อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > เบ็ดเตล็ด

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 07-01-13, 21:50
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default ตำราฮวงจุ้ย รวบรวมโดย เจียง

คำนำ

เนื่องด้วยอยากที่จะรวบรวมตำราฮวงจุ้ยขึ้นเป็นวิทยาทาน สำหรับ ทุกท่าน เพื่อเป็นวิทยาทาน

ในด้านการสร้างบ้าน จัดบ้าน จัดสถานที่ทำงาน ของท่านให้ถูกหลัก เพื่อ สุขภาพ และชีวิตที่ดีของท่าน

ดังจะกล่าวถึงต่อไป
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 5 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
พรรณวดี (09-01-13), พุทธรักษา (08-01-13), Eang (08-01-13), Jira (12-01-13), Rich (08-01-13)
  #2  
เก่า 07-01-13, 21:53
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับฮวงจุ้ย


ฮวงจุ้ย คืออะไร


"ฮวง" แปลว่า ลม หรือ ฟ้า "จุ้ย" แปลว่า น้ำ ฉะนั้นฮวงจุ้ย หมายถึงความสมดุลย์แห่งธรรมชาติ ที่เกี่ยวกับความเป็นอยู่และสิ่งแวดล้อมชีวิตมนุษย์เรา



ฮวงจุ้ยแบ่งออกเป็น 2 แบบ



แบบที่ 1 ฮวงจุ้ยคนเป็น คือ สิ่งที่มีชีวิต ก็คือที่อยู่อาศัย เรียกว่า ฮวงจุ้ยพลังหยาง พลังที่เคลื่อนไหว เช่น บ้าน สำนักงาน โรงงาน เป็นต้น



แบบที่ 2 ฮวงจุ้ยคนตาย คือ หลุมฝังศพ เรียกว่า ฮวงจุ้ยพลังหยิน พลังที่อยู่นิ่ง
ฮวงจุ้ย เป็นพลังธรรมชาติ มีการศึกษาและค้นคว้ามาเป็นเวลานาน จากตำราต่าง ๆ หลายเล่ม ได้ข้อสรุปดังนี้



หลักพื้นฐานของฮวงจุ้ย คือ:


1. เพื่อสงวนพลัง "ชี่" ที่เป็นประโยชน์รักษาเอาไว้
2. นำ "ชี" จากภายนอกมาสู่ภายในบ้านอาศัย เพื่อเสริมพลังให้กับชะตาชีวิต
3. แผนภูมิพลังชี่ของบ้านอยู่อาศัย เพื่อการจายพลัง "ชี" อย่างสมดุลย์และกลมกลืน ซึ่งจะให้ผู้อยู่อาศัยเกิดสุข และเพื่อส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ ให้กลมกลืนระหว่าง ผู้อยู่อาศัยร่วมกัน และยังทำให้เกิดสุขภาพที่ดีต่อผู้อยู่อาศัยด้วย

ศาสตร์แห่งวิชาฮวงจุ้ยได้ถูกสืบทอดกันมานับพัน ๆ ปี เป็นศาสตร์ที่พูดถึงเรื่องชัยภูมิที่ตั้งที่มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของ มนุษย์ เป็นเรื่องของปฎิกิริยาทางธรรมชาติที่ก่อเกิดสรรพสิ่งบนโลกนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างดวงดาวในระบบสุริยะจักรวาล พลังของกระแสแม่เหล็กโลก ที่มีอิทธิพลต่อโลก หรือที่ชาวจีนให้คำจำกัดความของฮวงจุ้ยว่า เป็นศาสตร์ที่พูดถึงฟ้า กับ น้ำ หลักพื้นฐานของฮวงจุ้ยจะให้ความสำคัญในเรื่องของความสมดุลเป็นหลักใหญ่ โดยมีความเชื่อว่า สิ่งที่ก่อกำเนิดขึ้นมา และสามารถดำรงอยู่ได้นั้น จะต้องอยู่ในสภาพหรือภาวะที่สมดุล เช่น อากาศที่หนาวจัดหรือร้อนจัด สิ่งมีชีวิตไม่สามารถอยู่ได้ แต่ถ้าความหนาวกับความร้อนมาเจอกันกลายเป็นความอบอุ่น ชีวิตจึงก่อเกิด สิ่งที่ตรงกันข้ามกันหรือแตกต่างกันและมีกำลังพอ ๆ กัน จะสนับสนุนซึ่งกันและกันเป็นสัจธรรม ที่แม้แต่ทางพุทธศาสนายังให้ยึดหลักทางสายกลางในการดำเนินชีวิต ไม่ทำอะไรที่มาก หรือน้อยเกินไป ชีวิตจึงจะสงบสุข



การเลือกตำแหน่งที่ตั้งในการดำรงอยู่ของมนุษย์ จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่ถูกวิวัฒนาการ มาตั้งแต่สมัยยุคหินมาจนถึงปัจจุบันนี้ มนุษย์รู้จักเลือกที่จะอยู่ใกล้น้ำ หรืออยู่ที่สูงมากกว่าอยู่ที่ต่ำ เพื่อที่จะได้มองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้รอบตัว เรียนรู้เรื่องทิศทางลม กระแสลม ฤดูกาล ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น น้ำขึ้น - น้ำลง ฝนตก พายุ แผ่นดินไหว มนุษย์ได้เดินทาง แสวงหาจนหาข้อสรุปได้ว่า ที่ใดเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด เพื่อที่จะตั้งถิ่นฐานที่ถาวร โดยไม่ต้องอพยพไปไหนอีกต่อไป



วิวัฒนาการในการเลือกตำแหน่ง ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป จนได้มีการรวบรวม และเก็บข้อมูล เป็นสถิติสืบต่อกันมา จนบัญญัติขึ้นมาเป็นตำรา และที่ได้รับการเผยแพร่ จนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง กลายเป็น ศาสตร์ อย่างหนึ่งในเวลาต่อมา เพราะฉะนั้น วิชาฮวงจุ้ย จึงไม่ใช่ศาสตร์ที่เร้นลับ งมงาย ไร้สาระแต่เป็นศาสตร์ที่มีเหตุผล เป็นเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติที่ มนุษย์สามารถสัมผัส และทำความเข้าใจได้ด้วยตัวเอง



ต่อไปนี้จะกล่าวถึงสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจเป็นพื้นฐานเบื้องต้นเกี่ยวกับ ศาสตร์แห่งฮวงจุ้ย ว่ามีอะไรบ้างที่เข้ามาเกี่ยวข้องในการทำไปพิจารณาเลือกซื้อบ้านและที่ดิน หยินหยางความสมดุลแห่งจักรวาล วิชาฮวงจุ้ยเน้นสภาพความสมดุลของธรรมชาติ ที่ก่อเกิดสรรพสิ่งเป็นหัวใจหรือพื้นฐาน ที่จะต้องทำความเจ้าใจเป็นอันดับแรก "หยิน" และ "หยาง" ถูกบัญญัติขึ้นเพื่อใช้แทนความหมายของสภาพนิ่งกับเคลื่อนไหว ที่สองสิ่งนี้จะต้องอยู่ร่วมกันจึงก่อกำเนิดชีวิตที่สมบูรณ์


โลกเราอยู่ได้ ต้องมีทั้งพื้นดินและพื้นน้ำ ดินก็คือ "หยิน" น้ำก็คือ "หยาง" นั่งเอง ธรรมชาติของดินต้องนิ่ง แน่น มั่นคง วันใดถ้าดินเคลื่อนไหวย่อมนำความพินาศ เพราะผิดธรรมชาติ ดินกลายสภาพเป็นหยินทำให้ขาดสมดุล หรือธรรมชาติของน้ำต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา วันใดถ้าน้ำอยู่ในสภาพที่นิ่ง ชีวิตก็อยู่ไม่ได้ ดังสุภาษิตโบราณที่ว่า "น้ำนิ่ง ปลาตาย" เพราะน้ำกลายเป็นหยิน สภาพความเป็นหยินอย่างเดียว หรือหยางอย่างเดียวไม่สามารถอยู่ได้ นี่คือความเป็นจริงที่ต้องทำความเข้าใจเป็นพื้นฐานของวิชานี้



สรรพสิ่งบนโลกจะต้องพึ่งพาอาศัยกันและกันเป็นวัฏจักรที่หมุนเวียนกันไป เป็นระบบนิเวศที่มีผลกระทบกันเป็นลูกโซ่ ปัจจุบันมนุษย์ได้มีการทำลายสภาพแวดล้อมของระบบนิเวศลงไปอย่างน่ากลัว ทำให้โลกขาดความสมดุล ธรรมชาติจึงแปรปรวนเกิดอาเพศนับครั้งไม่ถ้วน การตัดไม้ทำลายป่าเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนถึงการทำลายภาวะของความเป็น หยินและหยาง ต้นไม้ให้ความชุ่มชื้นความเย็น เพื่อสู้กับแสงอาทิตย์ที่แผดกล้า ทำให้อณุภูมิบนโลกอยู่ในสภาพที่สมดุล เมื่อต้นไม้ถูกทำลาย ความแห้งแล้งก็เกิดขึ้น จนกลายเป็นทะแลทรายส่งผลให้อณุภูมิบนโลกสูงขึ้น ยิ่งทำลายป่าไม้มากเท่าใดโลกก็จะร้อนขึ้นมากเท่านั้นฤดูกาลก็เปลี่ยนแปลง ไม่เป็นไปตามธรรมชาติอากาศแปรปรวน ก่อให้เกิดภัยร้ายแรงทางธรรมชาติ อย่างเช่นน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือละลาย เกิดน้ำท่วม อุทกภัย กระทบกันเป็นลูกโซ่ถึงสิ่งที่มีชีวิตอยู่บนโลก ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่าที่สูญพันธุ์ไปอย่างรวดเร็ว มนุษย์ที่ต้องเผชิญกับมลภาวะของอากาศเป็นพิษ โรคภัยไข้เจ็บ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นผลมาจากสภาพที่ไม่สมดุลทั้งสิ้น


ปัจจุบันโลกเต็มไปด้วยหยาง มีแต่ความวุ่นวาย หาที่สงบนิ่งแทบไม่ได้ เมืองใหญ่ ๆ ของโลกไม่ว่าจะเป็นที่ใดล้วนเต็มไปด้วยผู้คน การสัญจรไปมาบนท้องถนนที่แน่นขนัด แทบจะหาที่ว่างหรือที่เงียบสงบได้ยากเต็มที สวนสาธารณะที่ถือเป็นปอดของเมืองใหญ่ ก็มีอยู่น้อยนิดเมื่อเทียบ***ส่วนของพื้นที่ อิทธิพลของดวงดาว ศาสตร์แห่งฮวงจุ้ยให้ความสำคัญกับอิทธิพลของดวงดาวอย่างมาก เพราะถือว่าโลกเป็นส่วนหนึ่งของระบบสุริยะจักรวาล ที่มีดวงอาทิตย์เป็นประธานพร้อมดาวดวงอื่น ๆ อีก ๘ ดวง โคจรอยู่โดยรอบ ซึ่งถือเสมือนเป็นบริวารที่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน จึงมีผลกระทบถึงกันได้ กระแสแม่เหล็กหรือพลังที่ก่อให้เกิดแรงดึงดูดซึ่งกันและกันตามหลักดารา ศาสตร์ ดวงดาวทุกดวงในระบบสุริยะจักรวาล ที่มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง จะมีกระแสของพลังแม่เหล็กดึงดูดซึ่งกันและกัน การเดินทางของดวงดาวแต่ละดวงก็คือการโคจรรอบดวงอาทิตย์ ที่มีระยะเวลาหมุนรอบที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับระยะทางใกล้หรือไกลเป็นสำคัญ เพราะฉะนั้นอิทธิพลของดวงดาวจึงมีผลต่อโลก ชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลก จึงต้องได้รับผลการะทบจาก อิทธิพลของดวงดาวไปด้วย



โหราศาสตร์ของไทยก็ให้ความสำคัญเกี่ยวกับ อิทธิพลของดวงดาวในการพยากรณ์ด้วยเช่นกัน วิถีชีวิตของคนเราบางครั้ง จึงถูกกำหนดด้วยการโคจรของดวงดาว ดวงจะดีหรือไม่ดีก็จะต้องพิจารณาจากดาวที่จรเข้ามาในเวลานั้นจากการที่เรา ได้เคยได้ยินได้ฟังว่า ดวงชะตาของแต่ละคน ได้ถูกลิขิตเอาไว้แล้วว่าจะเดินไปอย่างไร ก็เป็นผลมาจากการคำนวณการเดินของดวงดาวนั่นเอง เพราะการเดินของดวงดาวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ดังเช่น โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ ๑ รอบ เรียกว่า ๑ ปี



โหราศาสตร์ บางครั้งจึงถูกว่าด้วยวิชาที่ว่าด้วยเรื่องของสถิติและการคำนวณ วงการวิทยาศาสตร์เอง ก็พยายามที่จะพิสูจน์ ศาสตร์แห่งการทำนายนี้อย่างมีเหตุผล โดยยึดหลักของดาราศาสตร์เรื่องของจักรวาลและการเดินทางของดวงดาว เช่น เชื่อกันว่าดาวหางฮัลเลย์วิ่งมาใกล้โลกเมื่อใด จะส่งผลกระทบกับโลก ก่อให้เกิดภัยพิบัติแก่ชาวโลกการที่มีคนเชื่อเช่นนั้น แสดงว่าได้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงในอดีตซ้ำแล้วซ้ำเล่า และได้มีการเล่าสู่กันฟัง จนกลายเป็นประวัติศาสตร์ที่บันทึกเอาไว้สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน จนสามารถที่จะทำมาเป็นบรรทัดฐานที่เชื่อถือได้ว่า เมื่อเกิดสิ่งนี้ จะมีผลออกมาอย่างไรเพราะฉะนั้น ดวงดาวจึงมีอิทธิพลต่อชีวิตของผู้ที่อาศัยอยู่บนโลกอย่างแน่นอนเพียงแต่ว่า จะมากหรือน้อยเท่านั้น ซึ่งหลังของฮวงจุ้ยจึงไม่อาจละเลยเรื่องนี้ได้



๕ ธาตุ ๘ ทิศ


ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับวิชาฮวงจุ้ยที่ต้องทำความเข้าใจก็คงจะหนีไม่พ้น เรื่องเกี่ยวกับธาตุและทิศ เพราะทั้งสองสิ่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำหนดชัยภูมิที่ตั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับบุคคลแต่ละคน ที่บางที่ไม่เหมาะกับคนบางคน แต่จะเหมาะกับอีกหลายคน เพราะฉะนั้นจึงต้องทำความเข้าใจเรื่องธาตุกับทิศเสียก่อน เพื่อที่จะได้เลือกที่ตั้งของตำแหน่งบ้านได้อย่างเหมาะสม


ผู้เขียน อ.ณัฐสุดา จันทนยิ่งยง

__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เกียงจูแหย : 08-01-13 เมื่อ 18:10

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 5 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
พรรณวดี (09-01-13), พุทธรักษา (08-01-13), Eang (08-01-13), Jira (12-01-13), Rich (08-01-13)
  #3  
เก่า 07-01-13, 21:54
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

อิทธิพลของทิศทั้ง 8 ตามศาสตร์แห่งฮวงจุ้ย

ทิศที่หนึ่ง คือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งสำคัญที่สุด นั่นคือเป็นทิศทางของพ่อบ้านหรือหัวหน้าครอบครัว ผล ที่แสดงออกมาไม่ว่าจะเป็นการเจ็บไข้ การเกิดอุบัติเหตุ การงานล้มเหลว การเกิดคดีความ หรือผลเสียอื่นๆย่อมไปตกอยู่กับพ่อบ้านหรือหัวหน้าครอบครัวเป็นอันดับแรก และถ้าเป็นอย่างนั้นคนอื่นๆในบ้านจะทำอย่างไร?

ผู้เขียนเคยไปบ้านพ่อ ของเพื่อนซึ่งเป็นคนใหญ่โตระดับจังหวัด ได้ยินมาว่าเสียชีวิตอย่างกะทันหัน นึกในใจว่าสงสัยถูกเวนคืนที่หรือพูดง่ายๆ ว่าถูกตัดที่ๆอยู่มายาวนานนั้นไปทำถนน โดยสังเกตจากเส้นทางเข้าบ้านถนนลาดยางยังมีร่องรอยที่เป็นของใหม่อยู่เลย และแน่นอนว่าทิศทางที่ถูกตัดก็คือทิศตะวันตกเฉียงเหนืออันเป็นทิศของพ่อนั่น เอง



ทิศที่สอง คือ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นทิศของบุคคลสำคัญอันดับที่สองของบ้าน นั่นคือแม่ ผู้ ให้กำเนิดลูกอบรมเลี้ยงดูลูกทุกคนให้มีสุขภาพ แข็งแรงพลานามัยที่สมบูรณ์ ถ้าขาดแหว่งไปก็เท่ากับ ทำให้แม่ซึ่งเป็นหลักในการอบรมเลี้ยงดูบุตรด้อยลงไปด้วย เช่นสุขภาพออดๆ แอดๆป่วยไข้บ่อยๆ เดี๋ยวเป็นนั่นเดี๋ยวเป็นนี่ ยิ่งในรายที่พื้นชะตาบ่งบอกถึงการผ่าตัดอยู่แล้ว ถ้าผสมกับ "ฮวงจุ้ย" ที่เสียในทิศของแม่เข้าไปอีก โอกาสผ่าตัดด้วยโรคในช่องท้อง เช่นมดลูก หรือการป่วยอื่นๆเช่นกระดูก ขา ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ก็เพิ่มมากขึ้นเพราะสภาพของพื้นที่ๆอยู่อาศัยเป็นพลังผลักดันให้รุนแรงยิ่ง ขึ้น


ทิศที่ 3 คือ ทิศตะวันออก เป็นทิศของลูกชายคนโต โดยปกติแล้วคนจีนถือว่าลูกชายคนหัวปี หรือคนโต เป็นพี่ชายใหญ่ที่ต้องดูแลปกครอง เป็นผู้นำในครอบครัวแทนหากผู้เป็นพ่อเสียชีวิตลง แม้การมอบหมายอาชีพก็พยายามอย่างยิ่งที่จะให้ลูกชายผู้สืบสกุล เป็นผู้รับมรดกตกทอด ถ้าทิศนี้ขาดแหว่งไปด้วยประการใดๆก็ตาม ผลที่เกิดก็จะไปส่งผลแก่บุคคลผู้เป็นลูกชายคนที่มีอายุมากที่สุดในบ้าน เช่นการเกิดอุบัติเหตุ ความล้มเหลวของกิจการ การขาดคนส่งเสริมโดยเฉพาะคนในครอบ ครัวเดียวกัน หรือความเจ็บไข้อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น


ทิศที่ 4 คือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นทิศของลูกสาวคนโตซึ่ง ในวันข้างหน้าจะเป็นผู้ดูแลทุกอย่าง ภายในบ้านแทนแม่ซึ่งแก่ชราลงไป ถ้าหากทิศนี้ขาด แหว่งไปเพราะเหตุอันใดก็ตาม บุคคลที่จะมารับเคราะห์ร้ายนี้ก็คือลูกสาวคนโตของบ้านนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ การเกิดอุบัติเหตุ การทะเลาะเบาะแว้งกับคนรอบข้าง และแม้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเงินก็ไม่ละเว้น


ทิศที่ 5 คือทิศใต้ ทิศนี้แทนตัวลูกสาวคนกลาง ถ้าหากทิศนี้ไม่สมบูรณ์ เช่นขาดแหว่งเสียหายไปจะด้วยเหตุใดก็ตาม ผลที่จะเกิดย่อมตกอยู่ที่ลูกสาวคนกลาง ทั้งเรื่องของอุบัติเหตุ หรือการเจ็บป่วยอื่นๆ รวมไปถึงเรื่องเสื่อมเสียเกียรติยศชื่อเสียงในแง่ชู้สาวอีกด้วย.


ทิศที่ 6 คือ ทิศเหนือ เป็นทิศที่แทนตัวลูกชายคนกลาง ถ้าหากทิศนี้ของบ้านถูกตัดแหว่งเสียหายเพราะเหตุใดก็ตาม ผลที่จะเกิดขึ้นเกี่ยวกับอาชีพ การทำมาหากินที่มีแต่อุปสรรค โรคภัยไข้เจ็บที่อยู่ส่วนบนของร่างกาย เช่น ศีรษะ ใบหน้า หรือลำคอทางเดินหายใจ เช่นภูมิแพ้ เหล่านี้ล้วนส่งผลต่อผู้เป็นลูกชายคนกลางทั้งสิ้น


ทิศที่ 7 ได้แก่ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นทิศที่แทนตัวลูกชายคนเล็ก นั่นก็คือ ถ้าหากด้านใดของบ้านที่อยู่ในทิศตะวันออกเฉียงเหนือขาดแหว่งเสียหาย ผลที่จะมาสู่บุคคลในบ้าน ก็คือลูกชายคนเล็กนั่นเอง ที่จะมารับเคราะห์กรรมนั้นแทนไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การวางแผนงานที่ล้มเหลว สุขภาพที่เสื่อมโทรม ล้วนมาลงที่ลูกชายคนเล็กทั้งสิ้น


ทิศสุดท้ายหรือทิศที่ 8 ก็คือทิศตะวันตก อันเป็นตัวแทนของลูกสาวคนเล็กหรือลูกสาวคน สุดท้องของครอบครัว เมื่อพื้นที่ในทิศนี้ขาดหาย ไปด้วยประการใดๆ ก็ตามผลที่จะเกิดก็ตกอยู่ที่ลูกสาวคนนี้ ทั้งเรื่องสุขภาพ อุบัติเหตุ รวมไปจนถึงชีวิตรักที่ต้องล้มเหลวลงอย่างไม่น่าที่จะเป็นไปได้

ผู้เขียน อ.ณัฐสุดา จันทนยิ่งยง

__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เกียงจูแหย : 08-01-13 เมื่อ 18:11

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 5 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
พรรณวดี (09-01-13), พุทธรักษา (08-01-13), Eang (08-01-13), Jira (12-01-13), Rich (08-01-13)
  #4  
เก่า 07-01-13, 21:55
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

เรื่องของฮวงจุ้ยกับพื้นที่ขาดแหว่ง


การปลูกบ้านในแต่ละยุคสมัย ล้วนมีข้อแตกต่างกันออกไปตามสิ่งแวดล้อม และความเปลี่ยนแปลงทางประเพณีวัฒนธรรมตามสมัยนิยม

เมื่อ ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป บ้านเรือนส่วนใหญ่มีการพัฒนารูปแบบจากเรือนไทยมาเป็นบ้านก่ออิฐถือปูน และหันมาเล่นกับรูปทรงบ้านแบบสากลนิยม บ้างก็พยายามออกแบบให้บ้านมีรูปทรงแปลกตา เล่นมุมเล่นระดับ ออกแบบบ้านให้มีเว้าบ้างแหว่งบ้างเพื่อให้ดูสวยงามทันสมัย แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ ไม่ใช่รูปทรงสี่เหลี่ยมตรงๆ เหมือนสมัยก่อน

รูปทรงแปลกๆ เหล่านี้ หากพิจารณากันตามศาสตร์แห่งฮวงจุ้ยแล้ว บ่อยครั้งที่พบว่าเป็นรูปทรงที่มีปัญหา การออกแบบให้บ้านมีเว้าบ้างแหว่งบ้างตามแต่ใจชอบนั้น หากวางตำแหน่งได้ถูกก็ดีไป แต่หากวางตำแหน่งผิด ก็อาจส่งผลร้ายให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านต้องเจ็บตัวหรือหมดตัวได้ ด้วยความที่ไม่รู้ว่ารูปทรงเว้าแหว่งนั้นให้โทษกับใครในครอบครัว มากหรือน้อยเพียงใด

ในบทนี้ ผู้เขียนจึงขอกล่าวถึงเรื่องพื้นที่ๆ แหว่งหรือขาดหายในทิศทางต่างๆ พร้อมทั้งวิธีแก้ไขเท่าที่จะสามารถทำได้


ทิศทั้ง 8 ตามศาสตร์แห่งฮวงจุ้ย จะมีความหมายแทนตัวบุคคลต่างๆ ในครอบครัว ดังนั้น การที่มีทิศใดแหว่งหรือขาดหายไป ก็ย่อมจะส่งผลไปถึงบุคคลนั้นๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จะมากน้อยเพียงใดอยู่ที่ขนาดของพื้นที่ๆ แหว่งหรือขาดนั้นด้วย โดยปกติไม่ควรขาดหายเกิน 1 ใน 4 ของพื้นที่ การขาดหายนี้นอกจากทำให้รูปทรงของบ้านเว้าแหว่งไปแล้ว รูปทรงที่เหลือของบ้านอาจกลายเป็นรูปของมีดปังตอ ซึ่งพร้อมที่จะ "สับ" เจ้าของให้แหลกไปได้โดยไม่รู้ตัว

ความงดงามในสายตาของสถาปนิกกับ ความหมายของ "ฮวงจุ้ย" มักจะมีความขัดแย้งกันบ้างถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้เสมอ แม้แต่การปลูกสร้างบ้านของไทยเรา ก็มีหลักเกณฑ์ข้อห้ามจำเพาะอยู่ไม่น้อย ถ้าเปรียบกับเรื่องของ "ฮวงจุ้ย" ก็ถือได้ว่าเข้าข่ายเดียวกัน คือเป็นเรื่องของการปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนให้อยู่แล้วเกิดความสะดวกสบาย เกิดความเจริญรุ่งเรืองตามมา จะนั่งจะนอนอย่างไรให้ดีไม่ป่วยไข้ไป มองเผินๆ อาจดูว่าไม่สำคัญอะไรนักหนา

แต่จากสถิติที่ผ่านมาทุกอย่างรอบๆ ตัวเรามีอิทธิพลไปหมดทุกเรื่อง นับแต่อากาศที่หายใจเข้าไปทั้งยามหลับและยามตื่น รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมเรา เช่น ไปนอนอยู่ห้องนอนถูกตัดแหว่งไปกลายเป็นพื้นที่ในลักษณะของคมมีด แล้วถ้าบังเอิญเราซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน เจ้าของกิจการไปนอนอยู่ที่ด้านของคมมีดเสียเอง โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุย่อมมีสูงกว่าปกติ และถ้าหากว่าดวงชะตาในช่วงนั้นมีปัญหาในเรื่องเลือดตกยางออกเข้าด้วย ก็เท่ากับเสียซ้ำสอง



การแก้ไขมีได้หลายวิธี เช่น เติมพื้นที่ให้เต็ม จะเป็นการก่อสร้างเพิ่ม หรือปลูกต้นไม้คลุมดินให้ได้แนวเต็มพื้นที่ๆขาดหายไป หรือทำหลังคาหรือกันสาดยื่นออกมาให้ได้แนวเต็มพื้นที่แค่นี้ก็สามารถแก้ไข ได้แล้ว ง่ายนิดเดียวเท่านั้นเองอย่าปริวิตกจนเกินเหตุ จำไว้ว่า "ไม่มีอะไรในโลกที่แก้ไขไม่ได้เว้นไว้เสียแต่ว่าฟ้ายังไม่เปิดเท่านั้น" เป็นสัจธรรมที่ต้องเผชิญด้วยตัวเองเท่านั้น ขอให้ผู้อ่านโชคดีทุกท่านค่ะ

__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
พรรณวดี (09-01-13), Eang (08-01-13), Rich (08-01-13)
  #5  
เก่า 07-01-13, 21:57
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

การพิจารณาพื้นที่หรือชัยภูมิ
ทำเลแห่งความเจริญก้าวหน้า

พื้นดิน ควรมีต้นไม้เจริญงอกงามอันแสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ที่จะเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคตคะถึงจะดูรกไปบ้าง แต่ก็แสดงถึงพื้นดินที่เหมาะแก่การเจริญก้าวหน้า ไม่ว่าจะมองในแง่ของการเกษตรหรือการเข้าอยู่อาศัย

ทำเลนำโชค

พื้นที่ที่เรียกกันว่าทำเลนำโชค คือ ด้านหลังมีเต่าดำ ขวามีเสือขาว ซ้ายมีมังกรเขียวข้างหน้ามีสายน้ำและหงส์แดง ถ้าจะเปรียบเทียบกับสมัยนี้ ก็คงไปหาสถานที่แบบนี้ไม่ได้แล้วเพราะไม่มีป่าเขาลำเนาไพรที่จะมาเป็นตัวแทนเต่าดำ มังกรเขียว หรือเสือขาวได้และถ้าสามารถจะหาได้จริงๆ ก็เห็นจะมีแต่เศรษฐีที่ร่ำรวยหลายพันหลายหมื่นล้านเท่านั้นที่จะมีไว้ในครอบครองได้เราจึงแทนเต่าดำ เสือขาว และมังกรเขียวด้วยตึกรามบ้านช่องที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงส่วนสายน้ำนั้นอาจจะเป็นสายน้ำธรรมชาติ หรือขุดขึ้นมาก็ได้คะ และในขณะเดียวกันอาจใช้ถนนแทนสายน้ำก็ได้เพราะถนนเป็นเส้นทางสัญจรที่นำโชคลาภมาให้เช่นเดียวกับสายน้ำ ถ้าเป็นพื้นที่ที่มีบริเวณกว้างขวางข้างหน้าจะมีหงส์แดง หรือเนินเล็กๆก็สามารถสร้างได้เช่นกัน แต่ถ้าบริเวณข้างหน้าแคบถ้าไปทำเข้า เกิดบังประตูบ้าน ก็เท่ากับไปบดบังโชคลาภ แทนที่จะดีกลับกลายเป็นเสียโชคลาภก็หดหาย ไม่มีทางเข้า เพราะถูกบดบังไว้หมด

ทำเลต้องห้าม

พื้นที่แตกระแหง

พื้นที่ที่แตกระแหงมีแต่อิฐหิน ดินแข็ง หรือกรวดทราย ยิ่งถ้าไม่มีต้นไม้ขึ้นอยู่เลย นั่นแสดงว่า เป็นพื้นที่เสื่อมสภาพหมดความอุดมสมบูรณ์แล้ว ไม่ควรเลือกซื้อ ยิ่งถ้าจะคิดซื้อไว้เพื่อทำการเกษตรยามสูงอายุด้วยยิ่งไม่สมควรเพราะไม่คุ้มค่าเงินที่จะต้องปรับปรุงเพื่อพัฒนาพื้นดิน อย่างน้อยแม้ไม่มีต้นไม้ใหญ่ก็ควรมีต้นหญ้าขึ้นบ้างก็ยังดีคะ

พื้นที่แฉะตลอดปี

พื้นที่ที่แฉะเกินไปและเป็นอยู่ชั่วนาตาปี นั่นแสดงว่ามี ตาน้ำ อยู่ข้างใต้ถ้าซื้อบริเวณกว้างมากพอที่จะปลูกบ้านในมุมอื่นก็ไม่เป็นไรแต่ถ้าซื้อแล้วกลายเป็นพื้นที่ที่ถูกบังคับว่าจะต้องปลูกบ้าน ทับตาน้ำแล้วละก็ ไม่สมควรซื้ออย่างยิ่งเพราะเท่ากับว่าปลูกบ้าน คร่อมตาน้ำ โอกาสที่บ้านจะทรุดหรือพังเพราะถูกกระแสแรงดันของน้ำนั้นมีสูงมากคะอีกประการหนึ่ง การที่เสาเข็มหรือเสาบ้านแช่อยู่ในน้ำ ก็จะทำให้คนในบ้านป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวกับขากระดูก ข้อเท้า เอ็น และเข่าได้ง่าย เพราะได้อิทธิพลของเสาบ้านที่แช่อยู่ในน้ำนั่นเอง

พื้นที่ด้านหน้าสูงกว่าด้านหลัง

พื้นที่ด้านหน้าไม่ควรสูงกว่าพื้นที่ด้านหลังเพราะเท่ากับบดบังโชคลาภที่จะเข้ามาไม่ให้เข้ามาได้โดยง่ายในยุคที่เศรษฐกิจเฟื่องฟูมีบ้านทรวดทรงแปลกๆเล่นระดับกันให้วุ่นวายและบางทีเด็กก็ได้อยู่ห้องที่สูงกว่าพ่อแม่เลยไปช่วยส่งเสริมให้เด็กกลายเป็นลูกบังเกิดเกล้าไปในที่สุดขณะที่ยุคสมัยเองก็นิยมความเป็นอิสระและเป็นตัวของตัวเองอยู่แล้วก็เลยไปคล้องจองกัน ทำให้เด็กขาดความนับถือในตัวผู้ใหญ่บางคนแทบจะเห็นพ่อแม่เป็นเพื่อนเล่นไปเลยได้ทั้งจากอิทธิพลของสังคมและตัวบ้านส่งเสริมกันใหญ่

พื้นที่เป็นแอ่งเป็นหลุม


พื้นที่ตรงกลางไม่ควรเป็นหลุมหรือเป็นแอ่ง หรือเป็นบ่อน้ำเก่าร้างมาแล้ว เนื่องจากจะกลายเป็นที่ทิ้งขยะมูลฝอยหรือของสกปรกลงไปหรือพื้นที่สาธารณะที่เดิมเคยเป็นห้วย หนอง คลอง บึง เมื่อเราไปปลูกอาคารบ้านเรือนทับก็เท่ากับว่าปลูกทับแอ่งน้ำร้าง หรือปลูกทับของสกปรกเน่าเหม็น เมื่อเข้าไปอยู่อาศัยชีวิตก็มีวันแต่จะร่วงโรยไม่เจริญก้าวหน้าเท่าที่ควรจะเป็น ข้อสำคัญที่พบเสมอก็คือ มีอาการป่วยโดยไม่รู้สาเหตุหรือถูกคุกคามทางด้านจิตใจเสมอคะ

พื้นที่ตรงทางสามแพร่ง

ไม่ควรเลือกพื้นที่ที่เป็นทางสามแพร่ง หรือมีถนนพุ่งตรงมาและวิ่งเข้ามาหาตัวบ้านพลังที่พุ่งเข้ามาอันเป็นพลังพิฆาต หรือพลังสังหาร จะเกิดเลือดตกยางออกได้โดยง่ายเช่น เกิดอุบัติเหตุรุนแรงอย่างคาดไม่ถึง



ปลูกบ้านโดดเดี่ยวเดียวดาย

ไม่ควรปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนอยู่โดดเดี่ยวเดียวดายไม่มีบ้านซ้ายขวาหน้าหลังอยู่เลย ทำให้ต้องโดดเดี่ยวเดียวดาย ไม่มีคนช่วยเหลือเวลามีปัญหาต้องต่อสู้ดิ้นรนด้วยตนเอง ไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ถ้ามองในแง่ภูมิศาสตร์เวลาเกิดลมพายุ ก็จะถูกกระแสลมพัดจนไม่อาจด้านทานได้คะ

พื้นที่มีประวัติ

พื้นที่เดิมที่เป็นที่เจ้าของหวง เช่น มรดกตกทอดที่เจ้าของดั้งเดิมยังคงยึดติดในความเป็นเจ้าของอยู่และมาหลอกหลอนจนต้องขายต่อมาหลายเจ้าของ จึงควรสืบประวัติให้ดีก่อนตัดสินใจซื้ออย่าไปเห็นแก่ราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อเพียงอย่างเดียวนะคะ

พื้นที่ที่เคยเป็นวัดร้าง เมรุเก่า สุสานเก่า โรงฆ่าสัตว์ ที่ที่เคยมีคนตายโหงมาก่อน หรือพื้นที่ที่เคยเป็นกองขยะทิ้งสิ่งปฏิกูลมาก่อนนอกจากความสกปรกของพื้นที่แล้ว วิญญาณที่ยังคงอาฆาตจองเวรโหยหาผู้มาช่วยชีวิตอาจหลงเหลือวนเวียนคอยหลอกหลอน หรือให้ร้ายให้โทษได้เช่นกัน เช่น เจ็บป่วยอย่างหาสาเหตุไม่ได้เกิดอุบัติเหตุอย่างไม่คาดฝัน หรือตายในลักษณะที่ไม่ใช่อย่างคนที่ตายปกติธรรมดา

พื้นที่ที่เคยเป็นสวนเกษตร แต่ยังมิได้หักร้างเก็บเกี่ยวพืชพันธุ์ให้หมดไปเมื่อเราไปปลูกบ้านคร่อมทับก็เท่ากับว่า ทับซากของตอไม้ รากไม้ที่ผุพังเข้าไปด้วยทั้งนี้รวมไปถึงก้อนหินน้อยใหญ่ที่ทับถมอยู่ในดินด้วย ก่อนปลูกสร้างก็ควรหักร้างถางพงให้หมดเสีย

ผู้เขียน อ.ณัฐสุดา จันทนยิ่งยง



__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เกียงจูแหย : 08-01-13 เมื่อ 18:13

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 4 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
พรรณวดี (09-01-13), พุทธรักษา (08-01-13), Eang (08-01-13), Rich (08-01-13)
  #6  
เก่า 07-01-13, 22:01
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

สร้างบ้านให้ถูกหลักฮวงจุ้ย


หน้าบ้านรับโชค

หน้าบ้านเป็นส่วนสำคัญที่สุดของบ้าน เพราะเป็นทางผ่านของโชคลาภ บานประตูหน้าบ้านต้องทำให้แข็งแรงทนทาน หากมีส่วนใดคดงอต้องรีบซ่อมแซมให้สมบูรณ์เหมือนเดิม และควรรักษาความสะอาดของหน้าบ้านอยู่ตลอดเวลา ไม่ควรปล่อยให้ใบไม้เ**่ยวแห้งหล่นเกลื่อนกลาด ไม่น่ามอง ทางฮวงจุ้ยดีก็จะทำเสริมสิริมงคลให้ตัวบ้านยิ่งขึ้น

ข้อต้องห้ามของห้องน้ำ

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นห้องสุขา แต่ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วระบุข้อห้ามไว้ไม่น้อยเหมือนกัน อาทิ ห้ามตั้งห้องน้ำอยู่กลางบ้าน เพราะจะทำให้คนที่อาศัยอยู่ในบ้านเจ็บป่วยเกี่ยวกับเรื่องท้องไส้ ซึ่งอาจจะเกี่ยวพันกับสุขอนามัยด้วย อีกทั้งห้ามตั้งห้องน้ำหรือประตูห้องน้ำตรงกับประตูบ้าน เพราะเมื่อเปิดประตูบ้านควรจะได้พบกับสิ่งสวยงามมากกว่าที่จะมาเจอห้องน้ำเลย

แต่งบ้านด้วยรูปภาพน้ำตก

ภาพวาดที่นำมาประดับประดา นอกจากความสวยงามแล้วยังแฝงความหมายอันเป็นมงคลอีกด้วย เช่น ภาพน้ำตก เชื่อว่าเป็นการเสริมโชคลาภ และกระแสน้ำต้องไหลในทิศทางที่เข้าสู่ตัวบ้านจึงจะถือว่าเป็นมงคล ถ้ากระแสน้ำไหลออกนอกบ้าน จะทำให้โชคลาภไหลออกจากบ้านหมด

หน้าต่างเป็นสิ่งที่คุณจะต้องวางตำแหน่งไว้ให้ดี

เพราะว่ามันเป็นช่องทางที่จะนำสิ่งดีและสิ่งร้ายมาให้ได้ในขณะเดียวกัน อย่างเช่น ไม่ควรหันหัวเตียงให้ชนหน้าต่างเพราะจะทำให้ฝุ่นควัน รวมทั้งแสงสว่างเข้ามารบกวนการนอน หากลักษณะห้องบังคับให้ใช้ผ้าม่านบังไว้
หน้าต่างที่ถูกหลักควรจะเปิดออกไปข้างนอก เป็นรูปแปดเหลี่ยมหรือวงกลม ซึ่งอาจจะเสริมฮวงจุ้ยด้วยการวางต้นไม้เล็กๆ ไว้ที่ริมหน้าต่าง หรือแขวนกระดิ่งลมไว้ก็ได้เพื่อเสริมดวง นอกจากนี้ถ้าหน้าต่างหรือกระจกมีการแตกร้าวต้องรีบเปลี่ยนและซ่อมแซม เพราะจะทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งบาดหมางใจขึ้นมาได้


ต้นไม้เป็นตัวแทนความเจริญเติบโตของบ้าน

ศาสตร์ของฮวงจุ้ยมีความเชื่อว่า ต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิต เป็นเป็นตัวแทนของพลังชี่ภายในบ้าน ดังนั้น ไม่ควรมีต้นไม้ใหญ่ปิดทางเข้าบ้าน ไม่ควรปลูกต้นไม้ เช่น ไผ่ กระถิน รกครึ้มจนมองไม่เห็นตัวบ้าน และหากต้นไม้ที่บ้านล้มหรือเอียง ตายทั้งยืนต้นให้จัดการโค่นทิ้งแล้วปลูกใหม่จะดีกว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าอยู่ชิดบ้านเกินไป นอกจากจะทำให้บ้านทรุดเร็วแล้ว ก็จะทำให้คนที่อยู่ในบ้านรู้สึกอึดอัด อยู่บ้านไม่สบายเท่าที่ควร

ประตูบ้านถือเป็นสิ่งสำคัญตามหลักฮวงจุ้ย

โดยถือว่าเป็นทางเข้าออกของพลังชี่หรือลม และเป็นเส้นทางของการนำเงินทองเข้า มาสู่ชีวิตด้วย ดังนั้นให้หลีกเลี่ยงการตั้งประตูหน้าต่างในแนวเดียวกัน อย่ามีต้นไม้ใหญ่มาขวางหน้าบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้ามทำซุ้มประตูเลียนแบบศาลเจ้า เน้นให้วงกบตรงไม่คดงอและทำกันสาดยื่นกันแดดออกมาเล็กน้อย จะทำให้บ้านรับเงินทองดี

บันไดตามหลักฮวงจุ้ยนั้นคือการเคลื่อนไหวภายในบ้า

อย่างเช่นบ้านโมเดิร์นสมัยนี้ที่นิยมการเล่นระดับ รู้ไหมว่าจะทำให้การเคลื่อนไหวภายในบ้านมีมากจนเกินความจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่บันไดมุ่งลงทางต่ำกว่าทางเข้าบ้าน ซึ่งจะมีผลให้ชีวิตมีรายได้ที่ลดต่ำลงนั่นเอง ในอีกลักษณะหนึ่งคือบันไดไม่ควรมุ่งตรงมาทางประตูบ้าน เพราะจะทำให้เงินทองไหลออกได้เช่นกัน หากไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ ให้ใช้ฉากกั้นทางขึ้นบันไดแล้วคุณเดินอ้อมสักนิด หรือตั้งลูกแก้วบังทิศทางของบันไดไว้ก็สามารถบรรเทาได้เช่นกัน

ทางเข้าบ้านที่เหมาะสม

ทางเข้าบ้านไม่ควรทำเป็นทางลาดเทออกไป จะทำให้พลังชี่ไหลเวียนออกไปจนหมด แล้วยังทำให้โชคดีและเงินทองถ่ายเทไหลออกไปด้วย
ส่วนทางเข้าบ้านที่มีความแคบหรือกว้างเกินไปก็ไม่ดีเช่นกัน ถือว่าไม่เป็นมงคล ดังนั้น การออกแบบสร้างบ้านจะต้องดูทางเข้าให้ได้***ส่วน และกลมกลืนกับขนาดพื้นที่ของบ้านด้วย


โคมไฟเสริมฮวงจุ้ย

บ้านที่มีบรรยากาศซบเซา การติดโคมไฟประดับเพิ่มเติมสามารถช่วยให้บ้านสดชื่นขึ้นได้ อย่างเช่น ถ้าทางเข้าบ้านแคบให้ติดโคมไฟตามแนวทางเข้าจะช่วยให้คนในบ้านมีเรื่องดีๆ เข้ามาในชีวิต หรือติดโคมไฟตามระเบียงและดาดฟ้า นอกจากจะช่วยป้องกันโจรแล้ว ยังทำให้พลังชี่เข้ามาในบ้านในยามค่ำคืนอีกด้วย
สำหรับห้องนอนไม่ควรติดโคมไฟไว้ที่หัวนอน เพราะจะรบกวนการพักผ่อนให้ตั้งไว้มุมห้องและเลือกหลอดที่ให้แสงสลัวเพื่อผ่อนคลาย


นาฬิกาไม่ใช่แค่สวย

นาฬิกาถือเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตที่ดำเนินไป และยังแฝงนัยแห่งความสำเร็จก้าวหน้าด้วย ถ้าในห้องหนึ่งมีมากกว่า 2-3 เรือน ถือว่ามากเกินไปไม่สมดุลกับตัวห้อง ตำแหน่งที่ดีควรอยู่ซ้ายมือของคุณ (หันหน้าออกนอกบ้าน) และนาฬิกาทรง 6 เหลี่ยม และ 8 เหลี่ยม ถือเป็นรูปทรงที่เสริมมงคลโชคลาภ


สร้างบ้านดี สร้างบ้านสวย งบไม่บานปลาย คือจุดหมายของทุกคน

ท่านสามารถอ่านบทความนี้ได้ที่ ���ҧ��ҹ���١��ѡ�ǧ���� www.seal2thai.org
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 4 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
พรรณวดี (09-01-13), พุทธรักษา (08-01-13), Eang (08-01-13), Rich (08-01-13)
  #7  
เก่า 07-01-13, 22:09
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

10 เทคนิคปรับ "ฮวงจุ้ย" โต๊ะทำงานให้สมดุล (Momy Pedia)

1. ตำแหน่งโต๊ะทำงานที่ดี อย่าง แรกให้ดูที่ตำแหน่งด้านหลัง เพราะทางฮวงจุ้ยข้างหลังถือว่าข้างหลังหมายถึงความมั่นคง ถ้านั่งหันหลังให้กระจกซึ่งเป็นวัตถุที่มีการสะท้อนอยู่ตลอดเวลา แสดงว่าหน้าที่การงานของคุณไม่แน่นอนแล้วนะคะ ทางแก้คือหามู่ลี่มาปิดทับบริเวณด้านหลังให้ทึบอยู่ตลอดเวลา หรือถ้ามีตู้ทึบอยู่ด้านหลังก็พอจะช่วยได้ แต่ถ้าจะให้ดี ควรนั่งหันหลังให้กำแพงและหารูปภาพมาติดไว้ตรงบริเวณด้านนี้ โดยเลือกที่มีความหนักแน่น เช่น ภูเขา ส่วนทิศทางตำแหน่งของการนั่งนั้น ถ้าเป็นห้องส่วนตัว ควรตั้งโต๊ะไว้ในลักษณะที่จะสามารถมองเห็นคนที่เข้ามาในห้องได้อย่างชัดเจน

2. พยายามหลีกเลี่ยงการตั้งโต๊ะทำงานตรงกับประตู เพราะ จะถูกนินทาว่าร้ายเอาได้ และไม่ควรนั่งหลังลอยหรือนั่งหันหลังให้ประตู เพราะอาจถูกแทงข้างหลังจากเพื่อนร่วมงานได้ค่ะ แต่ถ้าหากเลี่ยงไม่ได้ควรหาฉากหรือต้นไม้มาคั้นระหว่างประตูหรือโต๊ะทำงาน

3. ไม่ควรให้โต๊ะทำงานหันไปชนกับมุมเสา เพราะจะทำให้เจอแต่เรื่องไม่ค่อยดี ถ้าหลีกเลี่ยงได้ให้หาคริสตัลมาวางสะท้อนพลังงานด้านลบออกไป

4. หันโต๊ะทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ถ้า คุณต้องนั่งรวมกับคนอื่น ควรพยายามหันโต๊ะทำงานไปในทิศทางเดียวกัน และหลีกเลี่ยงการหันหน้าโต๊ะเข้าหากัน เพราะเดี๋ยวจะเม้าท์กันเพลินจนลืมทำงาน (แทนที่งานจะรุ่ง เดี๋ยวจะถูกเจ้านายเพ็งเล็งเอา)

5. แก้เคล็ดหากนั่งใต้คานถ้า ใครที่นั่งใต้คานจะส่งผลให้คนๆ นั้นมีความเครียดสูง การงานไม่ราบรื่น หรือทำงานผิดพลาดได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณอยู่ในแผนกบัญชีหรือการเงิน อาจจะส่งผลเสียต่อองค์กรเป็นอย่างมาก ทางแก้ไขมีหลายแบบ แต่ที่ง่ายที่สุด คือการใช้คานให้เป็นประโยชน์ด้วยการแขวนนาฬิกา หรือติดหลอดไฟไว้ใต้คาน

6. วางของสูงที่มุมโต๊ะด้านซ้าย ที่ด้านซ้ายของโต๊ะทำงาน เป็นตำแหน่งแห่งอำนาจในการทำงาน ให้วางของที่มีความสูงมากที่สุดเอาไว้มุมนี้ เช่น หน้าจอคอมพิวเตอร์ ชั้นวางเอกสารสูงๆ และควรที่จะมีต้นไม้เล็กๆ วางไว้ข้างจอคอมพิวเตอร์ จะเป็นต้นตะบองเพชร เฟิร์น เพื่อเป็นการลดความแรงของสนามแม่เหล็กจากจอคอมพิวเตอร์

7. ของที่ควรหลีกเลี่ยงบนโต๊ะทำงาน ควรหลีกเลี่ยงของตกแต่งบนโต๊ะทำงาน หรือรูปภาพที่เป็นรูปสัตว์ในสิบสองปีนักกษัตร เช่น หนู งู ม้า ไก่ ลิง ฯลฯ เพราะสิ่งที่เราตั้งอาจกลายเป็นการชงปะทะกันเองกับปีเกิดของตัวเอง หรือผู้ที่มาติดต่อโดยไม่รู้ตัว ถ้าที่ดี (ทางแก้ไขแนะนำให้ตรวจสอบในตารางของคลังคู่มิตรปีเกิด)

8. ของที่เหมาะกับด้านขวาของโต๊ะ ซึ่งเป็นตำแหน่งของการประสานงาน ความราบรื่น ให้วางพวกข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่มีความสูงน้อยไว้ในส่วนนี้

9. เสริมพลังตรงด้านหลังของโต๊ะ หากมีชั้นหรือมีพื้นที่วางของได้ ให้หา "เต่าคริสตัล" มาวาง เพื่อเป็นการกระตุ้นพลังงานด้านการสนับสนุน และความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

10. ดูดซับพลังงานตรงด้านหน้าของโต๊ะ ตรงนี้ถือเป็นจุดรับพลังงานต่างๆ ที่จะไหลเข้ามาสู่โต๊ะโดยตรง ให้หาแก้วน้ำใส่น้ำและหินเก๋ๆ มาวางประดับอะไร เพื่อดูดซับพลังงานที่ดี
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
พรรณวดี (09-01-13), Eang (08-01-13), Rich (08-01-13)
  #8  
เก่า 07-01-13, 22:23
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

15 หลักเรื่องฮวงจุ้ย ในที่ทำงาน

1. โต๊ะทำงานของเจ้าของกิจการหรือผู้บริหาร ถ้าอยู่ในตำแหน่งที่ดีจะส่งผลให้ธุรกิจที่ทำอยู่ประสบความสำเร็จ จึงควรนั่งอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจในการควบคุมมากที่สุดคือ ตรงมุมห้องที่ทแยงกับประตูทางเข้าห้องทำงาน

2. สำหรับพนักงานทั่วไป ควรเลือกโต๊ะที่ทแยงมุมกับประตูมากที่สุดเช่นกัน แต่ต้องเห็นประตูและไม่หันหลังให้ประตู เพราะเชื่อกันว่าเพื่อนร่วมงานจะแทงข้างหลัง

3. ตำแหน่งของมุมทรัพย์ หรือมุมร่ำรวยมั่งคั่ง เมื่อเข้าห้องไปแล้วจะอยู่มุมซ้ายมือสุด ถ้ามี รูปปั้นเสือขาว ตั้งอยู่ในห้องทำงานก็ยิ่งจะส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงในธุรกิจที่ประกอบ อยู่

4. บรรยากาศภายในห้องทำงาน ควรจัดแต่งให้มีแสงสว่างและควรจัดดอกไม้ หรือแขวนรูปภาพ เพื่อเพิ่มบรรยากาศภายในห้องทำงานให้แลดูสดใส มีพลังและมีชีวิตชีวา ยามเหนื่อยล้าจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดได้ด้วย

5. ถ้านั่งทำงานเผชิญหน้ากับเสา ที่เรียกว่า มุมเสาศรพิฆาต ให้ทำลายพลังอัปมงคลด้วยแท่งคริสตัล ว่ากันว่า การหา รูปหล่อสิงห์หรือคริสตัลรูปมังกร มาตั้งไว้ที่ด้านซ้ายของโต๊ะทำงาน จะช่วยแก้การนินทาว่าร้ายของเพื่อนร่วมงานได้เช่นกัน

6. โต๊ะทำงานควรเป็นโต๊ะที่ด้านล่างปิดทึบทั้งสามด้าน และการจัดโต๊ะให้ยึดหลัก ซ้าย (มังกร) ต้องสูงกว่าขวา (เสือขาว) เช่น จอ Monitor กองเอกสารควรอยู่ซ้ายมือ ปากกา Mouse มุมอุปกรณ์ที่มีส่วนไม่สูงมากควรวางอยู่ด้านขวามือ

7. Screen Server ไม่ควรมีรูปเป็นมุมแหลมหรือ X-Cross ควรเป็นรูปปลาว่ายน้ำเคลื่อนไหวตลอดเวลาเป็นดีที่สุด

8. ควรมี ต้นไม้เล็กๆ บริเวณ Monitor เพื่อลดความเข้มของสนามแม่เหล็ก และหาพืชขนาดกะทัดรัดที่สามารถปรับสภาพอากาศให้ดีมาตั้งไว้ตรงโต๊ะทำงาน หรือตามมุมห้องต่างๆ เช่น ต้นเงินไหล บอสตันเฟิร์น หรือฟิโลเดนดอล เป็นต้น

9. เก้าอี้ ควรใช้แบบไม่มีล้อ และพนักพิงหลังสูง

10. ถ้าเป็นห้องทำงานส่วนตัว ก็ให้ตั้งตัวมังกรไว้ที่ริมผนังห้องด้านซ้ง หันหน้าไปทางประตู) สิ่งสำคัญคือ หันมังกรออกด้านนอก อย่าหันใส่ตัว ส่วนการเลือกขนาดมังกรให้ดูเหมาะสมกับสถานที่เป็นหลัก

11. ลักษณะโต๊ะทำงานทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเหมาะสมที่สุด โต๊ะทรงกลมจะทำให้นั่งทำงานได้ไม่นาน เหมาะกับการประชุมมากกว่า

12. โต๊ะรูปตัวแอล L เหมาะกับพนักงานที่ทำงานใช้ความคิดเยอะ ด้านฐานของตัว L ที่เป็นตำแห่งไกลตัวคนนั่งที่สุดควรใช้วางคอมพิวเตอร์ (รูปประกอบ) เพราะคอมพิวเตอร์ทำให้เราไม่ค่อยสื่อสารกับคนอื่น

13. ควรเปิดหน้าต่างให้แสง สว่างจากธรรมชาติเข้าสู่ห้องทำงานบ้าง นอกจากจะประหยัดไฟแล้ว ยังทำให้อากาศถ่ายเท รู้สึกมีชีวิตชีวา แถมร่างกายได้รับวิตามินดีอีกด้วย เพราะคนทำงานใต้ฟลูออเรสเซนต์มากๆ จะทำให้สมองล้า ร่างกายอ่อนแอ ปวดหัวง่าย สายตาเสีย และเป็นบ่อเกิดของความเครียดในที่สุด

14. ระวังอย่าจัดโต๊ะคอมพิวเตอร์ไว้ใกล้หน้าต่างเกินไป เพราะจะทำให้แสงสะท้อนจากหน้าจอเข้าตาได้

15. การใช้สีใน ที่ทำงานควรมีความสมดุลของแต่ละธาตุ เช่น สีเขียวของธาตุไม้ หมายถึงการเติบโตและการพัฒนา สีแดงของธาตุไฟ หมายถึงการขยับปรับเปลี่ยนเคลื่อนไหว กระฉับกระเฉง สีเหลืองของธาตุดิน หมายถึงความฉลาด มีปัญญา และมีเหตุผล สีน้ำตาลของธาตุดิน หมายถึงความมั่นคง สีขาวของธาตุเหล็ก หมายถึงการเริ่มต้นที่สดใส และสีดำของธาตุน้ำ หมายถึงการค้นหาความลับ

เรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของ แต่ละบุคคล แต่หากมองอย่างเปิดใจให้กว้าง นี่เป็นโอกาสดีที่คุณจะขจัดสิ่งสกปรกออกจากโต๊ะและห้องทำงานเสียที และถ้าได้ทำงานในสภาพแวดล้อมดีๆ มีหรือหัวจะไม่แล่น ว่าไหมล่ะ
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
พรรณวดี (09-01-13), Eang (08-01-13), Rich (08-01-13)
  #9  
เก่า 07-01-13, 22:40
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

ซื้อบ้านหัวมุม-ซอยตันร้ายจริงหรือ?

ในตำราฮวงจุ้ยส่วนใหญ่มักกล่าวไว้ ตรงกันว่า การอยู่อาศัยในบ้าน ที่อยู่ตรงกับหัวมุมถนนและบ้านซอยตันจะทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยภายในบ้านหลัง นั้นมักอับโชค อยู่แล้วไม่เจริญรุ่งเรือง แต่ไม่ค่อยมีตำราฮวงจุ้ยเล่มไหนให้ความจริงได้กระจ่างแจ้งนัก มี แต่เขาเล่าว่าเชื่อตามๆกันมาทั้งนั้น

หากพิสูจน์ด้วยหลักวิชาฮวงจุ้ยชั้นสูงแล้ว พบว่ามีเหมือนกันที่บ้านบางหลังอยู่ตรงหัวมุม เป็นบ้านซอยตัน บ้านสุดซอย แต่กลับอยู่อาศัยแล้วยิ่งรุ่งเรือง ตรงนี้ผู้เขียนเคยเจอมากับตัวเองและพยายามที่จะหาคำตอบให้ได้ว่าเหตุใดจึง เป็นเช่นนั้น ในที่สุดก็ถึงบางอ้อจนได้ว่า ปัจจัยที่ทำให้บ้านที่อยู่ตรงหัวมุม ทางสามแพร่ง ซอยตัน บ้านสุดซอย ยิ่งอยู่ยิ่งเจริญรุ่งเรืองนั้นเกิดจากพลังงานของดาวประจำยุค ซึ่งจะเคลื่อนย้ายตำแหน่งทุกๆ 20 ปี ส่งพลังงานดีๆเข้ามากระตุ้นในทิศนั้น

ดังนั้นหากมองภาพให้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีกก็คือ ต้องดูว่าตำแหน่งของบ้านที่อยู่ตรงหัวมุม ซอยตัน สุดซอย อยู่ในทิศทางใด ใน 20 ปีนั้นทิศทางดังกล่าวมีพลังงานที่ดีๆเข้ามากระตุ้นหรือไม่

หากอ่านให้ดีๆจะพบว่าในตำราฮวงจุ้ยส่วนใหญ่มักกล่าวเรื่องบ้านหัวมุม บ้านซอยตัน บ้านสุดซอยในมุมร้ายๆโดยไม่มีทางแก้ไขอื่นใดนอกจากต้องติดกระจกยันต์แปด ทิศ-โป๊ยข่วย สิงห์คาบดาบ กระจกนูนที่เขียนคำว่าฮกกลับหัวอักษรลง ซึ่งมีความหมายว่าดี ผู้เขียนมองว่าไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะหากตำแหน่งที่ตรงนั้นไม่มีดวง หมายถึงเป็นจุดชุมนุมพลังดาวร้ายๆ หรือตั้งอยู่ในมุมเสียทางฮวงจุ้ย เช่น มุมโทษภัย อสูรร้าย ทิศห้าผี ทิศสูญสิ้นแล้ว ก็ต้องปรับพลัง งานภายในสถานที่ช่วย

อันที่จริงบ้านที่อยู่สุดที่ของบ้านจัดสรรหากมองให้ดีๆแล้วผู้เขียนมองว่า ได้รับประโยชน์แม้ว่าราคาจะแพงสักหน่อย แต่ตรงนั้นก็สามารถสร้างสวนสวยๆให้รับพลังที่ดีๆได้ เพียงแต่บ้านสุดที่หรือซอยตันมีเรื่องที่ต้องระวังคือ ตำแหน่งของประตูทางเข้าต้องปรับให้ได้พลังองศาที่ดีเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องปรับอะไรอื่นนอกจากนี้

หากจะให้ปรับเรื่องพลังงานอีกก็อาจหากระถางอ่างน้ำล้นมาตั้ง บริเวณรอบๆกระถางอ่างน้ำล้นให้ยกพื้นสูงขึ้น ข้างบนวางกระถางอ่างน้ำล้น-น้ำริน รอบๆปลูกต้นไม้ใบที่มีสีสันสดใสตัดกัน ใช้พลังสีเข้ามาช่วยก็สามารถดึงดูดพลังที่ดีๆให้เข้ามาสู่บ้านที่อยู่อาศัย ได้

เช่นเดียวกับบ้านที่อยู่ตรงกับหัวมุมหรือตรงจุดที่มีทางพุ่งตรงเข้ามา ตรงนี้หัวมุมอาจต้องระวังอย่าทำประตูเล็กเข้าออกทางทิศนี้ แม้ประตูเล็กก็มีผล อาจปรับแต่งบริเวณดังกล่าวให้เป็นสวนแทนจะดีกว่า และห้ามติดระฆังลมโมบายในมุมทิศดังกล่าว โบราณเชื่อว่าบ้านที่อยู่ตรงกับหัวมุมหรือทางแยก ทางที่พุ่งตรงมานั้นมีโอกาสสูงที่จะตรงเข้ากับประตูผีอันเป็นประตูที่เชื่อม โยงกับประตูโลกวิญญาณ การติดระฆังลมโมบายไว้ทิศดังกล่าวจึงเป็น การเชิญชวนให้วิญญาณร้ายเข้ามาสู่บ้านโดยที่คุณไม่รู้ตัวก็เป็นได้

ถ้าจะให้ดีมากขึ้นคือ ให้ทากำแพงรั้วให้มีสีสันสดใสสังเกตได้ง่าย หรือติดไฟส่องสว่างในมุมทางที่พุ่งมานั้น หรือจะให้ดีมากขึ้นคือ อย่าทำรั้วทึบ ให้ทำโปร่งๆเข้าไว้ ยิ่งถ้าปรับบริเวณหัวมุมให้เป็นพื้นที่สวน มีน้ำผุดน้ำล้นด้วยก็จะดึงดูดพลังที่ดีๆให้เข้ามา แต่มีข้อแม้ว่าน้ำนั้นต้องคอยเปลี่ยนบ่อยๆอย่าให้ตะไคร่เกาะ เพราะจะกลายเป็นดึงความอับโชคเข้ามาแทนที่

หากว่ากันตามหลักฮวงจุ้ยจะพบว่าบ้านที่อยู่สุดซอยหรือหัวมุมถนน หากหันหน้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หลังอิงทิศตะวันตกเฉียงใต้ด้วยแล้ว ตำแหน่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือควรเป็นตำแหน่งที่เปิดโล่งหรือทางเข้า ส่วนตำแหน่งทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นทิศที่ห้ามกระตุ้น ยิ่งหากกระตุ้นพลังงานผิดทิศไปสร้างประตูทางเข้าในทิศตะวันตกเฉียงใต้ด้วย แล้ว จะทำให้ 20 ปีนี้บ้านที่มีชัยภูมิทางทิศดังกล่าวจะกลายเป็นบ้านอับโชค อยู่แล้วไม่เจริญรุ่งเรือง

ในขณะที่บ้านของใครที่สร้างระหว่างปี 2527-2547 ซึ่งหันหน้าทางทิศตะวันออก หลังอิงทิศตะวันตก หากมุมที่อยู่ในทิศตะวันออก ทิศทางดังกล่าวก็พึงระวังหากเป็นจุดทางเข้าออก ถ้าเป็นอยู่ให้ย้ายจุดทางเข้าไปตั้งในตำแหน่งใหม่ที่สมควรดีกว่า เพราะตั้งแต่ดาวฮวงจุ้ยยุคที่ 7 เข้ามาพลังร้ายๆดูเหมือนจะมีเข้ามาโดยตลอด และเชื่อว่าบ้านที่หันหน้าทางทิศตะวันออก หลังอิงทิศตะวันตกหลายๆหลังคงจะกลายเป็นบ้านร้างหรือไม่ค่อยมีคนอยู่อาศัย

วิธีแก้ไขให้เกิดพลังงานที่ดีขึ้นคือ การใช้ตำแหน่งน้ำเข้ามาปรับแก้ ใช้น้ำรินน้ำล้นวางทางทิศดังกล่าว เชื่อว่าจะทำให้เคราะห์ร้ายกลับกลายเป็นดีได้




ขอขอบคุณที่มา: หนังสือพิมพ์โลกวันนี้ (โดย..ซินแสทวิณัฐ คำพันธ์
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
พรรณวดี (09-01-13), Eang (08-01-13), Rich (08-01-13)
  #10  
เก่า 08-01-13, 16:49
เกียงจูแหย's Avatar
โรงเรียนอภิญญา พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 857
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 918
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 2,264 ครั้ง ใน 2,264 ข้อความ
พลังบุญ: 3134
เกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished roadเกียงจูแหย is on a distinguished road
Default

ตำแหน่งของประตูบ้านบอกอะไร?เกี่ยวกับฮวงจุ้ย

ชาวจีนมีความเชื่อมาแต่ครั้งบรรพกาล แล้วว่าในทุก ตำแหน่งแห่งที่ภายในบ้านล้วนมีเทพเจ้าหรือเทวดาคุ้มครอง เริ่มจากภายในครัวมีเทพเจ้าเตาไฟสถิตรักษาและประทานพรผู้อยู่อาศัยในบ้านให้ ประสบความสุขความเจริญ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง นัยหนึ่งเทพเจ้าเตาไฟมีหน้าที่รายงานความดี-ชั่วของผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้าน หลังนั้นๆ แม้แต่ร้านอาหารก็มีประเพณีการบูชาเทพเจ้าเตาไฟ


เหตุนี้จึงพบว่าในช่วงวันส่งเทพเจ้าขึ้นสวรรค์ จะมีพิธีบูชาเทพเจ้าแห่งเตาไฟ ซึ่งจะบูชาก่อนเข้าสู่ช่วงปีใหม่ของจีน เชื่อกันสืบมาว่าเทพเจ้าเตาไฟนี้รับหน้าที่สำคัญจากองค์เง็กเซียนฮ่องเต้คือ มีหน้าที่รายงานความดีความชั่วของผู้อยู่อาศัย เหตุนี้จึงเกิดประเพณีการเซ่นไหว้เทพเจ้าเตาไฟขึ้น

ในที่หลับที่นอนหรือแม้แต่ห้องนอนเชื่อกันว่ามีเทพเจ้ารักษาอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคู่บ่าวสาวที่แต่งงานกันแล้วและอยากมีบุตร แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีบุตรเสียที จึงมีประเพณีการเซ่นไหว้ขอพรจากแม่ทอซิ้งผู้มีหน้าที่ดูแลเด็กที่จะเกิด เลยทำพิธีขอบุตรเสียเลย เชื่อกันว่าเตียงนอนของหญิงตั้งครรภ์จะมีเจ้าแม่ทอซิ้งรักษาปกป้องดูแลครรภ์ อยู่ เหตุนี้จึงห้ามเคลื่อนย้ายเตียงนอนไปไหน

จากนี้ยังเชื่อ กันว่าหากเคลื่อนย้ายเตียงนอนของหญิงตั้งครรภ์จะมีผล ให้ครรภ์ไม่แข็งแรงหรือแท้งบุตรได้ง่าย แม้แต่หน้าประตูบ้านของเราจะพบว่าชาวจีนมีประเพณีที่สืบปฏิบัติกันมาคือ หลังจากที่ไหว้เจ้าที่ภายในบ้านแล้วก็จะปักธูปที่กระถางธูปจำนวน 5 ดอก ในกระถางธูปหน้าเจ้าที่หรือตี่จู่เอี๊ยะ และจะปักธูปที่ประตูซ้าย-ขวาข้างละ 1 ดอก เพื่อบูชาเทพทวารบาลประจำบ้าน ซึ่งมีอยู่ 2 องค์ซ้าย-ขวา

เหตุนี้จะพบว่าคนจีนแต่ครั้งบรรพกาลมีความเชื่อในเรื่องที่เกี่ยวกับ ประตูมากมาย ดังจะได้ยกมาให้ทราบดังนี้ ประตูหน้าบ้านตรงกับประตูหลังบ้านทำให้การเงินรั่วไหล ตรงนี้ตำราฮวงจุ้ยแทบจะทุกสำนักเขียนไว้ตรงกัน แต่ความเป็นจริงแล้วต้องดูด้วยว่าความลึกของตัวบ้านมีมากเพียงใด ประตูหน้าบ้านกับหลังบ้านบานไหนใหญ่กว่ากัน หากภายในตัวบ้านมีความลึกมากๆอย่างในกรณีของตึกแถว อาคารพาณิชย์ ดูว่าจะไม่มีผลกระทบมากนัก อีกทั้งจะต้องดูเสียก่อนว่าทิศประตูหน้าบ้านและหลังบ้านอยู่ในทิศทางที่เป็น มุมเสียทางฮวงจุ้ยหรือไม่ ซึ่งทิศเสียในทางฮวงจุ้ยที่ทำให้เสียทรัพย์คือทิศสูญสิ้น ทิศโทษภัย ทิศอสูรร้าย ซึ่งบ้านแต่ละหลังมีตำแหน่งทิศที่ดีและเสียแตกต่างกัน

ห้ามปลูกต้นไม้ใหญ่ตรงกับประตูหน้าบ้านจะทำให้เสียทรัพย์ เกิดแต่เรื่องร้ายๆ หากพิจารณาทางศาสตร์ฮวงจุ้ยแล้วถือว่าเป็นความจริง ยิ่งหากเป็นตอไม้สำหรับประดับหรือแขวนกล้วยไม้ด้วยแล้วจะมีผลร้ายมากยิ่ง ขึ้น ในทางศาสตร์ฮวงจุ้ยถือว่าตอไม้ที่ตายซากส่งผลร้ายตามหลักฮวงจุ้ย ทำให้ชีวิตเกิดแต่เรื่องหดหู่วุ่นวายใจ จากประสบการณ์ของผู้เขียนพบว่าตำแหน่งทิศทางของประตูในบ้านทุกหลังต่างถูก กำหนดด้วยพลังงานดาวประจำยุคทางฮวงจุ้ย ซึ่งจะมีผลเปลี่ยนแปลงทุกๆ 20 ปี หากตำแหน่งของต้นไม้ใหญ่หรือตอไม้อยู่ในทิศทางให้ร้ายของดาวประจำยุคและทิศ เสียในทางฮวงจุ้ย มีผลให้ผู้อยู่อาศัยเจ็บป่วยด้วยโรคภัยไข้เจ็บที่ยากแก่การรักษา เสียทรัพย์ ถูกโกง หรือเกิดเรื่องวุ่นวายใจอยู่เนืองๆ อันที่จริงการที่ปลูกต้นไม้ใหญ่ใกล้ประตูบ้านก็มีผลร้ายคือ อาจเกิดอุบัติเหตุเป็นอันตรายได้เมื่อมีพายุลมแรง

ห้ามวางสิ่งของระเกะระกะขวางทางเข้าออกประตู ทางฮวงจุ้ยเชื่อว่าประตูคือทางเข้าออกของพลังชี่ที่จะไหลเข้าสู่ตัวบ้าน ดังนั้น หากบ้านไหนวางสิ่งของขวางทางเข้าออกประตูบ้านมักจะอับโชค ประกอบกับเมื่อมองถึงเหตุผลพบว่าไม่เกิดความสะดวกสบายในการเข้าออก ยิ่งเป็นร้านค้าด้วยแล้วยิ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อกิจการ

ห้ามนั่งหน้าประตู เชื่อกันว่าประตูทางเข้าออกเป็นจุดที่มีความสัมพันธ์กับจุดพลังปราณวิญญาณ เป็นจุดทางเข้าออกของคนและดวงวิญญาณ เหตุนี้จึงห้ามนั่งตรงกับประตูหรือหน้าประตู หากมองอีกแง่หนึ่งจะพบว่าประตูเป็นจุดเข้าออกของลมที่พัดหมุนเวียนอยู่ภายใน บ้าน หากตั้งโต๊ะทำงานตรงกับประตูจะมีปัญหาเมื่อมีลมพัดเข้ามาแรงๆ ทำให้เอกสารปลิวหายได้ง่าย และพบว่าในแง่ของสุขภาพแล้วผู้ที่นั่งตรงกับประตูจะต้องสัมผัสกับความ เปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอยู่ตลอดเวลาทั้งร้อนและเย็น เป็นผลทำให้มีปัญหาเรื่องสุขภาพ กระทบกระเทือนถึงการหมุนเวียนของเลือดลม ร่างกาย ทำให้ไม่สบายได้

ห้ามสร้างประตูตรงกัน 3 บาน ตรงนี้ให้นึกถึงภาพอาคารพาณิชย์ที่ส่วนใหญ่จะมีพื้นที่ลึกเข้ามา เมื่อจะทำการกั้นแบ่งพื้นที่ให้เป็น***ส่วนจะต้องมีการกั้นแบ่งเป็นช่วงๆตาม ความยาวของช่วงตึก แต่สำหรับอาคารพาณิชย์ที่มีความลึกมากๆแล้วต้องพึงระวังการสร้างประตูตรงกัน 3 บาน โดยส่วนใหญ่จะพบว่าเดี๋ยวนี้ชอบกั้นเป็นห้องกระจก หากประตูด้านหลังไม่เปิดก็ไม่เป็นไร แต่หากว่าเปิดประตูด้านหน้าและหลังไว้จะทำให้อากาศที่พัดเข้ามาเกิดแรงปะทะ กัน ทำให้มีผลต่ออุณหภูมิภายในห้อง สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพจะต้องระวังปัญหาเกี่ยวกับโรคปวดศีรษะ หรือโรคภูมิแพ้อันเกิดจากการแพ้อากาศ

ตำแหน่งทิศทางของบ้านที่สัมพันธ์กับประตู ทิศโทษภัย-สูญสิ้น มีผลทำให้เกิดเรื่องทะเลาะวิวาท ถูกโกง มีคดีความ ทิศอสูรร้าย ทำให้เกิดแต่ปัญหาเรื่องทุกข์ยากใจ ทิศห้าผี ทำให้เผชิญกับเรื่องประหลาด พบเห็นวิญญาณ



ขอขอบคุณ : หนังสือพิมพ์โลกวันนี้
ซินแสทวิณัฐ คำพันธ์
__________________
ขอให้ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยะธิกะบารมีพิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ เกียงจูแหย ในข้อความนี้
พรรณวดี (09-01-13), Eang (08-01-13)
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 02:25


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่