อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > เบ็ดเตล็ด

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 11-04-10, 20:03
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Red face ไดอารี่ธรรมเล่มเล็กๆของข้าพเจ้า






สวัสดีมิตรธรรมแลญาติธรรมทุกท่าน

ข้าพเจ้าได้ตั้งใจเรียบเรียงไดอารี่บุญเล่มเล็กๆเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อกราบขอบคุณด้วยเศียรเกล้า ของคุณพระฯ อันไม่มีประมาณของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ บูรพกษัตริย์ไทย แลญาติธรรมคณะพระธาตุแก้วมณีโชติ ที่ได้ให้ธรรมโอกาสโพธิน้อยๆต้นนี้ได้เติบโตภายใต้ร่มเงาแห่งธรรมที่ทุกท่านได้เมตตาเกื้อกูลไว้ ณ ดินแดนแห่งพุทธภูมิแห่งนี้

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Rich : 14-07-10 เมื่อ 19:14 เหตุผล: เปลี่ยนชื่อกระทู้งับ

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 23 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
Apinya (23-04-10), Attawat_Rx (06-05-10), ชฎารัตน์ (12-01-11), พรรณวดี (12-04-10), พรหมวิหาร (16-11-16), พุทธรักษา (06-05-10), ศิษย์โมคคัลลานะ (03-05-10), สุธัมมา (06-05-10), อภิญญา (30-04-10), จิตประภัสสร (13-04-10), ปาริฉัตรมณี (19-04-10), นิมมานรดี (30-05-10), เพิ่มบุญ (11-07-12), เดชะบุญ (05-05-10), Drew (26-03-11), ELLE (28-12-10), FaRuXue (18-04-10), Jira (28-04-10), Nakamura (24-04-11), Nuts (20-04-10), octavian (07-08-11), rossukon (19-12-10), Sati (17-07-10)
  #2  
เก่า 23-04-10, 01:02
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Default


ความปรารถนาที่เป็นจริง
วันแรกที่ได้พบพี่แอล พี่แอลถามว่าฤทธิ์ปรารถนาพระโพธิณานแบบไหน ได้ตอบไปว่าปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าที่มีพระฉัพพรรณรังษีซ่านไปไม่มีประมาณ สว่างไปจนถึงที่สิ้นสุดวัฏสงสารแต่ตอนนั้นยังหาทางให้ส่องไปถึงโลกันตนรกกับอรูปพรหมไม่ได้จึงได้ค้นหาทางต่อไป จนทริปสงกรานต์ที่ผ่านมานี้ได้อธิบายให้พี่แอลฟังว่าได้ตั้งใจถวายคำอธิฐานนี้เมื่อสำเร็จแล้วให้พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ตั้งแต่องค์ปฐมจนถึงองค์สุดท้าย พี่แอลบอกว่าในที่สุดคุณฤทธิ์ก็เข้าใจแล้ว ( Level Up ) ด้วยอานิสงค์ที่ถวายนี้ทำให้พระฉัพพรรณรังษีของพระทุกๆพระองค์จะมารวมกันในยุคนั้น เมื่อบรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิณานฯ แสงนี้จะสามารถส่องไปได้ทุกที่แม้แต่อรูปพรหมและโลกันตนรกจะสว่างไสวช่วยเหลือสรรพสัตว์ให้พ้นจากความมืดมิดตลอดไปจนสิ้นวัฏสงสาร ( เมื่อเกิดพระพุทธเจ้า1พระองค์จะเกิดแสงในโลกันตนรกแว๊บนึง แต่จำนวนพระพุทธเจ้าที่จะตรัสรู้นั้นมีจำนวนมากจนนับไม่หมด ด้วยพระฉัพพรรณรังษีของคุณพระทุกพระองค์จะทำให้โลกันตนรกสว่างได้ตั้งแต่ยุคนั้น ) หลังๆจึงเข้าใจว่า ด้วยคุณของพระสามารถทำได้ทุกอย่าง ทุกอย่างสามารถสำเร็จได้ด้วยบุญของพระอันไม่มีประมาณ ไม่ใช่บุญของเรา


ทริปสงกรานต์
ทริปนี้ต้องขอบพระคุณพี่แอลและคณะมากที่ตั้งใจพาต้นโพธิ์น้อยๆนี้ไปทำบุญและได้เปล่งวาจาปรารถนาพระโพธิณานครั้งแรกในชาตินี้ ซึ่งไม่ค่อยจะไพเราะลงตัวสักเท่าไหร่ ประมาณว่าท่าดีไว้ก่อนเอิ้กๆ แต่รู้สึกเกิดธรรมปิติเป็นอย่างมากที่เตรียมเครื่องบูชาไปด้วยพอดี และได้อธิฐานใช้เข่าของตนเอง ประทักสินาวัตรทำความสะอาดรอยพระบาทของพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระโพธิณานทุกพระองค์ พระอริยสงฆ์ทุกพระองค์ ให้คุณพระสะอาดบริสุทธิ์เสมอและตลอดไป ทริปนี้ได้ร่วมลอยดอกบัวบูชารอยพระบาทด้วย ถ้าท่านไหนสังเกตุดีๆ จะมีดอกบัวที่ยังไม่บานอยู่ดอกนึงเป็นดอกบัวตูมกำลังจะบาน ลอยทวนน้ำขึ้นไปตอนบูชาพระพอดี ไม่รู้ดอกบัวของท่านใด และรู้สึกโชคดีขึ้นไปอีกเมื่อ เวลาที่พวกเราทำพิธีบวงสรวงกันนั้นเกิด รอยพระบาทประทับลงมาในรัศมีพระอาทิตย์ทรงกลดพอดี ทั้งหมดนี้ เพราะ บุญพระแท้ๆ สงเคราะห์ นึกแล้วยังคิดถึงวันนั้นอยู่เลย พุทธนิมิตรฯ และคุณงามความดีทั้งหมดของทุกท่านในวันนั้นจะอยู่ในใจของโพธิ์น้อยๆต้นนี้ตลอดไป ตราบบรรลุแล้วซึ่งอนุตรสัมมาสัมโพธิณาน

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Rich : 05-05-10 เมื่อ 23:31

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 22 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
Apinya (23-04-10), Attawat_Rx (06-05-10), ชฎารัตน์ (05-11-12), ชฎารัตน์ (12-01-11), พรรณวดี (23-04-10), พุทธรักษา (06-05-10), ศิษย์โมคคัลลานะ (03-05-10), สุธัมมา (06-05-10), อภิญญา (30-04-10), จิตประภัสสร (18-07-10), ปาริฉัตรมณี (23-04-10), นิมมานรดี (30-05-10), เพิ่มบุญ (11-07-12), เดชะบุญ (05-05-10), Drew (26-03-11), ELLE (28-12-10), Jira (28-04-10), Nakamura (24-04-11), Nuts (24-04-10), octavian (07-08-11), rossukon (19-12-10), Sati (17-07-10)
  #3  
เก่า 04-05-10, 19:22
Apinya's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 797
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 3,194
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 8,403 ครั้ง ใน 8,403 ข้อความ
พลังบุญ: 2882
Apinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these partsApinya is infamous around these parts
Default

รออ่านต่อครับ ^^
__________________
"สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลมีความดับเป็นธรรมดา"

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 20 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Apinya ในข้อความนี้
Attawat_Rx (06-05-10), ชฎารัตน์ (05-11-12), พรรณวดี (05-05-10), พุทธรักษา (06-05-10), ศิษย์โมคคัลลานะ (05-05-10), สุธัมมา (06-05-10), อภิญญา (05-05-10), จิตประภัสสร (18-07-10), ปาริฉัตรมณี (04-05-10), นิมมานรดี (30-05-10), เพิ่มบุญ (11-07-12), เดชะบุญ (05-05-10), Drew (26-03-11), ELLE (28-12-10), Jira (23-05-10), octavian (07-08-11), rathanakit (26-06-10), Rich (05-05-10), rossukon (19-12-10), Sati (17-07-10)
  #4  
เก่า 04-05-10, 22:52
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Talking




พระพุทธเจ้าคือพระธรรมเจ้าที่ใหญ่ที่สุด
( เป็นพระอรหันต์ที่ใหญ่ที่สุดด้วยครับ )
เรื่องมีอยู่ว่า ฤทธิ์ชี่ได้เดินทางไปกับคณะพี่แอลในทริปพุทธาพิเสก ฯ เสาร์ ๕ ระหว่างทางกลับนั้นได้บังเอิญแวะเข้าไปทำบุญที่วัดถ้ำพรหมสวัสดิ์ และได้พบหลวงปู่สรวงท่านในที่สุดในระหว่างที่ท่านเทศนาธรรมอยู่นั้นมีข้อความหนึ่งสะกิดใจ ฤทธิ์ชี่ ท่านบอกว่า พระธรรมนั้นมีมาเป็นปกติควบคู่กับโลกอยู่แล้วเกิดมาพร้อมกับวัฏสงสาร พระพุทธองค์ได้อุบัติขึ้นมาตรัสรู้ธรรมนั้นที่มีมาอยู่แล้ว แล้วโปรดเวไนยสัตว์ด้วยธรรมที่แจ้งนั้นโดยไม่มีประมาณ เมื่อได้ฟังดังนี้จึงเกิดความสงสัยขึ้นว่า ตกลงพระธรรมเป็นผู้สอนให้พระพุทธเจ้าหลุดพ้นด้วยการเรียนรู้ธรรมที่มีมาอยู่แล้วหรือ?? พี่แอลได้อธิบายว่า ถ้าไม่มีพระพุทธเจ้า ก็ไม่มีพระธรรม ไม่มีพระสงฆ์ พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้ค้นพบธรรม หรือสภาวะธรรมนั้น แล้วบัญญัติขึ้นเป็นธรรมเพื่อโปรดเวไนยสัตว์ พระพุทธเจ้านั่นแหละเป็นพระธรรมเจ้าที่ใหญ่ที่สุด ถ้าไม่มีพระพุทธเจ้า สภาวะนั้นก็จะว่างเว้น แล้วพี่แอลก็ถามต่อไปว่า ฤทธิ์ชี่คิดว่าก่อนมีสมเด็จองค์ปฐมคิดว่าจะมีองค์ปฐมพระปัจเจกพุทธเจ้าก่อนมั้ย พี่แอลก็เฉลยให้ทันทีว่า อาจจะมี แต่พี่คิดว่าไม่มีเพราะ องค์ปฐมพุทธเจ้า คือองค์ปฐมธรรมเจ้าที่ใหญ่ที่สุดเช่นกัน .... ( ตรงนี้ไว้มีโอกาสจะถามพี่แอลให้อีกทีน่ะครับ ว่า อธิบายเคลียมั้ย เพราะว่า ไม่ได้จดไว้ครับ ตอนนั้นสนทนากันค่อนข้างดึกครับ )

เรื่องในวันนั้นก็ทำให้ฤทธิ์ชี่กระจ่างครับว่า พระพุทธเจ้าคือพระธรรมเจ้าที่ใหญ่ที่สุดครับ ดังคำพุทธพจน์ของพระองค์คือ ผู้ใดเห็นธรรม(เจ้า)ผู้นั้นเห็นเราตถาคต (พุทธเจ้า) ธรรมสวัสดี

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Rich : 24-07-11 เมื่อ 12:01

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 23 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
Apinya (04-05-10), Attawat_Rx (06-05-10), ชฎารัตน์ (12-01-11), ชฎารัตน์ (05-11-12), พรรณวดี (05-05-10), พุทธรักษา (06-05-10), ศิษย์โมคคัลลานะ (05-05-10), สุธัมมา (06-05-10), อภิญญา (05-05-10), จิตประภัสสร (18-07-10), ปาริฉัตรมณี (05-05-10), นิมมานรดี (30-05-10), เพิ่มบุญ (11-07-12), เกียงจูแหย (08-07-11), เดชะบุญ (05-05-10), Drew (26-03-11), ELLE (28-12-10), Jira (23-05-10), Nakamura (10-01-11), octavian (07-08-11), rathanakit (26-06-10), rossukon (19-12-10), Sati (17-07-10)
  #5  
เก่า 10-05-10, 23:58
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Default


พุทธบูชา ธรรมบชา สังฆบูชา มาตาปิตุคุณังบูชา ฯ

ปริศนาธรรมจากพระมหาโพธิสัตว์ที่เคยแตกหัก
เรื่องมีอยู่ว่า ฤทธิ์ชี่ได้รับพระมาหนึ่งองค์จากพี่แอลเป็นเจ้าแม่กวนอิมแก้วหินจุยเจีย ซึ่งพี่แอลได้มาจากพ่อค้าชาวจีนท่านหนึ่งแต่ได้มาก็แตกหักอยู่แล้ว พี่แอลบอกว่าให้ฤทธิ์ชี่หาวิธี หาช่างซ่อมพระองค์นี้ดู ฤทธิ์ชี่ได้นำพระนี้ไปหาช่างเชื่อมแก้วหลายต่อหลายที่ ก็ไม่มีท่านไหนสามารถซ่อมได้โดยให้เหตุผลว่าเป็นแก้วจากองค์พระที่แตกหักนี้ เป็นแก้วจากธรรมชาติ(หินแก้วจุยเจีย)ไม่สามารถเชื่อมแก้วแบบนี้ได้จะทำให้องค์ท่านร้าวเพิ่มทั้งองค์ ซึ่งฤทธิ์ชี่รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ไม่สามารถซ่อมพระองค์นี้ได้ หลังจากนั้น(ก่อนทริปสงกรานณ์)ฤทธิ์ชี่ได้กลับมารายงานให้พี่แอลทราบ พี่แอลได้บอกว่าให้ฤทธิ์ชี่อธิฐานใช้บุญของพระท่านซ่อมดูนะ เมื่อสำเร็จแล้วพระท่านจะเชื่อมกันเอง



บุญของพระได้ปรากฏแล้ว
วันนี้ฤทธิ์ชี่กลับมาจากทริป รู้สึกอ่อนเพลียและไม่สบาย (ท้องเสีย) โทรมมาก กลับมาก็ต้องลาพัก นอนโทรมทั้งวัน แต่ใจยังระลึกถึงคุณพระฯตลอด ตอนเย็นหลังจากตื่นขึ้นได้พบพี่ฟอร์ดพอดี(ในเว็บวัดถ้ำ ฯ ) ซึ่งพี่ฟอร์ดเพิ่งสมัครสมาชิกเข้าไป หลังจากฤทธิ์ชี่กำลังเพลินกับบุญของญาติธรรมในอีกเว็บอยู่นั้น ก็เหลือบไปเห็นกระทู้หนึ่ง ทิ้งปริศนาธรรมของพระท่านไว้ให้ตอบโดยมีความเกี่ยวข้องกับพระมหาเถรคันฉ่องด้วยครับ เป็นรูป พระสีขาวพระหัตถ์ข้างขวาทรงแบ พระหัตถ์ข้างซ้ายคว่ำ ให้พุทธศาสนิกชนที่รักทุกท่านไขคำตอบครับ ฤทธิ์ชี่ได้ตอบไปแบบนี้ครับ

พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชาฯ
นะโม ( สามจบ ) ฯ
ขอขมาพระฯ

ผู้เขียนก่อนจะตอบข้อความนี้ได้ตั้งใจตอบถวายเป็น บูชาอันประเสริฐข้างต้น ประกอบกับ ขอขมาพระเนื่องจากไฟเกิดดับ(วูบ)ขึ้นมาระหว่างจัดทำคำตอบครับ คงจะเป็นเพราะความเลวในตัวผู้เขียนก็ดี ความอยาก ความโลภอกุศล ตลอดจนความทุคติต่างๆก็ดี ผู้เขียนขอรับไว้ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียวครับ

ก่อนอื่นจะขอตอบในส่วนของปริศนาธรรมเรื่องพระหัตถ์ท่านก่อนจะขอตอบในแบบย่อ กระชับ และเข้าใจโดยง่าย ก่อนที่จะถึงวาระลงบทความสำคัญประกาศแสดงคุณของพระอันไม่มีประมาณครับ

พระหัตถ์ขวาทรงหงายขึ้น พระหัตถ์ซ้ายทรงคว่ำลง ในความเข้าใจธรรมอันน้อยนิดของผู้เขียนเข้าใจว่าพระพุทธองค์ทรงเป็นผู้ให้และผู้รับที่เต็มแล้ว พระหัตถ์ทั้งสองข้างนี้จึงแสดงธรรมทั้งหมดให้ปรากฏเป็นอัศจรรย์ โดยปกติแล้วมนุษย์(ผู้มีใจสูง)เข้าใจว่า การทำบุญก็ดี การให้ทาน ศีล สมาธิ ปัญญา ปรมัตทานดังเช่น ชีวิตทานก็ดี เข้าใจว่าเราทำเพื่อถวายพระท่านเป็นเครื่องบูชา เข้าใจว่าเราเต็มแล้วด้วยอาการแบบนั้น ในมุมหนึ่งพระท่านได้แสดงธรรมว่า พระท่านเป็นผู้รับที่เต็มแล้วเช่นกัน ถ้าปราศจากผู้รับเช่นพระพุทธองค์แล้ว ความสำเร็จ ความตั้งใจที่ดีงามดังเฉกเช่น ปรมัตทาน ที่ได้ทำถวายแล้วย่อมไม่มี อาจจะกล่าวได้ว่าจริงๆแล้วพระท่านเต็มแล้วไม่ต้องการอะไรแล้ว บุญ กุศล บารมีที่เรา ตั้งใจแสดงอาการของฉันทะ วิริยะ ศรัทธา ปัญญา ถวายเป็นปฐม อุปปะ หรือ ปรมาก็ดี พระท่านเป็นผู้สงเคราะห์ให้เต็มดังความตั้งใจของเรา ไม่ใช่เราทำแล้วเต็มครับ ถ้าพิจารณาดังนี้แล้ว ผู้ที่สร้างรัตนธรรมแห่งกรรมก็ดี กุศลกรรมก็ดี จะไม่เป็นผู้ติดในธรรม และ กุศลกรรมเหล่าใดเลย จะเป็นผู้ที่มีพุทธวิหาร มีใจแท้ที่อยู่เหนือวิบากของกรรมดังเฉกเช่น หลวงปู่ หลวงพ่อ หลวงตา ฯ ท่านเข้าใจแล้ว สำเร็จแล้วครับ

หน้าที่ประกาศและแสดงคุณของพระฯ อันไม่มีประมาณของผู้เขียนก็จบลงแล้วอีกวาระหนึ่ง บุญกุศลอันใดที่ตั้งใจถวายไปแล้วนี้ ขอคุณของพระอันไม่มีประมาณโปรดช่วยทำให้เต็มทุกประการ และสำเร็จแก่ ท่านผู้อ่าน ผู้ฟัง ทุกประการเทอญ สาธุ สาธุ สาธุ

---------

ด้วยการแก้ใจของตนเองด้วยการชำระจิตของตนเองด้วยข้อธรรมดังได้กล่าวมาแล้วทำให้ใจที่เคยสลาย เคยร้าว บัดนี้ สามารถซ่อมแซมกลับมาสว่างไสวเบิกบานตลอดไปด้วยบุญของพระที่สงเคราะห์ให้ฤทธิ์ชี่สามารถซ่อมพระใจ ที่พี่แอลให้มา บัดนี้เต็มไปด้วยแสงสว่างของพระ ( ที่ปรากฏดังรูป )พอบรวงสรวงซ่อมด้วยใจที่ชำระแล้ว ก็ได้รูปนี้มาโดยบังเอิญครับ สาธุ สาธุ สาธุ

พรุ่งนี้จะทำการบรวงสรวงใหญ่ตามพิธีเพื่อซ่อมพระอีกครั้งครับ เมื่อองค์พระติดกันดีแล้ว จะเก็บรูปมาฝากน่ะครับมหาโมทนาครับ

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 18 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
Apinya (27-06-10), ชฎารัตน์ (12-01-11), ชฎารัตน์ (05-11-12), พรรณวดี (11-05-10), พุทธรักษา (22-01-11), สุธัมมา (16-07-10), อภิญญา (17-07-10), จิตประภัสสร (18-07-10), ปาริฉัตรมณี (11-05-10), นิมมานรดี (30-05-10), เพิ่มบุญ (11-07-12), Drew (26-03-11), ELLE (28-12-10), Jira (23-05-10), Nakamura (10-01-11), octavian (07-08-11), rathanakit (26-06-10), rossukon (19-12-10)
  #6  
เก่า 26-06-10, 16:09
rathanakit
Guest
 
ข้อความ: n/a
Smile

โมทนาบุญด้วยนะคะ

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 14 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ ในข้อความนี้
Apinya (27-06-10), พรรณวดี (17-07-10), พุทธรักษา (22-01-11), สุธัมมา (16-07-10), อภิญญา (17-07-10), จิตประภัสสร (18-07-10), ปาริฉัตรมณี (09-01-11), นิมมานรดี (02-07-10), เพิ่มบุญ (11-07-12), Drew (26-03-11), ELLE (28-12-10), octavian (07-08-11), Rich (14-07-10), rossukon (19-12-10)
  #7  
เก่า 16-07-10, 17:59
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Smile ท่านสหัสบดีพรหม

ท่านสหัมบดีพรหม
เรื่องมีอยู่ว่า ฤทธิ์ชี่ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า ๔๕ พรรษา ของพระพุทธเจ้า พระนินธ์ใน สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีบทหนึ่งท่านกล่าวถึง ท่าน สหัมบดีพรหม ( อ่านว่าอย่างไรขอไปหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนน่ะจ๊ะ )ไว้ ฤทธิ์ชี่เห็นว่าเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมประกอบกับได้ประกาศคุณของท่านซึ่งมีพระคุณต่อชนรุ่นหลังอย่างพวกเรามากมายในพระศาสนา จึงคิดว่าควรศึกษาไว้ครับ
อาราธนาธรรม
จะกล่าวถึงพระพรหมองค์หนึ่ง คือ สหัมบดีพรหม ได้มีเรื่องเข้ามาเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าหลายเรื่อง ตั้งแต่ต้นพุทธกาล เมื่อพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ใหม่ๆ ทรงปรารภถึงธรรมที่ตรัสรู้ว่าเป็นสภาพลุ่มลึก ยากที่คนจะรู้ได้ ทรงพระดำริจะไม่ทรงขวนขวายเพื่อสั่งสอน ท่านว่าสหัมบดีพรหมทราบพระดำริ ได้เข้าไปเฝ้ากราบอาราธนาขอให้ทรงแสดงธรรม เพราะหมู่สัตว์ที่จะสามารถจะฟังรู้ได้มีอยู่ พระพุทธเจ้าจึงได้ทรงแสดงธรรม เป็นต้นเรื่องของ บทอารธนาธรรม ที่ใช้กันในเมืองไทยว่า พฺรหฺมา จ โลกาธิปตี สหมฺปติ เป็นต้น ซึ่งมีคำแปลว่า สหัมบดีพรหมผู้เป็นอธิบดีแห่งโลก พนมหัตถ์ทูลขอพรว่า หมู่สัตว์ในโลกนี้มีฝุ่นธุลีในดวงตาแต่น้อยยังมีอยู่ ขอพระสุคตได้โปรดอนุเคราะห์ประชานิกรณ์นี้แสดงธรรม บทอาราธนานี้ก็มีความเล่าถึงประวัติพระพรหมมาทูลอาราธนาให้ทรงแสดงธรรมดังนี้เท่านั้น แต่ก็ได้นำมาใช้เป็นบทอาราธนาให้พระเทศน์ทั่วไป
ทรงขับภิกษุสงฆ์
สหัมบดีพรหมยังได้มาทูลพระพุทธเจ้าขอให้ทรงอนุเคราะห์สงฆ์ ดั่งที่มีเล่าใน ขันธสังยุต ว่าสมัยเมื่อพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่นิโครธาราม ใกล้กรุงกบิลพัสดุ์ ทรงประณามภิกษุสงฆ์เพราะเหตุบางอย่าง (เล่าไว้ในอรรถกถาว่า เมื่อเสด็จจาริกจากนครสาวัตถีถึงนครกบิลพัสดุ์เจ้าสากยะทั้งหลายรับเสด็จและกราบทูลเชิญเสด็จไปประทับที่นิโครธาราม เมื่อเสด็จถึงอารามนั้นแล้ว ได้เสด็จเข้าสู่ที่ประทับทรงทำปฏิสันถารกับเจ้าสากยะทั้งปวงที่ตามไปส่งถึงที่ประทับ ขณะนั้นพวกภิกษุที่ตามเสด็จพากันจัดที่พักและรับแจกวัตถุต่างๆที่เขาจัดถวายเป็นเครื่องต้อนรับ ก็มีเสียงพูดเรียก พูดถามกันอยู่อื้ออึง พระพุทธเจ้าไม่โปรดเสียงอื้ออึง ตรัสถามทราบเรื่องแล้วจึงทรงประณามภิกษุสงฆ์ ประณามก็คือ ทรงขับออกไป ตามเรื่องต่อไป กล่าวว่าได้เสด็จในที่เร้น ทรงพระดำริอยู่พระองค์เดียว คำว่าประณามในที่นี้ สังเกตุตามท้องเรื่องว่าน่าจะเพียงรับสั่งให้ไปบอกว่าทำนองว่าไปให้พ้น อย่ามาเอะอะอยู่ที่นี่เท่านั้น ไม่ได้หมายถึงว่าขับไล่) เวลาเช้าเสด็จไปบิณฑบาตในกรุงกบิลพัสดุ์ เสด็จกลับจากบิณฑบาตหลังจากเสวยแล้วได้เสด็จไปยังป่ามหาวัน ประทับพักกลางวันอยู่ที่โคนต้นมะตูมหนุ่มต้นหนึ่ง เกิดดำริพระทัยขึ้นว่า ทรงขับภิกษุสงฆ์ แต่ในภิกษุสงฆ์นี้ยังมีพวกภิกษุใหม่ที่หวังพึ่งพระองค์ เมื่อไม่ได้เห็นพระองค์ก็จะพึงรวนเรกระสับกระส่าย เหมือนอย่างลูกโคอ่อนไม่เห็นแม่โคก็วุ่นวายกระสับกระส่าย หรือเหมือนอย่างพืชที่งอกขึ้นใหม่ไม่ได้น้ำก็เ**่ยวแห้งหงอยเหงา จึงน่าที่จะทรงอนุเคราะห์ภิกษุสงฆ์ในบัดนี้ เหมือนอย่างที่ได้ทรงอนุเคราะห์มาแล้วในกาลก่อน
สหัมบดีพรหมได้ทราบพระดำริขนาดนั้น ได้มาปรากฏเบื้องหน้าพระองค์ห่มผ้าเฉวียงบ่าประคองอัญชลีกราบทูล มีความว่าให้ทรงอนุเคราะห์สงฆ์เหมือนอย่างที่ทรงพระดำริในตอนท้ายนั้นเถิด พระพุทธเจ้าทรงรับอาราธนาด้วยพระอาการดุษณีภาพ สหัมบดีพรหมทราบว่า พระองค์ทรงรับอาราธนาว่าจะทรงอนุเคราะห์สงฆ์ต่อไป ไม่ทรงทอดทิ้งแล้วก็ได้ถวายอถิวาททำประทักษิณ (เดินเวียนขวาพระพุทธองค์)แล้วอันตรธานไปในที่นั้น เป็นอันว่า พระพรหมองค์นี้ได้มากราบทูลอาราธนาให้ทรงแสดงธรรมโปรดโลกหนหนึ่งเมื่อต้นพุทธกาลแล้ว ครั้งนี้ยังได้มากราบทูลอาราธนาให้ทรงโปรดสัตว์ต่อไปอีก นับว่าโลกและสงฆ์เป็นหนี้บุญคุณของสหัมบดีพรหมอยู่เป็นอันมาก
to be continue เดี๋ยวมีต่อจร้า

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Rich : 17-07-10 เมื่อ 01:59 เหตุผล: เพิ่มข้อมูลจร้า

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 14 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
Apinya (17-07-10), ชฎารัตน์ (12-01-11), พรรณวดี (17-07-10), พุทธรักษา (22-01-11), สุธัมมา (16-07-10), อภิญญา (17-07-10), จิตประภัสสร (18-07-10), ปาริฉัตรมณี (16-07-10), เพิ่มบุญ (11-07-12), Drew (26-03-11), ELLE (28-12-10), Nakamura (10-01-11), octavian (07-08-11), rossukon (19-12-10)
  #8  
เก่า 09-01-11, 10:40
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Smile สถานปฏิบัติธรรมน้ำตกศรีสัตนาคนหุต แสงจัทรารัตนมณีฯ

อภิญญา-ไดอารี่ธรรมเล่มเล็กๆของข้าพเจ้า-spd_2010102104657_b-jpgอภิญญา-ไดอารี่ธรรมเล่มเล็กๆของข้าพเจ้า-384523395_682f851df1-jpgอภิญญา-ไดอารี่ธรรมเล่มเล็กๆของข้าพเจ้า-spd_2010102104657_b-jpg
อภิญญา-ไดอารี่ธรรมเล่มเล็กๆของข้าพเจ้า-1_original-jpgอภิญญา-ไดอารี่ธรรมเล่มเล็กๆของข้าพเจ้า-images%5B7%5D-jpgอภิญญา-ไดอารี่ธรรมเล่มเล็กๆของข้าพเจ้า-1181185400-jpg
อภิญญา-ไดอารี่ธรรมเล่มเล็กๆของข้าพเจ้า-26-pc041511-jpgอภิญญา-ไดอารี่ธรรมเล่มเล็กๆของข้าพเจ้า-rose10-jpgอภิญญา-ไดอารี่ธรรมเล่มเล็กๆของข้าพเจ้า-26-pc041511-jpg
อภิญญา-ไดอารี่ธรรมเล่มเล็กๆของข้าพเจ้า-nailertflower2009a50-jpgอภิญญา-ไดอารี่ธรรมเล่มเล็กๆของข้าพเจ้า-nailertflower2009a50-jpg

คำอธิษฐาน
นโมฯ 3 จบ ขอขมาพระรัตนตรัยฯ
นโมฯ 3 จบ ขอบารมีพระทุกพระองค์และบุญทั้งหมดที่ได้บำเพ็ญมาฯ อธิษฐานเนรมิตสร้าง สถานปฏิบัติธรรมน้ำตกศรีสัตนาคนหุต แสงจัทรารัตนมณีฯ พระศรีมหาโพธิ์แก้วมณีโชติฯ ด้วยบุญพระทุกพระองค์ฯ ขอผลบุญพุทธบูชาฯทั้งหมดนี้ จงรวมตัวกันเป็นบุญใหญ่คุ้มครองป้องกันดูแลอุปฐากทำนุบำรุงบูรณรักษาพระทุกพระองค์ และสมบัติของพระทุกพระองค์ทั้งหมดทั่วสากลพิภพในตลอดกาลตลอดสมัย ให้พระศาสนาของพระทุกพระองค์เจริญรุ่งเรืองตั้งมั่นตามพุทธประสงค์ พุทธพยากรณ์ ให้เป็นอัศจรรย์อลังการยิ่งๆขึ้นไป ตราบพระองค์สุดท้ายโปรดโลกและดวงจิตดวงสุดท้ายเข้าสู่พระนิพพานด้วยเทอญฯ และขอผลบุญพุทธบูชาฯทั้งหมดนี้ จงดลบันดาลให้ข้าพระพุทธเจ้าและผู้มีจิตเลื่อมใสในคุณพระรัตนตรัยทั้งหลาย มีอิทธิฤทธิ์มากมาย สามารถดำรงสังขารนี้ให้อยู่ไปหลายอสงไขยหลายแสนมหากัปล์ตามความปรารถนา ได้ท่องเที่ยวไปในวัฏสงสาร ได้ช่วยจรรโลงพระพุทธศาสนาของพระทุกพระองค์ให้เจริญยั่งยืน ได้ช่วยคุ้มครองป้องกันดูแลอุปฐากทำนุบำรุงบูรณรักษาพระทุกพระองค์ สมบัติของพระทุกพระองค์ทั้งหมด ให้พระพุทธศาสนาของพระทุกพระองค์ให้เจริญรุ่งเรืองตั้งมั่นตามพุทธประสงค์ พุทธพยากรณ์ ให้เป็นอัศจรรย์อลัการยิ่งๆขึ้นไป ได้ช่วยผู้ประพฤติธรรมทั้งหลายให้มีดวงตาเห็นธรรม ได้ช่วยพระโพธิสัตว์ทั้งหลายให้ได้บำเพ็ญเพียรสำเร็จสมความปรารถนา ได้ช่วยท่านทั้งหลายและสรรพชีวิตทั้งหลายให้อยู่เย็นเป็นสุขปราศจากโรคภัยไข้เจ็บภัยอันตรายทั้งหลายทั้งปวง ให้มีดวงตาเห็นธรรมให้เป็นสุขยิ่งๆขึ้นไป ให้ถึงซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้เทอญ ฯ
เมื่อข้าพเจ้าดับขันธ์เข้าสู่พระนิพพานแล้ว ขอให้ธาตุขันธ์ของข้าพเจ้านี้แปรสภาพเป็นพระธาตุคุณพระรัตนตรัยแก้วมณีโชติฯ ได้ช่วยจรรโลงพระพุทธศาสนาให้เจริญยั่งยืน ได้ช่วยคุ้มครองป้องกันดูแลอุปฐากทำนุบำรุงบูรณรักษาพระทุกพระองค์ สมบัติของพระทุกพระองค์ทั้งหมด ให้พระพุทธศาสนาของพระทุกพระองค์ให้เจริญรุ่งเรืองตั้งมั่นเป็นอัศจรรย์อลัการยิ่งๆขึ้นไป ตราบพระองค์สุดท้ายโปรดโลก ได้ช่วยสรรพชีวิตทั้งหลายให้เข้าพระนิพพานจนหมด และได้เข้าพระนิพพานเป็นธาตุสุดท้ายฯ
ตราบใดความปรารถนาของข้าพเจ้ายังไม่สำเร็จ ขอผลบุญที่ได้บูชาแล้วซึ่งคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อันไม่มีประมาณนี้ จงดลบันดาลให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจทั้งหลาย ดำรงสุขแก่ข้าพเจ้ายิ่งๆขึ้นไป ตราบความปรารถนาของข้าพเจ้าสำเร็จได้เข้าถึงซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้เทอญฯ



รูปขนาดเล็ก
อภิญญา-ไดอารี่ธรรมเล่มเล็กๆของข้าพเจ้า-1_original1-jpg  
รูป
ชนิดของไฟล์: bmp rename_20071118102555.bmp (421.2 KB, 226 views)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Rich : 29-01-11 เมื่อ 08:21

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 11 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
ชฎารัตน์ (12-01-11), พรรณวดี (09-01-11), พุทธรักษา (22-01-11), สุธัมมา (24-04-11), อภิญญา (09-01-11), ปาริฉัตรมณี (09-01-11), เพิ่มบุญ (11-07-12), Drew (26-03-11), Nakamura (10-01-11), octavian (07-08-11), rossukon (03-10-11)
  #9  
เก่า 09-01-11, 11:14
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Smile สถานปฏิบัติธรรมน้ำตกศรีสัตนาคนหุต แสงจัทรารัตนมณีฯ

อภิญญา-ไดอารี่ธรรมเล่มเล็กๆของข้าพเจ้า-1248596728-613-631-jpgอภิญญา-ไดอารี่ธรรมเล่มเล็กๆของข้าพเจ้า-1248597067-613-631-jpgอภิญญา-ไดอารี่ธรรมเล่มเล็กๆของข้าพเจ้า-1274536080kpoclub-jpg
อภิญญา-ไดอารี่ธรรมเล่มเล็กๆของข้าพเจ้า-vimarn-gifอภิญญา-ไดอารี่ธรรมเล่มเล็กๆของข้าพเจ้า-showimg-jpgอภิญญา-ไดอารี่ธรรมเล่มเล็กๆของข้าพเจ้า-vimarn-gif
อภิญญา-ไดอารี่ธรรมเล่มเล็กๆของข้าพเจ้า-s5000763-1-jpgอภิญญา-ไดอารี่ธรรมเล่มเล็กๆของข้าพเจ้า-s5000763-1-jpg
นะโมพุทธายะ นโม 3 จบฯ
นะโมพุทธายะ ขอขมาพระรัตนตรัยฯ
นะโมพุทธายะ บูชาพระรัตนตรัยฯ

คำอธิษฐาน
นโมฯ 3 จบ ขอขมาพระรัตนตรัยฯ
นโมฯ 3 จบ ขอบารมีพระทุกพระองค์และบุญทั้งหมดที่ได้บำเพ็ญมาฯ อธิษฐานเนรมิตสร้างสถานปฏิบัติธรรมน้ำตกศรีสัตนาคนหุต แสงจัทรารัตนมณีฯพระศรีมหาโพธิ์ฯ ด้วยบุญพระทุกพระองค์ฯ ขอผลบุญพุทธบูชาฯทั้งหมดนี้ จงรวมตัวกันเป็นบุญใหญ่คุ้มครองป้องกันดูแลอุปฐากทำนุบำรุงบูรณรักษาพระทุกพระองค์ และสมบัติของพระทุกพระองค์ทั้งหมดทั่วสากลพิภพในตลอดกาลตลอดสมัย ให้พระศาสนาของพระทุกพระองค์เจริญรุ่งเรืองตั้งมั่นตามพุทธประสงค์ พุทธพยากรณ์ ให้เป็นอัศจรรย์อลังการยิ่งๆขึ้นไป ตราบพระองค์สุดท้ายโปรดโลกและดวงจิตดวงสุดท้ายเข้าสู่พระนิพพานด้วยเทอญฯ และขอผลบุญพุทธบูชาฯทั้งหมดนี้ จงดลบันดาลให้ข้าพระพุทธเจ้าและผู้มีจิตเลื่อมใสในคุณพระรัตนตรัยทั้งหลาย มีอิทธิฤทธิ์มากมาย สามารถดำรงสังขารนี้ให้อยู่ไปหลายอสงไขยหลายแสนมหากัปล์ตามความปรารถนา ได้ท่องเที่ยวไปในวัฏสงสาร ได้ช่วยจรรโลงพระพุทธศาสนาของพระทุกพระองค์ให้เจริญยั่งยืน ได้ช่วยคุ้มครองป้องกันดูแลอุปฐากทำนุบำรุงบูรณรักษาพระทุกพระองค์ สมบัติของพระทุกพระองค์ทั้งหมด ให้พระพุทธศาสนาของพระทุกพระองค์ให้เจริญรุ่งเรืองตั้งมั่นตามพุทธประสงค์ พุทธพยากรณ์ ให้เป็นอัศจรรย์อลัการยิ่งๆขึ้นไป ได้ช่วยผู้ประพฤติธรรมทั้งหลายให้มีดวงตาเห็นธรรม ได้ช่วยพระโพธิสัตว์ทั้งหลายให้ได้บำเพ็ญเพียรสำเร็จสมความปรารถนา ได้ช่วยท่านทั้งหลายและสรรพชีวิตทั้งหลายให้อยู่เย็นเป็นสุขปราศจากโรคภัยไข้เจ็บภัยอันตรายทั้งหลายทั้งปวง ให้มีดวงตาเห็นธรรมให้เป็นสุขยิ่งๆขึ้นไป ให้ถึงซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้เทอญ ฯ
เมื่อข้าพเจ้าดับขันธ์เข้าสู่พระนิพพานแล้ว ขอให้ธาตุขันธ์ของข้าพเจ้านี้แปรสภาพเป็นพระธาตุคุณพระรัตนตรัยแก้วมณีโชติฯ ได้ช่วยจรรโลงพระพุทธศาสนาให้เจริญยั่งยืน ได้ช่วยคุ้มครองป้องกันดูแลอุปฐากทำนุบำรุงบูรณรักษาพระทุกพระองค์ สมบัติของพระทุกพระองค์ทั้งหมด ให้พระพุทธศาสนาของพระทุกพระองค์ให้เจริญรุ่งเรืองตั้งมั่นเป็นอัศจรรย์อลัการยิ่งๆขึ้นไป ตราบพระองค์สุดท้ายโปรดโลก ได้ช่วยสรรพชีวิตทั้งหลายให้เข้าพระนิพพานจนหมด และได้เข้าพระนิพพานเป็นธาตุสุดท้ายฯ
ตราบใดความปรารถนาของข้าพเจ้ายังไม่สำเร็จ ขอผลบุญที่ได้บูชาแล้วซึ่งคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อันไม่มีประมาณนี้ จงดลบันดาลให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจทั้งหลาย ดำรงสุขแก่ข้าพเจ้ายิ่งๆขึ้นไป ตราบความปรารถนาของข้าพเจ้าสำเร็จได้เข้าถึงซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้เทอญฯ

ปัจฉิมลิขิตร : พระท่านฯ เมตตาสงเคราะห์มากมาย เพลานี้ดอก กล้วยไม้ที่ปลูกถวายเป็นพุทธบูชา พระสงเคราะห์ให้กลายเป็นดอกแก้วฟ้ามณีโชติแล้ว และ พระท่านฯยังสงเคราะห์ให้ประดับอยู่โดยรอบต้นพระศรีมหาโพธิ์ ได้เป็นบุญพุทธบูชาใหญ่ฯ จึงได้ถวายบุญนี้ให้พระอีกครั้งปลูกประดับพระศรีมหาโพธิ์ถวายไว้ที่สถานปฏิบัติธรรมน้ำตกแสงจันทร์ พระท่านมาประทานชื่อให้ไพเราะมาก ชื่อ สถานปฏิบัติธรรม น้ำตกศรีสัตนาคนหุต แสงจัทรารัตนมณีฯ จิตจับไปที่บุญที่สร้างถวายพระมาฯ เพลานี้ พระวิมานของพระทุกพระองค์ พระนครกลางหาว บังเกิดมีน้ำตกที่สวยที่สุด หยาดน้ำทิพย์แก้วมณีโชติลงมา ณ พระวิมานด้านล่าง ท่ามกลางสายธรรมนั้นมีดอกไม้ทิพย์แก้วมณีโชตินานับประการ ลอยบูชาคุณพระฯไปไม่มีประมาณ....
รูปขนาดเล็ก
อภิญญา-ไดอารี่ธรรมเล่มเล็กๆของข้าพเจ้า-101328250-jpg  

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Rich : 24-04-11 เมื่อ 21:39

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 11 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
ชฎารัตน์ (12-01-11), พรรณวดี (10-01-11), พุทธรักษา (22-01-11), สุธัมมา (24-04-11), อภิญญา (09-01-11), ปาริฉัตรมณี (09-01-11), เพิ่มบุญ (11-07-12), Drew (26-03-11), Nakamura (10-01-11), octavian (07-08-11), rossukon (03-10-11)
  #10  
เก่า 24-04-11, 20:43
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Smile ปางนาคาวโลก

๖๒. ปางนาคาวโลก
พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถบยืน พระหัตถ์ซ้ายห้อยเยื้องมาข้างหน้า ประทับไว้ที่พระเพลาข้างซ้าย พระหัตถ์ขวาห้อยลงข้างพระองค์ตามปกติ เอี้ยวพระกายผินพระพักตร์เหลียวไปข้างหลัง เป็นกิริยาทอดพระเนตรพระนครไพศาลี ผิดปกติเหมือนดูอย่างไว้อาลัย ด้วยจะเป็นการเห็นครั้งสุดท้าย จะไม่ได้เสด็จมาเห็นอีกต่อไปตามสามัญชอบพูดว่า “ดูสั่ง”

อภิญญา-ไดอารี่ธรรมเล่มเล็กๆของข้าพเจ้า-%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81-jpg

พระพุทธรูปปางนี้ มีตำนานดังนี้

วันหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพาพระภิกษุสงฆ์ ๕๐๐ เสด็จไปเมืองไพศาลี เสด็จประทับอยู่ที่กุฏาคารศาลาในป่ามหาวัน ครั้งนั้น บรรดากษัตริย์ลิจฉวีราชทั้งหมดได้ทราบข่าว การเสด็จมาของพระผู้มีพระภาคเจ้า ก็ทรงโสมนัส พากันเสด็จออกไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า น้อมถวายเครื่องสักการบูชาเป็นอันมาก พระศาสดาได้ทรงพระกรุณาประทานพระธรรมเทศนา โปรดมวลกษัตริย์ลิจฉวีทั้งหลาย ให้เลื่อมใสศรัทธามีความอาจหาญรื่นเริงในธรรมทั่วกัน เมื่อจบพระธรรมเทศนาแล้ว บรรดากษัตริย์ลิจฉวี ได้พร้อมกันอาราธนาพระผู้มีพระภาคเจ้ากับพระสงฆ์ทั้งหมด ให้เสด็จเข้าไปรับอาหารบิณฑบาต ในพระราชนิเวศน์ แล้วทูลลากลับ
ครั้นเช้าวันรุ่งขึ้น พระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ได้เสด็จเข้าไปรับอาหารบิณฑบาตของบรรดากษัตริย์ลิจฉวีในพระราชนิเวศน์ ครั้นทรงทำภัตตกิจแล้ว ทรงประทาน ธรรมานุศาสน์ แก่กษัตริย์ลิจฉวีทั้งปวง โดยควรแก่นิสสัยแล้ว ทรงพาพระภิกษุสงฆ์เสด็จออกจากพระนคร เสด็จประทับยืนอยู่หน้าประตูเมืองไพศาลี เยื้องพระกายผินพระพักตร์มาทอดพระเนตรเมืองไพศาลี ประหนึ่งว่าทรงอาลัยเมืองไพศาลีเป็นที่สุด พร้อมกับรับสั่งว่า “อานนท์ การเห็นเมืองไพศาลีของตถาคตครั้งนี้ เป็นปัจฉิมทัศนะ” คือการเห็นครั้งสุดท้าย แล้วเสด็จไปประทับยัง กุฏาคารศาลา ในป่ามหาวันอีกสถานที่เสด็จประทับยืนทอดพระเนตรโดยพระอาการแปลกจากเดิม พร้อมกับรับสั่งเป็นนิมิตเช่นนั้น เป็นเจดียสถานอันสำคัญเรียกว่า “นาคาวโลกเจดีย์”
นาคาวโลก แปลว่าดูอย่างช้าง คือเยื้องพระกายกับเหลียงหลังดู เป็นพระอาการที่ไม่เคยทรงทำมาแต่ก่อน สถานที่ทรงทำเช่นนั้น ได้เกิดเป็นสถานที่มีความหมายอันสำคัญ ถึงกับได้รับการยกย่องขึ้นเป็นเจดีย์ว่า “นาคาวโลกเจดีย์” เป็นข้อที่น่าคิด คือควรจะได้รับการวิจัยว่า เป็นที่สำคัญอย่างไร? เพราะเพียงข้อความในเรื่องของท่านที่ยกขึ้นแสดงไว้ ดูยังมัวไม่เป็นเหตุให้เห็นว่า เป็นความสำคัญ ควรแก่การยกย่องถึงเช่นนั้นเลย


เท่าที่ได้ค้นคว้าหาเหตัอนสำคัญมาพิจารณาดูแล้ว เห็นพอจะยกขึ้นแสดงได้เป็น ๓ ข้อ ดังนี้
  1. เมืองไพศาลี เป็นเมืองใหญ่ มีพุทธบริษัทมาก พระพุทธเจ้าเสด็จบ่อยครั้ง มีเรื่องเกี่ยวกับการประดิษฐานพระศาสนามาก การที่พระพุทธเจ้าทรงรับสั่งว่า การเห็นเมืองไพศาลีครั้งนี้ เป็นครั้งสุดท้าย ก็เท่ากับบอกเลิกการเสด็จมาอีกว่า การเสด็จมาของพระองค์ครั้งนี้ เป็นครั้งที่สุด ต่อไปพระองค์จะไม่มาอีก ประหนึ่งว่า สิ้นพระเมตตาปราณีชาวไพศาลีเสียแล้ว เช่นนี้อย่างไร จะไม่สะเทือนใจพุทธบริษัท จะไม่สะเทือนใจชาวเมืองทั้งหมด นับแต่พระมหากษัตริย์ลงมา และแล้วอย่างไร ชาวเมืองจะไม่โจษจันกันเซ็งแซ่ ดังนั้น ภารพที่ประทับยืนตรงนั้น จึงเป็นภาพที่เตือนตา เตือนใจของพุทธบริษัท อย่างมาก เหตุนั้น ที่ตรงนั้น จึงควรแก่การยกขึ้นเป็นเจดียสถานได้
  2. การประทับยืนรับสั่งอย่างนั้น โดยพระอาการเช่นนั้น ได้ปรากฏเป็นมรณญาณ คือเป็นลางบอกให้พระสงฆ์สาวกและพุทธบริษัททราบล่วงหน้าว่า พระพุทธเจ้าเสด็จออกจากนครไพศาลีไปครั้งนี้ ก็คงจะปรินิพพานในกาลไม่นาน เท่ากับทางประกาศสัจจธรรม ในความเกิด ความดับ ตามหลักแห่งไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จะประจักษ์แก่พระองค์ ดังที่ทรงแสดงไว้ เป็นความจริงในไม่ช้านี้ ดังนั้นการลาพุทธบริษัทไปของพระพุทธเจ้าในเช้าวันนี้ ก็เท่ากับเป็นการลาไปปรินิพพานชัดๆ แล้วอย่างไรจะไม่เป็นเรื่องประทับใจ และสะเทือนใจของพุทธบริษัทชาวเมืองไพศาลี ให้เกิดความตระหนกตกใจอย่างหนัก แล้วใครบ้างที่เคารพนับถือพระองค์ เมื่อทราบข่าวนี้แล้ว จะไม่เก็บเอามาคิด และเมื่อคิดแล้วไฉนจะไม่เศร้าสลดใจไปตามๆกัน เหตุนั้น สถานที่ตรงนั้น จึงเป็นสถานที่สร้างความเกรียวกราวแห่งความสลดใจในวงการของพุทธบริษัท ชาวเมืองไพศาลี เป็นอันมาก
  3. เมืองไพศาลี เป็นเมืองใหญ่ เป็นเอกราช มวลกษัตริย์ลิจฉวี ปกครองโดยสามัคคีธรรม ผลัดเปลี่ยนเวียนกันปกครองตามวาระ ต่างเคารพนับถือพระพุทธเจ้าเป็นบรมครู พระผู้มีพระภาคได้ทรงประทานธรรม ไว้เป็นคุณรักษาราชอาณาจักรเรียกว่า “ลิจฉวีปริหานิยธรรม” ให้ร่วมกันถือมั่นใน “สามัคคีธรรมและ คารวธรรม” เป็นจุดสำคัญ ดังนั้นราชอาณาจักร แห่งไพศาลีนคร จึงเท่ากับมีธรรมเป็นปราการอันมั่นคง ปรากฏว่า พระเจ้าอชาตศัตรู ซึ่งทรงเป็นนักรบที่ยอดเยี่ยมในสมัยนั้น ได้ทรงกรีฑาทัพไปตีเมืองไพศาลี ต้องล่าทัพปราชัยมาถึง ๓ ครั้ง หมดทางที่เอาเมืองไพศาลีเป็นเมืองขึ้นด้วยแสนยานุภาพ เพราะกษัตริยิ์ลิจฉวีเคารพมั่นอยู่ในลิพจฉวีอปริหานิยธรรม ที่พระผู้มีพระภาคเจ้า บรมครูทรงประทานไว้ รักษาเอกราชของราชอาณาจักรให้ปลอดภัยได้อย่างน่าสรรเสริญ
ภายหลัง พระเจ้าอชาตศัตรูทรงส่งวัสสการพราหมณ์ ไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าทูลถาม ถึงเหตุที่กษัตริย์ลิจฉวีทรงอานุภาพรักษาราชอาณาจักรไว้ได้ และเหตุที่กษัตริย์ลิจฉวีจะเสื่อมอานุภาพ เสียกเอกราชในกาลต่อไปด้วย โดยแน่พระทัยว่า พระพุทธเจ้ามีพระวาจาเป็นเอก ไม่ตรัสสคำเท็จ ตรัสคำใดคำนั้น จะต้องเป็นจริง
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับสั่งว่า ตราบใดที่กษัตริย์ลิจฉวียังมั่นอยู่ในสามัคคีธรรมแล้ว ตราบนั้นจะไม่มีผู้ใดไปทำความปราชัยให้แก่กษัตริย์ลิจฉวีเป็นอันขาด
ครั้นพระเจ้าอชาตศัตรูทรงทราบเช่นนั้น ก็ทรงเปลี่ยนแผนการตีเมืองไพศาลี ด้วยแสนยานุภาพที่ทรงใช้มาแล้วไม่ได้ผล มาเป็นแผนการทำลายสามัคคีของกษัตริย์ลิจฉวี ตามพระพุทธพยากรณ์เป็นสงครามเย็น แม้จะเป็นเวลานาน ก็ยังดีกว่า เพราะหวังได้ เพราะไม่ต้องเสียกำลังทหารอีกด้วย และก็เป็นความจริงตามพุทธพยากรณ์ และความสำเร็จด้วยความพยายามของพระเจ้าอชาตศัตรู คือหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้วไม่นาน พระเจ้าอชาตศัตรู ได้อุบายวางแผนการทำลายกษัตริย์ลิจฉวี โดยส่ง พราหมณ์เข้าไปอยู่ในเมืองไพศาลี ปลุกปั่น ยุแหย่ ให้กษัตริย์ตลอดนักรบทั้งหลาย แตกร้าวกันหมด ทำลายความสามัคคี และความเคารพเชื่อถือกันในระหว่างให้สิ้นเชิง ในที่สุด พระเจ้าอชาตศัตรู ก็ยกกองทัพเข้ายึดเมืองไพศาลี ได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องเสียชีวิตทหาร แม้แต่คนเดียว
เรื่องหลังจากพระองค์เสด็จปรินิพพานแล้ว ลิจฉวีปริหานิยธรรม อันเป็นพุทธมรดกที่ทรงประทานแก่กษัตริย์ลิจฉวี ของพระองค์ จะถูกทำลายก็ดี บรรดากษัตริย์ วงศ์ลิจฉวี จะถูกล้างผลาญก็ดี เอกราชแห่งนครไพศาลี จะสูญสิ้นกีดี พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบดีแล้ว ทรงทราบตั้งแต่วันที่วัสสการพราหมณ์ เข้าไปเฝ้าทูลถามนั้น
ฉะนั้น ในวันที่พระผู้มีพระภาคเจ้า จะเสด็จออกจากนครไพศาลีเมืองพุทธ บริษัทเมืองลูกศิษย์ เมืองที่บริบูรณ์ด้วยความสงบสุข จึงได้เสด็จประทับยืนทอดพระเนตร ถึงกับเหลียวหลังดูเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกับรับสั่งว่า การเห็นพระนครไพศาลีครั้งนี้ เป็นครั้งสุดท้าย ถ้าเป็นสามัญชนก็ต้องว่า ล่าก่อนไพศาลี เป็นที่น่าเสียดาย จะไม่ได้เห็นไพศาลีนคร ในรูปนี้อีกแล้ว ไม่เฉพาะแต่พระองค์ตลอดจนมหาชนทั่วไปด้วย
เหตุนั้น สถานที่ประทับยืนทอดพระเนคร นครไพศาลี โดยพระอาการเช่นนั้น พร้อมกับรับสั่งดังกล่าว จึงก่อให้เกิดเป็นเจดีย์ สถานอันสำคัญ เรียกว่า “นาคาวโลกเจดีย์” ถึงในขณะนี้ หากเราจะสร้างมโนภาพขึ้นตามเรื่องดังแสดงมานั้น ก็จะเป็นภาพที่ประทับใจ มีความหมายอันสูงด้วยค่าน่าอัศจรรย์น่าบูชา สักการะอย่างยิ่ง.
จบตำนานพระพุทธรูปปางนาคาวโลกแต่เพียงนี้


อภิญญา-ไดอารี่ธรรมเล่มเล็กๆของข้าพเจ้า-332x237-multimedia-images-articles-section-buddha-800px-asokanpillar2-jpg




"นาคาวโลก”
ทรงทอดพระเนตรนครเวสาลีครั้งสุดท้าย



ในพรรษาที่ ๔๕ อันเป็นพรรษาสุดท้ายแห่งพระชนมายุ ในช่วงเหมันตฤดู พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

เสด็จประทับ ณ บ้านเวฬุคาม เขตเมืองเวสาลีหรือไพศาลี แคว้นวัชชี อันเป็นสถานที่ทรงพิจารณาชราธรรม
แสดงโอฬาริกนิมิต และปลงมายุสังขาร ต่อจากนั้นพระผู้มีพระภาคจึงนำภิกษุจำนวน ๕๐๐ รูป เสด็จประทับ
ณ กูฏาคารศาลาในป่ามหาวัน ในครั้งนั้นบรรดากษัตริย์ลิจฉวีแห่งแคว้นวัชชีทั้งหมดซึ่งร่วมกันปกครองแบบ
สามัคคีธรรม ได้ทราบข่าวการเสด็จมาของพระพุทธองค์ จึงนำเครื่องสักการบูชามาถวายเป็นอันมาก พร้อม
น้อมฟังพระธรรมเทศนาบังเกิดความรื่นเริงในธรรมโดยถ้วนหน้ากัน
ครั้นรุ่งเช้า พระบรมศาสดาพร้อมกับภิกษุสงฆ์ได้เสด็จเข้าไปรับอาหารบิณฑบาตตามที่บรรดากษัตริย์ลิจฉวี
ทูลนิมนต์และจัดถวายในพระราชนิเวศ ครั้นทำภัตกิจและแสดงพระธรรมเทศนาโปรดแล้ว จึงนำเหล่าภิกษุ
สงฆ์เสด็จออกจากพระนครเวสาลี พระบรมศาสดาเสด็จประทับยืนอยู่หน้าประตูเมืองเวสาลี เยื้องพระกาย
ผินพระพักตร์มาทอดพระเนตรเมืองเวสาลีเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมรับสั่งว่า
“ดูก่อนอานนท์ การเห็นเมืองเวสาลีของตถาคตครั้งนี้ เป็นปัจฉิมทัศนะ

คือเป็นการเห็นครั้งสุดท้าย



สถานที่เสด็จประทับยืนทอดพระเนครโดยพระอาการที่แปลกจากเดิม พร้อมทั้งรับสั่งเป็นนิมิตเช่นนั้นเป็น

เจดีย์สถานอันสำคัญเรียกว่า "นาคาวโลกเจดีย์" นาคาวโลก คือ การเหลียวมองอย่างพญาช้าง คือการ
ยืนหันหลังให้กับสิ่งนั้นหรือเดินจากสิ่งนั้นแล้วหันพระพักตร์เอี้ยวคอหันไปทอดพระเนตรสิ่งของหรือสถานที่

ที่อยู่ทางเบื้องหลัง ซึ่งเป็นอาการที่พระพุทธเจ้าทรงทำเป็นครั้งแรกและครั้งเดียว



เหตุที่พระบรมศาสดาตรัสเช่นนี้ถือเป็นมรณญาณ คือ เป็นลางบอกให้พระสงฆ์สาวกและพุทธบริษัท

ทราบล่วงหน้า เพราะเป็นเวลาใกล้ที่จะปรินิพพานจึงไม่อาจกลับมาเห็นเมืองเวสาลีประการหนึ่ง
และอีกประการหนึ่งคือพระพุทธองค์ทรงทราบด้วยพระญาณล่วงหน้าถึงความเป็นไปภายหลังพุทธปรินิพพานว่า
นอกจากพระองค์แล้วแม้มหาชนทั่วไปก็ไม่อาจได้เห็นเมืองเวสาลีอีก เนื่องจากเมื่อพระบรมศาสดาปรินิพพาน
แล้วกองทัพของพระเจ้าอชาตศัตรูผู้เป็นกษัตริย์แห่งแคว้นมคธได้มีชัยเหนือเมืองเวสาลี เอกราชของบรรดา
กษัตริย์ลิจฉวีที่ปกครองโดยสามัคคีธรรมก็สูญสิ้นไปนับแต่นั้นมา ทั้งนี้เพราะบรรดากษัตริย์ลิจฉวีมิได้ตั้งมั่น
อยู่ใน “ลิจฉวีอปริหานิยธรรม” อันเป็นธรรมที่พระบรมศาสดาประทานสำหรับใช้ปกครองร่วมกันแบบสามัคคี
ธรรม ซึ่งสามารถต้านทานกองทัพอันเกรียงไกรของพระเจ้าอชาตศัตรูไว้ได้ถึง ๒ ครั้ง แต่ในครั้งที่ ๓ พระเจ้า
อชาตศัตรูได้ส่ง วัสสการพราหมณ์ เข้ามายุยงปลุกปั่นให้บรรดากษัตริย์นักรบทั้งหลายแตกร้าวในความสามัคคี
ไม่ตั้งมั่นอยู่ในหลักอปริหานิยธรรมเมืองเวสาลีก็ถึงกาลอันล่มสลาย
จากนั้นจึงตรัสสั่งให้พระอานนท์พร้อมทั้งเหล่าพระภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่เดินทางไปสู่บ้านภัณฑุคาม ป่ามหาวัน
บ้านหัตถีคาม บ้านอัมพะคาม บ้านชัมพูคาม และโภคนครโดยลำดับ ภายหลังจากแสดงธรรมโปรดพุทธบริษัท
ชาวเมืองโภคนครและ พระพุทธเจ้าทรงเสด็จไปยังเมืองปาวานคร เสด็จเข้าประทับพำนักอยู่ที่อัมพวันสวนมะม่วง
ของนายจุนทะกัมมารบุตรซึ่งอยู่ใกล้เมืองปาวานั้น
ความสำคัญของเมืองเวสาลี
เวสาลี หรือ ไวศาลี คือเมืองโบราณในสมัยพุทธกาล มีความสำคัญในฐานะที่เป็นเมืองหลวงของคณะเจ้าลิจฉวี
ที่มีการปกครองแคว้นวัชชีด้วยระบอบคณาธิปไตยแห่งแรก ๆ ของโลก (บ้างก็ว่าด้วยระบอบประชาธิปไตย)
เมืองนี้เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่งในสมัยพุทธกาล เป็นเมืองที่มั่นแห่งสำคัญของพระพุทธศาสนาในสมัยนั้น
โดยพระพุทธเจ้าเคยเสด็จเยี่ยมเมืองแห่งนี้ในปีที่ 5 หลังการตรัสรู้ ตามการกราบบังคมทูลเชิญจากเจ้าผู้ครองแคว้น
และในช่วงหลังพุทธกาล เมืองแห่งนี้ได้ตกเป็นของแคว้นมคธโดยการนำของพระเจ้าอชาตศัตรูพระราชาแห่งเมือง
ราชคฤห์ และหลังการล่มสลายของราชวงศ์พิมพิสารในเมืองราชคฤห์ พระราชาองค์ต่อมาจึงได้ย้ายเมืองหลวง
แห่งแคว้นมคธมายังเมืองเวสาลี ทำให้เมืองแห่งนี้เจริญถึงขีดสุด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองนี้ได้เป็นสถานที่ทำ
ทุติยสังคายนาของพระพุทธศาสนา ก่อนที่จะเสื่อมความสำคัญและถูกทิ้งร้างลงเมื่อมีการย้ายเมืองหลวงของแคว้น

มคธไปยังเมืองปาฏลีบุตรหรือเมืองปัตนะอันเป็นเมืองหลวงของรัฐพิหารในปัจจุบัน



เวสาลีมีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยก่อนพุทธกาล โดยเป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากแคว้นหนึ่งในบรรดา 16 แคว้นของชมพูทวีป มีการปกครองด้วยระบบสามัคคีธรรมหรือคณาธิปไตย ที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นการปกครองแบบประชาธิปไตยระบบหนึ่ง คือไม่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขทรงอำนาจสิทธิ์ขาด มีแต่ผู้เป็นประมุข

แห่งรัฐซึ่งบริหารงานโดยความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งจะประกอบไปด้วยเหล่าสมาชิกจากเจ้าวงศ์ต่าง ๆ วึ่งรวมเป็น
คณะผู้ครองแคว้น ในคัมภีร์พระพุทธศาสนากล่าวว่าเจ้าวงศ์ต่าง ๆ มีถึง 8 วงศ์ และในจำนวนนี้วงศ์เจ้าลิจฉวีแห่ง
เวสาลีและวงศ์เจ้าวิเทหะแห่งเมืองมิถิลาเป็นวงศ์ที่มีอิทธิพลที่สุดในสมัยพุทธกาล
ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาที่เวสาลีหลายครั้ง แต่ละครั้งจะทรงประทับที่กูฏาคารศาลาป่ามหาวัน
เป็นส่วนใหญ่ พระสูตรหลายพระสูตรเกิดขึ้นที่เมืองแห่งนี้ และที่กูฏาคารศาลานี่เอง ที่เป็นที่ ๆ พระพุทธองค์ทรง
อนุญาตให้พระนางมหาปชาบดีโคตมีเถรี พระน้านางของพระพุทธองค์ พร้อมกับบริวาร สามารถอุปสมบทเป็น
ภิกษุณีได้เป็นครั้งแรกในโลก และในการเสด็จครั้งสุดท้ายของพระพุทธองค์ พระองค์ได้ทรงรับสวนมะม่วงของ
นางอัมพปาลี นางคณิกาประจำเมืองเวสาลี ซึ่งนางได้อุทิศถวายเป็นอารามในพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์
ได้ทรงจำพรรษาสุดท้ายที่เวฬุวคาม และได้ทรงปลงอายุสังขารที่ปาวาลเจดีย์ และเมื่อหลังพุทธปรินิพพานแล้ว

ได้ 100 ปี ได้มีการทำสังคายาครั้งที่ 2 ณ วาลิการาม ซึ่งทั้งหมดล้วนอยู่ในเมืองเวสาลี



ในช่วงไม่นานหลังพุทธปรินิพพานของพระพุทธเจ้า เมืองเวสาลีได้ตกไปอยู่ในอำนาจของแคว้นมคธ โดยการนำ

ของพระเจ้าอชาตศัตรู กษัตริย์แห่งราชคฤห์ คัมภีร์พระพุทธศาสนากล่าวว่า สาเหตุของการเสียเมืองแก่แคว้นมคธ
เพราะความแตกสามัคคีของเจ้าวัชชี เพราะการยุยงของวัสสการพราหมณ์ พราหมณ์ที่พระเจ้าอชาตศัตรูส่งเป็น
ไส้สึกเพื่อบ่อนทำลายภายใน เมื่อพระเจ้าอชาตศัตรูยกกองทัพมายึดเมืองจึงสามารถยึดได้โดยง่าย เพราะไม่มี
เจ้าวัชชีองค์ใดต่อสู้ เพราะขัดแย้งกันเอง ทำให้แคว้นวัชชีล่มสลายและเมืองเวสาลีหมดฐานะเมืองหลวงแห่งแคว้น
และตกไปอยู่ในอำนาจของแคว้นมคธ แต่จากเหตุการณ์ย้ายเมืองหลวงแห่งแคว้นมคธหลายครั้งในช่วง พ.ศ. 70
ที่เริ่มจากอำมาตย์และราษฎรพร้อมใจกันถอดกษัตริย์นาคทัสสก์แห่งราชวงศ์ของพระเจ้าพิมพิสารแห่งราชคฤห์
ออกจากพระราชบัลลังก์ และยกสุสูนาคอำมาตย์ซึ่งมีเชื้อสายเจ้าลิจฉวีในกรุงเวสาลีแห่งแคว้นวัชชีเก่าให้เป็น
กษัตริย์ตั้งราชวงศ์ใหม่แล้ว พระเจ้าสุสูนาคจึงได้ทำการย้ายเมืองหลวงของแคว้นมคธไปยังเมืองเวสาลีอันเป็น
เมืองเดิมของตน ทำให้เมืองเวสาลีมีความสำคัญในฐานะเมืองหลวงอีกครั้ง แต่ทว่าก็เป็นเมืองหลวงได้ไม่นาน
เพราะกษัตริย์พระองค์ต่อมาคือพระเจ้ากาลาโศกราช ผู้เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าสุสูนาค ได้ย้ายเมืองหลวง
ของแคว้นมคธอีก จากเมืองเวสาลีไปยังเมืองปาตลีบุตร ทำให้เมืองเวสาลีถูกลดความสำคัญลงและถูกทิ้งร้าง
ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เมืองแห่งนี้ถูกทิ้งร้างอย่างสิ้นเชิงในช่วงพันปีถัดมา
ปัจจุบันเมืองเวสาลีเป็นซากโบราณสถานอยู่ที่ตำบลบสาร์ท หรือเบสาร์ท (Basarh-Besarh) ในจังหวัดไวศาลี
ที่เขตติดต่อของอำเภอสดาร์ (Sadar) กับ (Hajipur) ซึ่งเป็นที่ตั้งที่ทำการจังหวัด เมืองเวสาลีห่างจากหซิปูร์
35 กิโลเมตร ห่างจากมุซัฟฟาร์ปูร์ 37 กิโลเมตร โดยอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมุซัฟฟาร์ปูร์


“ลิจฉวีอปริหานิยธรรม หลักอปริหานิยธรรม"หลักอปริหานิยธรรม คือ ข้อปฏิบัติหรือธรรมอันเป็นเหตุไม่ให้เกิดความเสื่อมมี ๗ ข้อ เป็นหลักธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสสั่งสอนทั้งฝ่ายคฤหัสถ์ โดยตรัสสั่งสอนเหล่ากษัตริย์ลิจฉวี เมืองเวสาลี แคว้นวัชชี และตรัสสั่งสอนเหล่าภิกษุที่เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ
หลักอปริหานิยธรรมสำหรับฝ่ายคฤหัสถ์ มีดังนี้
๑. หมั่นประชุมกันเนือง ๆ
๒. ประชุมหรือเลิกประชุม และทำกิจของส่วนรวมอย่างพร้อมเพรียงกัน
๓. ไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติ ไม่ถอนสิ่งที่ได้บัญญัติไว้แล้วยึดถือปฏิบัติตามหลักธรรมที่บัญญัติไว้
๔. เคารพนับถือเชื่อฟังและให้เกียรติแก่ผู้เป็นประธาน ผู้บริหารหมู่คณะ และปฏิบัติตามหลักธรรมที่บัญญัติไว้
๕. ให้เกียรติ ให้ความปลอดภัยแก่สตรีเพศ ไม่ข่มเหงฉุดคร่า
๖. เคารพนับถือบูชาพระเจดีย์ทั้งหลายทั้งภายในและภายนอกเมือง
และไม่บั่นทอนผลประโยชน์ที่เคยอุปถัมภ์บำรุงพระเจดีย์เหล่านั้น
๗. จัดการอารักขาโดยธรรมแก่พระอริยะ ด้วยตั้งความปรารถนาว่า
พระอริยะเหล่านี้ที่ยังไม่มาสู่บ้านนี้เมืองนี้ขอให้มา ส่วนที่มาแล้วขอให้ท่านอยู่ผาสุก
หลักอปริหานิยธรรมสำหรับฝ่ายศาสนจักร หรือฝ่ายภิกษุสงฆ์
ที่ตรัสสั่งสอนเหล่าภิกษุสงฆ์ใน ๔ ข้อแรกนั้นเหมือนกับที่ตรัสแก่เจ้าลิจฉวี มีแตกต่างกัน ๓ ข้อสุดท้าย
ซึ่งอปริหานิยธรรมสำหรับพระภิกษุนั้นมี ๒ นัย
อปริหานิยธรรม ๗ สำหรับพระภิกษุ นัยที่ ๑
๑. หมั่นประชุมกันเนือง ๆ
๒. ประชุมหรือเลิกประชุม และทำกิจของส่วนรวมอย่างพร้อมเพรียงกัน
๓. ไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติ ไม่ถอนสิ่งที่ได้บัญญัติไว้แล้วยึดถือปฏิบัติตามหลักธรรมที่บัญญัติไว้
๔. เคารพนับถือเชื่อฟังและให้เกียรติแก่ผู้เป็นประธาน ผู้บริหารหมู่คณะ และปฏิบัติตามหลักธรรมที่บัญญัติไว้
๕. ไม่ลุอำนาจแก่ความอยากที่เกิดขึ้น คือไม่ลุแก่ตัณหาอันจะก่อให้เกิดภพใหม่
๖. ยินดีในความสงบ สันโดษ หมายถึงการยินดีในการอยู่ป่า
๗. ตั้งใจอยู่เสมอว่า พระภิกษุสามเณรผู้มีศีลที่ยังไม่มาสู่อาวาสขอให้มา ที่มาแล้วขอให้อยู่ผาสุก

อปริหานิยธรรม ๗ สำหรับพระภิกษุ นัยที่ ๒
๑. ไม่เป็นผู้ชอบการงาน ไม่ยินดีแล้วในการงาน
๒. ไม่เป็นผู้ชอบการคุย ไม่ยินดีแล้วในการคุย
๓. ไม่เป็นผู้ชอบการนอนหลับ ไม่ยินดีแล้วในการนอนหลับ
๔. ไม่เป็นผู้ชอบการคลุกคลีด้วยหมู่คณะ ไม่ยินดีแล้วในการคลุกคลีด้วยหมู่คณะ
๕. ไม่เป็นผู้มีความปรารถนาลามก ไม่ลุอำนาจแก่ความปรารถนาลามก
๖. เป็นผู้ไม่มีมิตรชั่ว สหายชั่ว หรือคบคนชั่ว
๗. ไม่ถึงความนอนใจในระหว่าง เพราะการบรรลุคุณวิเศษเพียงขั้นต่ำ

อปริหานิยธรรม ๗ สำหรับพระภิกษุ นัยที่ ๓
๑. เป็นผู้มีศรัทธา
๒. เป็นผู้มีใจประกอบด้วยหิริ
๓. เป็นผู้มีโอตัปปะ
๔. เป็นพหูสูต
๕. เป็นผู้ปรารถนาความเพียร
๖. เป็นผู้มีสติตั้งมั่น
๗. เป็นผู้มีปัญญา
อปริหานิยธรรม ๗ สำหรับพระภิกษุ นัยที่ ๔
๑. เจริญสติสัมโพชฌงค์
๒. เจริญวิริยสัมโพชฌงค์
๓. เจริญวิริยสัมโพชฌงค์
๔. เจริญปิติสัมโพชฌงค์
๕. เจริญปัสสัทธิสัมโพชฌงค์
๖. เจริญสมาธิสัมโพชฌงค์
๗. เจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์
อปริหานิยธรรม ๗ สำหรับพระภิกษุ นัยที่ ๕
๑. เจริญอนิจจสัญญา
๒. เจริญอนัตตสัญญา
๓. เจริญอสุภสัญญา
๔. เจริญอาทีนวสัญญา
๕. เจริญปหานสัญญา
๖. เจริญวิราคสัญญา
๗. เจริญนิโรธสัญญา
อปริหานิยธรรม ๖ สำหรับพระภิกษุ นัยที่ ๕
๑. เข้าไปตั้งกายกรรมประกอบด้วยเมตตาในเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง
๒. เข้าไปตั้งวจีกรรมประกอบด้วยเมตตาในเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง
๓. เข้าไปตั้งมโนกรรมประกอบด้วยเมตตาในเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง
๔. แบ่งปันลาภอันเป็นธรรมที่ได้มาโดยธรรม แก่เพื่อนพรหมจรรย์
๕. มีศีลเสมอกันกับเพื่อนพรหมจรรย์ ทั้งในที่แจ้งและที่ลับ
๖. มีทิฐีเสมอกันกับเพื่อนพรหมจรรย์ ทั้งในที่แจ้งและที่ลับ
ข้อมูลเพิ่มเติมจากวาระสุดท้ายของพระพุทธเจ้า, สำนักพิมพ์มติชน
ท่านอาจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 10 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้
พรรณวดี (18-07-11), พุทธรักษา (20-07-11), สุธัมมา (24-04-11), อภิญญา (25-04-11), ปาริฉัตรมณี (01-06-11), เพิ่มบุญ (11-07-12), Drew (18-05-11), Nakamura (24-04-11), octavian (07-08-11), rossukon (03-10-11)
ตอบ

Tags
พระธรรมเจ้า, พระฉัพพรรณรังสี, ไดอารี่บุญ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 03:08


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่