ดูแบบคำตอบเดียว
  #1  
เก่า 22-11-09, 21:56
อภิญญา's Avatar
อภิญญา อภิญญา is offline
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,144
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,851
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,963 ครั้ง ใน 77,963 ข้อความ
พลังบุญ: 56711
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ท่านแม่ชีปทุม โชติอนันต์

อภิญญา-ท่านแม่ชีปทุม โชติอนันต์-1178433301%5B1%5D-jpg
แม่ชีประทุม โชติอนันต์ ผู้ก่อตั้งสำนักส่งเสริมปฏิบัติธรรม ศิษย์พระราชพรหมยาน จังหวัดนครราชสีมา เกิดเมื่อวันพุธที่ ๕ เมษายน ๒๔๖๙ ที่ตำบลบ้านแพน อำเภอเสนา จังหวัดอยุธยา เป็นบุตรคนที่ ๓ จากพี่น้อง ๖ คน บิดานามว่า นายโหร่ง กิจเหมาะ และมารดาคือ นางส้มจีน กิจเหมาะ
ชีวิตในวัยเด็กกำเนิดในครอบครัวที่มีฐานะดี เป็นที่นับถือของผู้คนในหมู่บ้าน ต่อมาเมื่อสิ้นบุญคุณปู่ คุณย่า คุณตาไปแล้ว คุณยายของท่านได้ถูกโกงจากการทำสัญญากู้เงินเพราะความไม่รู้หนังสือ จึงทำให้ชีวิตต้องตกอับยากลำบาก ญาติพี่น้องไม่มีใครเหลียวแล ท่านจึงตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ
เมื่อเข้ากรุงเทพฯ ท่านได้มีโอกาสถวายงานกับสมเด็จพระนางอินทร์ และต่อมาได้สมรสกับ นายสว่าง โชติอนันต์ ฐานะครอบครัวช่วงนี้เริ่มดีขึ้น มีเงินซื้อที่ดินปลูกบ้านให้พ่อแม่พี่น้อง ชีวิตพอมีความสุขขึ้นบ้าง แต่ก็ยังไม่หมดเคราะห์ ถูกโจรขึ้นบ้านถึง ๒ ครั้ง
เมื่อบิดามารดาของท่านสิ้นไป ท่านเริ่มรู้สึกปลงกับชีวิต รู้สึกว่าชีวิตมีแต่ทุกข์หนัก ทำอย่างไรจึงจะหมดจากทุกข์ได้ จึงเริ่มต้นแสวงหาธรรม ฝึกฝนตน สวดมนต์และบำเพ็ญภาวนา
ท่านได้เดินทางไปทางตะวันออกจังหวัดชลบุรี ระยอง และจันทบุรีเพื่อแสวงหาครูบาอาจารย์ชี้แนะ แต่ต้องพบอุปสรรคนานาประการ อย่างไรก็ตามท่านยังคงตั้งมั่นในความเพียรไม่ท้อถอย
ท่านได้ประสบนิมิตเห็นพระพุทธรูปมาชี้ทาง ฝันเห็น ท้าวธตรฐ หนึ่งในท้าวจาตุมหาราชประจำทิศตะวันออก และ ท่านปฎาจาราเถรี พระอรหันต์หญิงสมัยพุทธกาล ที่พระพุทธองค์ทรงยกย่องว่า เป็นเลิศด้านพระวินัย
ปลายปี ๒๕๒๖ ขณะที่ท่านเจริญสมาธิได้นิมิตเห็น " หลวงพ่อฤาษี " แต่ขณะนั้นไม่รู้จักว่าพระรูปนี้เป็นใครอยู่ที่ไหน แต่ท่านมีความรู้สึกว่า ต้องตามหาให้พบ จึงได้ตั้งจิตอธิษฐานออกเดินทางติดตามหา
ในที่สุดท่านได้เดินทางจากศรีราชาจนมาถึงวัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี เมื่อได้พบหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ท่านจำได้ว่าเป็นพระสงฆ์รูปที่มาปรากฏในนิมิต จึงได้กราบขออยู่ปฏิบัติธรรมกับหลวงพ่อเป็นเวลา ๗ วัน เมื่อครบกำหนดจึงกราบลาเดินทางไปยังวัดพระพุทธโคดมต่อไป แต่ท่านก็ยังหาโอกาสกลับมากราบนมัสการหลวงพ่ออีกหลายวาระ และได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อช่วยสงเคราะห์ตอบคำถามให้ทางจิตอีกด้วย
ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ ท่านมีโอกาสไปกราบนมัสการหลวงพ่อฤาษีอีกครั้ง และนึกในใจว่า
" ถ้าเราได้หลวงพ่อทำพิธีปลงผมให้ เราจะเอาผมออก " ในวันนั้นหลวงพ่อได้เมตตายกไม้เท้าของท่านขึ้นเขี่ยศีรษะแม่ชีประทุม วนไปวนมาเพื่อเป็นการทำพิธี ซึ่งสร้างความปิติยินดีให้กับท่านเป็นอย่างมาก เมื่อเดินทางกลับจึงได้ทำพิธีบวช ณ วัดมะทาย จังหวัดจันทบุรี โดยมีพระครูประสาทพัฒนกิจ หรือ หลวงพ่อฝ้าย เป็นผู้ประกอบพิธีโกนผม
การบวชในครั้งนั้นท่านได้ตั้งจิตว่า " การบวชของฉันครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย คำว่าสึกจะไม่มีจากคำของฉัน " แม้จะมีอุปสรรคมากมาย แต่ท่านก็พิสูจน์ด้วยธรรมะและจิตที่ตั้งมั่น ซึ่งสามารถเอาชนะอุปสรรคเหล่านั้นได้สำเร็จ
ปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ท่านได้เดินทางไปปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ได้จำพรรษา ณ วัดใหม่คลองยาง คุณวิรัช มั่งเรืองสกุล ผู้มีโอกาสได้รับฟังธรรมะจากท่านจนเกิดความเลื่อมใสศรัทธา จึงได้นิมนต์ท่านอยู่จำพรรษาถาวร โดยได้ถวายที่ดินเพื่อปลูกสร้างกุฏิและศาลาปฏิบัติธรรม หลังจากนั้นท่านแม่ชีจึงกราบเรียนให้หลวงพ่อฤาษีทราบในเรื่องนี้ เมื่อได้รับการอนุญาตจากหลวงพ่อ ท่านจึงรับที่ดินผืนนี้ไว้
ปี พ.ศ. ๒๕๓๑ สำนักส่งเสริมปฏิบัติธรรม ศิษย์พระราชพรหมยาน อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ได้ถือกำเนิดขึ้น
แม่ชีประทุมได้มอบผลงานอันเป็นมรดกแก่พุทธศาสนามากมาย อาทิ วัตถุมงคลชื่อดัง พระเครื่อง โคตรเศรษฐี ซึ่งสร้างจากแร่พันปีของผู้สำเร็จ โดย ท่านท้าวธตรฐ หนึ่งในท้าวจาตุมหาราชประจำทิศตะวันออก ได้เก็บรักษาไว้มอบแก่ผู้มีบุญ เพื่อให้นำมาทำประโยชน์แก่พุทธศาสนาต่อไป ดังที่หลวงพ่อฤาษีได้กล่าวไว้ ปัจจัยจากการให้บูชาพระโคตรเศรษฐีในครั้งนั้น ได้นำมาเป็นทุนในการจัดสร้าง " พระมหาวิหารโคตรเศรษฐีสุรนารีวรนาถ " ภายในสำนักส่งเสริมปฏิบัติธรรม ศิษย์พระราชพรหมยาน ในวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๓๔ เวลาต่อมา
วันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๓๘ ท่านได้จัดพิธีเททองหล่อ สมเด็จองค์ปฐม หน้าตัก ๓ ศอก ๒ องค์ รูปเหมือนหลวงปู่ปาน และรูปเหมือนหลวงพ่อฤาษี แบบละ ๒ องค์ เพื่อประดิษฐาน ณ มหาวิหาร
นอกจากนี้ท่านได้ดำริให้จัดสร้าง วิหารอรหันต์หญิง เพื่อประดิษฐานพระอรหันต์ภิกษุณี จำนวน ๑๓ พระองค์ ภายในสำนักส่งเสริมปฏิบัติธรรมฯ แต่ได้สร้างสำเร็จภายหลังท่านละสังขารไปแล้ว และยังมีมรดกทางพุทธศาสนาอีกมาก ทั้งถาวรวัตถุสิ่งปลูกสร้างภายในสำนักส่งเสริมปฏิบัติธรรมฯ ตลอดจนธรรมะและแนวการปฏิบัติที่ท่านฝากไว้แก่ศิษยานุศิษย์ เพื่อให้ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป
วันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๓๘ แม่ชีประทุมได้ละสังขาร ท่านได้มอบสรีระของท่านฝากไว้แก่ศิษยานุศิษย์เพื่อเป็นอนุสติในการปฏิบัติของทุกคน ขันธ์ของท่านไม่เน่าเปื่อยสูญสลายไปตามกาล แต่ยังคงสภาพให้ลูกหลานได้กราบไหว้ และเป็นเครื่องเตือนใจให้รำลึกถึงการประกอบความดีจวบจนถึงปัจจุบันนี้
แม่ชีประทุม ถือเป็นอริยะบุคคล ท่านเป็น " พระ " ก่อนละสังขาร และเมื่อละขันธ์ไปแล้ว จึงบังเกิดปาฏิหาริย์ปรากฏ " พระธรรมธาตุ " เสด็จมาประทับสรีระของท่านบริเวณศีรษะ และเพิ่มปริมาณขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันความบริสุทธิ์แห่งจิตที่สิ้นแล้วจากอาสวะทั้งปวง ท่านเป็นพระอรหันต์ของลูกหลาน และเป็นสรณะแก้วอันประเสริฐของเหล่าสานุศิษย์โดยแท้
จากหนังสือ ประวัติแม่ชีประทุม และหนังสือ ประวัติแร่โคตรเศรษฐี โดย คุณแม่ชีประทุม โชติอนันต์ สำนักส่งเสริมปฏิบัติธรรม ( ศิษย์พระราชพรหมยาน หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง จังหวัด อุทัยธานี ) อ.ปากช่อง จังหวัด นครราชสีมา ถอดความโดยย่อ ดังนี้
พอดีเวลาบ่ายของวันหนึ่งประมาณเกือบสองโมงเศษ ได้มีแม่ชีเดินเข้ามาในสำนัก ข้าพเจ้ามองดูรู้ว่าแม่ชีที่เดินเข้ามาในสำนักนี้ คือแม่ชีที่ข้าพเจ้าเชิญให้ออกจากสำนักนี้ไปนานแล้ว แม่ชีนั่งลงกราบข้าพเจ้าพูดพร้อมกับหยิบห่อกระดาษในกระเป๋าหิ้วให้ข้าพเจ้าดู
เธอเล่าต่อไปว่า " ของสิ่งนี้มีคนเขาฝากมาให้คุณแม่เพื่อสร้างพระมหาวิหาร "
ข้าพเจ้าจึงได้ถามแม่ชีขึ้นว่า " ใครเป็นผู้ฝาก เป็นหญิงหรือชาย "
แม่ชีเธอตอบขึ้นว่า " เป็นผู้ชายค่ะ "
ข้าพเจ้าจึงได้ซักถามเธอต่อไปว่า " ไหนเธอลองเล่ามาให้ฟังซิว่าเรื่องราวเป็นอย่างไรมาตั้งแต่ต้น "แม่ชีเล่าว่า " ในคืนนั้นดิฉันได้ปฏิบัติอยู่ในถ้ำประมาณห้าทุ่มเห็นจะได้ เกิดนิมิตเห็นผู้ชายแต่งตัวทรงเครื่องสวยงามอร่ามแพรวพราว ระยับเป็นสีทอง ยืนอยู่ข้างหน้าดิฉัน ชายผู้นั้นได้พูดขึ้นว่า พรุ่งนี้ตอนสองโมงเช้าจงแต่งขันธ์ห้าขึ้น และจงมานั่งตรงนี้ ฉันจะฝากของเธอ เอาไปให้กับแม่ชีประทุมเพื่อร่วมสร้างพระมหาวิหาร ดิฉันรับคำท่าน ท่านก็หายวับไป พอรุ่งเช้าดิฉันจัดแจงแต่งขันธ์ห้า พอได้เวลาที่ท่านสั่ง ดิฉันได้ไปนั่งตามเดิมพร้อมเครื่องบูชาขันธ์ห้า ดิฉันนั่งสมาธิไปจนถึงสิบโมงกว่าจึงคลายออกจากสมาธิ พอลืมตาขึ้นก็เห็นของสิ่งนี้วางอยู่ ดิฉันรู้ทันทีว่าของที่วางนี้เป็นของที่ท่านฝากให้คุณแม่ ดิฉันจึงนำมา เพราะตรงที่ดิฉันนั่งปฏิบัตินั้น ฉันกวาดเตียนไม่เคยมีอะไรมาก่อน ดิฉันนั่งปฏิบัติมาตั้งสองเดือนกว่าแล้วค่ะ ฉันไม่เห็นมีอะไรเลย "
ข้าพเจ้าบอกให้แม่ชีแก้ห่อดูของ ข้าพเจ้าเห็นของที่ห่อมามองดูเหมือนก้อนหินที่ขรุขระและมีรอยถูกตัดไป รอยที่ตัดมีแสงไม่เหมือนตะกั่ว ตะกั่วไม่มีแสงจึงทำความแปลกใจให้ข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าจึงถามแม่ชีว่า " ของนี้ทำไมจึงมีรอยถูกตัดออกไป " เมื่อแม่ชีได้ฟังข้าพเจ้าถามขึ้น แม่ชีมีสีหน้าไม่ค่อยดี
เธอตอบขึ้นว่า " ดิฉันได้ของแล้วห่อของ รีบเดินทางตั้งใจจะนำของมาให้คุณแม่ตามคำสั่งของท่าน เมื่อเดินมาได้ครึ่งทางได้พบกับชายคนหนึ่งเขาทำงานอยู่แถวนั้น เขาขอดู เขาเห็นฉันหิ้วหนักมาก ฉันจึงให้เขาดู แล้วเขาขอฉัน ฉันจึงให้เขาค่ะ ดิฉันคิดว่าคงไม่เป็นอะไร ของที่เขาขอตัดไปก็นิดเดียวเอง "
ในที่สุดเธอลาจากไป ข้าพเจ้าได้ให้ปัจจัยเป็นค่าเดินทางกับเธอ ข้าพเจ้ารับของก้อนโคตรเศรษฐีใส่พานมีผ้าขาวปูรองรับ มีดอกมะลิบูชา ตั้งไว้ที่หน้าหน้าหลวงปู่ปาน
ครั้นพอตกกลางคืนในเวลาเช้ามืดของคืนวันเดียวกันกับวันที่รับของ เวลาตอนตีห้าครึ่ง ออกจากพระกรรมฐานเพื่ออุทิศส่วนกุศล ทำอย่างนี้เป็นประจำตลอดมา เมื่ออุทิศส่วนกุศลจบลง ข้าพเจ้านั่งอยู่ในกลด เห็นว่าเสร็จกิจแล้วจึงหยิบยานัตถุ์ขึ้นมาทำท่าจะนัตถุ์ยา มุ้งกลดของข้าพเจ้าบางมาก ในทันใดมีความรู้สึกว่า มีคนมายืนใกล้ๆกลดของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงได้ชำเลืองตาดู เห็นคนมายืนอยู่จริงๆ
ท่านแต่งตัวสวยงามยืนชะโงกดูของที่ได้รับมาจากแม่ชีเมื่อตอนบ่ายนั่นเอง ท่าที่ท่านยืนคือขาซ้ายเยื้องไปอยู่หน้า ขาขวาลดลงมาหลัง ยืนชะโงกดูของในพานเอามือไพล่หลัง ขาใหญ่มาก ข้าพเจ้าชำเลืองดูเห็นแต่ขา ส่วนหัวเข่ามองไม่เห็นเพราะขาของท่านยาว ไม่สามารถจะเห็นเข่าได้ ข้าพเจ้านึกรู้ได้ทันทีว่า ท่านคงตามมาดูของ
ข้าพเจ้ายกมือขึ้นพนมและพูดกับท่านว่า "
ท่านผู้เจริญที่เคารพ ขณะนี้ของที่ท่านส่งมาให้ดิฉัน ดิฉันได้รับแล้วและได้บูชาไว้กับหลวงปู่ปานและหลวงพ่อฤาษี ที่ท่านได้ชะโงกดูอยู่นั่นแหละค่ะ ต่อแต่นี้เป็นต้นไปทั้งท่านและดิฉันจะได้ร่วมสร้างพระมหาวิหารแล้วในเวลาอันใกล้นี้ ขอท่านจงปกปักรักษา อย่าให้ใครมาแย่งชิงเอาไปนะคะ สำนักนี้มีแต่ผู้หญิง ท่านผู้มีตาทิพย์จงช่วยสอดส่องดูแลเอาไว้ให้ดี และขอท่านจงโมทนาในความตั้งใจดีต่อพระพุทธศาสนาในครั้งนี้ด้วยเทอญ " ท่านโมทนา เมื่อข้าพเจ้าพูดจบลงท่านหายวับไปฉับพลัน
นี่ข้าพเจ้าเห็นด้วยตาเปล่า มิได้ห็นด้วยสมาธิ ที่เขียนมาตรงๆอย่างนี้มิได้โอ้อวดด้วยประการใด เรื่องนี้ได้เกิดขึ้นกับข้าพเจ้าจริงๆ เมื่อผู้ใดอ่านท่านจะเชื่อหรือไม่นั้นเป็นเรื่องของท่าน สำหรับข้าพเจ้าขอเอาศีลเป็นพยานเท่านั้น
ข้าพเจ้าวางของลงที่โต๊ะนั่งของหลวงพ่อ ( หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง จังหวัด อุทัยธานี ) ข้าพเจ้าก้มลงกราบพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาหลวงพ่อพูดกับข้าพเจ้าขึ้นว่า " นี่โยม โยมชีจะเอาของมาทำฉันหรือ เห็นเป็นมันวาววับโยม "
ท่านพูดท่านยิ้มมองดูของ ท่านถามข้าพเจ้าว่า " นั่นอะไร "
ข้าพเจ้าตอบท่านว่า “ ไม่ทราบว่าเป็นอะไรค่ะ โยมปฏิบัติธรรมได้ของสิ่งนี้มาค่ะหลวงพ่อ โยมนำมาให้หลวงพ่อดู ”
หลวงพ่อมองดูแล้วพูดว่า " ดีนะโยม ของนี้เป็นของพันปีมีค่ามหาศาล "
" โยมอยากทราบว่าเป็นอะไรเจ้าค่ะหลวงพ่อ "
หลวงพ่อพูดว่า " ดี.. เอาไปให้ด็อกเตอร์เขาดูบ้างซิ เผื่อเขาจะรู้บ้าง "
ข้าพเจ้าเห็นคนเข้ามาถวายสังฆทานกันมาก จึงถอยออกมาเดินไปหาด็อกเตอร์เอาของให้ดู ด็อกเตอร์พูดว่า
" หลวงพ่อว่าเป็นอะไร ก็เป็นเช่นนั้นแหละครับ "
ข้าพเจ้าลาด็อกเตอร์ออกมานั่ง เมื่อข้าพเจ้านั่งลง หลวงพ่อได้เมตตาสั่งข้าพเจ้าขึ้นว่า " โยมที่เอาของให้ดูนั่นนะ ของโยมพันปีเก็บไว้ให้ดีอย่าไปทิ้งเสียล่ะ มีค่ามหาศาล" หลังจากนั้นข้าพเจ้าได้กราบลาพระเดชพระคุณหลวงพ่อกลับปากช่อง

ขั้นตอนการสร้างพระโคตรเศรษฐี
วันหนึ่งนั่งสวดมนต์ พอก้มกราบต้องฟุบลงไปชั่วโมง ช่วงนี้เสวยกรรมหนัก นอนคิดมาคิดไป นึกถึงของจะเอาไปทำอะไรดี ของสิ่งนี้ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นเลย คิดว่าจะทำอะไรดี ใจก็นึกถึง ท้าวธตรฐ ว่า " จะให้ของ จะให้ช่วย น่าจะให้ของที่รู้จัก ถ้าเป็นทองคำเราจะได้รู้ นี่เอาก้อนอะไรมาให้ก็ไม่รู้มาให้เรา เรายิ่งโง่ๆอยู่ จะนำไปซื้อขายก็ไม่ได้กลัวเขาไม่รู้จัก เมื่อไม่ได้สร้างก็ไม่ต้องสร้าง ตัดขันธ์ห้าดีกว่า " จึงได้วางก้อนของไว้ข้างตัว พิจารณาขันธ์ห้าย้อนไปย้อนมา จับพุทโธบ้าง จับอานาปานุสสติบ้างนานพอสมควร
ทันใดก็ได้ยินเสียงข้างหูขวาว่า " ในห่อของนั้นมีค่ามหาศาล ทำไมไม่รีบจัดการขึ้น "
เสียงพูดนั้นดูหนักหน่วงเหมือนดุ ท่านคงจะเคืองข้าพเจ้าที่ต่อว่าท่านว่า น่าจะเป็นทองคำ ให้มาแล้วยังโง่มากนัก ข้าพเจ้าตกใจลุกขึ้น เรียกแม่ชีเล็กเข้ามาหา บอกกับแม่ชีเล็กว่า
" แม่จะทดลองของดู แม่ชีช่วยไปตามโยมแช่มมาเดี๋ยวนี้ บอกว่ามีธุระด่วน " แม่ชีจึงไปตามโยมแช่มมา ข้าพเจ้าจึงบอกโยมแช่มรีบไปหาตะกั่วมาให้ที ข้าพเจ้าทำพิธีตัดของก่อน
ก่อนตัดก็กราบขอขมาขอทดลอง จึงตัดออกมาก้อนนิดหนึ่งพอสมควร ลองเอาตะกั่วเคี่ยวไฟก่อน ปรากฎว่าตะกั่วละลายเร็ว เทไว้ต่างหาก แล้วจึงนำของที่ได้มาต้มเคี่ยวใส่กระทะหลอมดู สิ่งของนี้กว่าจะละลายนานมาก พอละลายออกยิ่งมีรัศมีแวววาวระยิบระยับหลายสี หลายแสง อย่างมหัศจรรย์ยิ่งนัก
เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้ว ข้าพเจ้าจึงน้อมจิตถึงท่านเจ้าของขึ้นว่า " ท่านจะให้ทำเป็นอะไรขอให้บอกมา "
ข้าพเจ้ามีความรู้สึกขึ้นทันทีว่า " ไปทำพระ "
พอดีคุณสว่างมาจากจันทบุรี จึงได้บอกคุณสว่างขับรถไปกรุงเทพฯ เมื่อถึงกรุงเทพฯให้หาร้านที่เขาพิมพ์พระ เมื่อติดต่อทำพิมพ์พระก็เข้าโรงรีดของ
ในระหว่างที่รีดของอยู่นั้น แสงรัศมีเกิดวาววับแสงสีเกิดขึ้นหลายสีเป็นสิ่งสะดุดใจแก่ผู้รีด
ผู้รีดคนหนึ่งพูดกับเพื่อนว่า " เฮ้ย นี่ไม่ใช่ตะกั่วนี่หว่า .....เป็นอะไรวะ "
เพื่อนอีกคนตอบ " กูก็ไม่รู้เหมือนกัน "
ข้าพเจ้ายืนดูอยู่ใกล้ๆเมื่อได้ยินเขาพูด ข้าพเจ้าจึงนิ่งเสียหันหน้าไปทางอื่นเพื่อให้เรื่องจบ เมื่อรีดเสร็จแล้วจึงนำของไปเข้าเครื่องพิมพ์

ข้าพเจ้ากราบอาราธนา องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทุกๆพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหมด พระอรหันต์ทั้งหมด ครูบาอาจารย์ หลวงปู่ปาน หลวงพ่อพระราชพรหมยาน หลวงพ่อสมเด็จโตพรหมรังสี และครูบาอาจารย์ทั้งหมด ท่านพ่อปู่พระอินทร์ ท่านแม่ย่า ท่านพ่อ ท่านแม่ศรี ท่านท้าวมหาราชทั้งสี่ มีท่านท้าวธตรฐและเทวดาทั้งหมด ขอเชิญท่านมาร่วมในพิธีสร้างพระมหาวิหารโคตรเศรษฐีของข้าพเจ้าในครั้งนี้ด้วยเถิด
ข้าพเจ้ายืนคุมจนกระทั่งเขาทำเสร็จ ได้พระเครื่องจำนวน 285 องค์ ข้าพเจ้าตัดเอามาเพียงเล็กน้อย ไม่กล้าทำมาก เกรงว่าจะไม่มีใครศรัทธา เพราะเป็นเพียงแม่ชี หาคนศรัทธาน้อย
เมื่อทำเสร็จ ข้าพเจ้านำพระเครื่อง 285 องค์นี้ไปหาพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ( หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง จังหวัด อุทัยธานี )
เมื่อทุกคนไปกันหมดแล้ว เหลือแต่คณะของข้าพเจ้า หลวงพ่อหันมาทางข้าพเจ้าถามว่า " โยมชีมีอะไรจะคุยกับฉันหรือ "
ข้าพเจ้าตอบว่า " มีเจ้าค่ะหลวงพ่อ "
หลวงพ่อพูดขึ้นว่า " นั่นเอาอะไรมาด้วยล่ะ เอาผ้าคลุมไว้นั่นน่ะ "
เมื่อข้าพเจ้าได้ฟังพระเดชพระคุณหลวงพ่อจึงตอบว่า " คือโยมเคยนำของที่ได้จากการปฏิบัติไปให้หลวงพ่อดูครั้งหนึ่งที่บ้านสายลมแล้วเจ้าค่ะ ครั้นต่อมาหลังจากนั้น โยมได้จัดทำเป็นรูปพระขึ้น "
หลวงพ่อว่า " เออ..ว่ามา "
ข้าพเจ้ากราบเรียนให้ท่านทราบว่า " พระของโยมทำขึ้นครั้งนี้ไม่เหมือนใคร ทำเป็นสองหน้า หน้าหนึ่งทำเป็นพระทุ่งเศรษฐี อีกหน้าหนึ่งทำเป็นพระสีวลีค่ะหลวงพ่อ "
หลวงพ่อเมื่อฟังข้าพเจ้าพูดจบลง หลวงพ่อได้เอ่ยขึ้นว่า " ไหนว่าไม่เหมือนของใคร ยกพานมาให้ฉันดูหน่อยซิ "
ข้าพเจ้ากราบเรียนให้ท่านทราบว่า " โยมทำครั้งนี้ 285 องค์เจ้าค่ะหลวงพ่อ "
เมื่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อรับพานพระแล้ว หลวงพ่อได้หยิบพระดู ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และได้กล่าวขึ้นว่า " เออ..เข้าใจ..เข้าใจ ข้างหนี่งเป็นทุ่งเศรษฐี ข้างหนึ่งพระสีวลี เข้าใจจริงๆ เข้าใจจริงๆโยมนี่ "




พระโคตรเศรษฐีหลายรุ่น พร้อมมวลสารศักดิ์สิทธิ์
" นี่นะโยม พระของโยมนี่ ถ้าผู้ใดได้ไปบูชา จะเป็นเศรษฐี โคตรเศรษฐี จนไม่เป็นดีมากนะ โยมนี่เป็นคนมีปัญญา เอาล่ะนะฉันจะบอกให้ พระของโยมที่ทำมาทั้งหมดนี้ ถึงแม้จะไม่มีรูปพระเลย ของๆโยมก็ขลัง เขาสำเร็จอยู่ในตัวเขาแล้ว ให้ใครเอาไปทำอะไรๆ ให้ยิ่งกว่าทำ คำว่าเสื่อมไม่มี ของๆโยมนี้ใช้ได้ทุกอย่างเลยครบหมด เนื้อเกลี้ยงๆก็ขลัง "
พระเดชพระคุณหลวงพ่อถามต่อขึ้นว่า " เมื่อขณะที่ทำพระใครคุมอยู่ "
ข้าพเจ้ากราบเรียนพระเดชพระคุณหลวงพ่อขึ้นว่า " โยมขออาราธนาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหมดทุกๆพระองค์ ครูบาอาจารย์ทั้งหมด เทวดาทั้งหมด โยมคุมอยู่ด้วยเจ้าค่ะหลวงพ่อ "
พระเดชพระคุณได้กล่าวขึ้น " เออ มันฉลาดอย่างนี้ เอาล่ะนะ ฉันจะถามโยมว่า ก่อนที่โยมจะได้ของสิ่งนี้มา โยมทำอย่างไรถึงได้ของ "
ข้าพเจ้ากราบเรียนพระเดชพระคุณหลวงพ่อขึ้นด้วยความเคารพยิ่งขึ้นว่า " พระเดชพระคุณหลวงพ่อเป็นครูบาอาจารย์ของโยม โยมมีความเคารพเป็นที่สุด โยมขอกราบเรียนด้วยความจริงทุกประการด้วยเคารพเจ้าค่ะ หลังจากออกพรรษาในปี 2530 โยมได้มากราบเรียนพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เรื่องคุณวิรัช มั่งเรืองสกุล ได้ถวายที่ดินให้เป็นสำนักปฏิบัติธรรมในปีนั้น พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้อนุญาตให้โยมรับที่ดินไว้ จึงได้จัดการก่อสร้าง มีกุฏิ 4 หลัง ไว้เป็นที่พักสำหรับแม่ชีที่อยู่ประจำ มีห้องน้ำห้องส้วมเสร็จ ได้ต่อศาลาไว้ปฏิบัติธรรม ทำวัตรเช้า-เย็น 1 หลัง ห้องน้ำห้องส้วม โรงอาหาร ต้องใช้ไม่ป่า ต้นกระถินณรงค์เป็นเสา ต่อมาปลวกกินจนเสาขาด หลังคาทั้งหมดมุงด้วยหญ้าคาผุ เวลาฝนตกรั่วต้องเอาผ้าพลาสติกคอยกันกั้นไว้ ฝาศาลาสวดมนต์ใช้ผ้าเหลืองจีวรพระที่ท่านไม่ใช้ ขอมากั้นบังฝน พอลมตีมาลำบากมากทุลักทุเล พระพุทธรูปมี 28 พระองค์ มีโยมกรุงเทพฯเขามาถวายไว้บูชาอีก 1 องค์ รูปเหมือนหลวงปู่ปานอีก 1 องค์ รูปเหมือนพระเดชพระคุณหลวงพ่ออีก 1 องค์ รวมทั้งหมด 31 องค์ค่ะ "
โยมเห็นพระพุทธรูปเปียกฝน โยมเกิดสังเวชใจมากที่สุด โยมคิดขึ้นในตอนนั้นว่า จะต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้น ตั้งแต่ปฏิบัติมายังไม่เคยจะลองทำประโยชน์อะไรให้กับพระศาสนาเด่นชัดขึ้นมาเลย ในคืนนั้นเอง โยมตั้งใจเต็มกำลัง การปฏิบัติจะได้ขั้นไหนตอนไหนก็ตาม จะไม่คำนึงถึง ตั้งใจมั่นคงเด็ดเดี่ยว เข้านั่งสมาธิแล้วเจริญเมตตาไปในทิศทั้งปวง ทั่วโลกธาตุ ถึงหมู่สัตว์ทั้งหลายไม่มีที่ประมาณ จงถึงความสุขด้วยพระพุทธานุภาพ จงถึงความสุขด้วยพระธรรมานุภาพ จงถึงความสุขด้วยพระสังฆานุภาพ ด้วยบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญแต่อดีดถึงปัจจุบัน ขอท่านทั้งหลายจงโมทนาโดยทั่วกัน
ตั้งจิตระลึกนึกน้อมถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหมด พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหมด พระธรรมคำสอนของพระองค์ที่ข้าพระพุทธเจ้าปฏิบัติตามอยู่ขณะนี้ นึกถึงพระอริยสงฆ์ทั้งหมด ครูบาอาจารย์ทั้งหมด มีหลวงปู่ปาน หลวงพ่อด้วย และสมเด็จโตพรหมรังสี และเทวดาทั้งหมด มีปู่พระอินทร์ ท่านย่า ท่านแม่ ท่านท้าวมหาราชทั้งสี่พระองค์ มีท่านท้าวธตรฐ
คือท่านท้าวธตรฐองค์นี้ เมื่อสมัย พ.ศ. 2514 ท่านมาปรากฏให้โยมเห็นค่ะหลวงพ่อ ท่านบอกชื่อท่านให้โยมรู้จัก ท่านชื่อว่า ท่านท้าวธตรฐ ถ้าโยมมีอะไรจะให้ท่านช่วยเหลือ ท่านให้โยมนึกถึงชื่อท่าน ตอนก่อนโยมไม่เชื่อเท่าไรนัก ครั้นโยมได้มาพบหลวงพ่อ ได้ฟังเทปสมาทานหลวงพ่อ และได้ฟังคำสอนของหลวงพ่อ โยมจึงได้เข้าใจ โยมจึงนึกถึงท่าน ให้ท่านมาช่วยในกิจของพระศาสนา โยมเอาจิตน้อมถึง
· ทานบารมี นึกถึงทานที่ให้แล้ว
· ศีลบารมี นึกถึงศีลที่ได้ สมาทานจะรักษาไว้ให้ดี ไม่ทำลายศีลจนตลอดชีวิต
· ปัญญาบารมี จะทำให้เกิดปัญญารู้แจ้งแห่งขันธ์ห้า ให้เข้าสู่พระนิพพานในชาตินี้
· เนกขัมบารมี การถือบวชของข้าพเจ้าบวชครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย คำว่าสึกจะไม่มี จะช่วยกิจของพระศาสนาตลอดชีวิต
· วิริยะบารมี จะขยันทำจิตให้เข้าถึงพระนิพพาน
· สัจจะบารมี ข้าพเจ้าขอตั้งจิตจะพูดอย่างไหนทำอย่างนั้นตลอดชีวิต
· อธิษฐานบารมี คำอธิษฐานของข้าพเจ้าที่ตั้งใจมั่นคงครั้งนี้ ข้าพเจ้าจะไม่ถอยออกจนตลอดชีวิต
· ขันติบารมี ข้าพเจ้าจะอดทนในสิ่งจะเกิดขึ้นกับข้าพเจ้าทุกประการ
· เมตตาบารมี ข้าพเจ้าขอทรงเมตตาตลอดทั่วโลกธาตุ แม้แต่ผู้นั้นจะคิดทำร้ายข้าพเจ้าก็ตาม
· อุเบกขาบารมี ข้าพเจ้าจะวางเฉยด้วยประการทั้งปวง จะทำสติให้รู้เท่าทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะดีหรือร้ายก็ตามจะไม่หวั่นไหวกับสิ่งทั้งหลายเหล่านั้น จะทำสติให้รู้ว่านั่นคืออนิจจัง นั่นคืออนัตตา จะทรงกำหนดจิตไม่คลอนแคลนไว้ด้วยความเคารพตลอดชีวิต
บารมี 10 ทั้งหมดที่บำเพ็ญมาเพื่อความหลุดพ้นไม่ต้องกลับมาเกิด จงมาช่วยข้าพเจ้าด้วย เวลานี้ข้าพเจ้ามีทุกข์เดือดร้อน แต่ทุกข์ของข้าพเจ้าในครั้งนี้ ไม่เหมือนทุกข์ของผู้ครองเรือน ขณะนี้ข้าพเจ้ากำลังได้รับความทุกข์ เพราะศาลาที่ประดิษฐานองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และที่ปฏิบัติธรรมของข้าพเจ้าชำรุดทรุดโทรม ลมมาก็ต้องหาไม้มาค้ำไว้
ถ้าการขอครั้งนี้เห็นว่า ข้าพเจ้ายังไม่หมดตัณหา และเป็นเรื่องประโยชน์ส่วนตัวของข้าพเจ้า ท่านทั้งหลายไม่ต้องช่วย ถ้าการขอของข้าพเจ้าในครั้งนี้ ถ้าท่านทั้งหลายเห็นว่าข้าพเจ้าเป็นผู้บริสุทธิ สะอาดจริงแล้ว ขอท่านทั้งหลายและท้าวธตรฐ จงช่วยข้าพเจ้าโดยด่วนด้วยเจ้าค่ะ
ครั้นต่อมาโยมเข้านั่งสมาธิและเข้าฌานเต็มกำลัง จากฌานที่ 1 ขึ้นไปถึงฌานที่ 4 ถอยรองลงมาจนถึงฌานที่ 1 หยุดอยู่แค่อุปจารสมาธิ แล้วขอดังเช่นเดิม เข้าฌานต่อไปจนถึงที่สุด แล้วถอยลงมาแค่อุปจารสมาธิ แล้วขออีก ทำอยู่อย่างนี้ประมาณ 10 หรือ 20 วัน โยมไม่ได้นับ ถือว่าท่านให้ก็เอา ท่านไม่ให้ก็แสดงว่าโยมยังดีไม่พอ
หลวงพ่อเมื่อได้ฟังข้าพเจ้าเล่าเรื่องให่ท่านฟังจบลง ท่านจึงได้เอ่ยขึ้นว่า " โยมรู้ไหมว่า ของที่โยมได้มานั้นเป็นของใคร ฉันจะบอกให้นะโยม ของที่โยมได้มานั้นเป็นของๆท่านผู้สำเร็จท่านทำไว้แล้ว ท่านก็ฝากกับเทวดา เมื่อท่านฝากกับเทวดา ท่านสั่งกับเทวดาไว้ว่า ถ้าผู้ใดมีบุญบารมีเห็นสมควรให้ ก็ขอเทวดาจงให้ของสิ่งนี้เถิด นี่โยมจึงได้มายังไงล่ะโยม "
ข้าพเจ้ากราบเรียนพระเดชพระคุณหลวงพ่อ " ช่วยเมตตาปลุกเสกพระเครื่องของโยม เพื่อเป็นศิริมงคลด้วยเถิดเจ้าค่ะ "
พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้พูดขึ้นว่า "เสกทำไมอีกเล่าโยม ของเขาดีอยู่แล้วถ้าโยมจะให้ฉันปลุกเสกละก็ เอาอย่างนี้ดีกว่า โยมนั่นแหละไปทำขึ้น เพราะอะไรๆโยมก็ทำได้หมดแล้ว จะเอาอะไรอีกเล่า "
ข้าพเจ้ากราบเรียนถามพระเดชพระคุณหลวงพ่อขึ้นว่า " จะต้องใช้มนต์บทไหนสวดเล่าค่ะหลวงพ่อ " หลวงพ่อพูดแกมดุขึ้นว่า " ก็อีตอนได้ของมานั่นแหละสวดบทไหนเล่า "
ข้าพเจ้ากราบขอขมาหลวงพ่อ จึงได้เข้าใจว่าใช้พลังจิตนี่เอง ไม่โดนดุเอาความโง่ออกไป ปัญญาไม่เกิด หมดเวลาหลวงพ่อกลับเข้าที่พัก ท่านโอเดินย้อนกลับมาหาข้าพเจ้า ท่านพูดกับข้าพเจ้าขึ้นว่า " โยมชี เอาพระของโยมเก็บไว้ให้อาตมาสัก 10 องค์นะ "
ข้าพเจ้าตอบ " ได้ค่ะ แต่พระของโยมไม่ใช่ราคาเดียวกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อนะ เพราะโยมต้องการสร้างพระมหาวิหาร ต้องให้บูชาองค์ละ 10,000 บาทนะคะท่าน "
เมื่อท่านโอได้ฟังข้าพเจ้าบอกราคา ท่านโอจึงได้พูดขึ้นว่า " งั้นฉันจอง 2 องค์นะ "
เวลานี้ท่านโอยังมีชีวิตอยู่ที่วิหาร 100 เมตร ข้าพเจ้าขอย้อนรำลึกนึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อของเราทั้งหลาย หลวงพ่อรู้หมด หลวงพ่อรู้แจ้ง บริสุทธิ์โดยไม่ต้องสงสัย พระเดชพระคุณหลวงพ่อเป็นพระที่ควรกราบไหว้บูชา พระเดชพระคุณหลวงพ่อเป็นเนื้อนาบุญของโลก

คาถาบูชาเทวดา พระภูมิเจ้าที่ และอาราธนาพระโคตรเศรษฐี
โดย แม่ชีประทุม โชติอนันต์
สำนักส่งเสริมปฏิบัติธรรม ศิษย์พระราชพรหมยาน จังหวัดนครราชสีมา
จุดธูปปักบูชากลางแจ้ง ๙ ดอก เวลากลางคืนทุกๆคืน นั่งหันหน้าสู่ทิศตะวันออก
ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วสวดคาถาดังนี้
" พุทธะบูชา ธรรมะบูชา สังฆะบูชา ปติปัตติ ปติปัตติ ปติปัตติ บูชายะ นะมะพะทะ จะพะกะสะ อิติสุคะโต อะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ ปะฐะวี คงคา พระภูมิเทวา ขะมามิหัง สัมปะติจฉามิ สัมปะติจฉามิ สัมปะติจฉามิ " จงตั้งใจให้เป็นสมาธิ สำรวมจิตให้มั่นเป็นหนึ่ง แล้วแผ่เมตตาไปในทิศทั้งปวง ไม่มีที่ประมาณดังนี้
" บุญใดกุศลใด ที่ข้าพเจ้าได้สะสมบุญมาดีแล้ว ตั้งแต่อดีตชาติมาจนถึงปัจจุบันขณะนี้ บุญทั้งหมดนี้ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลทั้งหมดนี้ ให้แด่ท่านทั้งหลายทั่วโลกธาตุ ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีที่ประมาณ มีท่านท้าวพระยายมราช ท้าวจตุโลกบางทั้งสี่ และท่านที่เป็นคู่เวร คู่กรรม ที่ติดตามมาก็ดี ตลอดจนเทพเจ้าเหล่าเทวดาที่ปกปักรักษาตัวข้าพเจ้าก็ดี ปกปักรักษาในราศีของข้าพเจ้าก็ดี ปกปักรักษาที่อาศัยบ้านเรือนของข้าพเจ้าก็ดี ที่วัดวาอารามก็ดี มีพระสยามเทวาธิราชเจ้าก็ดี ท่านปู่พระอินทร์ ท่านแม่ย่า ท่านพ่อ ท่านแม่ศรี ท่านท้าวมหาราชทั้งสี่ มีท่านท้าวธตรฐ ( ทะตะรด ) ท่านท้าววิรุฬหก ท่านท้าววิรูปักข์ ท่านท้าวกุเวร ( ท้าวเวสสุวัณ ) จงช่วยสิ่งที่ร้าย ให้กลายเป็นดีในครั้งนี้ด้วยเถิด "
สวดอย่างนี้แล้ว จะขออะไรก็ขอไป บอกท่านท้าวธตรฐ พระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์ ในพระมหาวิหารโคตรรเศรษฐี บอกคุณพ่อ คุณแม่ ครูอาจารย์ เทวดาในราศี และหลวงปู่ปาน หลวงพ่อฤาษี ( พระราชพรหมยาน ) วัดท่าซุง ขอให้ท่านช่วยลูกด้วย
บูชาเวลากลางคืนตอนสงบ สำรวมจิตคิดว่า ท่านเสด็จมาช่วยเราแล้ว แล้วท่านจะได้ผลสมความปรารถนาทุกประการ
ท้าวมหาราชประจำทิศทั้ง ๔
ท่านท้าวธตรฐ ทิศตะวันออก
ท่านท้าววิรุฬหก ทิศใต้
ท่านท้าววิรูปักษ์ ทิศตะวันตก
ท่านท้าวกุเวร ( ท้าวเวสสุวัณ ) ทิศเหนือ
หมายเหตุ
- หากใช้พระคาถานี้อาราธนาพระโคตรเศรษฐี ให้ตั้งจิตกล่าวคำอาราธนา และใช้ควบคู่กับ พระคาถาเงินล้าน ๙ จบ ของหลวงพ่อฤาษี ( พระราชพรหมยาน ) วัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี หากท่องจนชิน จะมีความคล่องตัวในการดำรงชีพ และด้านโภคทรัพย์เป็นอันมาก
- ควรกำหนดเวลาเริ่มสวดพระคาถานี้ให้ตรงกันทุกวันจะได้ผลมาก

รูปขนาดเล็ก
อภิญญา-ท่านแม่ชีปทุม โชติอนันต์-post-15-1181419264%5B1%5D-jpg  

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 13 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (24-11-09), พรรณวดี (23-11-09), พรหมโชติ (28-12-09), พุทธรักษา (23-11-09), ศิษย์โมคคัลลานะ (22-11-09), สุธัมมา (24-11-09), ปาริฉัตรมณี (25-02-10), ปาร์ค (24-11-09), นาคน้อย (24-11-09), เดชะบุญ (28-11-09), FaRuXue (28-09-10), octavian (09-08-11), suwaphat (27-11-09)