ดูแบบคำตอบเดียว
  #7  
เก่า 20-08-09, 12:41
ปภังคุณัง
Guest
 
ข้อความ: n/a
Default

อ้างอิงจาก ธรรมปฏิบัติ เล่มที่ 19 โดยหลวงพ่อเป็นผู้เล่าให้ฟัง
เมื่อประหารชีวิตแล้วต่อมาวันหนึ่งท่านก็คิดว่า อาการอย่างนี้ไม่น่าจะมีกับเรา เป็นน้องพ่อเดียวกันต้องมาฆ่ากัน เราก็จำจะต้องฆ่า จึงไปถามพระมารดาว่า เหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างนี้ ตอนสมัยที่เป็นเด็กมีใครพยากรณ์ไว้บ้างหรือเปล่า แม่ก็บอกว่ามี ท่านก็เล่าย้อนหลังให้ฟัง ท่านจึงถามว่า พระที่พยากรณ์เวลานี้อยู่ที่ไหน แม่ก็บอกว่า อยู่ห่างจากที่นี่ไปประมาณ 100 โยชน์ ท่านก็ส่งคานหามไปรับพร้อมด้วยกองเกียรติยศ พอกองเกียรติยศไปรับ ก็นั่งคานหามมา โก้...น่ากลัวจะเป็นวอช่อฟ้านะ
พอนั่งคานหามมาก็ผ่านสำนักสงฆ์ในพระพุทธศาสนาเป็นอรหันต์ปฏิสัมภิทาญาณ อเจลกก็อยากจะเบ่งว่าแกเป็นพระนุ่งผ้าพระราชาไม่ต้องการ ฉันเป็นพระแก้ผ้าพระราชานับถือ เอาคานมารับ ต้องเบ่งหน่อยนะ (ชักสนุกแล้ว)

อ้างอิงจาก ธรรมปฏิบัติ เล่มที่ 19 โดยหลวงพ่อเป็นผู้เล่าให้ฟัง

อเจลกก็บอกกับทหารที่ไปรับว่า วางก่อนฉันมีกิจจะต้องไปหารือพระสงฆ์ด้วยกัน แต่ความจริงเขาจะเข้าไปเบ่ง
พอเดินนวยนาดเข้าไปก็แปลกใจ เสือ สิงห์ หมู เม่น อยู่ด้วยกันหมดอยู่กันอย่างสงบไม่ทำอันตรายกัน
เขาไปถามพระ พระองค์นั้นท่านก็มารับ
ถามว่า “ไอ้ตัวนี้คืออะไร เรียกว่าอะไร...?”
ท่านบอกว่า “ไอ้ตัวนี้เรียกอายตนะ
ไอ้ตัวนี้คืออะไร...?” ท่านก็บอก อายตนะ
ตัวนั้นชื่ออะไร...?” ท่านก็บอก อายตนะ
พอตอบว่าอายตนะหมดทุกตัว พระก็ถามว่า
เธอนะลืมอายตนะแล้วหรือ...?
อเจลกผู้นี้เคยเป็นงูเหลือมมาก่อน พอถามเท่านั้นบุญเก่าเข้าสนอง นั่งพับเพียบแป้เอาขาทับข้างหน้าเกิดความอาย เขามีบุญนะ พระท่านก็เลยเอาสบงส่งให้ เอาจีวรส่งให้ พอส่งสบงจีวรให้ท่านก็เทศน์อายตนะแบบย่อ ก็เป็นพระโสดาบัน พอเป็นพระโสดาบันแล้วท่านก็เลยออกมาข้างนอก บอกพวกคานหามว่า เธอไปเฝ้าพระราชาก่อน กิจที่เราสังสรรค์กับพระยังมีอยู่ยังไม่เสร็จ เมื่อเราสังสรรค์เสร็จเมื่อไรเราจะไปเอง ไม่ต้องมารับ พอย้อนกลับไปอีกที พระเทศน์อายตนะตามเดิมก็ เป็นพระอรหันต์

อ้างอิงจาก ธรรมปฏิบัติ เล่มที่ 19 โดยหลวงพ่อเป็นผู้เล่าให้ฟัง

ที่นี้ขอย้อนกลับว่าก่อนที่พระองค์นี้จะมาเกิดเป็นอเจลกต้องถอยหลังไปถึงสมัยพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่าพระพุทธกัสสป คือว่าก่อนที่จะมาเกิดเป็นคนก็เป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก และถอยหลังสมัยจากเป็นเทวดาเขาเป็นงูเหลือม งูเหลือมแก่ตัวหนึ่งซึ่งอยู่ในถ้ำ (ถ้ำตับเต่า)

เวลานั้นพระพุทธกัสสปท่านสอนพระอภิธรรมกับพระคือสอนแบบย่อ สอนแต่หัวข้อ พระก็ท่องจำหัวข้อจนขึ้นใจ ท่องจำได้แล้วก็ไปซักซ้อมกันในถ้ำ ในถ้ำนั้นมีค้างคาว 500 ตัวและงูเหลือมแก่อยู่ 1 ตัว ทีนี้พระอภิธรรมทั้ง 7 จบเขาชอบอยู่จบเดียวคือ ปัญจักขันธา ว่าด้วยขันธ์ 5 คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และเขาก็มีใหญ่มีเล็ก ใหญ่ก็ละเอียดหน่อย บทใหญ่เขาสวดกัน
จักขุนทริยัง โสตินทริยัง ฆานินทริยัง
ตอนฉันบวชใหม่ ๆ นี่ที่อยุธยาเขาชอบสวดกัน ไอ้ฉันก็ท่องไม่ได้ ก็ว่าแต่ทริยัง ๆ จบแล้วได้ 20 บาทเหมือนกันแหม...ชอบสวดกันจริง บทยาว ๆ นี่เราบวชใหม่ ๆ ไม่ได้ท่อง เขาก็ชอบแต่บทนี้บทเดียว

เวลาที่ตายไปแล้วก็ไปเกิดเป็นเทวดาบนดาวดึงสเทวโลก จากสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลกก็ไปเกิดเป็นลูกชาวบ้านแล้วก็ออกบวช ไปเจฮศาสนาอเจลกเข้าก็เลื่อมใสในศาสนานั้นจึงบวชเป็นอเจลก ต่อมาเจอะพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา บวชแล้วได้พระโสดาบัน เป็นพระอรหันต์เพราะจักขุนทริยังนี่เอง นี่รวมความว่าธรรมะของพระพุทธเจ้ามีมากด้วยกัน ถ้าเราพอใจบทใดบทหนึ่งก็สามารถเป็นพระอรหันต์ได้ (สาธุ ๆ ๆ)

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 14 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ ในข้อความนี้
Apinya (22-08-09), Attawat_Rx (07-10-09), พรรณวดี (22-08-09), พุทธรักษา (20-08-09), สุธัมมา (16-10-09), อภิญญา (20-08-09), ปาริฉัตรมณี (20-08-09), นิมมานรดี (22-08-09), เดชะบุญ (22-08-09), Gorn (24-08-09), leklek (08-09-09), rathanakit (11-07-10), Rich (19-04-10), suwaphat (04-10-09)