อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > เบ็ดเตล็ด

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #11  
เก่า 08-01-13, 16:53
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

เทคนิคการปรับฮวงจุ้ยบ้านมือสอง

บ้านมือสองคือทางเลือกสำหรับท่านผู้ มีรายได้น้อย คำกล่าวนี้ดูจะไม่ผิดจากความเป็นจริงนัก เพราะ เดี๋ยวนี้บ้านมือหนึ่งตามโครงการต่างๆราคาก็ดูจะสูงลิบลิ่วเสียจนคนที่มีราย ได้น้อยสู้ราคาไม่ไหว สำหรับบ้านที่มีสมาชิกจำนวนน้อยแต่บ้านหลังใหญ่โตนั้น มีวิธีแก้คือ พยายามใช้ทุกห้องให้เกิดพลังที่หมุนเวียน เพราะโดยปรกติแล้วพลังทางฮวงจุ้ยที่ส่งเสริมคือพลังงานที่มีการเคลื่อนไหว สลับกับหยุดนิ่ง หรือพลังงานแบบหยินหยางลงตัวนั่นเอง อาจจะใช้ห้องต่างๆให้เกิดประโยชน์มากขึ้น เช่น เป็นห้องอ่านหนังสือ ห้องดูทีวี. ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ห้ามทำเป็นห้องเก็บของเป็นอันขาด เพราะเมื่อพลังงานหยินหรือพลังงานที่หยุดนิ่งสะสมรวมตัวกันมากๆจะกลายเป็น พลังงานที่ไม่เป็นผลดี

เช่นเดียวกับบ้านหรือที่พักอาศัยที่กำลังจะมีดวงเปลี่ยนเจ้าของหรือกลายเป็น บ้านร้าง ในทางฮวงจุ้ยให้ความเห็นว่าบ้านที่จะเปลี่ยนดวง-เปลี่ยนเจ้าของ หรือกำลังจะมีดวงเป็นบ้านร้าง ถูกทิ้งให้ร้างนั้น เกิดจากพลังงานประจำยุคหรือพลังงานทางฮวงจุ้ยที่ก่อให้เกิดการหมุน เวียนของพลังดาวทั้ง 9 ดวง ซึ่งจะเปลี่ยนตำแหน่งทั้งกระดานในทุกๆห้วงเวลาวงรอบ 20 ปีนั้นเดินพลังงานทางฮวงจุ้ยในองศาที่ถดถอยไม่มีกำลัง

บางครั้งการต่อเติมโดยไม่คิดหรือวางแผนก็มีผลได้เช่นกัน อาทิ การต่อเติมในทิศต้องห้ามประจำปี เช่น ทิศอสูรร้าย ทิศโทษภัยให้โทษประจำเดือน การทุบรื้อหรือเจาะในทิศร้ายให้โทษก็มีผลเช่นกัน สังเกตได้ว่าหลังจากที่ทุบรื้อต่อเติมมาแล้วประมาณ 90-180 วัน มักจะมีแต่เรื่องร้ายๆเข้ามาเสมอ ตรงนี้ไม่ได้เกี่ยวกับดวงชะตาโดยตรง แต่เป็นการทุบรื้อที่ไม่ได้คำนึงถึงทิศร้ายต้องห้ามทางฮวงจุ้ยนั่นเอง

ในขณะที่คนส่วนใหญ่ที่ศึกษาศาสตร์ฮวงจุ้ยดูจะวิตกเกินเหตุว่าหากซื้อบ้านมือ สองมาเพื่อการอยู่อาศัยจะทำให้ชีวิตมีแต่ถดถอย ประเด็นนี้ในทางศาสตร์ ฮวงจุ้ยมีการพูดถึงกันบ่อย ซึ่งความจริงแล้วหากปรับพลังให้ดีก็สามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้ เหตุใดจึงเชื่อกันว่าอยู่บ้านมือสองแล้วชีวิตจะมีแต่ถดถอย

เรื่องนี้มีเหตุมีผลที่น่าสนใจคือ ในศาสตร์ฮวงจุ้ยมองว่าบ้านที่สร้างใหม่นั้นจะได้รับพลังที่ดีๆจากผืนดิน เหตุนี้ในระหว่างการก่อสร้างก่อนที่จะทำการปูพื้นบ้านชั้นล่าง ซินแสบางสำนักจึงแนะนำให้ทำพิธีกระตุ้นพลังของดิน สร้างความเป็นมงคลด้วยการนำผงจูซาหรือผงปรอทที่ผสมเหล้าแรงๆเทลงใต้พื้นบ้าน ณ จุดกึ่งกลางของบ้าน ในขณะที่เทผงปรอทก็ตั้งจิตมโนภาพให้เห็นบ้านหลังนี้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข เกิดความรุ่งเรือง และนำธัญพืช 5 อย่าง รวมทั้งดอกไม้หอมใส่ลงไป พร้อมกับเงินเหรียญสกุลต่างๆ บางคนมีทรัพย์มากก็ฝังเงินใส่โหลไว้ แล้วก็บริกรรมคาถาหัวใจพระโพธิสัตว์ 108 จบ เป็นอันเสร็จพิธี การทำเช่นนี้เชื่อว่าจะทำให้บ้านที่อยู่นั้นมีแต่ความสุข ล้างอาถรรพณ์สิ่งไม่ดีต่างๆให้หมดไป

อันที่จริงหากใครซื้อบ้านมือสองมาก็สามารถนำพิธีนี้มาปรับใช้ได้ พิธีนี้เรียกว่า "พิธีอุ่นพลังธรณี" เพียงแต่ต้องยุ่งยากหน่อยคือ ต้องหาฤกษ์ทุบพื้น ซึ่งฤกษ์วันที่ทุบพื้นนั้นจะต้องมีการคำนวณหาโดยซินแสฮวงจุ้ยผู้ชำนาญ เหตุเพราะต้องมีการคำนวณในเรื่องของตำแหน่งพลังงานที่มารวมกันอยู่ในจุด ศูนย์กลางของบ้าน วันนั้นต้องเป็นวันที่ฟ้าเปิด คำว่าฟ้าเปิดนี้คือต้องเป็นวันเทพอุปถัมภ์ (วันเทียงอิกกุ่ยยิ้ง) เมื่อทุบพื้นออกแล้วจะต้องทำการปูพื้นใหม่ ทาสีบ้านใหม่ ปรับเปลี่ยนเรื่องประตูทางเข้าหน้าบ้านใหม่ก็เป็นอันใช้ได้

ผู้เขียนขอเตือนท่านที่ชอบหาฤกษ์ยามในเว็บไซต์ต่างๆว่าพึงระวังให้ดี เพราะฤกษ์ยามที่ซินแสหรือโหราจารย์ให้ทางอินเทอร์เน็ตนั้นเป็นฤกษ์กลางๆ หมายถึงมีโอกาส ที่จะเกิดได้ทั้งผลดีและผลร้าย ส่วนใหญ่จะไปทางร้ายมากกว่า การหาฤกษ์ยามที่ถูกต้องจะต้องคำนวณโดยโหราจารย์ที่มีความรู้ และจะต้องนำดวงชะตาบุคคลมาดูก่อนว่าเข้ากันได้ดีกับฤกษ์ที่จะใช้หรือไม่ ซึ่งทิศทางก็สัมพันธ์กับฤกษ์ยามที่ใช้ด้วยเช่นกัน

การปรับพลังบ้านมือสองนอกจากจะต้องเปลี่ยนพื้นหรือหลัง คาแล้วโครงสร้างบางอย่างก็ต้องพิจารณาด้วย ดูจะเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงว่าการนำแท็งก์น้ำไปไว้บนดาด ฟ้าหรือชั้นบนของบ้านจะทำให้บ้านหลังนั้นเกิดปัญหาได้ พบเห็นได้บ่อยคือบรรดาตึกแถวที่ดาดฟ้าจะเป็นที่ไว้แท็งก์เก็บน้ำ ในทางฮวงจุ้ยถือกันมากว่าการนำแท็งก์น้ำไปไว้ด้านบนจะต้องคำนึงว่าตำแหน่ง ตรงนั้นต้องไม่ตรงกับห้องนอน หากนำแท็งก์น้ำไปไว้ตรงกับตำแหน่งห้องนอนจะทำให้ได้รับพลังร้ายทางฮวงจุ้ย เรียกว่าฆาตน้ำกดทับ ทำให้ชีวิตมีแต่เรื่องเศร้าหมอง หดหู่ ถ้าปรับหรือแก้ไขเสียใหม่ก็จะเป็นการดี

ชาวจีนเชื่อกันว่าตำแหน่งประตูทางเข้ามีเทพเจ้าประตูเหมิน- ซิ้งรักษาอยู่ ดังนั้น สำหรับบ้านไหนที่ประตูบ้านเริ่มชำรุดแล้วทางที่ดีควรรีบเปลี่ยนเสีย และเมื่อจะตั้งประตูหรือเปลี่ยนประตูใหม่หากดูฤกษ์ทำประตูใหม่ด้วยจะช่วยดึง ดูดพลังดีๆให้เข้าสู่บ้าน ขณะที่ทางศาสตร์ฮวงจุ้ยกล่าวไว้ว่า การปรับพลังฮวงจุ้ยบ้านเก่าให้เป็นบ้านใหม่นิยมทำกันดังนี้คือ ให้หาเกสรเกลือซึ่งเสกแล้วใส่ชามปากกว้าง แล้วใช้เหล้าแรงๆหยดลงไปที่เกลือ 9 หยด ตามด้วยผงปรอทอีก 9 หยด แล้วตั้งชามปากกว้างที่มีเกลือนั้นไว้ในมุมทั้งสี่ของห้อง ปิดห้องให้มิดชิดเป็นเวลา 45 วัน แล้วมาเปิดใหม่

บ้านมือสองก็จะได้รับพลังที่ดีๆทางฮวงจุ้ย กลายเป็นบ้านใหม่ที่อยู่แล้วเกิดความรุ่งเรืองเป็นสุข ไม่มีเรื่องทุกข์ใจ ลองทำดูแล้วจะรู้ว่าได้ผลจริง



ขอขอบคุณ : หนังสือพิมพ์โลกวันนี้ - ซินแสทวิณัฐ คำพันธ์
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 1 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
  #12  
เก่า 08-01-13, 18:15
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

วิธีแก้ไขพื้นที่ขาด

ในกรณีที่ท่านได้ซื้อที่หรือซื้อบ้านมาแล้ว มีอยู่วิธีเดียวคือ การแก้ไข

เช่น พื้นที่ซึ่งมีมุมแหลม ก็ตัดไปปลูกไม้ดอกไม้ผล หรือพืชผักสวนครัวแล้วแต่ว่าจะชอบอย่างใดหรือพื้นที่นั้นจะมากพอหรือไม่ โดยการแบ่ง***ส่วนออกมาก่อน เช่นใช้อิฐมอญกั้นแนวให้เป็นคนละส่วน หรือใช้ไม้กระถางกั้นแนวเอาไว้ให้ถือว่าแบ่งเขตที่เป็นชายธงออกไป

ถ้า ไม่สามารถจะทำได้ ก็ใช้วิธีตั้งเสาไฟหัวท้าย เพื่อให้แสงสว่างช่วยส่องเป็นแนวกั้นเขตก็ได้ แต่การแก้ไขในลักษณะนี้เป็นการแก้ในพื้นที่ไม่กว้างยาวมากนัก แต่ถ้าพื้นที่กว้างยาวมากเกินไป ก็ไม่สามารถจะใช้วิธีนี้ได้ ไปใช้การแบ่งเขตเลยจะดีกว่า

ส่วนพื้นที่ตัวที ก็ให้แบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยการขีดเส้นแดงจะดีกว่า ส่วนพื้นที่ชายธงนั้น ถ้าไม่ใช่ถวายวัดก็ทำเป็นพื้นที่สาธารณะเป็นดีที่สุด ไม่อย่างนั้นเวลาดวงตกด้วยแล้ว จะเกิดความร้ายแรงเป็นทวีคูณ สุดแท้แต่ว่าเป็นทิศทางอะไรในครอบครัว ก็จะเกิดเรื่องร้ายกับบุคคลนั้นๆ และไปสัมพันธ์กับพื้นที่ด้วยว่า แหว่งหรือขาดแค่ไหนเพียงใด

ในกรณี ที่พื้นที่กว้างใหญ่มากกว่าบ้านทั่วๆไป สามารถปลูกสร้างบ้านหรืออาคาร ให้ยื่นออกมาชดเชยส่วนพื้นที่ที่ขาดก็ได้ ทั้งนี้ต้องพิจารณาเป็นรายๆไป จึงหวังว่าท่านผู้อ่าน ที่ได้ซื้อที่ หรือบ้านที่มีพื้นที่ไม่เต็มเป็นรูปสี่เหลี่ยม จะสบายใจขึ้น ตามสมควร โดยเฉพาะพื้นที่ที่ด้านหนึ่งเป็นชายธง ก็สามารถแก้ไขได้โดยไม่จำเป็นต้องขายทิ้ง

อีกประการหนึ่งมีบุคคลบาง อาชีพสามารถอยู่ หรือทำงานในสถานที่ที่คนอื่นเขาอยู่ไม่ได้ เช่น แพทย์ผ่าตัดหรือศัลยแพทย์ ทันตแพทย์ และนักพยากรณ์ หรือผู้ทรงศีลที่มีใจบริสุทธิ์ เกินกว่าจะถูกสิ่งเลวร้ายครอบงำได้

พื้นที่ ทั้ง 10 แบบที่กล่าวมานี้ เป็นพื้นที่ๆดีทั้งในแง่ของ "ฮวงจุ้ย" และทางธรรมเนียม โบราณของไทย แต่เนื่องจากคนไทยเป็นคนใจกว้าง และรู้จักดัดแปลง จึงชอบรับเอาอารยธรรม และวัฒนธรรมของคนอื่น มาดัดแปลงใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเองและคนรอบข้างเสมอ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดี แต่ควรรู้จักเลือกสักหน่อย ไม่ใช่ใครเขาว่าอะไรมาก็เห็นดีเห็นงาม ไปหมดทุกอย่าง ต้องรู้จักพิจารณาเหตุและผลอย่างรอบคอบด้วย จึงจะประสบกับความสำเร็จได้ค่ะ




ผู้เขียน อ.ณัฐสุดา จันทนยิ่งยง

__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 1 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
  #13  
เก่า 08-01-13, 18:16
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

ฮวงจุ้ย ใครว่าไม่สำคัญ (ตอนที่ 1)

ศาสตร์ฮวงจุ้ย เป็นศาสตร์แห่งความเชื่อในพลังของธรรมชาติ ที่เราๆท่านๆสามารถพิสูจน์ได้ว่าในธรรมชาตินั้นมีพลังที่ดี (พลังชี่) และพลังร้าย (ซาชี่) ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรอบข้างและแน่นอนก็ต้องรวมไปถึงตัวบุคคลด้วยตลอดเวลา

โดยความหมายของคำว่าฮวงนั้น มีความหมายตรงตัวว่าลมซึ่งหมายถึงอากาศที่ล้อมรอบตัวเราอยู่ หรืออากาศที่เราหายใจเป็นการเคลื่อนไหว เป็นตัวกลางของการดำรงชีวิต ถ้าเราไม่มีอากาศที่จะหายใจชีวิตก็คงจะดำรงอยู่ไม่ได้ ดังนั้น ลมที่ดีย่อมจะต้องเคลื่อนไหวอยู่เสมอนั่นหมายความว่าในบรรยากาศที่บริสุทธิ์และปลอดโปร่ง ไม่ว่าเราจะเข้าไปในสถานที่แห่งใดก็ตามเมื่อกระทบกับร่างกายแล้ว จะรู้สึกเย็นสบาย ไม่อึดอัดและอับทึบ แม้ว่าในสภาพนั้นจะถูกปิดทิ้งเอาไว้นานแล้วก็ตามผลที่ติดตามมาก็คือ ความลื่นไหลของธุรกิจ การเงิน โชคลาภหน้าที่การงาน ความสำเร็จ

แต่หากเข้าไปในสถานที่ใดก็ตาม รู้สึกอึดอัดและอับทึบรวมทั้งมีแต่ความมืดมัวไม่ต้องพูดถึงขั้นที่ว่าบรรยากาศน่ากลัวแบบหนังเขย่าขวัญหรอกค่ะ เพียงแค่สัมผัสแรกที่รู้สึกว่าหายใจไม่ค่อยสะดวกแล้ว ผลที่จะติดตามมา คืออุปสรรคขัดขวาง ไม่คล่องตัว ส่งผลร้ายให้โทษย่อมนำมาแต่ความล้มเหลว และความไม่สมหวัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจ หรือชีวิตครอบครัว

ส่วนคำว่าจุ้ยนั้น ในความหมายตรงตัวแปลว่าน้ำซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสดชื่นมีชีวิตชีวา ความกระชุ่มกระชวย เหมือนเราเห็นหน้าใครสักคนที่ดูแจ่มใสกระปรี้กระเปร่าแล้วเราก็พลอยแจ่มใสไปด้วยน้ำเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิตไม่ว่าในส่วนของร่างกายก็มีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่แม้ในส่วนของการบริโภคเอง น้ำก็เป็นปัจจัยอันสำคัญอันจะขาดเสียมิได้ และแน่นอนต้องเป็นน้ำที่สะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีสิ่งสกปรกเจือปนด้วย

น้ำในอีกสัญลักษณ์หนึ่งของคนจีนก็คือ เงิน หรือการนำมาซึ่งเงิน อันเป็นปัจจัยสำคัญของการดำรงอยู่เป็นสิ่งที่ทุกคนแสวงหาเพื่อการดำรงอยู่ ดังนั้น ถ้าหากน้ำในส่วนที่แวดล้อมของเราสกปรกเน่าเหม็นหรือขุ่นมัว เช่นน้ำในบ่อเลี้ยงปลา น้ำในสระหน้าบ้าน เป็นต้น นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่าการเงินของเราเริ่มติดขัดแล้ว เงินที่ได้มาจะเต็มไปด้วยความยากลำบาก เกิดอุปสรรคขัดขวางและในบางครั้งยังอาจได้มาด้วยความไม่โปร่งใสนัก อันจะเป็นตัวนำให้เกิดผลร้ายติดตามมาเช่น คดีความ การถูกฟ้องร้อง เป็นต้น

สิ่งหนึ่งซึ่งเราเรียนรู้กันมาตั้งแต่เด็กๆก็คือ ลมและน้ำเคลื่อนไหวได้ก็เพราะแรงดึงดูดของโลกอันเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ แต่ก็ควรอยู่ในขอบเขตอันจำกัดที่พอดี อะไรที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไปย่อมมีผลเสียติดตามมาอย่างแน่นอนค่ะ เพราะถ้าลมและน้ำมากเกินไปก็อาจจะนำความเสียหายมาสู่มวลมนุษย์ได้เช่น อุทกภัย หรือวาตภัย อันเป็นภัยที่เกินความพอดีของธรรมชาติ และนอกเหนือกฏเกณฑ์ที่มนุษย์จะควบคุมได้

ในแง่ปรัชญาของศาสตร์ฮวงจุ้ยถือกำเนิดมาจากคัมภีร์อี้จิงซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลงเพื่อรักษาสมดุลย์ของธรรมชาติเอาไว้และถือว่าความสมดุลย์จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีของสองสิ่งมาอยู่ร่วมกัน ในลักษณะตรงกันข้ามชีวิตหรือโลกจึงจะดำรงอยู่ได้ และเมื่อมีสองสิ่งมาอยู่ร่วมกันแล้วชีวิตจึงจะก่อเกิดได้ คัมภีร์แห่งการเปลี่ยนแปลงนี้มาจากคำว่าอี้จิงโดยใช้สัญลักษณ์ของความสมดุล นั่นคือปลาดำและปลาขาวเป็นตัวแทนเช่น มีมืดก็ต้องมีสว่าง มีดำก็ต้องมีขาว มีชายก็ต้องมีหญิง มีพระอาทิตย์ก็ต้องมีพระจันทร์มีร้อนก็ต้องมีเย็น เป็นการอาศัยสิ่งที่ตรงกันข้ามมาร่วมอยู่ด้วยกัน เพื่อรักษาสมดุลซึ่งกันและกันเอาไว้ค่ะ

โดยใช้สัญลักษณ์ที่เป็นเส้นทึบ ___ แทนเพศชายหรือหยาง ส่วนเส้นประ _ _ แทนหยินเรียกว่าเอกลักษณ์และเมื่อนำเส้นทั้งสองมารวมกันเรียกว่าทวิลักษณ์เมื่อรวมเส้นทั้งสามก็จะกลายเป็นตรีลักษณ์ดังที่เราเห็นในภาพของยันต์แปดทิศนั่นเอง เมื่อวางสลับเส้นกันไปมาจะได้ถึง 64 เส้น ทั้งสามเส้นของแต่ละชุดจะมีคำทำนายของคัมภีร์อี้จิงนี้ไว้ด้วย คล้ายๆการเสี่ยงเซียมซีทั่วๆไปแต่จำนวนมากกว่า


การนำสัญลักษณ์ของทิศทั้งแปดมาวางบนกระจก 8 เหลี่ยม โดยมีรูปปลาขาวและปลาดำอยู่ตรงกลาง ถือเป็นยันตร์อันศักดิ์สิทธิ์ที่เมื่อนำไปติดแล้วเชื่อกันว่าจะสามารถคุ้มครองป้องกันอุบัติเหตุเภทภัยให้กับตนเองและครอบครัวได้แต่การติดต้องทำพิธีให้ถูกต้องจึงจะศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเรามักเห็นอยู่เสมอที่หน้าบ้านคนจีนที่อยู่หัวมุมหรือตรงกับทางสามแพร่ง นัยว่าช่วยสลายพลังร้ายที่เชื่อกันว่ามีอยู่หรือแอบแฝงอยู่ณ บริเวณนั้นให้หมดสิ้นไปได้


เรื่องของฮวงจุ้ยที่เรานำมาใช้กันในยุคปัจจุบันก็คือการดึงเอาพลังที่ดีของธรรมชาติมาใช้ไม่ใช่เพียงเรื่องของลมกับน้ำที่เรากล่าวมาข้างต้นเท่านั้นเรายังนำมาใช้กับการเสาะแสวงชัยภูมิหรือพื้นที่ที่จะเหมาะแก่การปลูกบ้านอยู่อาศัยอันเป็นปัจจัยแรกที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างครอบครัวหรือแหล่งพักพิงที่สามารถให้ความอบอุ่นและร่มเย็นเป็นสุขให้กับทุกชีวิตที่อยู่ชายคาเดียวกันด้วยค่ะ




ผู้เขียน อ.ณัฐสุดา จันทนยิ่งยง



__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 1 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
  #14  
เก่า 08-01-13, 18:21
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

ฮวงจุ้ย ใครว่าไม่สำคัญ (ตอนที่ 2)

เรื่องของรูปร่างพื้นที่ 10 แบบ

ดังเป็นที่ทราบกันว่า ศาสตร์แห่งฮวงจุ้ยนั้น ถือกำเนิดขึ้นในประเทศจีน ซึ่งมีลักษณะภูมิศาสตร์ที่มีเทือกเขาอยู่เป็นจำนวนมาก และมีต้นไม้เขียวชอุ่ม ในขณะเดียวกัน ก็มีพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นดินแห้งแล้งแตกระแหงขาดความชุ่มชื้นอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน

ดังนั้น การนำเรื่องของ ฮวงจุ้ยของจีนมาใช้ในประเทศไทย ซึ่งแตกต่างกันทั้งภูมิประเทศและภูมิอากาศ จึงไม่อาจยกมาทั้งตำราได้ อีกประการหนึ่ง ตำราฮวงจุ้ยเองก็มีมากมายหลายอาจารย์หลายสำนัก คนที่เคยอ่านตำราว่าด้านหลังเป็นทิศใต้ หรือหลังอิงทิศใต้ด้านหน้าทิศเหนือดี ก็จะยึดถือสิ่งที่อ่านมาแล้วก็จะเลือกเอาเฉพาะทิศที่ว่า

คิดกันเล่นๆว่าถ้าอย่างนั้นทิศอื่นๆมิต้องล่มจมกันหมดหรือค่ะ บางคนมาหาเพื่อปรึกษาจะเลือกเอาแต่หลังอิงทิศใต้เพียงทิศเดียว ทิศอื่นๆไม่ต้องการ แล้วทำไมคนที่อยู่ทิศอื่นๆเขาเจริญก้าวหน้ากันได้อย่างไร บางตำราก็ว่าหลังอิงดี บางตำราก็ว่าใช้ทิศด้านหน้าดีต่างก็มีเหตุและผลกันไปคนละแบบ สุดแท้แต่ใครจะเลือกเชื่ออย่างไร

ในครั้งนี้ เรามาคุยกันถึงรูปร่างลักษณะของพื้นที่กันก่อนว่ามีความเป็นมาอย่างไรพื้นที่นั้นมีมากมายหลายแบบ แต่ละแบบก็จะมีความหมายแตกต่างกันออกไปค่ะ เราต้องทำความเข้าใจใน เรื่องของความสมดุลไว้ก่อนว่า ความหมายพื้นฐานของฮวงจุ้ย ก็คือการนำเอาสิ่งที่อยู่แวดล้อมตัวเรา หรือสิ่งที่ธรรมชาติให้มานั้น นำมาปรับให้สมดุลกับตัวเรา หรือครอบครัวของเรา จึงจะเรียกว่าเป็นฮวงจุ้ยที่ดีอย่างแท้จริง

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ก็คงต้องโยงไปถึงในสมัยโบราณของจีนกันสักนิด

ในเมืองจีนสมัยโบราณนั้น การเสียภาษีที่ดินของเขาจะวัดความยาวของพื้นที่ด้านหน้าของถนนเป็นหลัก ดังนั้นคนทั่วไปจึงนิยมเลือกซื้อพื้นที่ที่ด้านหน้าแคบ ด้านหลังกว้างเพื่อให้เสียภาษีน้อยๆแต่กลับมาได้ข้อสังเกตว่าสามารถสร้างเนื้อสร้างตัว และเจริญก้าวหน้าได้ดีกว่าคนที่มีพื้นที่ด้านหน้ากว้างแต่ด้านหลังแคบต่อมา จึงกลายเป็นที่นิยมว่า หากต้องเลือกพื้นที่ ก็จะเลือกด้านหน้าแคบด้านหลังกว้างเอาไว้ก่อนค่ะ

ถ้าลองมาวิเคราะห์ถึง "ความสมดุลอันเป็นหัวใจของฮวงจุ้ย"สักนิดว่านั่นคือ ความพอดี "ที่ใดมีความพอดีที่นั่นก็จะมีแต่ความสงบสุข"แต่ความพอดีที่ว่านี้ ใครจะเป็นคนบอกได้ว่าอย่างไหนถึงจะเรียกได้ว่า "พอดี"ลองมาทำความเข้าใจกับ รูปร่างของพื้นที่ 10 แบบนี้ดูสักนิด ท่านก็จะทราบถึงความ "พอดี" ได้โดยอัตโนมัต

รูปร่างพื้นที่ 10 แบบ
1. พื้นที่ปากกว้างก้นแคบ
ปากกว้างก้นแคบ เก็บเงินไม่อยู่ หนี้สินมากมาย
2. พื้นที่ปากแคบก้นกว้าง
การเงินดี ปัญหาอื่นตามทิศทางที่แหว่งไป

3. พื้นที่แบบเส้นก๋วยเตี๋ยว (ใบมีด)
เล็ก แคบ ใบมีด อันตราย

4. พื้นที่สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน
สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ปัญหาในทิศทางที่ขาดหาย

5. พื้นที่รูปตัวแอล
ปัญหาตามทิศทาง

6. พื้นที่รูปตัวที
มีแต่เรื่องหนักใจ

7. พื้นที่คล้ายตัวยูแต่ตรงกลางเต็ม
ปานกลาง

8. พื้นที่รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
ดี

9. พื้นที่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ดี

10. พื้นที่รูปสามเหลี่ยม
ไม่เหมาะสำหรับปลูกบ้าน แต่เหมาะสำหรับที่สาธารณะ



ผู้เขียน อ.ณัฐสุดา จันทนยิ่งยง




__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 1 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
  #15  
เก่า 08-01-13, 18:23
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

ต้นไม้เสริมสิริมงคลและเสริมทิศทาง



วิธีแก้ไข ฮวงจุ้ยด้วยการเสริมโชคลาภสิริมงคลที่ดีที่สุดคือการใช้ต้นไม้ ยิ่งเป็นต้นไม้ที่มีชื่อเป็นมงคลด้วยแล้ว ทุกครั้งที่เรียกก็เท่ากับเพิ่มความเป็นสิริมงคลมากขึ้น แม้จะเป็นเพียงต้นไม้พื้นบ้านธรรมดาๆก็ตาม ดีกว่าปล่อยให้พื้นที่ว่างไว้เฉยๆ อย่างน้อยการได้รดน้ำต้นไม้ก็เท่ากับเป็นการออกกำลังกายไปได้ระดับหนึ่ง เมื่อต้นไม้ให้ผลคือออกดอกหรือให้ผลได้จริงๆ หากเป็นผลไม้ที่รับประทานได้ ย่อมเป็นที่ชื่นชมเมื่อเห็นต้นไม้หรือผลไม้นั้นโตวันโตคืน สำหรับผู้เขียนแล้วเพียงแค่เห็นตุ่มตาที่จะเกิดดอกก็เฝ้ารอวันที่ดอกไม้จะ ผลิบานให้ความหอมชื่นใจ ลำดับแรกคือคิดถึงว่าเจ้าที่เจ้าทางเราได้ดมดอกไม้หอมด้วยฝีมือปลูกของเรา ลำดับต่อไปหากมีมากพอก็จะได้เด็ดไปถวายพระ นอกจากไม่ต้องซื้อหาแล้วยังเป็นความภาคภูมิใจเล็กๆว่าเป็นฝีมือการดูแลรักษา ของเรา



ดอกไม้ บางต้นที่แนะนำนอกจากไปเสริมสิริมงคลโชคลาภแล้ว ยังนำไปช่วยแก้หรือเสริมทิศทางในเรื่องสีหรือเรื่องเบญจธาตุ เพื่อให้สีของต้นหรือดอกไม้มาแก้ไขหรือเสริมทิศทางให้เข้ากับพื้นที่ๆมีอยู่ ซึ่งจะแนะนำเป็นเบื้องต้นไว้ทั้ง ๘ ทิศเฉพาะทิศหน้าบ้านเป็นหลัก คือเพื่อต้องการให้เสริมด้านหน้าบ้าน หรือทางเข้าบ้านเป็นหลัก ซึ่งท่านสามารถนำสีของดอกไม้ในแต่ละทิศไปเสริมทิศด้านอื่นๆได้ด้วยหากต้อง การ



ทิศ เหนือเป็นทิศของธาตุน้ำ เป็นสีดำ น้ำเงิน หรือสีฟ้า จะใช้สีของธาตุน้ำมาเสริมก็ได้เช่น ดอกไม้ที่มีสีฟ้าหรือน้ำเงิน เช่นอัญชัน ( สีน้ำเงิน )หรือไฮเดรนเยีย ( ดอกสีฟ้า )ดอกฟอร์เกตมีนอต (ม่วงอมฟ้า ) สร้อยฟ้า ซึ่งหน้าตาของดอกคล้ายๆกระทกรก ไม่เคยติดลูก เป็นต้น



ทิศ ตะวันออกเฉียงเหนือเป็นทิศธาตุดิน ดินของจีนเป็นดินที่เป็นสีส้มปนเ หลือง จึงสามารถใช้ดอกไม้สีส้มหรือสีเหลืองมาเสริมได้ เช่นดอกดาวเรือง ( มีทั้งเหลืองและส้ม ) ดาวกระจาย ดาวกระจายซ้อน โป๊ยเซียนสีเหลือง กุหลาบเหลือง กุหลาบส้ม บานบุรี ทองอุไร เข็มสีเหลือง ผกากรอง หางนกยูงสีเหลือง เยอบิร่า พุดบุศย์ซึ่งเป็นสีเหลืองทองเข้มและหอมแรงมาก ลีลาวดีสีเหลืองนวล พวงแสดสีเหลืองอมส้มเป็นไม้เลื้อย แม้แต่ส้มจี๊ดที่มีลูกสีเหลืองเต็มต้นก็นำมาประยุกต์ใช้ได้ อีกประการหนึ่งคนจีนนิยมนำส้มมาไหว้อยู่แล้ว เมื่อออกดอกออกผล ยังนำมาไหว้บูชาพระหรือเจ้าที่ได้อีกด้วย



ทิศ ตะวันออกเป็นทิศธาตุไม้ สีเขียว เราคงไม่เน้นหาดอกไม้สีเขียว แต่ไปเน้นต้นไม้ประดับที่สีเขียวและชื่อมงคลแทน เช่นวาสนา เสริมโชคลาภสำหรับคนที่มียศตำแหน่งหรือรับราชการ ต้นวาสนาที่ถ่ายภาพมาเป็นวาสนา ๙ ยอดซึ่งหายากมากกว่าจะเลี้ยงได้เท่านี้ นอกจากนี้ยังมีเฟรินข้าหลวง สำหรับคนรับราชการเช่นกัน ใบกว้างยาวสักหน่อย สีเขียวอมเหลือง



สำหรับ ร้านค้าให้คนนิยมชื่นชอบก็ใช้ต้นมะยมหรือต้นนางกวักเพื่อช่วยด้านโชคลาภได้ ดี ข้อสำคัญหาง่ายปลูกง่ายด้วย อีกต้นที่ถ่ายภาพมาคือต้นจั๋ง ไม้นี้ฟังชื่อแปลกๆเป็นไม้ท้องถิ่นของทางจันทบุรี มักวางดักไว้บริเวณที่ทางมาพุ่งชนหรือมุมที่ขาดแหว่งได้ดี ช่วยลดพลังร้ายของมุมที่แหลมคมได้ดีอีกด้วย



แถม พกด้วยเศรษฐีขอดทรัพย์ต้นแม่จากที่เคยถ่านภาพต้นลูก มาลงให้ดูในหนังสือ “ฮวงจุ้ยการเงิน”แล้ว และต้นลูกอีกต้นหนึ่งซึ่งเติบโตตามกาลเวลาพออวดโฉมกันได้ ต้นนี้หากโดนแดดแรงมากจะแห้งหมด ต้นลูกที่ผู้เขียนได้มาก็งอกงามดีอยู่ ช่วงหลังๆแดดแรงมากทำให้ใบเหลืองไปเกือบหมด ต้องแต่งทิ้งและเอาเข้าร่มแต่ให้ได้แสงบ้างตามสมควร และใส่ปุ๋ยบำรุงบ้าง



อีก ต้นคือกระดังงา และกระดังงาสงขลาที่หน้าตาละม้ายกันมาก ดอกนั้นเขียวอมเหลือง จะจัดเป็นเขียวของธาตุไม้ก็ได้ เพราะออกเขียวมากกว่าเหลือง แต่ตอนหอมจัดวันเดียวจะเป็นสีเหลืองสักหน่อยแล้วก็โรย



ทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นทิศของธาตุไม้ ใช้ต้นไม้ของทิศตะวันออกได้เช่นกัน



ทิศ ใต้ เป็นทิศธาตุไฟ ร้อนแรงสีก็คือสีแดงสด ส้ม ชมพู หากมีพื้นที่สามารถลงไม้ใหญ่ได้เช่นหางนกยูงซึ่งมีทั้งแดง ส้มและชมพู ส่วนทองหลางลาย ( ดอกสีแดงเข้มหรือดอกปาริชาติ-ต้นไม้สวรรค์ในสวนของพระอินทร์ จากหนังสือกามนิต-วาสิฏฐีกล่าวไว้ว่าใครได้กลิ่นแล้วสามารถระลึกชาติได้ ) โชคดีได้ภาพตอนออกดอกมาให้ชมด้วย หากบ้านพื้นที่น้อยคงปลูกไม่ได้ ก็ให้ไปใช้ไม้ต้นเล็กแทน



ต้นไม้ ที่เปลี่ยนชื่อแล้วต่อไปนี้จะมีแต่ในตำนานว่า”ลั่นทม”กลายมาเป็น“ลีลาวดี” มีทั้งแดง ชมพู ชมพูอมส้มมากมายหลากหลายสายพันธุ์เอามาฝากกัน



ต้น คริสมาสแต่เดิมเขียวไปทั้งต้น เวลาออกดอกใบหรือกลีบดอกจะกลายเป็นสีแดงเกือบทั้งต้นแทบหาสีเขียวไม่เจอ เป็นคุณสมบัติเฉพาะตัว



ไม้ ดอกต้นเล็กสีแดง ส้ม ชมพูมีเยอะแยะมากมายให้เลือก ทั้งหอมและไม่หอมนับตั้งแต่กุหลาบเจ้าแม่แห่งความรักและงาม ชวนชมสีชมพูแปร๊ด ชมพูอ่อน บานไม่รู้โรยสีบานเย็นซึ่งเป็นสีร้อนหนึ่งในธาตุไฟเหมือนกัน โป๊ยเซียนสีแดงและส้มหรือแดงอ่อน บานชื่น เฟื่องฟ้าชมพู บานเย็น พวงแสด พวกไม้ประดับก็มีบอนสีต่างๆใช่ใบสีๆแก้เคล็ดแทนดอก พวกเข็มก็ไม่น้อยหน้ามีหลากสีเช่นเข็มแดง เข็มสีส้ม เข็มสีชมพูเป็นต้น



ผู้ เขียนไปได้เข็มสีชมพูนี้มาด้วยความที่บังเอิญ เหตุเพราะไปเจอผึ้งมาทำรังอยู่พอดี ได้โอกาสถ่ายภาพไว้ คนโบราณกล่าวไว้ว่าหากเจอผึ้งทำรัง ณ ต้นไม้ใด ให้เอาข้าวตอกดอกไม้และผ้าสามสีรับชวัญ ขอพรให้เกิดโชคลาภและความเป็นสิริมงคล ( อย่าไปไล่เป็นอันขาด จะบ้านแตกสาแหรกขาด ) เมื่อมาอยู่ก็ขอให้อยู่ดีมีสุขนำโชคลาภมาให้ และเมื่อจะจากไป ก็ขอให้ทิ้งโชคลาภเอาไว้ ทั้งนี้เราไม่รู้ว่าผึ้งจะทิ้งรังไปเมื่อไหร่ อธิษฐานเอาไว้แต่แรก ด้วยเหตุที่ว่าเวลาทิ้งรังจะหมดตัวเอาง่ายๆ เลยอธิษฐานไว้ล่วงหน้าเป็นการป้องกันไว้ก่อน ก็ให้ข้อคิดของโบราณเอาไว้ “ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่”



ทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นธาตุดิน ก็ไปเลือกใช้สีของทิศตะวันออกเฉียงเหนือได้เช่นกัน



ทิศ ตะวันตกเป็นทิศธาตุทอง สีประจำคือสีขาว ไม้ดอกสีขาวทั้งหมด ซึ่งล้วนเป็นสีของดอกไม้หอมแทบทั้งนั้นเลือกได้ตามชอบ เช่นมะลิทั้งซ้อนและไม่ซ้อน พุดพิชญา พุด พุดซ้อน พุทธชาด พุดกุหลาบ ราชาวดี ชวนชมสีขาว ลีลาวดี หิรัญญิการ์ จำปี กาหลง ปีป โมกทั้งซ้อน ไม่ซ้อน โมกพวง และรสสุคนธ์ เป็นต้น จะเป็นไม้หอมทั้งสิ้น แม้ไม้ไทยๆที่ไม่ค่อยเห็นอย่างนางแย้ม ชมนาด คัดเค้า ก็เป็นเป็นไม้หอมเช่นกัน



ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นทิศธาตุทองเช่นเดียวกับทิศตะวันตก ใช้ไม้ดอกสีขาวร่วมกันได้



นอก จากนี้ก็มีไม้ประดับที่เป็นใบ และมีชื่ออันเป็นมงคลก็นำมาเสริมโชคชะตาได้เช่นใบเงิน ใบทอง ใบนาค ใบสามกษัตริย์ เงินไหลมา ทั้งแบบเลื้อยลงพื้นหรือให้เลื้อยบนต้นไม้ใหญ่ รวมทั้งมีว่านเถาวัลย์หลงมาฝาก สีของดอกจริงเป็นม่วงแดง ปลูกทิศใต้ก็ได้ หรือปลูกไว้มุมการเงินก็ได้ หากปลูกหน้าบ้านเอาแค่ชื่อไม่ดูทิศไว้เรียกลูกค้าก็ได้ มีผู้เล่าว่ามีทั้งตัวผู้และตัวมีย พระผู้ใหญ่ท่านหนึ่งให้มา กว่าจะปลูกขึ้นสามรอบ เวลางอกงามเจริญดีมากเพราะนำลงดิน แต่ก่อนนำใส่ไว้ในกระถาง ตอนนี้ซุ้มที่ทำไว้ให้เกือบจะโค่นแล้วเพราะรับน้ำหนักไม่ไหว การปลูกว่านเถาวัลย์หลงนี้มีข้อห้ามว่าอย่าเดินข้ามเป็นอันขาด ไม้นี้เป็นไม้ป่าบนภูเขา เชื่อกันว่าหากเดินป่าแล้วเดินข้ามต้นเถาวัลย์หลงนี้จะหลงทางกลับบ้านไม่ถูก เอาทีเดียว



ก่อน จะปลูกต้นไม้ใดควรพิจารณาดูก่อนว่าพื้นที่ที่มีเพียงพอกับความใหญ่โตของ ต้นไม้ในวันข้างหน้าไหม กันพื้นที่สำหรับการโตของต้นไม้สักหน่อย เพราะเมื่อเขาเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ หากปลูกในที่จำกัดนอกจากไม่ใด้ผลแล้วยังเสียเวลา หากปลูกใกล้บ้านเกินไปต้นไม้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆแทนที่จะให้คุณกลับทำให้บ้าน ทรุดและแตกร้าวไปอีก หรืออาจไประหลังคาหรือตัวบ้านไปด้วย กลายเป็นเส้นทางให้โขมยขึ้นบ้านได้ง่าย และหากปลูกไปใกล้บ้านข้างเคียง รากไปชอนไชบ้านเขา จะเกิดการฟ้องร้องกันในวันข้างหน้าได้ หรือไม้ใหญ่อย่างต้นหางนกยูงนั้นงูเขียวชอบอาศัย หากปลูกใกล้บ้านงูมักเลื้อยเข้าไปอาศัยได้ จึงควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจเลือกซื้อต้นไม้ใดมาปลูก



หาก ต้องการเสริมให้ใกล้ตัวที่สุดคงต้องหาไม้ประดับใส่กระถางเล็กๆไว้มุมโต๊ะทำ งานที่ไม่เกะกะการหยิบจับข้าวของ หรือไว้มุมห้องขวามือในสุดของห้อง (เวลาดูให้หันหน้าออกหน้าห้อง) หรือที่เรียกว่าเสริมมุมการเงินและความมั่นคงนั่นเอง




และ หากอยากได้เป็นสีสำหรับเสริม ก็คงต้องหาดอกไม้เบญจธาตุ หรือดอกไม้ ๕ สีมาจัดแจกันวางไว้ในมุมที่ต้องการเสริม จะเล็กหรือใหญ่ก็สุดแต่สถานที่ๆจะวาง ถือว่าช่วยแก้เคล็ดได้โดยไม่ทำให้บ้านหรือที่ทำงานรกรุงรังเป็นดีที่สุด เลือกเอาสักอย่างที่ชอบที่สุดและเหมาะสมที่สุด บางคนอยากให้ดีมากจนรับไม่ได้เพราะมากเกินไป และการจัดวางก็ขัดกันเอง เช่นทั้งต้นไม้ ดอกไม้ อ่างปลา น้ำพุ น้ำตก ลูกคริสตัล ระฆังลม กระจกฯลฯ แทนที่จะเสริมกลับทำลายเพราะของแต่ละอย่างมีทิศทางของเขา ไม่ใช่วางอยู่รวมกันทั้งหมด ชีวิตก็เลยยุ่งเหยิงหนักหนาสาหัสเข้าไปอีก


ผู้เขียน อ.ณัฐสุดา จันทนยิ่งยง
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 1 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
  #16  
เก่า 08-01-13, 18:24
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

บ้านร้าง


หากเรามี บ้านสักหลังที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ก่อนจะมาซื้อบ้านสู้อุตส่าห์เลือกแล้วเลือกอีก ซึ่งเมื่อมาอยู่ก้ได้เพื่อนบ้านที่ดี บ้านแต่ละหลังต่างก็ทำมาหากินเจริญก้าวหน้าเรื่อยมา อยู่มาวันหนึ่งเมื่อเศรษฐกิจถดถอย บ้านที่เคยเป็นเพื่อนบ้านของเราก็หมดแรงและกำลังทรัพย์ที่จะผ่อนบ้านต่อ ในที่สุดก็ถุกธนาคารยึด เมื่อไม่มีใครอยู่บ้านก็ขาดคนดูแล ต้นไม้ที่ยังพออาศัยแดดลมและน้ำ จากรากที่ดูดซึมไปยังบ้านไกล้เรือนเคียงได้ทำให้พอมีชีวิตอยู่ แต่สภาพบ้านที่รกร้างว่างเปล่าทำให้เพื่อนบ้านไกล้เรือนเคียงพลอยสลดหดหู่ไป ด้วย และผลพลอยเสียที่มีต่อเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ก็คือ ความเจ็บไข้ ด้วยเห็นอยู่ทุกวี่ทุกวันทั้งเช้าและเย็น


หาก มีคนที่อยู่ในบ้านตลอดเวลาเช่น แม่บ้านที่ต้องออกมาซักผ้า ตากผ้า ซื้อกับข้าว ตัดหญ้าหรือทำการอื่นใดก็ตาม แล้วมองเห็นสภาพที่ไม่เจริญหูเจริญตาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน โอกาสป่วยไข้หรือเศร้าหมอง หรือป่วยด้านสุขภาพจิตเป็นโรคซึมเศร้าได้เช่นกัน ยิ่งในบ้านที่มีคนอยู่แล้วมีคนท้องด้วยยิ่งอันตราย เคยได้ยินว่าคนท้องนั้นต้องเห็นสิ่งเจริญหูเจริญตา สุขภาพจิตต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก หากได้พบเห็นสิ่งที่เศร้าหมองอยู่เสมอ จิตใจสลดหดหู่เด็กในท้องก็กลายเป็นเด็กที่เก็บกดได้ง่ายไปด้วย


มีวิธีการสลายพลังอยู่สองวิธีคือ วิธีแรกใช้ระฆังลม อาจจะเป็นโลหะหรือดินเผาหรือเซรามิค ที่ไม่มีรูปลักษณ์แหลมคม ติดเหนือชายคาบ้านเรา บริเวณที่ได้เห็นสิ่งที่ไม่ปรารถนา เสียงของระฆังลม และการกวัดแกว่งจะช่วยพัดโบกให้พลังร้ายหนีหายไปได้ แม้จะไม่ทั้งหมด ก็ยังดีกว่าไม่ทำเสียเลย อีกวิธีหนึ่งก็คือใช้กระจกนูนเพื่อสลายพลังร้าย ให้ล้มลงด้วยความนูนของกระจก


ส่วนการเลือกใช้สีต้องแล้วแต่ทิศทาง การแก้ด้วยกระจกควรต้องบ้านที่อยู่ตรงข้ามเรา และติดที่บ้านเรา และข้อสำคัญกว่านั้นก็คือเวลาที่ติด ไม่ควรมีคนปีจออยู่ในบ้านด้วย เพื่อไม่ให้คนปีจอถูกทำลาย เพราะพลังเวลาติดคือยามมะโรงนั้นพิฆาตคนที่เกิดปีจอ


การ ใช้สิ่งใดแก้ไขก็อยู่ที่ทิศทางและสาเหตุเป็นสำคัญ ว่าควรจะแก้อย่างไร และใช้อะไรแก้ เพื่อป้องกันโทษภัยที่จะเกิดแก่เรา แทนที่จะแก้แล้วดีขึ้นกลับทำให้ทุกอย่างแย่ลงก็อย่าทำดีกว่า

ผู้เขียน อ.ณัฐสุดา จันทนยิ่งยง


__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 1 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
  #17  
เก่า 08-01-13, 18:27
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

ข้อห้ามสำหรับคนท้อง-คนป่วย


การจะกระทำ กิจการใดก็ตาม ย่อมมีข้อส่งเสริมและข้อขัดแย้งกัน อยู่ที่ว่าข้อห้ามที่ว่านั้นรุนแรงเพียงใด หากรุนแรงก็ควรยับยั้งเอาไว้ก่อน เช่นเรื่องการปลูกสร้างบ้านหรือต่อเติมบ้านแม้จะทำในปีที่ดีแล้วก็ตาม หากแต่มีคนในบ้านเกิดตั้งท้องหรือเจ็บป่วยขึ้นมา ก็สมควรหยุดทำการเสียก่อน รอจนคลอดแล้ว หรือหายป่วยแล้ว จึงควรทำการ หากมีความจำเป็นที่จะต้องทำจริงๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้ย้ายคนป่วยหรือคนท้องนั้นออกไปอยู่นอกบ้านเสียก่อน


เมื่อ ครั้งที่ผู้เขียนไปบรรยายที่โรงแรมดุสิตธานี ได้เคยพูดถึงเรื่องนี้ไว้ครั้งหนึ่งและได้เคยเกิดขึ้นจริงๆมาแล้ว โดยเจ้าของเรื่องเล่าให้ฟังว่า มีคนท้องอยู่ในบ้านและเมื่อทำการต่อเติมบ้านนั้นได้ไม่เท่าไหร่ คนท้องนั้นก็แท้งลูกไปเลย ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าทุกครั้งที่รื้อถอน ตอกตะปู หรือทุบอะไรสักอย่าง ความกระทบกระเทือนนั้นมีผลกระทบไปยังเด็กในท้องด้วย ทำให้คนท้องตกเลือดและแท้งไปในที่สุด ความเชื่อนี้แม้แต่คนสมัยปู่ย่าตายายของเราก็เคยถือกันมาก เรียกว่าเข้าไปพ้องกับเรื่องของ "ฮวงจุ้ย" อีกเรื่องหนึ่ง ในหลายต่อหลายเรื่องที่ความเชื่อแต่โบราณมาตรงกับเรื่องฮวงจุ้ย

และ สำหรับคนป่วยก็เช่นเดียวกัน อาจจะเป็นเพราะว่าคนป่วยนั้นกำลังใจอ่อนแออยู่แล้ว พอมาได้ยินเสียงดังด้วยการตอกย้ำตะปู อาจจะทำให้ตกใจกลัวจนทำให้จากเป็นน้อยก็กลายเป็นมาก หรือน๊อคไปเลย เพราะเสียงและการกระทบกระเทือนที่ว่านี้

อีก ประการหนึ่ง การก่อสร้างหรือต่อเติมใดๆย่อมเกิดฝุ่นละออง ที่ปลิวไปในอากาศทำให้สุขภาพทั้งของคนป่วยและของคนท้องเกิดการกระทบกระเทือน ได้อย่างง่ายดายเพราะสูดเอาอากาศที่ไม่บริสุทธิ์เข้าไป ทำให้อาการหนักขึ้นสำหรับคนป่วย และอากาศที่ไม่บริสุทธิ์นั้นจะไปทำให้เด็กในท้องหายใจเอาสิ่งสกปรกเข้าไปโดย ผ่านจากแม่ของเด็ก

อีก เรื่องหนึ่งที่ดูคล้ายๆกันก็คือ ห้ามคนท้องและคนป่วยตอกตะปู เพราะทั้งสองเรื่องนี้จะทำให้เกิดการกระทบกระเทือนได้โดยตรง คนท้องก็จะแท้งง่าย ส่วนคนป่วยก็จะป่วยหนักเข้าไปอีก สำหรับข้อห้ามหลังน่าจะรุนแรงกว่า เพราะเป็นคนกระทำการเสียเอง ย่อมได้รับผลโดยตรงมากกว่าคนอื่นทำ หากเลี่ยงเสียได้ เช่นรอไว้ให้คลอดก่อนหรือหากจำเป็นต้องทำจริงๆ ก็ควรย้ายคนป่วยหรือคนท้องไปอยู่ที่อื่นสักระยะหนึ่ง จนกว่าจะทำการเสร็จ จึงค่อยย้ายกลับมา จะปลอดภัยทั้งต่อคนป่วยและคนท้องเป็นอย่างยิ่ง อย่าไปลองของแล้วมานั่งเสียใจทีหลัง หากเกิดการสูญเสียไปและไม่อาจเรียกคืนได้ เช่น สูญเสียคนที่รักไปเลย หรือแม่ของเด็กไม่อาจจะมีบุตรได้อีกแล้ว ทีนี้จะไปเรียกร้องเอากับใครได้

ผู้เขียน อ.ณัฐสุดา จันทนยิ่งยง
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 1 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
  #18  
เก่า 08-01-13, 18:27
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

ดอกไม้ลอยน้ำ


การตบแต่ง บ้านมีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน สุดแต่กำลังเงินหรือฐานะของผู้อยู่อาศัย โดยที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องไปสรรหาของแพงๆมาประดับบ้าน เราก็อาจจะมีบ้านที่น่าอยู่แถมเป็นการเสริมสร้างสิริมงคลให้กับคนในบ้าน และเป็นการช่วยเรียกเงินเข้าบ้านได้ดีอีกด้วย เช่นเรื่องของการนำดอกไม้มาลอยในอ่างดินหรือชามแก้ว มาวางไว้ในจุดที่ช่วยเสริมพลังแห่งการเงินและโชคลาภให้เรา จุดนี้เป็นจุดเดียวกับเรื่องของการนำน้ำพุมาวางไว้นั่นเอง ราคาค่างวดก็ไม่มากมายอะไรนักหนา พอซื้อหาได้ไม่ต้องลงทุนอะไรมากนัก


ได้ เคยกล่าวไว้ในหนังสือ " วิธีดูฮวงจุ้ยด้วยตัวเอง " แล้วว่า จุดที่ดีสำหรับการนำน้ำมาวางนั้นก็คือในเส้นทางของมังกร ซึ่งอยู่ด้านซ้ายของพื้นที่เวลาหันหน้าออกจากบ้าน หรือถ้านำแผนผังแปดทิศมาวางคร่อมบนผังบ้าน จุดนี้จะไปอยู่ในมุมอุปถัมภ์ของบ้านนั่นเอง ที่เหมาะแก่การวางน้ำ เช่น อ่างบัว อ่างน้ำ น้ำพุ อ่างดอกไม้ลอยน้ำ เป็นการเรียกพลังของการเงินมาอุปถัมภ์คนที่อยู่ในบ้านให้รับโชคลาภเร็วขึ้น และง่ายดายยิ่งขึ้น


ข้อสำคัญกว่านั้นก็คือ หากคิดที่จะนำน้ำมาวางไว้ ควรดูแลรักษาน้ำนั้นให้ใสสะอาดอยู่เสมอ อย่าให้สกปรกหรือเน่าเหม็นจากดอกไม้ที่เ**่ยวเฉาและเน่าแล้วเป็นอันขาด เพราะโทษนั้นหนักหนาสาหัสกว่าตอนที่ไม่ได้วางหลายเท่าตัวนัก หากไม่แน่ใจว่ามีเวลาดูแลให้ทั่วถึงก็อย่าไปริทำ สิ่งใดมีคุณอนันต์ก็สามารถให้โทษมหนัต์ได้เช่นเดียวกัน


ผู้เขียน อ.ณัฐสุดา จันทนยิ่งยง


__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #19  
เก่า 08-01-13, 18:29
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

จัดห้องพระอย่างไรได้โชคลาภ


เรื่อง ของห้องพระนี้ เหมาะสำหรับคนที่มีพระมากเกินกว่าจะไว้บนหิ้งพระได้ทั้งหมด และเหมาะสำหรับบ้านที่มีห้องว่างพอจะทำห้องพระได้ บ้านบางหลังเป็นสองชั้นแต่บนชั้นสองมีบันไดขั้นไปหาหลังคาทำเป็นห้องพระ เล็กๆ เอาไว้สำหรับสวดมนต์ไหว้พระและนั่งสมาธิเพื่อให้ใจสงบได้อีกวัตถุประสงค์ หนึ่ง บางบ้านแบ่งห้องบนชั้นสองทำห้องพระไว้ด้านหน้า บางห้องไว้ด้านหลังสุดแท้แต่จะสามารถจัดวางได้ บางบ้านเจ้าบ้านสูงอายุแล้ว การจะขึ้นลงเพื่อสวดมนต์ไหว้พระไม่สะดวกด้วยประการทั้งปวง ทั้งสังขารและอายุ คนมีอายุส่วนใหญ่มักเป็นโรคที่เกี่ยวกับกระดูก เดินเหินก็ยังไม่ค่อยจะไหว จะให้ไต่กระไดขึ้นไหว้พระย่อมเป็นการยาก ที่อยู่สำหรับห้องพระจึงอยู่กับปัจจัยหลายประการ ไม่จำเป็นว่าจะต้องชั้นล่างหรือชั้นบน บางคนว่าไว้ชั้นล่างแล้วคนข้างบนเดินเหยียบพระนั่นก็ต้องดูกันที่เจตนา หากเป็นผู้สูงอายุอย่างที่ว่าก็คงลำบากตัวและเป็นโอกาสที่จะประสบอุบัติเหตุ ได้ง่ายมาก การมองว่าไว้ชั้นล่างแล้วคนที่อยู่ห้องข้างบนห้องพระก็คงไม่ค่อยสบายใจนัก ในสายตาของคนไทย เรามักนำสิ่งที่เราเคารพไม่ว่าจะเป็นรูป หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ที่สูงกว่าตัวเองเสมอ ไม่นำมาวางในที่ต่ำ เพราะเราถูกเลี้ยงดูกันมาด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม ซึ่งถูกต้องเป็นอย่างยิ่ง




หาก เรามีพระมากเกินกว่าจะไว้หิ้งพระได้ จะด้วยเป็นคนชอบสะสม หรือมีคนให้มาเสมอๆก็ตาม การจัดวางควรให้เป็นลำดับกันจึงถือว่าดี เช่นพระพุทธรูปอันเป็นตัวแทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะเป็นปางใดๆไม่สำคัญหรือชื่อเรียกพระองค์ท่านว่าอย่างไรก็ไม่สำคัญเช่น เดียวกัน ควรอยู่สูงสุดหรือบนสุด ลำดับต่อมาก็เป็นพระสาวก เช่นพระอานนท์ พระสีวสี พระโกณฑัญญะ พระสังกัจจายน์ ฯ พระสาวกเหล่านี้ควรอยู่ต่ำกว่าพระพุทธเจ้า พระเกจิอาจารย์ทั้งหลายในประเทศไทยซึ่งมักจะเป็นรูปหล่อ ก็อยู่ต่ำลงมาอีกระดับหนึ่ง เพราะเป็นพระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า หากมีพระรูปเคารพควรติดไว้อีกด้านหนึ่งของห้องพระก็ได้ แม้ติดแล้วอยู่สูงกว่าโต๊ะหมู่บูชาก็ไม่เป็นไร เพราะถือว่าอยู่คนละตำแหน่งคนละที่กัน




บางคนมีเจ้าแม่กวนอิมซึ่งเป็นเพศของสตรี ควรตั้งโต๊ะแยกไว้ต่างหาก หรือมีเทพองค์อื่น เช่นพระแม่ศรีมหาอุมาเทวี หรือพระนารายณ์ ท้าวมหาพรหม พระสยามเทวาธิราช พระพิฆคเณศ ควรจัดวางให้เป็นที่เป็นทาง ไม่ควรวางปะปนกันยุ่งเหยิงไปหมด บางบ้านมีนางกวัก หรือมีกุมารทองที่เป็นเด็กผมจุก ก็เอาไปวางไว้ปะปนกับพระพุทธรูปหากไม่มีที่และจำเป็นควรหาตั่งเล็กๆ มาวางให้พระพุทธรูปอยู่สูงกว่าเล็กน้อย ถือว่าอยู่คนละระดับแล้ว ก็ใช้ได้




สำหรับ ผู้ที่อ่าน " วิธีดูฮวงจุ้ยด้วยตนเอง" อยากจะใช้ไม่วัดหลูปังมาช่วยเสริมโชคลาภอีกต่อหนึ่งก็ย่อมได้ แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ พระพุทธรูปนิยมวางแล้วให้ท่านพระพักตร์หรือหันหน้าได้ ๓ ทิศทางคือ ทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศที่เหลือไม่นิยมวาง ด้วยว่าทิศตะวันตกนั้นคนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าชีวิตจะตกต่ำไปตามชื่อ ส่วนทิศใต้นั้นคนก็เข้าใจว่าจะต้องไปกินน้ำใต้ศอกใคร หรือต้องไปอยู่ใต้อำนาจใคร สำหรับคนที่ไม่ถือสาอะไรเลยก็ดีไปอย่าง คือทำอะไรเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง หากไม่ไปขัดหูขัดตาหรือขัดขนบธรรมเนียมประเพณีเข้าก็คงไม่เป็นไร ส่วนพระรูปเคารพอื่นๆ หรือเทพอื่นๆไม่มีข้อกำหนดไว้ แต่ส่วนใหญ่ถ้าไว้ในห้องพระก็มักไว้ด้านข้างของพระพุทธรูป หากนำมาไว้ในห้องทำงานหรือร้านค้า มักนิยมหันออกหน้าบ้าน เช่นเสด็จพ่อ ร.๕ . นางกวัก หรือกุมารทอง จะได้ช่วยกวักโชคลาภ กวักเงินทอง และเรียกลูกค้าให้ แต่ทั้งสามอย่างนี้ต้องแยกเสด็จพ่อซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์และสมมุติเทพไว้ ต่างหาก และไว้สูงกว่า แต่นางกวักและกุมารทองอยู่ที่เดียวกันได้




หาก มีห้องพระอยู่ในบ้านควรดูแลไม่ให้มีสิ่งของรกรุงรังวางเกะกะ หรือดูไม่สะอาดตา ดอกไม้ไหว้พระเ**่ยวเฉาแล้วก็ไม่ลาออก บางคนบอกว่าชอบให้ใจสงบ แทนที่จะนอนในห้องนอน ก็มานอนหน้าพระเสียเลย แถมใส่ชุดนอนบางเบาต่อหน้าพระเสียอีก เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องที่ไม่ต้องสอน หากเป็นจิตใต้สำนึกของแต่ละบุคคลจะสอนตัวเอง พอหลับแล้วไม่รู้สึกตัวผ้าผ่อนเปิดอีกต่างหาก บางคนชอบทำงานในห้องพระ เอาโต๊ะทำงานมาตั้งใกล้ๆโต๊ะหมู่บูชา กลายเป็นนั่งสูงกว่าพระ พุทธรูปอันเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง




สำหรับ บ้านที่เล็กเกินกว่าจะทำห้องพระได้ แต่มีพระมากจนต้องแบ่งระหว่างห้องนอนกับห้องพระ ควรใช้ม่านหรือฉากกั้นเพื่อเป็นการแบ่ง***ส่วน เพราะบางทีการอยู่ร่วมกันระหว่างสามีภรรยาก็เป็นการไม่ให้ความนับถือพระได้ เช่นเดียวกัน และคงเป็นความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีนัก ทั้งในแง่ความรู้สึกหรือการกระทำ



ผู้เขียน อ.ณัฐสุดา จันทนยิ่งยง
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 1 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
  #20  
เก่า 08-01-13, 18:32
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

ธาตุทั้ง ๕ และทิศทั้ง ๘

ผู้เขียน อ.ณัฐสุดา จันทนยิ่งยง

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับวิชาฮวงจุ้ย ที่ต้องทำความเข้าใจ ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องเกี่ยวกับ ธาตุและทิศ เพราะทั้งสองสิ่งนี้ถือเป็น หัวใจสำคัญ ในการทำหนดชัยภูมิที่ตั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับบุคคลแต่ละคน ที่บางที่ไม่เหมาะกับคนบางคน แต่จะเหมาะกับอีกหลายคน เพราะฉะนั้นจึงต้องทำความเข้าใจ เรื่องธาตุกับทิศเสียก่อน เพื่อที่จะได้เลือกที่ตั้ง ของตำแหน่งบ้าน ได้อย่างเหมาะสม

ธาตุ ตามหลักฮวงจุ้ยแบ่งธาตุออกเป็น ๕ ธาตุ คือ ธาตุน้ำ . ไม้ .ไฟ .ดิน และ ทอง ธาตุทั้งห้าจะมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ชนิดที่แยกกันไม่ออก เป็นส่วนผสมที่ต้องพึ่งพากัน เพื่อก่อให้เกิดความสมดุลขึ้น

ถ้าลองสังเกตจะเห็นว่า ธาตุมีทั้งจะส่งเสริมและทำลาย ไฟให้กำเนิดดิน ดินให้กำเนิดทอง ทองให้กำเนิดน้ำ น้ำให้กำเนิดไม้ ไม้กลับมาให้กำเนิดไฟ หมุนเวียนกันเป็นวัฎจักร ถือเป็นกลุ่มธาตุที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน ส่วนกลุ่มธาตุที่พิฆาตกันก็คือ ไฟพิฆาตทอง ทองพิฆาตไม้ ไม้พิฆาตดิน ดินพิฆาตน้ำ น้ำก็มาพิฆาตไฟ วงเวียนกันอยู่อย่างนี้ เมื่อเรารู้ปฎิกิริยาของธาตุแต่ละธาตุว่าธาตุใดส่งเสริมหรือทำลาย เราก็สามารถเรียนรู้การใช้ธาตุได้อย่างถูกต้อง และก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะหาตำแหน่งที่เหมาะสมให้กับตัวเอง

ความหมายของธาตุส่วนใหญ่ จะพิจารณาจากตัวบุคคลแต่ละคน ว่ามีธาตุสำคัญอะไร และเปรียบเทียบกับ กำลังธาตุเพื่อหาสภาพที่สมดุล ชีวิตของบุคคลนั้นก็จะสมบูรณ์ การเช็คธาตุในตัวสามารถทำได้โดยนำเอาวัน เดือน ปีเกิด มาคำนวณเพื่อหาธาตุสำคัญในตัวบุคคลนั้น หรือเทียบจากปีเกิด ก็สามารถทราบได้ว่า ธาตุประจำตัวคือ ธาตุอะไร

ปี ธาตุ ปี ธาตุ
ชวด
ฉลู
ขาล
เถาะ
มะโรง
มะเส็ง

น้ำ
ดิน
ไม้
ไม้
ดิน
ไฟ
มะเมีย
มะแม
วอก
ระกา
จอ
กุน
ไฟ
ดิน
ทอง
ทอง
ดิน
น้ำ

ทิศทาง ความหมายของทิศแต่ละทิศ ตามหลักฮวงจุ้ย แบ่งออกเป็นทิศทั้ง ๘ ทิศ โดยมีความสัมพันธ์กับธาตุดังนี้

ทิศ ธาตุ
เหนือ
ตะวันออก
ตะวันออกเฉียงเหนือ
ตะวันออกเฉียงใต้
ใต้
ตะวันตก
ตะวันตกเฉียงใต้
ตะวันตกเฉียงเหนือ
น้ำ
ไม้
ดิน
ไม้
ไฟ
ทอง
ดิน
ทอง

เหตุผลที่เราต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องธาตุและทิศก็เพราะ ถ้าเรารู้ว่าเราเป็นธาตุอะไรก็สามารถกำหนดทิศทางที่ตั้งชัยภูมิได้อย่างถูกต้อง หรือสามารถรู้ได้ว่าปัจจุบันที่เราอาศัยอยู่ถูกโฉลกหรือพิฆาตตัวเราหรือไม่ การเลือกซื้อบ้าน หรือที่ดินก็จำเป็นต้องอาศัย เรื่องธาตุกับทิศ เข้ามาเกี่ยวข้องค่อนข้างมาก ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

สรุปก็คือ ปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาในการตัดสินใจ เลือกซื้อบ้าน หรือที่ดินในแบบต่าง ๆ จะพิจารณาจากความเป็นหยิน - หยาง ของสภาพแวดล้อม เช่น บ้านที่อยู่อย่างโดดเดี่ยว หรือแออัดเกินไปไม่ควรเลือก พิจารณาเรื่องของดวงดาว เพื่อหา ยุครุ่งเรือง โดยพิจารณาจากทิศทางของสถานที่นั้น ๆ การหาธาตุสำคัญ เพื่อให้เหมาะกับผู้ที่จะอยู่อาศัย รวมไปถึงสิ่งปลีกย่อยต่าง ๆ ที่เป็นข้อห้าม ตามหลักฮวงจุ้ย เช่น ทางสามแพร่ง ใกล้วัด สุสาน หรือรูปแบบของอาคาร ที่ไม่เป็นมงคล

ความสัมพันธ์ระหว่างธาตุ ทิศ และปีเกิด
ธาตุ ทิศ ปีเกิด สี
น้ำ


เหนือ


ชวด
กุน

น้ำเงิน
ดำ
ฟ้า
ไม้


ตะวันออก
ตะวันออกเฉียงใต้

ขาล
เถาะ

เขียว


ไฟ


ใต้


มะเส็ง
มะเมีย

แดง
ชมพู

ทอง


ตะวันตก
ตะวันตกเฉียงเหนือ

วอก
ระกา

ขาว
ครีม

ดิน



ตะวันออกเฉียงเหนือ
ตะวันตกเฉียงใต้


ฉล
มะโรง
มะแม
จอ
เหลือง
น้ำตาล

__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 1 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 08:10


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่