ดูแบบคำตอบเดียว
  #2  
เก่า 25-08-17, 13:25
อภิญญา's Avatar
อภิญญา อภิญญา is offline
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,199
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,855
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 78,025 ครั้ง ใน 78,025 ข้อความ
พลังบุญ: 56828
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile กำเนิดมนุษย์และคนไทย ( 2 )

ขุนสรวงกับนางสาง มีอายุยืนนานกระทั่งหลานเหล่านั้นมีลูกกัน ต่างพากันมาหา ได้เอาลูกมาให้รับใช้ หาของเลี้ยง ตอนนี้ ขุนสรวงและนางสางเฒ่ามากแล้ว เมื่อเหลนเหล่านั้นขึ้นวัยหนุ่มสาว ขุนสรวงและนางสางก็บอกเป็นผัวเมียกัน ต่างมีลูกได้นำมาให้ และบอกว่า นี่ต้น จึงมีชื่อว่า "ต้น"กันมา
สองต้นเฒ่าลงไปมากนัก ตอนนี้ แผ่นดินได้โผล่ขึ้นพ้นน้ำแล้ว
ที่ติดต่อกันพวกหลานและลื่อมีกำลังดีจึงเที่ยวไป พบคนอื่นที่มีอยู่แล้ว ได้จับเอาให้ขุนสรวงและนางสาง ได้ทุบแล้วฉีกให้กิน นั่นเป็นต้นของการจับคนกินกันมา
ขุนสรวงนางสางได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนก็เคยกินมาแล้ว ถ้าขืนฆ่ากันกินอย่างนี้ จะไม่มีคนอื่นเหลืออยู่ ได้ห้าม บางคนก็เชื่อ บางคนไม่เชื่อ จึงกินคนกันมา
ขุนสรวงและนางสางเฒ่ามาก จำหลานเหลนลื่อไม่ได้
วันหนึ่งเลื่อนลงจากถ้ำ ลงมาถึงพื้นดิน นั่งหอบเหนื่อย นึกว่าอยู่ไม่ได้แล้ว ถึงกาลต้องไปเป็นผีฟ้า ลูกหลานเหลนลื่อต่างพากันมา ขุนสรวงมองเห็นลางๆ พวกนั้นได้ไปอุ้มนางสางลงมา ขุนสรวงบอกลาไปเป็นผีฟ้าแล้วนั่งนิ่ง เมื่อถูกสางเขย่าตัวก็บอกให้สงบ เหมือนง่วงเผลอหมดความรู้สึก พอรู้ตัวปรากฎออกมาอยู่ข้างนอก ตัวเดิมนั้นผงะหงายนอนเหยียดอยู่ สางปลุกเขย่าให้พูดก็ไม่พูด ขุนสรวงออกมาอยู่ข้างนอกแล้วสบายไม่เหนื่อยอ่อน ร้องบอกแต่สางไม่ได้ยิน เห็นนางร้องไห้กอดผีอยู่หลายวัน กระทั่งเน่าเปื่อย
จ้าวขุนสรวงจึงแสดงร่างให้ปรากฎ เอื้อมมือมารับผีสางลุกขึ้นจากร่างเดิมเลื่อนขึ้นยืนคู่อยู่กับจ้าวขุนสรวง คิดว่าร่างเดิมนั้นเป็นร่างผีฟ้าแสงมา ที่หนักแก่ตายก็เพราะ กินดิน กินมะลูกไม้ ตัวจึงหนักและเน่าเปื่อย
จึงตั้งคิดให้ทั้งคู่ลุกขึ้นยืนแล้วจ้าวขุนสรวงและขุนหญิงสางแสดงร่างผีฟ้าแสงให้เห็นได้ เดินเข้าไปในร่างเดิมนั้นบอกว่า
สางกูเป็นปอบพ่อแม่นมของปู่ย่า มื้อนี้ตายแล้ว ตัวนั้นจะเน่าเหม็น พวกมึงไปหาไม้แห้งมากองให้มาก เอาตัวกูนี้วางบน เผาไฟเถิด จะได้ไม่เหม็นเน่า พวกหนึ่งไปหาไม้แห้งมา ที่เหลือบอกให้เอามือกอบน้ำบ่อใกล้ๆนั้นมาอาบน้ำทำให้สะอาด เอาดินขาวประแล้วให้ไปฉีกใบตองแห้งมานุ่งห่ม ห่อร่างทั้งคู่นั้น จึงให้ยกขึ้นวางบนกองฟืน ให้เอาไม้แห้งถูกันให้ร้อน- ไหม้ คุ ลุกไฟแล้วสุมไว้ก่อน ให้ไปเก็บดอกไม้หอมๆมาวางรอบ เหลนบอกว่า ไม้หอมมมีอยู่จุดไฟหอม ไปถอนมาแล้ววางสุมไฟลุกแล้วให้นำเข้าจุดกองฟืน
จ้าวขุนสรวงสางยืนอยู่ เมื่อไฟลุกไม้ไหม้ร่าง ได้ลอยขึ้นสูง ลูก หลาน เหลน ลื่อ ร้องไห้ ร้องเรียก จ้าวสรวงสางหยุดแล้วแสดง - ส่วนผีฟ้าแสง คอ หัวยอด มีสายสะพาย มีผืนนุ่ง มีแท่นนั่ง ลูก หลาน เหลน ลื่อ มองเห็นกลับมาได้แสดงความดีใจ เต้น ร้อง รำ ที่เป็นผัวเมียก็กอดกัน คุยกันให้ปอบดู เป็นต้น ตาย บำบวงผี เผาผี อยู่กันตลอดคืน เช้าไฟมอดหมดฟืน หมู่นั้น กินดิน กินมะ กินน้ำ น้ำที่มีเอาไปให้ผีก่อนแล้วกิน พูดกันว่า ต้นปอบ พ่อเทียด ปู่ทวด ยังอยู่ดอม ควรก่อรูปผี จ้าวขุนปอบว่า เอาดินใต้น้ำคลุกทราย เอาเถ้า ก้อนดูกปน ก่อแท่นก่อน ตรงที่ตาย ที่เผานั้น เอาดินก่อพอกขึ้นเป็นร่าง สรวง สาง นั่งคู่ หมู่ชายทำรูปขุนสรวงนั่งขัด(ตะหมาดราบ) หมู่หญิงปั้นแม่สางนั่งพับเพียบ ท่านว่าดี ให้ตีนบังท้องน้อย ให้รู้ว่า ต้นผีมีอาย ว่าเล็กแลนั่งห่างกัน ได้เอาดินปนทรายพอกให้ใหญ่ นั่งให้ใหญ่กว่าตัว นั่งเข่าติดกัน เสร็จแล้ว ขุนสรวงสางให้ขุดรางยาว เอาดินขึ้นพูนเป็นฝากั้น ให้ขนไม้แห้งมาวางรอบ ให้จุดไฟเผาให้ดินสุกแข็ง ทนน้ำ ทนฝน ๗ วัน ๗ คืน แข็งดีแล้ว ปล่อยให้เย็นหลายมื้อ เสร็จแล้ว หาดอกไม้มากองหน้า หามะลูกไม้ หาตัวมาวาง เลี้ยงกัน เต้น รำ ร้อง เป็นต้นถือผีกันมา
จ้าวขุนสรวง และ ขุนนางสาง มองเห็นลูกหลานพร้อมเพรียงกันดี บอกให้ทำอะไรก็ทำตาม จึงเกิดความเป็นห่วงขึ้น ได้เข้าพักอาศัยในร่างปั้นนั้น พิทักษ์รักษาตุ้มครอง สอนวงวานเครือเถาต่อมา
หมายเหตุ
ระยะกาลเมื่อ ๖๖๐๐ ปีมาแล้ว เป็นตอนที่ขุนสือไทย และขอมฟ้าไทยได้คิดลายสือไทยสำเร็จเรียบร้อยแล้ว ได้เชิญขุนสรวงและนางสางมาทรงไทยงามได้เล่าเรื่องเมื่อต้นกัป พุทธันดรที่ ๑ ในกาลก่อนพุทธกาลนี้ ขุนสรวงเรียกพระพุทธว่า คนเหลือง ๑ เส้นหนักบนเป็นลายสือไทยว่า หนึ่ง มุมล่างซ้ายจะเห็นเส้นอ่านเป็นเลขได้ว่า ๑ ขุนสือไทยและขอมฟ้าไทยได้ทำเครื่องหมายรู้ไว้ให้เห็นอย่างแจ้งชัด ตัวเลือนมาก อ่านได้ความอย่างนี้ ได้อ่าน และรู้เรื่องขึ้นอย่างนี้ ทั้งมีเครื่องหมายเลข ๑ เห็นอยู่ด้วย และยังมีองค์ที่ ๒ ที่ ๓ อยู่จะได้ใส่ในตอนต่อไป ทั้งนี้เพื่อยืนยันเรื่องเดิมของเราว่า ของเรานั้นมีอยู่แล้ว ได้พบ จึงได้นำเอามาเปิดเผย ได้เป็นเรื่องของไทย ทั้งยืนยันว่า ไทยนี้มีอยู่แล้ว ทั้งทราบเรื่องของไทยมาด้วยวิธีการเชิญมาทรง ให้เล่าบอกกับทั้งคิดลายสือบันทึกเรื่องราวไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังๆได้ทราบกันอย่างที่ปรากฎมานี้
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม