ดูแบบคำตอบเดียว
  #7  
เก่า 10-06-15, 13:18
อภิญญา's Avatar
อภิญญา อภิญญา is offline
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,202
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,857
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 78,025 ครั้ง ใน 78,025 ข้อความ
พลังบุญ: 56831
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ตามรอยพระบาทพระถังซำจั๋ง โดยหลวงพี่ฯ ( 7 )

จากเมืองมังคลีต่อไปอีก ผ่านภูเขาใหญ่ ถึง “ตาน้ำอะปะลาล” ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำ ศุภวัสตุ นาคที่อาศัยอยู่ที่นี่กลับชาติเกิดเป็น มนุษย์ในสมัยพระพุทธกัสสป ชื่อว่า “คัณคิ” สามารถปราบนาคร้ายอื่นๆ มิให้ทำฝนตกหนัก ชาวบ้านจึงให้เสบียงอาหารเป็นประจำ

ต่อมาบางครอบครัวหลีกเลี่ยงที่จะส่งเสบียงให้ต่อไป คัณคิตายแล้วจึงกลับไปเกิด เป็นนาคร้ายบันดาลให้แม่น้ำกลายเป็นสีขาวขุ่น สร้างความหายนะแก่พื้นดินและพืชผลในนา อย่างมหันต์ ต่อมาพระพุทธเจ้าจึงได้เสด็จโปรด จนเกิดความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา


ถัดจากตาน้ำนี้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ๓๐ ลี้เศษ ทางเหนือของฝั่งแม่น้ำ มีศิลาแบน ราบเรียบก้อนมหึมาก้อนหนึ่ง บนศิลามี รอยพระพุทธบาท ซึ่งอาจวัดขนาดได้ยาวและสั้นแตกต่างกันไป สุดแท้แต่บุญวาสนาของผู้อธิษฐาน


รอยพระบาทนี้เป็นรอยพระบาทที่พระพุทธองค์ประทับไว้เมื่อครั้งเสด็จมาปราบ พญาอะปะลาลนาคราช คน รุ่นหลังจึงสร้างคูหาบน ศิลายักษ์นี้ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้และไกลพากันมา สักการบูชาด้วยดอกไม้และของหอม ล่องไปตามลำน้ำ ๓๐ ลี้เศษ มาถึงศิลาที่พระตถาคตเจ้า ซักฟอกจีวร รอยเส้นของจีวรยังเห็นได้ชัด เจน ประหนึ่งจำหลักไว้


(สถานที่สองแห่งนี้ หลวงจีนฟาเ**ยน ก็ได้มานมัสการแล้วเช่นกัน ซึ่งสถานที่เหล่านี้ มีคล้ายกับบ้านเรา คือที่ วัดพระพุทธบาทตากผ้า อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ตามที่ผู้เขียนเคยเล่าไว้แล้ว)


จากนั้นพระถังซำจั๋งก็เดินทางไปถึง หิฑฺฑคีรี ขุน เขาสูงลิบคดเคี้ยวเลี้ยวลด มีดอก ไม้นานาพันธุ์ บางครั้งจะมีเสียงคนคุยกัน บาง ครั้งเป็นเสียงดนตรีแผ่วแว่วมา แท่นหินสี่เหลี่ยม คล้ายเตียงนอน เหมือนมีคนมาสร้างไว้ ตั้ง เรียงรายกันเป็นระยะๆ เต็มหุบเขา ที่นี่เคยเป็น ที่พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็น ดาบส สละชีพ เพื่อขอฟังพระธรรมกถาอีกครึ่งบทให้จบ


หลังจากนั้นก็ไปถึงอารามชื่อ มหาวนา ซึ่งเป็นที่พระพุทธเจ้าได้เสวยพระชาติเป็น สวรทัตตะราชา ทรง สละราชสมบัติแล้ว พบคนยากจนผู้หนึ่งมาขอทาน แต่ไม่มีอะไรจะให้ จึงให้ มัดพระองค์ไปถวายพระราชาฝ่ายอริศัตรู เพื่อ รับเงินสินบน ถือว่าเป็นทานที่พระองค์มอบให้


จากอารามมหาวนาไปลงจากภูเขาเดิน ต่อไปอีกถึง อารามมยูขะ ในอารามมีศิลาสี่ เหลี่ยมก้อนมหึมาอยู่ใกล้ๆ สถูปเป็น รอยพระบาท ของพระพุทธองค์ประทับอยู่ จำเดิมเมื่อพระบาทของพระตถาคตเจ้าเหยียบลงบนศิลา ปรากฏเปลวรัศมีพวยพุ่งส่องสว่างรุ่งโรจน์ทั่วพิภพไพศาล พระองค์ทรงแสดงเทศนานิทานชาดกแก่มนุษย์และเทวดา


ภายในฐานสถูปนี้มีศิลาก้อนหนึ่ง สีนวล เป็นมันลื่น สีไม่เปลี่ยนแปลง ที่นี่เป็นที่ที่พระพุทธองค์เมื่อครั้งเสวยพระชาติเป็นโพธิสัตว์ ทรงใช้พระอัฐิธาตุของพระองค์เอง จารึกพระคัมภีร์ในขณะที่ทรงสดับพระสัทธรรม


ทางด้านตะวันตกของอารามมยูขะ มี สถูปซึ่งพระเจ้าอโศกทรงสร้างไว้ เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็น สิวิกราชา ทรงเฉือนพระมังสา (เนื้อ) ของพระองค์เป็นค่าไถ่นก พิราบจากปากเหยี่ยว เพื่อมุ่งหวังในพุทธผล จากสถูปนี้ไปอีกก็มีสถูปเมื่อครั้งเสวยพระชาติ เป็น ท้าวสักกเทวราช แล้วแปลงร่างลงมาเป็นงูเหลือม อุทิศเนื้อให้ผู้คนกินเพื่อหายจากโรค ระบาดและทุพภิกขภัยทั้งหลายในเวลานั้น


จำเนียรกาลเมื่อครั้งเสวยพระชาติเป็น ราชาแห่งมยุรชาติ (เกิดเป็น พญานกยูงทอง) ได้มาถึงที่นี่พร้อมเหล่ามยุราทั้งปวง ด้วยความที่ ทั้งร้อนและกระหายน้ำ จึงใช้จงอยปากเจาะหิน ผาให้น้ำไหลออกมา ปัจจุบันที่ตรงนี้กลายเป็น สระน้ำ จะดื่มหรือใช้อาบก็รักษาโรคได้ จนบัดนี้ยังมี “รอยตีนนกยูง” ประทับอยู่บนศิลานั้น ดังนี้แล...

ที่มา เวบตามรอยพระบาท
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
พรรณวดี (10-07-15), พุทธรักษา (17-06-15), Rich (17-06-15)