ดูแบบคำตอบเดียว
  #1  
เก่า 04-03-13, 20:29
Rich Rich is offline
Banned Users
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 1,241
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 11,432
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 9,185 ครั้ง ใน 9,185 ข้อความ
พลังบุญ: 0
Rich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished roadRich is on a distinguished road
Smile พระอินทร์ประทานพรแก่พระนางผุสดี


พระอินทร์ประทานพรแก่พระนางผุสดี
ให้ลงมาเกิดเป็นพระชนนีของพระเวสสันดรบรมโพธิสัตว์ (ตอนที่4)
หลังจากที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้บรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ พระองค์ได้ทรงแสดงปญมเทศนาธัมมจักกัปปวัตตนสูตรโปรดภิกษุปัญจวัคีย์แล้ว ก็เสด็จไปยังกรุงราชคฤห์ เสด็จประทับ ณ วัดเวฬุวนาราม จนสิ้นวสันตฤดู จากนั้นก็เสด็จไปกรุงกบิลพัสดุ์เพื่อโปรดพระเจ้าสุทโธทนะพุทธบิดา และพระญาติวงศาทั้งหลาย
พระเจ้าสุทโธทนะพุทธบิดา เมื่อทราบว่าเจ้าชายสิทธัตถะหรือพระสมณโคดมพระราชโอรสผู้นิราศจากราชธานีไปเป็นเวลานานถึง 7 ปี จักเสด็จนิวัตน์กบิลพัสดุ์ ก็ได้จัดเตรียมวัดนิโครธารามหาวิหาร ให้เป็นที่ประทับ
เมื่อพระพุทธองค์เสด็จมาถึง และประทับนั่งบนพุทธอาสนะเรียบร้อย พระญาติวงศ์ทุกพระองค์มีดำริในพระทัยว่า เจ้าชายสิทธัตถะนั้นยังมีพระชนมายุน้อย อันญาติผู้ใหญ่จะอภิวาทวันทาหาสมควรไม่ ก็ชวนกันนั่งอยู่แถวหลัง ๆ ปล่อยพระราชกุมารอายุน้อย ๆ ให้เข้าไปกราบอภิวาทมนัสการพระพุทธองค์
สมเด็จพระบรมศาสดาเล็งเห็นว่า พระญาติวงศาทรงถือทิฏฐิมานะเป็นที่ตั้ง พระองค์จึงตัดพระทัยแสดงปาฏิหาริย์โดยการเสด็จเหาะขึ้นไปสู่นภากาศเปล่งพระฉัพพรรณรังสีสว่างไสวไปทั่วปริมณฑลนั้น พระเจ้าสุทโธทนะทอดพระเนตรเห็นความมหัศจรรย์ ก็ถวายอภิวันท์และตรัสสรรเสริญพระบรมเดชานุภาพว่า
"ครั้งเมื่อพระองค์ยังทรงพระเยาว์ พระพี่เลี้ยงนางนมฝ่ายใน ได้เชิญเสด็จพระองค์ให้เข้าไปวันทาชฏิลดาบส แต่พระบาททั้งคู่กลับประดิษฐานอยู่เหนือเศียรแห่งดาบสนั้นข้าพระพุทธเจ้าก็ประณตน้อมมนัสการโดยคารวะ เป็นครั้งที่ 1 ต่อมาเมื่อพระองค์เจริญวัยในวันจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พระพี่เลี้ยงทูลเชิญเสด็จพระองค์ไปประทับเหนือพระยี่ภู่ใต้ร่มไม้หว้า เมื่อตะวันฉายแสงมา เงาไม้มิได้บ่ายไปตามตะวัน บังกั้นพระองค์ดุจดังพระกลต ครั้นนั้นข้าพระองค์ได้แสดงนมัสการโดยคารวะเป็นครั้งที่ 2 ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3ที่ข้าพระพุทธเจ้าขอแสดงนมัสการโดยคารวะ"
เมื่อพระเจ้าสุธโธทนะแสดงอภิวาทวันทาแก่เจ้าชายสิทธัตถะเช่นนั้น พระญาติพระวงศ์ทั้งหลายก็มิอาจอยู่นิ่งเฉยต่อไปได้ จึงพร้อมกันถวายอภิวาท พระพุทธองค์จึงทรงเสด็จลงจากท้องนภากาศมาประทับเหนือพุทธอาสนะ ขณะนั้นมหาเมฆใหญ่ตั้งเค้า ณ บริเวณนั้นฝนโบกขรพรรษตกลงมา น้ำนั้นสีแดงใสบริสุทธิ์ แม้ว่ามนุษย์หญิงชายผู้ใดไม่ปรารถนาให้ถูกต้องกายแห่งตน ก็จักไม่เปียกปอนด้วนน้ำฝนนั้น บรรดาพระญาติพระวงศ์ศากยราชได้ทอดพระเนตรเห็นพุทธอำนาจมหัศจรรย์ในครั้งนี้ ก็พากันประหลาดพระทัยออกโอษฐ์ว่าเป็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ตรัสแล้วก็ถวายบังคมลาพระตถาคตเจ้าเสด็จกลับพระราชวัง
ฝ่ายพระอรหันต์สาวกหมื่นในที่นั้น ได้ตรัสถามถึงที่มาแห่งฝนโบกขรพรรษพระพุทธองค์จึงทรงแสดงเทศนาเรื่องมหาเวสสันดรชาดก ความว่า
นับแต่ภัทรกัปนี้ ถอยลงไปอีก 96 กัป พระนางผุสดีถือกำเนินเป็นราชธิดาพระองค์ใหญ่ของพระเจ้าพันธุ์มราช วันหนึ่งเจ้าครองนครประเทศราชอันเป็นเมืองขึ้นของนครพันธุมวดี ได้จัดส่งดอกไม้ทองและแก่นจันทร์แดงมาถวายเป็นเครื่องราชบรรณาการพระราชบิดาพระราชทานแก่นจันทร์แดงแก่พระนางผสุดี พระราชธิดาองค์พี่ และดอกไม้ทองให้แก่พระราชธิดาองค์น้อง
ต่อมา เจ้าหญิงทั้งสองทรงมีศรัทธานำของพระราชทานอันมีค่านั้น ไปถวายแด่พระพุทธเจ้าวิปัสสี เจ้าหญิงองค์พี่ทรงตั้งปณิธานไว้ว่า ขอเป็นพุทธมารดารของพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งองค์ใดในอนาคต ส่วนองค์น้องทรงปณิธานไว้ว่าในชาติหน้าต่อไป ขอให้มีลายดอกไม้งามเกิดขึ้นที่พระอุระของพระนาง พระพุทธเจ้าวิปัสสีทรงอนุโมทนาให้สำเร็จตามความปรารถนา
ภายหลังเมื่อพระราชธิดาทั้งสองสิ้นพระชนม์แล้ว ด้วยแรงบุญแรงกุศลที่ได้ประพฤติปฏิบัติมาชั่วพระชนม์ชีพ ก็ได้ส่งผลให้ไปเกิดในเทวโลก สำราญอยู่ด้วยทิพย์สมบัติอยู่เป็นเวลานาน ครั้นครบกำหนดถึงเวลาสิ้นบุญ ก็ดุจจากเทวโลกมาเกิดเป็นราชธิดาของ พระเจ้าติสสราช พระนางพี่มีพระนามว่า สุธมมา พระนางน้องมีพระนามว่า อุรัจฉทา เพราะมีลายดอกไม้ประดับพระอุระสมดังคำอธิษฐาน เมื่อพระรางอุรัจฉทามีพระชันษาได้ 16 ปี มีศรัทธาแก่กล้า อุปสมบทเป็นภิกษุณีในสำนักพระพุทธเจ้ากัสสปะ บรรลุหัตตผลเป็นพระอรหันตเถรีในที่สุด ส่วนพระนางสุธัมมา เมื่อสิ้นพระชนม์แล้วได้ไปบังเกิดเป็นธิดาในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ทรงพระนามว่า ผุสดี เป็นอัครมเหสีท้าวสักกเทวราช หรือพระอิมทราธิราชนั้นเอง
กาลเวลาผ่านไป จนกระทั่งพระนางผุสดีเทวนารีถึงคราวสิ้นบุญอีกครั้งหนึ่งแล้วจะต้องจุติมาในมนุษยโลก ท้าวสักกะทรงทราบ จึงพาพระนางไปประทับยังสวนนันทวันแล้วตรัสบอกว่า บัดนี้น้องถึงกำหนดจะต้องไปบังเกิดในมนุษยโลกแล้ว พี่จะให้พรน้อง 10 ประการ ตามที่น้องต้องประสงค์ น้องจงเลือกเถิด


พระนางผุสดีทูลขอพร 10 ประการ ดังนี้
  • 1. ขอให้ได้อยู่ในปราสาทของพระเจ้าสีวีราช แห่งนครสีพี
  • 2. ขอให้มีจักษุอันดำสนิท ดุจนัยน์ตาลูกเนื้อ
  • 3. ขอให้มีคิ้วดำสนิท
  • 4. ขอให้มีนามว่า ผุสดี
  • 5. ขอให้มีพระโอรสทรงเกียรติยศเหนือกษัตริย์ทั้งหลาย และมีใจบุญ
  • 6. ในเวลาทรงครรภ์ ขออย่าให้ครรภ์นูนปรากฏอย่างสตรีสามัญ
  • 7. ขอให้มีถันอันงาม ในเวลาทรงครรภ์ก็อย่าดำ และต่อไปก็อย่าหย่อนยาน
  • 8. ขอให้มีเกศาดำสนิท
  • 9. ขอให้มีผิวงาม
  • 10. ขอให้ทรงอำนาจปลดปล่อยนักโทษได้
ท้าวสักกเทวราชก็ทรงประสามพรให้เป็นที่สมประสงค์แห่งพระนาง
เมื่อพระนางผุสดีได้รับพรจากท้าวสักกเทวราชแล้ว ก็จุติมาเกิดเป็นราชธิดาของพระเจ้ามัททราช ครั้นเจริญวัยก็มีพระสิริโฉมงดงามตามที่ปรารถนา เมื่อพระชันษาได้ 16 ปี ก็ได้รับการอภิเษกให้เป็นพระมเหสีของพระเจ้าสญชัย นครสีพี ต่อมาได้ทรงพระครรภ์ครบถ้วนทศมาส และในขณะที่เสด็จประพาสพระนครได้ประสูติพระโอรสที่ตรอกพ่อค้าพระประยูรญาติจึงถวายพระนามว่า เวสสันดร
พอกุมารประสูติจากพระครรภ์ก็กล่าวทูลขอเงินพระมารดาบริจาคทาน เป็นที่อัศจรรย์ปรากฏแก่ชุมชน และในวันนั้นนางช้างกเรณุเศวตสาร แห่งตระกูลฉัททันต์ ได้นำเอาลูกช้างเผือกขาวบริสุทธิ์มาไว้ในโรงช้างต้น ประชาขนต่างพากันชื่นชมพระบารมี ให้ชื่อช้างนั้นว่า ปัจจัยนาค ถือเป็นบุพนิมิตมงคลของพระนครยิ่งนัก

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 2 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ Rich ในข้อความนี้