ดูแบบคำตอบเดียว
  #10  
เก่า 12-11-10, 16:36
อภิญญา's Avatar
อภิญญา อภิญญา is offline
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 9,846
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,791
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 76,854 ครั้ง ใน 76,854 ข้อความ
พลังบุญ: 55303
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile คลังภาพบุญพุทธบูชาฯ ของคณะตามรอยพระบาทแก้วมณีโชติฯ ( 10 )

อภิญญา-คลังภาพบุญพุทธบูชาฯ ของคณะตามรอยพระบาทแก้วมณีโชติฯ-100_6575-jpg
พระเจ้าล้านตื้อทองทิพย์
ถวายปัจจัยดอกไม้ธูปเทียนทองเครื่องหอมพลอยสีลูกแก้วฯ บูชาพระรัตนตรัย,พระบรมธาตุฯ ร่วมทำบุญสร้างและบูรณพระบรมธาตุ,พระพุทธรูป,พระวิหาร,สังฆทาน,น้ำไฟฯ ร่วมทำบุญทุกอย่างกับพระฯ หลวงพ่อฯ ร่วมสร้างวัดพระเจ้าล้านตื้อ เชียงแสน เชียงราย ถวายเป็นพุทธบูชาฯ และร่วมโมทนาบุญทั้งหมดในพระพุทธศาสนาฯ และทุกดวงจิตฯ
อภิญญา-คลังภาพบุญพุทธบูชาฯ ของคณะตามรอยพระบาทแก้วมณีโชติฯ-cat9-1242105910%5B1%5D-jpg
มีตำนานเล่าว่าถึงเกาะเก่าแก่กลางลำแม่น้ำโขง “เกาะดอนแท่น” เดิมทีเป็นผืนดินในไทยโดยเป็นที่อาศัยของผู้คนเชียงแสนในยุคก่อน เกาะแห่งนี้เป็นที่ตั้งของวัดกว่า 10 วัด ตามที่ระบุไว้ในพงศาวดาร เมืองงินยางเชียงแสนภาคที่ 61 ที่สำคัญยังเป็นที่ตั้งของ วัดพระเจ้าทองทิพย์ อันเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระพทุธรูปสำริดขนาดใหย่ ซึ่งชาวบ้านกล่าวขานนามว่า “พระเจ้าล้านตื้อ คำว่า ตื้อ คือมาตราวัดของชาวล้านนา หมายถึงโกฏิ ดังนั้นคำว่า " ล้านตื้อ" ก็หมายถึงองค์พระนี้มีขนาดและน้ำหนักมาก สันนิฐานว่าองค์พระคงจมลงไปพร้อมกับเกาะดอนแท่น ซึ่งปัจจุบันคือบริเวณน้ำโขงหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน
จากคำบอกเล่าของชาวเชียงแสน ที่บรรทึกไว้ในหนังสือตามรอยพระเจ้าล้านทองทิพย์ (พระเจ้าล้านตื้อ) ประวัติศาสตร์ลำน้ำโขงเมืองเชียงแสน (หาซื้อได้ ที่พิพิธภันฑ์สถานแห่งชาติ เชียงแสน กล่าวว่า คืนพบพระพุทธรูปกลางลำน้ำโขงครั้งแรกเมือราวปี พ.ศ. 2479 พรานหาปลา ผู้หนึ่งทอดแหหาปลาอยู่กลางน้ำโขงบริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอเชียงแสนได้เห็นพระพุทธรุปขนาดใหญ่โพล่ขึ้นมากลางน้ำจำได้ว่ามีพระรัศมีบนพระเกศาและเห็นส่วนพระเศียรเพียงแค่พระหนุ แต่อย่างไรก็ตาม การพบเห็นของพรานปลาผู้นั้นขัดกับหลักฐานที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ที่ว่าการค้นพบพระรัศมีนั้นพบก่อน ปี พ.ศ.2446 เมื่อครั้งแรกได้นำไปประดิษฐานไว้ที่วัดคว้าง (หลังตลาดเชียงแสน) ต่อมาย้ายไปรักษาที่วัดปงสนุก และวัดมุงเมืองตามลำดับ เมื่อสร้างพิพิธภัณฑ์ฯ เสร็จจึงนำออกแสดงจนมาถึงทุกวันนี้ พระรัศมีสำริด กว้าง 55 ซม. สูง 70 ซม. เลขทะเบียน 8/2504
เปลวรัศมี คือ สัญลักษณ์แห่งการตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้หล่อด้วยสำริด ภายในกลวง ลักษณะเป็นเปลวรัศมี 9 แฉก แต่ยอดตรงกลางหักหายไป มีช่องสำหรับใส่หินมีค่าเพื่อประดับตกแต่ง ฐานด้านล่างมีกลีบบัวหงายรองรับและมีเดือยสำหรับสวมลงบนเศียรพระพุทธรูป
มีผู้สันนิษฐานว่าเปลวรัศมีนี้เป็นของพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ ซึ่งจมลงใต้แม่น้ำโขง ดังปรากฏว่าตำนานและพงศาวดารได้กล่าวถึงวัดบน “เกาะบัลลังตระการ” หรือ “เกาะดอนแท่น” กลางแม่น้ำโขงเมืองเชียงแสน อันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่องค์หนึ่งที่อัญเชิญมาจากเมืองเชียงใหม่ เกาะนี้น่าจะถล่มจมลงในแม่น้ำโขงก่อน พ.ศ. 2347 ที่เมืองเชียงแสนถูกเผาทำลายในรัชสมัยพระบาทสมเด็จฯ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
ต่อมาในปี พ.ศ.2488 มีพรานปลาอีกคนหนึ่งพบเสาวิหารขนาดใหญ่จำนวน 2-3 ต้นล้มทับกันจมอยู่ในน้ำโขง ลึกลาว 4 เมตร ที่บริเวณสามแยกหน้าสถานีตำรวจ ครั้นถึงปี พ.ศ. 2492 – 2493 เพียสมบูรณ ์(ชาวลาวอพยพมาตั้งถิ่นฐานในอำเภอเชียงแสน) ฝันว่าพระพุทธรูปล้มคว่ำพระเศียรลง หันไปทางทิศใต้ ดังนั้นราวเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม ของปีเดียวกันนั้นจึงมีการลงคลำหาพระพุทธรูปกันอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากตั้งศาลเพียงตาขึ้นในบริเวณเกาะดอนแท่นและทำพิธีบวงสรวงพระพุทธรูป เตรียมเรือเหล็กขนาดใหญ่ 2 ลำ พร้อมช้าง 3 -4 เชือก นิมนต์พระสงฆ์ทำพิธี เนื่องจากกระแสน้ำแรงและเย็นมากจึงไม่อาจพบพระรูปแต่อย่างใด
ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ – เดือนมีนาคม พ.ศ. 2509 อิตาเลียน – ไทย จำกัด ได้สัมปทานการสร้างสนามบินในหลวงพระบาง มาพักอยู่ที่เชียงแสน(สมัยนั้นการเดินทางไปหลวงพระบางต้องใช้วิธีการเดินเรือจากเชียงแสนไปถึงจะสะดวกที่สุด) นายชูสง่า ไชยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ขณะนั้นจึงได้ให้ทางบริษัทฯ ดังกล่าว ส่งนักประดาน้ำและอุปกรณ์ต่างๆดำเพื่อค้นหาและกู้เอาพระพุทธรูปขึ้นมา ซึ่งเป็นจุดที่เกาะกลางน้ำตรงหน้าสถานีตำรวจฯบริเวณดังกล่าวเป็นน้ำวน เชี่ยวมาก นักประดาน้ำทนความเย็นไม่ไหว การค้นหาในตอนนั้นจึงไม่ประสบผลสำเร็จ ได้เพียงพระพุทธรูปองค์เล็ก และโบราณวัตถุอื่นๆอีกเพียงเล็กน้อยจึงหยุดค้นหา
การค้นหาพระพุทธรูปที่จมอยู่ในลำน้ำโขง ตั้งแต่การพบครั้งแรกจนกระทั้งถึงทุกวันนี้กว่า 70 ปีแล้วเรื่องราวยังเป็นที่สนใจและถูกเล่าขานผ่านลูกหลานชาวเชียงแสน เมื่อสืบทอดผ่านกันมาจึงกลายเป็นตำนานและนิทานพื้นบ้าน
อภิญญา-คลังภาพบุญพุทธบูชาฯ ของคณะตามรอยพระบาทแก้วมณีโชติฯ-wb_5_1_1279_11%5B1%5D-jpg
พระเจ้าล้านตื้อ(องค์จำลอง) น้ำหนักกว่า69 ตัน เฉพาะองค์พระตักกว้าง 9.99 เมตร สูง 15.99 เมตร ประทับอยู่บนเรือนแก้วกุศลธรรมขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีตุง(ธง) เฉลิมพระเกียรติองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และพระบรมราชินีนาถฯ อยู่เบื้องข้าง พระพุทธรูปองค์นี้คือ พระพุทธนวล้านตื้อ พระพุทธนวล้านตื้น องค์นี้เป็นพระเชียงแสนสี่แผ่นดินเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งได้สร้างขึ้นแทนองค์เดิมที่จมลงแม่น้ำโขง หน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน
อภิญญา-คลังภาพบุญพุทธบูชาฯ ของคณะตามรอยพระบาทแก้วมณีโชติฯ-dscf7581ee4%5B1%5D-jpg
พร้อมกันนั้นก็ได้สร้างตุงหลวงเฉลิมพระเกียรติ สูง 17.99 ม. ศูนย์ OTOP ล้านนา ซุ้มประตูโขงและพระมหาโพธิสัตว์ (เจ้าแม่กวนอิมหยกขาว สูง 9.99 ม.) ทั้งหมดนี้ได้ใช้งบประมาณถึง 69 ล้านบาท
หมายเหตุ สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://web.chiangrai.net/tourcr/Trip/Nawalantue/
ปล.คณะเราได้ถวายปัจจัยร่วมสร้างพระเจ้าล้านตื้อ(องค์จำลอง) ประทับบนเรือแก้วฯ ถวายเป็นพุทธบูชาฯ เมื่อหลายปีก่อน และได้ทำการฉลองพระที่สร้างนี้ถวายพระฯเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องพระเจ้าล้านตื้อ นี้พวกเราสันณิฐานกันว่ามีอยู่จริงขนาดองค์พระประมาณที่ได้กล่าวไว้ และทำด้วยทองสัมฤทธิ์ทั้งองค์ เป็นพระที่สร้างพร้อมกัน ๓ องค์ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองตั้งมั่นแห่งพระพุทธศาสนาและความสงบสุขร่มเย็นของแผ่นดินไทย อีกสององค์คือ พระสุโขทัยไตรมิตร และพระพุทธมงคลบพิตร ที่จมอยู่ใต้วิหารน้ำน้อย สงขลา ตามที่หลวงพ่อได้เล่าให้ฟัง นับเป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่คณะเราได้รับการบันทึกไว้ (ปัจจุบันยังจมอยู่ในลำน้ำโขง รอเวลาผู้มีบุญญาธิการมาอัญเชิญฯ และคณะเราได้อธิษฐานเดินทางไปร่วมพิธีอัญเชิญพระฯด้วยครับ)
รูปขนาดเล็ก
อภิญญา-คลังภาพบุญพุทธบูชาฯ ของคณะตามรอยพระบาทแก้วมณีโชติฯ-cs009%5B1%5D-jpg  

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 17 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (13-11-10), พรรณวดี (12-11-10), พรหมโชติ (15-11-10), พุทธรักษา (02-12-10), ก้อนดิน (22-12-10), มณีโชติ (13-11-10), สุธัมมา (20-11-10), จิตประภัสสร (25-11-10), ปาริฉัตรมณี (12-11-10), เพิ่มบุญ (14-02-12), เกียงจูแหย (30-08-11), เดชะบุญ (13-05-13), Nakamura (19-11-10), octavian (29-09-11), omari (11-08-14), Rich (05-06-11), rossukon (21-12-10)