อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > เบ็ดเตล็ด

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 02-11-12, 23:45
เพิ่มบุญ's Avatar
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2011
ข้อความ: 1,258
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 8,965
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 3,279 ครั้ง ใน 3,279 ข้อความ
พลังบุญ: 4546
เพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished road
Smile บันทึกประสบการณ์เพิ่มบุญ

ขอเขียนเล่าความคิด ประสบการณ์ และสิ่งต่างๆที่อยากจะเล่าให้ฟังนะครับ
ถือว่าอ่านเพลินๆแล้วกันครับ อาจจะไม่มีสาระ แต่ก็จะพยายามพิจารณาในธรรมะไปด้วยครับ
วันนี้ไม่มีอะไรเล่าให้ฟัง เพราะนึกไม่ออก ความคิดก็เป็นอนิจจัง ไม่เที่ยง
บางทีก็ฟุ้งไปได้ทั้งวัน บางทีก็นิ่งๆ เป็นสิ่งที่เอาแน่ไม่ได้ แต่มีเกิด มีดับ แน่ๆในความคิด
ตอนนี้ในใจยังว่างเปล่า แล้วก็ยังคงจะเรื่อยเปื่อยต่อไปตามคอนเซปของผม

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 8 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เพิ่มบุญ ในข้อความนี้
ชฎารัตน์ (05-11-12), พรรณวดี (05-11-12), พุทธรักษา (18-11-12), อภิญญา (09-11-12), เกียงจูแหย (15-11-12), Drew (19-11-12), Rich (27-03-13), Rose (04-11-12)
  #2  
เก่า 14-11-12, 20:10
เพิ่มบุญ's Avatar
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2011
ข้อความ: 1,258
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 8,965
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 3,279 ครั้ง ใน 3,279 ข้อความ
พลังบุญ: 4546
เพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished road
Default

ช่วงนี้ประสบเคราะห์กรรม ที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตมากมาย
ตัวผมรู้สึกว่าจิตตกไปเยอะ รอบๆข้างมันดูหนักและเยอะแยะไป

แต่ในใจก็พยายามถึงพระไว้ ขอให้พระท่านสงเคราะห์ให้ผ่านพ้นไปได้
แต่ละอย่างนี่นะลุ้นสุดจริงๆช่วงนี้ จะเป็นวิบากกรรม หรือบททดสอบก็ยังไม่รู้เลย
แต่ก็พยายามจะผ่านไปให้ได้ ด้วยขันติ แล้วก็นึกถึงพระบ่อยๆ

ตอนนี้ทำให้นึกถึงหลวงพ่อขึ้นมาว่า กว่าท่านจะมาได้ถึงขนาดนี้ท่านคงผ่านจะมาเยอะจริงๆ
เราแค่นี้ก็ยังจะตายอยู่แล้ว การบำเพ็ญเพียรเพื่อเป็นพระโปรดโลก คงจะต้องทำกันต่อไป ตามที่อธิษฐานกับพระไว้
แต่ในใจก็บอกกับตัวเองว่า เราไม่ได้ทำดีเพื่อให้ตัวเองเป็นพระโปรดโลก แต่เราทำดีเพื่อช่วยเหลือพระศาสนาของพระท่าน
ให้ตั้งมั่นคงอยู่ต่อไป ไม่ว่าใครจะทำดีเพื่อเป็นพระโปรดโลก พระอรหันต์ ใครจะไปนิพพานชาตินี้
เราก็โมทนาและยินดีกับเขา เพราะถือได้ว่าเป็นการส่งเสริมให้เขามีทางสำเร็จตามที่เขาอธิษฐานไว้
และเป็นจริงสมหวังทุกประการ ตามที่เขาปรารถนาไว้ครับ

ตอนนี้ก็ยังคิดอย่างนี้อยู่นั่นแหละ คิดอยู่ว่า ถ้าใจเรายังมีพระอยู่ แม้ในยามที่ใจเราเศร้าหมองทุกข์ทน
พระท่านคงจะสงเคราะห์เรา ชี้ทางสว่างให้แก่เรา หากแม้เราปรารถนาเป็นพระโปรดโลก
ด้วยบารมีพระและสิ่งที่เราทำมา ถึงเวลามันคงสำเร็จลงไปเอง คงจะไม่ไปเร่งทำบารมีแข่งกับใคร
ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ แล้วแต่พระ สำเร็จเร็วก็ดี สำเร็จช้าก็ดี แล้วแต่พระท่านจะช่วยครับ
คิดอย่างนี้ และก็ปลอบใจตัวเองทุกวัน เพราะเรายังเป็นปุถุชนอยู่ มีสุข มีทุกข์บ้าง เป็นธรรมดา
โลกก็เป็นอย่างนี้แหละ ไม่เที่ยง เปลี่ยนไปตลอด
ยึดไว้ก็ทุกข์ คิดตามก็ทุกข์ วางแล้วก็พออยู่ได้ต่อไป ยังสู้อยู่นะครับ แต่อาจจะไม่เต็มร้อยเหมือนเมื่อก่อน
ก็ว่ากันไปครับ เห็นทุกท่านมีความสุขกับการทำบุญก็พอมีกำลังใจขึ้นบ้างครับ แหะ แหะ มาโมทนาบุญกับทุกท่านบ้าง
เพื่อเป็นกำลังใจให้ตัวเองสู้ต่อไป...ตามที่หวังไว้...คงจะพักบ้าง หยุดบ้าง ตามแต่โอกาสจะเอื้ออำนวยครับ
แต่ต้องทำไว้ให้มาก เผื่อชาติหน้าจะหาโอกาสทำอย่างนี้อีกได้ยาก เพราะอะไรก็ไม่แน่นอน ไม่ประมาทนะดีที่สุดครับ...

จบแค่นี้ก่อน วันหลังมาเล่าความในใจใหม่ครับ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เพิ่มบุญ : 14-11-12 เมื่อ 20:38

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 6 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เพิ่มบุญ ในข้อความนี้
พรรณวดี (19-11-12), พุทธรักษา (18-11-12), อภิญญา (14-11-12), เกียงจูแหย (15-11-12), Drew (19-11-12), Rich (27-03-13)
  #3  
เก่า 18-11-12, 22:42
เพิ่มบุญ's Avatar
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2011
ข้อความ: 1,258
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 8,965
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 3,279 ครั้ง ใน 3,279 ข้อความ
พลังบุญ: 4546
เพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished road
Default

วันนี้ ขอเล่านิทานธรรมะนะครับ ขอเรียกอย่างนั้นนะครับ
ไม่รู้ว่าจะเรียกยังไงนะครับ ฟังเขาเล่ามาอีกทีนะครับ
สำหรับรายละเอียดของนิทานมีดังนี้นะครับ
ณ สมัยหนึ่งย้อนไปในสมัยพระพุทธเจ้าที่ทรงมีพระนามว่า สมเด็จพระโกนาคมโนพุทธเจ้า
ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าในลำดับที่ 2 ในภัทรกัปนี้นะครับ
ในวันหนึ่ง สมเด็จพระโกนาคมโนพุทธเจ้า ทรงกำลังท่องเที่ยวโปรดสัตว์
ก็มีชายตัดฟืนผู้หนึ่งเป็นชาวบ้านธรรมดา ฐานะยากจน ได้เจอพระพุทธเจ้าเข้าแล้วเกิดความเคารพศรัทธาเลื่อมใส
จึงนิมนต์พระพุทธเจ้าให้อยู่โปรดเขาก่อน แล้วจึงจัดหาที่นั่งและถวายน้ำให้แก่พระพุทธเจ้า
หลังจากนั้น สมเด็จพระโกนาคมโนพุทธเจ้าจึงทรงแสดงพระธรรมเทศนา เพื่อเป็นการฉลองศรัทธาให้แก่ชายตัดฟืน
มีใจความว่า “ธรรมดามนุษย์มี รัก โลภ โกรธ หลง อยู่ในตัวทุกคน เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้นเมื่อไหร่
ให้พิจารณาดู การกระทำของอารมณ์ทั้ง 4 อย่างที่เกิดขึ้น ให้เข้าใจด้วยตัวเอง
เทียบกับอาวุธทั้ง 4 อย่างที่เข้ามาทำร้ายมนุษย์ และปล่อยวางไว้และมองด้วยใจธรรมดา”

ชายตัดฟืนได้ฟังธรรมในครั้งนั้นเกิดศรัทธามาก มีปิติ และศรัทธาในธรรมะของพระพุทธเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม
หมดลมหายใจไปเกิดในสวรรค์มีวิมานสีทอง กายสีทอง มี 4 กร
มีอาวุธ 4 ชนิด คือ จักร สังข์ พระขรรค์ และแจกันน้ำทิพย์
ด้วยผลบุญฟังธรรมแล้วเกิดปิติมากขนาดนั้น

อันนี้ก็เล่าให้ฟังสนุกๆนะครับ
ส่วนเรื่องอาวุธนี่คงเป็นไปด้วยบุญพระท่านสงเคราห์นะครับ บุญพระนี่น่าอัศจรรย์จริงๆครับ

สำหรับข้อธรรมะที่ได้ฟังจากเรื่องนี้ จะเห็นได้ว่า กิเลสทั้ง 4 ก็เปรียบดังอาวุธที่เข้าทำร้ายคนเรานับภพนับชาติไม่ถ้วน
ทุกข์กันมาไม่ต้องบรรยายหรอกครับ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ แล้วก็อย่างอื่นอีกมากมาย ดังนั้นเราควรรู้เท่าทัน
เข้าใจมันว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดทุกข์ รู้จักปล่อยวางเพื่อไม่ให้มันทำร้ายใจเราได้
ค่อยๆคิดไป แล้วจะดีขึ้นไปเองครับ สุดท้ายก็มองด้วยใจที่รู้เท่าทันในความเป็นธรรมดาว่า
มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไปด้วยตัวมันเอง เป็นธรรมชาติไม่คงทน ไม่เที่ยง อย่างที่พระท่านสอนไว้
“จงเห็นร่างกายเพียงสักแต่ว่าเห็น”

ได้อ่านมา หลวงพ่อท่านสอนว่า คำว่า ”เห็น” นี่หมายความว่า
จงอย่ายึดถือร่างกายจนเกินไป ร่างกายของเราถือว่าเป็นเรือนร่างที่อาศัยชั่วคราวเท่านั้น
ไม่ช้ามันก็สลายตัว เรือนร่างของบุคคลอื่นก็เหมือนกัน เมื่อเห็นแล้วก็สักแต่ว่าเห็น
อย่าเอาจิตเข้าไปผูกพัน แล้วจงอย่าผูกพันทุกอย่างในโลก
คิดไว้เสมอว่าเราต้องตายแน่ คนอื่นก็ต้องตายแน่ ก็เป็นอันว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลก
ไม่มีอะไรเป็นเรา เป็นของเรา ไม่มีอะไรทรงตัว ในโลกนี้มันเป็นทุกข์
ถ้าเราเกิดอีกต่อไปมันก็เป็นทุกข์อย่างนี้
ค่อยๆคิดไว้อย่างนี้ทุกๆวัน วันละเล็กวันละน้อย จนเราเข้าสู่อารมณ์ชินว่า
เราไม่ต้องการเกิดมาทุกข์อย่างนี้อีก เราขอเกิดชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย
อารมณ์นี้เป็นอารมณ์จริงจัง ถ้าอารมณ์อย่างนี้เกิดขึ้น
เวลานั้นความเป็นพระอรหันต์จะมีกับท่าน ตายคราวนี้พร้อมไปพระนิพพาน

ขอจบแค่นี้ครับ ถ้าผิดพลาดประการใดผมขอน้อมรับไว้นะครับ
ผลบุญความดีนี้ ขอน้อมถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา
และถวายบูชาแด่หลวงปู่ปาน และหลวงพ่อ ท่านปู่ท่านย่า ท่านแม่
ท่านลุงพระยายมราช ท่านลุงนายบัญชีใหญ่ และพรหมเทพเทวดาทั้งหลาย

ขอผลบุญธรรมทานในครั้งนี้จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคตกาล
ด้วยบารมีพระได้โปรดสงเคราะห์ให้เป็นผลสำเร็จตามที่ข้าพเจ้าตั้งใจด้วยเทอญ สาธุ สาธุ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เพิ่มบุญ : 04-08-13 เมื่อ 18:26

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 5 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เพิ่มบุญ ในข้อความนี้
พรรณวดี (19-11-12), พุทธรักษา (18-11-12), อภิญญา (19-11-12), Drew (19-11-12), Rich (27-03-13)
  #4  
เก่า 30-12-12, 18:34
เพิ่มบุญ's Avatar
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2011
ข้อความ: 1,258
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 8,965
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 3,279 ครั้ง ใน 3,279 ข้อความ
พลังบุญ: 4546
เพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished road
Default

ผมได้นึกคำพูดของหลวงปู่ดู่ที่ท่านกล่าวว่า "ใครจะใหญ่เกินกรรม" ผมก็มานั่งคิดตามนะครับ

กรรม คือ อะไร? กรรม คือ การกระทำ

การกระทำนั้นมี ๒ อย่าง คือ
๑. การกระทำกรรมดี
๒. การกระทำกรรมชั่ว


การกระทำกรรมดี เป็นการกระทำที่เป็นบุญหรือเป็นกุศล
การกระทำกรรมชั่ว เป็นการกระทำที่เป็นบาปหรือเป็นอกุศล


ถ้าหากบุญกุศลส่งผลเมื่อไรเราก็จะพบกับความสุข ความเจริญรุ่งเรือง
ความสำเร็จ ความสมหวัง ความคล่องตัว ฯลฯ

ถ้าหากบาปอกุศลส่งผลเมื่อไรเราก็จะพบกับความทุกข์ ความเสื่อม
ความล้มเหลว ความผิดหวัง ฯลฯ


ฉะนั้นคำว่า " กรรม " หมายถึงความดีและความไม่ดีด้วยเพราะกรรมคือการกระทำ
และท่านเลือกการกระทำในขณะปัจจุบันนี้ของท่านได้เอง
อย่าลืมว่าคนเราต้องมีเสบียงไว้เลียงตัว หากไม่สร้างบุญบารมีไว้ ท่านจะลำบากในวันหน้า

ทุกอย่างจึงเกิดปัจจัยในอดีตที่เราเรียกว่า "กรรม" ทั้งนั้น

มันเหมือนกาแฟแก้วหนึ่ง ที่กว่าจะมาเป็นกาแฟให้แล้วเราดื่มต้องประกอบด้วย กาแฟ น้ำตาล คอฟฟี่เมต
น้ำร้อน แก้วกาแฟ มารวมกันเป็นกาแฟ 1 แก้ว ให้เราดื่ม แต่สิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ความอยากในการดื่มกาแฟ
ถ้าหากว่ามีกาแฟสักแก้ว แต่ไม่มีความต้องการในการดื่ม กาแฟก็ไม่ได้หายไปไหนนะครับ
แต่เราก็ยังไม่รู้ว่ากาแฟแก้วนั้นอร่อยจริงไหม จนกว่าเราจะได้ดื่มกาแฟแก้วนั้นลงไป
เหมือนกับผลกรรมดีที่รอให้ผลแต่ยังไม่บังเกิดผลจนกว่าเราจะได้อธิษฐานแสดงความตั้งใจลงไป
เพื่อจะเก็บเกี่ยวผลดีของมันนั่นแหละ หรือที่พระท่านเรียกว่าเราขาด”อธิษฐานบารมี” นั่นเอง
เช่นกันในเรื่องการปรารถนาพ้นทุกข์ หากแม้นเราไม่ได้ตั้งใจอธิษฐานเพื่อตั้งใจเป็นพระอรหันต์
หรือ เพื่อมรรคผลนิพพาน บุญก็ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ยังไม่ให้ผลเพื่อมรรคผลกับเรา

ขอยกตัวอย่างเรื่องราวในสมัยพุทธกาล คือ
เรื่องราวของ อาฬวีเศรษฐี โดยจะขอนำคำสอนของพระอาจารย์เล็ก วัดท่าขนุน มาประกอบครับ
ความสำคัญของ "อธิษฐานบารมี"


ถาม : ท่านคะ ในบารมี ๑๐ อธิษฐานบารมีสำคัญที่สุดหรือเปล่าคะ

ตอบ : จะว่าสำคัญที่สุด มันก็สำคัญที่สุดทุกข้อแหละ

ถาม : แล้วอธิษฐานบารมีนี่คืออะไร คือ การที่เราขออย่างนั้นขออย่างนี้

ตอบ : ตั้งใจว่าเราทำอะไร เพื่ออะไร อธิษฐานบารมีถ้าเปรียบแล้วก็เหมือนกับการยิงปืนแล้วเล็งเป้า
จะได้ถูกเป้าแน่นอน ถ้าไม่มีการตั้งใจว่าจะทำเพื่อ อะไร บางทีมันก็ไม่ตรงกับเป้าหมายนั้นๆ



บางคนบอกว่าการอธิษฐานคือการโลภ ทำแล้วยังขอนั่นขอนี่ แต่จริงๆ แล้วอธิษฐานบารมีเป็นเรื่องของคนมีปัญญา คือ ไม่ว่าเราทำดีหรือชั่ว ผลของการกระทำนั้นเกิดขึ้นแน่นอน ไม่ว่าช้าหรือเร็ว คราวนี้ถ้าเราทำแล้วตั้งใจอธิษฐานให้เป็นอย่างนั้นอย่าง นี้ พอถึงวาระมันเป็นไปตามความต้องการของตนเอง

แต่คนที่ขาดอธิษฐานบารมี ถึงเวลาทำแล้วไม่ได้อธิษฐาน อาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นการโลภหรืออะไรก็ตาม ถ้าถึงเวลาแล้ว สิ่งที่ต้องการอาจจะมาไม่ทัน อย่างเช่นว่า ต้องการจะกินข้าวแล้วอีกสามวันค่อยมากิน ก็อดจนปางตายเลยก็มี หรือไม่ก็เหมือนกับอาฬวีเศรษฐี

ถ้าหากตอนเป็นมหาเศรษฐีได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้าจะได้เป็นพระอนาคามี พอทรัพย์สมบัติลดมาเป็นอนุเศรษฐีถ้าฟังธรรมจะได้เป็นพระโสดาบัน แต่คราวนี้อาฬวีเศรษฐีรักษาทรัพย์สมบัติไม่อยู่กลายเป็นขอทาน พระพุทธเจ้าบอกว่าอาฬวีเศรษฐีตอนนี้ฟังเทศน์ไปก็ไม่มีผล เพราะจิตใจมัวกังวลอยู่กับการทำมาหากิน

พระอานนท์ก็กล่าวว่า พระพุทธเจ้าเคยตรัสว่าบุคคลถ้ามีวิสัยที่จะได้มรรคผลแล้ว จะไม่เสื่อมจากวิสัยนั้น แล้วทำไมอาฬวีเศรษฐีจึงเสื่อม


พระพุทธเจ้าบอกว่า อาฬวีเศรษฐีขาดอธิษฐานบารมี ไม่ได้ตั้งใจไว้ว่าจะให้บรรลุมรรคผล ถึงเวลาวาระมันก็เลยไป กว่าจะบรรลุก็คงอีกหลายชาติ เพราะฉะนั้นเข้าใจใหม่ว่าอธิษฐาน บารมีเป็นสิ่งจำเป็นมาก เป็นเรื่องของคนฉลาดที่กำหนดเป้าหมายในการกระทำของตนเอง ว่าทำอะไรแล้วต้องการอะไร ถึงเวลาก็จะเป็นไปตามต้องการ แต่ถ้าไม่ได้กำหนดไว้ รอให้มาเองก็อาจจะลืมไปเลยก็ได้

ถาม : แล้วเราควรจะรู้ไหมว่า เราควรจะอยากได้อะไร

ตอบ : ถ้าเป็นอย่างสายของหลวงพ่อก็อธิษฐานขอให้ถึงพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้ หรือไม่บางคนก็อธิษฐานขอให้คำว่าไม่มีอย่ามีในชีวิต นี้เลย บางรายก็อธิษฐานเสียยาว จำไม่ได้เพราะเยอะจัด เมื่อวานมีโยมอยู่คนหนึ่ง นั่งอธิษฐานอยู่ตรงนี้ เราหลับไปตื่นหนึ่งก็ยังอธิษฐานอยู่อย่างนั้น


ถาม-ตอบ ที่บ้านอนุสาวรีย์ช่วงเช้า
วันอาทิตย์ที่ ๖ กันยายน ๒๕๕๒


สุดท้าย "ใครจะใหญ่เกินกรรม" สาธุ สาธุ

ขอจบแค่นี้ครับ ถ้าผิดพลาดประการใดผมขอน้อมรับไว้นะครับ
ผลบุญความดีนี้ ขอน้อมถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา
และถวายบูชาแด่หลวงปู่ปาน และหลวงพ่อ ท่านปู่ท่านย่า ท่านแม่
ท่านลุงพระยายมราช ท่านลุงนายบัญชีใหญ่ และพรหมเทพเทวดาทั้งหลาย

ขอผลบุญธรรมทานในครั้งนี้จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคตกาล
ด้วยบารมีพระได้โปรดสงเคราะห์ให้เป็นผลสำเร็จทุกประการตามที่ข้าพเจ้าตั้งใจด้วยเทอญ สาธุ สาธุ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เพิ่มบุญ : 30-12-12 เมื่อ 19:06

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 4 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เพิ่มบุญ ในข้อความนี้
พรรณวดี (01-04-13), พุทธรักษา (01-02-13), เกียงจูแหย (13-01-14), Rich (27-03-13)
  #5  
เก่า 26-03-13, 20:55
เพิ่มบุญ's Avatar
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2011
ข้อความ: 1,258
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 8,965
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 3,279 ครั้ง ใน 3,279 ข้อความ
พลังบุญ: 4546
เพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished road
Default คำสอน "อาร์ทตัวแม่" โดย ท่าน ว.วชิรเมธี


การที่คุณจะเข้าใจใครสักคนหนึ่ง จะต้องศึกษาคนๆ นั้นอย่างลึกซึ้งเพราะว่า สิ่งสำคัญไม่อาจจะเห็นได้ด้วยตา
คำสำคัญไม่อาจฟังด้วยหู

ดังนั้นวิธีการศึกษาคนอย่างลึกซึ้งเพื่อที่จะได้รู้จักเขาทุกแง่ทุกมุมก็คือ

ประการที่ 1 อยากรู้จักปัญญา ต้องศึกษาจากการสนทนา

ประการที่ 2 อยากรู้จักนิสัย ต้องศึกษาจากการอยู่ร่วมกัน

ประการที่ 3 อยากรู้จักความรู้ความสามารถ ต้องศึกษาจากการทำงาน

ประการที่ 4 อยากรู้จักกำลังใจ ก็ต้องรอพิสูจน์ในคราวทีี่เกิดวิกฤตการณ์

ประการที่ 5 อยากรู้จักความภักดี ก็ต้องศึกษาในคราวที่ตนเองกำลังตกต่ำ

ถ้าคุณศึกษาคนจากสถานการณ์ทั้ง 5 ประการจนครบถ้วน
คราวนี้ไม่ว่าจะเป็น อาร์ตตัวพ่อ หรือ อาร์ตตัวแม่
ถ้าศึกษาตามหลักดังกล่าวมานี้ก็ไม่ยากเกินที่จะเข้าใจใครสักคน

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เพิ่มบุญ : 03-04-13 เมื่อ 00:34

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 4 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เพิ่มบุญ ในข้อความนี้
  #6  
เก่า 27-04-13, 15:30
เพิ่มบุญ's Avatar
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2011
ข้อความ: 1,258
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 8,965
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 3,279 ครั้ง ใน 3,279 ข้อความ
พลังบุญ: 4546
เพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished road
Default

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เพิ่มบุญ ในข้อความนี้
  #7  
เก่า 22-06-13, 15:33
เพิ่มบุญ's Avatar
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2011
ข้อความ: 1,258
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 8,965
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 3,279 ครั้ง ใน 3,279 ข้อความ
พลังบุญ: 4546
เพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished road
Default



::: อยากให้ทุกคนมีความเมตตาต่อสรรพสัตว์ ต่อเพื่อนมนุษย์ :::

“... ครั้งหนึ่งคราวธุดงค์ในป่าลึก ปรากฏว่ามีชาวบ้านขึ้นไปเป็นเด็กวัยรุ่น ขึ้นไปขอดูดวง หลวงพ่อก็ไม่ดูให้ บอกอาตมาเป็นพระธุดงค์ไม่ดูดวงหรอก ขอของดี บอกอาตมาก็ไม่มี อาตมามาธุดงค์จะพกอะไรของดี ของดีก็คือ พุทโธ ธัมโม สังโฆ เขาก็โวยวาย วัยรุ่นกลุ่มสิบกว่าคน โวยวายด่าหลวงพ่อนะว่า “ไอ้เ**้ย เดี๋ยวมึงเจอกูคืนนี้ เจอกูแน่คืนนี้!” ว่างั้น แล้วก็เดินจากไป สักพักหนึ่งก็เย็นมากแล้ว เราก็เดินจงกรม เดินจงกรมเสร็จแล้วก็นั่งสมาธิพอเป็นวิสัย ว่าเออเดี๋ยวซักพักวันนี้อ่อนเพลียเดินทางมาไกล ว่าคืนนี้ไม่เอาดึกภาวนาเนี่ย ก็ปรากฏว่าประมาณสองทุ่มกว่าๆ ล่ะ ก็พอจะดึก ดึกอยู่พอสมควรนะ ... ได้ยินเสียงว่า “ไอ้เ**้ย มึงแน่นักเหรอ มึงแน่นักเหรอน่ะ” ชี้หน้าด่าเรา เรามองไม่เห็นเขาเห็นแต่เงาตะคุ่มๆ “อย่างนี้มึงก็ตายในป่านี้แหละ” ว่างั้น ถึงปั๊ปก็ได้ยินเสียง ตุ๊บๆ ตั๊บๆ ตุ๊บๆ ตั๊บๆ เราก็ไม่ทราบว่าอะไรหรอก เราก็ไม่ลืมตาดู ภาวนาอย่างเดียว อีกคนหนี่งก็บอก “เฮ้ยพอแล้วๆ มันตายแล้ว ดูดิเลือดเต็มไปหมดเลย กลดพังหมดแล้ว” เราก็ ฮึ! ทำไมตาย ทำไมกูไม่รู้สึกเจ็บตัวซักหน่อยเลยวะ เอ้อตายแบบนี้ดีเว้ย ถ้าตายแบบนี้ก็ดีว่างั้น ก็นั่งภาวนาไปเรื่อย พุทโธๆๆๆ ซักพักมันก็รีบหนีกันไป คราวนี้ไปเสร็จ นั่งตั้งนานซักพัก ไม่เห็นมีใครมาสะกิดกูวะ ท่านๆ มานั่งทำไม? ไปอยู่เทวดาชั้นนั้นเถอะ ไปเป็นพรหมชั้นนู้นก็ว่านะ ไม่มีมาสะกิด มันก็ยังมีเสียงจั๊กจั่นเรไรนะ ยังได้ยินเสียงอยู่ เสียงนกเค้าแมวกลางคืนก็ได้ยินอยู่ เอ้ เหมือนอยู่ที่เดิมเว้ย หรือว่าจะเป็นสัมภเวสีไม่ไปผุดไปเกิดซะมั้งเรานี่ ก็กำหนดจิตเราว่า เราก็ไม่ได้ห่วงอะไรนะ แล้วเราก็ไม่ได้กลัวตาย จิตก็สงบอยู่ในสมาธิ พุทโธอยู่ตลอด มันจะเป็นสัมภเวสีไปไม่ได้นะ เราว่างั้น ...

ก็ลืมตาขึ้นมา พอลืมตาขึ้นมาแล้วมันตกใจเจ้าของ เข้าใจไหม? ... เอาไฟฉายส่องแล้ว หินน่ะเป็นหินก้อนใหญ่ๆ เล็กๆ สลับกันไป เรียงเป็นกำแพงอยู่ข้างหน้าหลวงพ่อนะ แล้วไม้เนี่ยเป็นดุ้นๆๆ วางเรียงเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ข้างหน้าของเรา แล้วมันว่าเราตายยังไงวะ เราว่า ... กลดกูก็ยังอยู่ครบสมบูรณ์หมดเลย มุ้งก็ยังอยู่ เลือดซักหยดนึงก็ไม่ออก เลยเดินออกไปนอกกลดแล้วไปยืนดู เอามือไขว้หลังดูนะ ไอ้ห่านี่มันเรียงเป็นกำแพงเลยเนี่ย นี่ถ้าเอามาเรียงเป็นกำแพงที่วัด โห อัศจรรย์สวยมากเลย นี่อัศจรรย์อันหนึ่ง เพราะจิตหลวงพ่อไม่มีคิดว่าจะทำร้ายใครหรือไม่มีความคิดว่า จะเอารัดเอาเปรียบใคร มีความคิดอย่างเดียว “อยากให้สรรพสัตว์พ้นภัย”

เวลาหลวงพ่อไปโรงพยาบาลก็เหมือนกัน โรงพยาบาลธรรมศาสตร์(รังสิต) พอเข้าโรงพยาบาล หมอทรายมาบอก โห คนเต็มไปหมดหลวงพ่อ ห้องฉุกเฉินนะ โหต้องแหวกหัวคนป่วยเข้าไปทำงานนะ ว่ามันเยอะซ้อนเตียงกัน แต่พอหลวงพ่อมาแล้วเตียงหายหมดเลย คนป่วยกลับบ้านหมด ห้อง ICU ก็รอดตาย ไอ้คนที่ร่อแร่ก็ปกติกลับบ้านได้ หมอกับพยาบาลว่างงานเลยตอนหลวงพ่อไปโรงพยาบาล นี่สองเที่ยวแล้ว หมอทรายก็บอกว่านี่จับสถิติได้เลยว่า แปลกที่สุด ว่างั้น ... คราวนี้เราก็ได้ความมาอันหนึ่งว่าเราแผ่เมตตาตลอด ใจของเราคิดว่า ขอบรรดาญาติโยมทั้งหลายที่ป่วยไม่สบายใกล้จะตายของให้รอด ข้าพเจ้าขอทอนอายุขัยให้หมด ไม่ขอเอาอายุกลับวัด คนที่ป่วยไข้ไม่สบายอาการเป็นโรคตรวจไม่พบ โรคจงมาหาข้าพเจ้านี่ ขอให้หาโรคเจอ และให้หมอรักษาหาย ขอให้รอดปลอดภัย คนป่วยน้อยขอให้หายเลยไม่ต้องกินยา ไม่ต้องฉีดยา ไม่ต้องหาหมอ กลับบ้านโลด ... ไอ้คนเป็นหนักขอให้อาการเบาทุเลาถึงขนาดหาย โรคทั้งหลายมาอยู่ที่ข้าพเจ้านี่ ข้าพเจ้าจะเป็นให้เอง ... คนขาหัก ให้ข้าพเจ้าขาหัก ให้เขาขาดี คนแขนหัก ให้ข้าพเจ้าแขนหัก ให้เขาแขนดี เราก็แผ่ไปให้หมดอย่างนี้ด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์ใจ แม้อายุขัยก็ให้ หัวใจก็จะควักให้เขา ไม่สนใจว่าคนนั้นจะเป็นคนดีคนชั่วก็ตาม เราเป็นพระ เราเป็นกลาง เรามีความเมตตาต่อสรรพสัตว์เพราะมีความสงสาร แผ่ออกไปอย่างนี้หมด ... ฉะนั้นจิตใจของหลวงพ่อนี้ก็มีแต่ความเมตตา ถ้าว่าเลือดก็แดงแป๊ดล่ะ ว่างั้นเถอะ ฉะนั้นก็จะพึงได้อานิสงส์นี้เช่นกัน ...

ที่หลวงพ่อพูดนี้พูดเป็นตัวอย่าง ก็อยากให้ลูกหลานได้มีจิตเมตตาต่อสัตว์ ต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันด้วยจะได้มีอานิสงส์ และก็จะไม่ตายด้วยศาสตราอาวุธ ไม่ตายด้วยยาพิษ ไม่ตายด้วยไฟเผาครอกเราตาย ยาพิษกรอกปากก็เข้าคอไม่ได้ ในประวัติว่าไว้นะ เมตตาพรหมวิหารเนี่ย แล้วตายไปแล้วถ้ายังไม่ถึงอริยบุคคลชั้นใดก็จะไปเกิดที่พรหมโลก ถ้าตายจะมีสติ ไม่ตายแบบฟั่นเฟือน สั่งเสียได้ ตายสงบ ...”

ตอนหนึ่งของพระธรรมเทศนาเรื่อง นำความเมตตา รักษาใจ รักษาโลก
โดย หลวงพ่อครูบาเจ้าเพชร วชิรมโน
ภาพ: หลวงพ่อนำปล่อยปลา ณ ท่าน้ำวัดทองบน


ขอผลบุญธรรมทานในครั้งนี้จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคตกาล
ด้วยบารมีพระได้โปรดสงเคราะห์ให้เป็นผลสำเร็จตามที่ข้าพเจ้าตั้งใจด้วยเทอญ สาธุ สาธุ

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เพิ่มบุญ ในข้อความนี้
  #8  
เก่า 22-06-13, 17:49
เพิ่มบุญ's Avatar
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2011
ข้อความ: 1,258
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 8,965
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 3,279 ครั้ง ใน 3,279 ข้อความ
พลังบุญ: 4546
เพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished road
Default

::: ปกิณกะธรรม: กุญแจวิเศษชื่อว่า "พุทโธ" :::

“... อีกคนหนึ่งก็คือปู่ของตัวเอง นี่ให้ภาวนาพุทโธๆๆ ตอนนั้นแกป่วยแล้ว แกก็บอกว่าเห็นแต่ไอ้แดง เห็นแต่หมา หมาแกน่ะ แกจับหมาแกขัดใต้กระไดใต้น้ำให้มันจมน้ำตาย เพราะมันวิ่งไปที่สวนผัก แล้วมันไปคุ้ยสวนผัก ไปขี้เยี่ยวสวนผัก แกก็โกรธมัน เลยหาวิธีจับมันแล้วก็กดมันใต้กระได กระไดน้ำนะ ขัดจนมันก็ดิ้นๆๆ ขาดใจตาย น้ำท่วมปอดตาย แล้วปู่หลวงพ่อนี่ ตอนอายุ 80 กว่าเนี่ย ใกล้จะเสียชีวิตเนี่ย แกบอกเห็นแต่หมาอย่างเดียว เห็นแต่หมาตัวนี้อย่างเดียว มันมายืนเห่าเรียกแก เราก็ว่าไปไม่ดีแล้ว บอกปู่ ปู่ไม่ต้องห่วงอะไร ปู่นึกให้ดีนะ สมบัติทั้งหมดปู่เอาไปไม่ได้ ร่างกายนี้ปู่ก็เอาไปไม่ได้ แม้ความเจ็บป่วยนี้ปู่ก็เอาไปไม่ได้หรอกมันอยู่แค่ร่างกายนี้แหละ เวลาปู่ออกจากร่างนี้ปู่จะไม่มีเจ็บไม่มีปวดนะ แต่ว่ามันมีอย่างเดียวเท่านั้นคือตอนออกเนี่ยเป็นความยุ่งยากมาก เดี๋ยวจะให้คาถาไว้ ตอนออกมันจะได้คล่องแล้วเจ็บน้อย “ปู่ตายแน่นอน 100 เปอร์เซ็นไม่ต้องห่วง ปลอบใจ (หัวเราะ) ” ฉะนั้นปู่เตรียมการณ์ไว้ก่อน นี่กุญแจปู่เอาไปนะ พุทโธ ปู่พุทโธไว้นะ พุทโธๆๆๆๆ ไว้นะ แล้วปู่พุทโธไว้ไอ้แดงจะไม่มากวน เพราะว่ามันคนละทางกัน ประมาณได้เดือนนึงแกยังอยู่นะ ไปเยี่ยมแกอีกทีหนึ่ง หน้าตาผ่องใส ขาวเนียนเลย นอนอยู่หันหน้ามาเจอเรา ยิ้มใหญ่เลย “เมื่อไหร่เขาจะมาเอาผมไปทีคุณ?” ปู่ไม่ต้องเรียกร้อง ของพรรณนี้มันจัดสรรค์ไม่ได้ มันเป็นของแพคเกจมาพร้อมกับร่างเรา เดี๋ยวมันมารับ “ปู่พุทโธเป็นไง?” “ยังอยู่” “แล้วเป็นไงบ้างตอนนี้?” “มีแต่พระมาเยี่ยม” ... ป๊าด! “ปู่พระเป็นยังไงบ้าง?” “ลอยๆ มา ผมไม่รู้จักพระ สวยงามมาก แล้วมีรูปพระพุทธเจ้ามาก็มี” โอ้ย งานนี้แจ๋ว ปู่ได้กุญแจแล้ว ปู่ภาวนาไปเรื่อยๆ นะ อย่าหยุดนะ

เกือบเดือนที่สองหลวงพ่อก็ไปเยี่ยมอีกที แกก็ถามอีก “คุณเมื่อไหร่เขาจะมาเอาไป อยากไปแล้ว” ปู่ไม่ต้องห่วงบอกแล้วไงว่ามาเป็นแพคเกจมาพร้อมวันเกิด ... ไม่ต้องกลัวได้ไปแน่ “ปู่ยังพุทโธอยู่ไหม?” “ยังพุทโธอยู่” “เป็นไงบ้าง?” “ไม่ทุกข์ ร่างกายทรมานแต่ไม่ทุกข์ รู้สึกสบายใจ แต่อยากไปแล้ว ไม่อยากอยู่” เหมือนความรู้สึกว่าเบื่อร่างกายนี้ไม่รู้จะอยู่ไปทำไมไง ทำอะไรไม่ได้ ขยับตัวก็ไม่ได้ก็ต้องให้เขาขยับ ป้อนข้าวป้อนน้ำ เช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้ แกก็ไม่อยากอยู่แล้ว แกก็เบื่อ แกก็อยากไป ... ถามว่าเป็นทุกข์ไหม แกว่าไม่ทุกข์ ใจไม่เป็นทุกข์ใช่ไหม “ไม่ทุกข์” “ร่างกายล่ะ?” แกก็ยิ้ม ... อย่างนี้สวย ไปดี

พอเวลาใกล้จะเสีย แกสั่งให้โยมพ่อเนี่ย ไปซื้อผัดซีอิ๊วหรือราดหน้าไม่รู้ แล้วบอกคนอื่นว่า “ใครทำใจไม่ได้ให้ออกไปข้างนอก เดี๋ยวหกโมงเย็นเขาจะมารับ ถ้าใครร้องไห้ให้ออกไปข้างนอก เสียสมาธิ” ภาวนาแค่สองเดือนกว่า กลัวเสียสมาธิ ไม่ธรรมดานะ ... ถ้าใครร้องไห้ให้ไปนอกห้อง ใครทำใจได้ให้นั่งอยู่ดู แกถามกี่โมงแล้ว พอบอกหกโมงแกบอกว่า เขามารับแล้ว คนข้างๆ ถามว่าใครมา ... “มีเทวดามา มีครูบาอาจารย์มา มายืนรอแล้ว บอกว่าถึงเวลาแล้ว มาได้แล้ว เขาเอารถมารับ เป็นราชรถแก้วสวยงาม แกก็หันมาสั่งโยมพ่อ โยมพ่อก็กอดไว้ “พี่น้องอย่าทะเลาะกัน ให้สามัคคีกัน” แล้วแกก็เสียชีวิตไปนิ่มๆ ไม่ทุรนทุราย เหมือนหลับไปเฉยๆ ... คนแก่อายุ 80 กว่าปี หลวงพ่อไปสอนแค่สองเดือนกว่า พระมาเยี่ยมทุกวัน พวกเอ็งกูสอน หลายปีนะ มีพระไปเยี่ยมบ้างไหม? ...”

ตอนหนึ่งของปกิณกะธรรมในช่วงอบรมภูมิธรรมสามัญ รุ่นที่ ๔
โดย หลวงพ่อครูบาเจ้าเพชร วชิรมโน

ขอผลบุญธรรมทานในครั้งนี้จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคตกาล
ด้วยบารมีพระได้โปรดสงเคราะห์ให้เป็นผลสำเร็จตามที่ข้าพเจ้าตั้งใจด้วยเทอญ สาธุ สาธุ

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เพิ่มบุญ ในข้อความนี้
  #9  
เก่า 16-07-13, 22:53
เพิ่มบุญ's Avatar
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2011
ข้อความ: 1,258
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 8,965
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 3,279 ครั้ง ใน 3,279 ข้อความ
พลังบุญ: 4546
เพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished road
Default

ธรรมอย่างยิ่ง ๔ อย่าง ที่ไม่เป็นไปเพื่อพ้นจากทุกข์

....พระพุทธเจ้าพระองค์ทรงตรัสว่า ธรรมอย่างยิ่งทั้ง ๔ อย่างนี้เราได้ทำมาแล้ว ซึ่งไม่มีใครจะทำได้เหมือนเรา แต่ก็ไม่เป็นไปเพื่อความพ้นทุกข์ได้ ธรรม ๔ อย่างเป็นไฉน ธรรม ๔ อย่าง คือ

เกลียดอย่างยิ่ง ๑
กลัวอย่างยิ่ง ๑
ระวังอย่างยิ่ง ๑
ตบะอย่างยิ่ง ๑

เกลียดอย่างยิ่งเป็นไฉน คือ เห็นร่างกายของตนและของคนอื่นเป็นของน่าเกลียด และทุกข์ทั้งหลายในโลกนี้เป็นของน่าเบื่อหน่ายแทบจะอยู่ไม่ได้เสียเลยนั่นเรียกว่าเห็นหน้าเดียว คนทั้งโลกพร้อมด้วยตัวของเราทำไมจึงอยู่มาได้จนบัดนี้ เขาโง่หรือตัวเราโง่ ท่านผู้รู้ทั้งหลายเห็นสภาพตามความเป็นจริงแล้วเกิดสลดสังเวชเบื่อหน่าย ถอนความยินดีในโลกด้วยอุบายแยบคายอันชอบแล้ว

กลัวอย่างยิ่งเป็นไฉน คือ กลัวบาปอกุศลแม้แต่อาบัติเล็กๆ น้อยๆ ก็กลัว เป็นต้นว่าจะยกย่างเดินเหินไปมาที่ไหนก็กลัวจะไปเหยียบมดและตัวแมลงต่างๆ ให้ตายเป็นอาบัติ นั่นเรียกว่า ระวังส่งออกไปนอกพระวินัยท่านสอนให้ระวังที่ใจถ้าไม่มีเจตนาแกล้งทำให้ ล่วงเกินก็ไม่เป็นอาบัติ

ระวังอย่างยิ่งเป็นไฉน คือ สังวรกาย วาจา ใจ ไม่ให้เกิดกิเลสบาปอกุศลทั้งหลาย ซึ่งมันล่องลอยมาตามอายตนะทั้ง ๖ นี้ ระวังจนไม่ให้เห็น ไม่ให้ได้ยินสิ่งต่างๆ จนเข้าไปอยู่ในป่าคนเดียวเวลาเข้าไปบิณฑบาตในบ้านก็เอาตาลปัตรบังหน้าไว้ กลัวมันจะเห็นคน อย่างนี้เขาเรียกว่า ลิงหลอกเจ้า

กิเลสมันไม่ได้เกิดขึ้นที่อายตนะ แต่มันจะเกิดที่ใจต่างหาก ขอโทษเถิด คนตายแล้วให้ผู้หญิงคนสวยๆ ไปนอนด้วย มันก็นิ่งเฉย ผู้หญิงที่ไปนอนกลับกลัวเสียอีก

ตบะอย่างยิ่งเป็นไฉน คือ นักพรตที่ทำความเพียรเร่งบำเพ็ญตบะธรรมที่จะให้พ้นจากทุกข์ในเดี๋ยวนั้น ทำความเพียรตลอดทั้งกลางวันกลางคืน ไม่คิดถึงชีวิตชีวาเลย เหมือนกับกิเลสมันเป็นตัวเป็นตนวิ่งจับผูกเอามาได้ฉะนั้นแท้จริงกิเลสมันวิ่งเข้ามาซุกอยู่ในความเพียร (คือ ความอยากพ้นจากทุกข์) นั่นเอง
ไม่รู้ตัวมัน ความอยากทำให้ใจขุ่นมัว น้ำขุ่นทำให้ไม่เห็นตัวปลา ถึงแม้น้ำใสแต่ยังกระเพื่อมอยู่ก็ไม่เห็นตัวปลาเหมือนกัน

ความเกลียด ความกลัว ความระวัง และตบะอย่างยิ่ง ทั้ง ๔ อย่างนี้ พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญมาแล้ว พระองค์ทรงเห็นว่าไม่เป็นไปเพื่อพ้นจากทุกข์ทั้งปวง จึงละเสีย แล้วทรงปฏิบัติทางสายกลางจึงทรงสำเร็จพระโพธิญาณ สิ่งใดมันไม่พอดี สิ่งนั้นมันก็ไม่งาม เขาจึงเรียกว่า ไม่พอดีไม่พองาม เช่น รถ เรือ ล้อ เกวียน บรรทุกเกินน้ำหนักของมันมันเป็นอันตราย บางทีถึงกับล่มจมหรือหักก็ได้ มันไม่งาม....:

ปุจฉาวิสัชนาในประเทศ
: หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕


ขอผลบุญธรรมทานในครั้งนี้จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคตกาล
ด้วยบารมีพระได้โปรดสงเคราะห์ให้เป็นผลสำเร็จตามที่ข้าพเจ้าตั้งใจด้วยเทอญ สาธุ สาธุ

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 1 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เพิ่มบุญ ในข้อความนี้
  #10  
เก่า 21-09-13, 22:07
เพิ่มบุญ's Avatar
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2011
ข้อความ: 1,258
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 8,965
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 3,279 ครั้ง ใน 3,279 ข้อความ
พลังบุญ: 4546
เพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished roadเพิ่มบุญ is on a distinguished road
Default

..... เก็บเอามาฝากครับ โอวาทท่านพ่อแม่ครูบาจารย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ทาน ศีล ภาวนา
โอวาทท่านหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต



..... ทาน คือ เครื่องแสดงน้ำใจของมนุษย์ผู้มีจิตใจสูง มีเมตตาจิตต่อเพื่อนมนุษย์และสัตว์ด้วยการให้ การเสียสละแบ่งปัน มากน้อยตามกำลังของวัตถุเครื่องสงเคราะห์ที่มีอยู่ จะเป็นวัตถุทาน ธรรมทาน หรือวิทยาทาน เพื่อสงเคราะห์ผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ นอกจากกุศล คือ ความดีที่ได้จากทานนั้น เป็นสิ่งตอบแทนที่เจ้าของทานได้รับอยู่โดยดีเท่านั้น อภัยทานควรให้แก่กัน เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งผิดพลาดหรือล่วงเกิน

... คนที่มีทานย่อมเป็นผู้สง่างาม และเด่นในปวงชน เป็นที่รักและเคารพในหมู่ชน จะตกอยู่ทิศทางใดไม่อดอยากขาดแคลน จะมีสิ่งหรือผู้อุปถัมภ์จนได้ ไม่อับจนทนทุกข์

... ผู้มีทานประดับตนย่อมไม่เป็นคนล้าสมัย บุคคลทุกชั้นไม่รังเกียจ

... ผู้ที่มีทานย่อมเป็นผู้อบอุ่น หนุนโลกให้ชุ่มเย็น การเสียสละจึงเป็นเครื่องค้ำจุนโลก การสงเคราะห์กันทำให้โลกมีความหมายตลอดไป ไม่เป็นโลกที่ไร้ชาติขาดกระเจิง เหลือแต่ซาก แผ่นดินไม่แห้งแล้งแข่งกับทุกข์ตลอดไป



..... ศีล คือ รั้วกั้นความเบียดเบียนและการทำลายสมบัติร่างกายและจิตของกันและกัน ศีล คือ พืชแห่งความดีอันยอดเยี่ยมที่ควรมีประจำชาติมนุษย์ ไม่ปล่อยให้สูญหายไป เพราะมนุษย์ที่ไม่มีศีลเป็นรั้วกั้น เป็นเครื่องประดับตัว จะไม่มีที่ให้ซุกหัวนอนหลับสนิทได้โดยปลอดภัย แม้โลกเจริญด้วยวัตถุจนกองสูงกว่าพระอาทิตย์ แต่ความเร่าร้อนแผดเผาจะทวียิ่งกว่าพระอาทิตย์ ถ้ามัวแต่คิดว่าวัตถุมีค่ามากกว่าศีลธรรม ศีลธรรมเป็นเพียงสมบัติของมนุษย์ พระพุทธเจ้าทรงค้นพบและนำมาประดับโลก ที่กำลังมืดมิดให้สว่างไสว ร่มเย็นด้วยอำนาจศีลธรรมเป็นเครื่องปัดเป่าความคิดของมนุษย์ผู้มีกิเลสผลิตอะไรออกมาทำให้โลกร้อนจะบรรลัยอยู่แล้ว ยิ่งปล่อยให้ความคิดไปตามอำนาจโดยไม่มีศีลธรรมช่วยเป็นยาชโลมไว้บ้าง จะผลิตยักษ์ใหญ่ทรงพิษขึ้นมากว้านกินมนุษย์ จนไม่มีอะไรเหลืออยู่ ความคิดของคนสิ้นกิเลสที่ทรงคุณอย่างสูง คือพระพุทธเจ้า มีผลให้โลกได้รับความร่มเย็นซาบซึ้ง กับความคิดที่เป็นกิเลสมีผลให้ตนเองและผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนจนคาดไม่ถึง ผิดกันอยู่มาก ควรหาทางแก้ไข ผ่อนหนักให้เป็นเบาลงบ้าง ก่อนจะหมดทางแก้ไข ศีลจึงเป็นเหมือนยาปราบโรค ทั้งโรคระบาดและเรื้อรัง



..... ภาวนา คือ การอบรมใจให้ฉลาดเที่ยงตรงต่อเหตุผลอรรถธรรม รู้จักวิธีปฎิบัติต่อตนเองและสิ่งทั้งหลาย ยึดการภาวนาเป็นรั้วกั้นความคิดฟุ้งซ่านของใจ ให้อยู่ในเหตุผลอันเป็นทางแห่งความสงบสุข ใจที่ยังไม่ได้รับการอบรมจากภาวนา จึงเปรียบเหมือนสัตว์ ที่ยังมิได้รับการฝึกหัด จึงยังมิได้รับประโยชน์จากมันเท่าที่ควร


... ใจจึงควรได้รับการอบรมให้รู้เรื่องของตัว จะเป็นผู้ควรแก่งานทั้งหลาย ทั้งส่วนเล็กและส่วนใหญ่ ทั้งภายนอกและภายใน ผู้ที่มีภาวนาเป็นหลักใจ จะทำอะไรชอบใช้ความคิดก่อนเสมอ ไม่เสี่ยงและไม่เกิดความเสียหายแก่ตนและผู้เกี่ยวข้อง


... การภาวนาจึงเป็นงานเพื่อผลในปัจจุบันและอนาคต การงานทุกชนิดที่ทำด้วยใจของผู้ที่มีภาวนา จะสำเร็จด้วยความเรียบร้อย ทำด้วยความใคร่ครวญ เล็งถึงผลประโยชน์ที่ได้รับ เป็นผู้มีหลักมีเหตุมีผล ถือหลักความถูกต้องเป็นเข็มทิศทางเดินของกาย วาจา ใจ ไม่เปิดช่องให้ความอยากอันไม่มีขอบเขตเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะความอยากดั้งเดิมเป็นไปตามอำนาจของกิเลสตัณหา ซึ่งไม่เคยสนใจต่อความผิด ถูกชั่วดี จะเอาโทษมันก็ไม่ได้ ยอมให้เสียไปอย่างน่าเสียดาย ถ้าไม่มีสติรำลึกบ้างเลยแล้ว ของเก่าก็เสียไป ของใหม่ก็จมไปด้วย ไม่มีวันฟื้นตัว การภาวนาจึงเป็นเครื่องหักล้างความไม่มีเหตุผลของตนได้ดี วิธีภาวนานั้นลำบากอยู่บ้าง เพราะเป็นวิธีบังคับใจ โดยวิธีสังเกตตัวเอง สังเกตจิตที่อยู่ไม่เป็นสุข ด้วยความมีสติ รู้ถึงความเคลื่อนไหวของจิต โดยมีธรรมบทใดบทหนึ่งเป็นคำบริกรรม เพื่อเป็นยารักษาจิตให้ทรงตัวอยู่ได้ด้วยความสงบสุขในขณะภาวนา


ทาน ศีล ภาวนา - พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 1 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เพิ่มบุญ ในข้อความนี้
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 16:44


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่