ดูแบบคำตอบเดียว
  #9  
เก่า 07-08-12, 23:24
octavian octavian is offline
พุทธภูมิ
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 255
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 3,160
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 1,826 ครั้ง ใน 1,826 ข้อความ
พลังบุญ: 2091
octavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished roadoctavian is on a distinguished road
Default

ข้อความจากกระดานสนทนาเว็บวัดท่าขนุนครับ เพิ่มเติมในส่วนของที่ครูบาอาจารย์ท่านกล่าวถึงหลวงปู่

ถาม : มีอีกไหมครับ ที่ตั้งแต่สมัยพุทธกาลถึงปัจจุบันนี้ท่านยังมีชีวิตอยู่ ?
ตอบ : ยังไม่ได้ยินอีก แต่อย่างหลวงปู่โลกอุดร หลังพุทธกาลมาประมาณ ๓๐๐ ปีแต่ว่ายังอยู่ ก็ถือว่าหลังมานิดหนึ่ง

มีคนไปถามท่านว่า "หลวงปู่ครับอายุเท่าไรครับ ?" ท่านบอกว่า "จำไม่ได้แล้วว่ะ รู้แต่ว่าตอนเขาสร้างปรางค์ ๓ ยอดที่ลพบุรีไป ยืนดูเขาทำอยู่"

พระปรางค์ ๓ ยอดนั่นไม่หนี ๑,๔๐๐ ปี ...(หัวเราะ) ...ไปยืนดูเขาทำ ...(หัวเราะ)...

ถาม : แล้วอย่างนี้ไม่เหมือนกับฝืนกฎแห่งกรรมหรือครับ ?
ตอบ : ก็จะเรียกว่าฝืนก็ใช่ แต่ว่าท่านมีความสามารถที่จะฝืนได้

เพราะพระพุทธเจ้า่ท่านตรัสว่า "บุคคลผู้ชำนาญในอิทธิบาท ๔ จะอธิษฐานให้อยู่ถึงเป็นกัปก็ได้"

คราวนี้งานท่านมี ท่านก็จำเป็นที่จะต้องอยู่ เพราะถ้าตายก็ไปนิพพานเลย ไม่มีคนทำต่อ เพราะว่าท่านปรารถนาพุทธภูมิ ตั้งใจจะเป็นพระพุทธเจ้า พอมาเจอธรรมะของพระพุทธเจ้าเข้า ท่านเห็นว่าวิธีนี้ง่ายกว่า ท่านก็ตัดสินใจหันมาปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า

ไม่นานก็เป็นพระอรหันต์เลย เพราะกำลังท่านสูงอยู่แล้ว บริวารตามไม่ทัน มัวแต่ใจเย็นอยู่ คิดว่าอย่างไรท่านก็ต้องรอเราแน่ ที่ไหนได้..ท่านไม่รอเราแล้ว โดดไปเลย ท่านก็เลยต้องอยู่เพื่อรอเก็บบริวารของตัวเอง

ถาม : แล้วอย่างนี้ถ้าเราไม่เคยผูกพันกับท่าน โอกาสจะเจอท่านก็ไม่มี ?
ตอบ : โอกาสเจอยากเต็มที แต่ว่าท่านบอกวิธีติดต่อให้นะ ท่านบอกว่า "ให้จัดอาสนะ ๕ ที่ปูด้วยผ้าขาว แล้วก็จุดธูปเทียน ตั้งใจบูชานึกถึงท่าน" ว่าคาถาว่า “โลกะอุตตะโร มหาเถโร อะหังวันทามิ ตัง สะทา” ภาวนาไปเรื่อย ๆ ท่านบอกว่า ถ้าหากว่าท่านว่างก็จะมาเอง ถ้าไม่ว่างจะมาในฝัน

ถาม : มาเนื้อ ๆ เลยหรือครับ ?
ตอบ : เออ...มาเนื้อ ๆ นี่ละ แล้วระวังนะองค์นั้น บางทีมาขอข้าวเย็นกินหน้าตาเฉยเลย ถ้าขอก็ถวายไปเถอะ ...(หัวเราะ)...

บางคนก็ตกใจ อะไร..พระขอข้าวเย็นกิน..เอาข้าวมา จะใส่ที่ไหน ? ท่านควักกะละมังใบเบ้อเริ่มออกมา เอ้า..กะละมังก็กะละมังวะ ก็ใส่ลงไปเรื่อย ทั้งข้าวทั้งกับ ท่านคลุกของท่านไปเรื่อย เสร็จแล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาฉันทั้งตอนเย็นนั่นแหละ ฟาดลงไปทีครึ่งค่อนกะละมัง

ถาม : ใช้เวลาอเมริกาหรือเปล่าครับ ?
ตอบ : คนเห็นก็แปลกใจ แต่ตอนท่านกลับแล้วซิ..ข้าวยังเหลือเต็มกะละมังเท่าเดิม..(หัวเราะ)..ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านฉันอีท่าไหน...ไม่พร่องเลย

ถาม : แต่เห็นว่าฉัน ?
ตอบ : เห็นว่าฉัน ตอนฉันก็หมดเป็นครึ่ง ๆ เลย

ถาม : เวลาท่านมา ๆ องค์เดียว หรือมาทั้ง ๕ องค์เลยครับ ?
ตอบ : ส่วนใหญ่ท่านจะมาองค์เดียว เพราะว่างานของท่านเยอะ ชุดของท่านมี ๕ องค์

ถาม : ยังมีงานอีกหรือ ?
ตอบ : งานท่วมหัวเลย

ถาม : งานอะไรครับ ?
ตอบ : ส่วนใหญ่ก็งานเพื่อพระศาสนา ทำเพื่อกำลังใจของคนหมู่มาก ทำเพื่อส่วนรวม

ถาม : จริง ๆ ถ้าไม่รู้ก็มองไม่เห็น และก็ไม่รู้เรื่องเลยซิครับ ?
ตอบ : หมดเรื่องไปเลย ประเภทที่เดินมาจะเหยียบอยู่แล้วยังไม่รู้ อย่างคุณสุดเฉลียวใช่ไหม ?

ท่านเดินมาบิณฑบาต คุณสุดเฉลียวก็อาย เพราะว่ามีแต่กับข้าวไม่ดี เลยไปบอกท่านบอกว่า "ดิฉันเป็นคริสต์ค่ะ"

ท่านก็เลยเดินไป พอท่านเดินไปจนกระทั่งลับไปแล้วเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่าผิดปกติ..ตรงไหนรู้ไหน ? ผิดปกติตรงที่ว่าท่านสูง หัวนี่ค้ำเพดานเลย..!

แต่ตอนนั้นไม่ได้สังเกต ไม่ทันนึก คงจะเป็นเรื่องบุญมีแต่กรรมบัง พอนึกได้วิ่งตามออกไป ปรากฏว่าไม่เจอแล้ว ตัวเองจะอยู่ห้องที่ ๓ ทางซ้ายมือมีอยู่ ๒ ห้อง ขวามือมีอยู่ ๓-๔ ห้อง เป็นห้องแถว

ถามทางด้านไหนก็ไม่มีใครเห็นพระลักษณะอย่างนั้นเดินออกมาสักองค์หนึ่ง ไม่ทันกินแล้ว..บุญมีแต่กรรมบังไปหน่อย บอกไปได้ว่าดิฉันเป็นคริสต์เจ้าค่ะ..!

ถาม : อ้าว..เขาเองก็ตั้งใจดีนี่นะ คือกลัวกับข้าวไม่ดี ก็เลยไม่ถวาย ?
ตอบ : ถ้าหากว่าไม่มีจริง ๆ ที่กินแล้วใช้แล้วก็ได้ เขาเรียกว่า “ทาสทาน” ถ้าเสมอกับตัวเองกินตัวเองใช้ก็เป็น “สหายทาน” ถ้าดีกว่าที่ตัวเองกินตัวเองใช้ถึงจะเป็น “สามีทาน” แต่ส่วนใหญ่แล้วเขาจะทำแต่ที่ดี ๆ ก็เลยพลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย

ถาม : ถ้าได้ทำก็สุดยอดเลยครับ ?
ตอบ : พระอย่างนั้นมาไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยนะ

ถาม : งานหลวงปู่เทพโลกอุดรมีเฉพาะบนโลกมนุษย์หรือครับ ?
ตอบ : ก็บริวารท่านนั่นแหละ ถ้าไปเกิดดาวอื่นท่านก็ต้องตามไปเก็บเหมือนกัน แต่ระดับของท่านเดินทีเดียวก็ถึงแล้ว ไม่ต้องลำบากแบบเรา

ถาม : ท่านอยู่ที่ไหนครับ ?
ตอบ : อยู่ที่ไหน ปัจจุบันนี้สถานที่ ๆ ท่านอยู่ประจำเป็นถ้ำใหญ่อยู่ที่เนปาล อยู่ใต้ภูเขาเย็นมากเลย อยากจะเรียกว่าเย็นชนิดติดลบ

แต่ว่าเวลาท่านต้องการให้คนอื่นพบท่าน บางทีท่านก็ไปใกล้ ๆ แล้วก็โผล่ไปให้เห็น หรือไม่ก็หลายคนได้เห็นท่าน ได้เจอท่านในถ้ำแห่งหนึ่ง ที่เรียกว่า “ถ้ำวัวแดง”

ท่านอาจจะดึงเราเข้าไปตรงจุดนั้นก็ได้ เพราะว่าถ้ำวัวแดงจริง ๆ คนไปแล้วไม่เจออะไรเลย

และท่านไม่ได้อยู่องค์เดียวนะ อยู่ด้วยกันหลายองค์ด้วย ถ้ำนั้นน่าอยู่ เป็นแอร์ธรรมชาิติเย็นดี แต่เย็นเกินไปสำหรับเรา

สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
ณ บ้านอนุสาวรีย์ เดือนสิงหาคม ๒๕๔๔


ถ้ำวัวแดง


ถาม : (เกี่ยวกับหลวงปู่โลกอุดรและถ้ำวัวแดงที่ท่านอยู่)
ตอบ : หลวงปู่โลกอุดร ท่านมีที่พักปัจจุบันอยู่ที่ถ้ำใหญ่ในเทือกเขาหิมาลัย เวลาคนไปพบท่าน ให้เดินทางไปถ้ำวัวแดง ท่านจะให้ปรากฏอยู่ตรงไหนก็ได้ คือเดินไปสามก้าวก็ไปโผล่ตรงนั้นได้ แล้วสังเกตไหมว่า คนที่ตามสะกดรอยไป เดินทางไปตามเส้นที่ท่านเคยเดิน หากันไม่เจอ เพราะไม่ใช่สถานที่ ๆ ที่มีตรงนั้น

แต่ว่าพอเขามาด้วยศรัทธา ท่านก็จะพาเดินข้ามจากจุดนั้นไปสู่จุดที่ท่านอยู่เลย เพราะฉะนั้น..ท่านอาจอยู่ตรงไหนก็ได้ อยู่กันหลายองค์เหมือนกัน แต่ละองค์ล้วนแล้วแต่มีหน้าที่ทั้งนั้น

ถาม : ท่านเคยไปไหมคะ ?
ตอบ : ไปไม่ไหว หนาว

ถาม : ในที่อย่างนั้นสามารถใช้กสิณไฟช่วยได้ไหม ?
ตอบ : ต้องใช้เป็นปกติอยู่แล้ว เพราะพวกโยคีส่วนใหญ่เขาบูชาไฟหรือบูชาพระอาทิตย์กันแทบทั้งนั้น เป็นพระถ้าหากทำได้ ก็จำเป็นต้องใช้เหมือนกัน เพราะร่างกายทนไม่ไหว หรือไม่ก็โน่นเลย โดดไปเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน รู้สึกก็ทำเป็นไม่รู้สึกไปเลย

สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๕

---------------------------------------------------------------------------
ถาม : เวลาที่จะนิมนต์หลวงปู่เทพโลกอุดร ทำไมต้องปูผ้าขาว
ตอบ : ถ้ายังมัวสงสัยอยู่มันก็จะสงสัยไปเรื่อย ถ้าอยากรู้ก็ทำ ความสงสัยมันเป็นสิ่งที่ดีเพราะอย่างน้อย ๆ มันแสดงว่าเราเป็นคนมีปัญญา แต่ถ้าหากว่ามันสงสัยในเรื่องที่มันไม่เป็นเรื่อง มันเสียเวลา และก็เสียกำลังด้วย คำว่าเสียกำลังก็คือ เราสั่งสมกำลังเอาไว้เพื่อเอาไว้ตัดกิเลส เอาไว้สร้างเสริมสติ สมาธิ ปัญญาของเรา แต่เราเอากำลังตรงนั้นไปสงสัยเสียเรื่อย สติสมาธิปัญญาของเราเลยไม่ก้าวหน้าไปไหนเสียที ถ้าหากว่าพูดง่าย ๆ ก็คือ มันรั่วหมด พอมันรั่วหมดกำลังก็เลยไม่พอใช้งาน เพราะฉะนั้นเลิกสงสัยแล้วก็ทำ

เก็บตกบ้านอนุสาวรีย์ ต้นเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๒


__________________
อฺธิฐานรอยพระบาทเจ้า ขอพื้นที่ทุกแห่งที่พระพุทธ.ประทีปแก้วได้ประทับลงแล้วจงมีแต่ความผาสุขสืบไป โดยฉับพลันทันที เทอญ

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 7 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ octavian ในข้อความนี้
พรรณวดี (08-08-12), พุทธรักษา (24-08-12), ก้อนดิน (21-08-12), อภิญญา (10-08-12), เพิ่มบุญ (24-08-12), Jira (11-08-12), ohm_chiangmai (08-08-12)