ดูแบบคำตอบเดียว
  #5  
เก่า 27-08-17, 00:05
อภิญญา's Avatar
อภิญญา อภิญญา is offline
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,119
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,846
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,935 ครั้ง ใน 77,935 ข้อความ
พลังบุญ: 56658
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile พุทธันดรที่ ๒

ยุคแถน เมืองแถน เป็นยุคตั้งแต่ครึ่งหลังพุทธันดรที่๑ จนถึงครึ่งต้นพุทธันดรที่๓
ขุนแถนเทียนฟ้า กับ ขุนนางสีทองงาม หรือปู่แถน ย่าแถนนี้ ซึ่งเป็นขุนต้นผีที่ยั่งยืนมาก ณ เชียงใหม่และลำปาง
ในภาคกลางนี้มีเพียงชื่อ ยิ่งนำมาตั้งชื่อคนหรือสถานที่แล้วก็เป็นของธรรมดาไป
เฉพาะในทางพระพุทธศาสนา มีกาลพระโกนาคมนสัมมาสัมพุทธ
ในส่วนของไทยนั้น มีเพียงชื่อ "แถน"
"คนเหลืองสอง เมื่อหมู่คนยังหลาย หมู่คนนี้รวมเข้าหมู่คนเมือง นานมาเกิดหลาย คนเมืองชื่อแถนไทยลวะ
ต้นใหญ่ชื่อขุนแถนไทย เมียชื่อ สีทองงาม
กูช่วยให้รู้อู่ รู้ผี รู้ฟ้า ข้าว บ้าน เรือน กดหมาย ลายอ่านเมืองแถน ข้าวล้นคนหลาย ถือผีพ่อแม่ยืนนาน
คนเหลืองสองเกิดขึ้น(รู้ทำเป็นปีฟ้าแสง) มาเมืองแถน
สอนหมู่เราเข้าเป็นคนเหลืองมาก(เข้าบวชเป็นภิกษุสงฆ์)
คนเหลืองอยู่ดอมเราหลาย ไปหนหาย(นิพพาน)
อยู่เรายังเมืองแถน มีคนล้นหลาย รู้คิด รู้สร้างมาก
นานเข้า มิเอาคำผี มิเชื่อถือคำคนเหลือง เอาร้าย ฆ่ากันตาย ผู้กลัวเข้าถ้ำ ป่า เขา (ตอนนั้น) เข้ารวมหมู่ ตั้งชื่อคนแถน"
ตอนนี้ เรื่องในพระพุทธศาสนากล่าวว่า เมื่อยุคมิคสัญญีผ่านไปแล้ว

พุทธันดรที่ ๑ ล่วงไป หมู่คนที่หลบภัยได้ออกมาสั่งสอนกันเอง จึงเริ่มประพฤติดี
อายุกาลก็เริ่มมากขึ้นกระทั่งถึงอสงไขย ไม่เห็นแก่ตายจึงกระทำอกุศลกรรมกันอีก
อายุเริ่มลดลงกระทั่งถึงกาลมีอายุ ๓ หมื่นปี
พระโคนาคมนอุบัติ ครองเรือนอยู่ ๓พันปี ตรัสรู้แล้ว
ทรงพระชนม์ชีพอยู่ ๓ หมื่นปี ดับขันธปรินิพพาน
จากนั้น อายุก็ลดลงกระทั่งถึงมิคสัญญี ต่างประหัตประหารกัน ที่เห็นภัยก็หลบเข้าถ้ำ ป่า เขา เมื่อตายกันหมด สงบเงียบแล้วต่างออกมาเริ่มชีวิตกันใหม่ เป็นกาลสุดพุทธันดรที่ ๒ และเริ่มพุทธันดรที่ ๓
ในยุคไทย - ขุนแถนนั้น ตรงกับพุทธันดร-พระโคนาคมนสัมมาสัมพุทธองค์ ก็มีเรื่อง-พระเจ้าธรรมเสนราชา ซึ่งจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธองค์
ทรงพระนามว่า - พระติสสสัมมาสัมพุทธองค์นั้น
ก็ในกาลก่อน กระทั่งถึงพระพุทธกาลพระโคนาคมนสัมมาสัมพุทธองค์นั้น

จากกาลมิคสัญญีนั้นก็ได้เจริญขึ้น โสฬสมหานคร ก็ได้เปลี่ยนเป็น - มัชฌิมประเทศ หรือ เป็น - มัธยมประเทศแล้ว ซึ่งมีชื่อรวมว่า - ชมพูทวีปแล้ว
และมีกาลน้ำท่วมโลก ซึ่งเป็นยุคสมัย - มัตสยาวตารที่ ๑ นั้น ที่รอดอุทกกภัยได้ในครั้งนั้น ก็คือ มนูชนก หรือ ไววัสวัต อันมีพระนามว่า - สัตยพรต
ซึ่งเป็นมนูที่ ๗ ที่ได้มีสืบต่อมาแต่ มนูที่ ๑
ส่วนทางเมืองทอง เมืองแก้วนี้ ได้ล่วงผ่านยุคสมัยขุนสรวงมาแล้ว

ไทยทอง - ได้มีขุนไทยแก้วแล้ว จึงค่อยเปลี่ยนเป็นไทยแก้ว
ครั้นมิคสัญญี คนผู้ดีได้หลบภัยเข้าอยู่อาศัยตามถ้ำ เมื่อหมดภัยแล้ว ผู้ที่ยังเหลืออยู่ต่างได้ออกมาพบเห็นกัน จึงรวมกัน
แล้วให้แถนเทียนฟ้าเป็น ขุนแถนขึ้น ได้ร่วมช่วยกันสร้างบ้านเมืองกันสืบต่อมา

ครั้นขุนต้นล่วงไปแล้ว ที่ ๒
ก็ได้แต่งตั้งสถาปนาตามชื่อต้นนั้นว่า - แถนเทียนฟ้า เช่นเดียวกัน
จึงมีชื่อว่าไทยแถน หรือยุคแถน เป็นที่ ๒ จากยุคขุนสรวงนั้น

กาลเวลาได้ล่วงมาตลอดหลายชั่วขุน
พระธรรมคำสั่งสอนของพระกุกกุสันธพระพุทธองค์ก็ยังเหลือคงอยู่บ้าง ได้จำกันไว้บ้าง กาลนานมากเข้าก้เลือนลางจางหายไป ทั้งการประพฤติปฏิบัติ กับทั้ง พระศาสนธรรม ก็สูญหายไปทั้งหมด ชาวชนทั้งนั้นประพฤติแต่อกุศลกรรม ขวบกาลที่ไขขึ้นเจริญยืนยาวจึงค่อยลดลง
แม้ขุนสรวง และ ขุนแก้วผู้ต้น ก็ยังอยู่คอยคุ้มครองป้องกันอยู่ จึงชื่อว่า ยังเคารพนับถือ บำบวง บวงสรวงต้นผีกันมา
__________________
รวย ฤทธิ์ นิพพาน

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม