝกหอม เปลือก ชะลูด เปราะหอม รากไคร้เครือเนื้อไม้ ขอนดอก กระลำพัก เนื้อลูกมะขามป้อม เนื้อลูกสมอพิเภก ชะเอมเทศ ลูกผักชีลา ลูกกะรดอม บอระเพ็ด เกสรบัวหลวง เกสรบุนนาค ดอกพิกุล ดอกสารภี ดอกมะลิ แก่นสน หนักสิ่งละ ๔ ส่วน ชะมดเช็ด พิมเสน หนักสิ่งละ ๑ ส่วน
วิธีทำ ชนิดผง บดเป็นผง หรือชนิดเม็ด ทำเป็นเม็ด หนักเม็ดละ ๐.๒ กรัม รับประทานทุก ๓ ชั่วโมง ชนิดผง ครั้งละ ๑/๒ - ๑ ช้อนกาแฟ ชนิดเม็ด ครั้งละ ๕ - ๑๐ เม็ด
สรรพคุณ แก้ลมคลื่นเ**ยน อาเจียน ใช้น้ำลูกผักชี เทียนดำต้ม แก้ลมปลายไข้ ใช้ก้านสะเดา ลูกกระหอมและบอระเพ็ดต้มเอาน้ำ ถ้าหา น้ำกระสายไม่ได้ ใช้น้ำสุกแทน




๑๕. ยาวิสัมพยาใหญ่

ท่านให้เอา ลูกผักชีลา ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ หนักสิ่งละ ๘ ส่วน กระวาน กานพลู โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา อบเชย สมุลแว้ง สมอเทศ สมอไทย รากไคร้เครือ ว่านน้ำ บอระเพ็ด ขิงแห้ง พญารากขาว หนักสิ่งละ ๒ ส่วน ดีปลี หนัก ๕๖ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง รับประทานทุก ๔ ชั่วโมง ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ ใช้ น้ำสุกเป็นกระสาย หรือผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอน

สรรพคุณ แก้ท้องขึ้น อืดเฟ้อ จุกเสียด



๑๖. ยาธาตุบรรจบ

ท่านให้เอา ขิง โกฐเขมา โกฐพุงปลา โกฐเชียง โกฐสอ เทียนดำ เทียนขาว เทียนสัตตบุษย์ เทียนเยาวพาณี เทียนแดง ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กานพลู การบูร เปลือกสมุลแว้ง ลูกกระวาน ลูกผักชีลา ใบพิมเสน รากไคล้ เครือ ดีปลี เปราะหอม หนักสิ่งละ ๔ ส่วน โกฐก้านพร้าว หนัก ๘ ส่วน เนื้อ ลูกสมอไทย หนัก ๑๖ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง รับประทาน วันละ ๓ เวลา ก่อนอาหาร ผู้ใหญ่ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ เด็กครั้งละ ๑/๒ ช้อนกาแฟ

สรรพคุณ แก้ธาตุไม่ปกติ ท้องเสีย ใช้เปลือกแค หรือเปลือกสะเดา หรือเปลือกลูกทับทิม ต้มกับน้ำปูนใส แก้ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ ใช้กระเทียม ๓ กลีบ ทุบชงน้ำร้อน หรือใช้ใบกระเพรา ต้มเป็นกระสาย ถ้าหาน้ำกระสายไม่ได้ ให้ใช้ น้ำสุกแทน


๑๗. ยาประสะกานพลู

ท่านให้เอา เทียนดำ เทียนขาว โกฐสอ โกฐกระดูก กำมะถันเหลือง การบูร รากใคร้เครือ เปลือกเพกา เปลือกขี้อ้าย ใบกระวาน ลูกกระวาน ลูกผักชีลา แฝกหอม ว่านน้ำหัวกระชาย เปราะหอม รากแจง กรุงเขมา หนักสิ่งละ ๔ ส่วน รากข้าวสาร เนื้อไม้ ลูกจันทน์ ขมิ้นชัน หนักสิ่งละ ๘ ส่วน ขิงแห้ง ดีปลี หนักสิ่งละ ๓ ส่วน น้ำประสานทองสะตุ ไพล เจตมูลเพลิงแดง สะค้าน ช้าพลู หนักสิ่งละ ๒ ส่วน เปลือกซิก หนัก ๑๐ ส่วน พริกไทย หนัก ๑ ส่วน กานพลู หนัก ๑๓๑ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง ใช้ไพลเผาไฟ ฝนกับน้ำปูใส ถ้าหาน้ำกระสายไม่ได้ ให้ใช้น้ำสุกแทน รับประทานทุก ๓ ชั่วโมง ผู้ใหญ่ ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ

สรรพคุณ แก้ปวดท้อง เนื่องจากธาตุไม่ปกติ


๑๘. ยากวาดแสงหมึก

ท่านให้เอา หมึกหอม จันทน์ชะมด ลูกกระวาน จันทน์เทศ ใบพิเสน ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กานพลู ใบสันพร้าหอม หัวหอม ใบกะเพรา ดีงูเหลือม หนักสิ่งละ ๔ ส่วน ชะมด พิมเสน หนักสิ่งละ ๑ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง ทำเป็นเม็ด หนักเม็ดละ ๐.๒ กรัม ใช้กวาดคอ วันละ ๑ ครั้ง หลังจากนั้น รับประทานทุก ๓ ชั่วโมง เด็กอายุ ๑ - ๖ เดือน ครั้งละ ๒ เม็ด เด็กอายุ ๗ - ๑๒ เดือน ครั้งละ ๓ เม็ด

สรรพคุณแก้ตัวร้อน ละลายน้ำดอกไม้เทศ แก้ท้องขึ้น ปวดท้อง ละลายน้ำใบกะเพราต้ม แก้ไอ ขับเสมหะ ละลายน้ำลูกมะแว้งเครือ หรือ ลูกมะแว้งต้นกวาดคอ แก้ปากเป็นแผล แก้ละออง ละลายน้ำลูกเบญกานี ฝนทาปาก


๑๙. ยามันทธาตุ

ท่านให้เอา โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา เทียนดำ เทียนแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน รากไคร้เครือ ลูกผักชีล้อม ลูกผักชีลา การบูร กระเทียม เปลือกสมุลแว้ง เปลือกโมกมัน จันทน์แดง จันทน์เทศ กานพลู ดีปลี รากช้าพลู เถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิง พริกไทยล่อน ลูกจันทน์ หนักสิ่งละ ๑ ส่วน ขิง ลูกเบญกาณี หนักสิ่งละ ๓ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง รับประทานวันละ ๓ ครั้ง ก่อนอาหาร ผู้ใหญ่ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ (ละลายน้ำสุก) เด็กครั้งละ ๑/๒ ช้อนกาแฟ (ละลายน้ำสุก)

สรรพคุณแก้ธาตุไม่ปกติ แก้ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ

๒๐. ยาไฟประลัยกัลป์

ท่านให้เอา พริกไทยล่อน ขิง ดีปลี กระเทียม หนักสิ่งละ ๔ ส่วน ขมิ้นอ้อย กะทือ ข่า ไพล เปลือกมะรุม หนักสิ่งละ ๕ ส่วน รากเจตมูลเพลิงแดง สารส้ม แก่นสนทะเล การบูร ผวิมะกรูด หนักสิ่งละ ๕ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง รับประทาน วันละ ๓ ครั้งก่อนอาหาร ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ ละลายน้ำสุก หรือน้ำสุรา

สรรพคุณ ขับน้ำคาวปลา ในเรือนไฟ ช่วยให้มดลูกเข้าอู่


๒๑. ยาไฟห้ากอง

ท่านให้เอา รากเจตมูลเพลิง ขิง พริกไทยร่อน สารส้ม ฝักส้มป่อย หนักสิ่งละ ๑ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง รับประทาน วันละ ๓ ครั้ง ก่อนอาหาร ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ ละลายน้ำสุก หรือน้ำสุรา

สรรพคุณ ขับน้ำคาวปลา ในเรือนไฟ ช่วยให้มดลูกเข้าอู่


๒๒. ยาประสะเจตพังคี

ท่านให้เอา ดอกจันทน์ ลูกจันทน์ ลูกกระวาน ใบกระงวาน กานพลู กรุงเขมา รากไคร้เครือ การบูร ลูกสมอทะเล พญารากขาว เปลือกหว้า เกลือสินเธาว์ หนักสิ่งละ ๑ ส่วน พริกไทยล่อน บอระเพ็ด หนักสิ่งละ ๒ ส่วน ข่า หนัก ๑๕ ส่วน ระย่อม หนัก ๒ ส่วน เจตพังคี หนัก ๓๔ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง รับประทานทุกเช้าและเย็น ก่อนอาหาร ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ ละลายน้ำสุก

สรรพคุณ แก้กระษัยจุกเสียด


๒๓. ยาธรณีสัณฑะมาต

ท่านให้เอา ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลูกกระวาน กานพลู เทียนดำ เทียนขาว หัวดองดึง หัวบุก หัวกลอย หัวกระดาดขาว หัวกระดาดแดง ลูกเร่ว ขิง ชะเอมเทศ รากเจตมูลเพลิง โกฐกระดูก โกฐเขมา โกฐน้ำเต้า หนักสิ่งละ 1 ส่วน ผักแพวแดง เนื้อลูกมะขามป้อม หนักสิ่งละ ๒ ส่วน เนื้อลูกสมอไทย มหาหิงคุ์ การบูร หนักสิ่งละ ๕ ส่วน รงทอง (ประสะแล้ว) หนัก ๔ ส่วน ยาดำ หนัก ๒๐ ส่วน พริกไทยล่อน หนัก ๙๖ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง รับประทานวันละ ๑ ครั้ง ก่อนอาหาร เช้า หรือ ก่อนนอน ครั้งละ ๑/๒ - ๑ ช้อนกาแฟ ละลายน้ำสุก หรือผสมน้ำผึ่งปั้น เป็นลูกกลอน

สรรพคุณ แก้กระษัยเส้น เถาดาน ท้องผูก คำเตือน คนเป็นไข้ หรือสตรีมีครรภ์ ห้ามรับประทาน


๒๔. ยาบำรุงโลหิต

ท่านให้เอา โกฐจุฬาลัมพา เนื้อลูกสมอไทย เนื้อลูกสมอดีงู เนื้อลูกสมอพิเภก เปลือกชะลูก เปลือกอบเชยเทศ จันทน์แดง แก่นแสมสาร แก่นแสมทะเล กฤษณา หนักสิ่งละ ๑ ส่วน ครั่ง หนัก ๘ ส่วน ฝาง ดอกคำไทย หนักสิ่งละ ๑๐ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง รับประทาน วันละ ๒ ครั้ง เช้า - เย็น ก่อนอาหาร ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ ละลายน้ำสุก

สรรพคุณ บำรุงโลหิต


๒๕. ยาประสะเปราะใหญ่

ท่านให้เอา โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา เทียนดำ เทียนแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลูกกระวาน กานพลู จันทน์เทศ จันทน์แดง ดอกบุนนาค ดอกสารภี ดอกพิกุล เกสรบัวหลวง หนักสิ่งละ ๑ ส่วน เปราะหอม หนัก ๒๐ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง รับประทานวันละ ๓ ครั้ง ครั้งละ ๑/๒ - ๑ ช้อนกาแฟ

สรรพคุณ ถอนพิษไข้ตานแทรกสำหรับเด็ก ละลายน้ำดอกไม้เทศหรือน้ำสุกรับประทาน หรือผสมน้ำสุราสุมกระหม่อม

๒๖. ยามหาจักรใหญ่

ท่านให้เอา โกฐสอ โกฐเขมา โกฐพุงปลา โกฐก้านพร้าว โกฐกระดูก เทียนดำ เทียนแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก เทียนเยาวพาณี สมอไทย (เอาแต่เนื้อ) สมอพิเภก (เอาแต่เนื้อ) มะขามป้อม (เอาแต่เนื้อ) ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลูกกระวาน กานพลู ชะเอมเทศ เมล็ดโหระพา ลูกผักชีลา สารส้ม ดินประสิว ขม้นอ้อย หัวกระเทียม หนักสิ่งละ ๑ ส่วน ยาดำสะตุ หนัก ๔ ส่วน ใบกระพังโหม หนัก ๓๐ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง ทำเป็นเม็ด หนักเม็ดละ ๐.๕ กรัม เด็กอายุต่ำกว่า ๕ ขวบ รับประทานครั้งละ ๑ - ๓ เม็ด เพิ่มและลดได้ตามส่วน รับประทานกับ น้ำสุก ก่อนอาหาร เช้า - เย็น

สรรพคุณ แก้ลมทราง แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ


๒๗. ยาเนาวหอย

ท่านให้เอา กระดูกเสือเผา กระดูกโคเผา กระดูกแพะเผา กระดูกงู เหลือมเผา หนักสิ่งละ ๑ ส่วน เปลือกหอยขมเผา เปลือกหอยแครงเผา เปลือก หอยตาวัวเผา เปลือกหอยพิมผกาเผา เปลือกหอยนางรมเผา เปลือกหอยกาบเผา เปลือกหอยจุ๊บแจงเผา เปลือกหอยมุกเผา เปลือกหอยสังข์เผา หนักสิ่งละ ๒ ส่วน รากทนดี (ตองแตก) หนัก ๓ ส่วน รากเจตมูลเพลิงแดง หัสเทศหนัก สิ่งละ ๔ ส่วน พริกไทยล่อน หนัก ๓๒ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง รับประทาน วันละ ๒ ครั้ง ก่อนอาหาร เช้า - เย็น ครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ ผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอน

สรรพคุณ แก้กระษัยจุกเสียด


๒๘. ยาถ่าย

ท่านให้เอา ใบมะกา ใบมะขาม ใบส้มป่อย หญ้าไทร ใบไผ่ป่า ฝักคูณ รากขี้กาแดง รากขี้กาขาว รากตองแตก เถาวัลย์เปรียง หัวหอม ผักส้มป่อย สมอไทย สมอดีงู หนักสิ่งละ ๑ ส่วน ขี้เหล็กทั้ง ๕ หนัก ๑ ส่วน ยาดำ หนัก ๔ ส่วน ดีเกลือฝรั่ง หนัก ๒๐ ส่วน

วิธีทำ บดเป็นผง ทำเป็นเม็ด หนักเม็ดละ ๐.๕ กรัม รับประทาน วันละ ๑ ครั้ง ก่อนนอน ครั้งละ ๒ - ๕ เม็ด ตามธาตุหนักธาตุเบา

สรรพคุณ แก้ท้องผูก


๒๙. ยาหอม อาภากร

ท่านให้เอา ลูกสมอไทย หนัก ๒ สลึง ลูกสมอพิเภก หนัก ๒ สลึง ลูกมะขามป้อม หนัก ๒ สลึง ดอกบุนนาค หนัก ๒ สลึง โกฐพุงปลา หนัก ๒ สลึง ชะลูด หนัก ๓ สลึง ดอกพิกุล หนัก ๓ สลึง เปราะหอม หนัก ๖ สลึง ชะเอมไทย หนัก ๖ สลึง ชะเอมเทศ หนัก ๖ สลึง พิมเสนเกล็ด หนัก ๗ บาท ดอกสารภี หนัก ๑ บาท กระลำพัก หนัก ๑ บาท ขอนดอก หนนัก ๑ บาท อบเชย หนัก ๑ บาท ดอกสารภี หนัก ๑ บาท โกฐสอ หนัก ๑ บาท โกฐหัวบัว หนัก ๑ บาท ชะมดเช็ด (หรือชะมดเชียง) หนัก ๑ บาท การบูรผง หนัก ๑ บาท กระแจะ หนัก ๑ บาท ลูกสะเดาอ่อน หนัก ๔ บาท ผิวเปลือกส้ม ๘ ประการ หนักสิ่งละ ๑ บาท ลูกจันทน์ หนัก ๑ เฟื้อง ดอกจันทน์ หนัก ๑ เฟื้อง เทียนทั้ง ๕ หนักสิ่งละ ๑ เฟื้อง จันทน์ขาว หนัก ๓ สลึง ๑ เฟื้อง จันทน์แดง หนัก ๓ สลึง ๑ เฟื้อง ดอกเก๊กฮวย ๑ ห่อ (หนัก ประมาณ ครึ่งกิโลกรัม) ดอกมะลิลาแห้ง (ปลอดสารพิษ) หนักเท่ายาทั้งหลาย

วิธีทำ บดเป็นผง ผู้ใหญ่รับประทานครั้งละ ๑ ช้อนชา เด็กโตครั้งละ ครึ่งช้อนชา ให้ละลายยาด้วยน้ำดอกไม้ น้ำส้มซ่า น้ำสุก น้ำร้อน น้ำเย็น รับประทาน ถ้าปั้นเป็นลูกกลอน หรือปั๊มเป็นเม็ด ผู้ใหญ่รับประทานครั้งละ ๓ - ๕ เม็ด เด็กโต ครั้งละ ๑ - ๒ เม็ด รับประทานวันละ 1-4 ครั้ง ก่อนอาหารเช้า - กลางวัน - เย็น - ก่อนนอน (ก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง) หรือเมื่อมีอาการป่วย

หมายเหตุ ถ้าต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ควรรับประทานเฉพาะ ก่อนอาหารเย็น หรือก่อนนอนเท่านั้น ก่อนขับรถ หรือกำลังขับรถ หรือคนที่กำลัง ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ไม่ควรรับประทานยาหอมขนานนี้ เพราะยาหอมนี้ รับประทานแล้วทำให้ง่วงนอน อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

สรรพคุณ แก้โรคประสาท แก้ปวดศีรษะ มึนศีรษะ เป็นลมวิงเวียน หน้ามืด หัวใจสั่น สวิงสวาย อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ดวงจิตขุ่นมัว ร้อนในอก ในท้อง และในสันหลัง นอนไม่หลับ บำรุงประสาท บำรุงหัวใจ ทำให้นอนหลับสบาย



ที่มา ::: Ѻ ҡҴ - дҹʹѴҢع
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
  #8  
เก่า 16-06-12, 19:02
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

ยาแก้โรคเบาหวาน

ยาแก้โรคเบาหวาน ตำรับที่ ๑

ท่านให้เอา ต้นเหงือกปลาหมอ ทั้ง๕ ( เอาทั้งต้นตลอดถึงราก ) จำนวนพอสมควรล้างน้ำให้สะอาด ตากแดดให้แห้ง บดเป็นผง จำนวน ๖ ตำลึง เอาพริกไทยร่อน จำนวน ๓ ตำลึง บดให้ละเอียดผสมกับน้ำผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดพุทรา รับประทานครั้งละ ๑ เม็ด เวลาก่อนอาหารเช้า - เย็น ทุกวัน

สรรพคุณ โรคเบาหวานจะหายแล ฯ


ยาแก้โรคเบาหวาน ตำรับที่ ๒

ท่านให้เอา ตันไมยราบ ต้นครอบจักรวาล ( หรือต้นฟันสี ) ตัวยาทั้ง ๒ อย่างนี้ เอาอย่างละเท่าๆกัน นำมาล้างน้ำให้สะอาด หั่นให้เป็นฝอย ตากแดดให้แห้ง คั่วไฟให้สุกเหลือง ใช้ชงกับน้ำร้อน รินน้ำยารับประทานต่างน้ำชา

สรรพคุณ โรคเบาหวานจะค่อยๆหายขาดแล ฯ


ยาแก้โรคเบาหวาน ตำรับที่ ๓

ท่านให้เอา ต้นเหงือกปลาหมอแดง ทั้ง๕ ( เอาทั้งต้นตลอดถึงราก ) หนัก ๑๐ บาท พริกไทยร่อน หนัก ๕ บาท ตัวยาทั้ง ๒ อย่างนี้ นำมาบดให้เป็นผง ผสมกับน้ำผึ้งแท้ ปั้นป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดพุทรา ใช้รับประทานเวลาก่อนนอนทุกวัน

สรรพคุณ โรคเบาหวานจะหายขาดแล ฯ


ยาแก้โรคเบาหวาน ตำรับที่ ๔

ท่านให้เอา รากต้นมะดัน หนัก ๑ กิโลกรัม นำมาล้างให้สะอาดใส่หม้อดินต้มกับน้ำพอสมควร ใส่เกลือทะเล ( เกลือแกง ) ผสมให้มีรสเค็มพอสสมควร ใช้น้ำยารับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยชา วันละ ๑ ครั้ง ทุกวัน

สรรพคุณ โรคเบาหวานจะค่อยๆหายแล ฯ


ยาแก้โรคเบาหวาน ตำรับที่ ๕

ท่านให้เอา ยอดขี้เหล็ก ๑๐ ส่วน สารส้ม ๑ ส่วน ตัวยาทั้ง ๒ อย่างนี้ นำมาบดให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดพุทรา รับประทานวววันละ ๒ - ๓ เม็ด

สรรพคุณ โรคเบาหวานจะหายแล ฯ


ยาแก้โรคเบาหวาน ตำรับที่ ๖

ท่านให้เอา หัวข้าวเย็นเหนือ หนัก ๑ บาท หัวข้าวเย็นใต้ หนัก ๑ บาท ไม้สัก ถากเป็นชิ้นเล็กๆ ๑ กำมือ ใบโพธิ์ ๑๙ ใบ ตัวยาทั้ง ๔ อย่างนี้ นำใส่หม้อดินต้มกับน้ำพอสมควร ใช้น้ำยารับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยชา เวลาก่อนอาหาร วันละ ๓ เวลา

สรรพคุณ แก้โรคเบาหวานได้ผลชะงัดดีนักแล ฯ


ยาแก้โรคเบาหวาน ตำรับที่ ๗

ท่านให้เอา ใบต้นอิทนิล ประมาณ ๒ - ๓ กำมือ นำมาล้างน้ำให้สะอาด ใส่หม้อดินต้มกับน้ำสะอาดพอสมควร รินเอาน้ำยารับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยชา วันละ ๓ - ๔ ครั้ง

สรรพคุณ แก้โรคเบาหวานหายชะงัดนักแล ฯ


ยาแก้โรคเบาหวาน ตำรับที่ ๘

ท่านให้เอา เหงือกปลาหมอ ๑ ใบทองพันชั่ง ๑ ใบขุมเห็ด ๑ พริกไทยร่อน ๑ ตัวยาทั้ง ๔ อย่างนี้ หนักอย่างละ ๑ บาท เท่าๆกัน นำมาตากแห้ง บดเป็นผงผสมน้ำผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดพุทรา รับประทาน เช้า - เย็น

สรรพคุณ แก้โรคเบาหวานได้ผลดีอย่างชะงัดนักแล ฯ


ยาแก้โรคเบาหวาน ตำรับที่ ๙

ท่านให้เอา หญ้าหนวดแมว ทั้ง๕ ( เอาทั้งต้นตลอดถึงราก ) ๑ รากต้นมะตูม ๑ รากต้นมะขามป้อมดิน ๑ รากต้นมะขามป้อม ๑ รากต้นสัก ๑ ข้าวเปลือกจ้าว ๑ ตัวยาทั้ง ๖ อย่างนี้ เอาอย่างละเท่าๆกัน นำใส่หม้อดินต้มกับน้ำพอสมควร ใช้น้ำยารับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยชา วันละ ๓ เวลา ก่อนอาหาร

สรรพคุณ แก้โรคเบาหวานได้ผลดีอย่างชะงัดนักแล ฯ


ยาแก้โรคเบาหวาน ตำรับที่ ๑๐

ท่านให้เอา ลูกมะแว้งเครือ ๑ กำมือ นำมาล้างให้สะอาด ใช้ทอดกับไข่ไก่ ๑ - ๒ ฟอง ใช้รับปประทานทุกวันติดต่อกันประมาณ ๓๐ วัน

สรรพคุณ แก้โรคเบาหวานได้ดีนักแล ฯ

ยาแก้โรคเบาหวาน ตำรับที่ ๑๑

ท่านให้เอา ต้นหญ้าลูกใต้ใบ ๑ หัวยาข้าวเย็นเหนือ ๑ หัวยาข้าวเย็นใต้ ๑ ตัวยาทั้ง ๓ สิ่งนี้เอาอย่างละเท่าๆกันนำใส่หม้อดินต้มกับน้ำพอสมควร ใช้น้ำยานี้รับประทานต่างน้ำชา เป็นประจำทุกวัน

สรรพคุณ แก้โรคเบาหวานให้หายชะงัดนักแล ฯ


ยาแก้โรคเบาหวาน ตำรับที่ ๑๒

ท่านให้เอา ต้นหญ้าไทร ทั้ง๕ ต้นหญ้าปราบ ทั้ง๕ ( เอาทั้งต้นตลอดถึงราก ) อย่างละ ๑ กำมือ ตัวยาทั้ง ๒ อย่างนี้นำมาล้างให้สะอาด มัดเป็น ๓ เปลาะ ใส่หม้อดินต้มกับน้ำ ๓ ส่วน ต้มเคี่ยวให้เหลือน้ำยา ๑ ส่วน รับประทานต่างน้ำชา วันละ ๓ ครั้งๆละ ๑ ถ้วยชา ทุกวัน

สรรพคุณ รักษาโรคเบาหวานให้หายชะงัดนักแล ฯ


ยาแก้โรคเบาหวาน ตำรับที่ ๑๓

ท่านให้เอา ต้นชะพลู ทั้ง๕ ( เอาทั้งต้นตลอดถึงราก ) ๑ กำมือ นำมาล้างให้สะอาด พับเถาต้นชะพลูเป็น ๓ ทบ ใช้ตอกไม้ไผ่มัดเป็น ๓ เปลาะ ใส่หม้อดินต้มกับน้ำ ๓ ส่วน ต้มเคี่ยวให้เหลือน้ำยา ๑ ส่วน ใช้น้ำยารับประทาน

สรรพคุณ แก้โรคเบหวานให้หายดีนักแล ฯ


ยาแก้โรคเบาหวาน ตำรับที่ ๑๔

ท่านให้เอา หัวข้าวเย็นเหนือ ๑ หัวข้าวเย็นใต้ ๑ ดอกต้นรำไย ๑ ยาทั้ง ๓ อย่างนี้ เอาอย่างละเท่าๆกัน นำใส่หม้อดินต้มกับน้ำพอสมควร ใช้น้ำยารับประทานต่างน้ำชา

สรรพคุณ แก้โรคเบาหวานให้หายดีนักแล ฯ


ยาแก้โรคเบาหวาน ตำรับที่ ๑๕

ท่านให้เอา รากมะพร้าว ๑ รากหมาก ๑ รากตาาล ๑ รากมะละกอ ๑ เกษรบัวหลวง ๑ สารส้ม ( สะตุ ) ๑ ตัวยาทั้ง ๖ อย่างนี้ เอาอย่างละเท่าๆกัน นำใส่หม้อดินต้มกับน้ำพอสมควร ใช้น้ำยารับประทานครั้งละ ๑ แก้ว เวลา เช้า - เย็น ทุกวัน เมื่อครบ ๑๕ วัน ให้เปลี่ยนยาใหม่

สรรพคุณ ใช้รักษาโรคเบาหวานให้หายได้อย่างชะงัดนักแล ฯ



ยาแก้โรคเบาหวาน ตำรับที่ ๑๖

ท่านให้เอา ต้นตะกลับ ( เอาทั้งต้นตลอดถึงราก ) จำนวนมากน้อยตามแต่จะต้องการ นำมาล้างให้สะอาด ตากแดดให้แห้ง นำมาคั่วไฟให้สุกเหลือง ใช้ชงกับน้ำร้อน รับประทานต่างน้ำชา

สรรพคุณ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด หากน้ำตาลในเลือดลดลงจนปรกติแล้วต้องหยุดยานี้ทันที


ยาแก้โรคเบาหวาน ตำรับที่ ๑๗

ท่านให้เอา ใบต้นหูกวาง ( ตัดเอาก้านใบ และ ปลายใบออก ) ๑ กำมือ นำมาล้างให้สะอาด ใส่หม้อดินต้มกับน้ำพอสมควร ใช้น้ำยารับประทานต่างน้ำชา เป็นประจำทุกวัน

สรรพคุณ ใช้รักษาโรคเบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือด ได้อย่างชะงัดนักแล ฯ


ยาแก้โรคเบาหวาน ตำรับที่ ๑๘

ท่านให้เอา ไม้รวก ไม้สัก ( ตัวยาทั้ง ๒ อย่างนี้ เผาไฟให้ไหม้เป้นขี้เถ้า ) เอาอย่างละ ๑ ขีด ( ชั่งสากล ) ซังข้าวโพด ๗ ฝัก ( ย่างไฟให้สุกเหลือง ) ตัวยาทั้ง ๓ อย่างนี้ นำใส่หม้อดินต้มกับน้ำพอสมควร ใช้น้ำยารับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยชา เวลาหลังอาหาร วันละ ๓ มื้อ หรือจะรับประทานต่างน้ำชาก็ได้

สรรพคุณ แก้โรคเบาหวานให้หายขาด ได้ผลดีชะงัดนักแล ฯ


ยาแก้โรคเบาหวาน ตำรับที่ ๑๙

ท่านให้เอา ต้นเหงือกปลาหมอ ทั้ง๕ หนัก ๖ บาท ทองพันชั่ง ทั้ง๕ หนัก ๖ บาท หญ้าร้อยรู หนัก ๖ บาท ข้าวเย็นเหนือ หนัก ๓ บาท ข้าวเย็นใต้ หนัก ๓ บาท นำยาทั้งหมดตากแดดให้แห้ง ใส่หม้อดินต้มกับน้ำ ใช้น้ำยารับประทานวันละ ๓ - ๔ ครั้ง ทุกวัน ต้มกินให้ได้ครบ ๖ หม้อ

สรรพคุณ แก้โรคเบาหวานให้หายได้ผลดีนักแล ฯ


ยาแก้โรคเบาหวาน ตำรับที่ ๒๐

ท่านให้เอา ข้าวเย็น ทั้ง๒ อย่างละ ๑ เถาวัลย์เปรียง ๑ บานไม่รู้โรย ๑ เง่าสับปะรด ๑ หัวเอื้อง ๑ รากมะละกอตัวผู้ ๑ หน่ออ้อ ( ต้นอ้อ ) ๑ หญ้าชันกาด ๑ หัวส้มกุ้ง ๑ สารส้ม ๑ กำมะถันเหลือง ( ป่น ) ๑ แก่นปรู ๑ แก่นประดู่ ๑ แก่นมะหาด ๑ แก่นสนเทศ ๑ แสม ทั้ง๒ อย่างละ ๑ เปลือกอ้อยช้าง ๑ ยาทั้งหมดนี้เอาอย่างละเท่าๆกัน ใส่หม้อดินต้มกับน้ำ รับประทานวันละ ๓ - ๔ ครั้งๆละ ๑ แก้ว

สรรพคุณ ใช้รักษาโรคเบาหวานให้หายชะงัดนักแล ฯ ถ้าเป็นมาหลายปีให้ต้มรับประทานสัก ๔ - ๕ หม้อ ถ้าเป็นไม่นานนักให้ต้มรับประทานสัก ๑ - ๒ หม้อ เห็นผลกันมาแล้วแล ฯ


ยาแก้โรคเบาหวาน ตำรับที่ ๒๑

ต้นหญ้าใต้ใบ เง่าตำลึง ต้มรวมกันดื่ม จนกระทั่งตรวจแล้วน้ำตาลเป็นปกติ

สรรพคุณ แก้โรคเบาหวานให้หายได้ผลดีนักแล ฯ


ยาแก้โรคเบาหวาน ตำรับที่ ๒๒

ใช้ใบอินทนิลน้ำต้มกินทุกวัน

สรรพคุณ แก้โรคเบาหวานให้หายได้ผลดีนักแล ฯ


****

ที่มา :: Ѻҹ - дҹʹѴҢع

__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
  #9  
เก่า 17-06-12, 18:24
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

ยอดยาสมุนไพร หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า


ยารักษาโรคหัวใจ

ขนานที่ ๑ ส่วนผสมของตัวยา

มะพร้าวอ่อน ๑ ผล
ต้นคื่นฉ่ายสด ๑ กำมือ

วิธีปรุงยา

เอามะพร้าวอ่อนมาตัดเอาหัวออก เปิดกะลามะพร้าว อย่าให้น้ำมะพร้าวหก เอาต้นคื่นฉ่ายสดมาล้างน้ำให้สะอาด ตัดเป็นท่อนๆ ใส่ลงไปในน้ำมะพร้าวนั้น

จากนั้นเอามาเผาไฟจนน้ำมะพร้าวเดือด พยายามอย่าให้น้ำมะพร้าวหกออกมา ถ้าไฟแรง ลดไฟลงให้เดือดอ่อนๆ จนคื่นฉ่ายผสมผสานกับน้ำมะพร้าวมากๆ ด้วยเวลาประมาณ ๑๐ นาทีเศษ

ขนาดรับประทาน

เอาน้ำมะพร้าวนี้ปล่อยเอาไว้ให้อุ่น ดื่มให้หมดวันละ ๑ ผล
ทำเช่นนี้เป็นเวลา ๗ วัน ๗ ผล
ต่อมาให้รับประทานยานี้วันเว้นวัน ต่อเนื่องกันประมาณ ๑-๒ เดือนอาการของโรคหัวใจจะค่อยๆ ทุเลาลงเรื่อย

สรรพคุณ

รักษาอาการของโรคหัวใจได้ดีมาก อาการหายใจขัดจะหายไป อาการอ่อนเพลียจะไม่เกิดขึ้นเหมือนเมื่อก่อน เรี่ยวแรงจะดีขึ้น อาการเจ็บปวดที่ทรวงอกด้านซ้ายจะไม่มีเหมือนเดิมอีก

ข้อสำคัญจะต้องรับประทานต่อเนื่องกันไป ตามที่แนะนำจึงจะรักษาอาการของหัวใจผิดปกติได้ดี

*****

ยารักษาโรคหัวใจ

ขนานที่ ๒ ส่วนผสมของตัวยา


ข้าวเย็นเหนือ หนัก ๑๐ บาท
ข้าวเย็นใต้ หนัก ๑๐บาท
กำมะถันเหลือง หนัก ๑๐บาท
กำแพงเจ็ดชั้น หนัก ๑๐บาท
ทองพันชั่ง หนัก ๑๐บาท
ชะเอมเทศ หนัก ๑๐บาท

วิธีปรุงยา

เอาตัวยาและส่วนผสมทั้งหมดมาใส่หม้อดินต้มกับ้ำพอท่วม ต้มเคี่ยว ให้ตัวยาออกมามากๆ ประมาณ ๒๐ นาที ด้วยไฟเดือดอ่อนๆ แล้วยกหม้อต้มยาลงมา ปล่อยเอาไว้ให้เย็นลง

ขนาดรับประทาน


เอามาดื่มครั้งละ ๑ ถ้วยชา หลังอาหารเช้า กลางวัน และเย็น รวมวันละ ๓ เวลา

สรรพคุณ
รักษาอาการของโรคหัวใจได้ดีมาก แก้อาการอ่อนเพลียระเ**่ยใจ เหนื่อยหอบ หัวใจเต้นผิดปกติ

******

ยารักษาโรคหัวใจ


ขนานที่ ๓ ส่วนผสมของตัวยา

ต้นและใบบัวบก ๒ กำมือ
น้ำตาลทรายแดง
(ไม่มีน้ำตาลทรายแดง เอาน้ำตาลทรายขาวก็ได้)

วิธีปรุงยา

เอาต้นและใบบัวบกที่ถอนเอามาสดๆ เอามาล้างน้ำให้สะอาด แล้วสับเป็นท่อนสั้นๆ ใส่ลงไปในครก โขลกให้แหลกละเอียดแล้วคั้น เอาน้ำข้นๆ มาผสมกับน้ำตาลทรายแดง คนให้ละลายเข้าด้วยกัน

ขนาดรับประทาน

เอามาดื่มครั้งละ ๑ แก้ว
ดื่มวันละ ๓ แก้ว เช้า กลางวัน และเย็น ดื่มต่อเนื่องกันประมาณ ๑ สัปดาห์หรือ ๑๐ วัน

สรรพคุณ

รักษาอาการของโรคหัวใจได้ดี อาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลียง่าย อาการเจ็บปวดที่ทรวงอกข้างซ้ายหรือที่หัวใจ อาจจะมีเหงื่อออกเป็นประจำ

*****

ยารักษาโรคหัวใจ

ขนานที่ ๔ ส่วนผสมของตัวยา


หัวไชเท้า ๑ หัว (ถ้าหัวใหญ่ ครึ่งหัวก็พอ)
น้ำผึ้งแท้ ๑ ถ้วย

วิธีปรุงยา

เอาหัวไชเท้าหรือผักกาดหัวสดๆ มาล้างให้สะอาด ปอกเปลือกออกไป ขจัดดินและสิ่งสกปรกออกให้หมด แล้วตัดเป็นชิ้นๆ กำลังพอเหมาะที่จะรับประทาน จัดหาน้ำผึ้งแท้มาสัก ๑ ถ้วย เตรียมเอาไว้

ขนาดรับประทาน

เอาหัวไชเท้าหรือผักกาดหัวสดๆ ดังกล่าว มาจิ้มกับน้ำผึ้งแท้ รับประทานเช้าครั้งหนึ่ง เย็นอีกครั้งหนึ่ง รับประทานเช่นนี้ทุกๆ วัน เป็นเวลาประมาณ ๒ สัปดาห์

สรรพคุณ

รักษาอาการของโรคหัวใจได้ดีมาก อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เจ็บปวดที่ทรวงอกข้างซ้ายหรือที่หัวใจ อึดอัด หายใจไม่สะดวก จะดีขึ้น ทุเลาขึ้นมาเรื่อยๆ จนหายเป็นปกติในที่สุด
พยายามรับประทานเพื่ออาการของโรคจะดีขึ้นมา


*****

ยารักษาโรคหัวใจ

ขนานที่ ๕ ส่วนผสมของตัวยา

ต้นไมยราบ (ทั้งต้น ดอก ราก) สดๆ ๑ กก.

วิธีปรุงยา

เอาต้นไมยราบสดๆ ดังกล่าวข้างต้นมาล้างน้ำให้สะอาด สับเป็นท่อนสั้นๆ แล้วเอาไปตากแดดให้แห้งสนิท
จากนั้นเอามาคั่วในกระทะให้เหลือง หอม เก็บใส่ขวดโหล หรือภาชนะที่ปิดฝาได้มิดชิดเช่นเดียวกับการเก็บใบชา
ไม่ให้อากาศภายนอกเข้าไปได้ เก็บเอาไว้ได้นานๆ เวลาใช้ก็เอามาชงกับน้ำเดือด จิบได้เป็นน้ำชา

ขนาดรับประทาน

ชงเป็นน้ำชาใส่เอาไว้ในกาน้ำชา หรือเอามาใส่ลงไปในกระติกน้ำร้อนไฟฟ้า จัดการต้มไปเลย แล้วรินเอามาดื่มเป็นน้ำชาได้ตลอดทั้งวัน แทนการดื่มน้ำชานั่นเอง

แต่ว่าการดื่มน้ำชาต้นไมยราบนี้ดีกว่ามากมาย เพราะมีสรรพคุณทางยาสมุนไพรได้ดี

สรรพคุณ

รักษาอาการผิดปกติของหัวใจได้ดี เป็นต้นว่าหัวใจเต้นผิดปกติ อาการของหัวใจสั่น อาการเจ็บปวดที่ทรวงอกตรงบริเวณหัวใจ

--------

ยารักษาความดันโลหิตสูง
ขนานที่ ๑ ส่วนผสมของตัวยา


กาฝากมะม่วงทั้งห้า (ต้น ใบ ราก) สดๆ โดยการตัดเอามาจากต้นมะม่วงอะไรก็ได้ เอามาสับเป็นชิ้นเล็กๆ ๑ กก.

วิธีปรุงยา

เอากาฝากมะม่วงสดๆ สับเป็นชิ้นๆ รวมทั้งใบและรากที่เกาะกิ่งมะม่วง เอามาตากแดดให้แห้งสนิท ซึ่งจะต้องตากหลายๆ แดด
จากนั้นเอามาเก็บเอาไว้ในภาชนะที่ปิดฝามิดชิด เวลาเอามาใช้ ก็เอามาใส่ลงไปในหม้อดินสัก ๒ กำมือ เติมน้ำให้ท่วมพอสมควร ต้มเคี่ยวให้เดือดอ่อนๆ ด้วยเวลาประมาณ ๑๕-๒๐ นาที
ยกลงปล่อยเอาไว้ให้เย็นไปเอง

ขนาดรับประทาน

ดื่มเช้า กลางวัน และเย็น ครั้งละ ๑ แก้ว หรือดื่มแทนน้ำชาก็ได้ทั้งวัน แทนน้ำชาจีนไปได้เลย
หิวน้ำก็ดื่มน้ำกาฝากต้นมะม่วงนี้แหละ

สรรพคุณ

แก้อาการความดันโลหิตสูงได้ดีมาก

******

ยารักษาความดันโลหิตสูง
ขนานที่ ๒ ส่วนผสมของตัวยา


รากมะละกอตัวผู้ (ทางด้านตะวันออก) โดยการตัดปลายรากออกไป ตัดด้านทางหัวออกไปด้วย ๑ กำมือ
สารส้มก้อนประมาณหัวแม่เท้า ๑ ก้อน

วิธีปรุงยา

เอารากมะละกอตัวผู้มาจากต้น แล้วล้างน้ำให้สะอาด อย่าลืมตัดปลายรากและทางหัวออกไปเสียก่อน สับเป็นท่อนสั้นๆ ใส่ลงไปในหม้อดิน ใส่น้ำลงไปพอท่วม ใส่สารส้มลงไปตามกำหนด
จัดการต้ม เคี่ยว ให้เดือดอ่อนๆ เป็นเวลานานประมาณ ๑๕ นาทีก็พอ
แล้วยกลงปล่อยเอาไว้ให้เย็น

ขนาดรับประทาน

รินเอามาดื่ม ครั้งละ ๑ แก้ว เช้า กลางวันและเย็นรวม ๓ เวลา

สรรพคุณ

รักษาอาการความดันโลหิตสูง อาการปวดวิงเวียนมึนตื้อ ตึงท้ายทอยจะหายไป
ความดันโลหิตจะลดลงเป็นปกติ เมื่อดื่มยานี้ไปประมาณ ๕-๖ วันเท่านั้นเอง ปกติดีแล้วก็งดดื่มยาได้

******

ยารักษาความดันโลหิตสูง
ขนานที่ ๓ ส่วนผสมของตัวยา


กาฝากมะม่วงกะล่อนทั้งห้า (ต้น ใบ ราก) สดๆ ด้วยการตัดเอามาจากต้นมะม่วงกะล่อน สับเป็นชิ้นเล็กๆ ๑ กก.

วิธีปรุงยา

เอากาฝากมะม่วงสดๆ มาสับเป็นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเอาไปตากแดดให้แห้งสนิท ซึ่งจะต้องตากหลายๆ แดด
แล้วเอามาใส่ลงไปในภาชนะที่ปิดฝามิดชิด ป้องกันอากาศเข้าไปได้ เก็บเอาไว้ใช้ได้นานวัน
เวลาจะใช้เอากาฝากมะม่วงที่ตากแห้งแล้วนี้ มาใส่ลงไปในหม้อดินสัก ๒ กำมือ เติมน้ำสะอาดลงไปพอท่วมตัวยานี้ ต้ม เคี่ยวให้เดือดอ่อนๆ ประมาณ ๑๕ นาที ให้ตัวยาละลายออกมามากๆ
แล้วยกลงปล่อยเอาไว้ให้เย็นไปเอง

ขนาดรับประทาน

ดื่มน้ำกาฝากมะม่วงกะล่อนนี้ ครั้งละ ๑ แก้ว เช้า กลางวันและเย็น หิวน้ำก็ดื่มน้ำนี้แทนน้ำไปเลยก็ได้

สรรพคุณ

อาการความดันโลหิตสูง จะค่อยๆ ทุเลาลงไปเรื่อยๆ ปจนหายเป็นปกติดีแล้ว ก็หยุดดื่มได้

*****

ยารักษาความดันโลหิตสูง
ขนานที่ ๔ ส่วนผสมของตัวยา


ต้นลิ้นมังกร (ทั้งต้น ทั้งราก) ๓ กำมือ
น้ำตาลกรวดก้อนเท่าหัวแม่มือ ๑ ก้อน

วิธีปรุงยา

เอาต้นลิ้นมังกรดังกล่าวมาล้างให้สะอาด สับเป็นท่อนสั้นๆ ใส่ลงไปในหม้อดินสำหรับต้มยา
เติมน้ำสะอาดลงไปพอท่วมสัก ๓ ส่วน ใส่น้ำตาลกรวดลงไปอีก จัดการต้ม เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ ให้งวดลงเหลือส่วนเดียว เพื่อให้เกิดความเข้มข้นขึ้นมา

ขนาดรับประทาน

ดื่มเป็นยา ครั้งละ ๑ ถ้วยชา เช้า กลางวันและเย็น ดื่มไปสัก ๑ สัปดาห์

สรรพคุณ

แก้อาการความดันโลหิตสูงได้ดีมาก อาการมึนศรีษะ ซึม ตึงหน่วงที่ท้ายทอยก็จะค่อยๆ หายไป
ข้อสำคัญจะต้องดื่มยานี้ต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ อย่าเว้นบ้าง ดื่มบ้าง จะไม่ได้ผลเท่าที่ควร

******

ยารักษาความดันโลหิตสูง
ขนานที่ ๕ ส่วนผสมของตัวยา


รากระย่อมรวมทั้งต้น ๓ กำมือ

วิธีปรุงยา

ถอนเอาต้นระย่อมมาทั้งรากทั้งต้น จัดการล้างทำความสะอาดให้ดี อย่าให้ดิน โคลน สิ่งสกปรกติดอยุ่ได้ ล้างให้สะอาดดีแล้วเอามาหั่นเป็นท่อนๆ

ใส่ลงไปในหม้อดินต้มยา เติมน้ำสะอาดลงไปพอท่วม กะเป็น ๓ ส่วนแล้วยกเอาขึ้นตั้งบนเตาไฟ
ต้ม เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ ให้น้ำยางวดลงเหลือส่วนเดียว ยกลงมา ปล่อยเอาไว้ให้เย็นลง

ขนาดรับประทาน

ดื่มครั้งละ ๑ แก้ว เช้า และเย็น ดื่มทุกวันอย่าเว้น

สรรพคุณ

แก้อาการความดันโลหิตสูงได้ดีมาก ทำให้ความดันโลหิตสูงลดลงได้อย่างน่าพิศวง อาการปวดมึนศรีษะหายไปเรื่อยๆ จนเป็นปกติ อาการมึน ปวดท้ายทอยก็จะหายไป ดื่มยานี้ไปไม่เกิน ๗ วัน อาการความดันโลหิตสูงก็เป็นปกติได้

--------

ยารักษาความดันโลหิตสูง
ขนานที่ ๖ ส่วนผสมของตัวยา


ต้นสาบเสือทั้งห้า ๑ กำมือ
พริกไทยล่อน ๗ เม็ด

วิธีปรุงยา

จัดการเอาต้นสาบเสือทั้งห้า คือ ทั้งต้น ใบ ราก ดอก ราก เรียกว่าทั้งต้นทั้งราก จัดการล้างทำความสะอาดให้ดี ตัดออกเป็นท่อนๆ สั้นๆ
ใส่ลงไปในหม้อดิน เอาพริกไทยล่อนทั้ง ๗ เม็ดใส่ลงไปด้วย เติมน้ำสะอาดลงไปพอท่วม ต้ม เคี่ยวไปจนงวดลงมากๆ ด้วยการใส่น้ำลงไป ๓ ส่วนเคี่ยวจนเหลือส่วนเดียว
ยกลงมา ปล่อยเอาไว้ให้เย็นลง แล้วเอามาดื่มได้

ขนาดรับประทาน

รินเอาน้ำยานี้มาดื่ม ครั้งละ ๑ ถ้วยชา ดื่มเช้า กลางวันและเย็นรวมวันละ ๓ เวลา
ดื่มไปเรื่อยๆ หมดยาก็ต้มใหม่ ดื่มไปสัก ๑ สัปดาห์

สรรพคุณ

รักษาอาการความดันโลหิตสูงได้ดีมาก อาการความดันโลหิตสูงจะทุเลาลงเรื่อยๆ จนหายไปในที่สุด

******

ยารักษาความดันโลหิตต่ำ

ส่วนผสมของตัวยา

หมูเนื้อแดง ๑ กก.
พรกไทยล่อน ๑ กระป๋องนมข้นหวาน
น้ำผึ้งแท้

วิธีปรุงยา

เอาส่วนผสมของตัวยาข้างบนนี้ คือ หมูเนื้อแดงกับพริกไทยล่อนมาบดรวมผสมกัน ให้เข้ากันดี
แล้วเอาไปใส่ขวดปากกว้างหรือขวดโหล เอาน้ำผึ้งแท้เทใส่ลงไปให้ท่วมเนื้อหมูและพริกไทยล่อนบดละเอียด ปิดฝาขวดหรือโหลเอาไว้ให้แน่น แล้วเอาไปหมกเอาไว้ในข้าวเปลือกประมาณครึ่งเดือนขึ้นไป เช่น ๒๐-๒๕ วัน หรือ ๓๐ วันก็ได้
แล้วก็เอาออกมาจากการหมกในข้าวเปลือก

ขนาดรับประทาน

รินเอาแต่เพียงน้ำผึ้งที่ดองเนื้อหมูกับพริกไทยล่อน ดื่มกินวันละประมาณ ๑ ช้อนแกง วันละครั้งเดียวก็พอ ดื่มกินไปสัก ๕ วัน ท่านว่าจะได้ผลดีมากในการรักษาอาการของโรคที่เกิดขึ้น

สรรพคุณ

แก้อาการของโรคความดันโลหิตต่ำได้ดีมาก รวมทั้งโรคโลหิตจางก็ได้ผลดี

----------

ยารักษาโรคเบาหวาน
ขนานที่ ๑ ส่วนผสมของตัวยา


ยอดขี้เหล็ก ๑ กก.
สารส้ม ๑๐๐ กรัม
น้ำผึ้งแท้

วิธีปรุงยา

เอายอดขี้เหล็กมาล้างให้สะอาด ตัดเป็นท่อนสั้นๆ เสียก่อน ใส่ครกโขลกให้ละเอียด หรือจะเอามาบดก็ได้ อย่าลืมเอาสารส้มใส่ลงไปโขลก หรือบดผสมผสานกันเข้าไปด้วย ละเอียดดีแล้วเอาออกมาจากครก ผสมกับน้ำผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอนสักขนาดปลายนิ้วก้อย

ขนาดรับประทาน

รับประทานวันละ ๑ เม็ด ทุกๆ วันเป็นเวลาประมาณ ๑ เดือนเศษ หากอาการมาก โรคมีอยู่มาก ก็รับประทานวันละ ๒ เม็ด ซึ่งจะต้องใช้เวลานานกว่า ๑ เดือน แต่ก็หายได้

สรรพคุณ

รักษาอาการของโรคเบาหวานได้ดีมาก อาการเบาหวานจะค่อยๆ ทุเลาลงเรื่อยๆ อย่าหยุดยาในระหว่างที่กำลังรับประทานยา

*******

ยารักษาโรคเบาหวาน
ขนานที่ ๒ ส่วนผสมของตัวยา


เปลือกต้นไข่เน่า ๒ กำมือ
เกลือทะเล (เกลือแกง) ๒ ช้อนโต๊ะ

วิธีปรุงยา

เอาเปลือกต้นไข่เน่ามาล้างให้สะอาด ใส่ลงไปในหม้อดินสำหรับต้มยา ใส่น้ำลงไปให้ท่วมตัวยาพอสมควร ใส่เกลือแกงหรือเกลือทะเลลงไปด้วย
ยกขึ้นตั้งบนเตาไฟ ต้ม เคี่ยว ให้เดือดอ่อนๆ โดยเคี่ยวไปสัก ๒๐ นาที โดยกะให้น้ำ ๓ ส่วน แล้วงวดลงเหลือเพียง ๑ ส่วน ตามหลักการของการต้มยาต้มทั้งหลาย

ขนาดรับประทาน

รับประทานยานี้ครั้งละ ๑ ถ้วยชา ก่อนอาหารเช้าและก่อนนอน ทุกๆ วันวันละ ๒ ครั้ง ดื่มกินยานี้เพียง ๗ วันอาการของโรคนี้จะทุเลาลงเรื่อยๆ

สรรพคุณ

รักษาอาการของโรคเบาหวานได้ดีมาก เบาหวานมีทั้งอาการที่เป็นมากและเป็นน้อย หากเป็นมาก ก็อาจจะต้องดื่มยานี้ไปเป็นเวลานานวันกว่าผู้ป่วยที่มีอาการน้อยกว่า

*****

ยารักษาโรคเบาหวาน
ขนานที่ ๓ ส่วนผสมของตัวยา


ใบทองพันชั่ง หนัก ๑ บาท
ใบชุมเห็ด หนัก ๑ บาท
พริกไทยล่อน หนัก ๑ บาท
ต้นเหงือกปลาหมอ หนัก ๑ บาท
น้ำผึ้งแท้

วิธีปรุงยา

ก่อนอื่นเอาตัวยาทั้งหมด ยกเว้นน้ำผึ้งแท้ ตากแดดให้แห้งสนิทเสียก่อน ต่อมาก็เอามาบดเป็นผงละเอียดตามวิธีการบดยาสมุนไพรทั้งหลาย
เอามาผสมกับน้ำผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเมล็ดในพุทราไทย เก็บเอาไว้ในภาชนะปิดฝาสนิท รับประทานได้นานๆ

ขนาดรับประทาน

รับประทานครั้งละ ๖ เม็ด เช้าและเย็น เป็นเวลา ๓๐ วันหรือ ๑ เดือนเศษ อาการจะทุเลาลงเรื่อยๆ จนหาย

สรรพคุณ

รักษาอาการของโรคเบาหวานได้ดีมาก หากเป็นมาก ก็อาจจะต้องรับประทานยานี้ไปเป็นเวลานานวันหน่อย คือมากกว่า ๑ เดือน
อดทน พยายามรับประทานยาไปเรื่อยๆ อย่าเว้นวันรับประทานบ้าง หรือไม่รับประทานบ้าง จะไม่ได้ผลเท่าที่ควร

*******

ยารักษาอาการปวดเมื่อย

ขนานที่ ๑ ส่วนผสมของตัวยา


ลูกข่อย ๑ ทะนาน
หัวแห้วหมู ๑ ทะนาน
หางไหลเผือก หนัก ๒๐ บาท
กรุงเขามา หนัก ๒๐ บาท

วิธีปรุงยา

เอาตัวยาสมุนไพรทั้งหมดข้างต้นนี้มาตากแดดให้แห้งสนิทแล้วจึงเอามาชั่งและตวง จากนั้นก็เอามาบดเป็นผงละเอียดแบบยาผงทั้งหลาย
เอามาปั้นเป็นเม็ดขนาดเมล็ดในพุทราไทย
เก็บเอาไว้รับประทานเป็นยาดีได้

ขนาดรับประทาน

รับประทานครั้งละ ๒-๓ เม็ด เช้าและเย็น ก่อนนอนทุกคืนอย่างสม่ำเสมอ

สรรพคุณ

รักษาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้ดีมาก เมื่อมีอาการแล้วจะหายไปได้เมื่อรับประทานยานี้ ขอแนะนำว่าเมื่อได้ผลดีแล้ว กรวดน้ำอุทิศบุญกุศลให้แก่ท่านเจ้าของตำรับยาขนานนี้ด้วย

******

ยารักษาอาการปวดเมื่อย
ขนานที่ ๒ ส่วนผสมของตัวยา


ต้นกะเม็งทั้งห้า หนัก ๑ กก.
น้ำผึ้งแท้

วิธีปรุงยา

เอาต้นกะเม็งทั้งห้าที่แนะนำมาแล้วข้างต้น เอามาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ท่อนเล็กๆ ตากแห้งให้แห้งสนิทเสียก่อน
จากนั้นก็เอามาบดเป็นผงละเอียดตามแบบฉบับยาผงทั่วไป แล้วเอามาผสมกับน้ำผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอนแบบยาไทยทั้งหลาย

เก็บเอาไว้รับประทานเป็นยาได้นานวันด้วยการใส่ภาชนะเช่น ขวดมีฝาปิดแน่น

ขนาดรับประทาน

รับประทานครั้งละ ๑ เม็ด หลังอาหารเช้า กลางวันและเย็น รับประทานไปสัก ๑๕ วัน อาการป่วยก็ทุเลาลงเรื่อยๆ

สรรพคุณ

รักษาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายปวดกล้ามเนื้อตามร่างกายทั่วไป เรียกว่าอาการปวดเมื่อยทุกชนิดนั่นเอง
เคล็ดลับนั้น ท่านว่าให้ปลุกเสกด้วยคาถาพระเจ้า ๕ พระองค์ด้วย เวลารับประทานจะเกิดผลดีมากยิ่งขึ้น (คาถานี้ก็คือ นะโมพุทธายะฯ นั่นเอง)

******

ยารักษาอาการปวดเมื่อย

ขนานที่ ๓ ส่วนผสมของตัวยา


น้ำมะนาว ๑ ช้อนกาแฟ
น้ำผึ้งเดือนห้า ๕ ช้อนกาแฟ
น้ำโซดา ๑ ขวด

วิธีปรุงยา


เอาน้ำมะนาวมาผสมรวมกันกัยน้ำผึ้งเดือนห้าทั้ง ๒ อย่าง กวน คนให้เข้ากันดีแล้ว เอาน้ำโซดามาใส่ลงไป ควรเอาแก้วมาใส่ผสมจะสะดวกดี เมื่อใส่น้ำโซดาลงไปแล้วก็กวน คนให้เข้าด้วยกัน

ขนาดรับประทาน

รับประทานเมื่อตื่นนอนตอนเช้า ๑ แก้ว ก่อนนอนเวลากลางคืนอีก ๑ แก้ว รวมวันละ ๒ แก้ว
ปฏิบัติเป็นประจำเพียง ๒-๓ วัน เท่านั้นเองก็ใช้ได้

สรรพคุณ

รักษา แก้อาการปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัวทั่วไป แก้อาการปวดเมื่อยทั้งหลายที่เกิดขึ้นมาให้หายไปได้อย่างดี
รับประทานยานี้เพียง ๒-๓ วันเท่านั้น อาการที่ปวดเมื่อยก็ค่อยๆ ทุเลาลงเรื่อยๆ จนหายเป็นปกติได้
นอกจากนี้ยังแก้อาการอ่อนเพลียได้ รวมทั้งเป็นยาไทยที่ใช้บำรุงร่างกายได้ดีมาก น้ำผึ้งเดือนห้ากับน้ำมะนาวนี่แหละ

******

ที่มา ::: http://blog.etcpool.com/articles/her...8%B8%E0%B8%82/
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เกียงจูแหย : 19-06-12 เมื่อ 15:51

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
  #10  
เก่า 19-06-12, 15:54
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

สมุนไพรที่นิยมใช้เดี่ยวๆ รักษาอาการของโรคที่พบบ่อยๆ ได้แก่

1. สมุนไพรแก้ไข้ ฟ้าทะลายโจร บอระเพ็ด

2. สมุนไพรแก้ท้องเสีย กล้วยน้ำว้า ทับทิม ฝรั่งดิบ

3.สมุนไพรแก้ไอ มะแว้ง ขิง มะนาว

4.สมุนไพรแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขมิ้นชัน แห้วหมู กระชาย

5.สมุนไพรช่วยให้นอนหลับ ขี้เหล็ก ดอกบัวหลวง หัวหอมใหญ่

6.สมุนไพรแก้เชื้อรา กระเทียม ข่า ชุมเห็ดเทศ

7.สมุนไพรแก้เริม เสลดพังพอนตัวเมียและตัวผู้

สูตรสมุนไพรบำรุงผิวหน้า

1.ว่านหางจระเข้ : บำรุงผิว ป้องกันฝ้า ลบรอยจุด ด่างดำ รักษาสิว

2.แตงกวา : สมานผิว ลบรอยเ**่ยวย่น

3.มะเขือเทศ : สมานผิว ลดรอยเ**่ยวย่น จุดด่างดำ

4.ขมิ้นสด : บำรุงผิวหน้าผุดผ่องสดใสอ่อนวัย และช่วยให้สิวยุบเร็ว

5.กล้วยน้ำว้าสุก : บำรุงผิวนุ่มเนียนอ่อนวัย

6.หัวไชเท้า : ช่วยลดรอยฝ้าและกระให้จางหาย

สมุนไพรที่มีสารต้านเซลล์มะเร็ง

มะกรูด ผักแขยง ขึ้นฉ่าย บัวบก ผักชีฝรั่ง กระชาย ข่า ใหญ่ มันเทศ ใบมะม่วง มะกอก เบญจมาศ แขนงกะหล่ำ แตงกวา พริกไทย ดีปลี โหระพา กะเพรา ใบตะไคร้ ถั่ว ผักแว่น ผักขวง เพกา ช้าพลู (ชะพลู) ลูกผักชี เร่ว เหงือกปลาหมอ ขมิ้นอ้อย หัวหอมแดง หอมหัวใหญ่ กระเทียม ฯลฯ

สมุนไพรที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนต์ (วิตามินเอ ซี อี)

วิตามิน เอสูง ได้แก่ ใบยอ ใบย่านาง ตำลึง ผักกูด มะระ กระสัง ผักแพว ผักชีลาว ผักแว่น ผักบุ้ง เหลียงกระเจี๊ยบแดง แมงลัก ชะอม พริกชี้ฟ้าแดง แพงพวย ขี้เหล็ก ฯลฯ

วิตามินซีสูง ได้แก่ มะขามป้อม ฝรั่ง มะปราง ขนุน ละมุด มะละกอ มะกอก ส้ม มะขาม ลูกหว้า พุทรา ฯลฯ

วิตามินอีสูง ได้แก่ พวกธัญพืชต่างๆ เช่น งาดำ ข้าวซ้อมมือ จมูกข้าว ข้าวโพด ฯลฯ

เบตาแคโรทีนสูง ได้แก่ แคร์รอต ฟักทอง แค กะเพรา แพชั่นฟรุต ขี้เหล็ก ผักเชียงดา ยอดฟักข้าว ผักแซ่ว ฯลฯ

สมุนไพรไทยและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่แสดงฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง

พืชสมุนไพร บวบขม จำปีป่า ปลาไหลเผือก ทองพันชั่ง เจตมูลเพลิงแดง ราชดัด ฝาง แสมสาร ติงตัง ขมิ้นต้น ฟ้าทะลายโจร กระเทียม ประยงค์ รงทอง ข่อย ขมิ้นชัน แกแล สมอไทย ขันทองพยาบาท

เครือเถาวัลย์ ดองดึง โล่ติ้น เจตมูลเพลิงขาว มังคุด โทงเทง ทับทิม จำปา ไพล ปรู จำปีหลวง พลับพลึง สบู่ดำ แพงพวยฝรั่ง สีเสียด กะเม็ง สมอพิเภก

สมุนไพรกับโรคความดันโลหิตสูง

ใน การรักษาโรคความดันโลหิตสูงจะต้องได้รับการควบคุมดูแลจากแพทย์แผนปัจจุบัน และในการนำสมุนไพรมาใช้ใน ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงจะต้องระมัดระวัง และจะต้องตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอจากแพทย์แผนปัจจุบัน สมุนไพรที่ใช้ขับปัสสาวะมีดังนี้

หญ้า หนวดแมว ในใบของหญ้าหนวดแมวจะมีเกลือโพแทสเซียมปริมาณ 0.7-0.8% ใช้ใบอ่อนเป็นยาขับปัสสาวะที่มีประสิทธิภาพสูง เนื่องจากเกลือโพแทสเซียมในใบอ่อนจะมีปริมาณสูง ตามตำรายาไทยใช้แก้โรคปวดตามสันหลังและเอว ใช้ขับนิ่วและลดความดันโลหิตสูง

ข้อควรระวัง

1.เนื่องจากหญ้าหนวดแมวมีเกลือโพแทสเซียมสูงจึงไม่ควรใช้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ

2.ควรใช้การชง ไม่ควรใช้การต้ม และควรใช้ใบอ่อน เพราะใบแก่จะมีเกลือโพแทสเซียมละลายออกมามาก มีฤทธิ์กดหัวใจ ทำให้หายใจผิดปกติได้

3.ควรใช้ใบตากแห้ง ถ้าใช้ใบสดจะมีอาการคลื่นไส้และหัวใจสั่น

4.ไม่ควรใช้หญ้าหนวดแมวคู่กับยาแอสไพริน เพราะจะทำให้ยามีฤทธิ์ต่อหัวใจมากขึ้น

5.ก่อนการใช้ควรปรึกษาแพทย์แผนปัจจุบันและได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัย

หญ้า คา ในรากหญ้าคามีสารอะรันโดอินและไซลินดริน ทั้งกรดอินทรีย์หลายชนิด ตามตำรับยาไทยใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ขัดเบา โดยต้นหญ้าคาสด 40-50 กรัม (น้ำหนักแห้ง 10-15 กรัม) หรือ 1 กำมือ ต้มดื่มก่อนอาหารวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ถ้วยชา (75 มิลลิลิตร)

หมาย เหตุ การใช้สมุนไพรขับปัสสาวะทุกชนิดต้องปรึกษาแพทย์แผนปัจจุบัน เนื่องจากการใช้ยาขับปัสสาวะเกินขนาดอาจจะเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้

สรรพคุณสมุนไพรที่ช่วยลดไขมันในหลอดเลือด

1.น้ำมันเมล็ดดอกคำฝอย จากการวิจัยในสัตว์ทดลองและในคนพบว่าน้ำมัน เมล็ดดอกคำฝอยช่วยทำให้ปริมาณคอเลส เตอรอลในเลือดลดลงและลดการอุดตัน ไขมันในหลอดเลือดได้

2.กระเทียม มีสารอัลลิซินที่มีฤทธิ์ลด ไขมันในหลอดเลือดได้ ซึ่งจะใช้กระเทียม ประมาณ 5-7 กลีบ รับประทานหลังอาหารทุกมื้อ เป็นเวลา 1 เดือน ปริมาณคอเลส เตอรอลในเลือดจะลดลง

3.ถั่วเหลือง ในถั่วเหลืองจะมีกรด อะมิโน เลซิติน และวิตามินอีสูง จะช่วยลดระดับไขมันในหลอดเลือด

การปฏิบัติเพื่อป้องกันการเกิดโรคเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ

1.การรับประทานอาหารที่มีไขมันน้อย เช่น ปลา ผัก ผลไม้ อาหาร สมุนไพร ไม่รับประทานอาหารรสเค็มจัด

2.การออกกำลังกายสม่ำเสมอ

3.การพักผ่อนให้เพียงพอ

4.ตรวจร่างกายประจำทุกปี

สรุปรายชื่อสมุนไพรที่ควรใช้ในรูปอาหารกับโรคเบาหวาน ได้แก่

บอระเพ็ด มะระไทย ลูกใต้ใบ หญ้าใต้ใบ มะแว้ง เครือมะแว้ง ต้นตำลึง ฟ้า ทะลายโจร สะตอ ว่านหางจระเข้ แมงลัก อินทนิลน้ำ หอมใหญ่ กระเทียม หญ้าหนวดแมว เตยหอม ฝรั่ง ช้าพลู ขี้เหล็ก สะเดา ผักบุ้ง สักกำแพงเจ็ดชั้น มวกแดง-ขาว ชะเอมไทย รากลำเจียก รากคนทา

หมาย เหตุ - การรักษาโรคเบาหวานควรปรึกษาแพทย์แผนปัจจุบัน เพราะการใช้ยาลดระดับน้ำตาลร่วมกับยาแผนปัจจุบันอาจจะทำให้น้ำตาลลดลงมาก เกินไป เป็นอันตรายได้ จึงแนะนำให้ใช้สมุนไพรในรูปของการปรุงอาหารในชีวิตประจำวัน



ที่มา ::: เผย 28 เคล็ดลับยาสมุนไพรรักษาโรค | Thaihealth.or.th
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 1 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
อภิญญา (19-06-12)
ตอบ

Tags
ยาสมุนไพรไทย


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 16:26


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่