อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > เบ็ดเตล็ด

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #51  
เก่า 27-01-13, 15:53
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ อัจฉริยภาพในการเลือกชัยภูมิ

นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ คืออีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงพระราชอัจฉริยภาพแห่งบรรพกษัตริย์ไทยในการเลือก “ชัยภูมิ” ตามประวัติพ่อขุนมังรายผู้ครองเมืองเชียงแสนได้ขยายพระราชอำนาจมาทางใต้ ยึดได้เมืองหริภุญไชย (ลำพูน) เมื่อปี พ.ศ. 1824 หลังจากประทับอยู่ระยะหนึ่ง พระองค์ได้เสด็จขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของหริภุญไชยราว 4 กิโลเมตร สร้างเมืองใหม่ชื่อเมืองชะแว เมืองนี้ถูกน้ำท่วมบ่อยในฤดูน้ำหลาก พ่อขุนมังรายจึงได้ย้ายไปสร้างเมืองใหม่อีกเมืองหนึ่งชื่อ เวียงกุมกาม เมืองนี้ก็ถูกน้ำท่วมบ่อยเช่นกัน พระองค์จึงได้แสวงหาทำเลเพื่อสร้างเมืองแห่งใหม่ ในที่สุดทรงพบที่ราบเชิงเขาดอยสุเทพ ห่างจากเวียงกุมกามไปทางทิศเหนือราว 4 กิโลเมตร และอยู่ห่างจาก แม่ระมิงค์ (แม่น้ำปิง) ราว 2 กิโลเมตร จึงได้เชิญพระสหาย 2 พระองค์ คือ พ่อขุนงำเมือง แห่งเมืองพะเยา และพ่อขุน-รามคำแหงแห่งสุโขทัย มาทรงร่วมปรึกษาหารือ (อรุณรัตน์ วิเชียรเขียว, ม.ป.ท.) พิเคราะห์ในเชิงภูมิศาสตร์แล้ว นพบุรี

ศรีนครพิงค์เชียงใหม่ หรือเรียกสั้นๆ ว่า เชียงใหม่ เป็นทำเลที่ตั้งเมืองที่มีความเหมาะสมยิ่ง ความเป็นพื้นที่ราบเชิงเขา มีความลาดเอียงจากเทือกเขาดอยสุเทพทางด้านตะวันตกสู่ลำน้ำปิงทางด้านตะวันออก ทำให้บริเวณโดยรอบมีความอุดมสมบูรณ์ทั้งดินและน้ำ เป็นแหล่งเกษตรกรรมของผู้คน ความลาดเอียงของพื้นที่ทำให้เมืองเชียงใหม่สมัยก่อนปลอดจากการถูกน้ำท่วม อีกทั้งการที่มีที่ตั้งใกล้กับแม่น้ำจึงทำให้ชาวเมืองได้ใช้ประโยชน์ทั้งเพื่อการบริโภค-อุปโภค และเพื่อเป็นเส้นทางในการค้าขายและสัญจรไป-มา


__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #52  
เก่า 27-01-13, 16:00
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

ชัยภูมิศาสตร์


การย้ายราชธานีจากกรุงธนบุรี ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยามาสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แสดงให้เห็นถึงสายพระเนตรที่ยาวไกลและความเข้าพระทัยในเรื่องของทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมอย่างล้ำเลิศแห่งองค์สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หลังจากทรงปราบดาภิเษกเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีเมื่อปี พ.ศ. 2325 พระองค์ได้โปรดให้มีการย้ายราชธานีดังที่กล่าวแล้วข้างต้น เหตุปัจจัยที่ทำให้พระองค์ตัดสินพระทัยย้ายราชธานี ส่วนใหญ่คือเหตุปัจจัยทางด้าน “ชัยภูมิศาสตร์” เกือบทั้งสิ้น เป็นต้นว่า ฝั่งตะวันตก (กรุงธนบุรี) มีลักษณะเป็นคุ้งน้ำ ชายฝั่งถูกกัดเซาะได้ง่าย ราชธานีซึ่งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาทำให้ข้าศึก (พม่า) รุกรานได้สะดวก การย้ายราชธานีมาอยู่ฝั่งตะวันออก ได้อาศัยลำน้ำเจ้าพระยาเป็นกำแพงธรรมชาติป้องกันพระนครได้สองด้าน ทั้งนี้กอร์ปกับราชธานีเดิมยากแก่การขยายให้กว้างขวาง เนื่องจากมีอารามขนาบอยู่สองด้าน (เจริญ ชัยชนะ, 2506)

กล่าวมาถึงจุดนี้ พอจะอุปมานได้แล้วสำหรับคำถามที่ตั้งไว้ 2 ประเด็นในตอนต้นว่า อะไรคือคำตอบที่ควรจะเป็น คำถามแรกคือ ระหว่างทำเล กับที่ตั้ง ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจจะพิจารณาอะไรก่อน เมื่อจะมีการก่อหรือการสร้าง คำตอบที่น่าจะเป็นและควรจะเป็นคือ “ทำเล”

การจะก่อหรือสร้างอะไรก็ตามเพื่อให้เกิดความสุขสบาย ความเจริญ มั่งคั่ง หรือความสงบร่มเย็นต้องพิจารณาสภาพแวดล้อมโดยรวมของพื้นที่เป็นเบื้องแรก จากนั้นจึงกำหนด “ที่ตั้ง” หรือตำแหน่งของสิ่งที่จะก่อหรือสร้างแล้วแต่กรณี สำหรับประเด็นคำถามที่ 2 ที่ว่าในการเลือกที่ตั้งตามโบราณอุบาย “ฮ้วงจุ้ย” และ “ชัยภูมิ” มีอิทธิพลมาจากเหตุปัจจัยทางภูมิศาสตร์บ้างหรือไม่ คำตอบที่น่าจะเป็นคือ มีแน่นอน ที่สามารถกล่าวยืนยันเช่นนี้เนื่องจากทั้ง 2 โบราณอุบายเน้นในความผสมกลมกลืน และความสมดุลทางธรรมชาติระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม (ทางกายภาพที่สำคัญ คือ ดิน น้ำ และอากาศ และทางชีวภาพ คือ พืชและสัตว์ ซึ่งทั้งหมดคือองค์ประกอบหลักของภูมิศาสตร์)
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #53  
เก่า 27-01-13, 16:02
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

การวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชื่อมโยงของโบราณอุบาย


สิ่งที่บทความนี้ประสงค์จะนำเสนอต่อไปคือ การวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชื่อมโยงของโบราณอุบายทั้งสองกับปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่มีต่อ “การสร้างบ้าน” หรือการสร้างที่อยู่อาศัยของมนุษย์ แม้โบราณอุบาย “ชัยภูมิ” ของไทยมิได้เน้นการออกแบบและวางผังอาคารไว้เป็นการเฉพาะเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้พักอาศัยด้วยความสุขสบาย สงบ และร่มเย็น (อาจรวมไปถึงความมั่งคั่งร่ำรวยด้วย) เหมือนโบราณอุบาย “ฮวงจุ้ย” ของจีน แต่การสร้างที่พักอาศัย รวมไปถึงอาคารลักษณะอื่นของคนไทยในอดีตล้วนมีความเกี่ยวพันกับสภาพทางภูมิศาสตร์ทั้งสิ้น

ด้วยหลักคิดพื้นฐาน การสร้างอาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาคารที่พักอาศัย หากได้มีการพิจารณาสภาพภูมิประเทศและสภาพภูมิอากาศของสถานที่นั้นอย่างถ่องแท้แล้วนำมาปรับสภาพให้เหมาะสมกับอาคาร ย่อมทำให้ ผู้อาศัยอยู่ได้โดยปราศจากอันตรายและสิ่งรบกวนที่อาจเกิดขึ้นตามธรรมชาติ สภาพทางภูมิศาสตร์ที่ต้องได้รับความสนใจเป็นกรณีพิเศษคือ ลมฟ้าอากาศ ซึ่งประกอบด้วย การแผ่รังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ อุณหภูมิ ลม และทิศทางของลม ฝน ความชื้น และแสงสว่าง (เวชสวรรค์ หล้ากาศ, 2549)

อุดมคติของโบราณอุบาย “ฮวงจุ้ย” ใน “การสร้างบ้าน” ก็เหมือนกับ “การแปงเมือง” กล่าวคือ ถ้าคำนึงถึงความสมดุลหรือความกลมกลืนกับธรรมชาติแล้ว ผู้คนที่อยู่อาศัยจะมีแต่ความสุขความเจริญ ด้วยเหตุนี้การสร้างบ้านของคนจีน รวมทั้งคนไทยเชื้อสายจีนที่ยังคงความเชื่อเรื่อง “ฮวงจุ้ย” จะต้องคำนึงถึง “ชี่” หรือพลังแห่งจักรวาล ซึ่งปรากฏทั้งในธรรมชาติและในตัวของมนุษย์ นี้หมายความว่าการสร้างอาคารไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ หรือเพื่ออรรถประโยชน์อันใดก็ตาม ต้องสร้างให้กลมกลืนกับพลังแห่งจักรวาลเช่น ต้องไม่สร้างขวางทางลม ขวางทางการไหลของกระแสน้ำ หรือแม้แต่การสร้างอยู่ในซอกหลืบที่มีสิ่งกีดขวาง มิเช่นนั้นจะทำให้ผู้อยู่อาศัยพบแต่ความอัปมงคล ไม่มีความสุขสบาย และไม่มีความเจริญก้าวหน้า สภาพการณ์เช่นนี้อาจนำไปสู่คำอธิบายที่ว่า อาคารร้านค้าที่เคยมีทำเลที่ตั้งเหมาะสม ธุรกิจเจริญก้าวหน้ามาโดยตลอด เมื่อมีการสร้างสะพานหรือทางยกระดับผ่านด้านหน้าของอาคารเหล่านั้น ทำไมธุรกิจจึงเสียหาย ไม่เจริญก้าวหน้าเหมือนก่อน (อย่างน้อยอาคารร้านค้าบริเวณสยามแสควร์เดิม และบริเวณสี่แยกสะพานควายก็น่าจะเป็นตัวอย่างอิทธิพลแห่งพลัง “ชี่” ตามโบราณอุบายของจีนได้เป็นอย่างดี)
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #54  
เก่า 27-01-13, 16:08
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

ความเป็นมงคลและอัปมงคลในการสร้างบ้าน

แท้จริงแล้ว คนไทยก็มีความเชื่อเรื่องความเป็นมงคลและอัปมงคลในการสร้างบ้านเช่นเดียวกัน เช่น ก่อนสร้างบ้านต้องมีการยกเสาเอก ถ้าเป็นบ้านที่ต้องมีบรรได ขั้นบรรไดต้องมีจำนวนเป็นเลขคี่ และถ้าจะให้อยู่ดีมีสุขต้องปลูกต้นขนุนไว้หลังบ้าน และต้นมะยมไว้หน้าบ้าน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจและน่าภูมิใจมากไปกว่านี้คือ ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่ได้ใช้ประสบการณ์และการเรียนรู้จากธรรมชาติมาเป็นประโยชน์ในการสร้างที่พักอาศัย ถามคนทั่วไปว่าบ้านทรงไทยมีรูปร่างลักษณะเป็นอย่างไร? เชื่อว่าทุกคนตอบได้ว่า เป็นบ้านที่ยกเสาสูง สร้างด้วยไม้ หลังคามีความลาดเทมาก และมีชานบ้าน เป็นต้น แต่ถ้าถามต่อไปว่าทำไมบ้านทรงไทยจึงมีลักษณะเป็นเช่นที่กล่าว? เชื่อเช่นเดียวกันว่าหลายคนอาจตอบหรืออธิบายไม่ได้ เพราะคนไทยมักชอบเห็นในสิ่งที่ตนเห็นมากกว่าการทำความเข้าใจในสิ่งที่ตนเห็น

ลักษณะบ้านทรงไทยดังที่กล่าวข้างต้นคือ ความสามารถของบรรพบุรุษในการสร้างที่อยู่อาศัยให้กลมกลืนกับธรรมชาติจะได้พักอาศัยอย่างสุขสบาย ไม่ต้องกลัวภัยธรรมชาติที่รุนแรง รบกวน ความที่ประเทศไทยของเราอยู่ในเขตอากาศร้อนและฝนตกค่อนข้างชุกและในปริมาณที่ค่อนข้างมาก การสร้างบ้านที่มีเสาสูงนอกจากเป็นการป้องกันภัยน้ำท่วมแล้ว ยังเป็นที่พักผ่อนที่เย็นสบายในเวลากลางวัน เนื่องจากมีลมโชยมาแทนที่อากาศร้อนที่ลอยตัวสูงขึ้นตามหลักกายภาพ การที่หลังคาบ้านมีความลาดเทมากก็เพื่อให้เกิดการระบายน้ำฝนได้อย่างดี เมื่อยามมีฝนตกหนักและที่บ้านทรงไทยใช้ไม้เป็นวัสดุที่สำคัญก็เพราะประเทศของเราเคยเป็น “เมืองไม้” มาก่อนนั่นเอง

มิใช่เฉพาะการสร้างบ้านหรืออาคารที่พักอาศัยเท่านั้น ภูมิปัญญาของบรรพชนที่สะท้อนให้เห็นถึงการเรียนรู้ธรรมชาติยังปรากฏให้เห็นได้ในรูปของศาสนสถาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศาลาการเปรียญและอุโบสถ อาคารทางศาสนาทั้ง 2 ลักษณะ สร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจหรือศาสนพิธีที่พุทธศาสนิกชนจำนวนหนึ่งไปรวมตัวกัน ความเป็นเมืองร้อนและเป็นเมืองฝนคือปัจจัยทางธรรมชาติที่มีอิทธิพลทำให้รูปลักษณ์ของศาลาการเปรียญ ซึ่งเป็นอาคารค่อนข้างใหญ่ เมื่อเทียบกับอาคารที่พักอาศัยมีความสูงโปร่งที่อากาศสามารถถ่ายเทได้จากทุกทิศทาง กรณีของอุโบสถมีลักษณะเป็นอาคารที่ผนังโดยรอบและมิดชิด เนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูป และสิ่งมีคุณค่าทางศาสนาอย่างอื่น ซึ่งโดยรูปลักษณ์ผู้เข้าร่วมศาสนกิจในอาคารเช่นนี้จะรู้สึกร้อนและอบอ้าว ตรงกันข้าม ผู้ที่มีโอกาสเข้าไปในอุโบสถจะมีความรู้สึกสงบและร่มเย็น (ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพลัง “ชี่” ซึ่งหมายถึง พลัง “ธรรมะ” ในตัวมนุษย์เอง) อันเนื่องมาจากความสามารถและความฉลาดของช่างโบราณที่สร้างอุโบสถให้มีหลังคาหลายชั้น ทำหน้าที่เป็นช่องระบายความร้อนของอากาศที่ลอยตัวสูงขึ้น อากาศที่เย็นกว่าจะเคลื่อนที่ผ่านช่องประตูและหน้าต่างของอุโบสถ สิ่งที่น่าเรียนรู้มากไปกว่านั้นคือการใช้วัสดุกายภาพประเภทหินอ่อนและหินแกรนิตเป็นพื้นหรือผนังอุโบสถ ยิ่งทำให้บรรยากาศภายในอุโบสถมีความสงบเย็นเพิ่มขึ้นอีก เพราะคุณสมบัติในการดูดซับความเย็นของวัสดุดังกล่าว
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #55  
เก่า 27-01-13, 16:09
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

บทวิเคราะห์และสรุป

จากสิ่งที่นำเสนอแล้วทั้งหมดข้างต้นมีประเด็นสำคัญที่สามารถใช้วิชาการทางภูมิศาสตร์อธิบายได้อย่างน้อย 3 ประเด็นดังนี้
  1. การเลือกทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมเพื่อการสร้างบ้านหรือแปงเมืองตามโบราณอุบาย “ฮวงจุ้ย” ของจีนและ “ชัยภูมิ” ของไทยล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานความรู้และประสบการณ์ทางภูมิศาสตร์ของบรรพชนทั้งสิ้น หลายคนอาจมองว่าทั้ง “ฮวงจุ้ย” และ “ชัยภูมิ” คือคติความเชื่อที่สืบทอดต่อกันมาเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรม แต่สำหรับบทความนี้ ซึ่งผู้เขียน

    มีพื้นฐานความรู้ทางด้านภูมิศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภูมิศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์และสิ่งแวดล้อมพิจารณาว่า โบราณอุบายทั้งสองคือศาสตร์และศิลป์ ที่พิจารณาว่าเป็นศาสตร์เพราะเป็นองค์ความรู้หรือความจริงที่สามารถอธิบายได้ในเชิงวิทยาศาสตร์ นอกจากข้อพิจารณาดังกล่าวแล้ว ความเป็นศาสตร์ของ “ฮวงจุ้ย” และ “ชัยภูมิ” คือการบรรจุเป็นกระบวนวิชาให้มีการเรียนการสอนในองค์กรและ/หรือสถาบันการศึกษา ที่พิจารณาว่าโบราณอุบายทั้งสองเป็นศิลป์ เนื่องจากมีการนำเอาความรู้ในเรื่องทำเลที่ตั้งนี้ไปใช้ประโยชน์ในทางปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความสุขสบาย ความสงบร่มเย็น และความเจริญมั่งคั่ง ด้วยการดำเนินชีวิตแบบเกื้อกูลไม่เอารัดเอาเปรียบธรรมชาติ
  2. “ฮวงจุ้ย” มีพื้นฐานมาจากแนวคิดที่หลากหลาย นอกเหนือจากแนวคิดเรื่องพลังจักรวาล “ชี่” เรื่องธาตุทั้ง 5 และทิศทั้ง 8 แล้ว อีกแนวคิดหนึ่งที่มีอิทธิพลอย่างมากในการเลือกทำเลที่ตั้งในปัจจุบันคือ “หยิน-หยาง” ซึ่งเป็นหลักปรัชญาของลัทธิเต๋าที่เชื่อว่า ความเป็นไปได้ในจักรวาลก่อเกิดและดำรงอยู่ภายใต้ความสมดุลของสรรพสิ่ง (สมเจตน์ แสงคำ ณ เวียงกำพู, 2550) สรรพสิ่งในจักรวาลล้วนมีการสลับสับเปลี่ยนอยู่เสมอ มีดวงอาทิตย์-กลางวัน ย่อมมีดวงจันทร์-กลางคืน มีร้อนย่อมมีหนาว มีความมืดย่อมมีความสว่าง เหล่านี้เป็นต้น ลักษณะตรงกันข้ามแบบทวิลักษณ์ที่คู่กันของหยิน-หยาง คือต้นเหตุแห่งการเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลล้วนมีหยิน-หยางใน***ส่วนที่ต่างกัน ในหยินจะมีหยางอยู่ส่วนหนึ่งและในหยางก็จะมีหยินอยู่ส่วนหนึ่งเช่นกัน เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมกันและกัน การมีหยินหรือหยางอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไปอาจทำเกิดความเดือดร้อน ความไม่เป็นสุข หรือความอัปมงคล หลักการของหยิน-หยางบอกให้รู้ว่าถ้าต้องการดำรงอยู่อย่างมีความสุขและมีความร่มเย็นอย่างแท้จริง ต้องยึดดุลยภาพหรือการถ่วงดุลระหว่างสรรพสิ่ง

    พิเคราะห์ในประเด็นดังที่กล่าวแล้วนี้เห็นว่าความรู้ทางวิชาการด้านภูมิศาสตร์ สามารถนำมาใช้อธิบายได้เช่นเดียวกัน กล่าวคือในทางภูมิศาสตร์มนุษย์ (Human Geography) เราพูดกันถึงความเป็นสังคมที่ยั่งยืน (Sustainable Society) ซึ่งหมายถึงสังคมที่มนุษย์และสิ่งแวดล้อมมีความเกื้อกูลกันไม่ทำลายกันและกัน ความเป็นสังคมที่ยั่งยืนต้องคำนึงถึงดุลยภาพขององค์ประกอบที่สำคัญของภูมิศาสตร์ทั้ง 4 ซึ่งประกอบด้วย ดิน น้ำ อากาศ และสิ่งมีชีวิตถ้าองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งหรือหลายองค์ประกอบถูกทำให้เสียสมดุล สังคมย่อมอยู่อย่างไม่สงบสุข และสังคมจะไม่เป็นสังคมที่ยั่งยืน
  3. ความสนใจที่ต้องการวิเคราะห์ในประเด็นสุดท้ายคือ แนวคิดทางภูมิศาสตร์ที่ทบทวนไว้แล้วในตอนต้น สามารถใช้อธิบายการเลือกทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมตามโบราณอุบาย “ฮวงจุ้ย” และ “ชัยภูมิ” ได้หรือไม่และอย่างไร?
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #56  
เก่า 27-01-13, 16:10
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

บทสรุป

“ฮวงจุ้ย” และ “ชัยภูมิ” ไม่น่าจะเป็นคติความเชื่อ เพราะความเชื่อคือความรู้อย่างหนึ่งที่มีการถ่ายทอดสืบต่อกันมา มีความถูกต้องและเชื่อถือได้ต่ำ เนื่องจากไม่มีหลักฐานหรือเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน แต่น่าจะเป็นศาสตร์ซึ่งหมายถึงความรู้ที่สามารถอธิบายให้เหตุผลได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หากไม่สามารถใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์อธิบายได้อย่างสมบูรณ์แต่โบราณอุบายทั้งสองดังกล่าวก็ยังมีคำอธิบายทางภูมิศาสตร์เป็นหลักฐานยืนยัน การยึดถือหลัก

“ฮวงจุ้ย” และ “ชัยภูมิ” ประกอบการตัดสินใจเลือกทำเลที่ตั้งไม่ใช่เรื่องของความเชื่องมงาย และไม่ใช่เรื่องของความคิดความวิตกที่ไร้สาระ ด้วยพื้นฐานหลักคิดของโบราณอุบายดังกล่าวที่ว่าการดำรงอยู่อย่างมีความสุขที่แท้จริงต้องอยู่บนฐานของดุลยภาพของสรรพสิ่ง ดังนั้นเมื่ออยากให้การอยู่อาศัยในอาคารบ้านพักมีแต่ความสุข ความสงบ และความสบาย ในทำนองเดียวกัน การดำเนินธุรกิจในอาคารร้านค้ามีแต่ความเจริญก้าวหน้าและทำมาค้าขึ้น การใส่ใจและให้ความสำคัญกับโบราณอุบาย “ฮวงจุ้ย” และ “ชัยภูมิ” จึงไม่ใช่สิ่งที่เสียหาย

ธรรมชาติคือความสมดุล เชื่อมโยงต่อจากความสมดุลคือ ความยั่งยืน การเลือกทำเลที่ตั้งเพื่อกิจการใดๆ หากให้มีความผสมกลมกลืนกับธรรมชาติ ไม่ทำสิ่งใดที่จะส่งผลให้สภาพแวดล้อมเสียสมดุล ความสุขที่แท้จริงและยั่งยืนย่อมเกิด ตรงกันข้ามการกระทำการใดๆ ก็ตามในพื้นที่ในลักษณะของการก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ เช่น การตัดป่าไม้บนภูเขาเพื่อสร้าง

รีสอร์ท การถมลำเหมือง (คลอง) ธรรมชาติเพื่อทำถนน และการสร้างสนามบินในพื้นที่รองรับน้ำ เหล่านี้เป็นต้น ไม่คนสร้าง ก็คนอยู่ หรือบางกรณีอาจเป็นทั้งคนสร้างและคนอยู่อาจไม่พบกับความสุขที่แท้จริงได้เลย


ที่มา ػ : ǧ
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 01:04


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่