อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 

กลับไป   อภิญญา อภิญญาใหญ่ คณะตามรอยพระพุทธบาทแก้วมณีโชติ คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา - อภิญญา.คอม : Apinya.com > หมวด > แจ้งข่าวบอกบุญพุทธบูชาฯ

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 23-06-09, 13:09
ศิษย์โมคคัลลานะ
Guest
 
ข้อความ: n/a
Default ขอเชิญชวนร่วมสร้างพระพุทธไสยาสน์ยาวที่สดในโลก

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร ท่านเป็นอมตมหาเถระที่มี เกียรติคุณเป็นที่ปรากฏอย่าน่าอัศจรรย์ มีปัญญาเฉียบแหลมแตกฉานในทางธรรม เป็นเลิศทั้งด้านสมถะและ วิปัสสนา พระคาถาที่ทรงอานุภาพยิ่งของท่านคือ คาถาชินบัญชร

ท่านเป็นปูชนียบุคคลที่พระพุทธศาสนิกชนกล่าวขวัญถึงในนามของสมเด็จโต ท่านถือกำเนิดในแผ่นดินรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เมื่อวันพฤหัสที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2331 เวลาประมาณ 06.54 น. ตรงกับเดือน 5 ขึ้น 12 ค่ำ ปีวอก จนอายุได้ 13 ปี สมเด็จโตจึงบรรพชาเป็นสามเณรในเมืองพิจิตร เมื่ออายุครบอุปสมบทจึงโปรดฯ ให้บวชเป็นนาคหลวงที่วัดตะไกร จ.พิษณุโลก ท่านได้เป็นพระพี่เลี้ยง ครูสอนหนังสือขอมและคัมภีร์มูลกัจจายน์ เมื่อเจ้าฟ้ามงกุฏทรงบวชเป็นสามเณร ครั้งเจ้าฟ้ามงกุฏครองราชย์เป็น รัชกาลที่ 4

สมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม และได้สมณะศักดิ์เป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ ท่านรอบรู้แตกฉานในพระธรรมวินัยและธรรมปฏิบัติ ความเป็นเลิศในการเทศนา ได้รับการยกย่องสรรเสริญในสติปัญญา และปฏิญาณ โวหารที่ฉลาดหลักแหลม เปี่ยมด้วยจิตเมตตากรุณาแก่ผู้ตกยาก มีอัธยาศัย มักน้อย สันโดษ "พระสมเด็จ" สมเด็จฯโตท่านสร้างขึ้น เพราะปรารภถึงพระมหาเถระในสมัยก่อน มักสร้างพระพิมพ์บรรจุในปูชนียสถาน เพื่อเป็นการสืบต่ออายุพระศาสนาให้ถาวรตลอดกาล ท่านจึงทำตามคตินั้นสร้างพระสมเด็จไว้ 84,000 องค์ เท่ากับพระธรรมขันธ์

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ท่านถือปฏิบัติในข้อธุดงค์วัตรทุกประการ คือ ฉันในบาตร ถือผ้า สามผืนออกธุดงค ์ เยี่ยมป่าช้า นั่งภาวนา เดินจงกรม จนวาระสุดท้าย

ชาติกาล 17 เมษายน พ.ศ. 2331 ชาติภูมิ บ้านบางขุนพรหม ฝั่งตะวันออก กรุงธนบุรี บรรพชา เมื่ออายุได้ 13 ปี อุปสมบทเมื่ออายุได้ 20 ปี ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ ครั้งหนึ่งท่านได้ไปดูงานก่อสร้างพระโตวัดบางขุนพรหมใน (ปัจจุบัน วัดอินทรวิหาร) ได้มรณภาพที่บนศาลาการเปรียบวัดบางขุนพรหมใน ด้วยโรคลมปัจจุบัน เมื่อวันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2415 ตรงกับแรม 2 ค่ำ เดือน 8 (ต้น) ปีวอก จัตวาศก จุลศักราช 1234 เวลา 24.00 น. คิดทดหักเดือนตามอายุโหราจารย์ตามสุริยคตินิยม จึงเป็นสิริอายุรวม 84 ปี 2 เดือน 5 วัน และมีชีวิตอยู่ในสมณเพศได้ 65 พรรษา

คติธรรมคำสอน ของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี ) เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต ) กล่าวว่า เคล็ดลับสู่ความสำเร็จสุดยอดในทางธรรมคือ จะต้องมีสัจจะอันแน่วแน่และมีขันติธรรมอันมั่นคง จึงจะฝ่าฟันอุปสรรคบรรลุความสำเร็จได้ อาตมามีกฎอยู่ว่าเช้าตีห้าไม่ว่าฝนจะตก ฟ้าจะร้อง อากาศจะหนาว ต้องตื่นทันที ไม่มีการผัดเวลา แล้วเข้าสรงน้ำชำระกายให้สะอาดแล้วจึงได้สวดมนต์ และปฏิบัติสมถกรรมฐานหนึ่งชั่วโมง พอหกโมงตรงก็ออกบิณฑบาต เพื่อปฏิบัติตามปฏิปทาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

“กลับจากบิณฑบาตแล้วก็เอาอาหารตั้งไว้ตักน้ำใส่ตุ่ม เสร็จแล้วฉันอาหารเช้า โดยปกติอาตมาฉันมื้อเดียว เว้นไว้มีกิจนิมนต์จึงฉันสองมื้อ สี่โมงเช้าถึงเที่ยงถ้ามีรายการไปเทศน์ก็ไปเทศน์ตามที่นัดไว้ วันไหนไม่ติดเทศน์
ก็จะปิดประตูกุฏิทันทีไม่ให้ใครๆเข้าไป ในช่วงเวลานั้นเป็นเวลาศึกษาตำรา เวลาบ่ายโมงจึงออกรับแขก บ่ายสามโมงไม่ว่าใครจะมาอาตมาจะให้ออกจากกุฏิไปหมด เพราะถึงเวลาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ฉะนั้น จุดสำคัญจงจำไว้เราจะปฏิบัติเพื่อหลุดพ้น ต้องมีสัจจะเพื่อตนโดยไม่เห็นแก่หน้าใคร ถึงเวลาทำสมาธิต้องทำ ไม่มีการผัดผ่อนใดๆ ทั้งสิน”

ท่านได้อธิบายถึงหลักการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานว่า จะต้องประกอบด้วย 1.จะต้องมีสัจจะต่อตนเอง 2.จะต้องไม่คล้อยตามอารมณ์ของมนุษย์ 3. พยายามตัดงานในด้านสังคมออก และไม่นัดหมายใครในเวลาปฏิบัติกรรมฐาน ดังนั้นเมื่อจะเป็นนักปฏิบัติธรรม จำเป็นจะต้องมีกฎเกณฑ์ของเราเพื่อฝึกจิตให้เข้มแข็ง

สำหรับทางแห่งความหลุดพ้นนั้น เจ้าประคุณสมเด็จฯ มักจะกล่าวกับสานุศิษย์ทั้งหลายอยู่เสมอว่า ชีวิตมนุษย์อยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งร้อยปีก็ต้องตายและถูกหามเข้าป่าช้า ดังนั้นจึงควรประพฤติปฏิบัติอยู่ในศีล สมาธิ และปัญญา เพื่อให้หลุดพ้นจากสังสารวัฏ ท่านเปรียบเทียบว่า มนุษย์อาบน้ำชำระกายวันละสองครั้ง เพื่อกำจัดเหงื่อไคลสิ่งโสโครกที่เกาะร่างกาย แต่ไม่เคยคิดจะชำระจิตให้สะอาดแม้เพียงนาที ด้วยเหตุนี้ทำให้จิตใจของมนุษย์ยุคปัจจุบันเศร้าหมองเคร่งเครียดและดุดัน ก่อให้เกิดปัญหาความพิการในสังคมความแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน จนกระทั่งเกิดความขัดแย้ง และกลายเป็นสงครามมนุษย์ฆ่ามนุษย์ด้วยกัน

“ขอให้ท่านได้พิจารณาไตร่ตรองให้จงดีเถิดว่า ร่างกายของเรานี้ไฉนจึงต้องชำระทุกวันทั้งเช้าและเย็น จะขาดเสียไม่ได้ทั้งที่หมั่นทำความสะอาดอยู่เป็นนิจ แต่ยังมีกลิ่นไม่น่าอภิรมย์ออกมา แม้จะพยายามหาของหอมมาทาทับ ก็ปกปิดกลิ่นนั้นไม่ได้ใจของเราล่ะ ซึ่งเป็นใหญ่กว่าร่างกาย เป็นผู้สั่งบัญชางานให้กายแท้ๆ มีใครเอาใจใส่ชำระสิ่งสกปรกออกบ้าง ตั้งแต่เล็กจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่มันสั่งสมสิ่งไม่ดีไว้มากเพียงใด หรือว่ามองไม่เห็นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำความสะอาดหรือ”

“กรรมลิขิตก็เช่นกัน เราทั้งหลายเกิดมาเป็นมนุษย์ชาติแล้ว ล้วนแต่มีกรรมผูกพันกันมาทั้งสิ้น ผูกพันในความ เป็นมิตรบ้างเป็นศัตรูบ้าง แต่ละชีวิตก็ย่อมที่จะเดินไปตามกรรมวิบากของตนที่ได้กระทำไว้ ทุกชีวิตล้วนมีกรรมเป็นเครื่องลิขิต เรื่องกฎแห่งกรรม ถ้าเป็นชาวพุทธแล้วเขาถือว่าเป็นกฎแห่งปัจจังตัง ผู้ที่ต้องการรู้ ต้องทำเอง รู้เอง ถึงเอง แล้วจึงจะเข้าใจ”

ท่านได้ยกตัวอย่างเรื่องการทำบุญก็ดี การทำสิ่งใดก็ดี ถ้าเป็นการทำตนให้ละทิฏฐิมานะ ทำเพื่อให้จิตเบิกบาน ย่อมเสวยบุญนั้นในปรภพ มนุษย์ทุกวันนี้ทำแบบมีกิเลส ดังนั้น บางคนนึกว่าเขาสร้างโบสถ์เป็นหลังๆ แล้วเขาจะไปสวรรค์หรือเปล่า เขาตายไปอาจจะต้องตกนรก เพราะอะไรเล่า เพราะถ้าเขาสร้างด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ เป็นการทำเพื่อเอาบุญบังหน้าในการเสวยความสุขส่วนตัวก็มี บางคนอาจเรียกได้ว่าหน้าเนื้อใจเสือ คือข้างหน้าเป็น”นักบุญ” ข้างหลังเป็น”นักปล้น”

“ดังนั้นบุญที่เขาทำนี้ถือว่าไม่เป็นสุข หากมาจากการก่อกรรม บุญนั้นจึงมีกระแสคลื่นน้อยกว่าบาปที่เขาทำเอาไว้ หากมีใครเข้าใจคำว่า “บุญ” นี้ดีแล้ว การทำบุญนี้จุดแรกในการทำก็เพื่อไม่ให้เรานี้เป็นคนตระหนี่ รู้จักเสียสละ เพื่อความสุขของผู้อื่น ธรรมดาเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเมื่อมีทุกข์ก็ควรจะทุกข์ด้วย เมื่อมีความสุขก็ควรสุขด้วยกัน”

นายสรพงศ์ ชาตรี ประธานมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เมตตาบารมี เปิดเผยว่า ได้จัดตั้งมูลนิธิของสมเด็จฯ เมตตาบารมีขึ้น ด้วยความศรัทธาและเลื่อมใส โดยได้จัดพิธีทอดกฐินสามัคคี ณ มหาวิหารมูลนิธิสมเด็จฯ ที่บ้านโนนกุ่ม ต.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เพื่อนำเงินสมทบทุนก่อสร้างมหาวิหารถวายหลวงปู่โตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งขณะนี้มูลนิธิสมเด็จฯ ได้มีพี่น้องพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญด้วยความศรัทธา ซึ่งทางมูลนิธิฯ ยังได้นำเงินที่ประชาชนบริจาคไปทอดกฐินให้กับวัดต่างๆ ที่ขาดเจ้าภาพ รวมทั้งบริจาคสร้างสาธารณกุศล เช่น สร้างห้องสมุดโรงเรียน ห้องคอมพิวเตอร์ และจัดซื้ออุปกรณ์การเรียน การสอนให้กับสถานศึกษาต่างๆ มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน ตลอดจนซื้อรถพยาบาลให้กับโรงพยาบาลต่างๆ อีกด้วย

นายสมบุญ ทรัพย์ปราชญ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เปิดเผยถึงการก่อสร้างพระพุทธไสยาสน์ทองสัมฤทธิ์ยาวที่สุดในโลกว่า มีความยาวทั้งหมด 89 เมตร สำหรับสาเหตุที่มีการสร้างพระพุทธไสยาสน์องค์นี้ขึ้นนั้น เพราะอุทยานลานบุญแห่งนี้เป็นสถานที่ก่อสร้างหลวงปู่โต พรหมรังสี ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่หลวงปูโตนั้นท่านเป็นพระสงฆ์ เมื่อท่านจะไปอยู่ที่แห่งไหนก็ตาม ท่านมักจะก่อสร้างพระพุทธไสยาสน์ พระนั่ง พระยืน ในสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ๆ อยู่เสมอ

“ครั้นเมื่อหลวงปู่โตได้รับสมณศักดิ์เป็นองค์สมเด็จฯ แล้ว คุณสรพงษ์ ชาตรี ก็คิดว่าหลวงปู่โตท่านชอบก่อสร้างสิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อการก่อสร้างองค์ของท่านสำเร็จ พี่น้องมากราบไหว้บูชาด้วยความศรัทธา ทางคุณสรพงศ์ก็ดำริการสร้างพระพุทธไสยาสน์ขึ้น เพื่อให้เป็นพระประทานในอุทยานลานบุญแห่งนี้ การก่อสร้างไม่ใช่แบบก่ออิฐถือปูนแบบองค์พระทั่วๆ ไป”

“เราใช้เนื้อทองสัมฤทธิ์มีความยาว 89 เมตร และคำว่าเลข 8 มาจากสืบเนื่องว่าปีนี้ (2550) เป็นปีมหามงคล ที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา ส่วนเลข 9 หมายถึงมรรค 4 ผล 4 นิพพาน 1 รวมเป็น 9 ยาว 89 เมตร สื่อความหมายถึงทางโลกและทางธรรม จึงเป็นที่มาของเลข 89”

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ กล่าวถึงการจัดสร้างในขณะนี้ว่า ได้เริ่มต้นแล้วโดยใช้เนื้อทองสัมฤทธิ์ ซึ่งสั่งซื้อจากประเทศสหรัฐอเมริกากิโลกรัมละประมาณ 500 บาท พระพุทธไสยาสน์องค์นี้จะใช้งบเฉพาะองค์พระประมาณ 520 ล้านบาท ไม่รวมถึงแท่นที่ตั้งซึ่งจะสูงประมาณ 19 เมตร ยาวประมาณ 250 เมตร เปรียบได้กับ 2 สนามฟุตบอล และภายในองค์พระพุทธไสยาสน์จะมีห้องต่างๆ เช่น ห้องประชุม สัมมนา ห้องพุทธประวัติ ฯลฯ และคิดว่าโครงการนี้คงต้องใช้เวลาพอสมควร

เกษม ลิมะพันธุ์ / รายงาน / ข่าวประกอบเสียง / 11/50/B
สำนักข่าวเกาะแต้ว/074 467467/468357/089 4676060


อ้างอิง http://www.ch****ibrary.go.th/news/view.php?No=247

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 10 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ ในข้อความนี้
Apinya (23-06-09), พรรณวดี (24-06-09), พุทธรักษา (23-06-09), สุธัมมา (09-07-09), อภิญญา (23-06-09), ปภังคุณัง (23-06-09), ปาริฉัตรมณี (24-06-09), นิมมานรดี (20-07-09), เดชะบุญ (26-06-09), Nuts (23-06-09)
  #2  
เก่า 23-06-09, 17:34
อภิญญา's Avatar
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,117
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,846
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,935 ครั้ง ใน 77,935 ข้อความ
พลังบุญ: 56656
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ขอร่วมโมทนาบุญทุกอย่าง ถวายเป็นพุทธบูชาฯ

ขอร่วมโมทนาบุญทุกอย่าง ถวายเป็นพุทธบูชาฯ ขอบารมีพระทุกพระองค์ให้เป็นไปตามประสงค์ท่านจงทุกประการเทอญฯ หลังจากที่เราได้ร่วมสร้างมาตั้งแต่เริ่มแรก และก็ได้ไปร่วมสร้างพระทองคำ,พระบรมธาตุ และพระวิหารฯ ตอนนี้ท่านกำลังสร้างพระนอนครับ เข้าพรรษานี้คงต้องไปกันอีกรอบครับ บุญใหญ่

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 8 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 08:35


อภิญญา | คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ | ทริปทัวร์บุญ | สถานปฏิบัติธรรม
ลิงค์ที่น่าสนใจ: วัดท่าซุง |วัดเมตตาพุทธาราม|ตามรอยพระพุทธบาท|พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระพุทธสาวก

Non-Copyright © 2009 Apinya.com. เว็บอภิญญา เผยแผ่เป็นธรรรมอภิญญาทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในกึ่งพุทธกาล ยุคอภิญญาใหญ่